การฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คและยิ่งมีการส่งหนังและเพลงด้วยระบบสตรีมมาทางอินเทอเน็ตยิ่งทำให้การใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อเสพสื่อบันเทิงต่างๆเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก หูฟังได้รับความนิยมมาก่อนเพื่อนเพื่ออัพเกรดเสียง และอุปกรณ์ชิ้นถัดมาที่ได้รับการซื้อมาอัพเกรดคุณภาพเสียงก็จะเป็น Dac ซึ่งบางครั้งก็เป็น Dac-Amp ที่เป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกและอาจจะมีการเพิ่มภาคขยายเสียงสำหรับหูฟังมาด้วย
SMSL R1 เป็น Dac-Amp ในกลุ่มเครื่องเสียงตั้งโต๊ะขนาดกระทัดรัด ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้รู้สึกเหมือนจะออกแบบให้พกพาติดกระเป๋าไปด้วย หน้าตาเครื่องแปลงสัญญาณเสียงตัวนี้มาในแนวเหลี่ยมบึกบึนดูแข็งแรง ปุ่มกดและปุ่มหมุนรวมถึงปุ่มเลื่อนแบบสไลด์ก็ทำมาอย่างประณีต ให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ด้านหน้าจะมีไฟแสดงสถานะระดับเสียงของสัญญาณเพลง เป็นไฟวิ่งขึ้นลงดูคลาสิคมาก มีไฟสถานะเป็นจุดแสดงสถานะของ EQ ที่เลือกใช้ 4 ระดับ มีไฟสถานะของ input 3 ตำแหน่ง มีแถบเลื่อนปรับระดับเสียงไมโครโฟน มีแถบเลื่อนปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมแยกกัน มีปุ่มกด 2 ปุ่มด้านหน้า เป็นปุ่มเลือก EQ และปุ่มเลือก input และมีวอลลุ่มขนาดใหญ่วางเด่นอยู่ด้านขวาล่าง น้ำหนักการหมุนเบามือมาก
ด้นบนของตัวเครื่องจะเป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณขาเข้าหรือ input 3 ชนิด ได้แก่
1 ช่อง usb-c
2 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบแสง หรือ optical ขั้วต่อแบบ Toslink
3 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบ Coaxcial
และยังมีช่องสัญญาณขาออกเป็น RCA ที่เป็น Pre-out 1 คู่ และมีช่อง usb-c ที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับไฟเลี้ยงแต่เพียงอย่างเดียวแยกมาอีก 1 ช่องด้วย
ด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 2 ชนิด ช่องแรกเป็นแบบสเตอริโอ 3.5มม. และช่องที่2เป็นแบบ 4.4มม. สำหรับเสียบหูฟังชนิดบาลานซ์ มีช่องเสียบไมค์ 1 ช่องแบบ 3.5มม. ในกล่องจะมีสาย usb-c แถมมาให้ 1 เส้น และมีสาย y รวมสัญญาณไมค์3.5มม.และหูฟัง3.5มม. เป็นช่องชนิด 3.5มม.แบบ TRRS อีก 1 เส้น เพื่อใช้กับหูฟังพร้อมไมค์ที่แจ็คเสียบเป็นแบบ 3 ขีด
สเป็คทางไฟฟ้า
| Product type | DAC and headphone amplifier |
| DAC | ES9018K2M |
| USB interface | XMOS XU316 |
| Inputs | 1x USB-C 1x Toslink optical 1x Coaxial |
| Outputs | 1x 3.5mm single-ended headphone jack output 1x 4.4mm balanced jack output 1x RCA line output |
| Other connectors | 3.5mm Microphone Jack |
| Supported sample rates | PCM 32bit 768kHz, DSD512 |
| Line output level | 1.5Vrms |
| THD+N (non-weighted) | 0.009% (-80dB) |
| Dynamic range (non-weighted) | 98dB |
| SNR (non-weighted) | 98dB |
| Channel separation | 95dB |
| Headphone impedance | 32 ohms |
| Headphone output power | 120mW @ 32 ohms |
| Bass and treble adjustment | -9dB/+9dB |
สเป็คทางไฟฟ้าบอกให้เรารู้เป็นแนวทางว่าแอมป์หูฟังใน R1 นี้มีพละกำลังประมาณระดับกลาง สามารถใช้กับหูฟังทั่วไปได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียงเบา เรื่องความเพี้ยนหรืออัตราส่วนสัญญาณรบกวนค่อนข้างต่ำกว่าความเป็น Hi-res คือเหมือนเป็นสเป็คความเพี้ยนของเครื่องเล่นซีดีทั่วไปทั้งที่ตัว Dac แปลงสัญญาณมีความสามารถสูง มีความเพี้ยนต่ำมาก และมีวงจรลด jitter ในชิพ Dac เสียด้วยซ้ำ ให้เดาตรงนี้ก็จะเดาว่าภาค Pre-out อาจจะมีคุณภาพสูง แต่ภาคขยายเสียงหูฟังอาจจะใช้อุปกรณ์และวงจรเกรดธรรมดา เพราะราคาขายของ R1 ทั้งตัวถือว่าไม่แพงเลย แต่อย่างไรก็ควรจะต้องทดลองฟังจริงๆและลองฟังในระยะเวลาที่ยาวนานสักหน่อย
ฟังชั่นการเลือกปรับ EQ เป็นลูกเล่นที่น่าใช้งาน EQ1 ตำแหน่งแรกน่าจะเป็นแบบ flat ส่วนตำแหน่งที่ 2 3 4 ก็จะเพิ่มเบส เพิ่มแหลมไปอีกเล็กน้อย เสียงจะหนาขึ้น ใสขึ้นอีกทีละนิดตามลำดับ ส่วนสไลด์ปรับทุ้มแหลมก็มีการยกเสียงแหลมที่ไม่มากเกินไป ทำให้เสียงร้องมีประกายมากขึ้น ปรับแล้วเสียงโทนสูงมีความชัดเจนขึ้น ส่วนสไลด์ที่ปรับเสียงทุ้มก็ทำให้เสียงมีความฉ่ำหนามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เน้นปริมาณมากเกินไป เราเลือกปรับเพื่อให้ถูกใจได้หากใช้ฟังเพลงที่บันทึกมาไม่สมบูรณ์
อุปกรณ์ร่วมทดสอบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ Handheld pc Msi Claw
Usb-C Hub
หูฟัง AKG K701 และ Hifiman He400se
สาย usb-c ใช้สายแถมมาในกล่อง
คุณภาพเสียง
R1 ให้เสียงที่คมชัด พื้นหลังสงัดตามสไตล์เครื่องเสียงที่ออกแบบระบบไฟฟ้ามาดี ใช้กับหูฟังความไวปานกลางก็ยังไม่ได้ยินเสียงรบกวนหรือ noise floor ยิ่งหากใช้กับหูฟังที่ความไวต่ำก็จะยิ่งให้เสียงสงัดมากขึ้น หูฟังอย่าง AKG K701 เป็นหูฟังที่ความไวต่ำ เสียบตรงที่ช่องหูฟัง 3.5mm ก็ให้ความสงัดไร้เสียงรบกวนเลย แต่ K701 ต้องการภาคขยายที่มีพละกำลังสูงเพื่อผลักด้นไดรเวอร์จะรู้สึกว่ากำลังขับของภาคแอมป์หูฟังน้อยไปหน่อย
เสียงเพลงที่ใช้ทดลองฟังเป็นประจำค่อยๆเปิดไล่ทีละเพลง สัมผัสได้ว่า เสียงกลางยังไม่เปิดมากเท่ากับแอมป์หูฟังที่ทำใช้เอง เพราะว่ากำลังขับของแอมป์ DIY นั้นสูงกว่า R1 จะต้องอาศัยการเลื่อนสไลด์ปรับเสียงแหลมให้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงจะได้คุณภาพเสียงที่พอใจ เสียงสูงจะมีประกาย มีความสดใสมากขึ้น แต่หากเราไม่อยากเลื่อนแถบสไลด์ เราอาจจะใช้วิธีปรับปุ่ม EQ ก็ได้ ปุ่มกดที่เลือกใช้ EQ ที่สองก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมี Loundness เพิ่มเสียงทุ้มและแหลมเล็กน้อย เท่านี้เสียงย่านสูงก็น่าฟังแล้ว
EQ ตำแหน่งที่ 1 คาดว่าจะเป็นเสียง flat ส่วน EQ ตำแหน่งที่2 จะเพิ่มเบสและแหลมเล็กน้อย ตำแหน่งนี้ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้กับ AKG K701 ได้ดี โดยเฉพาะตอนฟังเพลงในระดับเสียงเบาๆเพื่อให้ไม่รบกวนสมาธิการทำงานอื่นๆหน้าคอมพิวเตอร์ แต่หากมีนิสัยฟังเพลงเสียงดัง การเพิ่ม EQ ตำแหน่ง2 อาจจะรู้สึกว่าเพิ่มเสียงเบสเยอะเกินไป ตอนฟังที่ระดับเสียงดังจึงเลือกกลับไปเป็น EQ ตำแหน่ง1
พอลองกับหูฟัง Hifiman he400se รู้สึกว่าเบสมีเยอะพอตัวอยู่แล้ว ฟังเสียงแบบ flat บนเครื่อง R1 คือให้เสียงที่พอดีเลย แต่เสียงกลางจาก K701 จะเด่นกว่า
พบว่ามีเสียงแปลกปลอมบางอย่างหลุดเข้าไปเป็นเสียงซิกๆ นานๆครั้งจะเป็นสักที บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นเสียงpop หรืออาจจะเรียกว่าเสียงสัญญาณรบกวนที่ดังขึ้นมาแบบแรนด้อม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ก็คิดไปก่อนว่าอาจจะเป็นที่วิธีการต่อที่ผมต่อ R1 ไว้บน usb-hub เพราะเครื่องเล่นเกมส์ handheld มีพอร์ตให้เชื่อมต่อจำกัดเพียง usb-c ช่องเดียว ก็เลยต้องใช้ hub มาต่อที่ช่องนี้ แล้วแปลงเป็นพอร์ต usb-A หลายพอร์ต เพื่อใช้พอร์ตไปต่อกับ อุปกรณ์อย่างเม้าส์ ซาวด์การ์ด คีย์บอร์ด และ external hd ซึ่งตัวฮาร์ดดิสก์แบบเสียบปลั๊กก็จะมี hub อยู่ในตัวอีก 2 ช่อง เลยเอา R1 ไปต่อที่ช่อง usb-c บน external
ทดลองถอดสาย usb ไปเสียบที่ Hub ที่ต่อตรงกับคอมฯ ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ยังคงมีเสียงรบกวนออกมาแบบนานๆที แต่รู้สึกว่าน้อยลง อาการเสียงป๊อปหรือปุดผมเดาว่าจะเป็นที่ภาครับ usb ของ SMSL R1 จะไม่ค่อยดี หรือไม่ก็สายไม่ดี ถ้าเป็นเรื่องของฝั่งฮาร์ดแวร์เหมือนตัวรับจะเรียงสัญญาณดิจิทัลไม่เนียน อาจจะมีการแปลงค่าที่ไม่ลงตัวแล้วมีการปัดเศษ ทำให้มีเสียงรบกวนหลุดออกมา อย่างเช่น ระบบปฏิบัติการวินโดส์ที่มักจะมีค่า Sampling Rate ที่ระดับ 48KHz เป็นค่าเริ่มต้น แต่กับไฟล์เพลงดิจิทัลที่ Rip ออกมาจากแผ่นซีดี รวมถึงไฟล์ Mp3 ก็มักจะมีค่า Sampling rate เป็นค่า 44.1 KHz ซึ่งตัวเลขที่ต่างกันทำให้ตัวคอมพิวเตอร์จะต้องมีการแปลงค่าดิจิทัลก่อนนำไปส่งต่อภาคแปลงสัญญาณภายนอก และภาคแปลงสัญญาณที่มารับช่วงผมก็หาข้อมูลไม่ได้ว่าตัวเครื่องมันรับสัญญาณเป็น native ด้วย sampling rate เท่าใด การรับส่งที่ไม่พอดีกันก็จะมีปัญหาเสียงรบกวนผลุบโผล่ได้
ทดลองใช้ช่อง Pre-out ไปต่อกับแอมป์หูฟังโดยตรง เลิกใช้แอมป์ในตัว R1 ก็พบกว่าสัญญาณ pop น้อยลง ไมได้มาถี่ๆเหมือนเดิม อาจะเป็นที่ระบบกราวน์ของเครื่องคอมฯและ R1 มีปัญหาก็ได้ และที่ยังสงสัยอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ยังไม่ได้ทดลองช่อง Digital input เพราะยังหาเครื่องเล่นที่ปล่อยสัญญาณเสียงดิจิทัลมาร่วมทดสอบไม่ได้
สรุป อย่าซื้อ สัญญาณรบกวนที่ผลุบโผล่ส่งเสียงให้ได้ยินเหมือนสัญญาณช็อตเล็กๆน้อยๆ นานๆมาที แต่มาเรื่อยๆ เราไม่สามารถฟังเพลงได้อย่างสบายใจตลอดเพลงเลย ยิ่งใช้ฟังกับเพลงออดิโอไฟล์ที่โน้ตเสียงปกคลุมยาวๆต่อเนื่องมันสะดุดแล้วรู้สึกทันที มันเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาดีแต่คุณภาพไม่ผ่าน ถ้ามีการแก้ไขเฟิร์มแวร์ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้