รีวิว Fuji instax mini evo

กล้องฟูจิ instax มีพัฒนาการมายาวนาน ตั้งแต่เป็นกล้องอนาลอกถ่ายแล้วภาพไหลออกมาให้ลุ้นทันทีก็พัฒนามาถึงระบบกล้องไฮบริดที่รวมระบบกล้องดิจิทัลไว้กับเครื่องพิมพ์ฟิล์มinstaxขนาดเล็ก ถ่ายรูปเห็นภาพก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะพิมพ์ภาพหรือไม่พิมพ์ นั่นทำให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดเงินค่าฟิล์มถ่ายภาพได้ หรือ ทำให้ลดการผิดพลาดที่ถ่ายแล้วได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์

กล้อง Fuji instax mini evo เป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 5ล้านพิกเซล ที่มีระบบการพิมพ์ฟิล์ม instax ในตัว ตัวกล้องมีปุ่มเลือกโหมดฟิล์มได้ 10 ชนิด และ มีปุ่มเลือกลูกเล่นการแต่งภาพอีก 10 ชนิด ทำให้เมื่อใช้งานผสมกันแล้วก็สามารถสร้างภาพที่แตกต่างกันได้ 100 ชนิด

IMG_20250220_201346

ลักษณะทั่วไป
เป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 5ล้านพิกเซล
มีช่องใส่ micro SD
ช่องชาร์จไฟเป็นแบบ usb-c
มีสายคล้องคอแถมมาด้วย
แบตเตอรี่สามารถถ่ายภาพและพิมพ์ได้ 100 ภาพ
สามารถถ่ายมาโครได้
แฟลชเป็นหลอดไฟ LED

20250323134936_IMG_2918

ในโหมดการถ่ายภาพ ทุกภาพจะถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่ คุณภาพของกล้องดิจิทัลอยู่ในระดับที่แย่มาก ใครคิดจะใช้แทนกล้องดิจิทัลหรือใช้แทนมือถือให้ล้มเลิกความตั้งใจไปเลย เหมือนฟูจิไปเอาเซ็นเซอร์โบราณที่ไม่มีใครเอามาสร้างกล้องตัวนี้ คนที่ชอบกล้องคอมแพ็คอย่างผมยังเผลอคิดจะใช้แทนกล้องฟิล์ม หรือกล้องถ่ายเล่น โดยคาดหวังว่าไฟล์จะมีคุณภาพ แต่เมื่อเห็นไฟล์ที่ได้จากกล้องแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจในการดูภาพแค่ภาพไม่กี่นาที

DSCF0037

DSCF0032

DSCF0033
DSC07306
DSCF0342
DSCF0128
DSCF0222
DSCF0556
DSCF0529
DSCF0651
DSCF0654

ยังดีที่ evo ยังมีอีกความสามารถหนึ่งที่น่าสนใจ คือการทำตัวเป็นเครื่องพิมพ์ เราสามารถโหลด application ที่เชื่อมต่อกับกล้อง แล้วสั่งพิมพ์ภาพจากโทรศัพท์มือถือได้ นั่นทำให้เราได้เครื่องพิมพ์ภาพติดตัวที่สามารถถ่ายภาพได้ ซึ่งส่วนของการถ่ายภาพก็พอทนใช้งานในเวลาฉุกเฉิน ส่วนของการพิมพ์ภาพนั้นให้คุณภาพที่ดีน่าพอใจ ปกติฟิล์ม instax มักจะมีสีสันไม่สวย ภาพไม่คมชัด นั่นเป็นเพราะเป็นการถ่ายภาพตรงๆที่โฟกัสไม่แม่นและวัดแสงไม่ชัวร์ในแบบกล้องอนาลอกดั้งเดิม ภาพ instax ที่เคยมีก็เลยไม่คมชัดและสีไม่สวย แต่เมื่อทำงานในแบบเครื่องพิมพ์ เราเลือกภาพคมชัดสีสวยจากมือถือไปสั่งพิมพ์ เราก็ได้ภาพสีสวยคมชัดตามที่เราต้องการ

1740053908929
DSC07256

IMG_2521

Fuji evo เหมาะกับใคร
Fuji evo เป็นกล้องดิจิทัลที่พิมพ์ภาพได้ เหมาะกับคนที่ต้องการมีประสบการณ์การใช้งานกล้อง instax ที่ยังไม่มั่นใจตัวเอง สามารถเลือกภาพที่จะพิมพ์ได้ ประหยัดการซื้อฟิล์มได้

Fuji evo เหมาะกับคนที่ต้องการพิมพ์ภาพถ่ายแบบทันทีทันใด สะดวกต่อการพกพา แต่ก็จะได้ภาพขนาดเท่าบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนเท่านั้น

Mini evo ไม่เหมาะกับใคร
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพสวยคมชัดระดับเดียวกับเทคนิคการพิมพ์ Dye-sub ซึ่งเป็นเทคนิคการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงสุดสำหรับตลาดผู้ใช้งานทั่วไป อย่างเช่นเครื่องพิมพ์ selphy ของ Canon

ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ เพราะ mini instax ให้ภาพขนาดเล็ก ส่วนคนที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ต้องดูเครื่องพิมพ์พกพาระบบอื่น หรือถ้าเป็น instax ก็จะมีรุ่น wide ที่ให้ภาพใหญ่ขึ้น

DSC07264

ตัวอย่างการสั่งพิมพ์ภาพจากโทรศัพท์มือถือ mini evo จะรับคำสั่งพิมพ์จากโทรศัพท์ แล้วก็ส่งภาพออกมา เราต้องรอเวลาอีกประมาณ​2 นาที ภาพถึงจะขึ้นสมบูรณ์มีความคมชัดในระดับที่น่าพอใจ

ออกแบบแฟ้มและโบรชัวร์สำนักงานบัญชี

มีพี่ท่านหนึ่งอาชีพทำบัญชีมาปรึกษากับผมว่าเขาอยากได้โบรชัวร์และแฟ้มบริษัทเพื่อใช้แจกและใช้แนะนำตัวในงานประชุมทางธุรกิจต่างๆ และใช้แจกให้กับว่าที่ลูกค้าเพื่อให้ทำความรู้จักกับบริษัทของเขาในเบื้องต้น ผมก็รับงานและตกลงเริ่มออกแบบให้

ข้อมูลที่วางไว้ในสื่อสิ่งพิมพ์จะเป็นสิ่งที่เจ้าของบริษัทจะต้องถ่ายทอดให้ผู้ออกแบบได้ทราบเรื่องราว ต้องการจะสื่อสารเรื่องอะไรบ้าง การพูดคุยเก็บข้อมูลประมาณ 2 ชม. ผมได้รู้จักบริษัทของพี่ท่านนี้ ได้ความรู้เกี่ยวกับบัญชี การวางแผนธุรกิจที่จะนำไปสู่เป้าหมายของบริษัท เป็นช่วงเวลาที่ผมได้ทำงาน และได้ความรู้ไปพร้อมกัน

ภาพที่จะใช้ในโบรชัวร์ผมนัดถ่ายภาพในตอนที่พี่เขาทำงาน ตอนใส่สูท ตอนไปร่วมงานประชุมทางธุรกิจ เลือกถ่ายภาพมาทั้งแบบเป็นทางการ ใส่สูทเต็มรูปแบบ และถ่ายภาพแบบดูเป็นกันเองในแบบไม่ใช้สูท มีเพียงเสื้อเชิ้ตและท่านั่ง ผมเลือกมุมนั่งยิ้มให้กับกล้องเป็นภาพหลักที่ใช้ทำสื่อในครั้งนี้

โบรชัวร์สำนักงานบัญชีเนชั่น - 3

จัดวางรูปแบบโบรชัวร์ แล้วก็ออกแบบปกแฟ้ม ผมเริ่มต้นการออกแบบด้วยภาพถ่าย และคิดสโลแกนให้ว่าน่าจะใช้ประโยคที่สั้นและบอกเป้าหมายของการทำงานได้ นั่นคือ สำนักงานบัญชีที่สร้างความเจริญเติบโตให้บริษัท และก็จัดวางอาร์ตเวิร์คออกมา

เมื่อปรับแต่งจนรู้สึกลงตัวแล้วก็ทำตัวอย่างจริง ผมพิมพ์ดิจิทัลปรู๊ฟขนาดเท่าจริง ใช้กระดาษเหมือนจริงมาทำตัวอย่าง แล้วถ่ายภาพวิดีโอให้ดู พี่เจ้าของบริษัทตรวจงานทางวิดีโอเพราะกำลังเดินทางอยู่ต่างประเทศ เมื่อดูจบก็ตกลงเริ่มผลิต

และเมื่อทุกอย่างพร้อมก็จัดการพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์อ๊อพเซ็ท ซึ่งแท่นพิมพ์แบบนี้จะเหมาะกับงานจำนวนมาก ใบปลิวหลักพันใบจะมีราคาต่อหน่วยถูกกว่าการพิมพ์ดิจิทัล

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยแฟลช

การใช้แสงแฟลชในการถ่ายภาพมีมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยของฟิล์มก็มีการใช้แฟลชกันอย่างแพร่หลาย กล้องถ่ายภาพเกือบทุกตัวมักจะมีแฟลชในตัวมาให้ด้วย ทั้งกล้องคอมแพ็คขนาดเล็ก และกล้อง SLR ระดับเริ่มต้นหรือเกือบจะโปรก็จะมีแฟลชในตัว โดยการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาแสงไม่พอ อย่างเช่นการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ถ้าเราอยากถ่ายภาพคนในอาคารที่แสงสว่างไม่มาก การถ่ายภาพด้วยการเปิดแฟลชไปด้วยจะทำให้ภาพสมบูรณ์ขึ้น

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1439
ไม่ใช้แฟลช
dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1442
ใช้แฟลช

กล้องดิจิทัลที่ออกมาเพื่อทดแทนกล้องฟิล์มก็มีแฟลชในตัวมาให้ แต่ระยะหลังกล้องบางตัวก็เลิกใส่แฟลชมาให้แล้วด้วยเหตุผลว่า ความไวแสงหรือ iso ของกล้องดิจิทัลสูงขึ้นเรื่อยๆ ความไวแสงของกล้องดิจิทัลสูงกว่าฟิล์มถ่ายภาพไปไกลมาก เรียกได้ว่า กล้องถ่ายภาพในยุคปัจจุบันอาจจะไม่จำเป็นต้องมีแฟลชอีกแล้ว นั่นทำให้การถ่ายภาพด้วยแฟลชกลายเป็นสิ่งที่หายาก และคนเริ่มไม่คุ้นเคย และสุดท้ายคนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันใช้กล้องฟิล์มก็อาจจะไม่รู้วิธีการถ่ายภาพด้วยแฟลชแล้วด้วย แต่ก็ยังดีที่กล้องบางรุ่นก็ยังให้แฟลชมาให้ในตัว และมีการปรับค่าความสว่างของแฟลชให้พอดีแบบอัตโนมัติ ทำให้การเรียนรู้เรื่องแฟลชเริ่มไม่จำเป็นสำหรับคนทั่วไป และแม้ไม่รู้เรื่องกล้องก็ยังใช้งานได้

แต่การใช้แฟลชเทียบกับการไม่ใช้ให้ลักษณะภาพต่างกัน ถ้าเรารู้หลักการสักหน่อยเราก็จะใช้แฟลชในภาพเพื่อปรับปรุงคุณภาพ สร้างลักษณะแสงที่ต้องการได้ เราจะได้ภาพที่ดีขึ้น

IMG_3854

ภาพที่หนึ่ง เป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง Eos M3 ติดเลนส์ Ef-m 22F2 ตั้งค่าให้กล้องปรับ iso อัตโนมัติ ยกกล้องเล็งแล้วถ่ายเลย ไม่เปิดแฟลช ได้ภาพที่เหมือนตาเห็น สภาพแสงในห้องเกิดจากไฟเพดานบางส่วนและไฟจากโคมไฟที่ส่องอยู่บนโต๊ะหนังสือ

IMG_3855

ภาพที่สอง ลองเปิดแฟลชให้กับภาพ ถ่ายภาพในมุมเดิม แต่เพิ่มเติมการเปิดแฟลชด้วย โหมดการถ่ายภาพแบบ P กล้องจะเลือกค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ และเมื่อเปิดแฟลชด้วยก็จะได้ภาพสว่างขึ้น อิทธิพลของแสงจากเพดานและโคมไฟบนโต๊ะดูจะไม่ค่อยมีผลแล้ว แสงสว่างในภาพเกือบทั้งหมดมาจากแสงแฟลชที่ยิ่งเข้าไปตอนถ่ายภาพนั่นเอง เราจะเห็นเสาด้านซ้ายที่ได้รับแสงแฟลชจนเห็นลายไม้

IMG_3860

ภาพที่สาม เป็นภาพที่ยิงแฟลชเช่นกัน แต่เปลี่ยนจากที่แฟลชยิงแสงออกไปตรงๆ ก็เอามือปรับให้ตัวปล่อยแสงแฟลชเงยขึ้น เพื่อให้แสงแฟลชไปกระทบกับเพดานแล้วสะท้อนกลับมายังส่วนที่ต้องการ เราเรียกเทคนิคการยิงแฟลชใส่เพดานว่าการเบ๊าซ์ หรือ bounce สิ่งที่ต้องควบคุมในเทคนิคการ bounce คือ เพดานต้องเป็นสีขาว แสงแฟลชที่สะท้อนกลับมาจะเป็นแสงขาวและความสว่างไม่ถูกลดทอนมากเกินไป ถ้าเป็นเพดานสีเข้ม หรือ เป็นไม้ แสงสะท้อนจากเพดานไม้ก็จะกลายเป็นสีอมเหลืองแทน ผลของการ bouce คือ ภาพจะสว่างขึ้น ได้แสงสว่างจากเพดานที่ดูนุ่มนวลขึ้น ภาพตัวอย่างดูสวยขึ้นมากกว่าการยิงแฟลชออกไปตรงๆ และดีกว่าไม่มีแฟลชเลย แต่การ bounce จะต้องใช้กำลังแฟลชสูงขึ้นมาก ถ้าเป็นแฟลชติดกล้องตัวเล็กๆก็อาจจะกำลังไฟไม่พอ ยิ่งเพดานสูงกำลังไฟก็จะยิ่งไม่พอเช่นกัน

การถ่ายภาพด้วยแฟลชจะช่วยให้ภาพเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้ภาพสมบูรณ์ขึ้นดีขึ้น หรืออาจจะทำให้แย่ลงก็เป็นไปได้ ช่างภาพมือระดับอาชีพบางคนจะฝึกฝนการใช้แฟลชจนเข้าใจ สามารถควบคุมแสงแฟลชเพื่อสร้างสรรค์ภาพให้ได้ตามจินตนาการ

ต่อภาพเล็กเป็นภาพพาโนราม่า

การถ่ายภาพมุมกว้างมาก หรือ ภาพพาโนราม่า ปกติเราจะต้องใช้กล้องพิเศษหรือเลนส์พิเศษที่รับภาพกว้างมาก อาจจะเป็นกล้องหมุนเพื่อหันกวาดภาพจากซ้ายไปขวา หรือ ใช้เลนส์มุมกว้างมากถ่ายมาแล้วคร็อบด้านบนด้านล่างออกให้เหลือสัดส่วนภาพยาวๆ หรืออาจจะใช้กล้องพิเศษอย่าง xpan ที่ให้ภาพจอกว้างสัดส่วน 24:65 ซึ่งทั้งหมดเราสามารถเรียกว่าเป็นภาพพาโนราม่าได้

แต่ถ้าเรามีอุปกรณ์แบบกล้องถ่ายภาพทั่วไป ไม่ได้มีเลนส์มุมกว้างพิเศษ เราก็ยังพอจะมีเทคนิคการถ่ายภาพแล้วทำเป็นพาโนราม่าได้โดยการต่อภาพนั่นเอง

DSC06124
DSC06123
DSC06122

เวลาถ่ายภาพก็ให้ถ่ายมาหลายภาพ ค่อยๆถ่ายเริ่มจากซ้ายไปขวา แล้วปรับมุมกล้องให้เก็บภาพทีละนิด อย่างภาพเหตุการณ์ในสนามฟุตบอลผมก็ถ่ายมา 3 ภาพ คือมีซ้าย กลาง และขวา กะประมาณด้วยสายตาว่ามีส่วนที่ทับซ้อนกันเพื่อให้ต่อภาพได้ง่าย

เมื่อได้ภาพมาสามภาพ ขั้นตอนต่อไปคือการต่อภาพ ในอดีตจะต่อภาพด้วยการวางภาพใน photoshop เล็งด้วยตาตัวเองว่าจะให้ส่วนไหนต่อกัน จะให้ภาพไหนทับอีกภาพหนึ่ง เป็นการเล็งด้วยสายตา แต่ในปัจจุบันมีซอร์ฟแวร์ช่วยต่อภาพจำนวนมาก เราสามารถต่อภาพพาโนราม่าแบบเนียนสวยไม่เห็นรอยต่อได้เลย แถมซอร์ฟแวร์ช่วยต่อภาพยังเซพไฟล์ภาพใหม่โดยมีข้อมูลวันที่ถ่ายภาพติดอยู่ในไฟล์ได้ตรงกับวันที่เดิมในภาพต้นฉบ้บด้วย แบบนี้ยอดเยี่ยมมาก

PANO_20250101_205830

เห็นภาพที่ซอร์ฟแวร์ช่วยต่อแล้วก็ชอบใจมาก ซอร์ฟแวร์ฉลาด ต่อภาพได้เนียนไม่เห็นรอยต่อเลย ค่าแสงสว่างแต่ละภาพที่ต่อกันก็กลมกลืน แตกต่างไปจากซอร์ฟแวร์ในยุคแรกมากๆที่ต่อภาพไม่เนียนเท่านี้ และต่อให้คนทำเองก็อาจจะไม่เนียนเช่นกันแถมยังเสียเวลาอย่างมาก ซอร์ฟแวร์ต่อภาพช่วยต่อให้ได้ในเวลาไม่กี่วินาที สุดยอดมาก

แนะนำซอร์ฟแวร์ที่ใช้คือ Bimostich Lite ซึ่งทำงานบนโทรศัพท์ ไปโหลดได้ใน playstore ได้เลย ผมใช้โทรศัพท์ android ในการโหลดซอร์ฟแวร์ตัวนี้มาใช้ เวอร์ชั่นที่ใช้เป็นแบบฟรี มีแบบเวอร์ชั่นเสียเงินด้วยแต่ไม่ได้ลอง

PANO_20250102_084829

ลองเอาภาพที่ถ่ายมุมอื่นๆมาทำพาโนราม่าอีก ก็ได้ภาพพ่อลูกในเฟรมเดียวกัน แต่ถ้าดูรายละเอียดของภาพจะเห็นว่า ด้านลูกฉากหลังจะเบลอ เพราะเป็นการถ่ายภาพคนให้หน้าชัด ฉากหลังก็จะเบลอ ส่วนด้านพ่อก็ฉากหลังเบลอเช่นเดียวกัน แต่ตรงกลางภาพใช้ภาพที่ถ่ายโฟกัสที่สนาม มันก็เลยชัด พอเอามาต่อกัน ฉากหลังของลูกและพ่อ จะไม่กลมกลืนไปกับตรงกลางภาพที่โฟกัสชัดที่ระยะไกล การถ่ายภาพเล็กๆเพื่อนำมาต่อเป็นพาโนราม่าควรจะคิดถึงความคมชัดของภาพที่จะต่อด้วย ควรจะมีความคมชัดในระดับเดียวกัน หรือมีความสมจริงกว่านี้ วิธีแก้ไขก็คือ ภาพคนควรจะถ่ายโดยใช้รูรับแสงแคบมากสักหน่อยเพื่อให้มีความชัดครอลคลุมไปถึงฉากหลัง

แวะไปส่งของที่วัด

วันนี้ผมมีนัดไปส่งงานพิมพ์ให้กับลูกค้าท่านหนึ่งที่กำลังจะจัดงานในวัดเบญจมบพิตร วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความสวยงามระดับหัวแถวของกรุงเทพ อุโบสถหินอ่อนเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถ่ายรูป และวัดนี้มีกิจกรรมทางศาสนาบ่อยครั้ง ลูกค้าผมก็จัดงานในวัดนี้เป็นประจำ

DSC05875
Sony Zv-1F

ผมเลือกแวะมาส่งด้วยตัวเองไม่ใช้ลูกน้องเพราะว่าอยากมาเดินถ่ายภาพ จำได้ว่าวัดเบญฯเป็นวัดที่ถ่ายภาพสวย เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของช่างภาพสมัครเล่นที่ควรจะแวะมาเก็บภาพที่นี่ มีภาพวัดเบญฯที่สวยงามมากในอินเทอเน็ต เราจะเห็นมุมสวยที่ช่างภาพมืออาชีพถ่ายเอาไว้ เราสามารถเดินตามรอยและหัดถ่ายตามได้ ไปยืนในจุดที่ช่างภาพเก่งๆเคยมายืนถ่ายเราจะรู้ว่าช่างภาพมือโปรเขาเลือกมุมอย่างไร

DSC05865
Sony Zv-1F

สิ่งที่ชอบอีกเรื่องหนึ่งของวันนี้คือผมเพิ่งรู้ว่าหน้าวัดเบญฯ มีทางข้ามถนนที่เป็นทางลอดใต้สะพาน ในอดีตผมไม่เคยรู้เลยว่ามีทางแบบนี้ ไม่รู้ว่าสร้างตั้งแต่ปีไหน แต่ได้ทดลองใช้แล้วมันเจ๋งมาก มันสวย มันดูดี มันดูเหมือนต่างประเทศมากๆ

DSC05851
DSC05848

ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาเดินถ่ายรูปเล่นที่นี่แล้วในยุคที่ใช้กล้องฟิล์ม ตอนนั้นใช้กล้อง Canon Eos50 พร้อมเลนส์ Canon 35f2 ใช้ฟิล์มสไลด์ Fuji Velvia

slide-img106

slide-img105

รีวิวเลนส์​nikon 16mm f2.8 fisheye

ในตอนที่หัดถ่ายภาพ การเลือกซื้อเลนส์เพื่อใช้หัดถ่ายภาพจะค่อยๆสะสมซื้อเพิ่มทีละตัว เลนส์ติดกล้องที่แถมมาก็มักจะเป็นเลนส์ซูมช่วง 35-70 28-70 28-105 24-85มม ซึ่งเลนส์ซูมเหล่านี้จะราคาไม่แพงและใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่หัดถ่ายจนไปถึงการรับงานถ่ายภาพได้เลย เลนส์ตัวที่2 สำหรับคนหัดถ่ายหรือช่างภาพมือใหม่ก็มักจะเป็นช่วงเทเลซูม โดยมากก็จะเป็นเลนส์ 70-200 70-300 75-300มม

เลนส์ตัวที่ 3 ของช่างภาพสมัครเล่นกึ่งจริงจังจะเริ่มหาเลนส์เดี่ยวหน้าที่พิเศษ มักจะเป็นเลนส์ถ่ายพอร์ตเทรดอย่างเลนส์ 85มม. หรือ เลนส์มาโครใช้ถ่ายภาพระยะใกล้มากอย่างเลนส์ มาโคร100 หรือ 50มม. คนที่ชอบเลนส์ไวแสงก็อาจจะมีเลนส์ 50 1.4 ติดกระเป๋าอีกตัวหนึ่ง

เลนส์ fisheye จะแทบไม่อยู่ในความสนใจของช่างภาพทั่วไปเลย เพราะเป็นเลนส์ที่ให้ภาพบิดเบี้ยวเหมือนเป็นมุมมองของปลา เลยเรียกว่าเลนส์ตาปลาซึ่งก็เป็นการแปลอย่างตรงตัว fish eye เป็นเลนส์ที่ให้ความบิดโค้งของภาพสูงมาก มุมรับภาพกว้างมาก การใช้งานเลนส์ fisheye ถ่ายภาพมีคำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าระวังถ่ายแล้วติดขาตัวเองเข้าไปในภาพด้วย ผมไม่เคยเข้าใจคำกล่าวนี้เลย จนมีโอกาสได้ใช้เลนส์ตาปลาหรือ fisheye ด้วยตัวเองจริงๆ

https://byjus.com/physics/fisheye-lens/

เลนส์ fisheye มีจุดกำเนิดมาจากนักวิทยาศาสตร์ในยุคปี คศ 1906 ที่ต้องการถ่ายภาพท้องฟ้าให้เก็บรายละเอียดทุกอย่าง มุมรับภาพจึงต้องทำได้ 180 องศา หรือเก็บภาพบนบกและท้องฟ้าทั้งหมดไว้ในภาพเดียวนั่นเอง ลักษณะภาพที่ได้จะมีขอบเขตรูปภาพเป็นวงกลม คือขอบภาพจะบิดโค้งมากๆนั่นเอง แต่กว่าจะมีการผลิตจริงก็ในอีกหลายสิบปีต่อมา และบริษัทที่ผลิตเลนส์ fisheye ขึ้นมาเป็นเจ้าแรกก็คือ nikon โดยเลนส์ fisheye ตัวแรกมีราคาถึง 27000 ดอลล่าร์ในยุคสมัยนั้นซึ่งราคาสูงมากจนไม่น่ามีใครซื้อใช้ คงมีเพียงหน่วยงานราชการที่ทำงานวิจัยท้องฟ้าและอวกาศเท่านั้นที่ซื้อไหว

ผ่านมาหลายรุ่น เลนส์ fisheye เริ่มราคาถูกลง และ nikon ก็ผลิตเลนส์แนวนี้อย่างต่อเนื่อง จนมาถึงตัวที่อยู่ในรีวิวนี้ 16mm 2.8 ais ซึ่งเป็นเลนส์แมน่วลโฟกัส ปรับระยะชัดด้วยมือ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ เพราะระยะเลนส์ที่รับภาพเป็นมุมกว้างมาก ระยะชัดลึกจะสูง

20241208124346_IMG_1225

เลนส์นิคอน fisheye 16mm f2.8 เป็นเลนส์ตาปลาที่ให้ภาพบิดโค้งมาก ถ่ายอะไรก็ดูป่องบวม มุมรับภาพประมาณ 180 องศา หน้าเลนส์มีเนื้อกระจกนูนป่องออกมาดูแล้วต้องระวังการใช้งานเป็นพิเศษ ฝาปิดหน้าเลนส์จะเป็นลักษณะฝาครอบมากกว่า ระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้ที่ 30 เซ็นติเมตร ใส่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ไม่ได้ เอาเลนส์ไปเม้าส์เสียบกับกล้อง nikon FM2n ก็ดูเข้าท่าดี

20241208124416_IMG_1227
20241208124729_IMG_1236

เวลาเราจะเอาเลนส์ Fisheyes ไปถ่ายภาพอะไรก็ตามมักจะเห็นความโค้งบวมออกมา ต้องอาศัยการถือกล้องให้ตรงได้ระนาบ อาการป่องบวมจะลดลง ในการทดลองใช้จะติดเลนส์​ Fisheyes เข้ากับกล้องดิจิทัล Canon Eos 6d. ผ่านเม้าส์อแด๊ปเตอร์ Nikon to EF. บิดเลนส์ไปที่รู้รับแสงที่ต้องการใช้ ตั้งค่า iso เป็นแบบ Automatic แล้วกล้องเปิดโหมด Av โฟกัสภาพได้ก็กดบันทึกภาพเลย

IMG_1204

จุดเด่นของเลนส์​Fisheye คือเป็นเลนส์มุมกว้างมาก ถ้ายืนถ่ายภาพไม่ระวังอาจจะติดปลายเท้าเข้าไปในภาพด้วย และจุดเด่นที่ 2 คือเลนส์ตัวนี้เวลาถ่ายใกล้จะให้ภาพตัวแบบที่ดูตลก นักอ่านหลายคนอาจจะเคยเห็นภาพลูกหมาที่ถูกถ่ายภาพด้วยเลนส์ Fisheye กันมาบ้าง ซึ่งเป็นภาพที่ดูน่ารักมาก ผมก็ลองถ่ายเหมือนกันแต่แถวบ้านไม่มีหมาเลยสักตัว

IMG_1195

การถ่ายภาพมุมกว้างเป็นเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้การเก็บภาพในสถานที่ซึ่งไม่สามารถถอยหลังได้สามารถเก็บได้หมดในสิ่งที่ต้องการ เรายืนมองอะไรเห็นบ้างเราหยิบเลนส์ Fisheye ขึ้นมาถ่ายเราจะได้สิ่งนั้นอยู่ในภาพด้วย

20241201174005_IMG_1074
20241201173853_IMG_1069

เลนส์ Fisheye จะให้แนวเสาและกำแพงที่ควรจะเป็นเส้นตรงกลายเป็นบิดโค้ง ภาพสถาปัตยกรรมจะหลีกเลี่ยงยาก หากอยากแก้ความโค้งต้องแก้ด้วยซอร์แวร์ซึ่งในคอมพิวเตอร์ก็มีวิธีการแก้ไข ส่วนการถ่ายภาพวิวอื่นๆทั่วไปที่ไม่มีเส้นสายแนวดิ่งและแนวนอนมาฟ้องเราสามารถใช้การเลือกวางกล้อง จัดระดับกล้อง จัดวิธีการถือกล้อง การจัดองค์ประกอบภาพเข้ามาแก้ไขความบิดโค้งนี้ หากเราถือกล้องให้ดี ภาพที่ออกมาอาจจะเกือบเหมือนเลนส์มุมกว้างทั่วไปก็เป็นไปได้ หรือถ้าเห็นการบิดโค้งก็น้อยลงมาก

20241130161938_IMG_1054
20241130160133_IMG_1033
wtc-IMG_1346

แต่กับภาพภายในตึก ในบ้าน เสาและกำแพงชัดๆ เราจะเห็นมันโค้งป้องเหมือนลูกโป่งพองลมเลย มันให้ลักษณะภาพที่แปลกตา บางคนอาจรู้สึกสวยตื่นเต้น บางคนอาจไม่ชอบ แต่ละภาพจะมีอารมณ์ของมันเอง ภาพคนทำงานในโรงานที่ผมถ่ายมาก็ดูป่องกลม เป็นความเพี้ยนที่ผมไม่ชอบเลย แต่ความหมายของภาพกลับทำให้ผมเลือกที่จะเก็บเป็นภาพไว้ แม้จะบิดโค้งก็ตาม

20241128155707_IMG_1013

20241128155657_IMG_1012

20241128155559_IMG_1008

เลนส์ nikon 16 f2.8 fisheye เป็นเลนส์ที่ใช้งานสนุก ให้ภาพบิดโค้งแบบเต็มเฟรม จะไม่เหมือนเลนส์ตาปลาอีกหลายตัวที่ให้ให้ภาพเป็นวงกลม สามารถใช้ถ่ายวัตถุที่ต้องการเน้นให้มีความน่ามอง นำเสนอวัตถุหรือสิ่งที่อยู่กลางภาพให้โดดเด่น ผมลองเอาไปถ่ายภาพหมู่ของนักเรียนก็ให้ภาพที่น่ามอง ดูมีชีวิตชีวา

wtc-IMG_1327

เลนส์แมนวลโฟกัสของ nikon ทุกตัวจะมีตัวเลขระยะทางบนเลนส์ มีเส้นบอกระยะชัดลึกของรู้รับแสงหลายๆค่า ผมลองหมุนเลนส์ให้ระยะโฟกัสเป็น 1 เมตร แล้วก็รู้สึกว่าภาพไม่ได้ชัดที่ 1 เมตรจริงๆ ในความรู้สึกผมกลับรู้สึกว่ามันชัดที่ระยะเคลื่อนไปจาก1 เมตรเล็กน้อย แต่ผมลองบนกล้อง canon นะ ซึ่งระยะการรับภาพของเซ็นเซอร์ใน canon กับ nikon อาจอยู่คนละระยะกัน และ nikon ต่อผ่านอแด๊ปเตอร์เพื่อสวมติดกับกล้อง canon ระยะโฟกัสหรือระนาบของเซ็นเซอร์ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากสเป็ค สุดท้ายผมใช้เทคนิค hyperfocus เพื่อใช้เลนส์ nikon บนกล้องcanon ไม่ได้ ต้องใช้วิธีหมุนโฟกัสแล้วดูด้วยตาว่าชัดหรือยังแล้วค่อยถ่ายภาพ หากกล้องมีเทคโนโลยีช่วยการโฟกัสสำหรับเลนส์แมน่วลก็อาจจะสะดวกมากขึ้น

20241208124658_IMG_1234

สรุป
เลนส์ Nikon Fisheye 16mm f2.8 เป็นเลนส์​ตาปลา หรือ fisheye ที่ให้ภาพเต็มเฟรมกับกล้องฟิล์มซึ่งก็เท่ากับให้ภาพเต็มเฟรมกับกล้อง Full frame ด้วย ถ่ายภาพวัตถุระยะใกล้จะให้วัตถุขนาดใหญ่และผลักให้ฉากหลังเล็กลง การใช้ถ่ายภาพตึก อาคาร หรือ ภาพที่มีเสา มีเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่ต้องเป็นเส้นตรงจะเห็นชัดว่าให้ภาพป่อง บิดโค้ง การถ่ายถือกล้องให้ตรง มีมุมก้มเงยที่เหมาะสมจะทำให้ความบิดโค้งในภาพดูแล้วลดน้อยลงได้ การแก้ไขความโค้งของเลนส์ Fisheye จะต้องใช้ซอร์ฟแวร์ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่สะดวกสำหรับกล้องดิจิทัล

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1449

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1440
dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1435

ทำภาพสีจากภาพขาวดำ

ภาพถ่ายจากฟิล์มขาวดำ เมื่อสแกนภาพแล้วก็จะได้ภาพขาวดำเอาไว้ดูในจอภาพ งานขาวดำที่สวยงามจะมีเสน่ห์ของมัน คนที่ขอบภาพขาวดำก็จะปล่อยให้มันเป็นสีขาวดำตลอดไป แต่ว่าก็มีหลายคนที่อยากได้ภาพสี ภาพเก่าในอดีตก็เป็นภาพขาวดำเสียส่วนใหญ่ ยุคพ่อแม่ยังสาวก็มีแต่ฟิล์มขาวดำให้ใช้ ภาพที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นภาพขาวดำเท่านั้น

มีความพยายามในการใส่สีให้กับภาพขาวดำมานานแล้ว แต่สมัยแรกๆเทคนิคการทำภาพสีบนภาพขาวดำจะใช้วิธีระบายสีลงไปเลย เป็นการย้อมสีด้วยการระบายสี ทั้งหมดจะทำบนกระดาษ แต่ในปัจจุบันโลกเรามีเทคโนโลยี AI ที่สามารถช่วยใส่สีให้กับภาพได้ และก็ทำได้ดีน่าที่งมากๆ โดยเฉพาะภาพคนที่ใส่สีได้สวยงามอย่างน่าตกใจ บางภาพถ้าไม่เห็นต้นฉบับขาวดำก็แทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นภาพทำสีมาจากขาวดำ

holga scan 11dec2013-2--5
AiRestore_1_20241116

ภาพเด็กน้อยชะโงกดูทะเลสาบ เป็นภาพที่ถ่ายจากฟิล์มขาวดำ ล้างอัดด้วยขบวนการขาวดำทั้งหมด และสแกนด้วยโหมดขาวดำ เป็นภาพที่ผมถ่ายเอง ล้างเอง สแกนเอง ทดลองเอาไปให้ระบบ AI ในเว็บลองใส่สีให้ ก็ได้ภาพสีออกมาตามที่เห็น ภาพโทนมืดระบบ AI อาจจะยังไม่ชำนาญ ส่วนของหน้าเด็กก็ให้สีสันตามความเหมาะสม ภาพนี้จัดว่ายากระดับนึงที่จะใส่สี แต่ก็ทำออกมาพอใช้ได้ แต่ผมชอบสีขาวดำต้นฉบับมากกว่า

000018

AiColorize_4_20240516

ภาพกลุ่มเพื่อนบนก้อนหินนี้ ผมถ่ายไว้ตั้งแต่ประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี แล้วใส่ฟิล์มขาวดำไว้ในกล้อง ยังจำได้ว่าเป็นกล้อง nikon fm2n พร้อมเลนส์ 135mm f2.8 ฟิล์ม kodak Tmax100 ล้างฟิล์มและสแกนด้วยตัวเอง ผมดูภาพขาวดำที่สแกนเองมานานหลายปี จนกระทั่งระบบ AI มีให้ใช้งาน เลยลองส่งไปใส่สีดู ปรากฏว่าได้ภาพสีออกมาอย่างน่าทึ่งมาก ภาพสีสวยสมจริง ผมลืมสีสันของคนในภาพไปแล้วว่าวันนั้นเขาใส่เสื้อผ้าสีอะไร การดูภาพสีที่ทำโดย AI ก็ทำให้เพลิดเพลินและย้อนคิดไปถึงวันที่ไปเที่ยวด้วยกันได้ โทนสีธรรมชาติที่มีสภาพแสงสมบูรณ์น่าจะเป็นทางถนัดของ AI สีต้นไม้ หญ้า ก้อนหิน ดิน ผิวคน ทำได้สมจริงมาก

ระบบ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่ผ่านไปแต่ละวันระบบ AI จะเก่งและไปสู่จุดที่มีพลังการทำงานที่มหาศาล คนสร้างเครื่องจักรมาลดภาระการทำงาน และ AI ก็เหมือนเป็นเครื่องจักรทรงพลังอีกชิ้นหนึ่งของมนุษย์ ขอบคุณผู้พัฒนาระบบ AI มากๆ

หมายเหตุ เว็บที่ใช้ทำภาพสีจากภาพขาวดำผมใช้ capcut.com

ออกแบบโปสการ์ดพระพุทธรูป

พระพุทธรูปคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า ถูกสร้างขึ้นจากความเลื่อมใส อยากมีรูปเคารพตัวแทนของพระพุทธเจ้า รูปแบบการสร้างพระพุทธรูปจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ผสมผสานวัฒนธรรมไปตามความเจริญทางศิลปะของท้องถิ่น จะถือว่าเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของศิลปะไว้บนพระพุทธรูปในแต่ละยุคสมัยก็ได้

preview postcard maker


เรามักจะได้เห็นพระพุทธรูปในวัด ในโบสถ์ เพราะเมื่อมีการสร้างวัดเพิ่มขึ้น ก็จะมีความต้องการให้มีพระพุทธเจ้าอยู่ในวัดด้วย พระพุทธรูปจึงถูกสร้างให้ตั้งอยู่ในวัดเป็นวัตถุประสงค์แรก ในประเทศไทยมีวัดอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดจากความเลื่อมใสของประชาชนที่อยากสร้างวัด รวมถึงมีค่านิยมในการสร้างวัดของคนมีกำลังทรัพย์ และสถาบันกษัตริย์ก็นิยมสร้างวัดในช่วงเวลาที่ขึ้นครองราชย์เพื่อเป็นวัดประจำรัชกาล พระพุทธรูปจึงมีอยู่มากตามกัน และแต่ละวัด แต่ละรูปเคารพก็จะมีความแตกต่างกันไปตามช่างฝีมือที่ลงมือสร้าง บางรูปแบบของพระพุทธรูปก็จะถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ใช้วัสดุจากธรรมชาติ บางรูปแบบก็ใช้โลหะ

พระพุทธรูปที่มีความสวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มีอยู่จำนวนมาก และมีการบันทึกอย่างเป็นทางการโดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งหนึ่งในพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่งคือพระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก จากการที่ได้เคยแวะไปเดินเที่ยว ได้เห็นและได้ไหว้พระถึงในวัดแห่งนี้ ก็พบว่า มีความสวยงามจริง ก็เลยทำเป็นภาพโปสการ์ด เพื่อเอาไว้เป็นที่ระลึก การจัดพิมพ์ภาพพระที่สวยงามออกมาดูก็ถือเป็นการเสพศิลปะภาพถ่ายและการพิมพ์แบบหนึ่ง

long-postcard-01

ภาพต้นฉบับเป็นถ่ายด้วยฟิล์มถ่ายภาพ ขนาดฟิล์ม 6×6 เซนติเมตร สแกนด้วยความละเอียดสูง ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพนี้ผ่านมานานแล้ว ผลของการจัดแสงให้กับองค์พระในช่วงปีนั้น รวมกับการใช้ฟิล์มเพื่อบันทึก รวมกับการสแกนฟิล์มที่จะต้องปรับตั้งและแก้สีอย่างละเอียด ทำให้ลักษณะสีทองของพระมีความผ่อง นวล เหลืองอร่าม เวลาผ่านไปภาพพระที่สถานที่จริงได้รับการปรับปรุงและจัดแสงแตกต่างไปตามช่วงเวลาของคนดูแล ภาพปัจจุบันก็จะไม่เหมือนภาพที่บันทึกไว้ในอดีต ผมโชคดีที่ได้ภาพโทนสีแบบนี้เก็บไว้

ดูช้าง ดูกระทิง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

การท่องเท่ียวแนวธรรมชาติอย่างการเที่ยวป่าและอุทยานแห่งชาติเป็นการท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้ธรรมชาติ เราได้เห็นป่าสวยงาม ได้ส่งเสริมรายได้ท้องถิ่น และในอุทยานหลายแห่งเราจะมีกิจกรรมขับรถส่องสัตว์ ที่เคยได้ยินก็จะมีที่เขาใหญ่ มีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีเขาแผงม้า ส่วนที่อื่นก็บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้ว่ามี หรือไม่ค่อยมีข้อมูลมาให้รับรู้ อาจจะเป็นเพราะผมเองไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวอุทยานแบบจริงจัง แต่ในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับกุยบุรี ลำพังแค่ชื่ออำเภอยังไม่เคยนึกขึ้นในหัวเลยว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแค่ทางผ่านไปภาคใต้ แม้แต่จะจอดรถเติมน้ำมันก็ยังไม่ได้เติมแถวนี้เลย

IMG_0249

อุทยานแห่งชาติกุยบุรีตั้งอยู่ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันท์ ห่างจากหัวหินประมาณ 1 ชม. สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่มีกิจกรรมขับรถดูช่างป่าและกระทิง ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดใจมากที่เรามีจุดดูสัตว์ใกล้ๆทะเลแบบนี้ ข้อมูลนี้ทำให้หัวหินมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกสำหรับผม เพราะเท่ากับว่ามาทะเลแต่ได้ดูสัตว์ด้วย มันเจ๋งกว่าเที่ยวป่าตรงๆ เพราะป่าไม่มีทะเล

IMG_0194

การไปดูสัตว์ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเราจะต้องจอดรถที่อุทยานแล้วนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่เข้าไปในป่า เส้นทางขับรถและหยุดดูตามจุดต่างๆจะใช้เวลารวมกันประมาณ 2 ชั่วโมง ใครเข้าไปบ่ายโมง ก็จะออกมาประมาณบ่ายสาม รอบสุดท้ายคือจะต้องออกจากป่าประมาณไม่เกินหกโมงเย็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะป่าอันตรายมากตอนกลางคืน

IMG_0210

รถกระบะหนึ่งคันจะมีผู้โดยสารไม่เกิน 6 คน รวมกับเจ้าหน้าที่อีก 1 เป็น 7 คน เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นไกด์คอยให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับป่า คันที่ผมนั่งเป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ น้องมาทำงานเป็นไกด์อาสา เป็นคนในพื้นที่ เติบโตและเรียนอยู่ในอำเภอกุยบุรี จากการพูดคุยหลายเรื่องเกี่ยวกับป่าก็ได้ข้อมูลว่า เทือกเขาแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ปลูกสัปปะรดขนาดใหญ่ประมาณ​6แสนไร่ แต่มีเหตุการณ์ช้างป่าไล่กินผลผลิตแล้วนายทุนวางยาช้าง ทำให้ช้างตายหลายเชือก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเวณคืนแล้วฟื้นฟูให้ป่าแห่งนี้มีสภาพเป็นป่าอีกครั้ง หมายความว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าปลูก ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วที่ป่าค่อยๆฟื้นตัว มีช้างป่าเพิ่มขึ้นน่าจะประมาณ 300ตัว มีกระทิงอีกเกิน300 ตัว เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากสำหรับผม

IMG_0212

ด้วยความสงสัยก็เลยถามถึงวิธีการนับว่านับยังไง น้องไกด์บอกว่า นับจากการตรวจดีเอ็นเอของขี้ช้าง โอเคเท่านี้ผมก็พอใจกับคำตอบแล้ว เพราะว่ามีความพยายามนับจริง น่าดีใจที่เรามีคนรักป่า รักธรรมชาติมาช่วยดูแลพื้นที่อุทยาน รถนำเที่ยวเข้าไปในป่ามีบริการตลอดวัน มีกล้องส่องทางไกลให้บริการด้วย กล้องของอุทยานคุณภาพดีมาก มีความใสและให้ภาพที่สว่างกว่ากล้องที่มือสมัครเล่นอย่างผมติดไปจากบ้าน

IMG_0253

ที่จุดชมวิวจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอยู่ด้วย บางคนมาพร้อมอุปกรณ์เต็มที่ กล้องส่องทางไกลตัวใหญ่ ขาตั้งกล้อง เลนส์เทเลโฟโต้พร้อม ใครอยากถ่ายภาพสัตว์ป่าก็ต้องมีของพวกนี้ เพราะการซูมดูสัตว์ระยะไกลๆ จะซูมกันสุดๆ ภาพที่ได้จะมีอาการสั่นแทบจะถ่ายภาพหวังผลไม่ได้เลย หากจะถ่ายภาพก็ควรใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงช่วยด้วย

IMG_0308

การดูสัตว์ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องถ่ายรูปกลับไปก็ไม่ได้เลวร้าย การมาเห็นด้วยตา เห็นช้างป่า เห็นฝูงกระทิงจำนวนมากถือว่าเป็นกำไรแล้วสำหรับการท่องเที่ยว ผมเคยไปทริปดูกระทิงที่อื่น มีกระทิงให้ดูแค่ตัวเดียว ไปยืนรอดูตั้งหลายชั่วโมง แต่ที่กุยบุรีในช่วงเวลาที่ผมแวะไป ผมเห็นฝูงกระทิงฝูงใหญ่ น่าจะนับแล้วเกิน 30 ตัว นับว่าโชคดีมาก

IMG_0202

IMG_0388

IMG_0272

IMG_0419

จุดดูสัตว์เราเห็นกระทิงจากระยะไกล แต่ระหว่างทางที่จะกลับ เราพบกระทิงฝูงเล็กอยู่ใกล้ๆแค่ไม่กี่สิบเมตร กระทิงยืนมองรถยนต์ด้วยความสงสัย เราก็รอดูว่ากระทิงจะทำอะไรบ้าง เรามีเวลาดูด้วยตาเปล่า มีเวลาหยิบกล้องถ่ายภาพนิ่ง แล้วก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอ น้องกระทิงไม่ได้หนีไปไหน คงจะชินกับเสียงรถยนต์อยู่แล้ว ถือว่าเป็นทริปที่ยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายอีกทริปหนึ่งเลย

แนะนำสำหรับคนที่อยากถ่ายภาพจริงจังในทริปดูช้างและกระทิง ให้เลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ระดับ 400 มม. ขึ้นไป และพกขาตั้งขนาดใหญ่มีความแข็งแรงเข้าไปด้วย ผมใช้เลนส์ 70-200 มม. บอกตรงๆว่ามันน้อยไป มันซูมภาพไม่ได้เท่าที่ต้องการ

อุดหนุนพิพิธภัณฑ์

จากการไปเดินเล่นในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์งานหนึ่ง และมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มาออกบู๊ท ก็เลยอุดหนุนด้วยการสมัครเป็นสมาชิกหนังสือเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะได้ หนังสือ 12 เล่ม และได้สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรีตลอดปี ผมสมัครแบบครอบครัวจะมีคนติดตามเที่ยวพิพิธภัณฑ์รวมเจ้าของบัตรเข้าได้ 5 คน วันนี้หนังสือมาส่งแล้ว มาพร้อมบัตรสมาชิก

DSC04164

ในอดีตตอนลูกเล็ก ตอนที่เริ่มพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้ ผมซื้อบัตรผ่านเป็นแพ็คเพื่อเข้าพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ชุดบัตรผ่านชื่อว่า museum pass จ่ายเงินสองร้อยกว่าบาท ได้บัตรเข้า 20 แห่ง มันเป็นราคาที่ถูกแสนถูก ผมพาลูกไปไม่ครบทุกที่หรอก แต่จากบัตรผ่านรอบนั้นทำให้ผมได้ไปรู้จักพิพิธภัณฑ์อื่นๆอีกหลายแห่งนอกจากที่ย่านคลองห้ารังสิต ย่านรังสิตผมพาไปเที่ยวจนครบทุกแห่ง มีไปซ้ำด้วย พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่อยู่ฝั่งธนใกล้บ้านผมก็พาไป เท่าที่จำได้ก็มีแถวพุทธมณฑลสายสอง พุทธมณฑลสายสี่ ย่านบางลำพู มิวเซี่ยมสยาม ท้องฟ้าจำลองผมจำไม่ได้ว่าอยู่ในกลุ่มบัตรรวมไหม แต่ก็พาไปหลายครั้ง อวพช ที่ไปเปิดทำการในห้างจามจุรีสแควร์ก็ไปบ่อยแต่น่าจะย้ายออกแล้วไปอยู่ในห้างแถวถนนรัชดา ที่เที่ยวแนวพ่อแม่ลูกก็มีพิพิธภัณฑ์นี่แหละที่เป็นที่เที่ยวคุณภาพ เด็กได้อยู่ในสถานที่ที่ส่งเสริมพัฒนาการ ส่งเสริมการเรียนรู้

DSC04163

พอบัตรชุดนั้นหมดอายุ ผมก็อยากซื้อเพิ่ม แต่ทางผู้ขายก็แจ้งว่า บัตรผ่านแบบนั้นไม่ได้ทำขายแล้ว ดูเหมือนโครงการบัตรผ่านแบบหลายๆแห่งจะไม่ประสบความสำเร็จ น่าเสียดาย แต่ลูกผมก็ยังคงได้เที่ยวพิพิธภัณฑ์อยู๋ พอโตระดับนึงก็ได้ร่วมกิจกรรมกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ลูกได้ไปสำรวจทุ่งนา ดูสัตว์ในพื้นที่ มีกิจกรรมดูนก ได้เล่นเวิร์คช็อปอีกหลายอย่างจากหลายๆแห่ง

ถ้าเราใส่เงินกับแหล่งการเรียนรู้ ใส่เงินกับจุดที่จะพัฒนาคน มันเกิดประโยชน์กับเด็กและสังคม มันจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับนักเรียนที่จะเติบโตขึ้นมา จ่ายเงินค่าสมาชิกได้หนังสือ 12 เล่มต่อปี และได้เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีห้าคน จะหาของดีกว่านี้ได้ที่ไหน

อวพช คือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตัวย่อ NSM