รีวิวกล้อง SONY ZV-1F

รีวิวกล้องน่าใช้ Sony ZV-1F.

1707829233240-01

สำหรับช่างภาพที่ฝึกฝนการถ่ายภาพมาระยะหนึ่ง บางคนอาจมีอาชีพเป็นช่างภาพ บางคนอาจมีอาชีพอื่นที่ต้องถ่ายภาพจำนวนมาก ก็จะมีบางเวลาที่ไม่อยากจับกล้องตัวใหญ่ที่ใช้ทำงาน บางครั้งก็อยากได้กล้องตัวเล็กพกง่าย หยิบได้เร็ว เก็บได้เร็ว เอาไว้ถ่ายภาพในวันสบายๆ แต่วันสบายๆนั้นก็ต้องได้ภาพที่ดีซึ่งหมายถึงดีตามมาตรฐานระดับสูงของช่างภาพ ก็คืออยากได้กล้องเล็ก เบา และให้ภาพดีเหมือนกล้องโปรนั่นเอง

IMG_1176

ในยุคสมัยของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่แสนเฟื่องฟู ตั้งแต่กล้องในโทรศัพท์คุณภาพดีเท่ากับกล้องคอมแพ็คหรือกล้องดิจิทัลตัวเล็กๆ กล้องคอมแพ็คก็โดนแย่งตลาดไป คนส่วนใหญ่ซื้อโทรศัพท์ราคาระดับกลางไปถึงสูงเพื่อให้มีกล้องคุณภาพดีอยู่ในโทรศัพท์และใช้แทนกล้องถ่ายภาพไปเลย พอตลาดมวลชนหันไปใช้โทรศัพท์แทน กล้องคอมแพ็คก็ทะยอยเลิกผลิตกันไป ถ้าเป็นสักห้าปีก่อน บางทีเรานึกไม่ออกเลยว่าจะมีกล้องคอมแพ็คดิจิทัลราคาย่อมเยาให้ซื้อหรือไม่  ตามร้านกล้องในห้างก็ไม่มีวางขายกล้องคอมแพ็คหลักพันบาทแล้ว เหลือแต่หลักหมื่นจนไปเป็นหลายๆหมื่น บางรุ่นก็เป็นแสน

ในอดีตผมมีความรู้สึกชอบกล้องคอมแพ็คที่เป็นกล้องฟิล์มอยู่หลายตัว Leica Minilux ก็เป็นกล้องคอมแพ็คใช้ฟิล์มของไลก้าที่ราคาไม่แพงเท่าตัวอื่นของยี่ห้อนี้ ก็มีไว้ใช้อยู่พักหนึ่ง ถ่ายเล่นพอสนุกๆแล้วก็วางเก็บไว้ ถือว่าเป็นกล้องฟิล์มที่มีขนาดตัวเล็กกว่ากล้องระดับโปร ตอนใช้งานก็หยิบขึ้นมากดถ่าย วัดแสงได้แม่นยำ ให้ภาพที่ดี  แต่พอเข้าสู่ยุคฟิล์มแพงและการใช้งานต้องรอล้างฟิล์มและสแกนภาพหลายวันก็เลยไม่ค่อยได้ใช้อีก 

กล้อง Contax T3 ก็เป็นกล้องฟิล์มตัวท๊อปตัวหนึ่ง ให้คุณภาพที่ดีมาก โฟกัสเร็วมาก วัดแสงแม่นมาก ใช้ถ่ายภาพอยู่หลายม้วน หลังๆก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะขี้เกียจรอเวลาส่งฟิล์มล้าง แถมระยะหลังฟิล์มราคาแพงจนไม่น่าคบ ก็เลยวางยาวไว้ในกระเป๋ากล้อง แทบไม่ได้แตะอีกเลย

Nikon L35AF เป็นกล้องคอมแพ็คค่ายญี่ปุ่นที่ออกแบบดี แข็งแรง และคุณภาพดีเช่นกัน เรื่องกล้องผมว่าญี่ปุ่นไม่เป็นรองเยอรมันเลย หามาใช้เพราะได้ข่าวว่าดี ลองใช้แล้วก็พบว่าดีจริงและราคาไม่แพงมาก ทั้งสามตัวที่กล่าวถึงก็จะมีรีวิวเขียนไว้ในเว็บนี้แล้ว ลองหาอ่านดูได้

IMG_0046
ฟิล์มขาวดำที่ผ่านการล้างแล้ว รอนำไปอัดเป็นภาพ

กล้องคอมแพ็คใช้ฟิล์มที่กล่าวถึงนี้ใช้งานได้ดี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าล้างฟิล์มและการสแกนภาพ ปัจจัยกำหนดคุณภาพของภาพต้องคิดตั้งแต่เลือกฟิล์ม เลือกกล้องเลือกเลนส์ เลือกร้านล้างฟิล์มและสแกน กว่าจะได้ภาพที่ถูกใจต้องเสี่ยงวัดดวงกันหลายอย่าง สุดท้ายเมื่อได้ภาพมาก็ดูภาพสแกนในโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก็ในคอมพิวเตอร์ แถมเอาไปโพสท์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ส่งดิจิทัลไฟล์ออกไป แทบไม่ได้อัดขยายออกมาเป็นภาพบนกระดาษเลย

พอไม่คิดจะอัดภาพเป็นกระดาษก็เลยมองหากล้องดิจิทัลคอมแพ็คกันอีกครั้งในรอบสิบปี ผมเคยมีกล้องคอมแพ็คตัวเจ๋งอย่าง Fuji x100 ที่ราคาไม่ถูกเลย แต่ก็ใช้อยู่ปีกว่าก็ขายออกไปก่อน เพราะว่าโฟกัสช้า ไม่สามารถถ่ายภาพลูกที่กำลังหัดคลานหัดเดินได้ทัน กล้องดิจิทัลไม่ได้มีอายุการใช้งานนานเหมือนกล้องฟิล์ม เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก มาช่วงนี้ที่ไม่ต้องถ่ายภาพเด็กคลานและเดินแล้ว เพราะลูกโตเปลี่ยนเป็นวิ่งแทน ก็แทบจะเลิกใช้กล้องคอมแพ็คหรือกล้องฟิล์มถ่ายไปเลย ต้องเปลี่ยนไปใช้กล้อง DSLR แทนเพื่อให้ถ่ายภาพตอนเคลื่อนไหวเร็วๆได้ทัน ประกอบกับมีเรื่องของการถ่ายคลิปวิดีโอเพิ่มเข้ามาด้วย กล้องAction camera อย่าง gopro ที่ลงน้ำได้ด้วย ก็ต้องหามาใช้ประกอบกัน  การหากล้องถ่ายภาพมาใช้อีกครั้งก็เลยคิดเผื่อความสามารถเรื่องการถ่ายวิดีโอเพิ่มเติม คืออยากได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอที่ดีในกล้องตัวเดียวกัน

IMG_1203

ด้วยความชอบสีสันของภาพถ่ายที่มีลักษณะของฟิล์ม ทั้งโทนสีและโทนขาวดำของกล้องฟิล์มมีบุคลิกที่เด่นชัดและยากจะทำเลียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ การค้นหากล้องดิจิทัลที่ให้ภาพคล้ายฟิล์มเป็นเป้าหมายในใจช่างภาพยุคหัดถ่ายฟิล์มมายาวนานหลายปี บางครั้งก็ลองไปปรับแต่งตัวเลขสีในกล้องดิจิทัลทั้งกล้อง DSLR รวมถึงกล้อง mirrorless หลายตัวก็ยังไม่ถูกใจ แต่พอมีข่าวว่า sony ทำกล้องที่สามารถเลือกปรับสีให้ดูเพี้ยนคล้ายภาพจากฟิล์มได้ ก็เลยสนใจ และก็ติดตามอ่านมาเรื่อย จนเกิดเป็นรีวิวกล้อง Sony ZV-1F ตัวนี้

สั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/9eyuQHL1zl

ข้อมูลกล้อง

กล้องอนุกรม ZV ของ Sony เริ่มจาก ZV-1 เป็นกล้องคอมแพ็คเซ็นเซอร์ 1 นิ้ว มาสู่กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ZV-E10 เซ็นเซอร์ aps-c ต่อมาก็มี ZV-E1 ที่เป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ขนาดเซ็นเซอร์ Full frame แล้วก็มาสู่ กล้องคอมแพ็ค ZV-1F แล้วก็มาถึงกล้องคอมแพ็ค ZV-1 ii จุดเด่นของตัวกล้องกลุ่ม ZV ก็คือมีไมโครโฟนรับเสียงคุณภาพดี และมีลูกเล่นการโฟกัสสิ่งของหรือ Product show case ที่เอาไว้ใช้กับการ live ขายของ หยิบสินค้าชิ้นเล็กๆขึ้นมาโชว์แล้วกล้องสามารถโฟกัสไปที่สิ่งของแทนหน้าคนขายได้ จุดเด่นสองอย่างนี้ทำให้ ZV ทุกตัวได้รับความนิยมมาก

ZV-1F เป็นกล้องดิจิทัลคอมแพ็ค ติดเลนส์ฟิกซ์ 20f2 ซึ่งเป็นเลนส์เดี่ยวคุณภาพสูง รูรับแสงกว้าง เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1 นิ้ว เป็นขนาดที่ไม่เล็กมาก สามารถให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่าโทรศัพท์มือถือและกล้องคอมแพ็คทั่วไป การทำงานภายในกล้องถูกออกแบบมาให้เป็นกล้องที่ทำงานได้เร็ว โฟกัสแม่น และถ่ายวิดีโอได้สเป็คบิทเรทที่สูงมาก การออกแบบเป็นเลนส์ฟิกซ์ทำให้กล้องมีขนาดเล็ก เลนส์ติดกล้องไม่มีชิ้นส่วนยื่นเข้าออกตอนเปิดปิด ทำให้ลดโอกาสความเสียหายเรื่องสายแพรเสียหายในระยะยาว และพอไม่มีการยืดตัวของเลนส์ก็ทำให้มันมีขนาดกระทัดรัดที่สุดตอนทำงาน เหตุที่กังวลเรื่องสายแพรเพราะว่ากล้องคอมแพ็คที่มีเลนส์ยื่นเข้ายื่นออกได้จะมีอาการสายไฟในเลนส์เสียหาย ซึ่งกล้องคอมแพ็คฟิล์มที่เคยใช้มีปัญหานี้แทบทุกตัว แม้แต่เลนส์ซูมที่ใช้กับกล้อง DSLR ก็เคยมีปัญหาสายไฟในเลนส์ขาดเช่นกัน

ยังมีจุดเด่นด้านอื่นที่ทำให้กล้อง ZV-1F ตัวนี้น่าสนใจคือ ช่องเสียบสาย usb เป็นชนิด usb-c สามารถชาร์จไฟได้ด้วยทำให้เราไม่ต้องถอดแบตออกมาชาร์จข้างนอก สามารถเสียบชาร์จด้วย powerbank ได้ ซึ่งข้อนี้เป็นข้อดีมากๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ เที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ จะมีประโยชน์โดยตรง 

ยังมีลูกเล่นการปรับโทนสีภาพให้ดูสีสวยแปลกตาหลายแบบ อยู่ในเมนู creative look ทำให้เราสามารถปรับโทนสีของคลิปวิดีโอและภาพนิ่งได้ ซึ่งผมเลือกซื้อกล้องตัวนี้เพราะลูกเล่นการการปรับโทนสีโดยเฉพาะเลย 

หลังจากเริ่มใช้งานมาหลายวันก็ทะยอยค้นพบข้อดีเพิ่มขึ้นทีละอย่าง เชื่อว่าทีมพัฒนาโซนี่น่าจะทำแบบสำรวจหรือขอข้อมูลจากผู้ใช้งานจำนวนมากจะปรับปรุงและใส่ลูกเล่นต่างๆมาในกล้องได้อย่างน่าประทับใจ เริ่มจาก

DSC00104_1
ZV-1F ถ่ายด้วยรูรับแสงกว้างสุด ตอนกลางคืน แสงสว่างในห้องนอน

เลนส์ไวแสง 20 f2.0 เป็นเลนส์ที่เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพแทบทุกสถานการณ์ ประกอบกับการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับแสงขนาดใหญ่ 1 นิ้ว กล้องที่ผลิตในยุคใหม่เป็นกล้องที่มีสัญญาณรบกวนต่ำกว่ากล้องสเป็คเดียวกันในอดีต คุณภาพของภาพตอนถ่ายในที่แสงน้อยจะดูดีกว่ากล้องเมื่อยี่สิบปีที่แล้วอย่างมาก 

06-ZV-1F_top_white

ปุ่มชัตเตอร์และปุ่มถ่ายวิดีโอเป็นปุ่มกดวางแยกกัน ไม่สับสนในการใช้งาน และการจัดวางปุ่มก็เลือกวางได้อย่างเข้าใจ การใช้งานระหว่างสองโหมดนี้ไม่สับสนเลย 

DSC00136

เครื่องพิมพ์ตีธง เป็นเครื่องพิมพ์แบบ letterpress ที่ดัดแปลงไปทำงานปั๊มเจาะรู และทำเส้นปรุได้

ระหว่างที่กำลังเล็งจะถ่ายภาพนิ่ง หากเราอยากเปลี่ยนเป็นถ่ายวิดีโอเราก็กดปุ่มถ่ายวิดีโอ กล้องจะเริ่มบันทึกภาพวิดีโอเลย ตรงนี้เป็นการทำงานที่ไม่ต้องย้ายโหมด ไม่ต้องเปลี่ยนโหมด ไม่ต้องเข้าเมนูใดๆ เป็นความรวดเร็วที่ควรทำได้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็เพิ่งพบกับกล้องรุ่นนี้

DSC00164
ภาพใบไม้ถ่ายด้วยเลนส์ 20f2 บนกล้อง ZV-1F
DSC00165
กล้อง ZV-1F กดซูมภาพแบบดิจิทัล 2X

กล้องมีระบบดิจิทัลซูมที่ทำให้เลนส์ฟิกซ์ก็สามารถมีภาพขยายใหญ่เหมือนมีเลนส์ซูมได้ การทำดิจิทัลซูมก็คล้ายกับการคร็อปภาพ ซึ่งหากเลนส์มีคุณภาพ การคร็อปภาพก็จะเหมือนเลนส์มีทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นนั่นเอง จากเลนส์ 20มม. ก็จะกลายเป็นเลนส์ 40มม. ในทางปฏิบัติแม้จะเป็นการคร็อปภาพ แต่การคร็อปภาพจากภาพที่ใหญ่มาก ก็ยังคงให้ภาพขนาดกลางที่มีคุณภาพอยู่ sony ออกแบบให้ขยายภาพหรือซูมได้ถึง 4เท่า ซึ่งภาพที่คร็อป4เท่า ก็ยังพอใช้งานได้

ซ้อมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่สนามฟุตบอล

ระบบการซูมดิจิทัลสามารถตั้งค่าความเร็วในการซูมได้ เราสามารถค่อยๆซูมเข้าไปช้าๆที่ตัวบุคคลเพื่อสร้างมุมมองภาพเหมือนการถ่ายทำสารคดีหรือถ่ายหนัง การซูมอย่างนุ่มนวลให้ภาพวิดีโอที่สวยงามนุ่มนวลไม่กระตุก ลูกเล่นการซูมนี้ช่วยทำให้การถ่ายคลิปวิดีโอเป็นเรื่องสนุก เรามีตัวเลือกซูมช้า ปานกลาง และเร็ว รวมถึงมีปุ่มบนหน้าจอที่ 1x 2x 4x ให้เลือกด้วย กดแล้วได้ระยะซูมที่ต้องการทันทีไม่ต้องรอ ระบบการซูมดิจิทัลแบบนี้ใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพเคลื่อนไหวที่น่าดูได้

DSC00110
ของไหว้เทศกาลตรุษจีน

การที่กล้องมีจอภาพแบบ flip สามารถกางออกมาดูในมุมมองอื่นได้ ทำให้เราสามารถถ่ายภาพเงย หรือก้ม หรือมุมมองแปลกๆได้ ซึ่งกล้อง DSLR ในอดีตการจะถ่ายมุมมองก้มลงอย่างแม่นยำ ก็อาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่จอภาพแบบ flip ทำให้การถ่ายภาพทุกองศาการถือกล้องเป็นเรื่องง่าย จัดวางกล้องได้อิสระมาก

DSC00019
ภาพเครื่องพิมพ์ ถ่ายเป็นโหมดขาวดำจบหลังกล้อง

ภาพขาวดำตั้งค่าจากในกล้องเลย ปรับแต่งค่าคอนทราสต์นิดหน่อย เราก็จะได้ภาพขาวดำที่ให้โทนสีดำที่ลึก เข้มข้น เป็นแนวทางใกล้เคียงกับการทำงานขาวดำด้วยฟิล์ม ใกล้เคียงกับการอัดขยายภาพขาวดำบนกระดาษ สไตล์สีขาวดำที่สวยงามต้องเกิดกับคนที่เคยมองภาพขาวดำบนกระดาษอัดภาพจริงๆถึงจะบอกได้ว่าขาวดำแท้จริงเป็นอย่างไร ในอดีตยังไม่เคยมีกล้องดิจิทัลที่ทำภาพขาวดำได้ใกล้เคียงเลย มีตัวนี้แหละที่ดูใกล้ขึ้น และพอยอมรับได้ (ผมยังไม่เคยใช้ Leica monochrome)

DSC00029
ภาพเครื่องพิมพ์ถ่ายในโหมด สี ปรับแต่งสีให้เป็นโทนฟิล์ม ทำเสร็จในกล้องเลย

การถ่ายภาพสีในสถานที่ที่แสงไม่แรงมาก หรือแดดไม่จัด หรือถ่ายในที่ร่ม ภาพจะมีความนุ่มนวลโดยธรรมชาติ และหากรวมกับการปรับแต่งฟิลเตอร์สีที่กล้องมีมาให้ ก็จะทำให้เราได้ภาพคล้ายกับงานที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม 

DSC00131
บรรยากาศในโรงพิมพ์

ภาพขาวดำที่สวยคือภาพที่มีโทนสีขาว เทา ดำ ครบ และส่วนสีดำที่สุดมีความดำที่ดำสนิท ในทางเทคนิคคือภาพมีคอนทราสต์สูง มีส่วนขาวสุดและส่วนดำสุด แต่โทนเทาจะต้องต่อเนื่องคือไล่อ่อนไปเข้มได้นุ่มนวล

DSC00114
แม่ลูกคู่กัน

โหมดสีแบบฟิล์มกลายเป็นโหมดที่ปรับแต่งทิ้งไว้และใช้โหมดนี้ถ่ายภาพเกือบตลอดเวลา เพราะสไตล์สีแบบฟิล์มเป็นสีที่น่ามอง ดูมีเสน่ห์เมื่อเป็นภาพถ่าย ไม่แปลกใจที่จะมีคนชอบภาพสไตล์อินสตาแกรม หรือ มีคนชอบการปรับสีของ app VSCO ซึ่งโซนี่ก็เอาใจเต็มที่ด้วยการใส่โทนสีพิเศษแนวนี้เข้ามาให้เลือกใช้

DSC00104_1
ลองคร็อปภาพเป็นพาโนราม่า

สิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คือระบบ app ที่ทำงานได้รวดเร็ว เชื่อมต่อง่าย สามารถใช้ app เพื่อโหลดไฟล์ได้สะดวก แถมยังมีระบบเก็บภาพบน cloud ให้ใช้ด้วยอีกขนาด 25Gb ซึ่งพอจะใช้เป็นที่แบ็คอัพภาพนิ่งได้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าระบบ app ที่เชื่อมต่อกับ cloud จะมีปัญหาในภายหลังไหม เพราะระบบอื่นๆจากประสบการณ์ที่เคยใช้มา ส่วนที่เป็น cloud มักจะทำงานดีเมื่อปีแรก และเมื่อเริ่มไม่ได้รับความนิยมของระบบบน cloud ก็มักจะหายไป

DSC00083
ถ่ายภาพโต๊ะทำงาน เลนส์มุมกว้าง 20mm เก็บสิ่งที่มองเห็นครอบคลุมเหมือนสายตาจริงของเรา
DSC00028
ถ่ายระยะใกล้ๆหรือมาโคร รูรับแสง f2 ให้ภาพวัตถุชัดขณะที่ฉากหลังเบลอได้
DSC00125
เก็บภาพมุมกว้างเหมือนตาเห็น เรายืนมองอะไร เราก็ยกถ่ายสิ่งนั้นได้ ไม่ต้องถอย
ระบบดิจิทัลซูม ปรับความเร็วในการซูมไว้ที่ระดับช้า ให้ความนุ่มนวลในการซูมเหมือนมืออาชีพ
บันทึกคลิปได้ไม่ต่างจาก gopro แต่จะได้สีสันตามการปรับแต่งที่กล้องเลย ไม่ต้องไปทำสีอีกครั้งในคอมพิวเตอร์

DSC00177
ภาพสนามฟุตบอล ยืนดูแล้วก็ถ่ายสิ่งที่เห็น ภาพมุมกว้างเหมือนสายตามนุษย์
DSC00162
ทุ่งนาปลูกข้าวกำลังออกรวงสวยงาม 

ข้อจำกัด หรือ อาจจะเรียกว่าเป็นข้อเสียก็ได้

กล้องตัวนี้มีข้อดีเยอะ ขณะเดียวกับก็มีข้อจำกัดที่เยอะเช่นกัน การจะเลือกใช้กล้องตัวนี้ควรจะรู้ว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง

ด้วยความที่เป็นเซอร์เซอร์ไม่ได้ใหญ่เท่ากับ Full flame หรือเทียบกับ aps-c ก็ยังถือว่าเล็กกว่า มันทำให้กล้องมีสัญญาณรบกวนที่สูงเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่า ผลก็คือภาพจะไม่เนียนใสในแบบที่เคยได้จากกล้อง Fullframe ถ้าเราเทียบกับมุมใกล้เคียงกัน ZV-1F กับกล้อง aps-c เราก็จะเห็นว่าสัญญาณรบกวนของ ZV-1F มีเยอะกว่าอย่างชัดเจน 

มุมรับภาพของเลนส์ 20mm เทียบเท่า Fullflame ทำให้มันเป็นเลนส์ไวด์หรือเลนส์มุมกว้าง เหมาะกับการถ่ายภาพวิว และถ่ายคลิปวิดีโอเสียมากกว่า การเอาไปถ่ายภาพบุคคล ภาพครึ่งตัวแนวพอร์ตเทรดติดฝาบ้าน หรือภาพเฮดช็อตเน้นใบหน้าและไหล่จะไม่เหมาะเพราะเป็นมุมที่ไม่สวย ถ้าต้องการภาพบุคคลอย่างจริงจังควรไปใช้เลนส์ Tele หรือ 85มม. บนกล้อง Fullflame ไปเลยจะเหมาะกับงานมากกว่า

ZV-1F ถ่ายภาพนิ่งได้เป็น jpg เท่านั้น ไม่มีโหมดไฟล์ raw มาให้ใช้ ทำให้เราหมดโอกาสการปรับแต่งในภายหลังอย่างยืดหยุ่น หากเราชินกับการถ่ายภาพที่ผิดพลาดได้บ้าง หรือ ยังลังเลใจในการแต่งภาพ อยากเลือกโทนสีในภายหลัง เราจะอยากถ่ายเป็น raw ซึ่ง ZV-1F ไม่มี บางคนจะไม่ชอบต้องปรับตัวพอสมควร การมาใช้กล้องที่ถ่ายได้แต่ไฟล์ jpg อย่างเดียวจะบังคับให้เราเลือกสไตล์สีตั้งแต่ตอนถ่าย ซึ่งก็ไม่ได้แย่หากเทียบกับการใช้ฟิล์ม เพราะการเลือกสไตล์สีก็เหมือนการเลือกยี่ห้อฟิล์ม เราเพียงแค่ต้องถ่ายโดยวัดแสงอย่างแม่นยำด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องปรับแต่งหลังถ่ายอีก เนื่องจากแก้ไขความสว่างของภาพและสีกับไฟล์ jpg ทำได้ไม่มาก และยิ่งแก้ไขก็ยิ่งสูญเสียรายละเอียดของไฟล์

การถ่ายสิ่งของหรือสินค้าแบบจัดฉากหรือจัดไฟถ่ายจะค่อนข้างลำบาก เพราะเลนส์เป็นเลนส์ไวด์ แม้จะเข้าใกล้วัตถุได้ แต่ก็จะมีสัดส่วนความเพี้ยนสูง ช่างภาพแนวสินค้าหรือโฆษณามักจะไม่ใช้เลนส์มุมกว้าง เลนส์มาโครระดับโปรจะเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเยอะหรืออยู่ในระยะ Tele กันทั้งสิ้น ส่วนมากเลนส์มาโครจะมีระยะประมาณ 100มม.

อีกข้อหนึ่งที่เป็นข้อเสียที่ใหญ่หลวงเลยก็คือ กล้องมีความเร็วชัตเตอร์ช้าสุดแค่ 1/4 วินาที คือเปิดหน้ากล้องนานกว่านี้ไม่ได้ แค่ 1 วินาทีก็ยังทำไม่ได้ จุดนี้ช็อคพอสมควรเลย การเปิดชัตเตอร์นานไม่ได้มันจะทำให้เราไม่สามารถถ่ายภาพ ด้วยเทคนิค long exposure  การจะเอาไปถ่ายพลุเป็นเส้นทำไม่ได้ เอาไปถ่ายไฟรถยนต์ที่วิ่งเป็นเส้นทำไม่ได้ เอาไปถ่ายน้ำตกให้สายน้ำนุ่มๆ เปิดหน้ากล้องนานๆก็ทำไม่ได้ มีเทคนิคการถ่ายภาพอีกหลายอย่างที่ต้องเปิดหน้ากล้องนานๆหลายวินาที น่าเสียดายมากที่ ZV-1F จะทำไม่ได้ ขนาดกล้องคอมแพ็คฟิล์มตัวอื่นในอดีตที่เคยผ่านมาบางตัวยังถ่ายได้ที่ 4 วินาที หรือ 8 วินาที 

การกดล๊อคค่าแสงหรือ Ae lock หาไม่เจอในเมนูปกติ มันถูกซ่อนอยู่ด้านไหนเมนู ต้องตั้งค่าให้ปุ่มคัสต้อมเพื่อใช้คำสั่ง Ae lock ซึ่งกว่าจะค้นหาจนเจอ ผมต้องพยายามหาอยู่หลายครั้งและเรียนรู้การตั้งค่าปุ่มคัสต้อม ใช้กล้องมาเป็นเดือน บอกตรงๆว่ายังตั้งค่าปุ่ม ตั้งค่าเมนูส่วนตัวในกล้องยังไม่เป็นเลย

สรุป

กล้อง Sony ZV-1F เป็นกล้องคอมแพ็คที่มีเลนส์ 20มม. ไวแสง เลนส์คุณภาพสูงมาก ให้ภาพใสกริ๊ง สามารถถ่ายภาพได้เหมือนตาเห็น สามารถใส่สีให้ดูคล้ายโทนภาพจากฟิล์ม ใช้ถ่ายวิดีโอได้คล่องตัว ใส่สีสันในวิดีโอให้ดูเป็นหนังอาร์ตได้ไม่ยาก จบหลังกล้องได้ไม่ต้องไปย้อมสีในโปรแกรมตัดต่อ แต่ก็มีลูกเล่นที่บันทึกไฟล์สำหรับตัดต่อได้แบบโปรด้วย ใช้เป็นกล้องไลฟ์ขายของแสดงสินค้าตัวเล็กๆแล้วกล้องโฟกัสสินค้าเล็กๆได้ นับว่าเป็นกล้องสารพัดประโยชน์ที่ราคาไม่แพงเลย 

ไปดูตัวอย่างภาพจากกล้อง ZV-1F เพิ่มเติมได้ที่นี่

สนใจสั่งซื้อได้ที่นี่ https://shope.ee/5V7Q4wN5Mx

หรือที่นี่ https://shope.ee/9eyuQHL1zl

รีวิวเลนส์ canon ef85 f1.8 ถูกและดีของจริง

sale-18dec2013-IMG_0091

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นนักถ่ายภาพ เราก็จะมีการถ่ายภาพหลากหลายแนว ทั้งภาพวิว ภาพสัตว์ สิ่งของ และภาพบุคคล ซึ่งสิ่งที่จะถ่ายนั้นจะนำมาซึ่งวิธีคิดและการเลือกใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเลนส์ที่จะใช้ หากเน้นไปที่การถ่ายภาพบุคคลก็จะมีเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพคนโดยเฉพาะ

IMG_0480

การเลือกใช้เลนส์สำหรับการถ่ายภาพบุคคล ในวงการถ่ายภาพจะใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสประมาณ 85 – 135มม. ซึ่งเลนส์ 85มม ตัวที่จะแนะนำนี้เป็นเลนส์ถ่ายภาพบุคคลราคาไม่แพง และยิ่งหากเป็นของมือสองก็ยิ่งราคาลดลงไปเหลือแค่ครึ่งราคา นั่นคือเลนส์ canon EF85 f1.8 เลนส์สำหรับกล้อง SLR และ DSLR

IMG_20201107_213615

เลนส์ตัวนี้มีรูรับแสงกว้างสุดอยู่ที่ f1.8 ถือว่าเป็นเลนส์ไวแสงตัวหนึ่ง ทำให้การใช้งานทำได้ง่าย เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย จะถ่ายภาพคนในที่ร่ม ในบ้าน ในตึก จะมีโอกาสได้ภาพจากแสงธรรมชาติหรือแสงจริงที่เกิดขึ้น เรามีโอกาสได้ภาพเหมือนตาเห็น รูรับแสงกว้างระดับ f1.8 สามารถใช้มือถือกล้องตรงๆโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ยิ่งกล้องรุ่นใหม่ๆสามารถเลือกใช้ค่าความไวแสงหรือ iso ได้สูงมากทำให้เลนส์ f1.8 ตัวนี้ยิ่งถ่ายภาพได้แทบจะทุกสภาพแสง และมุมมองของเลนส์ 85มม. ก็จะให้ภาพที่มีสัดส่วนสมจริง ความเพี้ยนต่ำ จึงนิยมใช้ถ่ายภาพบุคคลเป็นอย่างมาก และถ้าใช้ระยะถ่ายภาพตัวผู้ใหญ่ประมาณครึ่งตัว หรือภาพเด็กเล็กเต็มตัวก็จะได้ภาพที่สัดส่วนดูสมจริง ใกล้เคียงกับการมองจริง ใช้ถ่ายทอดความเที่ยงตรงของวัตถุได้

สามชุกIMG_0071

การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะมีบุคลิกของภาพที่เด่นชัดในด้านระยะชัดที่ไม่มาก หรือชัดตื้นนั่นเอง การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอมักทำให้ภาพถ่ายดูสวยงาม ตัวแบบที่เป็นจุดสนใจจะชัดตามคุณภาพความคมของเลนส์ ขณะที่ฉากหลังมีความเบลอช่วยขับให้ภาพดูสวย เมื่อเราใช้ถ่ายภาพคนเราจะได้ลักษณะภาพที่ดูนุ่มนวล ภาพถ่ายแนวนี้จะเหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงธรรมชาติ

IMG_2078

ภาพเด็กในห้องนอนก็เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านความไวแสง ตอนกลางวันแสงในห้องนอนจะมาจากหน้าต่างที่กำแพง เราเปิดผ้าม่านให้แสงเข้าจนดูสวยงามสบายตา แล้วเราก็หยิบกล้องพร้อมเลนส์ f1.8 ขึ้นมาถ่าย เลือกใช้รูรับแสงกว้างสุดเราก็จะได้ภาพเหมือนตาเห็น พร้อมกับจุดเด่นที่เราโฟกัส และมีความเบลอของฉากหลังช่วยขับให้ตัวแบบโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

20200603174615_IMG_0500

สภาพแสงที่ทำให้ภาพจากเลนส์ 85f1.8 ให้ภาพที่สวยที่สุดในความคิดผมก็คือคือมีความสว่างแต่ไม่มีแดด อย่างการถ่ายภาพในที่ร่มหรือไม่มีแดดโดยตรงแต่ไม่มืด ภาพเด็กยืนเป็นกลุ่มนอกอาคาร เป็นสภาพแสงตอนเย็นที่ยังสว่างอยู่ สภาพแสงแบบนี้ถ้าใช้เลนส์ไวแสงมาถ่ายภาพจะได้แสงเหมือนตาเห็น และได้ความนุ่มนวลในภาพยิ่งกว่าการถ่ายตอนโดนแสงแดด

kobfa-home-IMG_0055

การถ่ายภาพภายในบ้าน จะเป็นสภาพที่ไม่มีแสงแดดอยู่แล้ว และหากบ้านมีความสว่างเพียงพอจากไฟประดับภายใน เราใช้เลนส์ไวแสงมาถ่ายเราก็จะได้ภาพที่ได้สีสันและความสว่างเหมือนตาเห็น รูรับแสงกว้างทำให้ระยะชัดมีเพียงเล็กน้อย คนที่อยู่ในจุดโฟกัสจะชัด และมีฉากหลังที่เบลอ สร้างความสวยงามให้กับภาพได้ดี 

nan28oct2014-IMG_0022

ภาพคนในสถานที่ช็อปปิ้งภายนอกอาคาร ภาพมีความสว่างแต่ไม่โดนแดดโดยตรง ภาพจะสวย ดูนุ่มนวล ใช้ถ่ายภาพผู้หญิงก็ดูสวยขึ้น ใช้ถ่ายภาพเด็กก็ดูน่ารักขึ้น และสิ่งที่เป็นบุคลิกเด่นของเลนส์ Canon เกรดโปรก็คือภาพจะมีความหวานใส สีผิวคนจะดูเด่น สีสวยมาก และเลนส์ Ef85f1.8 ตัวนี้มีคุณภาพในระดับโปรเช่นกัน

IMG_2099

นอกจากเลนส์ระยะ 85มม ที่นิยมใช้ถ่ายภาพบุคคลแล้วก็ยังมีเลนส์ซูม 70-200 มม. f2.8 ที่ใช้กับภาพคนได้ดีเช่นกัน แต่เลนส์ซูมก็ขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ ทำให้การพกพาเป็นเรื่องยาก กระเป๋ากล้องที่จะใส่กล้องและเลนส์เทเลซูมก็จะต้องใหญ่และหนักยิ่งขึ้น การใช้ 85f1.8 จะได้ของเล็กน้ำหนักเบากว่ากันมาก ยิ่งกล้องเบายิ่งทำให้เราอยากพกพา จะยิ่งทำให้เรามีโอกาสได้ภาพมากยิ่งขึ้น

เลนส์ EF85f1.8 เคยมีราคาเปิดตัวเมื่อหลายปีก่อนประมาณ หมื่นกลางๆ และราคามือสองของเลนส์ตัวนี้ที่อายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7000-8000 บาท ถือว่าเป็นเลนส์ที่มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ในระดับราคานี้ เพราะไม่มีของในระดับราคาหมื่นบาทที่จะให้คุณภาพของภาพที่คมชัดและไวแสงถ่ายภาพได้เหมือนตาเห็นแบบนี้ กล้องยุคใหม่พัฒนาไปสู่ระบบของ mirrorless แต่เลนส์ยุคเก่าก็ยังถูกใช้งานได้เรื่อยๆ ใช้ได้กับกล้องเก่า และกล้องใหม่ผ่านตัวแปลงเม้าส์เลนส์ คนใช้กล้อง Canon ถ้าจะหาของดีราคาถูกใช้ก็แนะนำให้ซื้อ EF85f1.8 ตัวนี้ไว้ได้เลย ถูกและดีคือคำจำกัดความของมัน

เปรียบเทียบภาพถ่ายจากหลายระบบ

การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนแล้วในยุคอินเทอเน็ต 5G เพราะโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องมีกล้องติดมาด้วย และส่วนมากก็จะมีคุณภาพดีพอใช้ได้ทั้งสิ้น ผู้คนถ่ายภาพกันเป็นจำนวนมาก และบางทีก็อยากจะพิมพ์ภาพออกมาเป็นกระดาษบ้าง อาจจะใช้ใส่อัลบั้มเพื่อดูในเวลาอื่นๆ อาจจะใช้แจกเป็นที่ระลึก ซึ่งเมื่ออยากจะพิมพ์ภาพถ่ายดิจิทัลออกมา เราก็จะเป็นจะต้องไปอัพภาพที่ร้านรูปตามห้าง และบางคนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีปริ๊นเตอร์สีเอาไว้ทำงาน ก็อาจจะพิมพ์ภาพเองเลย และนอกจากเครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงานแล้ว โลกเราก็มีเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนมากจะพิมพ์ภาพขนาดเล็ก 

เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพถ่ายสำหรับใช้ในบ้านที่มีให้เราใช้ในยุคปัจจุบันเท่าที่เหลืออยู่ก็จะเป็นระบบ

1 Zink paper ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Polaroid เพื่อทดแทนระบบการพิมพ์ภาพดั้งเดิมที่ใช้มานานหลายสิบปี ส่วนระบบดั้งเดิมที่ Polaroid สร้างจนมีชื่อเสียงแต่ไม่ยอมทำตลาดต่อ ก็ถูก Fuji นำไปทำตลาด นำเทคโนโลยีไปไปใช้ในกล้อง instant ของตัวเอง

2 Fuji instax ระบบถ่ายภาพลงบนแผ่นฟิล์ม เป็นสิ่งที่เกิดจากบริษัท Polaroid  ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนปัจจุบันยังคงมีกล้องระบบ instax ของ Fuji ออกมาให้ใช้อย่างต่อเนื่อง และมีหลายขนาดให้เลือกใช้

P_20160505_143122
กล้อง Polaroid ที่ใช้ระบบการพิมพ์ภาพแบบ Zink paper

3 Canon Selphy การพิมพ์ภาพถ่ายของ Canon โดยใช้ระบบการพิมพ์ Dye-Sublimation ซึ่งเป็นระบบการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงและใช้อยู่ในเครื่องพิมพ์ Canon selphy ที่ขายอยู่ราคาไม่แพง และได้รับความนิยมในกลุ่มช่างภาพที่อยากได้ภาพคุณภาพสูง มีทั้งแบบเครื่องพกพา และเครื่องตั้งโต๊ะ

2018-03-15_12-37-38
ซ้ายคือภาพจากระบบ zink ขวาคือภาพจาก Dye-Sublimation

แต่ละระบบจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน และมีจุดด้อยของใครของมันที่ทำให้ผู้ใช้งานต้องปวดหัวและต้องเสียเงินซื้อหลายระบบ เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง ทำให้คนรักการพิมพ์รูปแทบจะต้องเสียเงินซื้อทุกอย่าง

Zink ย่อมาจาก Zero ink เป็นระบบที่สะดวก ทำให้เล็กได้ สามารถยัดเข้าไปอยู่ในกล้องถ่ายรูปได้ และทำเป็นเครื่องพิมพ์แยกอิสระได้ การพิมพ์ระบบนี้ต้องใช้ไฟล์ดิจิทัลเท่านั้น ความคมชัดและคุณภาพสีอยู่ในระดับปานกลาง ความคงทนอยู่ในระดับต่ำ คือในเวลาไม่เกินสองปีภาพจะเกิดอาการสีซีด ไม่เหมาะกับการเก็บภาพชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าเราถ่ายภาพแม่ไว้ วันนึงในอีกหลายปีข้างหน้าภาพแม่จะจางหายไป

Fuji instax เป็นระบบถ่ายภาพทันใจอีกชนิด ต้นกำเนิดเกิดจากบริษัท Polaroid แต่เสื่อมความนิยมไปพักใหญ่ แล้ว Fuji ก็นำมาทำตลาดต่อ เป็นระบบการพิมพ์ภาพแบบอนาลอก ฟิล์มแผ่นที่ผ่านการถ่ายจะไหลออกมาจากกล้อง รอเวลาสักครู่ก็จะปรากฏเป็นภาพที่สวยงาม ระบบนี้ได้รับความนิยมมากเพราะสะดวก รวดเร็ว ถ่ายแล้วภาพไหลพรวดออกจากกล้อง แม้จะต้องรอเวลาสัก 1 นาทีเพื่อให้ภาพขึ้นชัดเจนแต่ก็เป็นความสนุกที่น่าลองใช้งาน เมื่อก่อนเป็นอนาลอก ปัจจุบัน Fuji พัฒนาให้เป็นเครื่องพิมพ์ภาพ ทำให้สร้างภาพดิจิทัลไว้บนแผ่นฟิล์ม instax ได้ ทำให้เรามีเครื่องพิมพ์ระบบ instax และทำให้ Fuji ทำกล้องดิจิทัลที่ยัดเครื่องพิมพ์ภาพ instax ไว้ข้างในออกมาขายด้วย ข้อดีคือเร็ว ข้อเสียคือภาพเล็ก เพราะขนาดที่นิยมและขายดีทั่วโลกก็มีขนาดแค่บัตรเครดิตเท่านั้น แม้จะมีขนาดจตุรัสออกมาบ้างก็ยังไม่ได้รับความนิยม 

Canon Selphy เป็นระบบ Dye-Sublimation ที่ให้ภาพสวยที่สุด ระบบการพิมพ์ให้ภาพขนาด 4×6นิ้ว ต้องใช้เครื่องพิมพ์โดยเฉพาะ ไม่สามารถทำให้เล็กได้ ทำให้เราไม่สามารถยัดระบบการพิมพ์แบบนี้เข้าไปในกล้องถ่ายภาพ ข้อดีคือภาพสวยคุณภาพสูงมาก ข้อเสียคือ ใหญ่ เทอะทะ ต้องทำงานในสภาพของปริ๊นเตอร์ คือพกพาลำบาก แต่จะเก็บภาพได้ยาวนานที่สุด canon เลยบอกว่าสามารถเก็บภาพได้ถึง 100 ปี ถ่ายภาพพ่อแม่ไว้ พ่อแม่จะอยู่ในกระดาษไปจนเราตาย ภาพก็ยังไม่จืด อันนี้เรียกว่าดีมาก

สรุป

การเลือกระบบการพิมพ์ภาพขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้ภาพ ถ้าเราต้องการความเร็ว เช่นงานปาร์ตี้ ถ่ายแล้วได้ภาพทันที คุณภาพไม่ต้องดีที่สุด เราก็ใช้ระบบของ fuji instax ที่เป็นอนาลอกได้เลย คือถ่ายแล้วไหลพรวด

ถ้าเราอยากได้ภาพสวย สีสันยอดเยี่ยม มีคำตอบเดียวคือ canon selphy ให้ภาพขนาด 4×6นิ้ว

ถ้าเราอยากได้เครื่องพิมพ์ภาพจากไฟล์ดิจิทัลที่พกพาได้ เรามีทางเลือกคือ zink paper กับ ระบบ fuji instax printer ทั้งสองแบบเป็นเครื่องพิมพ์พกพา สามารถเลือกภาพดิจิทัลมาสั่งพิมพ์ได้ 

ถ้าเราอยากได้กล้องดิจิทัลที่ถ่ายแล้วเลือกภาพแล้วค่อยพิมพ์ เราก็มีทางเลือกที่เป็นกล้องระบบ zink ใช้กระดาษ zink paper กับกล้อง fuji รุ่นดิจิทัลที่พิมพ์ภาพบนแผ่นฟิล์ม instax ได้


แถมให้

ระบบ Zink เทียบกับ instax อันไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสองระบบเป็นระบบการพิมพ์ที่ยัดไว้ในกล้องได้ ก็ขอให้ดูภาพตัวอย่างด้านล่าง ภาพแรกถ่ายสิ่งของพร้อมกัน ได้ภาพออกมาพอใช้ได้ทั้งคู่ zink จะใหญ่กว่าเพราะขนาดที่ใช้คือ 2×3นิ้ว ส่วน instax เล็กกว่าเพราะขนาดเท่าบัตรเครดิต

P_20160505_175002
ซ้าย Zink paper จากกล้อง Polaroid Z340 ขวาคือ Fuji instax จากกล้อง Mini8

เมื่อเวลาผ่านไป16 เดือน เอาภาพทั้งสองใบมาเทียบกันอีกครั้ง เราจะเห็นว่าภาพจาก zink จะซีดลงไปเยอะมาก สีสันจริงของวัตถุในภาพอาจจะดูไม่รู้แล้วว่าเคยเป็นสีอะไร ข้อมูลภาพอาจจะค่อยๆหายเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ส่วน instax ยังคงอยู่ดีดูไม่ค่อยแตกต่างจากปีแรก คาดว่า instax จะอยู่ได้อีกหลายปี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถึง 20 ปีไหม

IMG_0206
ซ้ายคือ Fuji instax ที่เวลาผ่านไป 16 เดือน ขวาคือ Zink paper


Farm to table รีวิวร้านลับที่น่าแวะย่านปากคลองตลาด

Farm to table รีวิวร้านลับที่น่าแวะย่านปากคลองตลาด

วันนี้พาลูกไปสอบพรีเทสที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยย่านปากคลองตลาด เพื่อเป็นการซ้อมทำข้อสอบสำหรับการสอบเข้า ม.1 จะได้วัดผลด้วยว่ามีความรู้ระดับไหน ต้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องอะไร การสอบจัดขึ้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบ พ่อแม่ก็ต้องพาไปส่ง แล้วก็รอสามชั่วโมงเพื่อรับกลับ

IMG_8052

ถือโอกาสเดินเล่นปากคลองตลาดเสียเลย เพราะไม่ได้แวะมาย่านนี้นานแล้ว ปากคลองตลาดในยุคนี้ดูโล่งขึ้น เดินดูของต่างๆได้สะดวก ร้านค้ามีระเบียบ ดอกไม้หน้าร้านดูสวยงามชวนให้ถ่ายรูป คนชอบถ่ายรูปมาเดินก็มักจะต้องหามุมสวยดูดีและบันทึกภาพเก็บไว้

IMG_8053

วันนี้ตั้งใจเดินไปให้ถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านอาหารแนวคาเฟ่ มีกาแฟ ขนม ไอศครีม อาหาร ข้าว มีของกินหลากหลายและที่สำคัญคือเป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบของปากคลองตลาด อยู่ในพื้นที่แทบจะใจกลางตึกแถวในตลาด เป็นส่วนที่ผมไม่เคยคิดจะเดินเข้าไปเลยตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนที่เดินเล่นอยู่ในย่านนี้

1705227517967-01

ร้าน Farm to Table เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในตึกแถวเก่าโบราณ เจ้าของร้านบอกว่าเป็นบ้านเก่าที่อยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก และก็มีการปรับปรุงให้ดูสวยงามน่าอยู่ และได้เปิดเป็นร้านอาหาร ความสวยของตึกสไตล์เก่า พร้อมเฟอร์นิเจอร์เก่า จัดการที่ว่างและมุมปลูกต้นไม้ได้ลงตัว เดินมาเห็นด้วยตาเปล่าต้องยกกล้องเก็บภาพกลับไปโดยอัตโนมัติ

IMG_8093

อาหารในร้านก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูข้าว เมนูของหวาน ไอศครีม ขนมไทย กาแฟ ออกแบบหน้าตาและจัดจานได้ดูน่ากินมาก ราคาก็ไม่แพงแบบร้านอาหารหรูหราอื่นๆ เป็นราคาที่ยอมรับได้สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยว ถือว่าราคาถูกเลยสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน ยิ่งถ้าเทียบกับรสชาติแล้วถือว่าคุ้มราคามาก 

IMG_8099

อาหารเมนูข้าวให้มาเยอะ ผู้ใหญ่กินอิ่ม เด็กเล็กอาจจะกินเหลือ สิ่งสำคัญที่รู้สึกได้ก็คือ อาหารดูมีคุณภาพ เลือกให้ลูกกิน หรือซื้อฝากคนที่บ้านก็สบายใจ คำว่า Farm to Table น่าจะสื่อถึงผักคุณภาพและอาหารต่างๆก็คัดมาแล้วว่ากินได้มีประโยชน์ 

1705227193218-01

ขนมและของหวานเป็นไฮไลท์ที่ต้องลองกิน ขนมไทยก็จัดออกมาดูสวยและรสชาติดี ของหวานอย่างลอดช่องที่มีไอศครีมวางไว้ก็ออกแบบมาลงตัว ถ้าเลือกไอศครีมรสเปรี้ยวแล้วคู่กับความหวานของน้ำกระทิมันอร่อยเข้ากันดีมาก เป็นส่วนผสมที่เพิ่งเคยได้ลอง และกินแล้วก็อร่อยจริง

IMG_8113

กาแฟตามยุคสมัย อเมริกาโน่ปกติ หรือ อเมริกาโน่น้ำส้มก็มีให้สั่ง ของหวานเต็มร้าน ไอศครีมเต็มตู้ สั่งอะไรก็ดูอร่อยไปหมด เจอของหวานและขนมขนาดนี้ ต่อให้เป็นร้านออแกนิคแค่ไหน ก็ต้องอดใจอย่ากินเยอะ

1705227147433-01

ร้านนี้มีสองจุดใกล้ๆกัน ร้านแรกอยู่ปากซอย ร้านที่สองอยู่ในซอย เมนูเหมือนกัน ผมแวะทั้งสองร้าน เพราะร้านในซอยที่เป็นร้านใหญ่ มีคนเยอะมากในวันที่ผมเข้าไปชิม ร้านเปิดเก้าโมง คนเต็มก่อนร้านเปิด ผมได้แต่ทึ่งว่าทำบุญด้วยอะไรถึงขายดีขนาดนี้ กินอร่อย ถ่ายรูปสวย เก็บภาพจนพอใจ ผมกินอิ่มจากร้านในซอยแล้วทนสายตาอีก10คู่กับ 20เท้า ของคิวที่ยืนดูผมกินไม่ได้ สุดท้ายก็เดินออกจะได้แบ่งโต๊ะให้คนที่อยากมาสัมผัส แล้วเดินมากินขนมหวานที่ร้านปากซอยแทนซึ่งคนน้อยกว่า

IMG_8043

คนที่อยากแวะมาร้านนี้แนะนำให้มารถไฟฟ้า ดำดินมาโผล่ที่สถานีสนามไชย ทางออก 4 ออกมาจะเจอคลองหลอด แล้วเดินนิดหน่อย หากใครขับรถมาแนะนำให้จอดรถที่กรมที่ดินจะใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่นิสัยดีโบกรถอำนวยความสะดวก จอดซ้อนก็ช่วยเข็น ค่าจอด 40 บาท จอดแล้วเที่ยวปากคลองตลาดให้คุ้มเลย แถมภาพมุมมองจากที่จอดกรมที่ดิน มองข้ามคลองหลอดไปจะเจอตลาดส่งเสริมเกษตรไทยปากซอยคือร้านเล็ก ร้านใหญ่อยู่ในซอย

1705227385200-01

Popular search in Pexel when 2024 begin.

Winter Lanscape Cooking Business Meeting January Gradient Smoke Burj Khalifa Learning Paper Walking Grapgic Design Hacker Trees Spring Exercise Team School Love London Winter

ทำไมภาพถ่ายจึงจำเป็นสำหรับธุรกิจ

หนึ่งภาพแทนความหมายเป็นพันเป็นหมื่นคำคือสิ่งที่เป็นจริง  ทั้งภาพถ่ายเพื่อเก็บความทรงจำ  ภาพบันทึกเหตุการณ์  และภาพถ่ายสินค้าต่างๆเพื่อใช้ช่วยทำการตลาดให้กับธุรกิจ   หากเราจะขายสินค้าสักอย่าง หรือแม้แต่จะทำธุรกิจบริการ  เราก็ควรจะเลือกใช้ภาพเพื่อทำสื่อออกมา   พลังของภาพถ่ายช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง ดังเหตุผลต่อไปนี้

20231214065752_IMG_0488

1 ภาพสินค้าใช้เพื่อขายสินค้า  ถ้าเรามีสินค้าที่อยากขาย การใช้ภาพถ่ายสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด  เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าเราขายอะไร  ลูกค้าซื้อแล้วจะได้อะไร  การจัดแสงและจัดองค์ประกอบของภาพที่ดีจะทำให้สินค้าออกมาดูสวยงามน่าซื้อ

20220607121643_IMG_0875

2 ใช้ภาพถ่ายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ  การมีภาพคนหรือทีมงานของเราปรากฏอยู่ในสื่อการขาย จะอยู่ในแค็ตตาล๊อค ใบปลิว หรือในเว็บไซต์   ทุกภาพจะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดเชื่อมั่นในตัวสินค้าหรือบริการมากขึ้น  สร้างภาพจำได้  เหมือนกับที่เราจำนางแบบโฆษณาสินค้าบางตัวได้

3 ภาพถ่ายช่วยนำเสนอความสมบูรณ์แบบ หรือแสดงโลกในฝันที่อยากให้ลูกค้าได้เห็น  เมื่อจัดวางสินค้าอย่างลงตัว ท่ามกลางองค์ประกอบอื่นๆที่ช่วยทำให้ลูกค้าเห็นไลฟสไตล์  จะทำให้ลูกค้ารู้ว่าสามารถมีแบบนี้ได้  แม้การจัดถ่ายแนวนี้จะใช้งบประมาณสูง แต่ก็ทำให้ลูกค้าเชื่อได้ว่าเขาเลือกสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร  และมันจะยิ่งเป็นผลดีในการชักชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นด้วย

IMG_8577

4 ภาพถ่ายช่วยเล่าเรื่อง  สินค้าหรือบริการบางอย่างจะมีลักษณะเฉพาะ  การมีภาพการใช้งานสินค้าหรือภาพที่กำลังทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น  ภาพจะช่วยสร้างการรับรู้ร่วมกันว่าเราทำอะไร ขายอะไร  นอกจากภาพนิ่งแล้ว  วิดีโอก็สามารถนำมาใช้ร่วมด้วย  ยิ่งในเว็บไซต์ยิ่งควรใช้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

IMG_4250

5 ภาพถ่ายนำเสนอเทคนิคเฉพาะ   บางสินค้า บางกิจกรรมมีรายละเอียดวิธีใช้ที่เฉพาะเจาะจง  เราสามารถลงรายละเอียดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจ   อย่างเช่นภาพถ่ายการปรับแต่งอุปกรณ์   ภาพที่อธิบายวิธีใช้ วิธีติดตั้งที่จำเป็นต้องเห็นตัวอย่าง  ภาพแนวนี้มักจะต้องการความคมชัด สีสันปกติ  ถ่ายทอดความตรงไปตรงมา  โดยจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ฟิลเตอร์หรือการใส่สีที่เกินจริง 

เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่การนำเสนอทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ้นเทชั่น หรือ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในใบปลิว หนังสือหรือคู่มือ จะต้องมีภาพถ่ายเพื่อช่วยให้การสื่อสารต่างๆครบถ้วน และทำหน้าที่ได้ตามที่เจ้าของสินค้าต้องการ   ในยุคสมัยของอินเทอเน็ตที่เบ่งบานสุดขีด เรามีตัวช่วยในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายมากมายหลายวิธี  นอกจากจะถ่ายเองแล้ว  เราก็มีแหล่งสต๊อคภาพที่ให้โหลดมาใช้ได้แบบฟรี  บางแหล่งอาจจะเป็นแบบเสียเงินเพียงเล็กน้อย  หรือแม้แต่การใช้ระบบ AI ช่วยสร้างภาพที่ต้องการขึ้นมาก็ทำได้ไม่ยากโดยค่าใช้จ่ายต่อภาพจะต่ำมากเมื่อเทียบกับการต้องลงทุนจ้างทีมงานถ่ายทำเต็มรูปแบบ

หากเราขายของโดยไม่เคยถ่ายภาพอะไรในธุรกิจของเราเลย ก็ลองถ่ายภาพแล้วโพสท์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คดู    มีภาพแล้วลองตั้งชื่อ หรือใส่ข้อความกำกับเล็กน้อย  ก็ดูดีมีพลังแล้ว

เที่ยวเขาค้อสามวันสองคืน

ทริปปิดเทอมของบ้านเรารอบนี้เลือกกันว่าจะไปภูเขากันบ้าง เพราะปกติจะวนเวียนอยู่แถวทะเลเป็นส่วนใหญ่ ก็เลยจิ้มไปที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ลูกยังไม่เคยไป คุณภรรยาก็จัดแจงเลือกที่พัก โดยเน้นไปที่การพักในจุดที่วิวสวยและได้ดูทะเลหมอก ทริปของเรารอบนี้เดินทางกันสามคนพ่อแม่ลูก กับรถคันเดิม ฮอนด้าฟรีดที่ใช้มายาวนาน

เราเลือกออกเดินทางหกโมงเช้าวันพุธ ซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์เพื่อที่จะไม่ต้องพบกับคนเยอะ เนื่องจากปลายสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาว ผู้คนคงเดินทางออกต่างจังหวัดกันเป็นจำนวนมาก การออกไปเที่ยวก่อนแล้วกลับตอนที่คนอื่นกำลังไปเที่ยวก็ทำให้ไม่ต้องพบกับคนเยอะที่แย่งกันเที่ยว สังเกตุได้ว่า ปั๊มน้ำมันแต่ละจุด ร้านกาแฟแต่ละแห่งที่เราได้แวะจะไม่ค่อยแน่นมาก มีที่ให้จอดเพียงพอ จะกินจะแวะก็ง่ายไปหมด

IMG_20231018_162159

เลือกใช้เส้นทางกรุงเทพ ปทุมธานี สระบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ โดยขับรถไปจอดพักเที่ยวที่แรกที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพซึ่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหมาดๆไม่ถึงเดือน ที่นี่ดูไปก็คล้ายอยุธยา แต่มีรถนำเที่ยวบริการ ภายในเป็นสิ่งก่อสร้างทรงโบราณที่ผุพัง ดูเหมือนวัด ดูเหมือนวัง สถานที่นี้มีพื้นที่ไม่มาก อากาศเย็นสบาย เดินเล่น 1 ชม ก็ครบแล้ว ค่าเข้าชมโบราณสถาน ผู้ใหญ่คนละ 20 เด็กไม่คิดเงิน ค่าจอดรถ 50 บาทต่อคัน

20231011113710_IMG_7744
20231011115231_IMG_7778
20231011115726_IMG_7789

หากเราค้นหาเส้นทางใน google maps ระบบจะปักหมุดให้เราไปที่ศาลเจ้า ไม่ใช่ส่วนที่เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ คนปักหมุดคนแรกคงทำผิดพลาดและไม่มีใครแก้ไขด้วย

เมื่อออกจากอุทยานเราก็มุ่งหน้าเดินทางต่อเพื่อไปเขาค้อ ใช้ถนนหมายเลข 21 เป็นหลัก โดยพวกเราตัดสินใจแวะซื้อกาแฟที่ร้าน ร้านกาแฟ chanan เป็นร้านที่ตกแต่งได้สวย ภายนอกก็มีมุมถ่ายรูป ภายในก็มีจุดนั่งชมวิวสวนต้นไม้ ลักษณะกาแฟที่ร้านนี้มีทั้งกาแฟชงเป็นแก้วปกติ และมีกาแฟดริ๊ป แหล่งที่มาของกาแฟก็มีหลายพื้นที่ หลายประเทศ ดูที่ซองก็สวยดีแต่ไม่ได้ชิม เพราะรู้สึกไม่อยากนั่งนานเกินไป อยากจะรีบเดินทางมากกว่า

20231011133006_IMG_7840

20231011134308_IMG_7872
20231011133420_IMG_7858

20231011134607_IMG_7877

ออกเดินทางต่อมุ่งหน้าเขาค้อ ปักหมุดไปที่รีสอร์ตที่จองไว้ชื่อ wide space farm โดยแวะเติมน้ำมันที่ถนนใกล้ๆที่พัก ลักษณะถนนตอนที่ใกล้ที่พักจะเป็นทางขึ้นเขา ระหว่างที่ขับก็รู้สึกว่าเครื่องยนต์จะใช้กำลังเยอะกว่าทางราบ บางจุดบางมุมก็เป็นทางชันที่ทำความเร็วไม่ได้ มีจังหวะให้ใช้เกียร์ต่ำช่วยวิ่งอยู่หลายครั้ง ห้ากิโลเมตรสุดท้ายเป็นทางวิ่งบนเขา ทางเล็ก แคบ เลี้ยวไปเลี้ยวมา รถทำความเร็วไม่ได้เลย และแทบจะต้องใช้เกียร์ต่ำตลอดเวลา มีช่วงใกล้ถึงที่พักรถเราวิ่งเกียร์ต่ำมานานหลายนาที หน้าปัดรถยนต์ก็มีไฟความร้อนโชว์ขึ้นมา รถกำลังบอกเราว่าเครื่องยนต์มีอาการฮีท หรือความร้อนขึ้น ไฟโชว์โผล่มาเตือนเราอยู่ประมาณ 1 นาที พอสังเกตุเห็นก็รีบชะลอ หาที่จอด รอรถระบายความร้อนนิดหน่อย ไฟเตือนดับก็วิ่งต่อ ทำเอากังวลกันไปทั้งคันรถ ระหว่างทางเข้าที่พักมีจุดชมวิวกังหันลมด้วยก็ถือโอกาสพักรถดูสถานการณ์นิดหน่อย ไฟความร้อนดับแล้ว เราจอดรถถ่ายรูปเล่นซะเลย

IMG_20231011_211807
20231011163306_IMG_7933

วิวกังหันก็ควรจะถ่ายแล้วเห็นกังหันลมบ้าง เห็นวิวที่ตีนเขาบ้าง เป็นจุดที่ลมพัดเย็นสบาย ถ่ายรูปสนุก ท้องฟ้ามีเมฆเป็นหย่อมๆที่ถูกลมพัด เมฆลอยให้เห็น เงาเมฆเคลื่อนตัวไปตามแรงลม ดูเพลินสายตาดีมาก

ที่พักวันนี้อยู่ติดกับกังหันลม ลักษณะเป็นเต๊นท์ขนาดใหญ่ แน่นหนา มีแอร์ในเต๊นท์ด้วย แต่อากาศวันนี้เย็นสบาย และลมแรง นั่งนานๆก็หนาวใช้ได้เลย ตอนเย็นๆจะอาบน้ำก็เย็นมาก เครื่องทำน้ำอุ่นของที่นี่เป็นระบบแก๊ส เพราะว่าไฟฟ้าบนเขามีจำกัด และไม่เพียงพอจะใช้กับเครื่องทำน้ำร้อนแบบไฟฟ้า เพิ่งรู้ว่ามีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้แก๊สด้วย

20231011171446_IMG_7957
20231011171426_IMG_7956
20231011171415_IMG_7955

ที่นี่ยิ่งเย็นยิ่งอากาศหนาว ประกอบกับมีลมพัดตลอดเวลา ทำให้หนาวจนต้องใส่เสื้อกันหนาว และมื้อเย็นเราก็สั่งหมูกระทะมากินกัน เป็นการกินหมูกระทะบนดอยที่ต้องใส่เสื้อกันหนาวด้วย มันเป็นความเย็นที่น่าประทับใจมากๆ หลังจากอิ่มกันแล้วก็นั่งดูวิว สัมผัสความเย็นไปเรื่อยๆ ดูวิวจนแสงหมด และทุกคนไม่กล้าอาบน้ำในอ่างที่รีสอร์ตเตรียมไว้ให้ เพราะมันเย็นเกินไป เราทุกคนอาบน้ำผ่านฝักบัวเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วรีบเข้าเต๊นท์ อากาศมันเย็นมาก เย็นจนไม่ต้องเปิดแอร์ เย็นจนไม่ต้องเปิดหน้าต่างของเต๊นท์เลยด้วย เปิดผ้าใบเต๊นท์แค่พอให้อากาศถ่ายเทได้ก็เย็นมากแล้ว ดูอุณหภูมิจากโทรศัพท์ก็เห็นตัวเลขประมาณ 25 องศา แต่ลมพัดตลอดเวลา มันเลยหนาว

20231011184708_IMG_8022
IMG_20231011_212147
20231011193657_IMG_8063

วันที่สอง เราตื่นมาตอนเช้ามืด ดูวิวท้องฟ้าค่อยๆสว่าง พระอาทิตย์ขึ้นอยู่หลังแนวภูเขา มีเมฆบังเล็กน้อย หยิบกล้อง Gopro9 มาตั้งถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นแบบ Timelapse ขณะเดียวกัน กล้อง Dslr อีกตัวอย่าง Eos 6d ก็ทำหน้าที่เก็บภาพนิ่งตอนเช้ามืดนี้ ท้องฟ้าค่อยๆมีสีสัน ภาพคน ภาพแม่ลูก ภาพครอบครัวเราสามคนก็ค่อยๆถ่ายกัน แสงเช้าก่อนจะสว่างเต็มที่จะมีนาทีแสงสวยมากเพียงแค่สั้นๆ ต้องรีบถ่ายให้ทัน โดยรวมเราได้ภาพสวยถูกใจ คลิปวิดีโอจาก Gopro9 ก็ดูน่าตื่นเต้นมาก สิ่งเดียวที่ขาดไปในเช้านี้คือหมอก วันนี้เราไม่เห็นหมอก ไม่มีทะเลหมอก

20231012072806_IMG_8074
20231012072614_IMG_8072

20231012073143_IMG_8080

รีสอร์ตที่นี่ให้กาแฟจริงจังมาก มีทั้งแบบซอง 3 in 1 และแบบดริ๊ป ตัวกาแฟดริ๊ปจะเป็นกาแฟบดจากดอยปางขอน กาต้มน้ำปากแหลมก็มีให้ใช้ มีเทอโมมิเตอร์สำหรับวัดน้ำในกาด้วย มีเตาให้ลูกค้าต้มน้ำกันสนุกเลย

20231012091720_IMG_8119
IMG_20231012_191342

หลังจากกินข้าวเช้าและนั่งมองวิว เรานั่งเล่นเน็ตท่ามกลางสายลมบนดอยอยู่พักใหญ่จากนั้นก็เก็บกระเป๋าเดินทางต่อ แวะถ่ายรูปคนกับรถกับจุดชมวิวกันอีกครั้ง ทุ่งกังหันอยู่บนดอย แม้ทางจะไม่โหดร้ายเหมือนภูทับเบิกแต่ก็อาจจะทำให้รถที่แบกน้ำหนักเยอะวิ่งขึ้นมาแล้วความร้อนขึ้น คนขับรถต้องสังเกตุหน้าจอของรถให้ดี ป้องกันรถพังกลางทาง

20231012121258_IMG_8172

จากนั้นก็ไปเที่ยวที่ฟาร์มดอกไม้ ไฮเดรนเยีย คาเฟ่ เขาค้อ – Hydrangea Cafe ที่นี่คือทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ ดอกไม้สีสวยได้รับการดูแลอย่างดี คนที่นี่เขาเอาภูเขาทั้งลูกไปปลูกดอกไม้เพื่อให้นักท่องเที่ยวแวะมาถ่ายรูป เงินค่าเข้าสถานที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าเครื่องดื่มได้

IMG_20231012_182016
20231012123929_IMG_8239
20231012121429_IMG_8181
20231012124337_IMG_8254
20231012125135_IMG_8287

เราไปแวะกินมื้อเที่ยงกันที่ร้าน pinolatte ซึ่งเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่ตกแต่งได้สวยราวกับเป็นร้านย่านทองหล่อ วิวภูเขาสวย ที่นั่งชมวิวมีคนเต็มแทบตลอดเวลา อาหารสไตล์ฝรั่ง มีอาหารไทยอยู่บ้าง มีกระเพราเนื้อให้สั่งด้วย ส่วนราคาอาหารก็ระดับกรุงเทพกลางเมืองเลย

dpp-IMG_8288
20231012141541_IMG_8298
20231012135806_IMG_8296
20231012135735_IMG_8292

อิ่มแล้วก็แวะมาไหว้พระที่พระธาตุผาซ่อนแก้วซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน เรามองเห็นวัดตั้งแต่นั่งชมวิวที่ร้านอาหารแล้ว วัดแห่งนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก คาดว่าถ้าเป็นวันหยุดยาว หรือแค่เสาร์อาทิตย์ก็คงคนเยอะมากระดับน่าเบื่อเลย เพราะแค่วันธรรมดาที่เราแวะมาก็ดูมีคนเยอะ จุดเด่นของวัดนี้คือมีพระพุทธรูปรูปร่างประหลาด มีการประดับตัวตึกด้วยกระจกกระเบื้องเยอะจนดูเหมือนเป็นของแปลก

20231012145137_IMG_8330
20231012145721_IMG_8345
20231012150102_IMG_8354
20231012150249_IMG_8360

สิ่งที่ผมไม่ชอบเลยกับวัดแห่งนี้คือเขาบังคับให้เดินเท้าเปล่าในพื้นที่วัด ซึ่งตอนบ่ายสองแดดแรงๆ เราจะไม่สามารถยืนบนกระเบื้องตรงๆได้เลย มันร้อนมาก

ออกจากวัดเราก็เข้าที่พักอีกจุดคือโรงแรม the sense ที่นี่เป็นโรงแรมระดับห้าดาว ห้องพักสวย วิวสวย และที่นี่คือจุดที่เราคาดหวังไว้ว่าจะดูทะเลหมอกและถ่ายรูปมุมสวยๆที่เราเลือกมาแล้วจากกรุงเทพ คุณภรรยาเลือกจองห้องที่คาดว่าจะให้ภาพสวย

IMG_8592
dpp-IMG_8378
dpp-IMG_8424
2023-10-14_08-56-45
dpp-IMG_8429
dpp-IMG_8444

มื้อเย็นเรากินอาหารในที่พัก ห้องอาหารดูดี วิวสวยเช่นกัน คุณภาพอาหารระดับโรงแรม ราคาก็โรงแรม แต่มันก็สมราคา นอกจากวิวแล้วผมชอบอินเทอเน็ตที่โรงแรมนี้มาก ระบบ wifi ของโรงแรมทำได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ดีมากและก็ข้อมูลวิ่งเร็วมากเช่นกัน หลังจากมื้อเย็นพอแสงหมดแล้วเราก็ใช้เวลาในห้องพัก เล่นเกมส์ เล่นเน็ต และลุ้นกันว่าพรุ่งนี้จะมีทะเลหมอกไหม

20231013061737_IMG_8479

เช้ามืดตื่นขึ้นมาตีห้า เราได้เห็นทะเลหมอกกันเต็มตา นั่งมองนั่งดูกันจนสว่างเลย ถ่ายรูปกันหลายมุม เก็บภาพกันให้คุ้มกับที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาที่นี่ วิวทะเลหมอกอยู่กับเรานานเป็นชั่วโมง มีเวลาให้ค่อยๆชื่นชม เปลี่ยนเลนส์ถ่ายรูปเล่นกัน เลนส์วาย เลนส์เทเล่สลับกันทำหน้าที่

dpp2-IMG_7274
dpp-IMG_8507
dpp-IMG_8554

ที่โรงแรมแห่งนี้ก็มีระเบียงสำหรับนั่งชมทะเลหมอก มีเสื่อเตรียมไว้สำหรับใช้ปูนอนหน้าระเบียง เขาออกแบบมาแล้วว่าอยากให้แขกมีประสบการณ์แบบนี้ และบ้านเราก็เลือกมาแล้วว่าห้องพักห้องนี้ ริมระเบียงของห้องนี้ที่เราจะใช้เก็บภาพกัน แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวเลยว่าห้องพักหมายเลข9 คือวิวริมระเบียงที่สวยสำหรับการถ่ายรูป ผมไปยืนถ่ายรูปจากทางเดินห่างห้องพักไปสัก 20 เมตรเลย

dpp-IMG_8587

อาหารเช้าแบบสั่งได้ไม่อั้น เลือกจากเมนู คุณภาพอาหารดีมาก แต่ผมก็ยังชอบกินข้าวกะเพราไข่ดาวอยู่ดี มันไม่ใช่เมนูสิ้นคิด แต่มันเป็นเมนูระดับวัฒนธรรมแห่งชาติของคนไทย

dpp-IMG_8624

ก่อนกลับก็ถ่ายรูปที่ริมระเบียงกันอีกสักหน่อย โรงแรมนี้ราคาไม่ถูก และคนเข้าพักก็เต็มตลอดวันหยุด ขับรถเข้าถึงได้ไม่ยาก เส้นทางถนนดีตลอดทาง ไม่ต้องขึ้นเขาชันๆด้วย

ขากลับเราแวะซื้อของฝากไร่บีเอ็น มีกาแฟร้าน taproot ที่ออกแบบร้านสวยมาก ดูแล้วอยากนั่งนานๆเลย

dpp-IMG_8627
dpp-IMG_8670
dpp-IMG_8632
dpp-IMG_8645

แนะนำให้ลองชิมกาแฟลิ้นจี่ เป็นการรวมกันที่อร่อยมาก ผมว่ามันน่าสนใจไม่แพ้กาแฟน้ำส้มที่ฮิตกัน และเมนูนี้ก็เป็นเมนูเด่นของที่นี่ ซึ่งก็คงเป็นเพราะไร่บีเอ็นปลูกลิ้นจี่ด้วยนั่นเอง

dpp-IMG_8673

ออกจากที่นี่เราก็ขับรถมั่งหน้ากลับกรุงเทพ เส้นทางขากลับก็รถไม่ติด เพราะรีบชิงเที่ยวก่อน กลับก่อน หลบนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวได้เยอะมากเลย

ทริปนี้ระยะทางรวมทั้งหมด 1118 กิโลเมตร  เราเติมน้ำมัน e20 ไปทั้งหมด  91 ลิตร  คิดเป็นอัตราสิ้นเปลือง  12.28 กิโลเมตรต่อลิตร คำนวณด้วยค่าน้ำมันประมาณ ลิตรละ 36 บาท ก็จะเป็นเงิน 3276 บาท

IMG_20231016_172257_311

การทำตัวอย่างกล่องก่อนผลิตจริง

การออกแบบแพ็คเกจจิ้งหรือออกแบบกล่องเพื่อจัดจำหน่ายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพิถีพิถัน เราอาจจะต้องจ้างนักออกแบบกราฟิคที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบกล่องโดยเฉพาะ เพราะงานกล่องจะเป็นงานที่ต้องมีการตัดไดคัทเป็นรูปทรงด้วย มันมีความซับซ้อนกว่าการออกแบบใบปลิวทั่วไป

912281

การออกแบบกล่องที่สมบูรณ์ควรจะจบถึงการออกแบบเส้นไดคัท หรือเส้นตัดที่จะใช้สำหรับประกอบเป็นกล่องออกมา เส้นไดคัทนี้จะต้องมีรายละเอียดของส่วนพับ ส่วนติดกาว ภาพหรือข้อความที่ปรากฏบนกล่องที่จะแสดงผลแต่ละด้านต้องจัดวางแต่ละหน้าให้สอดคล้องกัน ด้านบนและด้านล่างกล่องอาจจะต้องกลับภาพหันหัวคนละทาง และต้องเลือกว่าจะทำฝากล่องเปิดด้านไหน ปิดด้านไหนของข้อความด้วย

20220609181802_IMG_0921

เมื่อได้อาร์ตเวิร์คกล่องที่สมบูรณ์แล้วก็ต้องพิมพ์ตัวอย่างพร้อมตัดออกมาเป็นทรงเหมือนจริง ต้องเลือกความหนากระดาษให้เหมาะสม และที่สำคัญต้องทดลองทำกล่องขนาดเท่าจริงออกมา เจ้าของงานควรจะเห็นกล่องขนาดเท่าจริง และถ้าเป็นไปได้ตัวอย่างกล่องก็ควรทำจากกระดาษจริงด้วย เพื่อที่จะนำไปใช้ทดลองใส่สินค้าจริงเพื่อให้มั่นใจว่าใส่สินค้าไปแล้วกล่องจะรับน้ำหนักสินค้าได้ หากเลือกกระดาษบางเกินไปแล้วสินค้าเป็นของหนักก็จะทำให้กล่องเสียรูปทรง ไม่สามารถคงรูปกล่องไว้ได้ กระดาษหนาเกินไปก็จะมีข้อเสียในเรื่องของต้นทุนการผลิต และการได้ตัวอย่างขนาดเท่าจริงก็ยังใช้ไปเป็นแบบถ่ายภาพเพื่อทำงานโฆษณาต่อได้ด้วย


เจ้าของสินค้าอยากออกแบบกล่อง
หรือ นักออกแบบอยากทำตัวอย่างกล่อง
ติดต่อได้ที่ โทร 0819373130 หรือ
https://line.me/ti/p/vGR_HrU7Cd

อรุณสวัสดิ์เขาค้อ

ภาพนี้ถ่ายโดยใช้กล้อง Gopro9 ตั้งค่าเป็นการถ่ายแบบ timelapse โดยให้จับภาพแต่ละครั้งห่างกัน 10 วินาที รอจนกล้องถ่ายภาพสะสมได้ความยาวคลิปรวมกันประมาณ 10 วินาที ก็กดหยุด เป็นภาพพระอาทิตย์กำลังโผล่ออกมาจากเมฆในตอนเช้า และก็หายกลับไปในเมฆอีกที ถ่ายที่ทุ่งกังหันลม เพชรบูรณ์

ระหว่างที่กล้อง Gopro9 กำลังทำงานถ่ายภาพ timelapse อยู่นั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่เราใช้กล้องอีกตัวหนึ่งถ่ายภาพนิ่งไปด้วย หากเรามีกล้องดิจิทัลตัวเดียวแล้วใช้ถ่ายวิดีโออยู่ เราก็จะหมดโอกาสถ่ายภาพนิ่ง หากไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวก็ไม่เป็นไร แต่จังหวะพระอาทิตย์โผล่ออกมาส่องแสงสีทอง ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เรากำลังบันทึกภาพวิดีโออยู่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งเดียว และจะไม่มีอีกในวันนี้ มันก็หมายความว่าถ้าเราใช้กล้องตัวเดียวตลอดทริป เราจะก็จะต้องตัดสินใจว่าจะใช้กล้องถ่ายภาพคลิป หรือ ถ่ายภาพนิ่ง ในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า เราจะได้แค่เหตุการณ์เดียว ดังนั้นการพกกล้องสองตัวจะเปิดโอกาสให้เราได้ภาพที่ต้องการตลอดเวลา ไม่ว่าจะภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพราะเราสามารถแบ่งหน้าที่ของกล้องได้อย่างชัดเจน

20231012073038_IMG_8078

ทดลองใช้กล้องยักษ์ Fuji GFX 50R

กล้องถ่ายภาพเป็นแค่ Black Box คุณภาพของภาพจะมาจากลิงที่อยู่หลังกล้อง ความคิดเหล่านี้หล่อหลอมช่างภาพยุคฟิล์มมาโดยตลอด มันเป็นจริงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งยังคงเป็นเรื่องของอุปกรณ์ที่มีผลต่อภาพเช่นกัน เพราะหากเราพยายามพัฒนาทักษะการถ่ายภาพ การมองหามุมมองใหม่ การจัดองค์ประกอบภาพ หากทำจนคุ้นเคยแล้ว สิ่งที่จะทำให้ผลลัพธ์แตกต่างไปจากเดิมคือการเปลี่ยนอุปกรณ์


ครั้งแรกที่ผมเชื่อว่าอุปกรณ์เป็นเรื่องจำเป็น คือตอนที่ได้กล้อง Eos 6d มาถ่ายงานแต่งงาน ผมถือกล้องสองตัวคือ eos 5d กับ กล้อง Eos 6d ทดลองถ่ายภาพในสถานการณ์เดียวกัน ในสภาพแสงน้อยในห้องจัดเลี้ยง ผลลัพธ์คือ ภาพจาก Eos 6d สวยกว่าภาพจาก Eos 5d มาก และการจับถือกล้อง กลไกการทำงานของกล้องรุ่นใหม่ยังให้ความรู้สึกดีกว่า ให้ความนิ่งในการถ่ายภาพด้วยการถือมากกว่า นั่นคือตอนที่เปลี่ยนจากกล้อง Eos 5d มาเป็น Eos 6d

gfx_catalogue_04

ในวันนี้เพื่อนให้ยืมกล้อง Fuji GFX 50R มาลองถ่ายเล่น เพราะเขาใช้แล้วชอบมาก มันเป็นกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่มาก ใหญ่จนสามารถเรียกว่าเป็นกล้องมีเดียมฟอแม็ทได้เลย เพราะกล้องอะไรก็ตามที่ใช้ฟิล์มใหญ่กว่าฟิล์ม 24×36มม. จะเรียกว่ากล้องมีเดียมทั้งหมด และยิ่งใช้ฟิล์มใหญ่มากๆ ก็อาจจะเรียกว่าเป็นกล้อง ลาจฟอแม็ท ( Large format)

กล้องมีเดียมที่ใช้ฟิล์มใหญ่ พอทำเป็นกล้องดิจิทัลก็ต้องใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ นั่นทำให้ขนาดของบอดี้ใหญ่โตมาก ในยุคที่มือถือถ่ายภาพได้สวย สาวๆพกมือถือรุ่นใหม่ไปดูคอนเสิร์ต ใช้กล้องในมือถือถ่ายด้วยระยะซูมที่กล้องตัวท๊อปยุคฟิล์มยังทำไม่ได้ นั่นทำให้การพกกล้องแม้จะขนาดปกติ ก็ยังดูใหญ่โตเกินไป และผู้คนไม่ค่อยนิยมพกกล้องถ่ายภาพโดยเฉพาะแล้ว ยิ่งมาเจอกับ GFX 50R ยิ่งดูใหญ่เว่อวังไปเลย

IMG_7621

แต่สิ่งที่อยู่ภายใต้กล้องตัวยักษ์ตัวนี้ก็คือคุณภาพของภาพ และบุคลิกของภาพที่หาไม่ได้จากกล้องที่เล็กกว่า การจับถือและการพกพาเป็นเรื่องลำบากยุ่งยากมาก แต่คุณภาพของภาพที่ได้ทำให้เราตัดสินใจยอมแบก ยอมหนัก ก็ได้ เพราะภาพมันดูดีตั้งแต่การกดชัตเตอร์ครั้งแรกเลย ยิ่งได้ลองค้นหาไปในเมนูว่ามีการตั้งค่าอย่างไรที่น่าสนใจบ้างก็ยิ่งสนุก เพราะในที่สุดก็ค้นพบกับโหมดการถ่ายภาพตัวหนึ่งที่จะให้สัดส่วนภาพแบบ 65x24mm หรือภาพพาโนราม่า ซึ่งสัดส่วนนี้เป็นพาโนราม่าที่ยาวพิเศษ และมันเป็นสัดส่วนเดียวกับกล้องคอมแพ็คเทพยุคฟิล์มรุ่นหนึ่งที่หายากและราคาแพงที่สุดในโลกอย่างกล้อง xpan ที่ทำออกมาขายในยี่ห้อ Hasselblad กับในยี่ห้อ fuji

DSCF5468
สัดส่วนภาพ 4:3

การเลือกใช้สัดส่วนภาพ 65×24 ในกล้อง Fuji GFX 50R มันคือการคร็อปภาพออกมาจากเซ็นเซอร์ใหญ่ มันดูเหมือนจะใช้พื้นที่เซ็นเซอร์ไม่คุ้มค่า แต่ความยาวของภาพาโนราม่ามันให้ภาพที่ดูแปลกตา และให้ความรู้สึกเหมือนดูวิวสวยๆในโรงหนัง ภาพที่จะถ่ายให้เหมาะสมกับสัดส่วนภาพ 65×24 นี้ควรจะถูกมองเห็นด้วยสัดส่วนนี้ตั้งแต่การเล็งภาพเพื่อให้การจัดองค์ประกอบเหมาะสมกับภาพความยาวพิเศษ ซึ่งหากเราถ่ายด้วยสัดส่วนเต็มเซ็นเซอร์ คือ 4:3 แล้วค่อยมาคร็อปใช้งานเฉพาะส่วนตรงกลางภาพ มันจะให้องค์ประกอบภาพที่ดูไม่พอดี ขาดบ้าง เกินบ้าง ดังนั้น การถ่าภาพพาโนราม่าที่ให้คุณภาพตรงใจ เราก็ควรจะเห็นภาพพาโนราม่าตั้งแต่ก่อนถ่าย เพื่อให้การจัดองค์ประกอบเหมาะสมที่สุดกับสัดส่วนภาพแนวยาวนี้ การมี crop mode หรือ picture ratio 65×24 หรือประมาณ 2.7:1 ในกล้องให้เลือกใช้ มันทำให้เราทำงานสะดวกมาก

DSCF5467
สัดส่วนภาพพาโนราม่าหรือแบบ xpan หรือ 65×24. หรือ 2.7:1

DSCF5445
DSCF5446
DSCF5447
DSCF5426
DSCF5416
DSCF5409
1695546486016-01
DSCF5396
1695542964696-01
DSCF5475
DSCF5465
DSCF5473

กล้องที่ดีคือกล้องที่อยูในมือเรา และจะดีมากถ้ากล้องนั้นทำให้เราอยากออกไปถ่ายรูป

ถ่ายภาพอาหาร ใช้ทำเมนู

ธุรกิจร้านอาหารนอกจากการทำอาหารอร่อยแล้วก็ต้องมีภาพที่สวยงาม จะต้องจัดจานและจัดถ่ายภาพให้ดูดี เห็นแล้วต้องหยุดมอง ต้องทำให้คนดูภาพรู้สึกอยากลองกิน และการมีภาพสวยก็จะใช้ยิงโฆษณาในโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ด้วย

เพื่อนผมเปิดร้านอาหาร และออกแบบเมนูให้เป็นอาหารญี่ปุ่นแนวกินง่ายและหน้าตาสวย ก่อนจะชิมก็ถ่ายรูปเก็บไว้ ภาพที่ถ่ายด้วยกล้องตัวใหญ่ระดับโปรฯ จะให้มุมมองที่ดูสวยงามมากกว่าโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายแบบลวกๆ งานภาพสวยก็ต้องใช้ช่างภาพ และใช้อุปกรณ์ที่ดูจริงจังกับภาพ

1694743584241

ผมติดเลนส์ 85f1.8 บนกล้อง canon Eos 6D กล้องตัวนี้อายุเกือบสิบปีแล้ว แต่ก็ยังทำงานได้ดีอยู่ เลนส์ 85f1.8 เป็นเลนส์ที่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล คุณสมบัติที่โดดเด่นคือจะใช้ถ่ายภาพให้หน้าชัดหลังเบลอได้ง่าย ยิ่งใช้รูรับแสงกว้างก็ยิ่งเบลอหลังได้ง่าย แต่การถ่ายภาพอาหาร ควรจะมีความชัดที่มากสักหน่อย ชัดขอบจานแล้วเบลอที่อาหารก็ไม่ไหว ตอนถ่ายจึงเลือกใช้รูรับแสงประมาณ f2.8 ซึ่งประมาณด้วยประสบการณ์แล้วค่ารูรับแสงนี้จะให้อาหารคมชัดพอใช้ได้ แม้จริงๆใจอยากจะถ่ายด้วย f8 เพื่อให้ชัดทั้งจาน แต่การถ่ายด้วยค่า f มากๆ จะต้องใช้ขาตั้งร่วมด้วย ซึ่งผมไม่ได้พกไป เลยเลือกค่าเซ็ตอัพที่ใช้มือคนถือกล้องได้

1694743591190

เมื่อถ่ายแล้วก็ส่งภาพให้เจ้าของร้านใส่ตัวหนังสือ ใส่ชื่อร้าน แล้วก็ส่งภาพที่สมบูรณ์กลับมาพิมพ์บนกระดาษ ใช้เป็นภาพติดหน้าร้าน ใช้เป็นภาพในเมนูอาหาร ใครผ่านไปแถวร้านนี้ลองแวะชิมดูนะครับ และยุเจ้าของร้านให้จัดถ่ายเมนูทุกตัวในร้านด้วย จะได้มีภาพสวยทุกเมนู ทุกจาน ทุกแก้ว

1694743593823

ร้านไหนอยากจ้างไปถ่ายรูปก็นัดผมมาได้นะครับ และใครอยากชิมร้านญาติกาบ้านสวนบางมดก็คลิกตามแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย

https://maps.app.goo.gl/7R8BUs88WG8G2NK37

ทดลองใช้ mediamod สำหรับ gopro

GoPro-Hero-9-Black-camera-4

Gopro9 เป็นกล้อง Action camera ขนาดเล็กกระทัดรัด มีจุดเด่นในเรื่องของการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงและมีระบบกันสั่นที่ยอดเยี่ยมมาก นักทำคอนเท้นท์สามารถพกกล้อง Gopro ตัวเดียวเพื่อสร้างผลงานได้อย่างสะดวก แต่การบันทึกคลิปวิดีโอจะมีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากนอกเหนือไปจากภาพที่ดีก็คือ ต้องบันทึกเสียงได้คมชัด ไม่มีเสียงรบกวน

เราเรียนรู้กันมานานแล้วว่าการบันทึกภาพเคลื่อนไหว สิ่งสำคัญคือเสียงต้องดี การใช้ไมโครโฟนที่ออกแบบมาเฉพาะทางจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ และไมค์แบบ Shotgun ที่เน้นการรับเสียงด้านหน้าก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เนื้อหาวิดีโอน่าสนใจ โดยเฉพาะการทำ Vlog ที่เน้นการพูดคุย เน้นเสียงคน

01_44_159

Gopro เห็นความสำคัญตรงนี้จึงออกอุปกรณ์เสริมอย่าง Mediamod ออกมาให้ใช้ร่วมกับ Gopro โดยรุ่นที่ใช้สำหรับ Gopro9 ก็จะสามารถใช้กับ Gopro10 Gopro11 และ Gopro12 ได้ด้วย ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาวๆหลายปีเลย ลักษณะเด่นของ Mediamod ก็คือ จะทำให้เราสามารถใช้ไมโครโฟนภายนอกเชื่อมต่อเข้ากับ Gopro ได้ เปิดโอกาสให้เราเลือกไมค์เฉพาะทางที่เราอยากใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น Shotgun ที่เน้นรับเสียงด้านหน้า หรือ ไมค์ไร้สายที่ใช้สำหรับติดปกเสื้อหากเราทำเนื้อหาการพูดคุยเป็นหลัก แต่ที่เด็ดกว่านั้นก็คือ Mediamod มีไมค์ Shotgun มาแล้วในตัว นั่นทำให้เราสามารถบันทึกคลิปการพูดหน้ากล้องแล้วได้เสียงคมชัด เน้นเสียงพูดของคนหน้ากล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อสายหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้รุงรัง และที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องก็คือ Shotgun บน Mediamod มีฟองน้ำแถมมาด้วย เราติดฟองน้ำหุ้มไมค์เอาไว้จะทำให้เสียงลมไม่รบกวนไมค์ ซึ่งเสียงลมนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ไมค์มีเสียงพรึ่บพรั่บ โดยเสียงรบกวนเหล่านี้จะทำให้เสียงพูดไม่ชัด ฟังไม่รู้เรื่อง เป็นความน่ารำคาญตอนรับชม เสียงลมอาจเกิดจากลมพัดในสถานที่ต่างๆ พัดลมในบ้าน ลมแอร์ ลมทะเล ลมจากการใช้เสียงของคนพูดที่พูดใกล้ไมค์เกินไป หรือการเผลอหายใจรดไมโครโฟน ลมทุกชนิดทำให้เกิดเสียงรบกวน แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังรบกวน

นอกจากกันเสียงลมแล้ว Mediamod ยังมีช่องให้เสียบสัญญาณภาพเพื่อต่อไปออกจอมอนิเตอร์ มีช่อง usb-c สำหรับเสียบสายข้อมูลและใช้เป็นช่องทางชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ใน Gopro ได้ด้วย

mediamod-1440-1_jpg

ลองฟังคลิปทดสอบด้านล่างนี้ คลิปแรกจะเป็นการบันทึกด้วย Gopro9 เพียงตัวเดียว ไม่มีอุปกรณ์เสริมใดๆ เสียงที่ได้คือเสียงที่รับจากไมค์ในกล้องล้วนๆ เสียงรบกวนจากลมจะเข้ามาในกล้องเป็นระยะๆ ส่วนคลิปที่สองจะเป็นการใช้งาน Gopro9 ใส่ไว้กับ Mediamod พร้อมติดฟองน้ำให้กับไมค์ในตัว Mediamod ด้วย ซึ่งจะช่วยป้องกันเสียงลมกระแทกกับไมค์ได้

คลิปจาก Gopro9 ไม่ใช่อุปกรณ์เสริมใดๆ

คลิปจาก Gopro9 ติดตั้งใน Mediamod ติดฟองน้ำหุ้มไมค์ shotgun ด้วย

ฟองน้ำหุ้มไมค์ทำให้เราป้องกันเสียงลมกระแทกได้ และการมีไมค์ Shotgun รับเสียงทำให้วิดีโอของเรามีคุณภาพเสียงพูดที่ดี ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง Mediamod จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่จะบันทึกคลิปแบบเน้นคุณภาพเสียง เพราะคลิปที่เสียงดี จะเป็นคลิปที่คนดูอยากดูมากกว่า เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสถานการณ์เป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานวิดีโอ และ Mediamod คืออุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมตัวหนึ่งที่น่าหามาใช้

ข้อควรระวัง ฟองน้ำที่หุ้มไมโครโฟนของ Mediamod สามารถหล่นหายได้ และยังไม่มีอะไหล่ชิ้นนี้ขายแยก ไม่มีทั้งของบริษัท Gopro เอง และไม่มีของยี่ห้อเลียนแบบด้วย ดังนั้น อย่าทำฟองน้ำหายเด็ดขาด



สั่งซื้อ Mediamod สำหรับ gopro 9 10 11 12 ได้ที่นี่

https://shope.ee/3Af8Tec2r2