ความสนุกกับการใช้กล้อง mirrorless ยุคใหม่ Sony ZV-1F

จากการฝึกฝนถ่ายรูปมาเกินกว่า 20 ปี กล้องตัวแรกที่ผมใช้เรียนรู้คือกล้องฟิล์ม ซึ่งในวันนั้นเราจะต้องศึกษาเรื่องการวัดแสง ต้องเรียนรู้คำว่าชดเชยแสง ต้องหัดโฟกัสให้ชัด ต้องวัดแสงพอดี ต้องระวังเรื่องความเร็วชัตเตอร์อย่าให้ต่ำเกินไป ต้องหัดใช้งานแฟลช ต้องเรียนรู้เรื่องการชดเชยแสงแฟลชด้วย และนอกเหนือไปจากความรู้ทางเทคนิคเหล่านี้แล้ว เรื่ององค์ประกอบภาพ ความสวยงามทางศิลปะก็ต้องเรียนรู้ด้วย

1719843686273-01
IMG_20240331_220409

ผ่านจากกล้องฟิล์ม ก็เข้าสู่ยุคของกล้องดิจิทัล ช่างภาพที่ฝึกฝนการใช้งานกล้องฟิล์มชนิด SLR มาอย่างจริงจัง ช่างภาพอาชีพที่รับงาน ต่างก็เพิ่มกล้องดิจิทัลอย่าง DSLR เข้าสู่การทำงาน กล้อง DSLR มีวิธีใช้และวิธีคิดเหมือนกล้องฟิล์ม ทักษะที่จำเป็นในการใช้งานกล้องดิจิทัลที่จริงจังก็ยังคงต้องเข้าใจการวัดแสง ชดเชยแสง เรายังคงต้องระวังการถ่ายภาพวัตถุสีขาว เพราะภาพอาจจะออกมามืดเกินไปเหมือนการถ่ายด้วยฟิล์ม ระวังเรื่องการถ่ายภาพย้อนแสง เพื่อไม่ให้ภาพมืดจากการวัดแสงผิดพลาด แต่กล้องดิจิทัลก็พัฒนาเร็วมาก เราสามารถตั้งค่า iso ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ความไวชัตเตอร์สูงเพียงพอที่จะถ่ายภาพโดยไม่ให้ภาพสั่น เป็นข้อดีที่เด่นชัดมากเมื่อเทียบกับกล้องฟิล์มที่มีค่าความไวแสงของฟิล์มคงที่ ถ้าเราใช้ฟิล์มความไวแสงต่ำเพื่อความละเอียดของเนื้อภาพ ก็ต้องถ่ายแบบระวังกล้องสั่นจากความไวชัตเตอร์ที่อาจจะน้อยเกินไปตลอดทุกภาพ กล้องดิจิทัลที่ตั้งค่า iso ได้สูงมากทำให้เราจะสามารถถ่ายภาพได้เกือบจะไม่ผิดพลาดเลยหากเราเข้าใจวิธีการตั้งค่ากล้องถ่ายภาพและมีความรู้พื้นฐานอย่างถูกต้อง กล้องดิจิทัลยุคแรกทำความไวแสงไว้ไม่มากแต่ก็สูงเท่ากับฟิล์มไวแสงที่มากที่สุดแล้ว ขณะที่กล้องในยุคปัจจุบันสามารถตั้งค่าความไวแสงได้สูงทะลุฟ้า ซึ่งแทบจะทำให้ถ่ายภาพได้ทุกความสว่างที่ตาคนเราจะมองเห็นได้

DSC01602

เทคโนโยลีการโฟกัสภาพก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด การจับโฟกัสวัตถุแม่นยำ กล้องดิจิทัลในปัจจุบันรู้จักวัตถุต่างๆ สามารถโฟกัสติดตามได้แทบจะทุกสิ่งในโลก กล้องรู้จักตัวคน หน้าคน ดวงตาของคน บางรุ่นพัฒนาไปถึงรู้จักสัตว์ ดวงตาสัตว์ รู้จักวัตถุอย่างรถยนต์ จักรยาน ทุกสิ่งที่มีโอกาสถูกถ่ายภาพกล้องดิจิทัลจะมีความสามารถในการรับรู้ว่ามันกำลังถ่ายภาพวัตถุชนิดใดอยู่

1722432860704-01

มาถึงยุค Mirrorless ที่พัฒนาต่อจาก DSLR กล้องเริ่มมีความสามารถสูงขึ้นไปอีก สามารถถ่ายภาพวิดีโอได้อย่างดี ความสามารถของฮาร์ดแวร์ที่รับค่าแสงได้ทุกระดับ การประมวลผลที่ฉลาด ช่างภาพเริ่มไม่ต้องระวังการวัดแสงแล้ว เพราะกล้องมีความสามารถในการเก็บภาพได้ในทุกสภาพแสงที่ตาเห็น และที่น่าตื่นเต้นจนต้องบันทึกไว้ในโพสท์นี้ก็คือ การถ่ายภาพวัตถุสีขาวกล้องสามารถเข้าใจสีและให้ค่าการวัดแสงที่พอดีกับสีขาว ทำให้เราไม่ต้องชดเชยแสงอีกในตอนที่เราถ่ายภาพวัตถุสีอ่อน ดูภาพตัวอย่างที่เป็นถ้วยสีขาว อาหารในถ้วยเป็นสีขาว โต๊ะสีขาว ภาพเหล่านี้ปกติจะทำให้กล้องฟิล์มและกล้อง DSLR วัดแสงผิดมานักต่อนัก แต่กล้องรุ่นใหม่ แบบ Mirrorless กลับให้ค่าการวัดแสงที่พอดี

DSC01633

นอกจากจะไม่ถูกหลอกด้วยค่าความสว่างของสีขาวแล้ว เรื่องความเร็วชัตเตอร็ที่จะทำให้ภาพไม่สั่นก็ปรับสูงขึ้นโดยมีการตั้งค่า iso ให้อัตโนมัติ ความผิดพลาดในยุคของ mirrorless แทบจะเป็นศูนย์เลย มันจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของช่างภาพวัยเก๋าที่ผ่านการเรียนรู้มายาวนาน ตื่นเต้นเพราะต่อไปนี้แทบไม่ต้องระวังสิ่งที่จะทำให้ภาพมีคุณภาพต่ำแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาทำงานและตรวจสอบหลายๆๅเรื่องอย่างการตั้งค่าแสง ความไวชัตเตอร์ และรูรับแสงของเลนส์

ไม่ใช่แค่การเป็นกล้องยุคใหม่ แต่การออกแบบของ ZV-1F ยังเน้นไปที่การออกแบบให้เล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา เลือกใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวเพื่อให้กล้องมีขนาดเล็กแต่ยังคงมีคุณภาพของภาพที่สูงลิบอยู่ การทำให้ช่างภาพรู้สึกว่ากล้องไม่เป็นภาระในการพกพา และไม่รู้สึกยุ่งยากในการหยิบออกมาถ่าย เหตุผลเหล่านี้จะทำให้กล้องถูกใช้งานได้บ่อย และทำให้ได้ภาพ ก็จะมีโอกาสเกิดเป็นภาพที่ดี

ระบบวิดีโอที่พัฒนามาอย่างดีทำให้ ZV-1F เป็นกล้องวิดีโอที่ให้คุณภาพสูงกว่าการถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ กล้องสามารถโฟกัสติดตามวัตถุในภาพได้แม่นยำ มีระบบการวัดแสงที่ฉลาดและแน่นอน และปรับโทนสีภาพที่เลือกใช้ได้เหมือนภาพนิ่ง ทำให้เราได้ภาพวิดีโอที่พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องปรับแต่งสีในขั้นตอนการตัดต่อ ทำให้เจ้าของกล้องลดเวลาการทำงานลงได้ ผลคือจะทำให้มีคลิปไปใช้งานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

เคยมีคนพูดไว้ว่า กล้องที่ดีคือกล้องที่อยู่ในมือ ประโยคนี้เป็นจริงสำหรับช่างภาพทุกคน และกล้องตัวเล็กกระทัดรัดความสามารถสูงอย่าง ZV-1F ก็ทำให้ประโยคพูดนี้เป็นจริงยิ่งขึ้น เราแค่พกกล้องที่ถูกใจสักตัวออกไปทำงาน ไปเที่ยว ไปกิน ไปเปิดหูเปิดตา แล้วเราก็จะได้ภาพได้คลิปที่นำกลับมาใช้งานได้ จะเขียนบทความเป็น Blog หรือจะบันทึกคลิปทำ Vlog เครื่องมืออย่าง ZV-1F ก็ตอบสนองได้จริงๆ

dpp-IMG_9999

เปรียบเทียบสัดส่วนคลิปวิดีโอจาก TCL 40nxtpaper

ภาพถ่ายจากอดีตถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคฟิล์มจนถึงยุคกล้องดิจิทัล สัดส่วนภาพจะอยู่ที่ขนาด 2:3 เสมอ เพราะเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ฟิล์มถ่ายภาพจะมีขนาดภาพ 24x36mm เมื่อทำกล้องดิจิทัลในยุคใหม่ก็จะต้องมีสัดส่วนภาพ 2:3 ให้เลือกใช้ และเมื่ออัดภาพเป็นกระดาษ สมัยก่อนก็มีขนาดภาพ 4×6 นิ้ว เป็นขนาดมาตรฐานของร้านถ่ายรูป ในยุคสมัยดิจิทัล กระดาษพิมพ์ภาพถ่ายก็จะมีขนาดที่วางขายเป็น 4×6นิ้ว

แต่ก็มีบางภาพที่มีเนื้อหาในแนวกว้างมากกว่าแนวสูงค่อนข้างมาก อย่างเช่นภาพวิว ภาพแนวพาโนราม่าจึงเกิดขึ้น สัดส่วนภาพจะกว้างมาก ประกอบกับจอภาพคอมพิวเตอร์ก็มักจะมีสัดส่วนที่กว้าง ส่วนจอโทรศัพท์มือถือเมื่อพลิกเป็นแนวนอนก็จะมีความกว้างมาก สัดส่วนจะยาวขึ้นเรื่อยๆ มีความเป็นพาโนราม่ามากขึ้น ภาพทิวทัศน์ ภาพสถานที่ธรรมชาติ ก็มักจะดูสวยขึ้นหากลองจัดองค์ประกอบภาพแบบจอกว้าง ทำให้การถ่ายภาพพาโนราม่าได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักถ่ายภาพ

ภาพพาโนราม่ามีสัดส่วนความสูงต่อความยาวหลายสัดส่วน สัดส่วนที่ดูสวยงามสำหรับผมคือ 1:2.7 หรือ เท่ากับสัดส่วนของภาพจากกล้อง xpan ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มที่ออกจำนายเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตัวกล้องมีขนาดห้องฟิล์ม 24×65 mm ซึ่งเป็นสัดส่วนภาพจอกว้างแบบหนึ่งที่ดูสบายตา และดูเหมาะสมกับภาพนิ่ง แต่ในยุคสมัยของกล้องดิจิทัลเราก็มีระบบการถ่ายภาพพาโนราม่าในหลายสัดส่วน แต่ก็ยังไม่มีระบบที่ให้ภาพ 1:2.7 เสียที ยกเว้นกล้อง Fuji Gfx ที่มีสัดส่วน 65:24 หรือ 24:65 ให้เลือกใช้ตอนถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะในอดีต กล้อง xpan ก็คือกล้องที่ผลิตโดย Fuji นั่นเอง การมีสัดส่วน xpan ให้ใช้ในกล้องดิจิทัลยี่ห้อ Fuji จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ไม่ได้มีในทุกรุ่น จะมีแค่รุ่นสูงระดับท๊อปเท่านั้นที่มี

DSC01165
ภาพพาโนราม่าสัดส่วน 24×65 หรือแบบ xpan ปรับจากกล้องดิจิทัลทั่วไปที่ให้ภาพ 2:3

ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอจะนิยมถ่ายทำแบบจอกว้างมานานแล้ว แต่โดยมากก็จะเป็นสัดส่วน 16:9 หรือ 1:1.77 ซึ่งยังไม่กว้างมากเมื่อเทียบกับภาพนิ่งแบบพาโนราม่า แต่ก็มีสัดส่วนอื่นๆที่เริ่มเป็นที่นิยมอย่างเช่น 1:2.3 กับ 1:2.39 ที่มักจะเจอในหนังที่ฉายในโรงภาพยนต์ ส่วนมากจะเป็นการตัดส่วนบนและส่วนล่างของภาพ เพื่อให้ภาพดูมีความยาวมากขึ้น หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเลนส์ anamorphic ที่เอาไว้ยืดภาพจากต้นฉบับ 4:3 ยืดจนเป็น 2.3:1 แต่การใช้อุปกรณ์เสริมช่วยนี้ก็จะทำให้เราต้องใช้โปรแกรมตัดต่อเพื่อแปลงคลิปวิดีโอให้ได้สัดส่วนที่ต้องการ นั่นคือต้องมีการทำงานเพิ่มเติมในส่วนของการใช้ซอร์ฟแวร์ตัดต่ออีกครั้งก่อนจะได้ไฟล์ที่ต้องการ

โทรศัพท์มือถือก็เริ่มมีสัดส่วนภาพวิดีโอแบบกว้างให้ใช้ และในปี 2024 โทรศัพท์บางรุ่นก็มีความสามารถถ่ายคลิปวิดีโอจอกว้างในสัดส่วนที่ถูกใจ นั่นคือ TCL รุ่น 40nxtpaper ที่ให้ภาพคลิปวิดีโอมุมกว้างแบบพาโนราม่า พื้นที่แสดงผลภาพมีสัดส่วนใกล้เคียง 1:2.7 นั่นก็ทำให้อนุมานได้ว่า เราสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยสัดส่วนภาพแบบเดียวกับกล้อง xpan ได้แล้ว แม้จะเป็นการคร็อปภาพด้านบนและล่างออกไปก็ยังถือว่าทำได้ดี เพราะเราได้ไฟล์ภาพที่มีสัดส่วนที่ต้องการจากการถ่ายคลิปเลย ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมตัดต่อใดๆอีก

ภาพคลิปวิดีโอแบบภาพยนต์ที่ 40nxtpaper บันทึกให้

3 สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก

กาลครั้งหนึ่ง คนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสัตว์ป่า ต้องอาศัยและหาอาหารในพื้นที่ธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตรอบตัวก็มีช้าง ม้า วัว ควาย กวาง สิงโต และสัตว์ป่าอีกมากมาย วันหนึ่งมีคนเดินทางด้วยเรือ และไปพบว่ามีปลาตัวใหญ่ยักษ์อยู่ในทะเล การจะเล่าเรื่องบอกว่าโลกเรามีปลาตัวใหญ่กว่าช้างหลายตัวรวมกันและปลาตัวนี้ปากกว้างมากน่าจะกินช้างได้ด้วยคำเดียวหมด การค้นพบแบบนี้คงจะถูกเล่าและบอกต่อกันในครอบครัว แต่การค้นพบนี้จะไม่ถูกรับรู้จากคนที่ห่างไกลเลย ยิ่งอยู่คนละพื้นที่ คนละภูมิประเทศ หรือ คนละซีกโลก ก็อาจจะไม่สามารถรู้เรื่องเล่านี้เลย และในที่สุด คนในครอบครัวก็อาจจะแก่ตายและการค้นพบก็สูญหาย โลกเราไม่เหลือคนเคยเห็นปลาวาฬตัวยักษ์อีก

อารยธรรมของมนุษย์เกิดขึ้นมาเพียงแค่หลักไม่กี่แสนปี ขณะที่สิ่งมีชีวิตบนโลกมีมาแล้วประมาณสามพันล้านปี สิ่งหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาอย่างก้าวกระโดดก็เพราะว่ามนุษย์สามารถจดบันทึกได้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งต่อความรู้ต่างๆ คนรุ่นหลังไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ การบันทึกว่าโลกเรามีปลาตัวใหญ่กว่าช้างก็จะเกิดการส่งต่อข้อมูลนี้ ต่อให้คนค้นพบจะแก่ตายไปแล้ว ข้อมูลก็ไม่สูญหาย

การบันทึกในอดีตเกิดขึ้นบนกำแพงถ้ำ ภาพวาดในถ้ำเป็นบันทึกฉบับแรกเริ่มของมนุษย์ และเมื่อมีวิวัฒนาการมากขึ้น มนุษย์ก็เริ่มบันทึกบนแผ่นดินเหนียว บันทึกลงบนกำแพงหินที่เป็นสิ่งก่อสร้างบ้านเรือน บันทึกบนใบไม้ ต้นไม้ แผ่นไม้ และในที่สุดก็มีการสร้างกระดาษขึ้นทำให้วัสดุจดบันทึกมีความบางลง สามารถบันทึกได้มากขึ้น สามารถเขียนด้วยตัวหนังสือที่เล็กลงได้ สามารถบันทึกข้อมูลจำนวนมากให้มีรายละเอียดครบถ้วน และการบันทึกเป็นกระดาษสามารถทำเป็นเล่มได้ ทำให้การจัดเก็บสมุดบันทึกสามารถรักษาข้อมูลได้นานขึ้น และสะดวกในการหยิบมาอ่าน สามารถส่งต่อความรู้เพื่อถ่ายทอดให้กับคนรุ่นต่อไป

กระดาษจึงนับว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้การบันทึกความรู้ต่างๆของโลกเป็นไปอย่างสะดวก เป็นรูปธรรม โดยชนชาติที่เริ่มทำกระดาษเป็นชาติแรกคือประเทศจีนเมื่อประมาณห้าพันปีที่แล้ว ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญมากกับมนุษย์และเป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้โลกเราเข้าสู่การพัฒนาอย่างจริงจังได้

เมื่อการจดบันทึกเริ่มทำให้โลกเรามีหนังสือ สามารถส่งต่อความรู้จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ได้ แต่ก็ยังเป็นไปอย่างไม่เร็วนัก เพราะการคัดลอกหรือทำซ้ำหนังสือจะทำได้ช้า ความรู้จากหนังสือทั้งเล่มจะส่งต่อแค่ 1 คน การจะทำหนังสือเพิ่มขึ้นต้องคัดลอกใหม่ทั้งเล่มซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เวลามาก ในที่สุดก็มีคนคิดวิธีการพิมพ์ขึ้น โยฮันเนส กูเตนเบิร์กชาวเยอรมันคิดค้นเทคนิคการพิมพ์แบบที่เหมาะสมกับการทำเป็นอุตสาหกรรมและได้สร้างเครื่องพิมพ์ขึ้น การมีแท่นพิมพ์ทำให้หนังสือถูกทำซ้ำได้ง่ายและเร็วขึ้น ในที่สุดเราก็สามารถพิมพ์หนังสือจำนวนมากได้ในเวลาที่น้อยลงกว่าเดิม เทคโนโลยีทางการพิมพ์ทำให้สามารถส่งต่อความรู้ไปได้ในวงกว้าง เกิดการต่อยอดเพื่อสร้างความรู้ใหม่ มนุษย์สามารถพัฒนาสิ่งต่างๆได้รวดเร็วอย่างก้าวกระโดด ช่วงเวลาหลังจากโลกมีเครื่องพิมพ์จะเป็นช่วงที่มนุษย์มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในทุกด้าน เกิดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง เกิดเป็นโรงเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดีสามารถสร้างนักวิจัยจำนวนมาก การพิมพ์จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาเป็นอารยธรรมทรงภูมิปัญญา แตกต่างจากยุคสมัยของสัตว์โลกในอดีตทั้งหมด

ยังคงมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่แทรกอยู่ในการสร้างองค์ความรู้ก็คือการถ่ายภาพ ภาพถ่ายจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้บันทึกต่างๆ เรื่องเล่าทุกเรื่อง สารคดีความรู้ทุกแขนง ได้เห็นภาพประกอบเพื่อสร้างความเข้าใจที่สมบูรณ์ ภาพถ่ายเกิดขึ้นมาเกินร้อยปี มีกล้องถ่ายภาพที่ใช้งานได้ง่าย จากยุคสมัยที่ถ่ายภาพด้วยฟิล์มต้องผ่านการล้างและอัดภาพลงกระดาษก็พัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลที่ถ่ายภาพแล้วเห็นภาพทันที การถ่ายภาพมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและตอนนี้ภาพถ่ายก็เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่มนุษย์สะสมเอาไว้

สิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนโลกของเราให้ดีขึ้นคือ กระดาษที่ทำให้ข้อมูลไม่สูญหาย เทคโนโลยีทางการพิมพ์ที่ทำให้การเผยแพร่ความรู้ทำได้รวดเร็วและกระจายไปทั่วโลกได้ และสุดท้ายคือการถ่ายภาพที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของข้อมูล สามสิ่งนี้จัดว่าเป็นเครื่องมือของนักคิด นักสร้างนวัตกรรม แถมยังใช้ถ่ายทอดงานศิลปะได้ การได้เป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าภูมิใจ เพราะเราได้เป็นคนที่ช่วยส่งต่อความรู้อีกคนหนึ่งของโลกใบนี้

หาดบางเสร่ คนน้อย วิวสวย นั่งเพลิน กินอร่อย

เมื่อพูดถึงพัทยา เราก็มักจะนึกถึงทะเล สวนน้ำ ร้านอาหาร และการเดินทางแสนสะดวก แต่เมื่อไปถึงพัทยาแล้ว เราก็ไม่สามารถไปหาที่ว่างริมหาดเพื่อจอดรถเดินเล่นหรือนั่งดูทะเลได้เลย ถนนเรียบหาดพัทยาเป็นถนนที่มีรถจอดแทบตลอดเวลา ทั้งรถของร้านค้า รถเช่า และรถนักท่องเที่ยวที่แวะมาอย่างหนาแน่น แถมถนนระแวกนั้นก็รถติดมากด้วย การขับรถไปเที่ยวชายหาดพัทยาจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในปัจจุบัน

DSC03028

แต่กับบางเสร่ก็จะเป็นเหมือนคนละเรื่องคนละโลก หาดบางเสร่อยู่เลยจากพัทยาใต้ไปอีกประมาณ 20 นาที เป็นชายหาดที่มีถนนเรียบหาด แต่ถนนเล็กกว่าพัทยา มีการออกแบบช่องจอดรถเอาไว้ดีกว่า ที่หาดบางเสร่แห่งนี้ยังไม่มีห้าง ไม่มีโรงแรมระดับห้าดาว มีเพียงโรงแรมขนาดกลาง และเล็ก มีคอนโดอยู่บ้าง มีร้านอาหารพอให้เลือกเข้าได้ ถือว่าเป็นหาดที่คนน้อย ความยาวตลอดชายหาดประมาณ 1500 เมตร สอบถามจากแม่ค้าแถวนั้นก็ได้ความว่า คนน้อยแทบตลอดปี จะมีแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้นที่คนจะเยอะขึ้น เราสามารถขับรถมาจอดริมหาดบางเสร่แล้วนั่งดูวิวทะเลให้สบายใจได้เลย

DSC03040

ของกินหลากหลายมีให้ซื้อ ทั้งกินเล่น กินเป็นมื้อหลัก รถขายของจะวนเวียนมาให้เราได้เลือกซื้อ ไอติมมะพร้าวอร่อยมาก ลูกชิ้นทอดก็น่ากิน อาหารหนักกว่านั้นก็มีร้านค้าให้บริการ ทั้งอาหารตามสั่งและเมนูกับข้าวแบบจริงจังก็พร้อม ห้องน้ำบริการสำหรับคนเล่นน้ำก็มี อาหารตามสั่งแบบจานละไม่ถึงร้อยบาทก็มีให้ซื้อ หากเบื่อกับหาดที่เงียบสงบ ก็ลองหาสถานที่เที่ยวในแถบนี้ก็จะมีสวนนงนุช สวนน้ำaquaverse เขาชีจรรย์ วิหารเซียน เลือกแวะได้ตามความชอบ

20240622170707_IMG_2605
20240622171750_IMG_2621

ถ้าเรายืนมองทะเลที่บางเสร่ เราก็สามารถมองเห็นวิวของตึกที่พัทยาได้เกือบทั้งเมือง เป็นวิวในระดับสายตา มีทะเลเป็นฉากหน้า ถ้าเราถ่ายภาพแล้วตัดส่วนบนส่วนล่างออกบางส่วน ก็จะได้ภาพพาโนราม่ามุมมองตึกเรียงราย เราจะได้ภาพวิวแสนสวยของเมืองพัทยา ตึกสูงที่เริ่มเปิดไฟ กับสภาพแสงที่กำลังจะหมดในตอนเย็น ความสมดุลของแสงธรรมชาติและแสงจากหลอดไฟกำลังสว่างพอดีกัน ให้ภาพที่สวยงามมาก

1719202270634-01
IMG_2678

บางเสร่ และหาดพัทยา เป็นทะเลที่มองเห็นมุมพระอาทิตย์ตกดิน เราอาจจะต้องลุ้นกันหน่อยว่าจะไม่มีเมฆบังตอนพระอาทิตย์แตะขอบฟ้า ผมเคยได้ภาพพระอาทิตย์ตกสวยๆที่พัทยา แต่กับบางเสร่ วันนี้ดวงไม่ดี แสงสวยในตอนเย็นแต่ตอนพระอาทิตย์ตกเจอเมฆอยู่กลุ่มใหญ่เลย นอกจากภาพนิ่งแล้วก็พยายามถ่ายเป็นคลิปวิดีโอโดยใช้ฟังค์ชั่น Timelapse ในกล้อง gopro ด้วย ได้ภาพเคลื่อนไหวตอนพระอาทิตย์ตกดิน แต่เสียดายที่ปิดกล้องเร็วเกินไปหน่อย ถ้ารอให้ถ่ายนานกว่านี้ ได้ภาพที่จบด้วยสภาพแสงมืดกว่านี้ก็น่าจะดี

IMG_20240624_111011

การถ่ายภาพทะเลให้ดูสวยงามอาจจะต้องใช้เทคนิคการถ่ายภาพเล็กน้อย ถ้ามีวิวเป็นน้ำ การถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำหรือรับแสงนานจะทำให้สายน้ำดูนุ่มนวล ดูภาพตัวอย่างทะเลสีดำที่ถ่ายเทียบกันระหว่างการถ่ายภาพปกติไม่ได้ใช้เทคนิคอะไร กับ ภาพทะเลดูนุ่มนวลที่ใช้เทคนิคการแพนกล้องเพื่อให้สายน้ำดูนุ่มนวลคล้ายกับการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สิ่งสำคัญในภาพน้ำทะเลคือเส้นขอบฟ้าควรจะได้ระนาบที่ตรง เส้นขอบฟ้าจากซ้ายไปขวาเป็นเส้นตรง ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง แต่ถ้าหากถ่ายมาเส้นขอบฟ้าเอียงก็จำเป็นต้องใช้โปรแกรมปรับแต่งช่วยปรับเส้นขอบฟ้าให้ตรง เพื่อให้ภาพน่ามอง ดูสมดุลย์ตามธรรมชาติของแหล่งน้ำ

IMG_2660

การถ่ายภาพวิวให้ได้สวยถูกใจ อาจจะต้องอาศัยจังหวะเวลาที่เหมาะสม การนั่งรอเวลาจะเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ เพราะจุดชมวิวไม่ได้สวยตลอดเวลา ทุกสถานที่จะมีเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองแตกต่างกัน การอดทนรอเวลาเป็นคุณสมบัติหนึ่งของช่างภาพ นอกจากจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เวลาก่อนหน้านั้นที่เรานั่งมองวิวก็ถือเป็นกำไร เพราะเราได้เห็นรายละเอียดของสถานที่ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแสงเล็กๆน้อยๆ ได้เห็นเรื่องราวอื่นๆ เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบหนึ่งของช่างภาพ ยิ่งมีเพลงที่น่าฟังยิ่งรู้สึกดี

รีวิวนาฬิกา ALBA aqpk401 สว่างสุดๆ พร้อมเทคนิคการถ่ายภาพเรืองแสง

นาฬิกาเป็นเครื่องมือบอกเวลา และเป็นเครื่องประดับไปด้วยในตัว การเลือกนาฬิกาที่เหมาะกับตัวเราก็มีเรื่องให้พิจารณาหลายอย่าง ตั้งแต่ระบบการทำงานของนาฬิกา ว่าจะเป็นแบบใส่ถ่าน แบบไขลาน หรือ แบบออโตเมติก จะต้องกันน้ำลึกแค่ไหน ใช้ตัวเรือนเป็นพลาสติกหรือโลหะ เรื่องสายก็มีสายโลหะ สายหนัง สายผ้า จะมีความทนทานและเหมาะกับกิจกรรมที่เราจะทำ ต้องจับเวลาไหม ต้องแสดงผลเป็นเข็มหรือตัวเลข งบประมาณมากหรือน้อย เน้นความสวยงานหรูหราเพียงใด หลายเรื่องเหล่านี้ทำให้มีนาฬิกาเต็มตู้ขายของในห้างที่จะรอให้เราเลือกใช้

ALBA เป็นแบรนด์ที่ขายนาฬิกามาตั้งแต่ประมาณปี 1979 โดยเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ SEIKO ที่มีชื่อเสียงมากในการผลิตนาฬิกา โดย ALBA จะเน้นออกแบบนาฬิกาที่ทนทาน สวยงาม และ ราคาไม่แพง คุณภาพของ ALBA จะทัดเทียมกับ SEIKO เพราะเป็นบริษัทเดียวกัน และใช้อะไหล่ร่วมกันด้วย เราจะเห็นได้จากสินค้า ALBA จะมีลักษณะคล้ายของ SEIKO ถ้าเราเป็นคนที่ชอบ SEIKO อยู่แล้ว เวลามอง ALBA ก็จะมีความรู้สึกไม่ต่างกับ SEIKO เลย

IMG_2240

ALBA aqpk401 เป็นนาฬิกาแบบอนาลอก ใส่ถ่าน ระบบควอตซ์ แสดงผลด้วย 3 เข็ม ออกแบบมาให้เป็นของราคาไม่แพง เน้นทนทาน เน้นการใช้งานสมบุกสมบัน บางคนจะเรียก Field watch คือใส่ไปลุยไปทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องกังวล สามารถมองเห็นได้ง่ายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน สายนาฬิกาเป็นสายผ้า ตัวเรือนและสายน้ำหนักเบามาก ใส่แล้วแทบไม่รู้สึกว่าใส่

IMG_2241

รอบนาฬิกาเป็นโลหะผิวด้าน หน้าปัดนาฬิกาสีครีมไม่ได้ขาวปกติ เพราะนาฬิกาเรือนนี้มีแผงหน้าปัดทั้งแผงที่สะท้อนแสงหรือมีพรายน้ำเต็มพื้นที่ เมื่อใช้นาฬิกาในที่มืดหรือแสงน้อย หน้าปัดจะเรืองแสงสีเขียวออกมา ทำให้มองเห็นเวลาได้ชัดเจน เป็นความสวยงามอีกแบบหนึ่งของการใส่นาฬิกามีพรายน้ำ หรือตัวสะท้อนแสง

IMG_2242

สายนาฬิกาเป็นผ้าถัก สีดำ น้ำหนักเบา ดูบอบบาง แต่ใส่แล้วก็ไม่หลุด บางคนอาจจะอยากเปลี่ยนสายไปเป็นสายหนังหรือสายโลหะ ซึ่งก็มีให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย แต่ต้องเลือกสายที่มีขนาด 18มม. ซึ่งไม่ใช่ขนาดสายที่นิยมซื้อขายกันในตลาดออนไลน์ ตอนสั่งซื้อต้องดูตัวเลขความกว้างของสายให้ดี

DSC02792
IMG_2268

เมื่อใส่กับข้อมือแล้วน้ำหนักเบามาก ตัวกรอบรอบนอกเป็นโลหะผิวด้าน ให้ความรู้สึกเหมาะกับการลุยทำกิจกรรมต่างๆโดยไม่ต้องระวังมาก ขนาดตัวเรือนประมาณ 36 มม. ซึ่งเป็นขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่แบบนาฬิกาสปอร์ต หรือ ไม่เล็กแบบนาฬิกาผู้หญิง เป็นขนาดที่ใส่แล้วเหมาะกับมือทั้งเด็กและผู้ใหญ่

DSC02808

ในประเทศไทยคงต้องหาซื้อจากออนไลน์ โดยเจ้าของร้านระบุไว้ในสินค้าว่าเป็นของส่งจากญี่ปุ่น นั่นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า นาฬิกาเรือนนี้ไม่มีขายเป็นทางการในประเทศไทย ราคาป้ายจากญี่ปุ่น 5500 เยน ราคาที่ซื้อได้ในมาเก็ตเพลส รอจังหวะโปรโมชั่นก็จะได้มาในราคาพันต้นๆเท่านั้น ถือว่าเป็นนาฬิกาคุณภาพดีที่ราคาถูกมาก

สั่งซื้อได้ที่ https://s.shopee.co.th/20ahgVgIF0

DSC02817
IMG_20240531_130725

71P-9cZBlzL._AC_UL1500_
81Vr-voTzyL._AC_UL1500_

DSC02929

ลองเปลี่ยนสายโลหะเข้าไป เพิ่งจะรู้ว่าตัวเรือนของ Alba รุ่นนี้ มันเหมือนเป็นฝาแฝดกับนาฬิกาเรือนเก่าที่มีอยู่ ทำให้สลับสายมาใช้ได้เลย ความด้านบนสายและตัวเรือนมีลักษณะที่ด้านเหมือนกันพอดี แถมระยะความใหญ่หรือความกว้างของสายก็เท่ากันด้วย

เทคนิคการถ่ายภาพ

เพิ่มเติมเทคนิคการถ่ายภาพนาฬิกาให้มีแสงสะท้อนจากพรายน้ำ เราจะใช้วิธีการส่องไฟฉายเข้าไปที่หน้าปัด เพื่อให้สารเรืองแสงได้สะสมแสงเอาไว้ ยิ่งแสงมีความเข้มหรือความสว่างมากก็จะยิ่งทำให้สารเรืองแสงสะสมแสงได้มาก สีเขียวที่เรืองแสงออกมาจะยิ่งฉ่ำ ยิ่งสว่าง มองในที่สว่างก็เห็นเป็นสีเขียวสวยงาม แต่ความเรืองแสงจะค่อยๆจางลงเมื่อเวลาผ่านไปสักนาที และจะกลับไปอยู่ในระดับที่ดูปกติในเวลาไม่นาน แต่ถ้าเราปิดไฟห้องหรือทำห้องให้มืด เราก็จะยังคงเห็นแสงสีเขียวบนหน้าปัดได้ ซึ่งเป็นปกติของตัวสะท้อนแสงของนาฬิกาที่ออกแบบให้สะสมแสงตอนสว่างและเรืองแสงในที่มืด

สั่งซื้อได้ที่ https://s.shopee.co.th/20ahgVgIF0

IMG_0412

DSC07459

IMG_1398
IMG_1396

กล้องใหม่เทียบกล้องเก่า

ขึ้นชื่อว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ จะมีสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับของชนิดนี้คือของใหม่มักจะดีกว่าของเก่า ในแง่ของคุณภาพและประสิทธิภาพ เราจะเห็นได้จากโทรศัพท์ในปีนี้ ดีกว่าโทรศัพท์เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะทุกแง่มุม ยิ่งถ้าเทียบกันระดับ 10 ปี ยิ่งมีควาามแตกต่างกันอย่างมาก

กล้องถ่ายภาพก็อยู่ในวิธีคิดเดียวกัน กล้องที่ผลิตออกมาในปีนี้หรือรุ่นล่าสุด ย่อมดีกว่ากล้องเมื่อสิบปีที่แล้ว ทั้งในด้านของคุณภาพของภาพ และความไวแสงของกล้อง กล้อง DSLR รุ่นแรกๆยุคยี่สิบปีที่แล้ว ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยภายในบ้านก็ให้ภาพที่แตกยับแล้ว แต่กล้องสมัยใหม่ ถ่ายภาพในห้องนอนแสงน้อยๆ ก็ถ่ายได้หน้าตาเฉย ให้ภาพที่ดีกว่ากันมาก

แม้แต่รายละเอียดของกล้องก็มีให้มากขึ้น จากภาพทดลองถ่ายภาพลูกฟุตบอลในสนามหญ้า ตอนกลางวัน ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่มีแสงสว่างเพียงพอ คุณภาพของกล้องในด้าน iso จะไม่ต้องเร่ง iso ให้สูง ดังนั้นเราจะเห็นคุณภาพในด้านรายละเอียดได้ชัดเจน ถ่ายภาพแรกด้วยกล้อง DSLR canon Eos6d เป็นกล้องที่เปิดตัวในปี 2012 ติดเลนส์ 24-105F4L ตั้งค่า iso เป็น Auto ถ่ายด้วยโหมด A ให้กล้องเลือกค่าความไวชัตเตอร์ให้เอง

IMG_1745

ส่วนอีกภาพจะเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง Sony ZV-1F เป็นกล้องคอมแพ็คที่เปิดตัวในปี 2022 ตั้งค่า iso Auto ถ่ายด้วยโหมด A รูรับแสง F2 แล้วให้กล้องเลือกความไวชัตเตอร์ให้ โดยเลือกซูมภาพไปที่ 2X บนเลนส์ 20mm

DSC00672

จะเห็นได้ว่า ภาพมีความสว่างต่างกัน กล้องรุ่นใหม่จะให้รายละเอียดในเงามืดได้มากกว่า สภาพแสงในส่วนที่เป็นเงาจะไม่เข้มเท่ากล้องเก่า ตัวประมวลผลในกล้องรุ่นใหม่จะเน้นให้รายละเอียดได้รับการมองเห็นมากขึ้นกว่ากล้องรุ่นเก่า ภาพลักษณะนี้ถ้าถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะยิ่งเก็บรายละเอียดส่วนมืดได้ดีขณะที่ส่วนสว่างก็ยังเห็นรายละเอียด

กล้องยิ่งใหม่ ความสามารถในการเก็บความแตกต่างของแสงยิ่งได้หลายสต๊อปมากขึ้น เราจะเรียกว่ามีไดนามิคเร้นจ์ที่กว้างมาก กล้องรุ่นเก่าไดนามิคเร้นจ์จะต่ำกว่า ต่อให้เป็นกล้องระดับโปรในอดีต ก็ยังเก็บไดนามิคเร้นจ์ได้ไม่เท่ากล้องรุ่นใหม่แม้จะเป็นเพียงกล้องคอมแพ็คหรือสมาร์ทโฟน ดังนั้น ในเรื่องของกล้องดิจิทัลซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เราควรเลือกกล้องใหม่ เพิ่งออกใหม่ จะดีกว่ากล้องเก่าเสมอ

รวมภาพจาก ZV-1f สไตล์ฟิล์ม

กล้องคอมแพ็คของ Sony รุ่น ZV-1f เป็นกล้องที่มีโหมดสี FL หรือ ย่อมาจากคำว่า Film look ซึ่งเป็นสไตล์สีที่ทำเลียนแบบภาพจากฟิล์ม อดีตเวลาเราถ่ายภาพด้วยฟิล์ม หากต้องการจะดูภาพเราก็ต้องอัดภาพมาเป็นกระดาษ และหากจะดูภาพในจอคอมพิวเตอร์หรือในสมาร์ทโฟน เราก็ต้องสแกนฟิล์มเป็นไฟล์ภาพ ซึ่งร้านล้างฟิล์มก็จะมีบริการสแกนฟิล์มด้วย บางคนไม่อัดภาพเป็นกระดาษแล้ว ก็จะส่งฟิล์มไปล้าง+สแกนเลย เราก็จะได้ดูภาพจากฟิล์ม

DSC00378

แต่กว่าจะเสร็จสิ้นขบวนการล้างและสแกน ก็ใช้เวลาหลายวัน หรือแม้แต่การไปส่งฟิล์มแล้วนั่งรอ ก็ต้องลุ้นว่าทางร้านจะล้างฟิล์มให้ได้ในวันเดียวไหม ความไม่สะดวกเรื่องเวลาทำให้กล้องดิจิทัลที่ให้ภาพสไตล์ฟิล์มได้เริ่มน่าสนใจ และก็พบว่าใน ZV-1f มีโหมดภาพสไตล์ฟิล์มมาให้ช่างภาพที่นิยมภาพจากฟิล์มได้มีของเล่นติดตัวชิ้นใหม่

นอกจากภาพสไตล์ฟิล์มแล้ว เรายังสามารถเลือกสไตล์สีแบบนี้ตอนถ่ายวิดีโอได้ด้วย ทำให้เราได้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูคล้ายฟิล์มเช่นกัน และมันก็ดูเป็นสีสันที่น่ามอง เหมือนภาพจากโรงหนัง เหมือนภาพงานหนังอาร์ตที่มีสีอมเขียวอมฟ้าเล็กน้อย บางคนใช้กล้องโปรตัวใหญ่ถ่ายคลิปทำงานโปรดักชั่นสุดเนี้ยบแล้วในขั้นตอนสุดท้ายก็ย้อมสีทั้งงานให้เป็นสไตล์หนังอาร์ต ซึ่งแนวสีที่ถ่ายคลิปได้เหมือนหนังอาร์ตมีให้ใช้ตรงๆ เราได้ภาพสีอาร์ตในขั้นตอนการถ่ายเลย จบหลังกล้องจริงๆ

DSC00398

กล้อง ZV-1f มีจอภาพแบบ flip บิดกางออก ปรับหมุนเพื่อถ่ายภาพแนวดิ่ง ภาพก้มลงมองจานอาหารได้สะดวก ทำให้ถ่ายภาพของกินได้มุมมองที่แปลกตามากขึ้น จอภาพที่หมุนได้รอบตัวช่วยให้เราจัดองค์ประกอบภาพได้อิสระมาก แม้แต่การบิดจอเพื่อถ่ายตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่ทำได้สะดวก เหมาะกับการทำงานคนเดียว ถือกล้องเอง ดูจอเอง เลือกมุมกล้องเอง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมให้รุงรัง

DSC00517

การถ่ายคลิปวิดีโอด้วยเฟรมภาพสูงระดับ 120ภาพต่อวินาทีหรือ 120fps แล้วนำมาเล่นกลับในความเร็ว 30 ภาพต่อนาที ก็จะได้ภาพสโลว์ที่สวยงาม เหมาะกับเหตุการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว และยิ่งมีสไตล์สีที่ดูเป็นโทนหนังอาร์ต ก็ทำให้คลิปดูน่าสนใจมากขึ้น

DSC00631
DSC00627

ด้วยเลนส์ติดกล้องเป็นเลนส์รูรับแสงกว้างระดับ f2 ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นเรื่องง่าย เพราะความไวแสงของเลนส์และการตั้งค่า iso ที่สูงขึ้นโดยสัญญาณรบกวนน้อยตามสไตล์กล้องยุคใหม่ ภาพบรรยากาศในโรงแรมที่มีแสงไม่เยอะมากก็เก็บภาพได้ เล่าเรื่องด้วยสไตล์สีที่น่ามองได้

DSC00637

เลนส์มุมกว้างเทียบเท่ากับเลนส์ 20มม. เป็นเลนส์ที่ให้ภาพดูยิ่งใหญ่ อลังการ เหมาะกับการถ่ายในที่แคบแล้วเก็บภาพได้เหมือนตาเห็น เรายืนคุยกับใคร มองอะไร เรายกกล้องถ่ายด้วยเลนส์ 20มม. เราจะได้วัตถุที่เรามองเห็นอยู่ในภาพเลย โดยไม่ต้องถอย

DSC00570

สรุป

สไตล์ภาพ FL หรือ Film Look เป็นสไตล์สีที่เลียนแบบภาพจากฟิล์ม ให้โทนภาพอมเขียวอมฟ้าดูคล้ายภาพจากหนังหรือมิวสิควิดีโอที่แต่งสีหรือปรับสีมาแล้ว เป็นการทำสีเสร็จในกล้องเลย ถ่ายเสร็จก็ได้ภาพสีที่ต้องการเลย ไม่ต้องไปเสียเวลาทำต่อในโปรแกรมตัดต่อ เหมาะกับช่างภาพหรือคนที่ต้องการลดขั้นตอนการทำงานให้น้อยที่สุด ทีมงานตัวคนเดียวควรจะมีอุปกรณ์แบบนี้ใช้งาน

DSC02230
DSC02168
DSC01788
DSC01696
IMG_20240331_212007
IMG_20240608_203709
DSC01735
DSC01602
IMG_20240318_104825
1710671844668
DSC02808
DSC02871
DSC02787
DSC02697

สั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/9eyuQHL1zl

ฟิลเตอร์ปกป้องหน้าเลนส์อาจทำให้ภาพแย่ลง

ปกติเวลาเราซื้อกล้องและเลนส์มาใช้งาน คนขายก็มักจะขายฟิลเตอร์พ่วงให้มาด้วย ด้วยคำแนะนำว่าเอาไว้ปกป้องหน้าเลนส์ ในยุคของการถ่ายฟิล์ม ฟิลเตอร์ติดหน้าเลนส์มีหลายหน้าที่นอกจากปกป้องหน้าเลนส์ คือบ้างก็เป็นฟิลเตอร์ UV ป้องกันแสง UV หรือไม่ก็เป็นฟิลเตอร์ Skylight เพื่อลดผลของแสงสีฟ้าที่จะทำให้ภาพดูจืดลง

ฟิลเตอร์ที่ไม่ลดค่าแสง และอาจจะช่วยเปลี่ยนสีของการถ่ายภาพด้วยฟิล์มเล็กน้อยเหล่านี้กลายเป็นฟิลเตอร์สามัญประจำบ้าน ประจำกล้อง ประจำเลนส์ ทุกคนจะหาฟิลเตอร์ 1 ชิ้นมาติดหน้าเลนส์เสมอ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือป้องกันหน้าเลนส์จากการขีดข่วน เพื่อรักษาเลนส์ให้ปลอยภัย แต่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์เหล่านี้ก็จะมีคุณภาพที่แตกต่างกันไปตามราคา ยิ่งใช้เลนส์แพง ก็ยิ่งจะต้องหาฟิลเตอร์ติดหน้าเลนส์ที่ราคาแพงขึ้นมาใช้ มันมีเหตุผลอยู่

DSC00562
ฟิลเตอร์ uv ติดหน้าเลนส์

ZV1FW
กล้อง Sony ZV-1F ยังไม่ใส่ฟิลเตอร์

IMG_1192
กล้อง Sony ZV-1F ใส่ฟิลเตอร์ UV

ปกติเลนส์จะให้คุณภาพสูงสุดเท่าที่วัสดุที่ใช้ทำเลนส์จะให้ได้ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ชิ้นแก้วที่กระจอกที่สุดในเลนส์ตัวนั้นคือตัวกำหนดคุณภาพของเลนส์ทั้งชิ้น ยกตัวอย่างเช่น เลนส์หนึ่งกระบอกจะมีชิ้นแก้วภายในสมมุติว่ามี 10 ชิ้น แต่ละชิ้นก็จะทำหน้าที่ส่งผ่านแสงไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าพูดอีกอย่างว่า คุณภาพชิ้นแก้วในเลนส์ตัวนี้จะมีราคาเฉลี่ยประมาณ 1/10 ของราคาเลนส์ ถ้าเลนส์ราคา3 หมื่น ชิ้นแก้วทั้ง 10 ชิ้น ก็จะมีราคาประมาณ 3000 บาท ดังนั้น ฟิลเตอร์ที่จะนำมาบังหน้าเลนส์ ก็ควรจะมีคุณภาพไม่ด้อยหรือคุณภาพควรจะดีเทียบเท่าวัสดุในเลนส์เป็นอย่างน้อย เพื่อไม่ให้ลดทอนคุณภาพชิ้นแก้วทั้งหมด เราก็ควรหาฟิลเตอร์ที่มีคุณภาพสูงระดับราคาประมาณ 3000 บาทมาใช้ การจะไปซื้อฟิลเตอร์ราคา 100 บาท มาติดหน้าเลนส์ เราคงได้แค่กระจกธรรมดาไม่มีคุณภาพในการส่งผ่านแสงที่ดีเหมือนในชิ้นแก้วในเลนส์

เราจึงเห็นฟิลเตอร์ UV หรือ ฟิลเตอร์ปกป้องหน้าเลนส์ ชิ้นละ 3000-4000 บาท ยี่ห้อมีชื่อเสียง เป็นฟิลเตอร์คุณภาพสูงที่ส่งผ่านแสงได้ดี และไม่สร้างผลเสียกับแสงที่วิ่งผ่านไป อาการแฟลร์จะน้อยลง ความเพี้ยน หรือ ภาพหลอนจะน้อยลง เพราะวัสดุคุณภาพสูง จะได้ไม่ลดทอนเลนส์ราคาแพงที่เราซื้อมาใช้

ลองดูผลของฟิลเตอร์ราคาถูกกันดีกว่า ว่าการซื้อมาปกป้องหน้าเลนส์แล้วมีผลอย่างไร

DSC00561
ภาพตัวอย่างที่ 2 กล้อง Sony ZV-1F ไม่ใส่ฟิลเตอร์
DSC00560
ภาพตัวอย่างที่ 3 กล้อง Sony ZV-1F ใส่ฟิลเตอร์ uv. เพื่อปกป้องหน้าเลนส์

ภาพตัวอย่างภาพ2 ถ่ายด้วยกล้อง ZV-1F ซึ่งเป็นกล้องคอมแพ็ค ตัวกล้องมีเกลียวสำหรับใสฟิลเตอร์ได้ ถ่ายภาพแรกโดยไม่ใส่ฟิลเตอร์ใดๆ และภาพตัวอย่างที่3 ก็ใส่ฟิลเตอร์ UV 40.5 มม เป็นฟิลเตอร์ราคา 100 บาทยี่ห้ออะไรก็จำไม่ได้ ใส่ไว้เพื่อปกป้องหน้าเลนส์ ลองถ่ายภาพมุมเดียวกัน ซึ่งเป็นมุมที่มีดวงอาทิตย์อยู่ในภาพด้วย ผลก็คือขอบฟิลเตอร์สะท้อนแสงและส่งผลให้เปิดเป็นภาพหลอน ติดอยู่ในภาพ

อาการภาพหลอนจากการสะท้อนแสงขนาดแรงเท่านี้ปกติจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ถ่ายย้อนแสง หรือ แหล่งกำเนิดแสงอย่างดวงอาทิตย์ไม่อยู่ในภาพ คำบอกเล่าของช่างภาพในอดีตจึงมักจะมีคำแนะนำว่าอย่าถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการหลีกเลี่ยงแสงแฟลร์ แสงสะท้อน หรือภาพหลอนเหล่านี้นั่นเอง ฟิลเตอร์ติดหน้าเลนส์จะมีผลต่อภาพหลอนเหล่านี้ ดังนั้นหากเราจะต้องถ่ายภาพย้อนแสงตรงๆ หรือ มีดวงอาทิตย์อยู่ในภาพด้วย เราก็ควรจะคิดระวังเรื่องฟิลเตอร์จะสร้างภาพหลอน เราก็ควรจะถอดฟิลเตอร์ถ่ายภาพ เพื่อป้องกันอาการภาพหลอน ภาพเพี้ยนจากการสะท้อนแสงที่ไม่ต้องการ

อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าจะมีผลด้วยคือ กล้องสีขาว วัสดุหน้าเลนส์ก็สีขาว ทำให้สะท้อนแสงแรงมาก และสะท้อนไปกระทบฟิลเตอร์ ทำให้เลนส์มองเห็นภาพสะท้อนบนฟิลเตอร์ อาการเหมือนรถยนต์ที่เราวางของอะไรไว้บนคอนโซลรถยนต์ที่เป็นสีอ่อนๆ เราจะเห็นเงาสะท้อนสีอ่อนๆหรือเห็นวัตถุนั้นเลยในกระจก ตาเราก็เหมือนเซนเซอร์ กระจกรถก็เหมือนฟิลเตอร์ คอนโซลรถก็เหมือนวัสดุหน้าเลนส์ ของที่วางก็เหมือนสีขาวที่อยู่หน้าเลนส์

DSC00563

DSC00564
ภาพตัวอย่างที่ 5 กล้อง Sony ZV-1F ถอดฟิลเตอร์

ภาพตัวอย่างที่ 4 คือการถ่ายภาพที่เราจัดให้ดวงอาทิตย์อยู่ที่ขอบภาพด้านซ้ายบน และดูในจอภาพก็เห็นแสงสะท้อนจำนวนมากอยู่ที่ด้านขวาของภาพ มันคือแสงสะท้อนในฟิลเตอร์แล้วเกิดเป็นภาพหลอน พอเห็นว่ามีอาการหลอนแบบนี้ก็เลยถอดฟิลเตอร์แล้วถ่ายภาพใหม่ เราก็จะได้ภาพตัวอย่างที่ 5 ซึ่งไม่มีภาพหลอนแล้ว

การถอดฟิลเตอร์สามารถช่วยแก้ปัญหาภาพหลอนหรือภาพคุณภาพต่ำได้ เพราะฟิลเตอร์ที่นำมาใช้งานเพื่อปกป้องหน้าเลนส์มักเป็นฟิลเตอร์ราคาถูก วัสดุที่ใช้ทำฟิลเตอร์ก็จะมีคุณสมบัติทางแสงที่ไม่ดี กล้องและเลนส์ราคาแพงที่เราซื้อมาหากโดนฟิลเตอร์ราคาต่ำบดบังหน้าเลนส์เอาไว้ คุณภาพของภาพก็จะแย่เท่าฟิลเตอร์ ดังนั้นการเลือกฟิลเตอร์ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถัน ถ้าเราอยากถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูงตลอดเวลา เราควรลงทุนกับฟิลเตอร์ด้วย แต่หากเราคิดว่าฟิลเตอร์ไม่ควรจะซื้อแพง การไม่ใช้ฟิลเตอร์เลยจะให้ผลที่ดีกว่า และดีที่สุดด้วย ดีกว่าฟิลเตอร์ทุกยี่ห้อทุกรุ่น

แต่ก็มีบางกรณีที่เราจำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ เพราะเราอาจต้องการผลลัพธ์บางอย่างจากฟิลเตอร์ ยกตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ แสงสะท้อนเป็นวงกลมที่เกิดขึ้นในภาพเป็นสิ่งที่ช่วยให้ภาพนี้ดูมีเรื่องราว มีชีวิตชีวามากขึ้น การใช้ฟิลเตอร์เพราะคิดแล้วว่าอยากได้ผลลัพธ์อะไรเป็นสิ่งที่ใช้ได้เพราะคิดก่อนใช้

IMG_20191215_185505
ภาพที่ 6 แสงสะท้อนดวงอาทิตย์ กล้อง Canon EOS 6D เลนส์ 24-105L ฟิลเตอร์ UV ใช้ฟิลเตอร์เพื่อสร้างภาพหลอนวงกลม

สรุป

ฟิลเตอร์ปกป้องหน้าเลนส์จะทำลายคุณภาพของภาพถ่ายหากเราใช้ฟิลเตอร์คุณภาพต่ำ การไม่ใช้ฟิลเตอร์จะให้คุณภาพดีที่สุด นอกเสียจากเราต้องการใช้ฟิลเตอร์เพื่อสร้างผลลัพธ์บางอย่างที่เราต้องการ การศึกษาทำความเข้าใจอุปกรณ์เป็นสิ่งจำเป็น ทำให้เราพัฒนาฝีมือการถ่ายภาพให้สูงขึ้นได้ และช่วยให้เราประหยัดเงินได้ แค่เราไม่ซื้ออุปกรณ์ที่ทำให้ภาพไม่สวย ก็ประหยัดเงินได้มากแล้ว

แต่เคสภาพหลอนหน้าเลนส์ครั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากกล้องเป็นสีขาว วัสดุหน้าเลนส์เป็นสีขาว และมีส่วนที่ดูเป็นโลหะสีเงิน ซึ่งน่าจะสะท้อนแสงแดดแล้วไปเกิดภาพหลอดบนกระจกฟิลเตอร์ ทำให้เซ็นเซอร์รับภาพหลอนที่ชัดเจนมาก การเลือกซื้อกล้องจึงไม่ควรเลือกสีขาว โดยเฉพาะวัสดุที่อยู่หน้าเลนส์ก็ไม่ควรมีสีขาวเลย

แล้วก็ถ้าจะจำว่า อย่าถ่ายภาพย้อนแสงก็เป็นคำแนะนำที่ไม่ผิด ไม่แย่ ช่วยให้เราได้ภาพที่มีคุณภาพได้ แต่จะขอให้คำแนะนำเพิ่มเติมใหม่ใช้จำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ อย่าให้เลนส์โดนแสงอาทิตย์ตรงๆ มันก็คือการป้องกันแสงสะท้อนที่ไม่พึงประสงค์นั่นเอง การป้องกันไม่ให้เลนส์โดนแสง เราสามารถทำได้ตั้งแต่ ไม่ถ่ายภาพย้อนแสง หรือ หาอะไรมาบังทำหน้าที่เป็นฮู้ดบังแสง เพื่อไม่ให้แสงจากดวงอาทิตย์กระทบกับชิ้นเลนส์โดยตรง เพราะ Best filter in no filter.

รีวิวกล้อง SONY ZV-1F

รีวิวกล้องน่าใช้ Sony ZV-1F.

1707829233240-01

สำหรับช่างภาพที่ฝึกฝนการถ่ายภาพมาระยะหนึ่ง บางคนอาจมีอาชีพเป็นช่างภาพ บางคนอาจมีอาชีพอื่นที่ต้องถ่ายภาพจำนวนมาก ก็จะมีบางเวลาที่ไม่อยากจับกล้องตัวใหญ่ที่ใช้ทำงาน บางครั้งก็อยากได้กล้องตัวเล็กพกง่าย หยิบได้เร็ว เก็บได้เร็ว เอาไว้ถ่ายภาพในวันสบายๆ แต่วันสบายๆนั้นก็ต้องได้ภาพที่ดีซึ่งหมายถึงดีตามมาตรฐานระดับสูงของช่างภาพ ก็คืออยากได้กล้องเล็ก เบา และให้ภาพดีเหมือนกล้องโปรนั่นเอง

IMG_1176

ในยุคสมัยของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่แสนเฟื่องฟู ตั้งแต่กล้องในโทรศัพท์คุณภาพดีเท่ากับกล้องคอมแพ็คหรือกล้องดิจิทัลตัวเล็กๆ กล้องคอมแพ็คก็โดนแย่งตลาดไป คนส่วนใหญ่ซื้อโทรศัพท์ราคาระดับกลางไปถึงสูงเพื่อให้มีกล้องคุณภาพดีอยู่ในโทรศัพท์และใช้แทนกล้องถ่ายภาพไปเลย พอตลาดมวลชนหันไปใช้โทรศัพท์แทน กล้องคอมแพ็คก็ทะยอยเลิกผลิตกันไป ถ้าเป็นสักห้าปีก่อน บางทีเรานึกไม่ออกเลยว่าจะมีกล้องคอมแพ็คดิจิทัลราคาย่อมเยาให้ซื้อหรือไม่  ตามร้านกล้องในห้างก็ไม่มีวางขายกล้องคอมแพ็คหลักพันบาทแล้ว เหลือแต่หลักหมื่นจนไปเป็นหลายๆหมื่น บางรุ่นก็เป็นแสน

ในอดีตผมมีความรู้สึกชอบกล้องคอมแพ็คที่เป็นกล้องฟิล์มอยู่หลายตัว Leica Minilux ก็เป็นกล้องคอมแพ็คใช้ฟิล์มของไลก้าที่ราคาไม่แพงเท่าตัวอื่นของยี่ห้อนี้ ก็มีไว้ใช้อยู่พักหนึ่ง ถ่ายเล่นพอสนุกๆแล้วก็วางเก็บไว้ ถือว่าเป็นกล้องฟิล์มที่มีขนาดตัวเล็กกว่ากล้องระดับโปร ตอนใช้งานก็หยิบขึ้นมากดถ่าย วัดแสงได้แม่นยำ ให้ภาพที่ดี  แต่พอเข้าสู่ยุคฟิล์มแพงและการใช้งานต้องรอล้างฟิล์มและสแกนภาพหลายวันก็เลยไม่ค่อยได้ใช้อีก 

กล้อง Contax T3 ก็เป็นกล้องฟิล์มตัวท๊อปตัวหนึ่ง ให้คุณภาพที่ดีมาก โฟกัสเร็วมาก วัดแสงแม่นมาก ใช้ถ่ายภาพอยู่หลายม้วน หลังๆก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะขี้เกียจรอเวลาส่งฟิล์มล้าง แถมระยะหลังฟิล์มราคาแพงจนไม่น่าคบ ก็เลยวางยาวไว้ในกระเป๋ากล้อง แทบไม่ได้แตะอีกเลย

Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คค่ายญี่ปุ่นที่ออกแบบดี แข็งแรง และคุณภาพดีเช่นกัน เรื่องกล้องผมว่าญี่ปุ่นไม่เป็นรองเยอรมันเลย หามาใช้เพราะได้ข่าวว่าดี ลองใช้แล้วก็พบว่าดีจริงและราคาไม่แพงมาก ทั้งสามตัวที่กล่าวถึงก็จะมีรีวิวเขียนไว้ในเว็บนี้แล้ว ลองหาอ่านดูได้

IMG_0046
ฟิล์มขาวดำที่ผ่านการล้างแล้ว รอนำไปอัดเป็นภาพ

กล้องคอมแพ็คใช้ฟิล์มที่กล่าวถึงนี้ใช้งานได้ดี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าล้างฟิล์มและการสแกนภาพ ปัจจัยกำหนดคุณภาพของภาพต้องคิดตั้งแต่เลือกฟิล์ม เลือกกล้องเลือกเลนส์ เลือกร้านล้างฟิล์มและสแกน กว่าจะได้ภาพที่ถูกใจต้องเสี่ยงวัดดวงกันหลายอย่าง สุดท้ายเมื่อได้ภาพมาก็ดูภาพสแกนในโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก็ในคอมพิวเตอร์ แถมเอาไปโพสท์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ส่งดิจิทัลไฟล์ออกไป แทบไม่ได้อัดขยายออกมาเป็นภาพบนกระดาษเลย

พอไม่คิดจะอัดภาพเป็นกระดาษก็เลยมองหากล้องดิจิทัลคอมแพ็คกันอีกครั้งในรอบสิบปี ผมเคยมีกล้องคอมแพ็คตัวเจ๋งอย่าง Fuji x100 ที่ราคาไม่ถูกเลย แต่ก็ใช้อยู่ปีกว่าก็ขายออกไปก่อน เพราะว่าโฟกัสช้า ไม่สามารถถ่ายภาพลูกที่กำลังหัดคลานหัดเดินได้ทัน กล้องดิจิทัลไม่ได้มีอายุการใช้งานนานเหมือนกล้องฟิล์ม เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก มาช่วงนี้ที่ไม่ต้องถ่ายภาพเด็กคลานและเดินแล้ว เพราะลูกโตเปลี่ยนเป็นวิ่งแทน ก็แทบจะเลิกใช้กล้องคอมแพ็คหรือกล้องฟิล์มถ่ายไปเลย ต้องเปลี่ยนไปใช้กล้อง DSLR แทนเพื่อให้ถ่ายภาพตอนเคลื่อนไหวเร็วๆได้ทัน ประกอบกับมีเรื่องของการถ่ายคลิปวิดีโอเพิ่มเข้ามาด้วย กล้องAction camera อย่าง gopro ที่ลงน้ำได้ด้วย ก็ต้องหามาใช้ประกอบกัน  การหากล้องถ่ายภาพมาใช้อีกครั้งก็เลยคิดเผื่อความสามารถเรื่องการถ่ายวิดีโอเพิ่มเติม คืออยากได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอที่ดีในกล้องตัวเดียวกัน

IMG_1203

ด้วยความชอบสีสันของภาพถ่ายที่มีลักษณะของฟิล์ม ทั้งโทนสีและโทนขาวดำของกล้องฟิล์มมีบุคลิกที่เด่นชัดและยากจะทำเลียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ การค้นหากล้องดิจิทัลที่ให้ภาพคล้ายฟิล์มเป็นเป้าหมายในใจช่างภาพยุคหัดถ่ายฟิล์มมายาวนานหลายปี บางครั้งก็ลองไปปรับแต่งตัวเลขสีในกล้องดิจิทัลทั้งกล้อง DSLR รวมถึงกล้อง mirrorless หลายตัวก็ยังไม่ถูกใจ แต่พอมีข่าวว่า sony ทำกล้องที่สามารถเลือกปรับสีให้ดูเพี้ยนคล้ายภาพจากฟิล์มได้ ก็เลยสนใจ และก็ติดตามอ่านมาเรื่อย จนเกิดเป็นรีวิวกล้อง Sony ZV-1F ตัวนี้

สั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/9eyuQHL1zl

ข้อมูลกล้อง

กล้องอนุกรม ZV ของ Sony เริ่มจาก ZV-1 เป็นกล้องคอมแพ็คเซ็นเซอร์ 1 นิ้ว มาสู่กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ZV-E10 เซ็นเซอร์ aps-c ต่อมาก็มี ZV-E1 ที่เป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ขนาดเซ็นเซอร์ Full frame แล้วก็มาสู่ กล้องคอมแพ็ค ZV-1F แล้วก็มาถึงกล้องคอมแพ็ค ZV-1 ii จุดเด่นของตัวกล้องกลุ่ม ZV ก็คือมีไมโครโฟนรับเสียงคุณภาพดี และมีลูกเล่นการโฟกัสสิ่งของหรือ Product show case ที่เอาไว้ใช้กับการ live ขายของ หยิบสินค้าชิ้นเล็กๆขึ้นมาโชว์แล้วกล้องสามารถโฟกัสไปที่สิ่งของแทนหน้าคนขายได้ จุดเด่นสองอย่างนี้ทำให้ ZV ทุกตัวได้รับความนิยมมาก

ZV-1F เป็นกล้องดิจิทัลคอมแพ็ค ติดเลนส์ฟิกซ์ 20f2 ซึ่งเป็นเลนส์เดี่ยวคุณภาพสูง รูรับแสงกว้าง เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1 นิ้ว เป็นขนาดที่ไม่เล็กมาก สามารถให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่าโทรศัพท์มือถือและกล้องคอมแพ็คทั่วไป การทำงานภายในกล้องถูกออกแบบมาให้เป็นกล้องที่ทำงานได้เร็ว โฟกัสแม่น และถ่ายวิดีโอได้สเป็คบิทเรทที่สูงมาก การออกแบบเป็นเลนส์ฟิกซ์ทำให้กล้องมีขนาดเล็ก เลนส์ติดกล้องไม่มีชิ้นส่วนยื่นเข้าออกตอนเปิดปิด ทำให้ลดโอกาสความเสียหายเรื่องสายแพรเสียหายในระยะยาว และพอไม่มีการยืดตัวของเลนส์ก็ทำให้มันมีขนาดกระทัดรัดที่สุดตอนทำงาน เหตุที่กังวลเรื่องสายแพรเพราะว่ากล้องคอมแพ็คที่มีเลนส์ยื่นเข้ายื่นออกได้จะมีอาการสายไฟในเลนส์เสียหาย ซึ่งกล้องคอมแพ็คฟิล์มที่เคยใช้มีปัญหานี้แทบทุกตัว แม้แต่เลนส์ซูมที่ใช้กับกล้อง DSLR ก็เคยมีปัญหาสายไฟในเลนส์ขาดเช่นกัน

ยังมีจุดเด่นด้านอื่นที่ทำให้กล้อง ZV-1F ตัวนี้น่าสนใจคือ ช่องเสียบสาย usb เป็นชนิด usb-c สามารถชาร์จไฟได้ด้วยทำให้เราไม่ต้องถอดแบตออกมาชาร์จข้างนอก สามารถเสียบชาร์จด้วย powerbank ได้ ซึ่งข้อนี้เป็นข้อดีมากๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ เที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ จะมีประโยชน์โดยตรง 

ยังมีลูกเล่นการปรับโทนสีภาพให้ดูสีสวยแปลกตาหลายแบบ อยู่ในเมนู creative look ทำให้เราสามารถปรับโทนสีของคลิปวิดีโอและภาพนิ่งได้ ซึ่งผมเลือกซื้อกล้องตัวนี้เพราะลูกเล่นการการปรับโทนสีโดยเฉพาะเลย 

หลังจากเริ่มใช้งานมาหลายวันก็ทะยอยค้นพบข้อดีเพิ่มขึ้นทีละอย่าง เชื่อว่าทีมพัฒนาโซนี่น่าจะทำแบบสำรวจหรือขอข้อมูลจากผู้ใช้งานจำนวนมากจะปรับปรุงและใส่ลูกเล่นต่างๆมาในกล้องได้อย่างน่าประทับใจ เริ่มจาก

DSC00104_1
ZV-1F ถ่ายด้วยรูรับแสงกว้างสุด ตอนกลางคืน แสงสว่างในห้องนอน

เลนส์ไวแสง 20 f2.0 เป็นเลนส์ที่เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพแทบทุกสถานการณ์ ประกอบกับการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับแสงขนาดใหญ่ 1 นิ้ว กล้องที่ผลิตในยุคใหม่เป็นกล้องที่มีสัญญาณรบกวนต่ำกว่ากล้องสเป็คเดียวกันในอดีต คุณภาพของภาพตอนถ่ายในที่แสงน้อยจะดูดีกว่ากล้องเมื่อยี่สิบปีที่แล้วอย่างมาก 

06-ZV-1F_top_white

ปุ่มชัตเตอร์และปุ่มถ่ายวิดีโอเป็นปุ่มกดวางแยกกัน ไม่สับสนในการใช้งาน และการจัดวางปุ่มก็เลือกวางได้อย่างเข้าใจ การใช้งานระหว่างสองโหมดนี้ไม่สับสนเลย 

DSC00136

เครื่องพิมพ์ตีธง เป็นเครื่องพิมพ์แบบ letterpress ที่ดัดแปลงไปทำงานปั๊มเจาะรู และทำเส้นปรุได้

ระหว่างที่กำลังเล็งจะถ่ายภาพนิ่ง หากเราอยากเปลี่ยนเป็นถ่ายวิดีโอเราก็กดปุ่มถ่ายวิดีโอ กล้องจะเริ่มบันทึกภาพวิดีโอเลย ตรงนี้เป็นการทำงานที่ไม่ต้องย้ายโหมด ไม่ต้องเปลี่ยนโหมด ไม่ต้องเข้าเมนูใดๆ เป็นความรวดเร็วที่ควรทำได้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็เพิ่งพบกับกล้องรุ่นนี้

DSC00164
ภาพใบไม้ถ่ายด้วยเลนส์ 20f2 บนกล้อง ZV-1F
DSC00165
กล้อง ZV-1F กดซูมภาพแบบดิจิทัล 2X

กล้องมีระบบดิจิทัลซูมที่ทำให้เลนส์ฟิกซ์ก็สามารถมีภาพขยายใหญ่เหมือนมีเลนส์ซูมได้ การทำดิจิทัลซูมก็คล้ายกับการคร็อปภาพ ซึ่งหากเลนส์มีคุณภาพ การคร็อปภาพก็จะเหมือนเลนส์มีทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นนั่นเอง จากเลนส์ 20มม. ก็จะกลายเป็นเลนส์ 40มม. ในทางปฏิบัติแม้จะเป็นการคร็อปภาพ แต่การคร็อปภาพจากภาพที่ใหญ่มาก ก็ยังคงให้ภาพขนาดกลางที่มีคุณภาพอยู่ sony ออกแบบให้ขยายภาพหรือซูมได้ถึง 4เท่า ซึ่งภาพที่คร็อป4เท่า ก็ยังพอใช้งานได้

ซ้อมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่สนามฟุตบอล

ระบบการซูมดิจิทัลสามารถตั้งค่าความเร็วในการซูมได้ เราสามารถค่อยๆซูมเข้าไปช้าๆที่ตัวบุคคลเพื่อสร้างมุมมองภาพเหมือนการถ่ายทำสารคดีหรือถ่ายหนัง การซูมอย่างนุ่มนวลให้ภาพวิดีโอที่สวยงามนุ่มนวลไม่กระตุก ลูกเล่นการซูมนี้ช่วยทำให้การถ่ายคลิปวิดีโอเป็นเรื่องสนุก เรามีตัวเลือกซูมช้า ปานกลาง และเร็ว รวมถึงมีปุ่มบนหน้าจอที่ 1x 2x 4x ให้เลือกด้วย กดแล้วได้ระยะซูมที่ต้องการทันทีไม่ต้องรอ ระบบการซูมดิจิทัลแบบนี้ใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพเคลื่อนไหวที่น่าดูได้

DSC00110
ของไหว้เทศกาลตรุษจีน

การที่กล้องมีจอภาพแบบ flip สามารถกางออกมาดูในมุมมองอื่นได้ ทำให้เราสามารถถ่ายภาพเงย หรือก้ม หรือมุมมองแปลกๆได้ ซึ่งกล้อง DSLR ในอดีตการจะถ่ายมุมมองก้มลงอย่างแม่นยำ ก็อาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่จอภาพแบบ flip ทำให้การถ่ายภาพทุกองศาการถือกล้องเป็นเรื่องง่าย จัดวางกล้องได้อิสระมาก

DSC00019
ภาพเครื่องพิมพ์ ถ่ายเป็นโหมดขาวดำจบหลังกล้อง

ภาพขาวดำตั้งค่าจากในกล้องเลย ปรับแต่งค่าคอนทราสต์นิดหน่อย เราก็จะได้ภาพขาวดำที่ให้โทนสีดำที่ลึก เข้มข้น เป็นแนวทางใกล้เคียงกับการทำงานขาวดำด้วยฟิล์ม ใกล้เคียงกับการอัดขยายภาพขาวดำบนกระดาษ สไตล์สีขาวดำที่สวยงามต้องเกิดกับคนที่เคยมองภาพขาวดำบนกระดาษอัดภาพจริงๆถึงจะบอกได้ว่าขาวดำแท้จริงเป็นอย่างไร ในอดีตยังไม่เคยมีกล้องดิจิทัลที่ทำภาพขาวดำได้ใกล้เคียงเลย มีตัวนี้แหละที่ดูใกล้ขึ้น และพอยอมรับได้ (ผมยังไม่เคยใช้ Leica monochrome)

DSC00029
ภาพเครื่องพิมพ์ถ่ายในโหมด สี ปรับแต่งสีให้เป็นโทนฟิล์ม ทำเสร็จในกล้องเลย

การถ่ายภาพสีในสถานที่ที่แสงไม่แรงมาก หรือแดดไม่จัด หรือถ่ายในที่ร่ม ภาพจะมีความนุ่มนวลโดยธรรมชาติ และหากรวมกับการปรับแต่งฟิลเตอร์สีที่กล้องมีมาให้ ก็จะทำให้เราได้ภาพคล้ายกับงานที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม 

DSC00131
บรรยากาศในโรงพิมพ์

ภาพขาวดำที่สวยคือภาพที่มีโทนสีขาว เทา ดำ ครบ และส่วนสีดำที่สุดมีความดำที่ดำสนิท ในทางเทคนิคคือภาพมีคอนทราสต์สูง มีส่วนขาวสุดและส่วนดำสุด แต่โทนเทาจะต้องต่อเนื่องคือไล่อ่อนไปเข้มได้นุ่มนวล

DSC00114
แม่ลูกคู่กัน

โหมดสีแบบฟิล์มกลายเป็นโหมดที่ปรับแต่งทิ้งไว้และใช้โหมดนี้ถ่ายภาพเกือบตลอดเวลา เพราะสไตล์สีแบบฟิล์มเป็นสีที่น่ามอง ดูมีเสน่ห์เมื่อเป็นภาพถ่าย ไม่แปลกใจที่จะมีคนชอบภาพสไตล์อินสตาแกรม หรือ มีคนชอบการปรับสีของ app VSCO ซึ่งโซนี่ก็เอาใจเต็มที่ด้วยการใส่โทนสีพิเศษแนวนี้เข้ามาให้เลือกใช้

DSC00104_1
ลองคร็อปภาพเป็นพาโนราม่า

สิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คือระบบ app ที่ทำงานได้รวดเร็ว เชื่อมต่อง่าย สามารถใช้ app เพื่อโหลดไฟล์ได้สะดวก แถมยังมีระบบเก็บภาพบน cloud ให้ใช้ด้วยอีกขนาด 25Gb ซึ่งพอจะใช้เป็นที่แบ็คอัพภาพนิ่งได้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าระบบ app ที่เชื่อมต่อกับ cloud จะมีปัญหาในภายหลังไหม เพราะระบบอื่นๆจากประสบการณ์ที่เคยใช้มา ส่วนที่เป็น cloud มักจะทำงานดีเมื่อปีแรก และเมื่อเริ่มไม่ได้รับความนิยมของระบบบน cloud ก็มักจะหายไป

DSC00083
ถ่ายภาพโต๊ะทำงาน เลนส์มุมกว้าง 20mm เก็บสิ่งที่มองเห็นครอบคลุมเหมือนสายตาจริงของเรา
DSC00028
ถ่ายระยะใกล้ๆหรือมาโคร รูรับแสง f2 ให้ภาพวัตถุชัดขณะที่ฉากหลังเบลอได้
DSC00125
เก็บภาพมุมกว้างเหมือนตาเห็น เรายืนมองอะไร เราก็ยกถ่ายสิ่งนั้นได้ ไม่ต้องถอย
ระบบดิจิทัลซูม ปรับความเร็วในการซูมไว้ที่ระดับช้า ให้ความนุ่มนวลในการซูมเหมือนมืออาชีพ
บันทึกคลิปได้ไม่ต่างจาก gopro แต่จะได้สีสันตามการปรับแต่งที่กล้องเลย ไม่ต้องไปทำสีอีกครั้งในคอมพิวเตอร์

DSC00177
ภาพสนามฟุตบอล ยืนดูแล้วก็ถ่ายสิ่งที่เห็น ภาพมุมกว้างเหมือนสายตามนุษย์
DSC00162
ทุ่งนาปลูกข้าวกำลังออกรวงสวยงาม 

ข้อจำกัด หรือ อาจจะเรียกว่าเป็นข้อเสียก็ได้

กล้องตัวนี้มีข้อดีเยอะ ขณะเดียวกับก็มีข้อจำกัดที่เยอะเช่นกัน การจะเลือกใช้กล้องตัวนี้ควรจะรู้ว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง

ด้วยความที่เป็นเซอร์เซอร์ไม่ได้ใหญ่เท่ากับ Full flame หรือเทียบกับ aps-c ก็ยังถือว่าเล็กกว่า มันทำให้กล้องมีสัญญาณรบกวนที่สูงเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่า ผลก็คือภาพจะไม่เนียนใสในแบบที่เคยได้จากกล้อง Fullframe ถ้าเราเทียบกับมุมใกล้เคียงกัน ZV-1F กับกล้อง aps-c เราก็จะเห็นว่าสัญญาณรบกวนของ ZV-1F มีเยอะกว่าอย่างชัดเจน 

มุมรับภาพของเลนส์ 20mm เทียบเท่า Fullflame ทำให้มันเป็นเลนส์ไวด์หรือเลนส์มุมกว้าง เหมาะกับการถ่ายภาพวิว และถ่ายคลิปวิดีโอเสียมากกว่า การเอาไปถ่ายภาพบุคคล ภาพครึ่งตัวแนวพอร์ตเทรดติดฝาบ้าน หรือภาพเฮดช็อตเน้นใบหน้าและไหล่จะไม่เหมาะเพราะเป็นมุมที่ไม่สวย ถ้าต้องการภาพบุคคลอย่างจริงจังควรไปใช้เลนส์ Tele หรือ 85มม. บนกล้อง Fullflame ไปเลยจะเหมาะกับงานมากกว่า

ZV-1F ถ่ายภาพนิ่งได้เป็น jpg เท่านั้น ไม่มีโหมดไฟล์ raw มาให้ใช้ ทำให้เราหมดโอกาสการปรับแต่งในภายหลังอย่างยืดหยุ่น หากเราชินกับการถ่ายภาพที่ผิดพลาดได้บ้าง หรือ ยังลังเลใจในการแต่งภาพ อยากเลือกโทนสีในภายหลัง เราจะอยากถ่ายเป็น raw ซึ่ง ZV-1F ไม่มี บางคนจะไม่ชอบต้องปรับตัวพอสมควร การมาใช้กล้องที่ถ่ายได้แต่ไฟล์ jpg อย่างเดียวจะบังคับให้เราเลือกสไตล์สีตั้งแต่ตอนถ่าย ซึ่งก็ไม่ได้แย่หากเทียบกับการใช้ฟิล์ม เพราะการเลือกสไตล์สีก็เหมือนการเลือกยี่ห้อฟิล์ม เราเพียงแค่ต้องถ่ายโดยวัดแสงอย่างแม่นยำด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องปรับแต่งหลังถ่ายอีก เนื่องจากแก้ไขความสว่างของภาพและสีกับไฟล์ jpg ทำได้ไม่มาก และยิ่งแก้ไขก็ยิ่งสูญเสียรายละเอียดของไฟล์

การถ่ายสิ่งของหรือสินค้าแบบจัดฉากหรือจัดไฟถ่ายจะค่อนข้างลำบาก เพราะเลนส์เป็นเลนส์ไวด์ แม้จะเข้าใกล้วัตถุได้ แต่ก็จะมีสัดส่วนความเพี้ยนสูง ช่างภาพแนวสินค้าหรือโฆษณามักจะไม่ใช้เลนส์มุมกว้าง เลนส์มาโครระดับโปรจะเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเยอะหรืออยู่ในระยะ Tele กันทั้งสิ้น ส่วนมากเลนส์มาโครจะมีระยะประมาณ 100มม.

อีกข้อหนึ่งที่เป็นข้อเสียที่ใหญ่หลวงเลยก็คือ กล้องมีความเร็วชัตเตอร์ช้าสุดแค่ 1/4 วินาที คือเปิดหน้ากล้องนานกว่านี้ไม่ได้ แค่ 1 วินาทีก็ยังทำไม่ได้ จุดนี้ช็อคพอสมควรเลย การเปิดชัตเตอร์นานไม่ได้มันจะทำให้เราไม่สามารถถ่ายภาพ ด้วยเทคนิค long exposure  การจะเอาไปถ่ายพลุเป็นเส้นทำไม่ได้ เอาไปถ่ายไฟรถยนต์ที่วิ่งเป็นเส้นทำไม่ได้ เอาไปถ่ายน้ำตกให้สายน้ำนุ่มๆ เปิดหน้ากล้องนานๆก็ทำไม่ได้ มีเทคนิคการถ่ายภาพอีกหลายอย่างที่ต้องเปิดหน้ากล้องนานๆหลายวินาที น่าเสียดายมากที่ ZV-1F จะทำไม่ได้ ขนาดกล้องคอมแพ็คฟิล์มตัวอื่นในอดีตที่เคยผ่านมาบางตัวยังถ่ายได้ที่ 4 วินาที หรือ 8 วินาที 

การกดล๊อคค่าแสงหรือ Ae lock หาไม่เจอในเมนูปกติ มันถูกซ่อนอยู่ด้านไหนเมนู ต้องตั้งค่าให้ปุ่มคัสต้อมเพื่อใช้คำสั่ง Ae lock ซึ่งกว่าจะค้นหาจนเจอ ผมต้องพยายามหาอยู่หลายครั้งและเรียนรู้การตั้งค่าปุ่มคัสต้อม ใช้กล้องมาเป็นเดือน บอกตรงๆว่ายังตั้งค่าปุ่ม ตั้งค่าเมนูส่วนตัวในกล้องยังไม่เป็นเลย

สรุป

กล้อง Sony ZV-1F เป็นกล้องคอมแพ็คที่มีเลนส์ 20มม. ไวแสง เลนส์คุณภาพสูงมาก ให้ภาพใสกริ๊ง สามารถถ่ายภาพได้เหมือนตาเห็น สามารถใส่สีให้ดูคล้ายโทนภาพจากฟิล์ม ใช้ถ่ายวิดีโอได้คล่องตัว ใส่สีสันในวิดีโอให้ดูเป็นหนังอาร์ตได้ไม่ยาก จบหลังกล้องได้ไม่ต้องไปย้อมสีในโปรแกรมตัดต่อ แต่ก็มีลูกเล่นที่บันทึกไฟล์สำหรับตัดต่อได้แบบโปรด้วย ใช้เป็นกล้องไลฟ์ขายของแสดงสินค้าตัวเล็กๆแล้วกล้องโฟกัสสินค้าเล็กๆได้ นับว่าเป็นกล้องสารพัดประโยชน์ที่ราคาไม่แพงเลย 

ไปดูตัวอย่างภาพจากกล้อง ZV-1F เพิ่มเติมได้ที่นี่

สนใจสั่งซื้อได้ที่นี่ https://shope.ee/5V7Q4wN5Mx

หรือที่นี่ https://shope.ee/9eyuQHL1zl

รีวิวเลนส์ canon ef85 f1.8 ถูกและดีของจริง

sale-18dec2013-IMG_0091

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นนักถ่ายภาพ เราก็จะมีการถ่ายภาพหลากหลายแนว ทั้งภาพวิว ภาพสัตว์ สิ่งของ และภาพบุคคล ซึ่งสิ่งที่จะถ่ายนั้นจะนำมาซึ่งวิธีคิดและการเลือกใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเลนส์ที่จะใช้ หากเน้นไปที่การถ่ายภาพบุคคลก็จะมีเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพคนโดยเฉพาะ

IMG_0480

การเลือกใช้เลนส์สำหรับการถ่ายภาพบุคคล ในวงการถ่ายภาพจะใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสประมาณ 85 – 135มม. ซึ่งเลนส์ 85มม ตัวที่จะแนะนำนี้เป็นเลนส์ถ่ายภาพบุคคลราคาไม่แพง และยิ่งหากเป็นของมือสองก็ยิ่งราคาลดลงไปเหลือแค่ครึ่งราคา นั่นคือเลนส์ canon EF85 f1.8 เลนส์สำหรับกล้อง SLR และ DSLR

IMG_20201107_213615

เลนส์ตัวนี้มีรูรับแสงกว้างสุดอยู่ที่ f1.8 ถือว่าเป็นเลนส์ไวแสงตัวหนึ่ง ทำให้การใช้งานทำได้ง่าย เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย จะถ่ายภาพคนในที่ร่ม ในบ้าน ในตึก จะมีโอกาสได้ภาพจากแสงธรรมชาติหรือแสงจริงที่เกิดขึ้น เรามีโอกาสได้ภาพเหมือนตาเห็น รูรับแสงกว้างระดับ f1.8 สามารถใช้มือถือกล้องตรงๆโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ยิ่งกล้องรุ่นใหม่ๆสามารถเลือกใช้ค่าความไวแสงหรือ iso ได้สูงมากทำให้เลนส์ f1.8 ตัวนี้ยิ่งถ่ายภาพได้แทบจะทุกสภาพแสง และมุมมองของเลนส์ 85มม. ก็จะให้ภาพที่มีสัดส่วนสมจริง ความเพี้ยนต่ำ จึงนิยมใช้ถ่ายภาพบุคคลเป็นอย่างมาก และถ้าใช้ระยะถ่ายภาพตัวผู้ใหญ่ประมาณครึ่งตัว หรือภาพเด็กเล็กเต็มตัวก็จะได้ภาพที่สัดส่วนดูสมจริง ใกล้เคียงกับการมองจริง ใช้ถ่ายทอดความเที่ยงตรงของวัตถุได้

สามชุกIMG_0071

การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะมีบุคลิกของภาพที่เด่นชัดในด้านระยะชัดที่ไม่มาก หรือชัดตื้นนั่นเอง การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอมักทำให้ภาพถ่ายดูสวยงาม ตัวแบบที่เป็นจุดสนใจจะชัดตามคุณภาพความคมของเลนส์ ขณะที่ฉากหลังมีความเบลอช่วยขับให้ภาพดูสวย เมื่อเราใช้ถ่ายภาพคนเราจะได้ลักษณะภาพที่ดูนุ่มนวล ภาพถ่ายแนวนี้จะเหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงธรรมชาติ

IMG_2078

ภาพเด็กในห้องนอนก็เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านความไวแสง ตอนกลางวันแสงในห้องนอนจะมาจากหน้าต่างที่กำแพง เราเปิดผ้าม่านให้แสงเข้าจนดูสวยงามสบายตา แล้วเราก็หยิบกล้องพร้อมเลนส์ f1.8 ขึ้นมาถ่าย เลือกใช้รูรับแสงกว้างสุดเราก็จะได้ภาพเหมือนตาเห็น พร้อมกับจุดเด่นที่เราโฟกัส และมีความเบลอของฉากหลังช่วยขับให้ตัวแบบโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

20200603174615_IMG_0500

สภาพแสงที่ทำให้ภาพจากเลนส์ 85f1.8 ให้ภาพที่สวยที่สุดในความคิดผมก็คือคือมีความสว่างแต่ไม่มีแดด อย่างการถ่ายภาพในที่ร่มหรือไม่มีแดดโดยตรงแต่ไม่มืด ภาพเด็กยืนเป็นกลุ่มนอกอาคาร เป็นสภาพแสงตอนเย็นที่ยังสว่างอยู่ สภาพแสงแบบนี้ถ้าใช้เลนส์ไวแสงมาถ่ายภาพจะได้แสงเหมือนตาเห็น และได้ความนุ่มนวลในภาพยิ่งกว่าการถ่ายตอนโดนแสงแดด

kobfa-home-IMG_0055

การถ่ายภาพภายในบ้าน จะเป็นสภาพที่ไม่มีแสงแดดอยู่แล้ว และหากบ้านมีความสว่างเพียงพอจากไฟประดับภายใน เราใช้เลนส์ไวแสงมาถ่ายเราก็จะได้ภาพที่ได้สีสันและความสว่างเหมือนตาเห็น รูรับแสงกว้างทำให้ระยะชัดมีเพียงเล็กน้อย คนที่อยู่ในจุดโฟกัสจะชัด และมีฉากหลังที่เบลอ สร้างความสวยงามให้กับภาพได้ดี 

nan28oct2014-IMG_0022

ภาพคนในสถานที่ช็อปปิ้งภายนอกอาคาร ภาพมีความสว่างแต่ไม่โดนแดดโดยตรง ภาพจะสวย ดูนุ่มนวล ใช้ถ่ายภาพผู้หญิงก็ดูสวยขึ้น ใช้ถ่ายภาพเด็กก็ดูน่ารักขึ้น และสิ่งที่เป็นบุคลิกเด่นของเลนส์ Canon เกรดโปรก็คือภาพจะมีความหวานใส สีผิวคนจะดูเด่น สีสวยมาก และเลนส์ Ef85f1.8 ตัวนี้มีคุณภาพในระดับโปรเช่นกัน

IMG_2099

นอกจากเลนส์ระยะ 85มม ที่นิยมใช้ถ่ายภาพบุคคลแล้วก็ยังมีเลนส์ซูม 70-200 มม. f2.8 ที่ใช้กับภาพคนได้ดีเช่นกัน แต่เลนส์ซูมก็ขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ ทำให้การพกพาเป็นเรื่องยาก กระเป๋ากล้องที่จะใส่กล้องและเลนส์เทเลซูมก็จะต้องใหญ่และหนักยิ่งขึ้น การใช้ 85f1.8 จะได้ของเล็กน้ำหนักเบากว่ากันมาก ยิ่งกล้องเบายิ่งทำให้เราอยากพกพา จะยิ่งทำให้เรามีโอกาสได้ภาพมากยิ่งขึ้น

เลนส์ EF85f1.8 เคยมีราคาเปิดตัวเมื่อหลายปีก่อนประมาณ หมื่นกลางๆ และราคามือสองของเลนส์ตัวนี้ที่อายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7000-8000 บาท ถือว่าเป็นเลนส์ที่มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ในระดับราคานี้ เพราะไม่มีของในระดับราคาหมื่นบาทที่จะให้คุณภาพของภาพที่คมชัดและไวแสงถ่ายภาพได้เหมือนตาเห็นแบบนี้ กล้องยุคใหม่พัฒนาไปสู่ระบบของ mirrorless แต่เลนส์ยุคเก่าก็ยังถูกใช้งานได้เรื่อยๆ ใช้ได้กับกล้องเก่า และกล้องใหม่ผ่านตัวแปลงเม้าส์เลนส์ คนใช้กล้อง Canon ถ้าจะหาของดีราคาถูกใช้ก็แนะนำให้ซื้อ EF85f1.8 ตัวนี้ไว้ได้เลย ถูกและดีคือคำจำกัดความของมัน

เปรียบเทียบภาพถ่ายจากหลายระบบ

การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนแล้วในยุคอินเทอเน็ต 5G เพราะโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องมีกล้องติดมาด้วย และส่วนมากก็จะมีคุณภาพดีพอใช้ได้ทั้งสิ้น ผู้คนถ่ายภาพกันเป็นจำนวนมาก และบางทีก็อยากจะพิมพ์ภาพออกมาเป็นกระดาษบ้าง อาจจะใช้ใส่อัลบั้มเพื่อดูในเวลาอื่นๆ อาจจะใช้แจกเป็นที่ระลึก ซึ่งเมื่ออยากจะพิมพ์ภาพถ่ายดิจิทัลออกมา เราก็จะเป็นจะต้องไปอัพภาพที่ร้านรูปตามห้าง และบางคนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีปริ๊นเตอร์สีเอาไว้ทำงาน ก็อาจจะพิมพ์ภาพเองเลย และนอกจากเครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงานแล้ว โลกเราก็มีเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนมากจะพิมพ์ภาพขนาดเล็ก 

เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพถ่ายสำหรับใช้ในบ้านที่มีให้เราใช้ในยุคปัจจุบันเท่าที่เหลืออยู่ก็จะเป็นระบบ

1 Zink paper ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Polaroid เพื่อทดแทนระบบการพิมพ์ภาพดั้งเดิมที่ใช้มานานหลายสิบปี ส่วนระบบดั้งเดิมที่ Polaroid สร้างจนมีชื่อเสียงแต่ไม่ยอมทำตลาดต่อ ก็ถูก Fuji นำไปทำตลาด นำเทคโนโลยีไปไปใช้ในกล้อง instant ของตัวเอง

2 Fuji instax ระบบถ่ายภาพลงบนแผ่นฟิล์ม เป็นสิ่งที่เกิดจากบริษัท Polaroid  ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนปัจจุบันยังคงมีกล้องระบบ instax ของ Fuji ออกมาให้ใช้อย่างต่อเนื่อง และมีหลายขนาดให้เลือกใช้

P_20160505_143122
กล้อง Polaroid ที่ใช้ระบบการพิมพ์ภาพแบบ Zink paper

3 Canon Selphy การพิมพ์ภาพถ่ายของ Canon โดยใช้ระบบการพิมพ์ Dye-Sublimation ซึ่งเป็นระบบการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงและใช้อยู่ในเครื่องพิมพ์ Canon selphy ที่ขายอยู่ราคาไม่แพง และได้รับความนิยมในกลุ่มช่างภาพที่อยากได้ภาพคุณภาพสูง มีทั้งแบบเครื่องพกพา และเครื่องตั้งโต๊ะ

2018-03-15_12-37-38
ซ้ายคือภาพจากระบบ zink ขวาคือภาพจาก Dye-Sublimation

แต่ละระบบจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน และมีจุดด้อยของใครของมันที่ทำให้ผู้ใช้งานต้องปวดหัวและต้องเสียเงินซื้อหลายระบบ เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง ทำให้คนรักการพิมพ์รูปแทบจะต้องเสียเงินซื้อทุกอย่าง

Zink ย่อมาจาก Zero ink เป็นระบบที่สะดวก ทำให้เล็กได้ สามารถยัดเข้าไปอยู่ในกล้องถ่ายรูปได้ และทำเป็นเครื่องพิมพ์แยกอิสระได้ การพิมพ์ระบบนี้ต้องใช้ไฟล์ดิจิทัลเท่านั้น ความคมชัดและคุณภาพสีอยู่ในระดับปานกลาง ความคงทนอยู่ในระดับต่ำ คือในเวลาไม่เกินสองปีภาพจะเกิดอาการสีซีด ไม่เหมาะกับการเก็บภาพชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าเราถ่ายภาพแม่ไว้ วันนึงในอีกหลายปีข้างหน้าภาพแม่จะจางหายไป

Fuji instax เป็นระบบถ่ายภาพทันใจอีกชนิด ต้นกำเนิดเกิดจากบริษัท Polaroid แต่เสื่อมความนิยมไปพักใหญ่ แล้ว Fuji ก็นำมาทำตลาดต่อ เป็นระบบการพิมพ์ภาพแบบอนาลอก ฟิล์มแผ่นที่ผ่านการถ่ายจะไหลออกมาจากกล้อง รอเวลาสักครู่ก็จะปรากฏเป็นภาพที่สวยงาม ระบบนี้ได้รับความนิยมมากเพราะสะดวก รวดเร็ว ถ่ายแล้วภาพไหลพรวดออกจากกล้อง แม้จะต้องรอเวลาสัก 1 นาทีเพื่อให้ภาพขึ้นชัดเจนแต่ก็เป็นความสนุกที่น่าลองใช้งาน เมื่อก่อนเป็นอนาลอก ปัจจุบัน Fuji พัฒนาให้เป็นเครื่องพิมพ์ภาพ ทำให้สร้างภาพดิจิทัลไว้บนแผ่นฟิล์ม instax ได้ ทำให้เรามีเครื่องพิมพ์ระบบ instax และทำให้ Fuji ทำกล้องดิจิทัลที่ยัดเครื่องพิมพ์ภาพ instax ไว้ข้างในออกมาขายด้วย ข้อดีคือเร็ว ข้อเสียคือภาพเล็ก เพราะขนาดที่นิยมและขายดีทั่วโลกก็มีขนาดแค่บัตรเครดิตเท่านั้น แม้จะมีขนาดจตุรัสออกมาบ้างก็ยังไม่ได้รับความนิยม 

Canon Selphy เป็นระบบ Dye-Sublimation ที่ให้ภาพสวยที่สุด ระบบการพิมพ์ให้ภาพขนาด 4×6นิ้ว ต้องใช้เครื่องพิมพ์โดยเฉพาะ ไม่สามารถทำให้เล็กได้ ทำให้เราไม่สามารถยัดระบบการพิมพ์แบบนี้เข้าไปในกล้องถ่ายภาพ ข้อดีคือภาพสวยคุณภาพสูงมาก ข้อเสียคือ ใหญ่ เทอะทะ ต้องทำงานในสภาพของปริ๊นเตอร์ คือพกพาลำบาก แต่จะเก็บภาพได้ยาวนานที่สุด canon เลยบอกว่าสามารถเก็บภาพได้ถึง 100 ปี ถ่ายภาพพ่อแม่ไว้ พ่อแม่จะอยู่ในกระดาษไปจนเราตาย ภาพก็ยังไม่จืด อันนี้เรียกว่าดีมาก

สรุป

การเลือกระบบการพิมพ์ภาพขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้ภาพ ถ้าเราต้องการความเร็ว เช่นงานปาร์ตี้ ถ่ายแล้วได้ภาพทันที คุณภาพไม่ต้องดีที่สุด เราก็ใช้ระบบของ fuji instax ที่เป็นอนาลอกได้เลย คือถ่ายแล้วไหลพรวด

ถ้าเราอยากได้ภาพสวย สีสันยอดเยี่ยม มีคำตอบเดียวคือ canon selphy ให้ภาพขนาด 4×6นิ้ว

ถ้าเราอยากได้เครื่องพิมพ์ภาพจากไฟล์ดิจิทัลที่พกพาได้ เรามีทางเลือกคือ zink paper กับ ระบบ fuji instax printer ทั้งสองแบบเป็นเครื่องพิมพ์พกพา สามารถเลือกภาพดิจิทัลมาสั่งพิมพ์ได้ 

ถ้าเราอยากได้กล้องดิจิทัลที่ถ่ายแล้วเลือกภาพแล้วค่อยพิมพ์ เราก็มีทางเลือกที่เป็นกล้องระบบ zink ใช้กระดาษ zink paper กับกล้อง fuji รุ่นดิจิทัลที่พิมพ์ภาพบนแผ่นฟิล์ม instax ได้


แถมให้

ระบบ Zink เทียบกับ instax อันไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสองระบบเป็นระบบการพิมพ์ที่ยัดไว้ในกล้องได้ ก็ขอให้ดูภาพตัวอย่างด้านล่าง ภาพแรกถ่ายสิ่งของพร้อมกัน ได้ภาพออกมาพอใช้ได้ทั้งคู่ zink จะใหญ่กว่าเพราะขนาดที่ใช้คือ 2×3นิ้ว ส่วน instax เล็กกว่าเพราะขนาดเท่าบัตรเครดิต

P_20160505_175002
ซ้าย Zink paper จากกล้อง Polaroid Z340 ขวาคือ Fuji instax จากกล้อง Mini8

เมื่อเวลาผ่านไป16 เดือน เอาภาพทั้งสองใบมาเทียบกันอีกครั้ง เราจะเห็นว่าภาพจาก zink จะซีดลงไปเยอะมาก สีสันจริงของวัตถุในภาพอาจจะดูไม่รู้แล้วว่าเคยเป็นสีอะไร ข้อมูลภาพอาจจะค่อยๆหายเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ส่วน instax ยังคงอยู่ดีดูไม่ค่อยแตกต่างจากปีแรก คาดว่า instax จะอยู่ได้อีกหลายปี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถึง 20 ปีไหม

IMG_0206
ซ้ายคือ Fuji instax ที่เวลาผ่านไป 16 เดือน ขวาคือ Zink paper


Farm to table รีวิวร้านลับที่น่าแวะย่านปากคลองตลาด

Farm to table รีวิวร้านลับที่น่าแวะย่านปากคลองตลาด

วันนี้พาลูกไปสอบพรีเทสที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยย่านปากคลองตลาด เพื่อเป็นการซ้อมทำข้อสอบสำหรับการสอบเข้า ม.1 จะได้วัดผลด้วยว่ามีความรู้ระดับไหน ต้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องอะไร การสอบจัดขึ้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบ พ่อแม่ก็ต้องพาไปส่ง แล้วก็รอสามชั่วโมงเพื่อรับกลับ

IMG_8052

ถือโอกาสเดินเล่นปากคลองตลาดเสียเลย เพราะไม่ได้แวะมาย่านนี้นานแล้ว ปากคลองตลาดในยุคนี้ดูโล่งขึ้น เดินดูของต่างๆได้สะดวก ร้านค้ามีระเบียบ ดอกไม้หน้าร้านดูสวยงามชวนให้ถ่ายรูป คนชอบถ่ายรูปมาเดินก็มักจะต้องหามุมสวยดูดีและบันทึกภาพเก็บไว้

IMG_8053

วันนี้ตั้งใจเดินไปให้ถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านอาหารแนวคาเฟ่ มีกาแฟ ขนม ไอศครีม อาหาร ข้าว มีของกินหลากหลายและที่สำคัญคือเป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบของปากคลองตลาด อยู่ในพื้นที่แทบจะใจกลางตึกแถวในตลาด เป็นส่วนที่ผมไม่เคยคิดจะเดินเข้าไปเลยตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนที่เดินเล่นอยู่ในย่านนี้

1705227517967-01

ร้าน Farm to Table เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในตึกแถวเก่าโบราณ เจ้าของร้านบอกว่าเป็นบ้านเก่าที่อยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก และก็มีการปรับปรุงให้ดูสวยงามน่าอยู่ และได้เปิดเป็นร้านอาหาร ความสวยของตึกสไตล์เก่า พร้อมเฟอร์นิเจอร์เก่า จัดการที่ว่างและมุมปลูกต้นไม้ได้ลงตัว เดินมาเห็นด้วยตาเปล่าต้องยกกล้องเก็บภาพกลับไปโดยอัตโนมัติ

IMG_8093

อาหารในร้านก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูข้าว เมนูของหวาน ไอศครีม ขนมไทย กาแฟ ออกแบบหน้าตาและจัดจานได้ดูน่ากินมาก ราคาก็ไม่แพงแบบร้านอาหารหรูหราอื่นๆ เป็นราคาที่ยอมรับได้สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยว ถือว่าราคาถูกเลยสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน ยิ่งถ้าเทียบกับรสชาติแล้วถือว่าคุ้มราคามาก 

IMG_8099

อาหารเมนูข้าวให้มาเยอะ ผู้ใหญ่กินอิ่ม เด็กเล็กอาจจะกินเหลือ สิ่งสำคัญที่รู้สึกได้ก็คือ อาหารดูมีคุณภาพ เลือกให้ลูกกิน หรือซื้อฝากคนที่บ้านก็สบายใจ คำว่า Farm to Table น่าจะสื่อถึงผักคุณภาพและอาหารต่างๆก็คัดมาแล้วว่ากินได้มีประโยชน์ 

1705227193218-01

ขนมและของหวานเป็นไฮไลท์ที่ต้องลองกิน ขนมไทยก็จัดออกมาดูสวยและรสชาติดี ของหวานอย่างลอดช่องที่มีไอศครีมวางไว้ก็ออกแบบมาลงตัว ถ้าเลือกไอศครีมรสเปรี้ยวแล้วคู่กับความหวานของน้ำกระทิมันอร่อยเข้ากันดีมาก เป็นส่วนผสมที่เพิ่งเคยได้ลอง และกินแล้วก็อร่อยจริง

IMG_8113

กาแฟตามยุคสมัย อเมริกาโน่ปกติ หรือ อเมริกาโน่น้ำส้มก็มีให้สั่ง ของหวานเต็มร้าน ไอศครีมเต็มตู้ สั่งอะไรก็ดูอร่อยไปหมด เจอของหวานและขนมขนาดนี้ ต่อให้เป็นร้านออแกนิคแค่ไหน ก็ต้องอดใจอย่ากินเยอะ

1705227147433-01

ร้านนี้มีสองจุดใกล้ๆกัน ร้านแรกอยู่ปากซอย ร้านที่สองอยู่ในซอย เมนูเหมือนกัน ผมแวะทั้งสองร้าน เพราะร้านในซอยที่เป็นร้านใหญ่ มีคนเยอะมากในวันที่ผมเข้าไปชิม ร้านเปิดเก้าโมง คนเต็มก่อนร้านเปิด ผมได้แต่ทึ่งว่าทำบุญด้วยอะไรถึงขายดีขนาดนี้ กินอร่อย ถ่ายรูปสวย เก็บภาพจนพอใจ ผมกินอิ่มจากร้านในซอยแล้วทนสายตาอีก10คู่กับ 20เท้า ของคิวที่ยืนดูผมกินไม่ได้ สุดท้ายก็เดินออกจะได้แบ่งโต๊ะให้คนที่อยากมาสัมผัส แล้วเดินมากินขนมหวานที่ร้านปากซอยแทนซึ่งคนน้อยกว่า

IMG_8043

คนที่อยากแวะมาร้านนี้แนะนำให้มารถไฟฟ้า ดำดินมาโผล่ที่สถานีสนามไชย ทางออก 4 ออกมาจะเจอคลองหลอด แล้วเดินนิดหน่อย หากใครขับรถมาแนะนำให้จอดรถที่กรมที่ดินจะใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่นิสัยดีโบกรถอำนวยความสะดวก จอดซ้อนก็ช่วยเข็น ค่าจอด 40 บาท จอดแล้วเที่ยวปากคลองตลาดให้คุ้มเลย แถมภาพมุมมองจากที่จอดกรมที่ดิน มองข้ามคลองหลอดไปจะเจอตลาดส่งเสริมเกษตรไทยปากซอยคือร้านเล็ก ร้านใหญ่อยู่ในซอย

1705227385200-01