ติดตัวปรับความแรงพัดลมให้เครื่องกรองฝุ่น

ในตอนที่ผ่านมาเราได้ดัดแปลงของเหลือใช้นำมาสร้างเป็นเครื่องกรองฝุ่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ปกคลุมประเทศไทยนานเกินไป  ซึ่งเราก็ได้เครื่องกรองฝุ่นตัวหนึ่งมาใช้งาน และได้ทำการปรับปรุงฟิลเตอร์กรองฝุ่นให้ทำงานกับฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้ดียิ่งขึ้น  ในบทความตอนนี้เราจะพัฒนาเครื่องกรองฝุ่นให้ดีขึ้นอีกนิดหนึ่ง

 

ในตอนนี้เราจะติดตัวปรับความแรงของพัดลม  โดยตัวปรับความแรงจะทำหน้าที่เป็นสวิตซ์เปิดปิดไปด้วยในตัว  หน้าตาปุ่มก็คล้ายกับวอลลุ่มของเครื่องเสียง  แต่เราใช้วอลลุ่มในการควบคุมความเร็วของพัดลม  ตัววอลลุ่มที่ติดเข้าไปก็คือวงจรปรับระดับแรงดันไฟฟ้าที่รับไฟเข้าวงจร 12v และปล่อยไฟขาออกให้น้อยลงได้ตามใจ

 

demo-gas15kg

order gas 15kg

ระบบสั่งแก๊สออนไลน์ไม่เสียค่าโทร

IMG_20161122_163901

กรอกข้อมูลเพื่อสั่งสินค้า จะมีพนักงานติดต่อกลับโดยเร็วเพื่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

 

 

← Back

Thank you for your response. ✨

nec17 – referal source ep4

 

IMG_2194

referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 4 ช่องทางครับคือ

1 คนใน contact sphere

2 ลูกค้าเก่า

3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

 

วันนี้เราจะพูดส่วนที่เหลืออีก ในช่องทางที่ 5-8 ครับ

ช่องทางที่ 5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ใครจะรู้ดีว่าเราทำอะไรได้ หรือเราเก่งเรื่องอะไรมากไปกว่าลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ไม่ใช่แค่พนักงานเซลส์ หรือมาเก็ตติ้ง  ตำแหน่งอื่นๆในบริษัทก็มักจะรู้ดีและสามารถบอกต่อได้เช่นกัน  จริงๆคือทุกตำแหน่งในอ๊อฟฟิศเลยที่จะช่วยบอกต่อได้  ลูกน้องเหล่านั้นเขาก็ย่อมมีเพื่อน  มีญาต มีคนรู้จักอีกมากมายอยู่ในเครือข่ายส่วนตัวของเขา  สิ่งที่เราควรทำกับลูกน้องก็คือ เราต้องทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน  ดูแลทุกสุขของลูกน้องจะช่วยให้เขามีใจและพร้อมบอกต่อ ก็คือ พร้อมจะช่วยเราหางานนั่นเอง

 

ยกตัวอย่าง  ช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์ บางวันก็เดินมาบอกผมว่า ญาติเขาจะพิมพ์บิลใบเสร็จรับเงิน  ผมก็บอกดีเลย ให้เขาโทรมาหรือแวะเอาตัวอย่างงานมาให้ดูเลยก็ได้ เดี๋ยวคิดราคาให้  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครับ  เพราะลูกน้องทุกคนจะมีเครือข่ายของเขาเอง  และเขาก็รู้ว่าเราทำงานอะไร referral ที่เขาพบมาเราทำได้หรือไม่  ลูกน้องเรารู้ดีไม่ต่างจากเราแน่นอน  ดังนั้น  อย่าลืมทำให้ลูกน้องมีความสุขกับที่ทำงาน

ทำเครื่องกรองอากาศจากของเหลือ

เครื่องกรองอากาศเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ต้องการเพียงให้มีลมพัดผ่านฟิลเตอร์ก็ทำงานได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองอากาศระดับเทพแค่ไหนก็จะมีหลักการไม่ต่างกัน ในช่วงเดือนมกราคม2562 เป็นช่วงที่ฝุ่น pm2.5 ปกคลุมประเทศไทยหนักมาก หลายคนตื่นตัวเรื่องการป้องกัน หาซื้อหน้ากากกันจนขาดตลาด และเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกรองอากาศก็ขายดีมากจนหลายๆห้างของหมดกันเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเองก็ซื้อเครื่องกรองอากาศใช้เช่นกัน และก็ศึกษาหาข้อมูลว่ามันทำงานอย่างไร เมื่อรู้หลักการพื้นฐานแล้วก็รู้สึกว่าอยากทำเอง แต่เราก็ไม่ได้มีฟิลเตอร์ดีๆ และไม่ได้มีพัดลมเงียบๆให้ใช้ หรือมีเราก็ไม่รู้แหล่งผลิตในไทย

แต่สถานการณ์ฝุ่นยังไม่ได้ดีขึ้น โรงเรียนประกาศหยุดเรียน รัฐบาลก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เราก็ต้องดูแลตัวเอง และในบ้านก็มีห้องหลายห้อง แม้ว่าเราจะซื้อเครื่องกรองอากาศวางในห้องนอน แต่ห้องอื่นๆก็ยังอยากมีระบบกรองอากาศ จะให้ซื้อเครื่องกรองสำหรับทุกห้องก็ใช้เงินเยอะมาก ไม่สามารถจะจ่ายได้ขนาดนั้น เลยลองทำเองดีกว่า

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133811

ใน youtube มีตัวอย่างการดัดแปลงง่ายๆหลายอย่าง หลักการก็เพียงแค่นำฟิลเตอร์มาติดกับพัดลม ผมก็เลยลองหาอุปกรณ์เหลือใช้ในบ้านมาลองทำบ้าง ก็ไปรวบรวมของเก่ามาดังนี้

  1. พัดลม ถอดจากคอมพิวเตอร์เก่าๆ เป็นพัดลมระบายความร้อน cpu ใช้ไฟ 12v
  2. กล่องกระดาษได้จากกล่องใส่นมกล่อง uht ที่ลูกกินทุกวัน
  3. หม้อแปลง 5 v หรือ 12v ก็ได้ ซึ่งได้จากอุปกรณ์เก่าๆที่ตัวเครื่องเสียหรือเลิกใช้แล้ว
  4. ฟิลเตอร์กรองฝุ่นใช้ของเหลือจากหน้ากากกันฝุ่นที่มีอยู่

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133642

นำกล่องกระดาษมาเจาะรูด้านหน้าเพื่อใส่พัดลม ด้านหลังเจาะรูเพื่อเป็นช่องอากาศเข้า นำฟิลเตอร์หรือหน้ากากกันฝุ่นมาบังรูด้านหลังไว้ ทำที่คล้องให้กับสายคล้อง เพื่อให้เราเปลี่ยนหน้ากากกันฝุ่นได้สะดวก ต่อไฟเลี้ยง 5v ให้กับพัดลม 12v ซึ่งพัดลมก็ทำงานได้ หมุนเบาลงกว่าสเป็คเต็มกำลัง ลมยังคงพัดและดูดอากาศผ่านฟิลเตอร์ได้ ข้อดีของการใช้ไฟเลี้ยงต่ำลงก็คือ พัดลมจะมีเสียงการทำงานที่เบาลงมาก หากเราใช้งานเต็มกำลังเสียงลมจะดังมาก ดังจนรำคาญเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133710

ส่วนหน้ากากที่ใช้เป็นฟิลเตอร์ก็ใช้ของเหลือที่กำลังจะทิ้ง เนื่องจากหน้ากากอนามัยไม่ทน หากโดนน้ำลาย โดนลมหายใจชื้นๆของผู้ใช้งานมันก็จะหมักหมมและไม่น่าใช้แล้ว เป็นของที่เตรียมทิ้ง ผมก็หยิบมาใช้งานแทน เพราะมันไม่เปื้อน และลมเป่าจากพัดลมก็ทำให้มันแห้งไปแล้ว หากเราอยากกรองฝุ่นระดับ pm2.5 เราก็สามารถเลือกใช้หน้ากากที่กันฝุ่น pm2.5 มาใส่ได้เลย แต่ผมเลือกใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาซ้อนกัน 2 ชั้น ผู้รู้หลายๆท่านแนะนำไว้ว่าใช้2ชั้นก็จะกรองฝุ่น pm2.5 ได้ 90% นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133626

ประกอบเสร็จก็ทดลองใช้ เสียงพัดลมจากไฟ 5v ให้ความเงียบได้น่าพอใจ คือไม่ดังมาก เราสามารถเปิดเครื่องกรองแล้วฟังเพลงในห้องได้ไพเราะเหมือนเดิม ไม่รำคาญแบบพัดลมแรงๆ ส่วนค่าฝุ่นที่ผ่านเครื่องกรองตัวนี้ก็ลดลงจริง เราดูได้จากมิเตอร์วัดฝุ่นรุ่น Xiaomi air detector

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133700

สรุป ระบบกรองอากาศเป็นระบบที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีซับซ้อน ต้องการเพียงแค่ระบบพัดลมกับฟิลเตอร์เท่านั้น บริษัทผู้ผลิตในไทยควรจะพัฒนาและทำผลิตภัณฑ์เพื่อกรองอากาศออกมาให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ จะได้ไม่ต้องซื้อของนอกให้เงินตรารั่วไหล

 

IMG_20190205_054610

 

 

 

IMG_20190205_054557

ผลการทดลองใช้เครื่องกรองในห้องทำงาน เป็นห้องมีประตูมิดชิด ไม่เปิดแอร์ เปิดไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ใช้ Xiaomi air detector เป็นตัววัดค่อยเก็บค่าทุกชั่วโมง เร่ิมต้นการวัดที่ค่าฝุ่น39 ได้ผลตามภาพนี้

 

 

 

 

 

 

IMG_20190204_195440

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051033

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051043

 

 

Screenshot_20190205-051051

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051059

สรุปผลคือ ตัวเครื่องกรองอากาศรุ่น DIY นี้ ลดฝุ่นได้เล็กน้อย เพราะผลการวัดมีค่าฝุ่นลดลงจริงๆ แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่าเครื่องที่ทำขายอยู่มาก ด้วยเหตุที่ใช้พัดลมตัวเล็ก และฟิลเตอร์มีพื้นที่อากาศไหลผ่านไม่มาก ถ้าอยากเพิ่มความสามารถให้เครื่องกรองรุ่นนี้ จะต้องใช้พัดลมขนาดใหญ่ขึ้น และใช้ฟิลเตอร์กรองที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน ผมคิดว่าถ้าใช้ในพื้นที่เล็กๆ กรองแค่บนโต๊ะทำงาน หรือ หัวเตียง ก็น่าจะทำให้เรารับฝุ่นน้อยลง ถ้าเราได้เครื่องนี้มาฟรีๆจากเศษวัสดุเหลือใช้ ทำใช้ก็ดีกว่าไม่มีใช้

nec17 – referal source ep3

1  คนใน contact sphere
2 ลูกค้าเก่า
3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

แม้ว่าเราจะไม่ได้ธุรกิจที่ตรงใจจากร้านค้าในข้อ 4 นี้ เช่น ร้านตัดผม ร้านอาหาร ศูนย์บริการรถยนต์  แต่ร้านค้าพวกนี้สามารถแนะนำเราให้กับลูกค้าของร้านได้  ถ้าเรามาอุดหนุนร้านค้าเหล่านี้เป็นประจำ ร้านค้าจะจำเราได้ และควรทำให้ทางร้านได้รู้ว่าเราอาชีพอะไร  งานเราเป็นยังไง  เมื่อมีลูกค้าของร้านพูดถึงหรือถามหาบริการบางอย่างที่เราทำได้ ร้านก็มีแนวโน้มจะนึกถึงเรา มีแนวโน้มจะแนะนำงานให้เราได้นั่นเอง

 

IMG_7270

ฝุ่น pm2.5 ยังไม่แย่เท่าควันบุหรี่

 

กรุงเทพ ประสบภาวะฝุ่น pm2.5 ปกคลุมจนถึงขนาดทัศนวิสัยการมองเห็นบนถนนลดลงมาเหลือไม่ถึง 100 เมตร  นั่นคือเรามองหาตึกสูงไกลๆไม่ไม่เจอแล้ว  และประชาชนก็ตื่นตระหนก หวาดกลัวกับอันตรายของฝุ่น pm2.5 จนทำให้หน้ากากป้องกันฝุ่นชนิดนี้ขาดตลาด  การคาดการของผู้เชี่ยวชาญบอกว่าฝุ่น pm2.5 จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกเป็นเดือน อาจถึง 2 เดือน นั่นก็ยิ่งทำให้เกิดการตื่นตัวสุดขีด

 

แน่นอนว่าพวกเรากลัวฝุ่นตัวนี้  แต่รู้หรือเปล่าว่า สิ่งที่มันอันตรายยิ่งกว่าฝุ่นตัวนี้ก็คือควันบุหรี่  วันนี้เราก็เลยเอาตัววัดคุณภาพอากาศของ Xiaomi มาลองวัดให้ดู  ด้วยการพ่นควันเข้าไปให้กับเครื่องวัด แล้วก็รอดูผลว่ามันวัดออกมาได้เท่าไหร่ ตัวเลขน้อยคืออากาศดี ตัวเลขมากคืออากาศแย่  ไฟสีเขียวคืออากาศดี  ไฟสีแดงคืออากาศแย่  เห็นควันและเลขขึ้นไปเต็ม 600 หน่วย มันแย่สุดๆ

 

นอกจากเราจะต้องป้องกันฝุ่น pm2.5 ให้มันน้อยลง ด้วยวิธีการต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว  ลดการใช้น้ำมันดีเซล  อธิษฐานให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยฝุ่น pm2.5 ย้ายโรงงานออกนอกเมืองให้ไกลที่สุด  สิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยลด pm2.5 ได้  แต่เรายังไม่มีวิธีลดการสูบบุหรี่เลย  เราคงไม่สามารถคาดหวังจากรัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลผลิตบุหรี่ขายเอง  สุดยอดไหมล่ะ ประเทศไทย

 

เราควรกลัวควันบุหรี่ยิ่งกว่ากลัวฝุ่น pm2.5 นะครับ

 

 

คืนของ lazada อีกที

เหตุการณ์นี้ผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่เพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้บันทึกไว้ในบล๊อกก็เลยจัดการโพสท์เลย  จะได้ไม่ลืมอีก

 

สินค้าที่สั่งคือถ่านกระดุมรุ่น 1632 ซึ่งเป็นถ่านใส่นาฬิกา garmin vivo fit1 เป็นนาฬิกานับก้าวตัวแรกๆของวงการนักวิ่ง  ผมเลือกตัวนี้เพราะว่ามันไม่ต้องชาร์จ  มันใส่ถ่านกระดุมแล้วทำงานได้เป็นปีตามคำแนะนำของพนักงาน แล้วผมก็ซื้อให้ภรรยาใส่  และเมื่อผ่านไปปีกว่าๆ  ถ่านก็หมด  สรุปว่าใช้งานได้เกินปี เกินกว่าที่โฆษณาไว้ก็ถือว่าคุ้มค่า  เลยจัดการสั่งถ่านมาจากในเว็บ lazada เห็นว่าสินค้าตัวนี้ ของผู้ขายคนนี้ราคาถูกดี  ก็เลยสั่งไป

 

เมื่อสินค้ามาถึงก็พบว่า ส่งถ่านรุ่นอื่นมาแทน  มันใช้ไม่ได้ เลยจัดการคืนของ ระบุสาเหตุว่าสินค้าไม่ตรงกับที่สั่ง  ตอนรับของผมจ่ายเงินสดกับมือ  แต่ตอนคืนของแล้วจะเอาเงินคืน lazada ให้คืนเป็น wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลใน lazada เอง  เอาไปใช้ที่อื่นไม่ได้   ต้องใช้วิธีโอนจาก wallet  มาเข้าบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งจะใช้เวลาหลายวัน  บางคนเคยบ่นว่ากว่าจะได้คืนเป็นเดือนเลย  ของผมประมาณ 1 สัปดาห์ยอดเงินก็เข้าบัญชีออมทรัพย์แล้ว

ส่วนถ่าน 1632  ไม่มีขายที่เซเว่น  โฮมโปร โฮมเวิร์ค ตรงเคาเตอร์เก็บเงินที่มีถ่านหลายชนิดขายก็ไม่มีรุ่นนี้  ที่ powerbuy ก็ไม่มี สุดท้ายไปเจอในมุมขายหลอดไฟ อุปกรณ์รถยนต์ในห้างเซ็นทรัล ราคาพอๆกันกับใน lazada เลย

สรุปคือ lazada คืนของได้  คืนของง่าย ได้เงินคืน แต่ใช้วิธีคืนเป็นยอดเงินในกระเป๋า wallet ในระบบของ lazada เอง ถ้าเราจะเอาเงินคืนจริงๆต้องใช้วิธีโอนเงินจาก wallet เข้าบัญชีธนาคารของเรา

 

Screen Shot 2562-01-03 at 13.55.57

ภาพ happy new year กว่าจะได้มา

IMG_0156

 

เทศกาลจัดงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า ก็เป็นวันรวมญาติ  และเมื่อกินอิ่ม พูดคุยกันอิ่มหนำแล้ว ก็ได้เวลาถ่ายรูปหมู่  รูปนี้มีเบื้องหลังที่อยากบันทึกไว้ ว่ากว่าจะเป็นภาพนี้ใช้เทคนิคหลายชนิดรวมกัน ลองดูว่ามันมาจากความรู้เรื่องอะไรบ้าง  คนที่ไม่สนใจเรื่องเทคนิคก็ข้ามไปได้เลย  ส่วนคนที่อยากฝึกฝนให้ถ่ายภาพได้คุณภาพตามที่ต้องการเสมอในทุกๆภาพก็อ่านเล่นๆ ค่อยๆทำความเข้าใจไปได้

1  ภาพนี้แสงไฟในบ้านเป็นไฟสีเหลือง  แต่กล้องปรับตั้งค่า white balance เป็นแบบ custom ก็คือมีการตั้งค่าให้สีถูกต้องสำหรับสภาพห้องนี้  หากเราตั้งค่าในกล้องเป็น auto whitebalance ภาพจะอมเหลืองมากกว่านี้  และหากตั้งค่าเป็น tungsten ภาพก็จะอมเหลืองหนักยิ่งกว่าเดิม  สิ่งที่ดีที่สุดคือ custom whitebalance  ดูตัวอย่างวิธีการตั้งค่า

 

2  ภาพนี้ใช้ขาตั้งกล้อง   สภาพแสงในบ้านเป็นสภาพแสงที่ถือว่าน้อย  หากกล้องปรับ iso ได้ไม่สูงพอ สปีดชัตเตอร์ก็จะต่ำ  และภาพนี้ต้องการความชัดที่มากกว่าปกติ  การใช้รู้รับแสงกว้างที่สุดของเลนส์จะทำให้คนส่วนใหญ๋ไม่ชัด เพราะยืนกันคนละระนาบ  ถ้าไม่ใช้ขาตั้งกล้องในภาพนี้ ต้องดัน iso ให้สูง เพื่อให้สารมารถใช้รูรับแสงแคบได้  แต่การใช้ขาตั้งกล้องจะมีข้อดีมากกว่า  เพราะจะช่วยให้องค์ประกอบภาพเป็นอย่างที่ต้องการ คือไม่เอียงและถ่ายภาพได้ไม่สั่น

 

3 ภาพนี้ใช้รูรับแสงแคบที่ f8 ทั้งๆที่เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ f4 การถ่ายภาพหมู่ควรจะตั้งค่าให้รูรับแสงเล็กเพียงพอที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ในภาพมีความชัดเจน โฟกัสที่กลางภาพแล้วเลือกรูรับแสงแคบไว้  แต่ภาพนี้เด็กอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าและมีโผล่หน้าเข้ามาหากล้องเลยไม่ชัดเท่าที่ควร

 

4 ใช้รีโมทชัตเตอร์  ซึ่งกล้องรุ่น eos 6d สามารถตั้งค่าให้สั่งกดชัตเตอร์ผ่าน app ได้  การหัดเรียนรู้การใช้ app ในการสั่งการกล้องต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสัก 30 นาที  เพื่อให้รู้ว่าเราสั่งอะไรผ่าน app ได้บ้าง  หากยังไม่เคยใช้  และไปกดมั่วหน้างาน รับรองได้มั่วแล้วเสียงาน  หัดไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ภาพเป็นไปตามที่ตั้งใจได้

5 ใช้การชดเชยแสง +1ev  การถ่ายภาพโทนสีอ่อนจะมีผลทำให้การวัดแสงของกล้องปรับตัวเองเพื่อรับแสงน้อยลง จะมีผลทำให้ภาพดูมืดกว่าความเป็นจริง อะไรที่เป็นสีขาวจะดูเป็นสีเทา  กำแพงบ้านเป็นสีขาวและสีเสื้อคนส่วนใหญ๋ในภาพเป็นโทนอ่อน  วัดแสงพอดีก็ได้ภาพหน้าดำกว่าปกติแน่นอน  ดังนั้นการชดเชยแสงให้กล้องรับแสงมากขึ้นอีก 1 สต๊อป หรือ +1ev ก็จะช่วยให้ภาพสว่างขึ้น สิ่งที่ควรขาวก็จะขาวอย่างที่ควรจะเป็น

 

วิธีคิดแบบนี้จะมาโดยอัตโนมัติเพื่อเหตุการณ์นี้อยู่ในมือช่างภาพที่มีประสบการณ์การถ่ายมามากพอ  คือมีประสบการณ์การถ่ายที่ผิดพลาดมาแล้ว เคยได้ภาพแย่  เคยได้ภาพเสีย เคยได้ภาพไม่น่าดูมาแล้ว  ดังนั้นคำว่าผิดเป็นครูเป็นหนทางที่จะพัฒนาฝีมือการถ่ายภาพให้มีข้อผิดพลาดน้อยลง

 

ข้อมูลการถ่ายภาพหมู่ ปีใหม่ 31dec2018b

6 เดือน 4 cm

ความสูงของขอบฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 4 ซม. ในเวลา 6 เดือน  นับจากวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ถึง วันที่ 28 ธันวาคม 2561 ตามขีดที่ฝาผนัง  ในภาพนี้มีการวัดความสูง วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ด้วย ซึ่งเป็นความสูงที่ห่างจากการวัดตอน 31 พฤษภาคม 2561 ค่อยข้างเยอะ  นั่นอาจจะเป็นเพราะการวัดผิดพลาด

 

ความสูง ส่วนสูง ขอบฟ้า

 

gmail เต็ม google drive เต็ม ทำยังไงดี

Screen Shot 2561-12-17 at 10.43.54

gmail เป็นบริการฟรีที่ให้พื้นที่อีเมลมหาศาล ไม่น่าจะมีใครที่ใช้อีเมลแล้วหมดได้ง่ายๆ  แต่ผมก็ใช้จนหมด  บริการฟรีของ gmail จะให้พื้นที่เท่าไหร่ผมลืมไปแล้ว อาจจะ 10g หรือ 25g แต่ผมก็ใช้เกินไปนานแล้วหลายปี ตอนที่เต็มรอบแรก ผมก็จะมีปัญหารับอีเมลใหม่ไม่ได้ทำให้เสียลูกค้า เสียงานไปพอสมควร

 

การแก้ไข gmail เต็มในครั้งแรก ผมใช้วิธีจ่ายเงินเดือนละ 2 เหรียญ เพื่อเพิ่มพื้นที่เป็น  100g และก็ใช้ได้ราบลื่นมาประมาณ 3 ปี  แต่ล่าสุด gmail ผมเต็มอีกครั้ง  ระบบรายงานว่า gmail หรือ drive ของผมมีอีเมลประมาณ 68gb และมีภาพอยู่ 38gb  ก็คือล้นโควต้าไปแล้ว  การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผมก็คือ ตามลบสิ่งที่เป็นไฟล์ใหญ่จากการฝากไฟล์ ส่งไฟล์ รับไฟล์อาร์ตเวิร์คสิ่งพิมพ์ต่างๆ ลูกค้าบางคนทำไฟล์ส่งโรงพิมพ์ 1gb 2gb การตามลบก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง  แต่ไม่นานก็เต็มอีก

 

เหตุที่เต็มจริงๆมาจากภาพจากมือถือที่มีระบบ auto upload ของ android ที่ค่อยอัพภาพเข้าไปใน google drive ของเราอยู่เรื่อยๆ  พื้นที่ gmail ของเราจะมี google drive  google photo gmail ที่ใช้พื้นที่มหาศาล  และ google photo ก็มีภาพเพิ่มเข้าไปทุกวัน  ยิ่งเราใช้มือถือถ่ายภาพบ่อยแค่ไหน google photo ก็จะเต็มเร็วมากยิ่งขึ้น และเมื่อเต็มก็ทำให้ gmail  ใช้ไม่ได้

 

Screen Shot 2561-12-17 at 10.55.19

 

วิธีแก้ปัญหาพื้นที่เต็มแบบตรงไปตรงมาคือจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งทางเลือกนี้ผมยังไม่อยากทำ เพราะรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายสเต็ปต่อไปจากเดือนละ 2 เหรียญ หรือ 70 บาท จะกลายเป็นเดือนละ 350 บาท เท่ากับปีละ 4200 บาทเลย  ตรงนี้ผมรู้สึกว่าแพงเกินไป  เพราะมันไม่ได้จ่ายครั้งเดียว แต่ปีละ 4200 บาท มันแพงพอๆกับการซื้อฮาร์ดดิสก์ external ปีละ 1 ตัวเลย  ซึ่งผมคิดว่าถ้าผมจ่ายเงินระดับหลายพันบาท ผมควรมีฮาร์ดแวร์บางอย่างเก็บภาพไว้ในบ้านด้วย  แม้ว่าการเก็บบน cloud จะสะดวกและปลอดภัยมากกว่าก็ตาม

 

 

Screen Shot 2561-12-17 at 09.08.31

ถ้าเราไม่จ่ายเงินเพิ่ม google  ก็เสนอวิธีการเพิ่มพื้นที่ด้วยการกระทำบางอย่าง เช่นการลบไฟล์ หรืออีกอ็อพชั่นหนึ่งที่เจ๋งมากที่ผมเพิ่งรู้ก็คือ การบีบอัดภาพลงเล็กน้อย  ก็จะทำให้เหลือพื้นที่เพิ่มขึ้น  ให้กดเข้าไปที่ google photo ในลิงค์ที่ทาง google ให้ไว้ แล้วเข้าไป setting

Screen Shot 2561-12-17 at 11.51.23

ในส่วนการตั้งค่า ให้เลือก คุณภาพสูง  โดยภาพจะมีคุณภาพที่สูงอยู่แต่ขนาดไฟล์เล็กลง ผมก็เลยลองเลือกอ๊อพชั่นนี้ ซึ่งภาพที่อยู่ใน google photo ที่มันเพิ่มขึ้นตามภาพในมือถือผมไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว จะบีบไฟล์ให้เล็กลงบ้างก็ไม่เป็นไร ก็เลยตัดสินใจทำ และเมื่อผ่านไป 1 ชม.  พื้นที่ว่างก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 37.9gb เท่านั้น ผลก็คือเหลือพื้นที่ว่างอีกเพียบเลย

Screen Shot 2561-12-17 at 11.07.19

 

ภาพใน google photo เป็นภาพที่ผมไม่หวง จะคุณภาพลดลงหรือหายไปบางภาพ ผมก็ยอมรับได้ เพราะภาพที่ผมหวงจะเก็บไว้ในบ้าน เก็บไว้ใน external hardrive ที่ผมเตรียมไว้อยู่แล้ว และผมวางแผนการซื้อ external drive ปีเว้นปีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันทุกภาพที่ผมหวงผมก็จะมีแบ็คอัพไว้ที่ online ใน flickr.com ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บภาพที่ผมจ่ายเงินแล้วแล้วปีละ 1400 บาท  เพื่อจะเก็บภาพได้ 1T หรือ 1000gb  นั่นหมายความว่า ผมมีค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล onlineอยู่แล้ว คือ flickr 1400บาท + google 840 บาท แค่นี้ก็เยอะพอสมควรแล้ว

 

การแบ็คอัพข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็น เพราะข้อมูลธุรกิจเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ส่วนภาพถ่ายก็มีทั้งภาพส่วนตัว ภาพที่ใช้ทำธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแล  แต่การแบ็คอัพทุกอย่าง ทุกบิท ทุกลมหายใจ เป็นเรื่องที่ใช้เงินจำนวนมาก  การตัดสินใจเก็บแค่บางอย่าง การละเลยข้อมูลบางอย่าง หรือ ยอมให้มีข้อมูลที่สูญหายได้บางอย่าง จะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมหาศาล