แก้วน้ำจากแพนโทน สี 18-4247

IMG_20210622_115817

บริษัทแพนโทนเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องสี และธุรกิจหลักในปัจจุบันก็คือการทำสมุดตัวอย่างสีหลากหลายมาตรฐานออกมาขาย ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้สีสันต่างก็ใช้สีอ้างอิงจากแพนโทน เช่นลูกค้าอยากได้สีน้ำเงินที่ตรงกับแพนโทน 2728C โรงงานผลิตก็จะไปผสมสีแบบนั้นมาผลิตให้โดยเทียบกับสีจากสมุดของแพนโทน ทำให้ได้สีที่ตรงความต้องการของนักออกแบบ การสื่อสารเรื่องสีได้รับการจัดระเบียบให้เข้าใจตรงกัน แพนโทนจึงโด่งดัง และสมุดสีของแพนโทนก็กลายเป็นสินค้าที่ใช้อ้างอิงในการทำงานเกี่ยวกับสี

IMG_4349

โรงพิมพ์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้สีที่หลากหลายตามคำสั่งผลิตจากลูกค้า เวลาลูกค้าออกแบบสิ่งพิมพ์ เลือกใช้สีในงานพิมพ์ ก็จะมีค่าสีระบุกำกับมาด้วย ค่าสีของแพนโทนในระบบการออกแบบในคอมพิวเตอร์ก็จะมีสารพัดสีให้เลือกใช้ โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมจัดหน้าสิ่งพิมพ์ แม้แต่โปรแกรมการทำสไลด์พรีเซ็นเทชั่นก็ยังเลือกสีแพนโทนได้

IMG_4814

แพนโทนเป็นเจ้าของระบบสีหลายชนิด และได้มีการขยายธุรกิจไปสู่การทำสินค้าของที่ระลึกด้วย เราจึงมีแก้วที่คาดด้วยสีแพนโทนใช้ สีสันสวยงาม แม้มันจะเป็นแค่แก้วทั่วไป แต่การที่มันมีสีที่ตรงกับมาตรฐานของแพนโทนก็ทำให้เรารู้สึกเชื่อมั่นในการใช้งานมาตรฐานสีของแพนโทนมายิ่งขึ้น มีแก้วนี้วางอยู่บนโต๊ะประชุม อย่างน้อยลูกค้าก็เชื่อว่าเรารู้จักแพนโทน เข้าใจวิธีการออกแบบและผลิตสีให้ตรงกับความต้องการ

การตลาดแบบบอกต่อต้องมี Visibility

การที่ใครคนหนึ่งตัดสินใจเลือกใช้บริการสักอย่างจะเกิดจากการที่เขาไม่ลืมเรา เช่น เดี๋ยวจะไปกินอาหารมื้อเย็น  ถ้าให้ลองบอกชื่อร้านอาหารที่อยากไปกันมาคนละ2 ร้าน เราก็คงนึกชื่อที่เราคุ้นเคย บางคนบอกชื่อของร้านอาหารญี่ปุ่น  บางคนบอกชื่อของร้านสุกี้  ทั้งๆที่ตลอดชีวิตของเรา  เราแวะกินร้านอาหารมากันคนละหลายสิบร้าน บางคนกินมาแล้วเกือบทุกร้านในห้าง  แต่ตอนที่เรานึกเร็วๆ ก็จะนึกออกได้แค่ไม่กี่ร้าน นั่นเป็นเพราะว่าเราลืมร้านอื่น  ไม่ใช่ร้านอื่นไม่อร่อย  แต่เราแค่ลืม

pexels-andrea-piacquadio-3764496

ในทำนองเดียวกัน  การบอกต่อหรือการแนะนำงานที่นักธุรกิจบางคนจะเรียกว่าการให้ Referral ก็เป็นการกระทำที่อยู่บนความไม่ลืม หรือ ความจำได้  การรับรู้ว่ามีใครสักคนทำงานนี้ได้  ทำให้เกิดการตัดสินใจบอกต่อ  การทำให้ผู้คนไม่ลืมบริษัทของเรา  ก็คือการทำให้เกิด visibility  มันคือการทำให้ผู้คนรับรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้  ให้บริการอยู่ตรงนี้  การมีตัวตนในใจลูกค้า หรือในใจผู้บอกต่อจะทำให้การบอกต่อเกิดขึ้น  และนำไปสู่การได้ธุรกิจหรือได้ยอดขาย

ตัวตนของเราในกลุ่ม networking หรือในกลุ่มเพื่อน  เพื่อนไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ลืมเหมือนกันถ้าไม่ได้เจอกับเราเป็นเวลานาน  ตั้งแต่เรียนจบจนมีครอบครัวถ้าไม่เคยเจอกันเลยรับรองว่าลืม และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครทำอาชีพอะไร   สมมุตถ้าเราจะซื้อประกันชีวิต  เรานึกออกไหมว่ามีใครในกลุ่มเพื่อนที่เคยเรียนที่เดียวกันจะมีอาชีพขายประกันบ้าง  แน่นอนว่าคงมีหลายคนจากหลายร้อยคนที่เรารู้จัก  แต่เราก็จะนึกถึงเพียงบางคน  นั่นก็เป็นเพราะบังเอิญเรานึกออกแค่เขา  หรือแม้แต่จะซ่อมแซมต่อเติมบ้าน  เราก็ไม่รู้จะเรียกใคร ทั้งที่เพื่อนในชีวิตที่เคยเรียนที่เดียวกับเราอาจจะมีบางคนทำงานสร้างและต่อเติมบ้านอยู่แล้ว  แต่เราก็ลืมเขา บางทีก็เป็นเพราะเราไม่รู้ข่าวของเพื่อนครบทุกคน  เลยไม่รู้ว่าใครทำอาชีพอะไร

การเพิ่ม visibility คือการทำบางสิ่งเพื่อทำให้เพื่อนไม่ลืมเรา  ทำเพื่อให้คู่ค้าหรือพันธมิตรธุรกิจไม่ลืมเรา  ทำเพื่อให้ลูกค้าไม่ลืมเรา  เพื่อนในกลุ่ม networking ไม่ลืมเรา นี่จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มธุรกิจบางกลุ่มถึงนัดพบกันทุกสัปดาห์และในการประชุมก็จะมาพูดว่าเราคือใคร ทำอาชีพอะไร ชอบลูกค้าแบบไหน และมองหาอะไร อย่างสม่ำเสมอ ทำซ้ำๆตลอดปี  มันเป็นการเพิ่มการรับรู้ที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะพูดซ้ำตลอดปี  

หากเราเห็นว่าการมีตัวตน หรือการถูกจำได้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจ สิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่จะช่วยเพิ่ม visibility ให้กับเรา ต่อเพื่อนทุกกลุ่ม  ทุกสังคม  ที่เราอยู่ด้วย  เราลองอ่านไปทีละข้อแล้วเลือกทำบางข้อที่เราสะดวกจะทำ  ยิ่งทำมากยิ่งดี  ทำบางข้อก็ดีกว่าไม่ทำ ลองไปดูกัน

pexels-christina-morillo-1181406

1 เข้าร่วมกิจกรรมการประชุมหรือ ร่วมงาน networking ต่างๆที่เราสามารถเข้าได้  ทั้งการประชุมในอาชีพแบบเดียวกัน  หรือ งานแสดงสินค้า  งานโชว์ หรือการประชุมศิษย์เก่า และไม่ลืมที่จะติดนามบัตรของเราไปด้วย  เพราะเราไปร่วมงานในโหมดการแสดงตัวตน  ไปปรากฏตัวให้ผู้คนรับรู้ถึงตัวเรา

2 เข้าร่วมกับสภาอุตสาหกรรม สมาคมวิชาชีพเดียวกับคุณ  ไปร่วมประชุม สัมมนา หรือลงเวิร์คช็อป เพื่อไปหาเพื่อนใหม่ ทำความรู้จักกับคนในแวดวงเดียวกัน เพื่อขยายคอนเน็คชั่น  คนกลุ่มนี้จะเข้าใจอาชีพของเราได้ง่าย  บางทีเราอาจจะได้ซัพพลายเออร์  หรือ ได้เพื่อนร่วมอาชีพที่ช่วยเป็นแบ็คอัพให้ธุรกิจเราได้  อย่าเพิ่งคิดว่าเขาอาชีพเดียวกับเราแล้วจะแย่งลูกค้ากัน  ส่วนมากที่พบจะเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหาให้เราเสียมากกว่า คือ มีข้อดีมากกว่าข้อเสียในการรู้จักคนอาชีพเดียวกันหรืออาชีพใกล้เคียงกัน

pexels-eva-bronzini-6956316

3 สร้างตัวตนในฝั่งออนไลน์หรือบนอินเทอเน็ต  เริ่มด้วยการมีเว็บไซต์จะเป็นแบบส่วนตัวหรือของบริษัทก็ได้  มีโซเชียลเน็ตเวิร์คประจำตัว  การมีโพรไฟล์ในอินเทอเน็ตจะทำให้มีคนเห็นเราเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยเท่า  และเราควรต้องอัพเดทข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ โพสท์เนื้อหาที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ หรือเล่าเรื่องของตัวเราอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของเรา  พยายามเขียน story หรือเรื่องเล่า ยาวบ้าง สั้นบ้าง แล้วส่งเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกตัวที่เราใช้งาน

4 สร้างแบรนด์ประจำตัวเราให้ชัดเจน  สื่อสารเรื่องราวที่มีคุณค่า นำเสนอความสามารถในทางบวกของเราออกสู่โลก  แสดงให้เห็นว่าเรามีความเชี่ยวชาญเรื่องอะไร  เล่าเรื่องวิธีการแก้ปัญหาให้ลูกค้าโดยอาศัยความชำนาญของเรา  วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญและทำตัวให้น่าเชื่อถือ ทุกอาชีพมีเรื่องเล่ามีความน่ารู้ที่คนอาชีพอื่นไม่รู้แน่นอน  หรือแม้แต่การโพสท์โชว์ว่าเราไปทำงานอะไรในแต่ละวันก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างการรับรู้ได้ดีมาก  บางคนแค่โพสท์ว่าไปส่งของให้โครงการก่อสร้าง ส่งของทุกวันก็โพสท์ทุกวัน คนที่เห็นก็จะจำได้ว่า คนโพสท์อาชีพอะไร ถึงวันที่จะใช้ของเดี๋ยวเขาก็จะถามกลับมาเอง

5 มองหาโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้อื่น  แบ่งปันข้อมูลหรือทรัพยากรของเราที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ให้คำแนะนำหรือข้อมูลในเชิงลึก  อธิบายความรู้ทางเทคนิคถ้ามีโอกาส  การให้ความช่วยเหลือผู้อื่นในรูปแบบต่างๆจะเพิ่มการรับรู้ให้คนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ  และไม่ลืมที่จะบันทึกเป็นเรื่องเล่าว่าเราช่วยเหลือคนอื่นอย่างไร   ทั้งหมดจะช่วยทำให้การมีตัวตนภายในเแวดวงหรือกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มนักธุรกิจของคุณเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

6 หาโอกาสขึ้นพูดในบนเวที พูดในงานสัมมนา หรือแม้แต่การพูดในห้องประชุม  การพูดจะทำให้คนรู้จักคุณดีขึ้น  การแบ่งปันความรู้บนเวทีจะทำให้ผู้คนรับรู้ในความเชี่ยวชาญ  สร้างความน่าเชื่อถือได้สูงมาก ยิ่งอธิบายความรู้เชิงลึกในอาชีพของคุณได้ยิ่งทำให้ผู้คนให้ความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อย่ากลัวที่จะแสดงออก  แม้ว่าครั้งแรกๆจะทำได้ไม่ดี ไม่มั่นใจ  แต่ให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า การได้รับเกียรติให้พูดบนเวทีในเรื่องราวอาชีพของเรา  นั่นเป็นเพราะเรามีความสามารถมากพอ เชี่ยวชาญในอาชีพของเรามากพอ  จนสามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้  และยิ่งทำซ้ำ พูดซ้ำ จะยิ่งพูดได้ดีขึ้น จนในที่สุดจะไม่มีคำว่า ตื่นเวทีอีกเลย

pexels-andrea-piacquadio-3831888

7 ลองทำงานร่วมกับผู้อื่น  สร้างทีมทำโปรเจ็คใหม่ร่วมกัน  รวมศักยภาพของเรากับของเพื่อนเพื่อสร้างงานใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ถ่ายเทลูกค้าซึ่งกันและกัน  วิธีนี้จะได้รับการมองเห็นเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วเพราะเราจะได้ไปปรากฏตัวในแวดวงของเพื่อน  ขณะที่เพื่อนก็จะได้มาแสดงตัวในแวดวงของเรา ในภาษาทางธุรกิจบางองค์กรจะเรียกว่าการสร้างเพาเวอร์ทีมหรือ Powerteam

8 ติดตามเพื่อนใหม่เพื่อความต่อเนื่อง  หลังจากกิจกรรมเครือข่ายหรือการประชุม เราจะได้พบคนใหม่ รู้จักเพื่อนใหม่ ให้ติดตามผลกับทุกคนที่คุณเคยพบ  อาจจะทำโดยการส่งข้อความหรืออีเมลไปทักทาย  ถ้าคุณเป็นเจ้าภาพและเพื่อนใหม่มาเป็นแขกก็ให้ส่งคำขอบคุณในวันถัดมาหลังจากได้พบ  จะดีมากถ้าเราเพิ่มคนใหม่เป็นเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วย  จะทำให้เขารับรู้ถึงตัวตนของเรามากยิ่งขึ้น และถ้าเป็นไปได้ให้วางแผนนัดพบกันในครั้งถัดไปทันทีภายในเวลาไม่เกิน 2เดือน ถ้าเพื่อนใหม่เป็นคนที่น่าจะมีโอกาสส่งต่อธุรกิจซึ่งกันและกัน

9 เข้าร่วมการพบปะหรือร่วมประชุมด้วยความรู้สึกที่คึกคัก กระตือรือร้น  มีสมาธิในการ ฟัง ถาม ตอบ  มีส่วนร่วมในการประชุมอย่างเต็มที่  อยู่กับปัจจุบัน ใช้เวลาในห้องประชุมอย่างคุ้มค่า  ไม่ฟังอย่างขอไปที  เพราะทุกสิ่งที่กล่าวมาจะช่วยเพิ่มการมองเห็นและความน่าเชื่อถือของคุณ

10 ใช้ประโยชน์จากการรีวิวของลูกค้า เราอาจจะขอให้ลูกค้าเขียนบทความสั้นๆเพื่อชื่นชมการบริการของเราหากลูกค้ารู้สึกพอใจ  และนำรีวิวเหล่านี้ไปแสดงบนเว็บไซต์หรือโพสท์ในโซเชียลเน็ทเวิร์คของเรา  การชื่นชมคุณภาพการทำงาน  เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในการสื่อสารแบบปากต่อปาก  และจะทำให้การรับรู้ของเราต่อคนอื่นเป็นไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้นและเป็นบวก  และสุดท้ายจะพาโอกาสที่ดีเข้ามาหาเราได้แน่นอน

โปรดจำไว้ว่าการสร้างการรับรู้ในภาคธุรกิจต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างเข้มข้น  และต้องมีความสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานสำคัญ   ให้พยายามมีสมาธิกับการพัฒนาการรับรู้หรือ Visibility อย่างจริงจังเพื่อขยายธุรกิจของเรา

รวมเล่มหนังสือจากบทความที่เขียนสะสม

810837

ผมเขียน content ในบล๊อกแห่งนี้มานานเกิน 10 ปีแล้ว และมีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจบางส่วนที่เขียนสรุปย่อเอาไว้ให้อ่านพอเข้าใจ เนื้อหาเกี่ยวกับการตลาดแบบบอกต่อ ซึ่งผมก็ใช้เนื้อหานี้ในการบอกเล่าให้กับเพื่อนนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งเป็นประจำ ซึ่งพอผ่านมาหลายปี เนื้อหาก็มีหลายสิบตอน ลองเอามารวมแล้วจัดหน้าบนหน้ากระดาษ A5 ได้เกือบ 200หน้า ก็เลยรวมเป็นเล่มไปเลยดีกว่า

ปก การตลาดแบบบอกต่อ_ปกหน้า การตลาดแบบบอกต่อ

ปก การตลาดแบบบอกต่อ_ปกหลัง การตลาดแบบบอกต่อ

เมื่อคิดจะรวมเล่มก็ต้องออกแบบปก เขียนคำนำ สารบัญ ก็ใช้เวลาประมาณ 5 วันในการรวมเนื้อหา เขียนคำนำเพิ่มเติมใช้ความสามารถในการทำ Table of content ของโปรแกรม Microsoft word ช่วยสร้างสารบัญให้ ส่วนออกแบบปกหน้าและปกหลังก็ใช้โปรแกรมจัดหน้า illustrator หยุดยาว 5 วันผ่านไปก็ได้หนังสือมา 1 เล่มที่พร้อมจะแจกจ่ายเป็น e-book ซึ่งตอนนี้กำลังคิดเรื่องหาทางจัดจำหน่ายในระบบของเว็บขายหนังสือด้วย ตั้งใจว่าจะทำเป็นทั้งเวอร์ชั่น E-book และเวอร์ชั่นกระดาษ

810852

ออกแบบนามบัตรใช้เอง อีกแบบ

การเป็นเจ้าของโรงพิมพ์จะต้องทำงานสิ่งพิมพ์ให้ลูกค้าจำนวนมาก งานพิมพ์ที่ทำบ่อยก็คืองานนามบัตร โรงพิมพ์ในยุคปัจจุบันสามารถพิมพ์นามบัตรได้รวดเร็ว เพราะมีเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลที่สั่งการด้วยคอมพิวเตอร์ เพียงแค่ส่งไฟล์อาร์ตเวิร์คที่พร้อมพิมพ์เข้าสู่เครื่องพิมพ์ ตั้งค่าเล็กน้อยว่าจะพิมพ์ด้วยกระดาษอะไร แล้วก็สั่งพิมพ์ออกมาได้เลย

IMG_6485

หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล งานนามบัตรตัวหนังสือคมชัด สีสวย จะต้องพิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์อ๊อพเซ็ท ค่าแม่พิมพ์ ค่าแรงการพิมพ์ เมื่อรวมกันแล้วต้นทุนการพิมพ์งานออกมาจะอยู่ที่ระดับหลายพันบาท นี่เป็นปัญหาของลูกค้าที่จะใช้นามบัตรจำนวนน้อย การมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทำให้เราสามารถพิมพ์งานคุณภาพแบบเดียวกับการพิมพ์อ๊อพเซ็ทแต่พิมพ์แค่พอใช้งานหรือเท่าที่ต้องการ ราคาต่อใบก็ไม่แพงมาก นามบัตร 100 ใบ เราไม่ต้องจ่ายเงินระดับหลักพันบาทอีกแล้ว ทำให้การพิมพ์นามบัตรในยุคปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่ราคาไม่แพงและได้งานเร็วมาก

IMG_6481

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็นำมาวางเพื่อถ่ายรูปกันหน่อย นามบัตรออกแบบใหม่ครั้งนี้ทำโลโก้ใหม่ และจัดวางไว้ 2 รูปแบบเนื่องจากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้แบบไหน ก็เลยพิมพ์ทั้ง 2 แบบเลย การถ่ายภาพสิ่งพิมพ์ก็เน้นถ่ายให้เห็นข้อมูลในสิ่งพิมพ์ แบ็คกราวน์ต่างๆในภาพก็เลือกเท่าที่หาได้ และทั้งหมดก็จบงานในรถยนต์ เพราะเลือกใช้เบาะรถยนต์เป็นพื้นหลัง

IMG_6482

พาลูกดูหนังโรง เรื่อง อวตารภาค 2

ในช่วงปีใหม่ก่อนจะเปลี่ยนเป็น พ.ศ. 2566 ผมอยู่ในช่วงวันหยุดสิ้นปี และลูกก็หยุดเรียน เลยคิดว่าจะพาลูกไปดูหนังในโรงหนังสักเรื่อง และเรื่อง อวตารภาค2 ก็กำลังฉายอยู่ หนังเรื่องนี้สร้างต่อจากภาค1ที่ผ่านมาแล้วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

แม้ว่ายุคปัจจุบันเราจะมีบริการดูหนัง streaming ทางอินเทอเน็ตที่ทำให้เราได้นั่งดูอยู่ในบ้านแล้ว แต่ประสบการณ์การดูหนังโรงใหญ่ในห้างก็ยังเป็นสิ่งที่เด็กๆชอบ ผมเคยถามลูกว่าการดูหนังในโรงหนังแตกต่างกับในบ้านอย่างไร ลูกตอบว่า จอใหญ่ เสียงดี นี่คือสองคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในมุมมองของเด็กอายุ 10 ขวบ ซึ่งไม่เหมือนกับมุมมองของพ่อกับแม่แล้ว

ผมเองแม้จะชอบเรื่องเครื่องเสียง ชอบการดูหนังฟังเพลง แต่ผมก็ไม่เคยโปรดปราณการไปดูหนังในโรงหนังเลย อาจเพราะผมสนใจแค่เนื้อหาของหนังก็ได้ เรื่องความอลังการ เสียงดี จอใหญ่เลยไม่สำคัญสำหรับผม และยิ่งผมมีนิสัยที่ไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบรถติด ก็ยิ่งทำให้การไปดูหนังในห้างเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำ ถ้าไม่จำเป็น

พอตัดสินใจได้ก็เลือกว่าจะดูหนังเรื่องอวตารภาค2 โดยเรื่องนี้เป็นหนังที่เน้นภาพที่ตระการตา น่าตื่นเต้น เลยเลือกที่จะดูแบบ 3 มิติ ซึ่งการดูแบบ 3 มิติเราจำเป็นต้องดูในโรงหนังเท่านั้น เพราะระบบดูจากแผ่นหรือดูจาก streaming ยังไม่มีให้บริการ นั่นก็เป็นที่มาของเรื่องปวดหัวของผมแต่ไม่ใช่ของคนอื่น เพราะ 3 มิติ เราต้องเลือกโรง เลือกสถานที่ว่าจะต้องไปดูที่ไหน

บ้านผมใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้าและโรงหนังในห้างเซ็นทรัลแห่งนี้ก็เป็นเครือเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ และด้วยความที่เราอยากจะได้ที่นั่งในโรงที่ดีก็เลยต้องจองล่วงหน้าก่อนหนังฉายหลายชั่วโมง เพราะถ้าเราไปซื้อหน้าโรงจะเป็นที่นั่งที่ไม่ค่อยดีแล้ว ตำแหน่งดีๆจะถูกจองไปหมดแน่นอน คิดดังนี้ก็ก็เข้าเว็บแล้วเลือกโรง เลือกเวลา เลือกที่นั่ง

ปราฏกว่าที่เมเจอร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้าไม่มีฉายเรื่องอวตาร2ในระบบ 3d แต่เป็นที่เมเจอร์ปิ่นเกล้าที่อยู่ตรงกันข้ามกับเซ็นทรัล เรื่องนี้ถ้าจะเล่าก็ยาวว่าทำไมต้องมีโรงหนังสองแห่งอยู่ตึกตรงกันข้ามกัน เด็กอายุน้อยกว่า 20 ปีคงไม่รู้ประวัติ เอาเป็นว่ามีอยู่ใกล้บ้าน ก็เลยเลือกเข้าไปจอง ผลก็คือ จองไม่ได้ ระบบเว็บของเมเจอร์มีปัญหา ช้าก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนที่เป็นปัญหาสำหรับผมก็คือ ระบบไม่มีทางเลือกการจ่ายเงินที่ผมจ่ายได้ และที่สำคัญคือ เมนูการจ่ายเงินไม่ทำงาน ผมเสียเวลาในหน้าเว็บเมเจอร์ไปเกือบชั่วโมง เลือกที่นั่งในโรงแล้วจ่ายเงินไม่ได้ บางทีเราอาจจะทำอะไรผิดพลาดข้ามขั้นตอน เลยคิดว่าจะลองใหม่อีกรอบก็ปิดหน้าเว็บเดิม แล้วเปิดเบราเซอร์ใหม่ แล้วเข้าไปเลือกที่นั่ง ทำใหม่ทั้งหมด ที่นั่งที่เลือกไว้ตอนแรกก็โดนล๊อคจากการจองของเรารอบแรก เข้าไปรอบสองก็เลยต้องเลือกที่นั่งอื่นแทน แล้วระบบก็รวนอีก สรุปจ่ายเงินไม่ได้ ผมต้องใช้ความพยายามครั้งที่3 ไปเข้าใน application บนมือถือ แล้วลองทำดู ผลก็คือ ไปไม่ถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน สรุป ผมทำที่นั่งโดนล๊อคไป 6 ที่ ผมไม่ได้ตั๋วหนัง

1672458464043

ผมตัดสินใจเข้าไปที่หน้าเว็บอีกครั้งด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล้วไปส่งคอมเม้นท์ให้ทีมดูแลเว็บ ใจความว่า ผมติดปัญหาอะไร ผมใช้คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการอะไร เบราเซอร์ที่ใช้ยี่ห้ออะไร และบ่นนิดหน่อยว่า ผมจะเอาเงินมาให้คุณ ไม่ต่อราคาเลยนะ ทำไมไม่ทำระบบให้มันดี ประมาณนี้แหละ แล้วผมก็หมดความพยายามกับเมเจอร์ซินิเพล็กซ์

ตัดสินใจไปที่ SF Cinema แทน โรงหนังเครือ SF มาทีหลังเมเจอร์ แต่ก็อยู่ในตลาดมายาวนานแล้ว และเว็บของ SF ทำได้ดีมาก ผมใช้เวลาประมาณ 3 นาที ผมได้ตั๋วหนัง 2 ใบ ได้เลือกส่วนลดที่จะใช้กับระบบด้วย ผมได้จ่ายเงินน้อยลงด้วย สรุปผมได้ดูหนังอวตารภาค2 ในระบบ 3d ในราคาตั๋วใบละ 150 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาโปรโมชั่นที่ผมหามาใช้คือได้ตั๋วใบละ 120 แต่่ต้องจ่ายเพิ่ม 30 เป็นค่า 3มิติ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเดิมทีผมตั้งใจจะจ่ายราคาเต็มเกือบหกร้อยบาทอยู่แล้ว

1672458464020

การใช้งานครั้งแรกกับเว็บของ SF ทำให้ผมได้ดูหนัง ได้ซื้อตั๋วหนังได้อย่างง่ายดาย ระบบที่จะรับเงินลูกค้าควรทำแบบนี้แหละ ทำให้มันง่ายที่สุด มีช่องทางจ่ายเงินที่หลากหลาย เพราะลูกค้าแต่ละคนใช้วิธีการจ่ายเงินแตกต่างกัน ระบบที่เปิดให้จ่ายเงินได้เกือบทุกช่องทาง ทุกวิธี นับว่าเป็นระบบมืออาชีพ และน่าอุดหนุนต่อไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ผมคงจะเลิกเข้าเว็บของเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ไปอีกพักใหญ่ๆ การเลิกเข้าเว็บครั้งนี้อาจจะยาวนานชั่วชีวิตก็ได้ เพราะลูกค้าอย่างผม ถ้าระบบเดิมไม่มีปัญหาผมก็อยู่กับระบบเดิมต่อไป เหมือนแบบเหตุการณ์วันนี้ที่ผมเลือกจองตั๋วกับเมเจอร์ในนาทีแรกที่คิดได้ว่าอยากดูหนัง แต่พอผมได้ประสบการณ์การใช้เว็บที่เลวร้ายก็ทำให้ผมต้องไปมองหาระบบอื่น ระบบเก่าส่งผมไปลองระบบของคู่แข่ง ผมก็เลยไปอยู่กับระบบใหม่ของคู่แข่งนั่นเอง หลังจากซื้อตั๋วสำเร็จ ก็จะมีอีเมลเข้ามาคอนเฟิร์ม แล้วก็มีตั๋วที่ระบุรอบฉาย เวลา ที่นั่ง เป็นแบบ QR code มาทางอีเมลนี้ด้วย เรานำภาพในอีเมลไปแสดงที่จุดเดินเข้าโรงภาพยนต์ได้เลย ไม่ต้องไปที่เค้าเตอร์ขายตั๋วในห้างอีกแล้ว

ScreenClip

งานบริการที่จะเป็นช่องทางให้ลูกค้าติดต่อกับธุรกิจ การเก็บเงินลูกค้าควรถูกทำให้เสถียรที่สุด ช่องทางการเก็บเงินควรจะเป็นสิ่งที่ห้ามผิดพลาด ห้ามล่ม การขายของทางเว็บเป็นการขายที่ตั้งใจจะรับเงินตลอดเวลา การซัพพอร์ตงานหลังบ้านของระบบก็ควรจะมีทีมงานทำงานตลอดเวลาเช่นกัน ผมสละเวลาอธิบายปัญหาในส่วนของการคอมเม้นท์กลับไปด้วย แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดๆเลย ผมเดาว่าระบบการรับคอมเม้นท์ก็อาจจะเลวร้ายไม่ต่างกัน ถ้าผมเป็นเจ้าของธุรกิจที่จะรับเงินทางเว็บ ผมจะแก้ไขงานรับเงินให้ราบลื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะตั้งทีมซัพพอร์ตการรับเงินให้มีความสำคัญลำดับแรกสุด


กลับมาที่ตัวหนังนิดนึง หนังเรื่องอวตารภาค2 เป็นหนังที่ดีมาก ทั้งในแง่ของงานสร้าง ความสวยงามของภาพ เทคนิคสามมิติที่เลอเลิศสุดๆ และเนื้อเรื่องที่ดี พัฒนาจิตใจคนดู เหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนในโลกเลย ผมไม่แปลกใจที่ภาค 1 จะทำเงิน2700 ล้านดอลล่าร์ เป็นอันดับ1ของโลกมายาวนานมาก ก่อนจะมีหนังเรื่อง end game มาแซงได้ ส่วนภาค2 คงจะไปถึงระดับ พันล้านดอลล่าร์ได้ไม่ยาก

การงานพื้นฐานอาชีพของ ป4 ปี 2565

เมื่อพูดคำว่าการงานพื้นฐานอาชีพ ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยประถม เราเรียนวิชานี้ และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าสมัยนั้นเราเรียนอะไรกันบ้าง แต่จากชื่อเราก็คงพอเดาได้ว่าก็น่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำเป็นอาชีพได้ ยุคสมัยของพ่อแม่เมื่ออยู่ในวัยเด็กคงจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เย็บปักถักร้อย ผมนึกออกแค่นี้จริงๆ

ปีนี้ ปี พศ 2565 โลกเราพัฒนาไปไกลมาก พวกนักการตลาดคุยกันถึงเรื่องเมตาเวิร์ส ระบบการสื่อสารอินเทอเน็ตคือหัวใจของธุรกิจ การดูสื่อภาพและเสียงจะดูผ่าน youtube และ social network มีอาชีพใหม่หลากหลายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอาชีพที่สูญหายเพราะหมดสมัย และการงานพื้นฐานอาชีพของเด็ก ป4 ในพศ.นี้ทำให้ผประหลาดใจและรู้สึกชื่นชมพร้อมกัน

ลูกมาขอยืมกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เพื่อจะเอาไปเรียนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ลูกเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนมีอาชีพให้เลือกเยอะมาก แต่ลูกบอกกับผมแค่ว่า เขาเลือกอาชีพ รีวิว และถ่ายภาพ ซึ่งครูจะจัดกลุ่มให้ตามที่เหลือ และสุดท้ายก็ได้วิชารีวิว ส่วนถ่ายภาพนั้น บังเอิญได้เรียนเพราะมีการเลื่อนวิชากันเล็กน้อยทำให้ได้ไปเรียนถ่ายภาพ 1 คาบ

IMG_0344

1คาบของลูกที่เรียนถ่ายรูปจะต้องใช้กล้อง ก็เลยมาขอยืมจากพ่อ ด้วยความที่พ่อมีกล้องหลายตัวก็เลยเอามาเรียงให้เลือก มีกล้อง DSLR ตัวใหญ่เลนส์ใหญ่ที่พ่อเอาไว้ถ่ายภาพรับจ้าง มีกล้อง mirrorless ตัวเล็กเลนส์เล็กที่พกพาง่าย มีกล้องโพราลอยด์ด้วยที่เอามาให้ดูแต่ไม่ให้เลือก เพราะต้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ซึ่งมีราคาแพงมาก สุดท้ายลูกเลือกกล้องตัวเล็ก อย่าง eos m พร้อมเลนส์ตัวเล็ก 22f2 ซึ่งเป็นชุดกล้องและเลนส์ที่ขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงมาก ลูกเลือกเพราะได้ลองถ่ายภาพแล้วเทียบกันแล้ว พบว่าภาพจาก eos m ให้ภาพสวยกว่า eos 6d

IMG_6111

ผ่านไปสองวัน ลูกกลับมาพร้อมกับภาพในเมมโมรี่ 4 ภาพ ภาพที่ส่งงานคือภาพก้อนหินในถุง หัวข้อการถ่ายภาพคือ สิ่งลึกลับ ครูชมว่าขอบฟ้าถ่ายภาพได้ดี ขอบฟ้าบอกครูว่าเพราะพ่อผมเป็นตากล้องครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่ลูกรู้ว่าพ่อเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนั่นเอง สอบถามลูกอีกนิดเกี่ยวกับวิชาที่ครูสอน ครูไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น ให้เด็กไปถ่ายเลย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ เพราะลูกเรียนวิชาถ่ายภาพ เจตนาเพื่อให้เล่าเรื่องด้วยภาพ ประเด็นนี้ผมคิดเอง ก็เห็นว่า ถูกต้องแล้วที่ไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น เพราะกล้องถ่ายภาพเป็นแค่อุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องจะต้องเป็นสิ่งที่ค้นหามาเอง วิชาเรียนควรมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ส่วนการรีวิวที่ลูกเลือกจริงๆ เดี๋ยวคงได้รู้ว่าเรียนอะไรกันบ้าง และได้ถามลูกแล้วว่าอยากจะรีวิวอะไร ลูกบอกว่าจะรีวิวส์เม้าส์

IMG_6091

การงานพื้นฐานอาชีพในยุคนี้มีอาชีพรีวิว มีอาชีพช่างภาพ ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับพ่อแม่รุ่นผมมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกินคาด เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่โรงเรียนพยายามทำ เป็นเรื่องน่าชื่นชม ก็หวังว่าจะมีอาชีพที่สนุกและน่าสนใจอีกหลายๆอาชีพที่เลือกมาอยู่ในหลักสูตร ผมคาดหวังว่าจะมีอาชีพนักวิเคราะห์ข้อมูล สตรีมเกมส์ นักแข่งอีสปอร์ต เขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำคอนเท้นต์หลายๆแบบ รวมถึงอาชีพทางเกษตรที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทฟาร์มด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่รู้จะมีจริงไหมสำหรับเด็กประถม แค่หวังว่าจะมีอาชีพใหม่ๆให้เด็กได้ลอง

แกลลอรี่ สคส 2023 ขนาดใหญ่ A4 A5

สคส ขนาด A4 หรือ A5 แล้วแต่จะชอบ ซื้อไปแจกลูกค้า ลูกค้าจะเอาไปติดบอร์ด สคส เป็นของหายาก สมัยนี้อาจจะไม่ค่อยแจกกันแล้ว ใครแจกก็จะได้พื้นที่โฆษณาบนกำแพงของบริษัท ใครสนใจสั่ง สคส ไปแจกลูกค้า เลือกภาพแล้วแจ้งมาทางอีเมลหรือ ใส่คอมเม้นท์ไว้ใต้โพสท์นี้

การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งต้องใช้ความรู้

ในชีวิตการทำงาน  เจมส์จะทำงานในบริษัทหลายแห่ง ทั้งแบบที่เป็นลูกน้อง และแบบที่เป็นเจ้าของ  แต่ละครั้งก็จะมีความคาดหวังในตอนต้น  และเมื่อดำเนินกิจการไปเรื่อยๆ  ก็จะเริ่มพบกับปัญหาที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น  อย่างเช่นการทำอีเว้น  ก็มีช่วงเวลาที่คึกคัก  และ ช่วงเวลาที่งานน้อยซึ่งมีหลายสาเหตุ  และทุกสาเหตุมันก็คือปัญหาที่ทำให้บริษัทเกิดผลกระทบ  และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง  

ช่วงการทำอีเว้นมีการพบปะผู้คนจำนวนมาก  และโชคดีที่เจมส์เป็นคนเรียนรู้เร็ว  ระหว่างที่อยู่กับออแกไนเซอร์ก็ได้เรียนรู้การทำธุรกิจทีวีไปด้วย  จนในที่สุดบริษัทก็ตัดสินใจรับงานผลิตรายการทีวี  โดยอาศัยคอนเน็คชั่นที่ผู้บริหารรู้จักกับบริษัทใหญ่ที่ซื้อเวลาในสถานีโทรทัศน์ไว้แล้ว  การผลิตรายการใหม่โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นเรื่องที่เจ้าใหญ่จะต้องทำเป็นประจำ และบริษัทเล็กๆของเจมส์ก็นำเสนอโปรเจ๊คเพื่อขอทำรายการใหม่  และในที่สุดก็ได้รับโอกาส

Actor in front on the camera in an audition

รายการทอล์คโชว์รายการใหม่จึงได้เกิดขึ้นในการดูแลของทีมงานเจมส์  การเข้าสู่งานสาขาใหม่ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่อีกหลายอย่าง  การเป็นครีเอทีฟที่ระดมความคิดสร้างสรรค์ทำตัวอย่างสตอรี่บอร์ดไปของานนั้นเป็นสิ่งที่ทำผ่านแล้ว  การได้งานมาทำมันแปลว่าได้รับการยอมรับ  ได้รับความไว้วางใจ  เนื้อหาที่คิดเพื่อนำเสนอผ่านการคัดกรอง ปรับแต่งและออกแบบอย่างดีที่สุด  พอมาถึงโปรดักชั่นหรือการผลิต  มือใหม่อย่างเจมส์ก็จ้างทีมโปรดักชั่นเฮ้าส์มาช่วยกันทำ  มันคือการเรียนรู้อย่างไม่รู้ตัวเกี่ยวกับทีมงานโปรดักชั่น  ซึ่งในภายหลังเจมส์ก็หลงใหลการทำโปรดักชั่นมากขึ้นจนนำไปสู่การออกมาเปิดบริษัทเอง

รายการที่ต้องออกฉายทางทีวีเป็นประจำนับว่าเป็นสิ่งที่ท้าท้ายมาก  การวางสคริปต์  การเช่าโรงถ่าย  การนัดหมายกับทีมแสง  ทีมเสียง การนัดหมายดาราแขกรับเชิญ การตัดต่อ   ทุกอย่างเป็นงานประจำสัปดาห์ที่หนักหนามากสำหรับคนประสบการณ์ระดับเริ่มต้น  การระดมคนดูเข้าโรงถ่ายเพื่อส่งเสียงเชียร์  การกำกับเสียงหัวเราะของคนดูก็เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเคยเห็น  แต่ก็ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิด  จนทำรายการให้ออกมาเป็นประจำได้

พอทำได้พักใหญ่จนสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในการผลิตรายการทีวีได้แล้วก็เริ่มนึกถึงรายการใหม่  มองหาเนื้อหาแนวอื่นที่น่าสนใจ  เพราะความอยากทำรายการที่เลือกเองเจมส์กับทีมงานบางส่วนจึงต้องออกมาเปิดบริษัทเอง  เป็นเจ้าของธุรกิจเอง  ลงทุนด้วยเงินตัวเอง  และผลิตงานที่คิดเอง  ย่างก้าวนี้สำคัญมาก ผลของการได้เรียนรู้เรื่องการผลิตรายการทีวีทำให้สร้างบริษัทของตัวเองได้  และโปรเจ๊คใหม่กับรายการตัวใหม่เจมส์เลือกทำแนวสารคดี  งานสารคดีทางดนตรีคือแพสชั่นที่ฝันอยากทำมาตั้งแต่เด็ก  เจมส์เป็นแฟนเพลงที่ซื้อเทปศิลปินที่ชอบ  ถ้ามีโอกาสก็จะต้องทำรายการเกี่ยวกับเพลงให้ได้   เจมส์บอกว่า อยากฝากรอยแผลไว้ในประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยว่าเจมส์เคยทำสารคดีทางดนตรีออกทีวี

Cinematography Elements Template

บริษัทผลิตรายการทางดนตรีดำเนินไปอย่างดี  เจมส์ได้ทำรายการที่คิดเอง  ประสบการณ์การทำงานโปรดักชั่นก็เก่งกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการลงทุนในเครื่องมือก็มากขึ้นเช่นกัน  พอทำอะไรได้ ก็ซื้ออุปกรณ์ไว้ทำเอง  อุปกรณ์กล้อง ไมโครโฟน เครื่องตัดต่อ คอมพิวเตอร์ตัวแรงๆ  ทุกอย่างที่รายการทีวีต้องใช้เจมส์ซื้อหมดเลย   รายการเดิมกำลังผลิตและฉาย รายการใหม่ก็ต้องคิดไปนำเสนอช่อง  พอผ่านไปเรื่อยๆทุกสิ่งเริ่มไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

รายได้จากการทำรายการลดลง  เพราะสถานีที่เป็นผู้ว่าจ้างให้งบน้อยลง  แต่ค่าตัวทีมงานและเงินเดือนลูกน้องสูงขึ้น  อุปกรณ์ก็ต้องอัพเกรดลงทุนเพิ่มตลอดเวลา  รายได้ที่ลดลงสวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการทำสารคดีทางดนตรีที่เจมส์อยากทำงานในระดับมาสเตอร์พีช คือใส่ให้สุดทุกอย่าง  อย่างเช่น การได้สัมภาษณ์บุคคลสำคัญในวงการเพลง  แต่คิวนัดหมายไม่ลงตัว  แขกรับเชิญอยู่ต่างประเทศจะกลับเมืองไทยเดือนหน้า  กว่าจะรอนัด  ถ่ายทำ ตัดต่อ แล้วส่งออกฉายต้องใช้เวลารวมกันสามเดือน   ผลคือรายได้เข้าช้าไปหลายเดือน  แต่เงินเดือนลูกน้องจ่ายทุกเดือน  จึงเป็นเหตุผลที่ต้องรับงานเล็กๆ  งานโฆษณา  งานวิดีโอโพรไฟล์ของบริษัทต่างๆมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในบริษัท

ตอนนี้เจมส์เริ่มรู้แล้วว่าทำรายการทีวีอย่างเดียวไม่พอ  เพราะรายการทีวีเคยเป็นลูกค้าทีละ 12 ตอน  เหมือนมีลูกค้าประจำที่ซื้อ 12 ครั้ง  ต้องเปลี่ยนมารับงานบริษัทเล็กๆรับเงินทีละโปรเจ๊คทีละครั้ง  ปัญหานี้ค่อยๆเกิดขึ้น  นานวันเข้าก็ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ  ในที่สุดมันกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตจนทำให้บริษัทต้องปิดตัวลง  ปิดตัวแบบเป็นหนี้ด้วย

ในแง่ของบริษัทแม้จะเป็นหนี้  แต่ในแง่ผลงานนั่นเป็นเลิศ  เพราะเจมส์ทำงานแบบลงเต็มที่ ใส่สมองกับทุกรายละเอียด   การทำงานที่ปราณีตทำให้มีลูกค้าหลายรายเห็นความสามารถ  และก็มีโอกาสใหม่ๆเกิดขึ้น  หนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดคือการได้ทำมาเก็ตติ้งให้กับคอนเสิร์ต  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องใหม่  คำว่ายิงโฆษณา  คำว่า ดิจิทัลมาเก็ตติ้ง  คำว่าเข้าถึงผู้คน  หลายคำเหล่านี้คือเรื่องราวใหม่ๆ

Beautiful shot of a live concert performance with a yellow light show and a big crowd cheering

เจมส์ลงทุนบินไปดูคอนเสิร์ตที่จัดเต็มรูปแบบที่ประเทศอังกฤษ  และผู้จัดงานในไทยก็ตั้งใจจะนำเข้าคอนเสิร์ตนี้มาจัดให้คนไทยได้ดู  คนที่ชอบวงการเพลงอย่างเจมส์ย่อมไม่พลาดที่จะเก็บประสบการณ์ครั้งนี้  นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ความชอบนำไปสู่ธุรกิจ  การลงมือบริหารจัดการทีมงานเพื่อขายตั๋วให้ได้ตามเป้าเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้  เทคโนโลยีในมือมีอะไรบ้าง เราจะเข้าถึงคนฟังเพลง จะเข้าถึงคนชอบคอนเสิร์ตด้วยวิธีการไหน ช่องทางไหน  ทุกโจทย์คือเรื่องใหม่ของคนทำโปรดักชั่น  เจมส์เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการยิงโฆษณา การสร้างแบรนด์  การทำดิจิทัลมาเก็ตติ้ง    ขณะเดียวกันในด้านคอนเท้นท์เจมส์มีทุนสำรองในสมองอยู่แล้วว่าวงการเพลงและสื่อชอบคอนเท้นท์แบบไหน  การยิงโฆษณาที่ตรงจุดคือสิ่งที่กำหนดรายได้ในโจทย์นี้ 

หลังจบงานคอนเสิร์ต  เจมส์เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการโฆษณาในเฟสบุ๊คอย่างจริงจัง  ในวงการเฟสบุ๊คและดิจิทัลมาเก็ตติ้งมีคอร์สอะไรบ้างเจมส์หาที่เรียนไปหลายแห่ง  จนไปเจอกับครูคนหนึ่งที่ตอบคำถามหลายอย่างได้ดีนั่นคือครูมิ้น  เมื่อได้เรียนร่วมกับครูมิ้นแล้ว เจมส์ถามครูมิ้นตรงๆว่าอยากเก่งแบบครูต้องทำอย่างไรบ้าง  ครูตอบว่า ไปสอบเอาใบ cerificate ของเฟสบุ๊คที่ชื่อว่า เฟสบุ๊คบลูปริ๊นท์ให้ได้  แล้วเดี๋ยวจะเก่งขึ้น

ตอนนี้ก็งงแล้ว เฟสบุ๊คบลูปริ๊นท์คืออะไร  พอหาข้อมูลประกอบก็พอเข้าใจ  แล้วก็ลงทะเบียนสอบเลย  ผลคือ ไม่ผ่าน  พอสอบไม่ได้ก็มาสะสมความรู้ใหม่  อ่านหนังสือใหม่ ดูวิดีโอคอนเท้นท์ที่สอนเกี่ยวกับการทำโฆษณาในเฟสบุ๊ค ลงเรียนคอร์สอีกหลายอย่าง คอร์สไทยก็เรียน คอร์สต่างประเทศเรียนทางออนไลน์ก็เรียน สะสมความรู้ไปอีก 1ปี และระหว่างนี้บริษัทโปรดักชั่นที่เคยเปิดไว้ก็ตัดสินใจเลิกทำ เปลี่ยนธุรกิจมาเป็นการรับจ้างทำดิจิทัลมาเก็ตติ้ง หนี้สินที่มีอยู่ก็เจรจา ประนอมหนี้ ค่อยๆจ่าย  

เจมส์มีคติชีวิตอยู่อย่างหนึ่งที่เคร่งครัดคือ ต้องใช้ชีวิตให้ถูกต้อง  ซื่อสัตย์กับผู้คนและลูกค้า มีหนี้ก็ต้องใช้  แต่ดีเลย์ได้  แม้ชีวิตจะมีปัญหาแต่เราก็เลือกอยู่ในเส้นทางที่แก้ปัญหาได้  เจมส์วางแผนไว้ว่าจะต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นดิจิทัลเอเจนซี่  แล้วรับจ้างยิงโฆษณาให้ลูกค้า  แล้วเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็ค่อยทะยอยใช้หนี้   ตอนรับจ้างยิงโฆษณาในเฟสบุ๊คก็พบกับโอกาสใหม่อีกเรื่องหนึ่งที่ต่อเนื่องกันคือ ลูกค้าไม่เข้าใจการโฆษณาในเฟสบุ๊คและการทำธุรกิจออนไลน์  นั่นจึงเป็นที่มาว่า เจมส์ต้องสอนยิงโฆษณาเฟสบุ๊คด้วยเพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าการคิดและการวางแผนโฆษณาในเฟสบุ๊คต้องคิดอย่างไร ทำอย่างไร เจ้าของธุรกิจควรเข้าใจคำศัพท์ทุกคำที่เกี่ยวข้องกับการยิงโฆษณาออนไลน์  ตอนนี้ลูกค้าจ้างยิงโฆษณา กับลูกศิษย์เรียนยิงโฆษณาช่วยทำให้รายได้ของบริษัทดีขึ้น  และในที่สุดก็ครบปี เวลาสำคัญก็มาถึง  เจมส์สอบผ่านเฟสบุ๊คบลูปริ๊นท์ได้ในที่สุด

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265

https://www.facebook.com/GoldfingerDigital

การใช้ canva ทำงานส่งโรงพิมพ์

เวลาเราพูดถึงการทำอาร์ตเวิร์คเพื่อส่งโรงพิมพ์ เราจะนึกถึงไฟล์ดิจิทัลในคอมพิวเตอร์ ทำภาพหรือตัวหนังสือให้ได้อย่างที่ต้องการแล้วส่งทั้งไฟล์ที่ทำเสร็จไปให้โรงพิมพ์เลย และหลังจากนั้นเราก็คาดหวังว่าโรงพิมพ์จะพิมพ์งานได้เรียบร้อย ซึ่งนี่เป็นโลกอุดมคติ ทุกคนและโรงพิมพ์ก็อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

ในความเป็นจริงโรงพิมพ์ไม่ได้ทำงานได้ราบลื่นแบบที่คิด เพราะข้อมูลที่ส่งจากนักออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์มักจะมาไม่ครบ ตั้งแต่ ไฟล์ภาพที่มาไม่ครบ บางครั้งมาครบก็ไฟล์คุณภาพต่ำ ความละเอียดน้อยเกินไปสำหรับงานพิมพ์ และที่มักเป็นปัญหาบ่อยครั้งคือ ตัวหนังสือเพี้ยน นักออกแบบมือสมัครเล่นส่วนมากจะเลือกใช้ตัวหนังสืออย่างอิสระ เพราะออกแบบเองจะเลือกใช้อะไรก็ได้ และมันก็ควรเป็นอย่างนั้น แต่ในตอนที่จะส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ก็มักจะลืมไปว่า ตัวหนังสือแปลกประหลาดหรือตัวหนังสือแสนสวยที่เราเลือก โรงพิมพ์อาจไม่มีตัวหนังสือแบบนี้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงพิมพ์ก็ได้ เพราะตัวหนังสือแสนสวยมักเป็นตัวหนังสือที่ต้องเสียเงินซื้อ และบางครั้งตัวหนังสือแสนสวยก็เป็นสิ่งหายาก นักออกแบบไปหามาจากไหนก็ไม่รู้ โรงพิมพ์ไม่สามารถหาตัวหนังสือเหล่านั้นได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

นอกจากภาพที่มาไม่ครบ คุณภาพต่ำ และตัวหนังสือเพี้ยนแล้ว ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคือ ไฟล์ไม่ได้ทำตัดตกมา ในวงการออกแบบสิ่งพิมพ์จะเรียกว่า breed ซึ่งโรงพิมพ์ระดับมืออาชีพจะต้องการไฟล์ที่ออกแบบมาพร้อม breed นั่นคือไฟล์งานมีตัดตกเรียบร้อย แต่นักออกแบบมือใหม่ส่วนมากไม่เคยรู้ว่าต้องมีตัดตก และไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้มีตัดตก

Screen Shot 2565-10-10 at 11.14.30

คำว่าตัดตกคือสิ่งที่มีเอาไว้ตัดออกเมื่อตอนพิมพ์เสร็จ ยกตัวอย่างการทำงานนามบัตรจะได้เข้าใจ นามบัตรมาตรฐานจะมีขนาด 5.5x9cm ซึ่งเป็นขนาดที่ทุกคนรับรู้ และสมุดใส่นามบัตรก็ต้องใส่กระดาษชิ้นนี้ได้ ในการออกแบบนักออกแบบก็มักจะสร้างไฟล์ที่มีขนาด 5.5x9cm แล้วส่งให้โรงพิมพ์ ถามว่าโรงพิมพ์จัดพิมพ์ได้ไหม ตอบว่าได้ แต่จะตัดขอบให้สวยงามไม่ได้เลย เพราะการตัดกระดาษจะมีระยะการตัดที่ผิดพลาดได้ 0.1-0.5มม. ข้อมูลที่อยู่ในกระดาษใบนี้ก็อาจจะแหว่ง หรือ อะไรที่เคยถูกวางไว้ติดขอบกระดาษ เมื่อตัดออกมาก็อาจจะเห็นว่าไม่ติดขอบ อย่างนามบัตรที่มีรูปผลไม้ติดขอบซ้ายและขอบบน หากเราส่งภาพมะม่วงไม่เต็มลูกอย่างภาพบนไปให้โรงพิมพ์ โรงพิมพ์ก็จะพิมพ์มะม่วงไม่เต็มลูกออกมา แต่ตอนตัดขอบเป็นใบๆ มีโอกาสที่จะตัดแหว่งแล้วมีขอบขาวอยู่ด้านซ้ายของมะม่วง

Screen Shot 2565-10-10 at 11.16.07

ในโรงพิมพ์หากต้องงานขนาด 5.5x9cm เราจะพิมพ์มันในขนาด 6.1×9.6 cm แล้วตัดขอบออกด้านละ 3มม. นั่นก็หมายความว่าเราต้องออกแบบในโปรแกรมให้มีข้อมูลขนาด 6.1×9.cm ส่วนที่เกินไปจาก 5.5x9cm เราจะเรียกว่ามีตัดตก 3มม. หรือมี breed 3mm การตัดขอบออกเล็กน้อยเพื่อให้ได้งานตามที่ออกแบบเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานสิ่งพิมพ์ โปรแกรมออกแบบที่นักออกแบบคุ้นเคยอย่าง Adobe illurtrator หรือ Adobe indesign ก็จะต้องมีการตั้งค่า breed เพื่อการทำงานที่จะส่งไปพิมพ์ได้ตรงตามมาตรฐานของการพิมพ์ ภาพนามบัตรที่มีมะม่วงเต็มใบพร้อมเส้นสีดำที่เป็นตำแหน่งตัดกระดาษคือภาพที่มีตัดตก งานมีตัดตกจะทำให้การผลิตทำได้ตามที่ออกแบบไว้

Screen Shot 2565-09-15 at 08.59.50

Screen Shot 2565-09-15 at 09.00.02

ในยุคปัจจุบันโลกเรามีคนทำซอร์ฟแวร์พวกนี้ให้ง่ายขึ้น เรามีเว็บไซต์ canva.com ที่ช่วยออกแบบได้อย่างรวดเร็ว นักออกแบบมือใหม่สามารถทำงานกราฟิคทางอินเทอเน็ต ไม่ต้องซื้อโปรแกรมให้สิ้นเปลืองก็สามารถออกแบบสิ่งพิมพ์ได้ และการใช้ canva ออกแบบนามบัตรก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรงพิมพ์ได้รับงานอาร์ตเวิร์คนามบัตรที่ทำจาก canva หลายงาน และทุกงานที่ส่งมาจะไม่มีตัดตกเลย เพราะ canva ตั้งให้ไม่มีตัดตกเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งหากเราตั้งใจจะทำไฟล์เพื่อส่งพิมพ์ในโรงพิมพ์ เราจะต้องตั้งค่า canva ในหน้าเว็บให้มีการ export ไฟล์ดิจิทัลแบบมีตัดตกเพื่อส่งโรงพิมพ์ และอ๊อพชั่นนี้ canva ก็เตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

การส่งไฟล์ที่ออกแบบมาอย่างเรียบร้อย มีตัดตกสำหรับการผลิตในโรงพิมพ์จะช่วยให้เจ้าของงานได้งานที่มีคุณภาพ เพราะโรงพิมพ์ทุกแห่งอยากผลิตงานที่มีคุณภาพที่สุดอยู่แล้ว ลองดูศึกษาวิธีทำตัดตกในโปรแกรมที่เราใช้งานออกแบบสิ่งพิมพ์ดูนะครับ

ปั๊มน้ำเสีย grundfos ถุงลมแตก

ปกติปั๊มน้ำกรุนดฟอสจะมีถุงลมสร้างแรงดันน้ำเอาไว้ หากเราเปิดน้ำน้อยๆ มอเตอร์ปั๊มน้ำจะยังไม่ทำงาน แรงดันลมจะค่อยๆดันน้ำออกมาให้ ทำให้มอเตอร์ยังไม่ทำงานทันที แต่เมื่อเราเปิดน้ำมากขึ้น หรือ แรงดันลมหมด มอเตอร์ปั๊มน้ำก็จะทำงาน น้ำก็จะไหลด้วยพลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง มอเตอร์จะทำงานจนกว่าจะปิดน้ำ นี่คือปกติ

1662446916085

อาการไม่ปกติที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อเปิดน้ำน้อยๆ ปั๊มน้ำเปิดปิดมอเตอร์ถี่มาก เหมือนกับว่าไม่มีแรงดันลมในถังลมเลย หากเราเปิดน้ำเต็มที่ มอเตอร์ก็ทำงานเต็มที่ อาการตอนทำงานเต็มที่นี่คือปกติ แต่อาการตอนเปิดน้ำน้อยๆแล้วมอเตอร์ตัดต่อการทำงานถี่ๆแบบนี้ผิดปกติ ก็เลยเรียกช่างมาตรวจ

1662446916653

เมื่อช่างมาตรวจก็ตรวจดูว่าถังลมมีน้ำไหลออกจากรูเติมลมไหม ปรากฏกว่ามีน้ำอยู่ในถังลม หมายความว่าถังลมรั่ว ทำให้ปั๊มทำงานผิดปกติ และหากไม่ซ่อมหรือเปลี่ยนถังลม ก็อาจจะสร้างความเสียหายในส่วนอื่นๆต่อไปได้อีก ช่างแนะนำให้เปลี่ยน ผมก็เลยเปลี่ยนตามคำแนะนำ

1662446917202
1662446914652

ซื้อปั๊มมาตั้งแต่ปี 2015 ปีนี้เพิ่งมีอาการเสียที่ชัดเจน ไม่รู้เรียกว่าทนทานได้ไหม สเป็นของปั๊มก็ดูตามฉลาก ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าปั๊มตัวนี้มีสเป็คเป็นอย่างไร ไหนๆก็ถ่ายภาพเก็บไว้แล้ว ก็เดี๋ยวพิมพ์เป็นตัวหนังสือเก็บไว้ด้วย เผื่อวันหลังมีคนหาข้อมูลจะได้มีอ้างอิงได้เลย
type CMB 3-37 A-C-A-C-P-A
model A98158257P11412
1×220-240
Imax 3,1-2.9 A
pmax 0.7/7
f 50Hz

1662775844417

ค่าเปลี่ยนถังลม 3450 บาท

ค่าแรงช่างตรวจซ่อม 1000 บาท

สรุป ปั๊มกรุนด์ฟอสตัวนี้อายุการใช้งานประมาณ 7 ปี ซ่อมถังลม 1 ครั้ง ค่าซ่อม 4450 บาท

สั่งซื้อปั๊ม Grundfos ได้ที่นี่