nec17 – referal source ep5

referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 5 ช่องทางครับคือ

1 คนใน contact sphere

2 ลูกค้าเก่า

3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ

IMG_0172

ช่องทางที่ 6 คนที่จะให้ referral แก่เราก็คือ  คนที่เราให้ referral กับเขานั่นเอง  เป็นเรื่องปกติมากๆในโลกธุรกิจ เราช่วยใคร เขาก็อยากจะช่วยเรากลับคืน  เพราะทุกคนมีพื้นฐานของการเป็นคนดี  เราสามารถเริ่มต้นที่จะรับ referral ได้โดยการเริ่มต้นให้ครับ  เราอยากได้จากใคร กาหัวไว้เลย แล้วจัดการ 1-2-1  ปกติ ใน powerteam เราจะมีลูกค้าคล้ายๆกัน ลูกค้าของทีมจะอุดหนุนบริษัทในทีมหลายๆอย่างอยู่แล้ว ดังนั้น ลูกค้าของเพื่อน มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของเรา  สิ่งที่เราควรทำก็คือ เอาลูกค้าชั้นดีของเรามาส่งให้เพื่อน  แล้วเดี๋ยวเพื่อนก็จะส่งลูกค้าชั้นดีให้เรา   สรุปว่า ช่องทางที่6 เราจะได้รับ  referral จากคนที่เราเคยให้ referral ครับ

7 ช่องทางที่ 7  เราน่าจะได้ referral จากคนที่เคยให้ referral  ใครเคยให้เรา เขาจะให้เราซ้ำ  ตราบใดที่เรายังเป็นคนที่มีคุณภาพดีดังเดิม  ดีดังเดิมนั้นหมายถึงอะไรบ้าง  พบหน้าบ่อยเหมือนเดิม (attendant)  มี referral ให้เพื่อนเหมือนเดิม(ref)  1-2-1 บ่อยๆเหมือนเดิม thankyou และให้ testimonial สม่ำเสมอเหมือนเดิม นั่นก็คือเป็น good member นั่นเอง

nec17 – referal source ep4

 

IMG_2194

referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 4 ช่องทางครับคือ

1 คนใน contact sphere

2 ลูกค้าเก่า

3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

 

วันนี้เราจะพูดส่วนที่เหลืออีก ในช่องทางที่ 5-8 ครับ

ช่องทางที่ 5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ใครจะรู้ดีว่าเราทำอะไรได้ หรือเราเก่งเรื่องอะไรมากไปกว่าลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ไม่ใช่แค่พนักงานเซลส์ หรือมาเก็ตติ้ง  ตำแหน่งอื่นๆในบริษัทก็มักจะรู้ดีและสามารถบอกต่อได้เช่นกัน  จริงๆคือทุกตำแหน่งในอ๊อฟฟิศเลยที่จะช่วยบอกต่อได้  ลูกน้องเหล่านั้นเขาก็ย่อมมีเพื่อน  มีญาต มีคนรู้จักอีกมากมายอยู่ในเครือข่ายส่วนตัวของเขา  สิ่งที่เราควรทำกับลูกน้องก็คือ เราต้องทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน  ดูแลทุกสุขของลูกน้องจะช่วยให้เขามีใจและพร้อมบอกต่อ ก็คือ พร้อมจะช่วยเราหางานนั่นเอง

 

ยกตัวอย่าง  ช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์ บางวันก็เดินมาบอกผมว่า ญาติเขาจะพิมพ์บิลใบเสร็จรับเงิน  ผมก็บอกดีเลย ให้เขาโทรมาหรือแวะเอาตัวอย่างงานมาให้ดูเลยก็ได้ เดี๋ยวคิดราคาให้  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครับ  เพราะลูกน้องทุกคนจะมีเครือข่ายของเขาเอง  และเขาก็รู้ว่าเราทำงานอะไร referral ที่เขาพบมาเราทำได้หรือไม่  ลูกน้องเรารู้ดีไม่ต่างจากเราแน่นอน  ดังนั้น  อย่าลืมทำให้ลูกน้องมีความสุขกับที่ทำงาน

ปรับปรุงเครื่องกรองฝุ่น ใส่ฟิลเตอร์คุณภาพสูง

เพื่อนที่ทำงานติดตั้งระบบท่อแอร์และท่อประปาได้คุยกับผมเรื่องฟิลเตอร์กรองฝุ่น  เขาแนะนำให้ผมรู้จักฟิลเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ติดกับระบบแอร์  และในบ้านเขาก็ใช้ฟิลเตอร์นี้ในการรับมือกับฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้  และเพื่อนก็ใจดีแบ่งให้ผมมาลองใช้งานดู

pic59734_js mat

 

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เรียกว่าอะไรผมก็ไม่ได้รู้จักชื่อที่ถูกต้อง  รู้แต่ว่ามันเป็นชนิด g4 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาด 1ไมครอนได้ประมาณ 90% นั่นก็หมายความว่า ฝุ่น pm2.5 ก็สามารถกรองได้อย่างไม่มีปัญหา  ก็เลยทำการทดลองกับกล่อง DIY ที่ทำขึ้นมา

2019-02-10_06-46-13

กล่องนี้ ในตอนที่แล้วผมสร้างจากกล่องใส่นม uht และใช้หน้ากากอนามัย 2 แผ่นแทนฟิลเตอร์กรองฝุ่น  ติดพัดลมด้านหนึ่งของกล่อง  และติดฟิลเตอร์ด้านตรงข้ามกับพัดลม  ผลการวัดค่าด้วยเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi air detector ก็ทำงานได้ดีระดับนึงคือลดฝุ่นลงได้ประมาณ 50%  แต่ยังไม่ดีเท่ากับเครื่องฟอกอากาสที่ทำขายกันในห้าง  แต่ก็ถือว่าหลักการทำงานใช้งานได้เช่นกัน

 

เมื่อได้ฟิลเตอร์ G4 มาทดสอบ  ก็จัดการรื้อหน้ากากอนามัยออก แล้วเอาฟิลเตอร์ตัดเท่ากับกล่อง มาปิดแทนหน้ากากอนามัย  ใช้เทปพันสายไฟติดฟิลเตอร์เข้ากับตัวกล่อง  แล้วก็ทดลองใช้งาน วัดค่าฝุ่นที่ออกมาจากกล่องนี้  ผลก็คือ มันทำงานได้ดีมาก  ลดฝุ่นในห้องจาก 10ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ตรงสเป็คเลย

 

 

 

IMG_20190209_215444

 

 

IMG_20190209_215409

 

 

 

 

IMG_20190209_215255

 

เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะออกแบบเครื่องกรองอากาศขึ้นมาใช้เองเลย  ถ้าใส่กล่องไม้ในรูปทรงที่ดูดี ใช้พัดลมที่ตัวใหญ่ แรงลมเยอะ และเสียงเบาลง  รวมถึงจะได้ออกแบบกล่องที่ใหญ่พอสำหรับติดฟิลเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นสามารถลดฝุ่นในห้องได้เร็วกว่ากล่องขนาดเล็ก  มันจะเป็นเครื่องกรองฝุ่นที่น่าใช้มาก  เพราะมันสวยตามใจเรา  เพราะมันเป็นของที่เราทำเอง และเพราะมันทำงานได้ดีด้วย

 

 

สรุป

เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองฝุ่น ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน คนทั่วไปสามารถสร้างขึ้นเองได้  อาศัยเพียงพัดลมและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเท่านั้น  พัดลมเราหาได้จากอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ที่เหลืออยู่ในบ้าน  หาได้จากคอมพิวเตอร์เก่า หรือแม้แต่ร้านขายอะไหล่ไฟฟ้าก็น่าจะมีขายอยู่ในราคาไม่ถึง100 บาท  แหล่งจ่ายไฟเราได้จากหม้อแปลงเก่าๆ จะใช้ 12v ก็ได้  จะใช้ 5v ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพัดลมที่เราเลือกใช้  หม้อแปลงเก่ามันก็น่าจะมาจากของเหลือในบ้านอีกเช่นกัน  บ้านที่ใช้อินเทอเน็ตความเร็วสูงก็จะมีเร้าเตอร์ที่ใช้งานมายาวนาน เปลี่ยนความเร็วอินเทอเน็ตก็ต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์  ของเก่าก็เลิกใช้ หม้อแปลงเก่าจากเร้าเตอร์เก่าๆก็เก็บวางไว้เฉยๆ หรือบางคนอาจใช้หม้อแปลงจากexternal harddisk ที่คนเล่นเน็ตมักจะซื้อติดบ้านไว้อยู่แล้วตั้งแต่อดีตนานแสนนาน  ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ก็ไม่พอใช้ต้องซื้อใหม่แน่นอน  เหลือหม้อแปลงแน่ๆ  ส่วนฟิลเตอร์ก็จะเป็นตัวสำคัญที่สุด  เราลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฟิลเตอร์  หน้ากากอนามัยชิ้นละ 5 บาท 2ชั้นก็10บาท ซื้อได้ไม่ต้องคิดเลย  ใส่ 2 ชั้นก็ทำงานได้   หรือจะใช้ฟิลเตอร์เฉพาะทางแบบผมก็ได้  หรือจะใช้ฟิลเตอร์กรองแอร์ที่อยู่ในรถยนต์ก็ได้  ฟิลเตอร์กรองแอร์ก็ทำงานดักฝุ่นที่ระดับ 0.3ไมครอนได้เช่นกัน  กรองแอร์ในเว็บขายของก็มีราคาชิ้นละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562  บันทึกไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนงบน้อย และคนไม่อยากซื้อเครื่องกรองอากาศเยอะเกินไป   และในวันนี้ค่าฝุ่นในอากาศก็ลดระดับลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว  มันลดลงมาสัก  7 วันแล้ว  แต่พยากรณ์ค่าฝุ่นจากเว็บก็บอกว่า อาจจะมีฝุ่นปกคลุมอีกระลอกในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2562  เตรียมของไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

แถมให้อีกภาพครับ

ด้านซ้ายคือยังไม่เสียบไฟ พัดลมยังไม่หมุน เครื่องยังไม่ทำงาน

ด้านขวาคือเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องทำงานไปประมาณ 2 นาที

PHOTO_COLLAGE1549821521206

nec26-fact tell story sell

IMG_4677

 

Fact Tell  Story Sell

การสื่อสารกับกลุ่ม networking ให้มีประสิทธิภาพมีคนจำเราได้นั้นจะทำให้เพื่อนๆสามารถนำเรื่องของเราไปเล่าต่อให้กับคนอื่นฟังได้ และนั่นจะเป็นที่มาของ referral ที่ดี

การทำให้เพื่อนจำเรื่องของเราได้ เราควรจะสื่อสารด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ ไม่ใช่ ข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่เพียงอย่างเดียว  การหาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเรามาผูกเป็นเรื่องเล่าจะทำให้ผู้คนจำได้ง่าย และเล่าต่อได้ง่าย  ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้

นายธนาคาร มีโครงการกู้เงินซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำ  เมื่อเขามาพูดต่อหน้ากลุ่มเพื่อนหรือกลุ่ม networking เขามายืนพูด สวัสดีครับ ผมมาจากธนาคาร  ตอนนี้ดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อบ้านต่ำมากนะครับใครสนใจขอเชิญคุยต่อที่โต๊ะอาหารได้เลยนะครับ

 

flower house-IMG_9423

 

กับอีกแบบหนึ่งถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องเล่า
วันก่อนครับ  ผมไปเจอกับเพื่อนรุ่นน้องมาคนหนึ่ง  เขามีครอบครัวกำลังโต มีลูกสองคน  เขากับแฟนทำงานประจำ  ลูกกำลังจะเข้าโรงเรียน เขาอยากจะย้ายจากคอนโดมาอยู่บ้านสักหลัง  ผมกำลังดูแลโครงกู้ซื้อบ้านอยู่พอดี  เลยให้คำปรึกษาและเลือกโครงการที่ดอกเบี้ยต่ำที่เหมาะกับเขาให้  ตอนนี้เขากำลังย้ายของเข้าบ้านใหม่อยู่ครับ

จากสองวิธีการพูดนี้ เราจะจำเรื่องราวที่สองได้  และนำไปเล่าต่อได้ง่ายกว่า  ส่วนวิธีพูดแบบที่หนึ่ง เราอาจจะไม่ใส่ใจที่จะจำเสียด้วยซ้ำ  ดังนั้น ธุรกิจของเรา เราอยากให้คนจำเราแบบไหน ให้ลองเลือกวิธีและหาเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ น่าสนใจ แล้วลองใช้กับการประชุมกลุ่ม networking ดูครับ

 

nec17 – referral source ep2 ช่องทางที่ 3

IMG_7262

referral source หรือแหล่งที่มาของการแนะนำงาน ที่มีอยู่ 8 ช่องทาง  เราจะมาต่อที่ช่องทางที่ 3 ครับ

(ย้อนไปอ่านช่องทางที่ 1 และ 2)

ช่องทางที่ 3

คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์ของเรา  หรือ คนที่ลูกค้าเราไปอุดหนุน  ยกตัวอย่าง  ถ้าเราขายหนังสือ หรือ ขายเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม  โรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือ หรือ พิมพ์กล่อง คือคนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจของเรา  ก็คือซัพพลายเออร์ของเรานั่นเองที่จะเป็นผู้ให้ referral แก่เราได้      หรือ  ธุรกิจที่ลูกค้าเราไปอุดหนุน  เช่น  ลูกค้า fitness ไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหารสุขภาพ   ถ้าเราจะพัฒนา referral source ช่องทางนี้  เราก็ควรจะ ไปแนะนำตัวกับคนกลุ่มนี้

 

การแนะนำตัวกับซัพพลายเออร์ ว่าเราขายอะไร  ลูกค้าเราเป็นใคร  เขาจะได้นึกออกว่าถ้ามีลูกค้ามาถามหาถึงบริการของเรา  เขาจะได้แนะนำเราให้กับคนถาม  เช่น ธุรกิจ catering รับจัดเลี้ยง  เวลาเราไปจัดเลี้ยง  คนที่ได้ประโยชน์คือ คนขายของสดให้เรา คนขายข้าวสารให้เรา  เราควรไปแนะนำตัวให้คนขายของสดและขายข้าวได้รู้จักเราว่าเรามีลูกค้าแบบไหน  เพราะคนขายก็ขายให้ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล วัด เขาอาจไม่รู้ว่าเราเป็นธุรกิจรับจัดเลี้ยงตามบริษัท  เราควรไป 1-2-1 กับซัพพลายเออร์นั่นเอง   เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีคนรู้จักหรือคนมาถามหาจากคนขายว่า ถ้าเขาจะจัดเลี้ยงพนักงาน ช่วยแนะนำร้านอาหารให้หน่อย  คนขายข้าวสารย่อมจะไม่แนะนำวัด ไม่แนะนำโรงเรียนให้กับคนถามอยู่แล้ว  เขาจะต้องแนะนำร้านอาหาร และ catering แน่นอน  ถ้าเราไปแนะนำตัวให้ชัดเจน  ไปบอกซัพพลายเออร์ว่าเรามีลูกค้าแบบไหน เราอยากบริการลูกค้าแบบไหน  เขาจะได้จำได้และนึกถึงเราเมื่อต้องแนะนำให้เพื่อนเขา

 

ทำไมเขาถึงกล้าแนะนำเราให้กับเพื่อนเขา ก็เพราะ เราอุดหนุนซัพพลายเออร์มานาน  และซัพพลายเออร์ก็รู้ว่าเราจ่ายเงินตรง เรามีคุณภาพนั่นเอง  ช่องทางที่ 3 นี่คือช่องทางที่ควรพัฒนาให้เป็น referral source ของเราให้ได้

 

freed โดนชนท้าย ประสบการณ์เคลมประกัน

IMG_4913

ขับรถมายี่สิบปีผมเพิ่งประสบเหตุโดนรถชนท้ายครั้งแรกเมื่อวานนี้  ซึ่งที่ผ่านมารถคันเก่าและคันปัจจุบันผมทำประกันชั้น 1 มาตลอดและไม่เคยเคลมเลยสักครั้ง  ไม่เคยทำสีรถ ไม่เคยชนใคร  แต่เมื่อวานก็เจอเรื่องโชคร้ายที่ต้องเป็นคนโดนชน

 

IMG_4919

บนถนนรถติดๆ ค่อยๆวิ่ง  ผมขับรถกลับบ้าน และรถค่อยคลานไปตามทาง อยู่ๆก็มีแรงกระแทกที่ด้านท้าย ผมก็รู้ได้ทันทีว่าโดนชนท้ายแล้ว ผมเหลือบมองดูนาฬิกา ตอนนี้ประมาณหนึ่งทุ่ม  ผมจะต้องไปยืนรอประกันสักกี่นาทีกันนะ  แล้ววันนี้ผมจะถึงบ้านกี่โมง

 

IMG_4915

ลงจากรถพร้อมโทรศัพท์มือถือ  เดินไปถ่ายรูปทะเบียนหน้ารถ และป้ายต่อภาษีของรถที่มาชนผม  แล้วก็โทรหาเพื่อนที่ขายประกันรถให้ผม เขาก็แนะนำขั้นตอนต่างๆ  ก็เลยโทรเข้า callcenter  แจ้งเหตุ แล้วรอเจ้าหน้าที่  รถอีกฝ่ายก็เรียกประกันของตัวเอง   ผมโทรบอกที่บ้านว่าจะกลับช้า ภรรยาผมถามว่าเคลมประกันเป็นไหม  เพราะเขารู้ว่าผมไม่เคยเคลมประกันเลย  ภรรยาให้กำลังใจ แล้วก็วางสายไป

 

IMG_4916

คนขับที่ชนรถผมเขาก็ลงมาขอโทษ ผมก็ไม่ว่าอะไร พยักหน้าแล้วเดินแยกไปคุยกับประกันในสาย  รอประมาณ 30 นาทีเจ้าหน้าที่ก็มาถึง กรอกเอกสาร แล้วก็ให้ใบเคลม แล้วก็แยกย้าย ผมก็งงๆ  แล้วก็ขับรถกลับบ้าน พร้อมรอยถลอกจากป้ายทะเบียนฝังเพชรของรถคันหลัง

 

IMG_4917

ตอนเช้าสว่างแล้วผมก็ค่อยมาถ่ายภาพรอยแผลซ้ำอีกรอบ  เดี๋ยวคงต้องไปตระเวณหาอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัทประกันภัยว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง ยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาสักแค่ไหน แผลเล็กๆ รถยังวิ่งได้ แต่ก็ต้องส่งทำเพราะมันต้องทำ

 

IMG_0136

“ขอโทษนะคะ  ก้มหน้าไปนิดนึงแล้วเงยขึ้นมาก็ชนเลย”  นี่คือคำพูดที่คนชนบอกกับผม  ผมก็เงียบๆ ยิ้มแล้วแยก ผมไม่อยากคุยเยอะ  ผมก็เดาว่าเขาก็คงกำลังมองโทรศัพท์มือถือตอนขับรถนี่แหละ  โชคร้ายมากที่ผมต้องอยู่บนถนนกับคนใช้มือถือตลอดเวลา  เหตุการณ์นี้ผมก็เตือนตัวเองว่า อย่าละสายตามาดูโทรศัพท์ตอนรถวิ่งเด็ดขาด จะได้ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น

 

ผมเริ่มคิดถึงกฏหมายลงโทษคนใช้มือถือระหว่างขับรถ   จริงๆผมไม่ได้อยากได้กฏหมาย แต่อยากได้ลูกเล่นโทรศัพท์ที่จะไม่ทำงานถ้ามันเคลื่อนที่  ผมว่าทำได้นะถ้าจะทำ

 

ธุรกิจอู่ซ่อมรถก็กำลังจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 1 คน  ผมรู้สึกว่าธุรกิจอู่ซ่อมน่าจะเป็นอีก 1 ธุรกิจที่ยังคงอยู่ได้ดี ยังไม่โดน disruption จากการเติบโตของอินเทอเน็ต  ผมดูจากการซื้อการใช้งานของผมเอง  อย่างเช่น ผมซื้อ gadget ซื้อสินค้าไอทีจากเว็บขายของแล้ว แทนที่จะไปซื้อที่ห้างแบบหลายปีก่อน  ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ผมทำอยู่ก็มีคนพิมพ์ใบปลิวน้อยลงจากแต่ก่อนที่คนเริ่มธุรกิจจะคิดเรื่องใบปลิวก่อน แต่ปัจจุบันเขาคิดถึงช่องทางโฆษณาในอินเทอเน็ตก่อน  ธุรกิจขายแผ่นหนัง แผ่นเพลง โดนอินเทอเน็ตตีตายมานานแล้วและหลายคนหันไปจ่ายเงินให้กับบริการ stream จากค่ายหนัง เหมาจ่ายเป็นรายเดือน   คนฟังเพลงไม่ต้องไปซื้อแผ่นแท้แพงๆ อินเทอเน็ตทำให้แผ่นผีระบาด  เพลง mp3 เกลื่อนเมือง  และในที่สุด อินเทอเน็ตก็ฆ่าแผ่นผีเองด้วย มีบริการเหมาจ่ายรายเดือนแค่ร้อยกว่าบาทฟังได้ทุกเพลง  ถูกยิ่งกว่าซื้อแผ่นเพลงห่วยๆ 1 แผ่นในอดีตเสียอีก

 

ธุรกิจอู่ซ่อม  ธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ ผมเชื่อว่ายังคงอยู่ได้  เพราะอินเทอเน็ตไม่สามารถเสนอบริการที่ดีกว่า ประหยัดกว่าเพื่อจะทำให้รถที่เสียกลับมาใช้งานได้  ยังคงต้องมีการซ่อมบำรุงโดยช่าง  การทำสีรถ  การซ่อมส่วนที่แตกหักเสียหาย ซ่อมเครื่องยนต์  ซ่อมช่วงล่าง เปลี่ยนยาง สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่อีกนาน  แม้ว่าต่อไปรถจะไม่ต้องเติมน้ำมัน แต่ชิ้นส่วนที่เสื่อมและเสียหายจากการชนก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

ผมลองติดต่อบริษัทแม่เพื่อถามรายชื่ออู่ที่ใกล้บ้านผม บริษัทบอกให้ผมไปดูในเว็บ  ซึ่งในเว็บบริษัทไม่มีข้อมูลนี้ หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้ได้  ผมไปเจอรายชื่ออู่จากรีวิวในพันทิป ในเว็บอื่นๆที่พูดถึงการเคลมประกัน  ผมได้อ่านฟีดแบ็คเรื่องอู่ห่วยๆด้วย  ผมว่าบริษัทแม่ไม่ฉลาดเลยที่จะปล่อยให้ลูกค้าไปหาข้อมูลเอง  เพราะเขาจะไปเจอข้อมูลที่ไม่เป็นผลดีต่อบริษัทแม่แน่นอน

2018-12-28_08-33-22

ผมซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านเพจนี้ https://www.facebook.com/polarbearbkk/
นอกจากการติดต่อที่ง่าย โทรไปก็รับสายตลอดแล้ว  ยังได้รับการปรึกษาแนะนำเรื่องขั้นตอนการเคลม และแนะนำอู่ใกล้บ้านให้ผมได้อีกด้วย  ราคาที่ผมจ่ายก็ไม่ได้แพงไปกว่าเดิมที่ผมเคยซื้อกับบริษัทใหญ่ๆ  คนขายประกันบอกว่า เขาทำราคาต่ำที่สุดไม่ได้หรอก แต่เขาเพิ่มบริการอื่นๆที่มีประโยชน์ให้  อย่างเช่นการอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทำแทนลูกค้าได้เมื่อเกิดเหตุ   อย่างเช่นการหาอู่ หาร้านซ่อม  ซึ่งการซ่อมรถเราต้องการอู่มากมายหลายความถนัด ช่วงล่างทำที่ไหน  เบรกต้องร้านไหน เครื่องยนต์ต้องอู่ไหน ซ่อมสี กระจก แอร์ ความร้อน พวกนี้แต่ละอู่เก่งไม่เท่ากัน  ลูกค้าอย่างผมก็อาศัยนำแนะนำจากคนขายประกันนี่แหละครับ

 

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าฟรีด honda freed 217054km

2018-12-14_04-02-50

หลักกิโลเมตรบนหน้าจอแสดงไว้ที่ 217054 ผมเอารถฮอนด้าฟรีดไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ใช้น้ำมันเครื่อง ปตท รุ่น super synthetic 0w-30 ที่ซื้อแล้วแถมลำโพง jbl clip2 ซึ่งเป็นลำโพงบลูทูธหน้าตาดีและคุณภาพใช้ได้  ผมเคยใช้น้ำมันเครื่องรุ่นแถมลำโพง jbl go มาแล้ว 2 ครั้ง ได้ลำโพงมาใช้ 2 ตัว  มารอบนี้ก็ซื้อตุนไว้ ได้ลำโพงมาเล่นเพิ่มอีกตัว

2018-12-14_02-33-54

ใช้บริการอู่รถยนต์แถวบ้าน ใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม 350 บาท  ในนี้จะเป็นค่าแรง 200 บาท  เป็นค่าไส้กรองน้ำมันเครื่อง 150 บาท  เปลี่ยนแล้วก็สบายใจ  เพราะปกติขับรถเพลินๆไม่เคยสนใจเรื่องระยะทาง บางทีรู้ตัวอีกทีเลยระยะทางที่ต้องเปลี่ยนไปหลายพันกิโลเมตรเลย

IMG_4233

 

nec17 – referral source ep1

IMG_4105

การเพิ่ม referral ให้กับตัวเรามีหลายวิธี  ใน bni เคยเล่าไว้ว่ามี 8 ช่องทาง  แค่เพียงเราเลือกสักช่องทางออกมาเน้น มาพัฒนาให้มันเกิดขึ้นจริง  ก็จะทำให้จำนวน referral ของเราเพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน  การเพิ่มขึ้นของ referral ก็จะนำมาซึ่งธุรกิจ  และมันก็จะทำให้บริษัทของเราเติบโตต่อไป

8ช่องทางคือดังนี้

1 คนที่อยู่ในรายชื่อ contact sphere ของเรา
2 ลูกค้าแสนดีของเรา
3 คนที่ได้ผลประโยชน์จากการทำธุรกิจของเรา คนที่ได้เงินจากธุรกิจของเรา เช่นซัพพลายเออร์
4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส
5 ลูกน้องของเรา  เพราะเขารู้จักเราดี
6 คนที่เราเคยให้ referral
7 คนที่เคยให้ referral แก่เรา
8 สมาชิกในกลุ่ม networking

เราจะอยู่กับ 2 แหล่งก่อน เพื่อให้เราจำข้อมูลและนำไปทดลองทำได้

ช่องทางที่1  คนใน contact sphere

ก็คือคนที่มีคุณสมบัติสามารถเป็น powerteam กับเราได้  คนกลุ่มนี้คือคนที่มีคุณภาพ มีโอกาสสูงมากที่จะให้ referral กับเรา  สมมุติว่า  ถ้าเราให้คนทำ catering  นักจัดดอกไม้  ออแกไนเซอร์ โรงพิมพ์ ช่างภาพ ได้มานั่งอยู่ในห้องเดียวกัน โดยห้ามมีคนอื่น  ผ่านไปสัก 1 ชม. ก็จะมีธุรกิจเกิดขึ้น  แต่ละคนจะมีลูกค้าของตัวเองที่สามารถใช้บริการคนอื่นในห้องได้ด้วย  งานแต่งงานทำให้คนหลายอาชีพกลายเป็น powerteam กันได้  และนี้คือ referral source ช่องทางที่ 1

ช่องทางที่ 2 ลูกค้าเก่า

ก็จะเป็น referral source ที่ดีให้กับเราได้เ่ช่นกัน  เพราะลูกค้าเก่าได้เคยใช้งานเรามาแล้ว  ลูกค้าเก่าเชื่อเต็มร้อยว่าเรามีคุณภาพ  ลูกค้าเก่า พร้อมจะบอกต่อ  พร้อมจะเล่าเรื่อง testimonial ของเรา  เราควรจะติดต่อกับลูกค้าเก่าของเราอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้เขานึกถึงเรา และเชียร์เรากับคนที่เขาพูดคุยต่อไปเรื่อยๆ    แต่หากเราทำเสียเอาไว้ ลูกค้าเก่าไม่พอใจ เขาก็จะกลายเป็นคนที่ผลักลูกค้าให้หนีเราไปด้วยเช่นกัน

อ่านตอนใหม่ ช่องทางที่ 3

nec07 – เหตุผลที่ระบบ powerteam ไม่ได้ผล

เราจะทำอย่างไรให้เราสามารถมี referral ที่ดีถูกใจ วิธีการที่แน่นอนที่เราควรจะได้ทำก็คือ บอกเล่าว่าเราอยากได้ referral แบบไหนกับคนในกลุ่มเน็ตเวิร์คของเรา หรือให้ความรู้กับเพื่อนเราว่าเราอยากได้อะไร เป็นการบอกกับ contact sphere ของเรานั่นเอง ในขณะเดียวกัน ก็มีวิธีการอื่นที่ทำได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย โดยเป็นวิธีการให้ความรู้กับกลุ่มคนที่มีอาชีพใกล้เคียงกับเราและน่าจะส่งงานให้เราได้ การทำแบบนี้ เราจะเรียกว่า เรากำลังหา referral partner นั่นเอง ซึ่ง referral partner นี้ จะมีที่มาจากคนสองกลุ่มหลักๆ คือ จาก contact sphere และ จาก powerteam

คำว่า contact sphere กับ powerteam มีความหมายต่างกัน contactsphere คือกลุ่มคนที่อยู่ในเน็ตเวิร์คของเรา มีความน่าจะเป็นที่จะส่งงานให้เราได้ แต่เรายังไม่ได้ไปร่วมทีมกับเขาเพื่อทำบางอย่าง กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ powerteam เป็นกลุ่มที่เราได้ตัดสินใจร่วมทำงานด้วยกันแล้ว เพราะเล็งเห็นแล้วว่าน่าจะมีบางสิ่งบางอย่างร่วมกันและทำให้เกิดงานส่งต่อได้ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอาชีพที่ส่งเสริมกันหรือมีลูกค้ากลุ่มเดียวกัน

ต่อให้เราสร้าง powerteam กันแล้ว ก็ยังไม่ได้หมายความว่างานเราเสร็จสิ้น เรายังต้องหาวิธีที่จะทำให้เรากับทีมสามารถส่ง referral ต่อกันได้ สิ่งที่เป็นความสำคัญใน powerteam มากที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจ ความไว้วางใจหรือความมั่นใจ ทำให้คนในทีมมั่นใจว่าหากเขาส่งงานให้เราแล้วเราจะไม่ทำเสีย

สาเหตุที่ powerteam จะไม่ประสบความสำเร็จ หรือ วิธีการสร้าง powerteam ที่ผิด

1 คิดว่า คนในทีมคือ powerteam รวมตัวกันแล้วจบ แบบนี้ไม่เกิดงานแน่นอน ซึ่ง powerteam ที่แท้จริง เราจะต้องใช้เวลาทำงานร่วมกันกับทีมอย่างจริงจัง

2 ไม่ให้เวลากับทีม เราต้องใช้เวลาเพื่อพูดคุย เรียนรู้ เราอยากได้อะไร เพื่อนอยากได้อะไร และมุ่งหาวิธีที่จะทำให้เพื่อนไปถึงเป้าหมาย นั่นคือต้องประชุม powerteam อย่างสม่ำเสมอ  ต้องทำ 1-2-1 อย่างทั่วถึงทั้งทีม

3 อยู่ผิดทีม ถ้ามีใครบางคนในทีมไม่สามารถให้ referral กับเราได้ นั่นแปลว่า ไม่เขาก็เราที่อยู่ผิดทีม อาจจะมีสาเหตุมาจาก เซอร์วิสของเราเพื่อนทำเองได้ เลยไม่มีงานมาถึงเรา แบบนี้เราและเขาไม่ควรอยู่ทีมเดียวกัน ต้องเปลี่ยนทีม ให้เรามองหาทีมอื่น มองหาเน็ตเวิร์คอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ คนเราสามารถมีกลุ่มเน็ตเวิร์คได้หลากหลาย ให้เราเลือกอยู่กับทีมที่ต้องการเรา

การมี powerteam ที่มีประสิทธิภาพ จะต้องเกิดผลลัพธ์  ลองใช้เวลากับทีมสัก 3 เดือนหากไม่เกิดผลทางธุรกิจนั่นเป็นสัญญาณบอกว่าเราต้องเปลี่ยน powerteam

nec92 – referral ออกแบบได้

Screen shot 2018-11-06 at 7.18.30 AM

referral หรือการแนะนำธุรกิจที่ดีที่เคยมีในระบบ bni เป็น referral ที่มาจากการออกแบบ ไม่เคยมีธุรกิจที่มาแบบฟลุคๆ ไม่เคยมี referral ที่ดีที่ได้มาโดยบังเอิญ หลายๆคนที่ทำธุรกิจมักจะรอคอย referral ซึ่งการเฝ้ารอแต่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ดี

referral ออกแบบได้ เป็นแนวคิดที่เป็นจริง ไม่ว่าเราจะมีบทบาทอะไรในธุรกิจของเรา ตั้งแต่การเป็นเจ้าของ หรือ คนทำงาน การออกแบบreferral อย่างมีระบบ มีการวางแผน จะทำให้เราได้ referral ที่เราต้องการ

 

มีเหตุการณ์สมมุติ ถ้ามีนกแร้งสองตัวเกาะอยู่บนต้นไม้ เฝ้ารอสัตว์เดินมาตายใกล้ๆ แล้วจะเข้าไปกิน ถ้าเราเป็นแร้ง เราจะทำอย่างไร หาเรารอให้มีสัตว์เดินมาตายต่อหน้า พอเราจะเข้าไปกิน ก็มีแร้งอีกตัวที่อาจเร็วกว่าเราเข้ามาแย่งเราไป อาจมีคู่แข่งทางธุรกิจที่มีระบบการจัดการบางอย่างที่ดีกว่าเรามาตัดหน้าเสนอบริการที่ดีและพร้อมกว่าไปจนได้ แต่ถ้าเราเป็นแร้งที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันที่มีหัวก้าวหน้าสักหน่อย แทนที่เราจะรอสัตว์เดินมาตายตรงหน้า สู้ออกไปฆ่าสัตว์สักตัวแล้วกินเลยไม่ดีกว่าหรือ นั่นคือ การออกไปแล้วลงมือทำสิ่งที่แร้งตัวอื่นไม่ทำ ทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่ทำ การลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มากกว่าการรอคอยจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด referral ที่ดีได้ การลงมือทำเพื่อให้เกิด referral ก็คือการออกแบบ referral นั่นเอง อย่าลืมว่า referral ออกแบบได้

 

nec20 – สองหูหนึ่งปาก

IMG_4105

เหตุการณ์ที่จะนำพาไปสู่การเกิดงาน คืออะไร นั่นคือ มีใครสักคนบอกคุณว่าเขามีปัญหาอะไร  อยู่ๆเราจะไปบอกว่าคุณควรใช้งานเรา ก็ไม่สามารถทำได้
ทุกๆงานมักจะเกิดจาก มีคนเกิดปัญหา และเขาบ่นให้เราฟัง

พวกเราเป็นคนที่มี 2 หู 1 ปาก นั่นเป็นธรรมชาติที่สอนให้เราฟังมากกว่าพูด
การถามเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นได้พูดเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความสัมพันธ์ เพราะคนที่ฟังจะหมายถึงคนที่ให้ความสำคัญกับผู้อื่น สิ่งที่เราควรทำก็คือ ทำให้เขาบ่น หรือ ให้เขาได้พูด ได้เล่า

วิธีการก็คือ การถามนำ  ให้เราถามคำถามที่ทำให้เขาได้เล่าครับ ยกตัวอย่างคำถาม

1 ช่วงนี้คุณมีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นไหม

2 วันนี้อะไรน่าสนใจสำหรับคุณไหม

3 คุณผ่านวิกฤตเมื่อปี ….  มาได้อย่างไร

ผลของคำถามจะทำให้คนโดนถามต้องหยุดคิดเล็กน้อย แล้วก็เรียบเรียงคำตอบให้คุณ การตอบคำถามของเขาจะนำมาสองเหตุการณ์ คือ

1 อาจจะมีปัญหาเล่าให้ฟัง  และเราเป็นนักแก้ปัญหาก็จะสามารถแก้ไขให้ได้ เพราะพวกเราเยอะ
2 คนตอบจะเริ่มจดจำคนถามได้  เพราะคำถามมันแปลกและไม่ค่อยได้พบเจอการถามแบบนี้

เราน่าจะลองหาคำถามเปิดประเด็นเพื่อนำไปใช้กับว่าที่ลูกค้า หรือ คอนเน็คชั่นใดๆที่เราไปพบเจอ   การถามอย่างสร้างสรรค์จะนำผลลัพธ์ที่ดีมาให้ได้ครับ