รีวิว Apple USB-C to headphone jack 3.5mm

โทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันเริ่มออกแบบให้ไม่มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm โดยคงเหลือไว้แต่พอร์ตชนิด usb-c แค่เพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น เป็นผลให้หูฟังระบบเก่าที่เป็นแจ็ค 3.5mm ไม่สามารถใช้งานกับเครื่องรุ่นใหม่ได้ หลายยี่ห้อก็จะผลิต accessory ออกมาทดแทน คือ ทำตัว usb-c to headphone jack 3.5mm ออกมา คนที่จะใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่กับหูฟังรุ่นเก่าก็ต้องพึ่งอแด๊ปเตอร์ตัวนี้เท่านั้น และเมื่อมันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสียงเข้าหูฟัง ก็เลยมีประเด็นเรื่องคุณภาพเสียงออกมาให้พิจารณาด้วย

Apple usb-c to 3.5mm

ค่าย apple ก็มีพอร์ตเฉพาะของตัวเองเป็น lightning มือถือและแท็ปเบล็ตอย่าง ipad ก็ใช้พอร์ตชนิดนี้ แต่ก็ดันมีรุ่นหนึ่งอย่าง ipad pro ที่เลือกใช้พอร์ต usb-c ออกมา และไม่มีช่องเสียบหูฟัง การจะใช้หูฟังกับ ipad รุ่น usb-c ก็เลยจำเป็นต้องมีตัวแปลง usb-c to headphone jack 3.5mm ตัวนี้ เราก็เลยมี apple usb-c to 3.5mm ให้ใช้

(เพิ่มเติม oct2023 มือถือ iphone15 ที่เปิดตัวในปี 2023 ก็เปลี่ยนมาใช้พอร์ต usb-c แล้ว)

IMG_20200612_130433

google ทำอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm มาใช้กับมือถือ nexus ราคาเส้นละ 20 ดอลล่าร์ พอ apple ทำบ้าง แต่ตั้งขาย 10ดอลล่าร์ ก็เป็นประเด็นให้สาวกค่าย google บ่นว่า google ทำของแพง และยิ่งมีคนเทียบคุณภาพเสียงแล้ว พบกว่า apple ทำเสียงออกมาดีกว่า google ก็เลยยิ่งเป็นประเด็น และในที่สุด google ก็ลดราคาอแด๊ปเตอร์ของตัวเองลงมาอยู่ในระดับราคาเดียวกับ apple

ด้วยข้อมูลที่ฝรั่งหลายเว็บบอกไว้ว่าคุณภาพเสียงของ apple ทำออกมาดี ผมก็เลยสนใจสั่งซื้อมาลองกับโทรศัพท์ของตัวเองด้วย โดยโทรศัพท์ที่ใช้ก็คือ Redmi Note7 ที่ใช้พอร์ต usb-c และเมื่อได้ทดลองเสียบอแด๊ปเตอร์ของ apple เข้าใช้งานกับมือถือ android พบว่าทำงานได้ดี ก็เลยจัดการทดสอบจริงจัง และ อยากจะทดลองใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย เลยหาตัวแปลงพอร์ต usb-c to usb-a มาใช้ร่วมกัน

คุณภาพเสียงของ apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจ มันให้ความโปร่งฟังสบาย เสียงใส และมีเสียงย่านเบสที่ลงลึก ติดตามการเล่นโน้ตเบสได้ง่าย และฟังเสียงกลองแยกแยะเสียงกระเดื่องได้ชัดเจน เทียบเสียงที่ต่อหูฟังตรงกับโทรศัพท์ กับเสียงที่เสียบผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้ เสียงตรงจากโทรศัพท์จะให้เสียงโดยรวมเหมือนนักดนตรียืนทับซ้อนกัน ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะอยู่ชิดติดกัน แต่เสียงที่ผ่านอแด๊ปเตอร์เส้นนี้จะแยกแยะช่องไฟได้ห่างและชัดเจนกว่า การทับซ้อนกันของแต่ละชิ้นดนตรีไม่มีเลย แบบนี้ถือว่าเสียงจาก apple ทำได้ดีน่าชื่นชมมาก ยิ่งเมื่อดูจากราคาขายในไทย ราคาเพียง 390 บาท ก็ทำให้รู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราใช้เงินแค่นี้ก็อัพเกรดเสียงโทรศัพท์มือถือให้ดีมากๆได้แล้ว

ทดลองเอาอแด๊ปเตอร์ apple usb-c เส้นนี้ไปใช้กับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค ก็ทำงานได้ดี โน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการวินโดส์ 10 สามารถใช้งานได้เลย ผมมีโน้ตบุ๊ค asus ใช้ cpu ryzen ก็ทำงานได้ แต่ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ windows 7 ไม่ได้ กับเครื่องที่ใช้ได้เสียบตรงเข้ากับพอร์ต usb-c ก็ทำงานได้เลย ถือว่าเป็น external soundcard ก็ได้ คุณภาพเสียงก็ดีขึ้นกว่าเสียงจากฮาร์ดแวร์ติดเครื่องมา น้ำเสียงสดใส ช่องไฟแต่ละชิ้นดนตรีก็จัดวางห่างกันไม่ทับซ้อน เป็นการอัพเกรดคุณภาพที่ราคาแค่หลักร้อยบาท ฟังแล้วอยากซื้อมาติดกับคอมฯทุกตัวในบ้าน

Screen Shot 2563-07-22 at 8.25.36 AM

ทดลองใช้ร่วมกับโน้ตบุ๊ค Macbookair ปี 2010 โดยหาตัวแปลงพอร์ต usb-a to usb-c มาใช้ร่วมด้วย ระบบปฏิบัติการ osx ก็จัดการติดตั้งฮาร์ดแวร์ให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องใช้ไดรเวอร์ใดๆ คุณภาพเสียงของฮาร์ดแวร์ติดเครื่อง macbookair รุ่นนี้ให้น้ำเสียงที่ดีมากอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพเสียงที่ดี เสียงผ่านอแด๊ปเตอร์ usb-c to 3.5mm ก็ให้แนวเสียงไปในทิศทางเดียวกัน จะบอกว่าเสียงเหมือนกันเลยก็ได้

ทดลองใช้กับ mac mini ก็ทำงานได้ราบรื่นไม่มีปัญหา อแด๊ปเตอร์เส้นนี้สามารถส่งเสียงไมค์ได้ด้วย ทำให้เราสามารถใช้หูฟังพร้อมไมค์กับสายเส้นนี้ได้ และใช้พูดคุยในโปรแกรม chat หรือ โปรแกรมประชุมใดๆก็ได้ เป็นความสะดวกที่เพิ่มเติมขึ้นมา

ปกตินักเล่นเครื่องเสียงจะหาซื้อ usb dac มาต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่ออัพเกรดคุณภาพเสียงของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ดียิ่งขึ้น usb-dac จากจีนที่เป็นยี่ห้อประหลาดพูดไปก็ไม่มีคนรู้จักก็มักจะมีราคาขายกันอยู่ในระดับหลัก 500 บาทขึ้นไป และ บางยี่ห้อที่มีสเป็คสูงขึ้น หรือ มีแอมป์หูฟังด้วย ก็จะมีระดับราคาหลักพันบาท ขึ้นไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ไปถึงหลายๆหมื่นบาทก็มี ใครที่อยากอัพเกรดแต่ไม่อยากจ่ายแพง เลือก apple usb-c to 3.5mm ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะราคาถูกมาก

ถ้าเราใช้หูฟังรุ่นที่มีไมค์ด้วย ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีไมค์ โผล่เข้ามาเป็น 2 ตัว คือไมค์จากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เอง และ ไมค์จาก usb-c หรือหูฟังนั่นเอง ภาพด้านล่างนี้เป็นหูฟังมีไมค์ของ sony

IMG_20200722_082652
Screen Shot 2563-07-22 at 8.26.29 AM

ถ้าเราใช้หูฟังที่ไม่มีไมค์ ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีแค่ไมค์จากคอมฯ เท่านั้น ไม่มีไมค์จากช่อง usb-c ภาพด้านล่างนี้คือหูฟัง AKG K701

IMG_20200722_082716
Screen Shot 2563-07-22 at 8.27.20 AM

ข้อดี

ประหยัดและเสียงดี

ข้อเสีย

ทำงานได้ในระดับ cd quality หรือ 16bit 44.1kHz เท่านั้น และพลังเสียงเบาเกินไปเมื่อใช้กับหูฟัง AKG K701 อยากให้ดังกว่านี้สักเท่าตัวจะดีมาก

สรุป

น้ำเสียงเป็นกลาง ย่านเสียงทุ้มกลางและแหลมมาพอดีๆกัน เราสามารถต่อกับหูฟังได้หลากหลาย และทดลองใช้กับหูฟังขนาดใหญ่อย่าง AKG K701 ก็ให้น้ำเสียงได้นุ่มนวลกลมกล่อม ถือว่าเป็นการอัพเกรดแบบประหยัดแต่คุณภาพเสียงดีเทียบกับโน้ตบุ๊คราคาแพงจากค่าย apple เลย

สนใจสั่งซื้อได้ที่ https://shope.ee/5AS8OHI8Yc


เพิ่มเติมเรื่องระดับเสียง

apple usb-c to 3.5mm ตัวนี้ให้เสียงเบาเมื่อใช้งานกับโทรศัพท์ android อย่าง redmi note7 และคาดว่ากับ ยี่ห้ออื่นก็อาจจะให้ผลเสียงเบาเช่นกัน แต่เมื่อเอา adaptor ตัวนี้ไปใช้กับโน้ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ windows10 จะได้เสียงที่ดังกว่ามาก สามารถเปิดเสียงได้ดังกว่าใช้งานบนโทรศัพท์เกิน 2 เท่า เรียกได้ว่า เปิดให้เสียงดังจนไม่อยากทนฟังก็ยังได้ อาจจะเป็นเพราะระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มีการจำกัดระดับความดังไว้ ส่วนใน windows10 ให้เสียงที่ดังเพียงพอต่อการใช้งาน

สนใจสั่งซื้อได้ที่ https://shope.ee/5AS8OHI8Yc

Aune M1 player

IMG_0269

Stock M1 build with PCM1793 as DAC and NE5532 + OPA2134 as amplifier. It’s able to push 700 mW into 32Ω load

เครื่องเล่นเพลง Aune M1 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ใช้งานค่อนข้างยากแต่ก็มีคุณภาพที่สูงมาก มันเป็นเครื่องเล่นไฟล์ชนิด wav เท่านั้น ไม่สามารถเล่น Mp3 หรือ Flac ได้เลย แถม Wav ที่เล่นได้ต้องมีสเป็คแค่ 16bit 44.1kHz เท่านั้น จะเป็น Wav ระดับ Hi-res หรือ 24bit ก็ไม่ได้ นี่เป็นความเฉพาะเจาะจงที่ทำให้ใช้งานยาก

IMG_0285

เวลาที่เราได้ไฟล์เพลงมาจากการซื้อ Mp3 เราก็เล่นไม่ได้ เวลาโหลดไฟล์เพลงใน Bittorrent ก็มักจะได้มาเป็น Flac ก็เล่นไม่ได้ นานๆทีถึงจะมีคนปล่อยไฟล์เป็นแบบ wav 16bit มาให้ ซึ่งมักจะเป็นเพลงเก่าหรืออัลบั้มที่ออกมานานแล้ว เพราะ Flac เพิ่งมาฮิตในยุคหลังๆ หากเราย้อนไปในยุคแรกของไฟล์ดิจิทัล และยุคของ ipod ช่วงแรกเรายังหาไฟล์ wav ได้ง่าย แต่พอโลกเรามีเครื่องเล่นเพลงยี่ห้ออื่นๆที่เล่นไฟล์ Flac ได้ เราก็จะพบไฟล์ Flac ได้บ่อยมากและตอนนี้ก็เป็นไฟล์ที่ฮิตมากที่สุดในโลกของ Bittorrent สุดท้ายในปัจจุบันหาเราอยากได้ไฟล์ wav เราแทบจะต้อง rip ไฟล์ออกจากแผ่นซีดีของเราเอง

การ rip ไฟล์เพลงเองก็หมายความว่าเราจะต้องมีแผ่นซีดีเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็ยืมเพื่อนมา rip ดังนั้น ความยุ่งยากของการใช้ M1 เป็นเครื่องเล่นก็คือ กว่าจะได้ฟังมันมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมันก็อาจจะทำให้เบื่อหน่ายได้ ซึ่งเหตุผลเรื่องความยุ่งยากก็ทำให้ M2 ออกมาทดแทน M1 โดยเพิ่มความสามารถในเรื่องการเล่นไฟล์เพลงได้หลากหลายอย่างแท้จริง และทำให้ M1 เป็นของที่ถูกเมิน

สิ่งที่ทำให้ผมยังคงชอบที่จะใช้งาน Aune M1 ก็คือ ปุ่มวอลลุ่มที่เป็นแบบอนาลอกโบราณ เป็นแบบที่ใช้งานได้เข้าใจง่าย ความคุ้นเคยกับการบิดสุดด้านทวนเข็มนาฬิกาเพื่อปิดเสียงเงียบ หรือค่อยๆหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อเพิ่มเสียงทีละนิด ทำให้เราได้ระดับเสียงที่ถูกใจเราทุกครั้งที่หมุน มันดีกว่าปุ่มกดดิจิทัลที่บางครั้งเรากดเพิ่มนิดเดียว แต่มันเพิ่มความดังให้เราเยอะเกินไป เนื่องจากผมเคยเจอเครื่องเล่นที่ปุ่มปรับความดังมันมีระยะสเต็ปของดิจิทัลที่ค่อนข้างห่าง level ที่เราฟังรู้สึกเบาไป พอกดเพิ่มเสียงไปอีก 1 คลิก ระดับเสียงก็ดังเกินไป มันไม่มีระยะความดังที่พอดีกับหูของเรา การมีปุ่มวอลลุ่มโบราณที่บิดไปมากน้อยตามใจเราจะทำให้เราตั้งระดับเสียงที่ถูกใจที่สุดได้ง่ายดายมาก และอย่างที่สองก็คือ มันเสียงดี ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งที่เราได้ยินกับหู แล้วเรารู้สึกว่าเราพอใจเสียงแบบนี้แล้ว

จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ชอบก็คือการมี digital out ทำให้การอัพเกรดระบบเป็นเรื่องง่าย เราสามารถเลือกใช้ Dac ตัวอื่นมาต่อเพื่อถอดรหัสเสียงดิจิทัลได้ เราเลือกสไตล์เสียงของ Dac ที่มาต่อได้ แม้ว่าเราจะพอใจกับเสียงที่มันแปลงเป็นอนาลอกให้แล้ว แต่เราก็มี Dac ตัวอื่นๆในใจเราอีกหลายตัวที่เราอยากลอง ยังคงมี Dac ระดับไฮเอนด์ที่ราคาตกมากๆให้เราลองซื้อลองเล่นดู เครื่องเล่นเพลงที่มีสัญญาณ digital out ในท้องตลาดปัจจุบันเป็นสิ่งที่หายากมาก เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะตัดความสามารถตรงนี้ออกไป อาจจะเพราะไม่จำเป็น อาจจะเพราะ Dac รุ่นใหม่ๆเสียงดีกว่า Dac เก่าสเป็คต่ำ ก็เป็นได้ แต่เราเป็นนักเล่น อะไรที่ลองเล่นได้ก็อยากเล่น เครื่องเล่นเพลงที่ต่อ digital out จึงเป็นตัวเลือกที่ต้องการใช้งานนั่นเอง ถามว่า ipod มีสัญญาณ Digital out ให้เราใช้หรือไม่ ก็ตอบว่า ไม่มี เราจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมราคาหลายพันบาทเพื่อที่จะใช้ดึงสัญญาณ digital out ออกจาก ipod ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มและใช้งานไม่สะดวก เพราะอุปกรณ์ที่ดึงสัญญาณดิจิทัลให้เรานั้นมันคือแท่นวางที่มีช่องเชื่อมต่อสารพัดช่องนั่นเอง เราแทบจะพกพาไม่ได้เลย

คุณภาพการเล่นเพลงของ Aune M1 ไม่มีข้อกังขา ผมรู้สึกว่ามันดีเหมือนเครื่องเล่นซีดี รู้สึกว่ามันดีเหมือนการเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงบนคอมพิวเตอร์ แต่มาในรูปแบบของอุปกรณ์พกพาขนาดกระทัดรัด ในอดีตผมเคยฟังเพลงอย่างจริงจังกับเครื่องเสียงรถยนต์ นักเล่นยุคเก่าก็จะชอบต่อเครื่องเล่นซีดีแบบหลายแผ่นในรถ เพื่อให้สามารถเปิดแผ่นที่ชอบได้สัก 6 แผ่นเป็นอย่างน้อย เครื่องเล่นแผ่นซีดีบางรุ่นก็ใส่ได้ 10 แผ่น เทียบกับเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลอย่างปัจจุบันที่ใส่เพลงได้เป็นร้อยเป็นพันเพลงแทบไม่ได้เลยในแง่ความสะดวก และการพกพาเพลงไปฟังบนรถ

ในวันที่เราเดินทางต่างจังหวัด เราต้องขับรถประมาณ 10 ชั่วโมง เราต้องใช้ซีดีกี่แผ่นเพื่อจะเปิดเพลงให้ได้ 600 นาทีเท่ากับเวลาที่รถวิ่ง ซีดี 1 แผ่นเรามีเพลงประมาณ 50 นาที จะฟังตลอดเส้นทางต้องมี 12 แผ่น และต้องเป็นแผ่นที่เราชอบทั้งหมด และชอบทุกเพลงด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมาก สุดท้ายผมก็เคยขนซีดี 50 แผ่นติดรถไปเที่ยวยาวๆไกลๆ

พอใช้เป็นเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod ผมก็มี 1000 เพลงอยู่ในฝ่ามือ นั่นเป็นความสะดวกของการฟังเพลงผ่านไฟล์เพลง และเมื่อ ipod ครองโลก การจะมีเครื่องเล่นเพลงอะไรที่เจ๋งกว่าออกมาและมีจุดขายที่เด่นชัดย่อมเป็นเรื่องยาก ในตลาดเครื่องเล่นเพลงก็หาตัวที่จะทำมาดีกว่า ipod ก็แทบไม่มีเลย และนี่ก็คือโชคและจังหวะที่ดีที่ Aune มีเครื่องเล่นตัวนี้ออกมา แต่มันไมไ่ด้ออกมาแทน ipod ที่จุเพลงได้เป็นพันเป็นหมื่น แต่มันออกมาแทนเครื่องเล่นซีดี ทั้งแบบแผ่นเดียวและแบบหลายๆแผ่น เพราะเราจะก็อปปี้ไฟล์เพลงจากแผ่นซีดีลงบนหน่วยความจำแล้วนำไปเปิดเล่นเปิดฟังในสถานที่ที่เราต้องการ

คนรักแผ่นซีดีน่าจะรักชอบเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบนี้ เพราะมันให้คุณภาพเสียงที่ดีมากทัดเทียมกับเครื่องเล่นแผ่นซีดี แต่มันเก็บไฟล์เพลงได้มากกว่า มันสามารถเก็บเพลงได้หลายสิบแผ่นเสียด้วย การเปิด การเลือกเพลง ก็ทำได้ง่ายดาย คนที่ซื้อ Aune M1 น่าจะเป็นคนที่มีแผ่นซีดีอยู่ในบ้านค่อนข้างเยอะ และยังคงหลงใหลกับแผ่นซีดีเหล่านั้น ความสุขของการมีไฟล์เพลงจากแผ่นออดิโอไฟล์เป็นร้อยเพลงติดตัวออกจากบ้านไปเที่ยวเล่น อยากฟังเมื่อไหร่ก็ได้ฟังเพลงคุณภาพสูง เหตุผลเหล่านี้ทำให้เรายอมซื้อเครื่องเล่นเครื่องนี้ได้ไม่ยากเลย

แต่ ipod ก็เล่นเพลง wav ได้และจุได้เยอะเหมือนกัน แล้วเราอยากได้อะไรที่ ipod ให้ไม่ได้ล่ะ นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเครื่องเล่น Aune M1 ก็คือ มีภาค headphone amp ที่ดีมาก มันสามารถส่งกำลังขับไปใช้งานกับหูฟังขนาดใหญ่ได้ สามารถใช้งานกับหูฟังความต้านทานสูงได้ เพราะหูฟัง Fullsize มักจะต้องการพลังงานในการผลักดันตัวไดรเวอร์ส่งเสียงที่มากเพียงพอ ipod จะกำลังไม่พอเมื่อใช้กับหูฟังขนาดใหญ่ ซึ่ง Aune M1 ทำได้ค่อนข้างดี

จุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้เรายอมใช้งานและอดทนกับความยุ่งยากในการเล่น เมื่อเราเตรียมเพลงให้พร้อม แล้วเปิดไฟล์เพลงนั้นๆด้วย Aune M1 พร้อมหูฟัง Fullsize สักตัว เราจะพบว่า สิ่งที่เรายอมแลก ที่เรายอมยุ่งยาก มันให้คุณภาพเสียงที่ดีมากนั่นเอง และทำให้เราไม่อยากกลับไปฟัง ipod ในแบบเดิมๆอีกเลย

IMG_20210806_220238

อัพเดทสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

Aune M1 มีโหมดการเล่นลับที่ซ่อนไว้ นั่นคือ pro mode ที่จะเล่นไฟล์เสียงให้น้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย วิธีการเข้าระบบ pro ก็คือ ตอนเปิดเครื่องให้กดปุ่ม play ค้างไว้ แล้วค่อยเลื่อนสวิตซ์เปิดเครื่อง เมื่อเปิดแล้วเครื่องจะเข้าระบบ Pro และจะมีตัวหนังสือสีแดงขึ้นในจอภาพ หากเลือกใช้แล้ว การปิดแล้วเปิดใหม่ครั้งต่อไป ก็จะติดเป็นโหมด Pro ไปตลอด แต่หากจะเลิกใช้โหมด Pro นี้ ก็ให้ใช้วิธีเหมือนตอนเข้า ก็คือขณะปิดเครื่องอยู่ ให้กดปุ่ม play ค้างไว้ แล้วค่อยเลื่อนสวิตซ์เปิด ตัวเครื่องเล่นก็จะออกจากโหมด Pro แล้วกลับสู่ระบบปกติ

หาลำโพงใช้ Learn From Home

เราอยู่ในยุคโควิด19 ที่เป็นโรคระบาด มีความอันตรายถึงชีวิต การระบาดทั่วโลกและในไทยทำให้มีคำสั่งห้ามออกจากบ้าน มีการปิดห้าง โรงแรม สถานที่สาธารณะ รวมถึงโรงเรียนทุกประเภทด้วย คนทำงานให้ทำงานจากที่บ้านถ้าทำได้ นักเรียนให้เรียนจากที่บ้านไปก่อน ดังนั้นการเตรียมตัวอุปกรณ์สำหรับการประชุมทางไกล หรือ เรียนทางไกล ก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ซึ่งในตอนนี้เราจะพูดถึงลำโพงก่อน เพราะค้นพบว่า ลำโพงมีความจำเป็นกับการสื่อสารหรือการเรียนบางวิชา

การเรียนจากที่บ้านสำหรับเด็กนักเรียน ในบางวิชาเราจำเป็นต้องได้ลำโพงคุณภาพสูงเพียงพอ หากจะเอาไว้เรียนรู้เรื่องเล่า ฟังข้อมูลวิชาการ ฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ลำโพงอะไรก็สื่อสารได้ แต่หากเด็กต้องเรียนภาษาอังกฤษ ต้องฟังเสียงคำอ่านที่คล้ายๆกันแต่สะกดไม่เหมือนกัน คนพูดที่ชัดเจนจะออกเสียงต่างกันเล็กน้อย ความเล็กน้อยนี้จำเป็นต้องใช้ลำโพงคุณภาพดีเพียงพอถึงจะฟังออกว่ามีความแตกต่างกันในการออกเสียง อย่างเช่น คำว่า plain กับ pain หรือ คำว่า wide กับ wine มันจะมีปลายเสียงต่างกันซึ่งแม้แต่การฟังต่อหน้ายังแยกแยะลำบากเลย คนฟังต้องได้ยินเสียงที่ชัดจริงๆถึงจะฟังออก ความสามารถในการแยกแยะหางเสียงตรงนี้ก็ต้องใช้ลำโพงที่ดี

ลำโพงบลูทูธในตลาดมีหลายตัวที่มีคุณภาพดี แต่การเชื่อมต่อบลูทูธมักทำกับโทรศัพท์มือถือหรือ tablet หรืออาจจะใช้กับโน้ตบุ๊ค แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากที่ใช้คอมฯตั้งโต๊ะและไม่สามารถใช้งานบลูทูธได้ การเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณเสียงทางช่อง Aux ก็เป็นสิ่งจำเป็น ลำโพงบลูทูธที่มีขายส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีช่อง Aux จะมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ยังมีช่องแบบนี้ให้ใช้งาน และลำโพงบลูทูธส่วนใหญ่ก็มีการเปิดปิดและการเชื่อมต่อที่ซับซ้อน บางครั้งการเชื่อมสัญญาณก็หลุด มีหลายครั้งที่สัญญาณเสียงหาย ต้องการการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งหากเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นคนที่เลือกซื้อลำโพงมาใช้ตั้งแต่แรกก็จะแก้ปัญหาได้ แต่เด็กในบ้านจะแก้ปัญหาแบบนี้เองไม่ได้ เพราะไม่มีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เหล่านี้

ลำโพงที่เหมาะกับการใช้งานเรียนออนไลน์ และเหมาะกับเด็กก็ควรจะเป็นลำโพงที่เปิดปิดง่าย หรือเปิดตลอดเวลาที่เสียบไว้กับเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียงที่ปรับง่าย ยิ่งเป็นปุ่มหมุนยิ่งดี เพราะการปรับความดังเป็นสิ่งจำเป็นในบางกรณี เช่นศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำออกเสียงฟังยาก หากเด็กสามารถเร่งเสียงด้วยตัวเองได้ก็จะปรับได้เลย เมื่อผ่านศัพท์หรือผ่านตอนที่ต้องการเสียงดังฟังชัดไปแล้ว ก็ค่อยปรับกลับมาเป็นระดับความดังปกติก็ได้ เพราะเราคงไม่อยากให้ลูกเราอยู่กับเสียงดังตลอดเวลา

การเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็มีความสำคัญ บางครั้งแม้แต่การต่อสาย Aux ก็อาจจะยุ่งยากเกินไปสำหรับบางครอบครัว ถ้าลำโพงมีสาย usb ที่ต่อเข้าเครื่องคอมฯ ทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายพลังงานและเป็น usb sound ไปด้วยในตัวก็จะทำให้เสียบสายเส้นเดียวได้ทั้งเสียงและพลังงานไฟฟ้ามาครบ ลำโพงแบบนี้ถือว่าออกแบบมาลดความยุ่งยากอย่างแท้จริง แต่เราก็ต้องไปค้นหาว่าลำโพง usb แบบนี้จะมีคุณภาพเสียงที่ดีเพียงพอไหม

พอเรารู้ว่าเราจะใช้ลำโพงคุณภาพระดับใด ใช้ทำหน้าที่อะไร เชื่อมต่อด้วยวิธีใด เราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าของถูกมากๆก็ไม่สามารถใช้งานกับงานที่เราต้องการได้ ของแพงบางตัวแม้จะใช้งานได้แน่นอนแต่ก็มีความซับซ้อนต้องใช้ความรู้ความเข้าใจพอสมควร การเลือกสิ่งที่ง่ายและตรงกับความต้องการกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาค้นหา ใช้เวลากับการอ่าน การรีวิว เราก็จะได้สิ่งที่เราต้องการ

จัดอุปกรณ์สำหรับทำ conference online

20180218171838_IMG_7253
IMG_20200418_211227
2020-04-18_10-03-43
IMG_9917

ประชุม online เรียนทาง online แล้วต้องได้ภาพซีดๆเน่าๆจากกล้องในคอมพิวเตอร์ ใครอยากได้ภาพสวยลองเพิ่มกล้องเว็บแคมสักตัวที่มันคุณภาพ Full HD ดู อย่างกล้อง Action Camera ราคาพันกว่าบาทก็ทำงานได้ดี กล้องเว็บแคมคุณภาพสูงก็มีให้เลือกใช้ ลองดูตัวที่ชอบ เพื่อให้ภาพสวยขึ้น ส่วนเสียงดีๆ ก็ต้องไมค์แยกนะครับ ไมค์ที่ดีมักจะแพงกว่ากล้อง หากเลือกใช้ไมค์แยก จะต้องโดนลำโพงแยกอีกตัว….. มันจะเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก

ทำแบบนี้แล้วดียังไง
ภาพสวยก็สบายตา
ไมค์แยกรับเสียงไว ก็ทำให้พูดเบาๆสบายๆไม่ต้องตะโกน และขยับตัวได้อิสระโดยที่เสียงยังดีอยู่
ลำโพงแยกก็เสียงฟังสบาย ดีกว่าใส่หูฟังนานๆ

กล้อง SJ4000 wifi ตัวนี้พันกว่าบาท เคยแพงหลายพัน แต่ปัจจุบันราคาลดลงมากแล้ว
ไมค์ Zoom H1 ตัวนี้สามพันกว่า รุ่นนี้หมดแล้ว รุ่นใหม่คือ H1n ราคาเท่าเดิม ควรใช้ร่วมกับ soundcard หรือ Dac แยกอีกตัว Dac ถูกหลักร้อยก็มีให้ซื้อ
ลำโพง Tivoli ตัวนี้เกือบแปดพัน แต่รอซื้อตอนลดราคา

แต่ถ้าซื้อแยกทั้งหมดเลยก็เปลืองเงินอยู่ไม่น้อย คิดไปคิดมา ถ้ายังไม่ซื้อสักอย่าง ไม่ต้องซื้อก็ได้ ใช้หูฟังแถมมากับโทรศัพท์แทนก็ได้ สื่อสารได้เหมือนกัน

สิ่งที่อยากได้จากระบบ conference

IMG_20200408_112504

จากปัญหาการระบาดของไวรัส ทำให้โรงเรียนต้องเตรียมการสอนแบบทางไกล ในอดีตเรามีโรงเรียนทางไกล เรียนกับโทรทัศน์ ในที่สุด ปี พ.ศ. 2563 เราก็ได้ใช้ในการเรียนการสอนทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ระดับประถม และบางแห่งอาจจะต้องสอนตั้งแต่อนุบาล

แต่การเรียนการสอนในยุคนี้จะทำผ่านอินเทอเน็ต ระบบ meeting online ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลัก ลูกผมก็เป็นเด็กประถมที่ต้องเตรียมการกับเทคโนโลยีพวกนี้ พ่อแม่ก็เตรียมอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ หูฟัง ลำโพง ไมโครโฟน กันเต็มที่ และเมื่อได้ทดลองเรียนไป 1 ครั้ง ลูกก็มีประสบการณ์การใช้งาน และได้ออกความเห็นไว้น่าฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราผู้ใหญ่ไม่มีวันเข้าใจเลย แต่เมื่อได้ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่า เด็กน้อยเขาคิดกันแบบนี้ และเราเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ทุกเสียงที่พูดหน้าคอมพิวเตอร์จะถูกส่งไปยังคุณครู นี่คือสิ่งที่เด็กทุกคนรู้ และรู้สึกว่ามันเป็นการรบกวนจิตใจเล็กๆ เด็กยังไม่รู้ว่ามีระบบปิดเสียงไมโครโฟนได้ สิ่งนี้สอนไม่ยาก ในที่สุดจะปิดเสียงเป็น แต่มันยังไม่ใช่จุดที่เด็กรู้สึกสบายใจ

สิ่งที่เด็กต้องการ ลูกผมให้ข้อมูลว่า เขาอยากได้วิธีการคุยกับเพื่อนที่ครูไม่ได้ยิน เขาอยากถามเพื่อนเบาๆ กระซิบเบาๆ เหมือนอยู่ในห้องเรียน แล้วครูไม่ได้ยิน ผมฟังแล้วอึ้งไปเลย และรู้สึกเลยว่านี่คือความเป็นห้องเรียนที่เด็กอยากให้มีอยู่ ผมอยากจะส่งความเห็นนี้ไปให้ผู้พัฒนาซอร์ฟแวร์จริงๆเลย ว่าน่าจะมีช่องทางพิเศษสำหรับส่งเสียงคุยระหว่างให้นักเรียนบางคนได้โดยที่เจ้าของวิชาหรือครูไม่รู้ ไม่ได้ยิน หรือ คนอื่นไม่ได้ยิน ให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น

จริงๆแล้วซอร์ฟแวร์การประชุมก็มีระบบ chat ให้คุยกันเป็นรายบุคคลได้ หรือแม้แต่เปิดโปรแกรม line เพื่อคุยส่วนตัวกับใครก็ได้ แต่เด็กไม่รู้จักลูกเล่นเหล่านี้ ไม่รู้จักวิธีใช้ line เพราะเขายังเด็กเกินไป เด็กเกินกว่าจะทำงานบนโปรแกรมหลายๆชนิดพร้อมกัน นักเรียนที่โตหน่อย หรือ เด็กมหาวิทยาลัย หรือคนทำงานคงสามารถสื่อสารหลายโปรแกรมหลายช่องทางได้ เพราะประสบการณ์การใช้เครื่องมือสูงกว่า แต่เด็กประถม1หมาดๆ ไม่รู้เรื่องพวกนี้

ผมรู้สึกดีใจที่ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้อย่างตรงประเด็น กำลังอมยิ้มกับรายละเอียดที่เด็กสัมผัสกับเทคโนโลยี ขอให้ผู้ผลิตซอร์ฟแวร์ได้อ่านข้อความนี้ และช่วยทำสิ่งที่เด็กต้องการแล้วใส่มาในโปรแกรมด้วยนะครับ

ถ่ายคลิปวิดีโอด้วยกล้อง Eos m รุ่น 1

อุปกรณ์ที่ใช้คือกล้อง Eos M รุ่น 1 ที่ออกมาเมื่อประมาณปี คศ 2014 และใช้เลนส์ efm 22f2 ซึ่งเป็นเลนส์ฟิกซ์ตัวแรกของระบบกล้อง M Series ของค่าย Canon พร้อมด้วยไมโครโฟนชนิด Shotgun ยี่ห้อ Takstar SCG598

IMG_0010

ไมโครโฟนตัวนี้จะเป็นไมค์ชนิด shotgun ซึ่งจะเป็นไมค์ที่รับเสียงด้านหน้าได้ไวมากกว่าปกติ และไม่รับเสียงด้านข้างและด้านหลัง ตัวไมค์จะมีช่องใส่ถ่าน AA 1 ก้อน และมีปุ่มเปิดปิดไมค์ มีปุ่มเพิ่มระดับเสียง +10dB ได้ด้วย ซึ่งในการถ่ายทดสอบนี้จะยกระดับเสียงเอาไว้ เพื่อให้เสียงที่บันทึกลงไปในคลิปมีความดังมากขึ้นกว่าปกติ

IMG_0344

การถ่ายคลิปในครั้งนี้ทดลองถ่ายโดยการตั้งค่ากล้องให้เป็น MF เนื่องจากเคยลองถ่ายแบบ AF แล้วมีปัญหาว่า กล้องจะปรับโฟกัสตลอดเวลา และทำให้หลายจังหวะมีอาการภาพเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาประจำรุ่นของกล้องรุ่นนี้ สาเหตุเกิดจากระบบโฟกัสอัตโนมัติยังทำงานได้ไม่รวดเร็วพอ เป็นเทคโนโลยีที่ค่าย canon ยังพัฒนาไปไม่สุดนั่นเอง หากสนใจอ่านรีวิวกล้องตัวนี้ย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่

ระยะทางที่ถ่ายคลิป ตัวกล้องห่างแบบประมาณ1 เมตรเท่านั้น เพื่อให้ไมค์ไม่ห่างจากแบบเกินไป ตั้งค่าส่วนอื่นๆของกล้องให้มีค่า iso = 100 และปรับรูรับแสงเป็น F2 ปรับสปีดชัตเตอร์ให้ได้ค่าการวัดแสงที่โอเวอร์ประมาณ 1/2 สต๊อป ผลก็คือกล้องไม่โฟกัสวืดวาดอีกแล้ว เลยได้คลิปตามที่เห็น

ข้อมูลที่ให้ลูกอ่านก็คือ รายชื่อนักฟุตบอลที่เลือกมาอยู่ในทีม เป็นการเล่นจัดทีมออกมาแข่งกัน ต่างคนต่างเลือกผู้เล่นที่ชอบ แล้วก็จดใส่กระดาษไว้ ตอนถ่ายคลิปก็ขอให้ลูกช่วยอ่านแต่ละตำแหน่งออกมา สคริปต์การอ่านไม่ได้จดไว้ มีแต่รายชื่อที่เขียนลงในกระดาษ และแผนผังการจัดตำแหน่งเท่านั้น

2020-04-13_10-30-14

โควิด19 กับการเรียนของเด็ก

ในที่สุดประเทศไทยก็เป็นเหยื่อโควิด19 ที่ระบาดจนธุรกิจห้างร้านต้องปิดตัวชั่วคราว มีคนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นสิบล้านคน คำสั่งปิดห้าง โรงเรียน สถานศึกษา ที่ชุมชน ที่สาธารณะ ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ ห้ามคนนั่งกินที่ร้านทำให้ธุรกิจชะงักทั้งประเทศ ความอันตรายของไวรัสทำให้ไม่มีใครอยากออกไปอยู่ใกล้ชิดคนอื่น รัฐบาลขอร้องให้ทุกคนอย่ารวมตัวกัน อย่าอยู่ใกล้กัน ให้ทำ social distancing หรือห่างกันประมาณ 2 เมตรเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และคำสั่งปิดเริ่มต้นในเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 ซึ่งผ่านมาเดือนเศษ เรายังไม่พบแสงสว่างว่าอะไรจะดีขึ้น แต่ความเสียหายก่อตัวสะสมมากมาย

IMG_20200408_112524

โรงเรียนโดนสั่งปิด ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียน และไม่เห็นวี่แววว่าจะเปิดเทอมได้ตามปกติ วันนี้รัฐบาลมีประกาศเลื่อนวันเปิดเทอมออกไป จากที่เคยเปิดกลางเดือน พ.ค. มาตลอดหลายสิบปี ก็เลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กค. 2563 มันมีความหมายว่าเราอาจจะไม่ได้เปิดเทอมกันจริงๆถ้าสถานการณ์การระบาดของไวรัสยังไม่หายไป

การทำงานของผู้ใหญ่ปรับเปลี่ยนมาเป็น Work From Home หรือทำงานที่บ้าน คนหลายแสนคนที่ยังมีงานทำต้องทำงานจากที่บ้าน ทำงานผ่านอินเทอเน็ต และเด็กนักเรียนก็มีแนวโน้มว่าจะต้อง Learn From Home เช่นกัน มีโรงเรียนนานาชาติบางแห่งยังไม่ปิดเทอม ก็ปรับเปลี่ยนไปสอนผ่านอินเทอเน็ต เพราะรัฐบาลสั่งห้ามเข้าโรงเรียน ครูอนุบาลจนถึงครูมหาวิทยาลัยห้ามเข้าโรงเรียน การเรียนการสอนที่ค้างคาไว้ก็ต้องไปเรียนผ่านอินเทอเน็ตทั้งหมด แม้แต่โรงเรียนกวดวิชาที่โดนสั่งปิดชั่วคราวก็ต้องปรับตัว ลูกผมก็มีเรียนภาษาอังกฤษค้างอยู่ โรงเรียนสอนก็เลยให้ทดลองเรียนผ่านอินเทอเน็ตดู

ทุกคนใหม่กับการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ ครูผู้สอนก็พูดจาเสียงดังทำให้เสียงที่นักเรียนได้ยินก็แตกพล่า บางคำฟังไม่รู้เรื่อง เด็กเล็กหลายคนก็ไม่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์ ใช้เม้าส์และคีย์บอร์ดยังไม่เป็นเลย แต่ทุกคนก็ต้องเริ่มต้นกับการเรียนออนไลน์ ข้อดีของการเรียนออนไลน์ก็คือ พ่อแม่ได้เห็น ได้รู้ว่าครูสอนอะไร สอนอย่างไร เพราะสามารถนั่งดูเด็กเรียนได้ตลอดเวลา ส่วนข้อเสียของการเรียนออนไลน์ก็คือ พ่อแม่ต้องมานั่งดูด้วยเพื่อคอยแก้ไขปัญหาการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เด็กบางคนยังไม่เข้าใจ ยังไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ และหากพ่อแม่ต้องทำงานหลัก จะเอาเวลาไหนมาเฝ้าเด็กตลอดเวลาที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ปัญหานี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เราคงต้องเรียนรู้และรับมือกันไปวันต่อวันก่อน

2020-04-12_12-31-21

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากคือ ระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ เพราะเดิมทีโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ในห้องทำงานก็เป็นของสำหรับผู้ใหญ่ ให้เด็กมาใช้ก็จะไม่พอดี เก้าอี้ตัวใหญ่ เด็กนั่งแล้วขาลอย ทำให้ขึ้นนั่งลำบาก ส่วนโต๊ะก็สูงเกินไป ความสูงของเบาะเก้าอี้ก็ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ พอเด็กมานั่งก็ไม่พอดี จะหาหนังสือมากองรวมกันแล้วเอาไปใช้รองนั่งเพื่อให้สูงขึ้นก็ดูเป็นอันตรายกับคนนั่ง

รีวิวหูฟังสำหรับ Work from Home และประชุม Online

ในสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ระบาดจนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลกไปแล้วเป็นหมื่นคน มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก สามแสนกว่าคน และประเทศไทยก็อยู่ในการระบาดที่กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลมีคำสั่งให้หยุดอยู่กับบ้าน อย่าออกไปไหนโดยไม่จำเป็น อย่าไปอยู่ในที่คนเยอะ มีคำสั่งปิดห้าง ร้านอาหาร สถานที่อีกจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อก็โดนสั่งให้หยุดทำการ แม้แต่โรงเรียน มหาวิทยาลัยก็ปิดด้วยเช่นกัน

ผลจากการจำกัดบริเวณ การสื่อสารผ่านระบบ online ก็กลายเป็นความจำเป็นพื้นฐานขึ้นมาทันทีทันใด ระบบการประชุมทางไกลผ่านอินเทอเน็ตถูกพูดถึงจนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ นอกจากคนทำงานแล้ว นักเรียนนักศึกษาก็เป็นกลุ่มที่ต้องใช้งาน รีวิวในครั้งนี้ก็จะนำหูฟัง 3 ตัวมาทดสอบ เพื่อดูว่าแต่ละตัว แต่ละสเป็คมีความเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างไร

CORSAIR-HS50-STEREO-Headphone-red-right

หูฟัง Corsair รุ่น HS50 pro

เป็นหูฟังครอบหูตัวหนึ่งที่มีไมค์โครโฟนดูกระทัดรัด ใช้การเชื่อมต่อด้วยสาย mini 3.5 แบบ 4 ขั้ว หรือ แบบเดียวกับที่ใช้กับโทรศัพท์นั่นเอง เป็นแจ็คแบบรวมไมค์และหูฟังไว้ด้วยกัน ในกล่องจะมีอแด๊ปเตอร์สำหรับใช้เสียบกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่แยกช่องไมค์และหูฟังเป็นคนละช่องเสียบ แจ็ค 3.5มม.นี้ทำให้เราใช้ HS50 pro ร่วมกับโทรศัพท์ แท็บเบล็ต และโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆได้อย่างสะดวก แต่จะใช้กับ iphone ที่ไม่มีช่อง 3.5มม.แล้วไม่ได้ รวมถึงโทรศัพท์ androids รุ่นท๊อปที่ตัดช่อง 3.5มม.ออกไปแล้วก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน น้ำหนักตัวชั่งด้วยเครื่องชั่งที่ผมใช้ประจำ 318g

ตอนใช้งานเราจะได้ฟังเสียงสเตอริโอที่ชัดเจน และมีเสียงกลางที่ชัดพอสมควร หูฟัง HS50 pro เป็นหูฟังที่ใช้ตัวขับเสียงข้างละ 1 ตัว เพื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเต็มย่าน น้ำเสียงออกไปในแนวทางเดียวกับหูฟังสำหรับการฟังเพลง แต่ไดนามิคจะไม่จะแจ้งเท่า ความสด ความใสเป็นรองหูฟังสำหรับงานดนตรี แต่มันก็ดีกว่าหูฟังสมอลทอล์คที่แถมมากับโทรศัพท์ แล้วไมค์ที่ติดอยู่ก็สามารถรับเสียงได้ดี สามารถดัดก้านไมค์ให้งอเข้ามาอยู่ใกล้ปากได้ ทำให้สามารถใช้คุยแทนโทรศัพท์ได้ทันที คนที่มีนิสัยพูดเสียงเบาก็จะสามารถปรับไมค์เข้าใกล้ปากได้มากกว่าปกติ ตัวหูฟังมีปุ่มหมุนปรับเพื่อเพิ่มหรือลดเสียง มีปุ่มสำหรับปิดไมค์ หูฟังตัวนี้เหมาะกับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ทั่วไป เสียงพูดผ่านไมค์เน้นกลางแหลม ฟังชัดเป็นหลัก ไม่มีเนื้อเสียงย่านทุ้มแบบวงการเพลงออดิโอไฟล์ การออกแบบไมค์เน้นการพูดแล้วฟังรู้เรื่องเป็นหลัก มันเหมาะกับการคุยผ่าน internet อย่างมาก

corsair Void-USB-1

หูฟัง corsair Void Elite RGB USB

หูฟังรุ่น Void Elite RGB เป็นหูฟังพร้อมไมค์ที่มีตัวครอบหูค่อนข้างใส่สบาย ช่องหูกว้างทำให้ไม่หนีบโดนใบหู ตัวสายเสียบเป็นชนิด usb นั่นหมายความว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น เมื่อเสียบกับคอมพิวเตอร์เราก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่หากอยากได้ลูกเล่นเพิ่มเติมเราต้องลงซอร์ฟแวร์ ชื่อ iCue เพิ่มด้วย โดยความสามารถต่างๆที่ได้เพิ่มขึ้นมาจะมีหลายอย่างเช่น มีไฟแสดงโลโก้ที่เปลี่ยนสีได้ รองรับการทำงานระบบเสียงรอบทิศ 7.1 แบบซิมูเลท ปรับโทนเสียงต่างๆได้ ปรับระดับความไวของไมค์ได้ น้ำหนักตัวชั่งได้ 373g

เสียงจากหูฟังเมื่อฟังเพลงให้ความชัดเจน ลักษณะเสียงจะคล้าย HS50pro บุคลิกเน้นเสียงกลางที่มากกว่าปกติ เสียงเบสลึกจะน้อยและเบลอนิดๆ เสียงสูงก็มีเยอะ ทำให้มันกลายเป็นหูฟังที่เน้นเสียงพูดที่ฟังได้รู้เรื่องดีมาก ไดนามิคของหูฟังจะน้อย ฟังดนตรีจะธรรมดาเกินไป หูฟังมีปุ่มปรับระดับเสียงเป็นแบบดันขึ้นดันลง มีปุ่มปิดไมค์กดใช้งานได้สะดวก ทำให้เหมาะกับการเล่นเกมส์และประชุม online มาก ปิดไมค์สะดวก ที่ปุ่มปรับเสียงสามารถกดเพื่อเลือกใช้ความสามารถทางด้าน surround เมื่อใช้งานเสียงรอบทิศ ก็จะเป็นการผลักดันเสียงต่างๆให้กระจายตัวออกไปรอบๆหัว เป็นประสบการณ์การฟังเพลงที่ดี ใช้ดูหนังสนุก เล่นเกมส์ได้ดี ทำให้ฟังเสียงรอบตัวได้สมจริงมากกว่าหูฟังที่ไม่มีลูกเล่นเสียงรอบทิศ ตัวครอบหูหรือฟองน้ำมีความนิ่ม ใส่แล้วไม่รู้สึกหนัก เสียงไมค์จะรับเสียงกลางเป็นหลัก ไม่เน้นแหลมและทุ้ม ระดับเสียงผ่านไมค์จะเบากว่าตัวอื่นอย่างชัดเจน แต่ให้คุณภาพเสียงพูดที่เป็นกลาง เป็นธรรมชาติมากกว่า

Sennheiser-GSP-350-Headphone

Sennheiser GSP350

เป็นหูฟังระบบเสียงรอบทิศ 7.1 แบบ Virtual ก้านไมค์โครโฟนเป็นแบบยกขึ้นยกลงได้ หากยกขึ้นจะเป็นการปิดไมค์ ยกลงก็จะเป็นการเปิดไมค์ อีกด้านที่ไม่มีก้านไมค์จะมีปุ่มวอลลุ่มหมุนได้ เพื่อปรับระดับความดังของหูฟัง หูฟังตัวนี้เป็นสาย usb ซึ่งตัวมันเองมี โปรเซสเซอร์แยกมาเลย ดูแล้วเหมือนเป็น External soundcard อีกทอดหนึ่ง มีปุ่มอยู่บนตัวโปรเซสเซอร์ กดเพื่อใช้งานระบบ DSP และ ยกเลิก DSP ได้ น้ำหนักตัวชั่งได้ 274g ซึ่งเบาที่สุดในกลุ่มนี้ แม้หน้าตาจะดูเหมือนหนักกว่าทุกตัว แต่ชั่งแล้วกลับเบาที่สุด

คุณภาพการฟังเพลงสเตอริโอไม่ใช้ DSP อยู่ในระดับมาตรฐานของราคาช่วงนี้ เสียงนุ่มน่าฟัง แต่เมื่อกดใช้งาน DSP ให้ทำงานในระบบ 7.1 มันก็จะดันเสียงดนตรีให้ลอยอยู่ด้านหน้าเหมือนนั่งฟังผ่านลำโพงคู่หน้า มิติที่สร้างขึ้นก็ลอยออกจากหูเราไปจริงๆ แต่ไม่ได้เหมือนนั่งฟังในห้องฟัง แค่มันกระจายตัวเสียงเสมือนว่าลำโพงอยู่ด้านหน้าศรีษะเล็กน้อย การดูหนังผ่าน GSP350 ให้เสียงรอบทิศที่ยอดเยี่ยม สนุกกว่าการฟังแบบสเตอริโอ บรรยากาศโอบล้อมในโหมดเสียงรอบทิศทำได้ดีเหมือนอยู่ในโรงหนังจริงๆ ถ้าใช้ดูหนังก็ถือว่าถูกเรื่อง ถ้าใช้เล่นเกมส์ก็น่าจะดีเช่นกันเพราะทำให้เราได้ยินเสียงรอบทิศ เกมส์แนวต่อสู้หรือแนว FPS ก็น่าจะได้ประโยชน์ต่อการฟังเสียงที่มาจากหลายๆทิศทาง ไมค์รับเสียงคุณภาพดีมาก ให้น้ำเสียงผ่านไมค์ที่ครบย่านความถี่ที่เหมาะกับเสียงพูด น้ำเสียงพูดจากไมค์ตัวนี้จะเพราะกว่าหูฟังตัวอื่นๆ ในการทดสอบครั้งนี้ เหมือนมีการปรับปรุงเสียงพูดให้กังวาลและอิ่มชัด ระดับความดังของเสียงจากไมค์ก็ดังที่สุด

สรุปการทดสอบ

การประชุมหรือสอนหนังสือ หรือเรียนหนังสือผ่าน internet จำเป็นต้องมีไมโครโฟนและหูฟังแบบสาย เราไม่สามารถใช้หูฟังไร้สายไปกับภารกิจได้เพราะหูฟังไร้สายมักจะทำมาใช้งานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 2 ชม. แบตเตอรี่ก็จะหมด ซึ่งการเรียนการสอนเราจะใช้เวลาเยอะกว่านั้น ดังนั้นหูฟังพร้อมไมค์ระบบมีสายจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า และที่ได้ทดสอบ 3 ชนิดในครั้งนี้ต่างก็เป็นหูฟังที่น่าใช้ในสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ดังนี้

หากเราต้องการหูฟังที่ใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายเป็นหลัก ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ ใช้กับโทรศัพท์ที่มีช่อง 3.5มม.ได้ ให้เลือก HS50pro

ถ้าจะเสียบช่อง usb ต้องเลือก Elite RGB หรือ Gsp350

หากต้องการเสียงรอบทิศงบน้อย เลือก Elite RGB

หากเราต้องการใช้ดูหนังเป็นหลัก คุยเป็นรอง และใช้กับคอมพิวเตอร์เท่านั้นเลือก Gsp350

หากเน้นฟังเพลงเป็นหลักใช้ HS50pro

หากเน้นสีสันไฟกระพริบ เลือก Elite RGB

หากเป็นคนพูดเสียงเบา งบน้อยเลือก HS50pro

หากชอบเสียงไมค์ที่บันทึกเสียงได้ระดับไฮไฟ อยากได้เสียงพูดชัดๆมีคุณภาพ เลือก Gsp350

หากชอบเสียงผ่านไมค์ที่ฟังชัด เน้นเสียงพูดต้องฟังได้ใจความ เลือก HS50pro

ถ้าจะเล่นเกมส์ที่ต้องใช้ระบบเสียง 7.1 เลือก Gsp350

หากต้องการตัวที่เบาที่สุดก็ต้องเลือก Gsp350


ลิงค์ไปซื้อ HS50Pro

ลิงค์ไปซื้อ Gsp350

ลิงค์ไปซื้อ Elite RGB

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ



สำหรับคนอยากได้ของราคาประหยัด ให้ลองอ่านรีวิว Logitech H111 ดูครับ

รีวิวหูฟัง 3 รุ่น ราคาเบาๆ แต่เอาจริง

หูฟังแถมมากับโทรศัพท์หรือเครื่องเล่นเพลงมักจะไม่ค่อยดี หรือเครื่องเล่นเพลงบางรุ่นก็ไม่แถมหูฟังแล้ว นั่นเป็นสาเหตุให้บางคนคิดจะอัพเกรด หาของที่เสียงดีกว่าของแถมมาใช้ ในการทดสอบรวมรอบนี้เราเลยหาหูฟังที่มีราคาขายในตลาดประมาณ 2000 -2500 บาท เป็นเกณฑ์เพื่อดูว่ามีตัวไหนน่าสนใจบ้าง

IMG_0086

ผมได้หูฟัง 3 รุ่นในงบประมาณที่ต้องการมาทดสอบ บางตัวอาจมีราคาตั้งที่สูงกว่าแต่ก็มีส่วนลด มีโปรโมชั่นที่ทำให้มันอยู่ในงบ และหูฟังเหล่านี้ก็คือ Sony IER-H500A , Zero Audio Carbo Mezzo ZH-DX220 และ Hifiman Re400 ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้นๆว่า H500 Mezzo และ Re400 ตามลำดับ

อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบ

โทรศัพท์ Red mi note7

เครื่องเล่นเพลง ipod shuffle Gen1

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค

เครื่องเล่นเพลง Aune M1

IMG_0053

H500 เป็นหูฟัง in-ear ตอบสนองความถี่ 5-40000 Hz มีไมค์ ใช้คุยโทรศัพท์ได้ ให้สายยาว 1.2 เมตร ขั้วเสียบ 3.5มม แบบมีขีดดำ 3 ขีด ให้น้ำเสียงที่ฟังสนุกตั้งแต่นาทีแรก เสียงเบสแน่นเหมือนมีลาวเนสหรือวงจรยกเสียงเบสช่วยนิดๆ เสียงสูง ตัว S ตัว ซ จะชัดเจน ทำให้เสียงกลางคม และฟังชัด แต่ไม่นุ่มนวลแบบออดิโอไฟล์ ความคึกคักเป็นจุดเด่น ใช้ฟังเสียงพูด เสียงพิธีกรได้ชัดถ้อยชัดคำ เสียงดนตรีต่างๆมาครบแต่จะมีเสียงสูงที่ดังล้ำออกมานิดๆ ตัวจุกยางของหูฟังค่อนข้างนิ่ม ใส่สบาย ผมไม่แน่ใจว่าในแพ็คเกจให้จุกยางมาเปลี่ยนกี่ขนาด ถ้าเลือกขนาดหูฟังให้เหมาะจะช่วยปรับระดับเสียงเบสได้ ผมชอบจุกยางของโซนี่มากกว่าของยี่ห้ออื่นที่ทดลอง ฟังเพลงอคูสติกจะสนุกมาก เพราะให้เสียงกลาง เสียงบรรยากาศที่ชัด และมีเสียงเบสที่พร้อมจะผลักดันทุกเสียงให้ออกมามีสีสัน เป็นการปรุงแต่งที่น่าฟัง

IMG_0058

Mezzo เป็น in-ear ให้สายยาว 1.2 เมตร ตอบสนองความถี่ 6-40000Hz ขั้วต่อชนิด 3.5มม. แบบสเตอริโอดั้งเดิม หรือ มีขีดดำ2 ขีด ไม่มีไมค์ ดังนั้นใช้คุยโทรศัพท์ไม่ได้ ลักษณะสายแบนทำให้การแกะคลี่สายทำได้ง่าย น้ำเสียงของ Mezzo เป็นหูฟังที่ให้เบสใหญ่โต เป็นหูฟังซุปเปอร์เบส เสียงเบสในเพลง เสียงกลองในเพลง จะฟังแล้วโดนยกให้ดังทั้งหมด เหมือนเอาหูฟังแบบแฟลตมายก Equaliser หรือ ปรับความถี่แบบ ยกเบส ยกแหลม ถ้าเป็น Graphic Eq ก็จะเหมือนยกให้เป็นตัว V คือ เสียงสูง ตัว S ตัว ซ ชัดเจนจนรู้สึกว่าดังเกินไป ฟังเพลงร็อคได้มันส์มาก เพราะกลองกับเบสโดนยกจนรู้สึกว่ามันเกิดมาเพื่อปั๊มเบสเลย ฟังให้เสียงกลางฟังได้เรื่อยๆ แต่เสียงเบสจะดังมาก เหมาะกับคนชอบเบสตรงๆเลย เสียงเบสที่ดังปานนี้ แต่เสียงก็ยังไม่แป๊ก ไม่ออกอาการพล่า จุกยางที่ติดมากับหูค่อนข้างใหญ่เกินไปสำหรับหูผม ถ้าเปลี่ยนจุกยางให้เหมาะน่าจะลดเสียงเบสลงได้ และน่าจะใส่สบายขึ้น

IMG_0054

Re400 เป็นหูฟัง in-ear ขั้วต่อ 3.5มม แบบสเตอริโอปกติ มีขีดดำ 2 ขีด ดังนั้นจะไม่มีไมค์ ใช้คุยโทรศัพท์ไม่ได้ สายมีผิวสัมผัสเหมือนเชือก ตอบสนองความถี่ 15-22000Hz น้ำเสียงสดเป็นธรรมชาติ ถือเป็นจุดเด่นมากๆของหูฟังตัวนี้ แต่ต้องได้ใส่กับจุกยางที่พอเหมาะจริงๆถึงจะได้น้ำเสียงที่ดี ความโปร่งของเสียงกลางเป็นแนวเสียงที่โชว์เพลงร้องได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงเบสที่มีพอดี ไม่ล้น ไม่บวม ไม่ทับเสียงกลาง และเสียงสูงก็ไม่เน้นตัว s ตัว ซ จนมากเกินไป เป็นเสียงแนวแฟลตอย่างแท้จริง หากฟังทดสอบด้วยเพลงร้อง หูฟังตัวนี้จะชนะเลิศเลย ความพอดีของทุกย่านความถี่ทำให้เราฟังหูฟังเส้นนี้ได้นานมาก เสียงเบสคมและมีน้ำมีนวลแต่ไม่อ้วนเบลอ มีเสียงดังขึ้นมาแล้วจบลงอย่างกระชับ เป็นบุคคลิกเสียงที่นักฟังเครื่องเสียงค่อนข้างชอบ ผมได้หูฟังตัวนี้มาพร้อมจุกยางที่ไม่พอดีกับหู ใส่ฟังครั้งแรกนึกว่าเป็นหูฟังเสีย คือเป็นเสียงโทรโข่ง ไม่มีเบส ไม่มีแปลายแหลม นาทีแรกที่ได้ยินยังสงสัยว่าหูฟังเสียงแบบนี้ได้รับความนิยมได้ยังไง แต่เมื่อลองเปลี่ยนจุกยางแล้ว พอเราเจอจุกยางที่พอดี เราจะได้เสียงที่สุดยอดมาก ยิ่งรู้ว่าราคาขายอยู่ในระดับ 2 พันบาทยิ่งน่าซื้อใช้ จุดเด่นอีกอย่างที่พบคือ หูฟังตัวนี้ใส่สบาย เมื่อเลือกจุกยางที่เหมาะสมแล้วน้ำเสียงจะเหมือน earbud คุณภาพดี เราควรใช้เวลาทดลองเปลี่ยนจุกยาง หาขนาดที่พอดีกับหูเรา แล้วเราจะได้หูฟังคุณภาพสูงในราคาเบาๆ

ข้อสังเกต

ผมใช้หูฟัง Re400 แล้วเปลี่ยนจุกยางเป็นของ sony h500 ได้น้ำเสียงที่ถูกใจที่สุด เสียงกลางมีเนื้อ มีมวล มีปลายเสียงที่ชัดแต่ไม่คมไม่บาดหู เสียงเบสลึกมีความฉ่ำและไม่กระแทกกระทั้นหูแบบ in-ear ทั่วไป ผมไม่ได้มีแพ็คเกจจุกยางของ Re400 ทั้งกล่อง เพราะเคยรู้มาว่า Re400 แถมจุกยางเยอะมาก น่าจะมีจุกยางให้เปลี่ยนได้ละเอียด น่าจะทำให้คนฟังได้เสียงที่ดีกับหูตัวเองจริงๆ

IMG_0092

สรุป

ถ้าใช้กับโทรศัพท์เป็นหลัก ใช้คุยด้วย ต้องเลือก Sony H500 เราจะได้หูฟังที่ฟังสนุก ฟังค์ชั่นครบ ใช้ได้ทุกโอกาส

ถ้าใช้ฟังเพลงออดิโอไฟล์ เพลงบันทึกดี ใช้ฟังนอกบ้าน ที่บ้านมีเครื่องเสียงขั้นเทพอยู่แล้ว เลือก Hifiman Re400 ไปเลย แล้วเสียเวลาลองจุกยางอย่างละเอียด หาจุกที่พอดีกับหูเรา ฟังไปฟังมา เดี๋ยวจะโดนเครื่องเล่นเพลงเครื่องใหม่อีกเครื่อง

ถ้าชอบร็อค ชอบเบส ชอบอะไรที่จัดจ้าน ก็เลือก Mezzo

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ

รีวิว Mi True wireless Earphones

Xiaomi ทำอะไรขายบ้างในตอนนี้เราคงไม่สามารถบอกได้แล้ว เพราะมีสินค้าหลากหลายชนิดออกมาในยี่ห้อนี้ นอกจากสินค้าเทคโนโลยีแล้วก็ยังมีสินค้าเครื่องใช้ในบ้านอีกด้วย แต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไปเราก็พบสินค้าใหม่ของยี่ห้อนี้อยู่เรื่อยๆ และหูฟังที่ใช้งานกับโทรศัพท์ก็มีทำขายด้วยเช่นกัน มีทั้งแบบสาย และแบบไร้สาย แบบไร้สายก็มีหลายรุ่น และในครั้งนี้เราก็จะทดสอบหูฟังไร้สายรุ่นหนึ่งชื่อว่ารุ่น Mi True Wireless Earphones กัน

2020-02-24_10-03-59

ข้อมูลทั่วไป

  • ไดรเวอร์ขนาด 7 มม.
  • เชื่อมต่อ Bluetooth 4.2
  • ระบบสัมผัสเพื่อควบคุมการทำงาน
  • กันน้ำ IPX4
  • กล่องมีช่องเสียบสายชาร์จ usb-C , จุกซิลิโคนติดหูฟังมา1 คู่ มีในกล่องอีก 2 คู่ รวมได้ 3 คู่
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง กล่องเก็บไฟจะชาร์จแล้วใช้ได้รวมเป็น 10 ชั่วโมง
  • ชาร์จไฟเข้ากล่องจนเต็มใช้เวลา 1 ชั่วโมง
  • ใช้ได้ทั้ง iOS / Android
  • น้ำหนัก 5.8 กรัม
IMG_20200226_080923
IMG_0235

ทดลองฟัง

หูฟัง Truewireless ยุคนี้มาพร้อมกล่องชาร์จไฟ การหยิบหูออกจากกล่องทำได้ลำบากมาก เพราะว่าหูฟังมีแม่เหล็กในกล่องดูดเอาไว้เพื่อกันหลุด ทำให้การหยิบออกเป็นเรื่องยาก

IMG_0243

คุณภาพเสียงเมื่อฟังเพลง ทำได้ดีน่าประทับใจมาก เสียงโดยรวมมีความเป็นกลาง ไม่เน้นย่านเสียงใดเป็นพิเศษ เสียงทุ้มจะบางกว่าหูฟังอินเอียร์ทั่วไปอย่างชัดเจน แนวทางเสียงจะไปทางหูฟัง earbud มากกว่า เสียงกลางชัด เสียงสูงใส และไม่เสียดหู ฟังนานๆไม่ล้า ความฉ่ำหวานมีน้อยไปหน่อย หูไร้สายแบบนี้ฟังนานๆสักสองชั่วโมงก็แบตเกือบหมดแล้ว ดังนั้นเราก็จะเหมือนโดนบังคับให้หยุดฟังเพื่อถอดหูไปชาร์จไฟ ทำให้ใส่นานๆไม่ได้อยู่แล้ว

ความสามารถที่น่าทึ่งของหูฟังคู่นี้คือการเชื่อมต่อสัญญาณที่ไม่สะดุดเลย ปกติจากที่เคยลองหูฟัง truewireless คู่ละ 3000 บาท ก็ทำคุณภาพเสียงไว้ได้ดี แต่ที่แย่คือ การเชื่อมต่อมีอาการสะดุดเมื่อผ่านสถานที่ที่มีคนเยอะ แต่ earphones ตัวนี้ไม่มีอาการเสียงหายหรือเสียงขาดตอน จะมีเพียงแค่อาการดีเลย์เล็กน้อยตอนดูคลิปเท่านั้น

กล่องชาร์จไฟสามารถเก็บไฟแล้วทำให้ชาร์จซ้ำใส่ตัวหูฟังได้หลายรอบ ระยะเวลาฟังทั้งหมดที่ใช้ไฟจนหมดกล่องจะได้ประมาณ 10 ชม. ช่องเสียบสายชาร์จไฟของกล่องเป็นชนิด usb-C

IMG_0233

การคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟัง Earphones คู่นี้ให้เสียงดีมาก เสียงที่ได้ยินมีความใหญ่และชัด ส่วนปลายทางที่คุยด้วยก็ได้ยินเสียงของเราชัดเจน และแม้จะคุยผ่าน App อย่าง Line ก็ให้คุณภาพการคุยที่รู้เรื่องไม่ต่างกัน สิ่งที่ประทับใจก็คือเสียงเรียกเข้าที่ได้ยินในหูฟังเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊งที่ไม่ทำให้สะดุ้ง เสียงดังในหูทำให้เรารู้ตัวแต่ไม่ตกใจ ถือว่าคุณภาพในด้านการใช้เพื่อคุยโทรศัพท์ทำได้ดีมาก

ระบบสัมผัสของหูฟังคู่นี้มีสองข้างที่รับการสัมผัสได้ เคาะสองครั้งที่หูขวาเป็นการเล่นเพลงและหยุดเพลง ส่วนเคาะ 2 ครั้งที่หูซ้าย จะเป็นการเรียก Assistant ขึ้นมา ส่วนการเคาะแบบอื่นๆผมไม่ได้ลองเลย

จุดเด่น

กล่องชาร์จไฟใช้งานรวมได้ 10 ชม.

สัญญาณไม่สะดุดในที่คนเยอะ

คุยโทรศัพท์ฟังเสียงได้ชัดมาก และปลายทางก็ได้ยินเสียงเราไม่ติดขัด

คุณภาพเสียงในด้านการฟังเพลงให้น้ำเสียงเป็นกลางไม่เน้นย่านใดเป็นพิเศษ

จุดด้อย

หยิบหูฟังออกจากกล่องยากมาก

สรุป

Mi Earphones เป็นหูฟัง Truewireless ที่มีราคาย่อมเยา แต่มีคุณภาพดี หน้าที่การเป็นหูฟังไร้สายที่ดีก็คือการเชื่อมสัญญาณบลูทูธต้องไม่สะดุด หูฟังตัวนี้ก็ไม่สะดุด แม้จะใส่ไปเดินในห้างที่มีคนเยอะก็ไม่สะดุด แม้จะใส่มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ตาม น้ำเสียงที่เป็นกลางไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งอาจไม่ถูกใจนักฟังเพลงที่ชอบเพลงที่มีสีสันหรือมีแนวทางที่จัดจ้าน แต่ความเรียบง่ายของเสียงแบบนี้ทำให้เราใส่หูได้นาน สามารถฟังสิ่งที่ต้องการได้นาน

รีวิว ลำโพงบลูทูธ Fender Newport ตัวเล็กเบสใหญ่

IMG_0136

ลำโพงบลูทูธในยุคปัจจุบันมีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ เราจะพบลำโพงตัวเล็กลงจากยุคเก่า ในขณะที่มีเสียงที่ดีกว่าเดิม ยิ่งนานวันเราก็ยิ่งรู้สึกว่าความคุ้นเคยกับลำโพงในอดีตเอามาใช้วิเคราะห์และตัดสินคุณภาพของลำโพงยุคใหม่ได้ลำบากมาก เพราะว่า เสียงที่ได้ยิน กับ หน้าตาที่เห็น มันไม่สอดคล้องกันเลย

ลำโพง Fender Newport เป็นลำโพงบลูทูธตัวเล็กที่สุดที่ค่าย Fender ทำออกมาขาย โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ใช้ในรุ่นใหญ่นำมาใส่ไว้ในรุ่นเล็ก ออกแบบรูปร่างขนาดเล็กเพื่อให้พกพาได้ ลำโพงตัวนี้มีความกระทัดรัด มีแบตในตัว ยกไปวางที่ไหนก็ใช้ฟังเพลงได้อย่างสะดวกสบาย

ลักษณะทั่วไป

Newport ใช้ดอกลำโพงขนาด 3.5 นิ้วสองตัวทำงานร่วมกับทวีตเตอร์อีก 1 ตัว โดยทั้งสามดอกลำโพงจะวางอยู่ภายใต้หน้ากากโลหะสวยงาม แผงหน้ากากของ Newport มีความคล้ายคลึงกับลายผ้าของตู้แอมป์กีต้าร์ยี่ห้อ Fender ที่แสนโด่งดัง ด้านบนของตู้ลำโพงเป็นส่วนของปุ่มปรับต่างๆ โดยมีสวิตซ์เปิดปิดเป็นแบบโยก มีไฟล์แสดงสถานะการทำงาน มีปุ่มหมุนหน้าตาคลาสิค เหมือนถอดมาจากแอมป์กีต้าร์ เพื่อปรับ Volume, Bass, Treble มีปุ่ม Voice เพื่อกดรับสายโทรศัพท์ และมีปุ่ม Pair เพื่อใช้ตั้งค่าบลูทูธ

IMG_0139

ด้านหลังของ Newport เป็นช่องเสียบไฟเลี้ยง DC 15V 2.8A มีช่องเสียบสัญญาณเสียง Aux เพื่อรับสัญญาณจากเครื่องเล่นเพลงทางสาย และมีช่อง Usb เพื่อจ่ายไฟเลี้ยง 1A เอาไว้ชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ส่วนด้านหน้าของลำโพงเป็นตะแกรงสีเงิน ลายตะแกรงชวนให้นึกถึงแอมป์กีต้าร์ และมีคำว่า Fender ติดอยู่ที่ตะแกรงด้านหน้านี้ด้วย

IMG_0141

สเป็ค

กำลังขับ 30 วัตต์

ดอกลำโพง วูฟเฟอร์ 3.5 นิ้ว 2 ดอก ทวีตเตอร์ 1 ดอก

แบตเตอรี่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง

บลูทูธรองรับมาตรฐาน aptX

มีไมค์โครโฟนเพื่อใช้คุยโทรศัพท์

ทดลองฟัง

ผมใช้โทรศัพท์มือถือบรรจุเพลงสารพัด เชื่อมต่อกับ Newport ทางบลูทูธ เลือกฟังเพลงทดสอบจำนวนหนึ่ง และฟังเพลงจาก app ร่วมด้วย

บุคลิกเสียงของ Newport มีความคล้ายคลึงกับลำโพงรุ่นพี่อย่าง indio มันให้เสียงแทบจะเหมือนกันเลยในระยะการฟังเพลงใกล้ๆ เสียงเบสที่โดดเด่นเป็นพิเศษยังคงมีอยู่ แค่เริ่มต้นเพลงเราก็รู้สึกถึงเสียงเบสที่มีปริมาณมากทันที เบสของ newport มีความทุ้มลึกมาก การทำงานของเบสเหมือนเป็นเสียงจากซัพวูฟเฟอร์ เป็นเสียงเบสไม่กลบเสียงกลางเลยแม้แต่น้อย

IMG_0114

เสียงกลางของ Newport ก็มาแนวชัดเจนและหวานนิดๆ แม้จะไม่ได้หวานลื่นเนียนๆแบบแอมป์หลอด แต่ก็มีเนื้อเสียงที่เป็นตัวเป็นตน มีมวลน้ำเสียงที่ใหญ่ เสียงกลางฟังชัดมาก และมาพร้อมเสียงสูงที่คมชัด ฟังเพลงอคูสติกจะติดใจ เพลง Cover ต่างๆให้ความไพเราะเหลือเชื่อ ปุ่มปรับเสียงทุ้มแหลมที่ให้มาผมใช้แค่ปุ่ม Bass เท่านั้น เพราะเราสามารถปรับ Bass เพื่อเลือกปริมาณเสียงเบสแบบที่เราชอบได้ การฟังเพลงป๊อปทั่วไป เสียงเบสก็ทำได้ดีมากอยู่แล้ว และเมื่อลองปรับ Bass ให้มากขึ้น เราก็จะได้เบสที่ลึกและใหญ่ขึ้น เหมือนเพลงมีพลังมากขึ้น

เสียงกลองมีความนุ่มเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกลองในเพลงเร็ว หรือ เพลงช้า เสียงกลองจะเป็นก้อนกลมๆใหญ่ๆ ไม่ได้มาเป็นเม็ดเหมือนลำโพงเบสบาง ลองฟังกับเพลงร็อคอย่าง Enter sandman ก็ให้เสียงกลองทุ้มลึกและมีรายละเอียดของหนังกลองที่โดนฟาดอย่างฉับไว ความฉับไวที่มีเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Newport เสียงทุ้มที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้เบสมาแนวคึกคักเป็นพิเศษ

IMG_0143

ฟังเพลง Jazz ที่เล่นนุ่มๆ ร้องนุ่มๆ เบสเด่นๆ กลายเป็นของชอบของ Newport เพราะมันถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าฟัง ถ้าผมจะขายลำโพงตัวนี้ ผมจะเปิดเพลง Jazz วนทั้งวันเลย จริงๆแนวเพลง Acoustic ที่โชว์เสียงตีคอร์ทกีต้าร์เพราะๆก็ทำให้ใจละลายได้เช่นกัน ลองฟังเพลงในชุด acoustic rock บน Spotify ก็จะเข้าใจสิ่งที่เขียน เพราะว่าผมชอบเสียงกีต้าร์ที่ฟังผ่านลำโพงตัวนี้มาก

IMG_0218

ฟัง Newport นานๆหูเริ่มจะเสีย ความเคยชินกับเสียงทุ้มลึกและมีปริมาณมาก ทำให้ฟังลำโพงอื่นๆแล้วรู้สึกจืดเกินไป ปุ่มวอลลุ่มที่บิดหมุนแบบอนาลอกมีประโยชน์ต่อการใช้งานมาก เราปิดเสียงได้ทันทีทันใด เราเปิดเสียงมากน้อยได้ตามใจเรา เป็นการสั่งงานที่แม่นยำและให้ความรู้สึกดี บางวันผมจัดวางลำโพงไว้ที่ด้านหลังห้อง แล้วก็นั่งทำงานไป ก็คือการหันหลังฟังเพลง เสียงเพลงนุ่มๆ เสียงกลองใหญ่ๆ เบสแน่นและกระชับ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลงจากลำโพงบ้านวูฟเฟอร์สัก 10 นิ้ว

IMG_0215

ด้วยขนาดตัวที่เล็ก และกำลังขับไม่มากเท่ารุ่นพี่ของมันเอง ก็ทำให้การใช้งานในที่โล่งทำได้ดีแค่พอใช้ได้ ถ้าเจอที่โล่งๆ เบสจะไม่แน่น ปริมาณจะลดลงชัดเจน ต้องเร่งเสียงเบสให้สุดเพื่อชดเชย และต้องฟังในระยะใกล้สักหน่อยเพื่อให้ได้คุณภาพใกล้เคียงกับเสียงในห้องหรือในบ้าน กำลังขับของ Newport ทำมาเพื่อการฟังในห้องจริงๆ แม้ว่าจะเอาไปฟังด้านนอกได้ แต่คุณภาพก็จะต่างไปพอสมควร

IMG_0120

ผมใช้ลำโพงประจำห้องนอนอยู่ตัวนึง เป็นลำโพง yamaha ที่ใช้งานมายาวนานเกือบสิบปี ลำโพงตัวนี้ให้เสียงเป็นกลาง ใช้งานได้ดี แต่พอวางคู่กับ Newport เปิดเพลงเดียวกัน ก็พบว่า อยากปิด yamaha ไว้ ฟังจาก Newport เพราะกว่า ของยุคใหม่ ออกแบบใหม่ พัฒนาไปไกลจากลำโพงสิบปีที่แล้วอย่างมาก ใครใช้ของเก่ามานานแล้ว ลองเปิดใจฟังของใหม่ดูครับ เวลาแต่ละชั่วโมงที่เราอยู่กับเพลง เราควรได้อยู่กับเครื่องเสียงที่ดีกว่าเท่าที่เราจะหาซื้อได้ และค่าตัวของ Newport ก็ไม่แพง

Newport มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก ใครที่เคยชินกับลำโพงพกพาตัวเล็กๆยกด้วยมือเดียวได้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะขนาดมันใหญ่ถือลำบาก น้ำหนักตัวเยอะทำให้มีโอกาสหลุดมือได้ง่าย ลำโพงตัวนี้ผมจะหยิบจับด้วยสองมือเสมอเพื่อป้องกันการหลุดมือ

IMG_0221

การใช้งานในห้องให้เสียงที่ดังเต็มห้องได้ไม่ยาก แต่เมื่อนำมาใช้กลางแจ้ง เรายังได้คุณภาพเสียงที่ดีไม่แพ้กัน แต่ความดังในที่โล่งจะไม่มากเท่าเดิม การฟังคนเดียว ทำงานกลางแจ้งไปก็ฟังเพลงได้ครบอรรถรส จัดวางห่างตัวเราสัก 1-2 เมตร ก็ใช้งานได้ แต่หากเอาไปใช้จัดงานปาร์ตี้ มีคนพูดคุยกันหลายคนในที่กลางแจ้ง ลำโพงตัวนี้กำลังน้อยไป

ข้อดี

เสียงดี ปรับทุ้มแหลมได้ ลูกบิดแบบอนาลอกควบคุมได้แม่นยำ

ข้อเสีย

กำลังขับน้อยไปสำหรับการเปิดกลางแจ้ง ไม่มีหูหิ้ว

สรุป

Fender Newport เป็นลำโพงบลูทูธตัวเล็กแต่มีคุณภาพยอดเยี่ยม เป็นอุปกรณ์การฟังเพลงชั้นดี ให้ความสมดุลย์ของเสียงทุ้มกลางแหลมที่พอดี เสียงทุ้มลึกมีพลัง และเราสามารถปรับระดับเสียงทุ้มให้มากขึ้นหรือน้อยลงได้ด้วย ทำให้มันเหมาะกับการฟังเพลงเกือบทุกแนว กำลังขับไม่มากไม่น้อย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน หน้าตาของลำโพงก็ดูดีสามารถใช้วางประดับห้องรับแขกหรือห้องทำงานได้เลย

ผมอยากให้ลำโพงรถยนต์พัฒนาคุณภาพมาได้ถึงระดับนี้เหมือนกัน มันจะดีมากเลยถ้าเราสามารถฟังเสียงคุณภาพในรถได้ทุกวัน เพราะทุกวันนี้ใช้เวลาอยู่ในรถนานกว่าเวลานั่งฟังเพลงในบ้าน

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ

รีวิว Fender Indio ลำโพงที่จะพาเรากลับสู่ดนตรี

เครื่องเสียงบ้านในอดีตก็เป็นลำโพง ทำงานร่วมกับแอมป์ ทำงานร่วมกับแหล่งโปรแกรม ซึ่งอดีตเราก็จะเปิดแผ่นเสียง เปิดเทป เปิดแผ่นซีดี และปัจจุบันเราก็เปิดไฟล์จากเครื่องเล่นมัลติมีเดีย รวมถึงการฟังจากระบบ stream ที่มาทางอินเทอเน็ต เครื่องเสียงที่ใช้ก็เลยมีความสามารถเปลี่ยนแปลงไป และพัฒนาไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ฟังค์ชั่นใหม่ๆ

เครื่องเสียงสเตอริโอในบ้านที่เราคุ้นเคย จะเป็นเครื่องเสียงที่ให้ความไพเราะ ให้ความดัง ให้ความถี่ตอบสนองที่เต็มย่าน เครื่องเสียงบ้านมักจะเป็นเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ที่เราครอบครอง และมันก็เป็นเช่นนี้มาตลอด เวลาเราหาลำโพงมาใช้งานในฟังค์ชั่นอื่นๆ เช่น หาลำโพงมาเปิดร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือหาลำโพงพกพาเพื่อจะใช้เปิดอเนกประสงค์ ย้ายไปเปิดในสถานที่ต่างๆได้เราก็อยากจะได้ลำโพงเสียงดีเหมือนเครื่องเสียงบ้านด้วย แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเครื่องเสียงพกพาตัวไหนที่คุณภาพดีทัดเทียมกับลำโพงบ้าน

20200209122747_IMG_0163

ตั้งแต่สมาร์ทโฟนเริ่มทำตลาดจนกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นของคนเรา ลำโพงฟังเพลงที่จะใช้กับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น จากตัวเล็กเสียงเบาๆ ก็ปรับปรุงไปในทุกทาง มีทางตัวใหญ่ขึ้น เสียงดังขึ้น ใส่แบตเตอรี่ให้พกพาใช้งานได้สะดวกขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างก็ปรับเปลี่ยนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พัฒนาไปช้ากว่าทุกเรื่องที่กล่าวมาคือคุณภาพเสียง คุณภาพเสียงของลำโพงพกพาไม่เคยดีเท่าลำโพงบ้านเลย เราหมายถึงลำโพงบ้านระดับกลางๆ ไม่ได้หมายถึงลำโพงไฮเอนด์ชุดละเป็นแสนเป็นล้าน

ผมใช้งานลำโพงมาหลายชนิด ลำโพงบ้านคู่หลักที่ใช้งานมานานก็ยังคงเป็นมาตรฐานการรับฟังที่พอใจ เวลาเจอลำโพงใหม่ๆก็มักจะเปรียบเทียบกับลำโพงในบ้านว่ามันดีเหมือนกันไหม เสียงกลางดีไหม เบสดีไหม เสียงสูงดีไหม ทุกอย่างก็จะใช้ความคุ้นเคยกับเครื่องเสียงหลักในบ้านมาเป็นตัวช่วยเปรียบเทียบ ลำโพงบลูทูธที่เคยใช้มาหลายตัวก็มีบุคลิกและจุดเด่นต่างกันไป ลำโพงตัวเล็กเน้นเอาแค่มีเสียงก็สะดวกในการพกพาแต่ฟังเพลงไม่เพราะ ลำโพงที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีแนวโน้มเสียงดี แต่กลางก็หุบ เบสอั้นและน้อยเมื่อเทียบกับลำโพงบ้าน หลายตัวที่ผ่านมาก็จะมีบทสรุปเบื้องต้นในด้านน้ำเสียงว่าไม่ดีแบบที่อยากได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

แล้ววันหนึ่งก็ได้เห็นลำโพงยี่ห้อหนึ่งที่เริ่มทำตลาดลำโพงบลูทูธระดับพรีเมี่ยม ชาวบ้านขายกันตัวละพันสองพัน ไปถึงหลายพันก็นับว่าราคาสูงแล้ว แต่ลำโพงตัวใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ยี่ห้อ Marshall ทำตลาดลำโพงบลูทูธ เริ่มขายกันที่ราคาหมื่นกลางๆ แล้วขายดี จนอีกไม่นานต่อมา ยี่ห้อ Fender ก็ทำลำโพงบลูทูธออกมาขายด้วย และทั้งสองยี่ห้อก็ค่อยๆออกรุ่นเล็กรุ่นกลางรุ่นใหญ่ ออกมาหลายรุ่นมาก ตอนนี้ก็มีระดับราคาหลักพันไปถึงสองหมื่นกว่า มีทั้งแบบตัวใหญ่ต้องเสียบปลั๊กขนาดที่ผู้หญิงอาจยกไม่ไหว จนถึงแบบพกพาหยิบง่ายยกง่าย

20200209122758_IMG_0164

Fender เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำกีต้าร์และตู้แอมป์กีต้าร์ มีนักดนตรีประมาณครึ่งโลกที่ถือกีต้าร์ของ Fender ทำมาหากินเลี้ยงชีวิต มีมือกีต้าร์ระดับ Guitar Hero ที่ใช้กีต้าร์ของ Fender และตู้ลำโพงสำหรับมือกีต้าร์ก็มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับซ้อมในห้องไปถึงขนาดใหญ่ที่จะวางบนเวทีคอนเสิร์ต และหน้าตาของลำโพง Fender ก็มีเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วบอกได้เลยว่ามันคือ Fender ส่วนกีต้าร์ที่แพงที่สุดในโลกก็เป็นกีต้าร์ของ Fender ซึ่งเจ้าของคือ David Gilmour สมาชิกวง Pink Floyd

ผมเคยคิดจะซื้อลำโพงเอาไว้ฟังเพลงแต่อยากได้หน้าตาที่ไม่เหมือนเครื่องเสียงบ้านก็เลยไปซื้อแอม์กีต้าร์ที่หน้าตาดูคลาสิคมาใช้แทน ผลก็คือ แอมป์กีต้าร์เสียงไม่ดีเลย ไม่สามารถใช้เป็นลำโพงเพื่อการฟังเพลงได้ เพราะลักษณะการออกแบบไม่ได้ทำมาให้เสียงนุ่มอิ่มปนหวานแบบลำโพงบ้าน ลำโพงกีต้าร์มักจะใช้ดอกลำโพงดอกเดียวที่ส่งเสียงตลอดย่านความถี่ของกีต้าร์ แตกต่างไปจากลำโพงบ้านที่ตอบสนองความถี่ตลอดย่านที่หูคนได้ยิน ซึ่งมันกว้างมากเมื่อเทียบกับเสียงกีต้าร์ พอเรามีลำโพงฟังเพลงที่เป็นยี่ห้อเดียวกับแอมป์กีต้าร์ ก็เลยสนใจขอลองฟัง เพราะหน้าตามันเป็นแอมป์กีต้าร์เลย

20200209122618_IMG_0157

ลักษณะทั่วไป

Fender indio เป็นลำโพงบลูทูธรุ่นกลางของยี่ห้อนี้ เป็นรุ่นที่ออกแบบเป็นลำโพงหิ้วได้ แต่น้ำหนักตัวไม่ธรรมดาเลย หูหิ้วขนาดใหญ่และหนาบ่งบอกถึงน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี ปุ่มเปิดปิดและการควบคุมทั้งหลายอยู่ด้านบน ดูภายนอกเหมือนแอมป์กีต้าร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากได้มานานแล้ว ขอไล่รายละเอียดแผงด้านบนไปเลยดังนี้

IMG_0539

ด้านซ้ายเป็นปุ่มกด ลักณะปุ่มเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆทรงสูง ดูโบราณมาก กดแล้วจะยุบลงไปอย่างชัดเจน ปุ่มลักษณะเหมือนกลไกแบบนี้ดูทนทานมาก เราสามารถกดปุ่ม play เพื่อสั่งงานเล่นเพลง มีปุ่มกดข้ามเพลง ปุ่มย้อนเพลง มีปุ่ม Pair กดปุ่มเพื่อจับคู่สัญญาณบลูทูธ มีปุ่ม Voice เพื่อกดใช้งานเรียก google assistant ขึ้นมาทำงาน ถ้าใช้คู่กับสมาร์ทโฟนค่าย apple ก็คงเป็นการเรียก SIRI ขึ้นมาแทน มีปุ่ม Duo เพื่อใช้เชื่อมต่อลำโพงสองตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้แต่ละตัวทำงานร่วมกันส่งเสียงให้เป็นสเตอริโอ ที่บริเวณกลางของแผงควบคุมเป็นปุ่มหมุน 3 ปุ่ม ลักษณะปุ่มหมุนจะเป็นแบบอนาลอก เราหมุนไปจนสุดทางได้ หน้าที่แต่ละปุ่มประกอบด้วยปุ่ม Volume ปรับความดังของเสียง ปุ่มถัดมาเป็นตัวปรับเสียงแหลมหรือTreble ปุ่มถัดไปเป็นปุ่มปรับเสียง Bass ผ่านจากปุ่มไปจะเป็นไฟแสดงสถานะการทำงาน และสุดท้ายด้านขวาจะเป็นสวิตซ์คันโยกทำหน้าที่ power ปิด หรือเปิด ผมชอบปุ่มเปิดปิดแบบสวิตซ์โยกมาก เพราะมันทำให้เราสั่งปิด หรือ เปิดได้อย่างมั่นใจ และการสั่งการก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องเหลือบมอง การเปิดหรือปิดลำโพงสามารถใช้นิ้วดันสวิตซ์ได้โดยง่าย ไม่เหมือนระบบกดปุ่มทั่วไป

IMG_0541

ด้านหลังเป็นช่องเสียบไฟชาร์จ ให้รูเสียบแบบไฟ DC 2.8A 15V มีช่อง usb power ที่จ่ายไฟได้ 1000ma แต่ไม่ใช่ช่องที่จะอ่านไฟล์ใดๆ มีไว้จ่ายไฟเลี้ยงให้กับอุปกรณ์ที่ต้องเสียบชาร์จ ซึ่งคงเอาไว้ชาร์จโทรศัพท์หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาเท่านั้น และอีกช่องจะเป็นช่อง Aux ขนาด 3.5มม. สำหรับต่อสัญญาณเสียงภายนอกเข้าเครื่อง

IMG_0544

ขนาดตัวลำโพง Fender indio มีขนาดใหญ่ประมาณกระดาษ A4 วางแนวนอน แต่หนักมาก ดอกลำโพงที่ใช้ภายในจะมี 4 ดอก ประกอบไปด้วยดอกลำโพงขนาด 3.5 นิ้ว 2 ดอก และดอกลำโพงขนาด 16 มม. อีก 2 ดอก กำลังขับ 60 วัตต์ มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ประมาณ 20 ชั่วโมง ระบบบลูทูธทำงานได้ระยะประมาณ 33 ฟุต และรอรับ codec หลายตัวดังนี้ SBC, aptX and a AC wireless audio CODEC

IMG_0532

ทดลองฟัง

แค่เปิดปุ่ม power ขึ้นมาเพื่อให้ไฟติด ก็จะได้ยินเสียงกีต้าร์เล่นคอร์ทเป็นสัญญาณการเปิดเครื่อง ซึ่งเป็นเสียงที่เท่ห์มาก ฟังแล้วรู้สึกทันทีว่าเสียงกีต้าร์เพราะขนาดนี้ ตอนฟังเพลงจะเพราะแค่ไหน ทำให้คนได้ยินเสียงเปิดเครื่องครั้งแรกแอบตั้งความหวังไปแล้วว่าเสียงอื่นๆที่เปิดเล่นจะต้องดีแน่นอน การเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือทำได้ง่าย เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คก็ทำได้ง่าย ไม่มีงง ไม่มีรวน เมื่อสั่งให้เชื่อมต่อเสร็จก็จะมีเสียงกีต้าเล่นขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง แต่คราวนี้มีความหมายว่า ลำโพงพร้อมใช้งานแล้ว

ฟังกับเพลง Norah Jones อัลับั้มแรกเลย เพลง Don’t know why เป็นเพลงดังของนักร้องคนนี้ Fender indio ก็ให้น้ำเสียงที่ชัดและนุ่มเป็นหลัก เสียงร้องมีความใสและมีเนื้อเสียงที่หนักแน่น เสียงทุ้มเป็นไปในแนวนุ่มลึกและมีปริมาณมาก เมื่อฟังกับดนตรีที่เป็นโชว์เสียงเบส เราจะได้ยินเบสที่ลงลึกและแผ่กระจายตัวปกคลุมพื้นที่ห้องฟังของเราให้ได้ยินเสียงเบสใกล้เคียงกันทั้งห้อง เป็นเสียงโทนต่ำที่มีเสน่ห์และน่าฟังอย่างยิ่ง

ทุ้มที่ใหญ่โตและอิ่มช่วยผลักดันเสียงให้มีพลัง หากเราถามหาน้ำเสียงแบบนี้ในยุคยี่สิบปีที่แล้ว เราต้องใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้ามาสร้างเสียงแบบนี้เท่านั้น เป็นไปได้ยากมากที่จะหาชุดเครื่องเสียงบ้านที่ให้เบสลงลึกแบบนี้ในขนาดลำโพงพร้อมแอปม์ที่หิ้วด้วยมือเดียวได้ยิ่งยากมาก ฟังไปฟังมาก็เอะใจ นี่มันเสียงมาแนวเดียวกับห้องซ้อมดนตรีเลย มาแนวเดียวกับเวทีคอนเสิร์ตเลยนะ เพราะน้ำเสียงที่พุ่งและทุ้มที่โอบล้อมขนาดนี้มันจะอยู่กับเวทีคอนเสิร์ต มันจะเป็นเสียงที่เราได้ยินในห้องซ้อมที่บาลานซ์เสียงเครื่องดนตรีเอาไว้อย่างสมดุลย์แล้ว หากคุณเคยนั่งฟังเพื่อนเล่นในห้องซ้อม เสียงที่ได้ยินจากเพลงแต่ละเพลงเราได้ยินทุกเสียงในห้องซ้อมเลย เบสเล่นยังไง กีต้าร์เล่นยังไง กระเดื่องเหยียบหนักหน่วงด้วยความมั่นใจ บาลานซ์ของเสียงจาก Fender indio เป็นแบบนั้น แต่ย่อส่วนลงมา แต่ที่ดีมากๆก็คือเสียงทุ้มที่ Fender ทำให้ จะเป็นทุ้มที่นุ่มนวล มันนุ่มจนกลายเป็นจุดเด่นเลย

ผมเปลี่ยนจากไฟล์เพลงออดิโอไฟล์ที่มักจะเตรียมไว้ทดสอบมาเป็นเพลงที่หาจาก online ทั้งจาก youtube และ spotify หาเพลงที่เล่นกีต้าร์เพราะๆ หาเพลงร็อคที่โซโล่เบสกลองกีต้าร์ ทั้งวงป๊อป วงร็อค หรือแม้แต่แนวเพลงโซโล่ของเหล่าเทพกีต้าร์ฮีโร่ทั้งหลาย หลายชั่วโมงต่อมาผมก็อิ่มไปด้วยเสียงดนตรี และชื่อวงดนตรี นักดนตรี ลำโพงตัวเดียวพาผมไปฟังเพลงอีกเป็นสิบเพลงที่ไม่เคยฟัง ความเป็นดนตรีมาเต็ม เปิดอะไรก็อยากฟัง จากความเคยชินที่ฟังแอมป์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์ที่มีความละเมียดและเสียงทุ้มอิ่มหวาน มาเป็นเสียงที่รุกเร้าและเหมือนอยู่ในห้องซ้อม เหมือนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต มันให้อรรถรสคนละแบบ แต่มันดีทั้งคู่ และผมชอบอย่างหลังมากกว่านิดหน่อย

ในช่วงเวลากลางคืนที่เราไม่ควรเปิดเพลงดังๆ เสียงระดับเบาแค่พอได้ยินก็ยังคงมีเสียงทุ้มที่แน่นและใหญ่ และปกคลุมอยู่ เหมือนกับว่าผู้ออกแบบได้ออกแบบระดับความดังหรือระดับเสียงทุ้มไว้แล้วว่าต่อให้เปิดเบาแค่ไหน เสียงทุ้มต้องรู้สึก ผมใช้คำว่ารู้สึกเลยไม่ใช่แค่ได้ยิน ถ้าเราไปเปิดเครื่องเสียงบ้านในระดับความดังน้อยๆ เสียงทุ้มแทบจะหายไปจากการได้ยินเลย เพราะหูคนเราจะไม่ค่อยไวกับเสียงต่ำ การชดเชยให้การฟังที่ระดับเสียงเบาๆเราจะต้องมีการบูสเสียงเบสหรือเพิ่มลาวด์เนสให้กับเครื่องเสียง ในอดีตที่ผ่านมาเครื่องเสียงบางรุ่นมีปุ่มลาวน์เนสให้กดใช้งานหรือยกเลิกได้ เพื่อให้เราเพิ่มลาวด์เนสตอนฟังเบาๆ แต่กับเครื่องเสียงสมัยใหม่แทบจะไม่ใช้ปุ่มนี้แล้ว คือหลายยี่ห้อตัดทิ้งฟังค์ชั่นลาวด์เนสไปแล้ว แต่กับ Fender ตัวนี้ แม้ไม่มีปุ่มลาวด์เนส แต่ก็เหมือนมีการบูสเสียงเบสเพิ่มให้หรือเพิ่มลาวด์เนสให้ในการฟังที่ระดับความดังไม่มาก ทำให้เสียงทุ้มยังคงได้ยินอยู่

ความนุ่มของเบสมาพร้อมความกระฉับกระเฉงเหมือนการแสดงสด มันเป็นความนุ่มที่หนึบ ไม่รู้จะอธิบายให้ตรงความรู้สึกได้อย่างไร ฟังเพลินๆแล้วอยากบอกว่า เบสอร่อย เป็นเสียงเบสที่ไม่เคยได้ยินจากแอมป์หลอดคลาสเอ มันเป็นเสียงเบสที่ไวมาก มันคงเป็นความไวที่ได้จากโซลิทสเตท หรือดิจิทัลแอมป์ นับว่าเป็นลำโพงที่ฟังสนุกจริงๆ ถ้าผมต้องไปอยู่ในที่ห่างไกลห้ามเอาเครื่องเสียงชุดใหญ่ไปด้วย Fender indio ตัวนี้จะเป็นตัวที่ถูกเลือกไปแทน

ถ้าคุณกินขนมชั้น คุณจะได้ความนุ่มไม่มีความเด้ง ถ้าคุณกินวุ้นคุณจะได้ความเด้ง ไม่มีความนุ่ม เยลลี่คือตรงกลาง มีความนุ่มและความเด้ง เบสหนึบๆ นุ่มและไว เป็นบุคลิคของ Fender indio ตัวนี้

20200209122304_IMG_0147

ลำโพงตุัวนี้สามารถสร้างเสียงเบสลึกที่ใหญ่โตได้ด้วยตัวมันเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยห้องหรือกำแพงเลย ทดสอบได้จากการฟังในที่โล่งอย่างสวนสาธารณะ ผมลองพกไปฟังในสวน สถานที่โล่งกว้าง เสียงเบสยังคงมีอยู่ สามารถฟังได้ไม่แตกต่างไปจากในบ้าน เป็นลำโพงที่ไม่เลือกสถานที่การจัดวางเลย วางตรงไหนก็ได้

IMG_20200215_132151
IMG_20200215_132206

นอกจากการฟังในสถานที่โล่งแล้ว การฟังบนรถก็ให้เสียงที่ดีเช่นกัน เสียงกลางแหลมที่ชัดเจนช่วยให้ฟังเพลงได้เพราะขึ้น จะฟังข่าวหรือฟังรายการพูดก็ชัดเจน เสียงดนตรีที่ขับผ่านลำโพงตัวนี้แม้จะอยู่ในรถก็ยังคงได้ความนุ่มและเสียงทุ้มที่มากมายไม่ต่างจากในห้องหรือในบ้าน เป็นลำโพงที่ดีในทุกพื้นที่การใช้งานจริงๆ

IMG_20200215_134026

ข้อดี

เบสแน่น ลึก นุ่ม ใหญ่ เสียงกลางชัด เสียงแหลมชัด พลกำลังเหลือเฟือ เสียงฉับไวเหมือนเวทีคอนเสิร์ต พกพาได้ คุณภาพเสียงดีไม่เลือกสถานที่ ไม่จำเป็นต้องวางในห้องปิด หรือ ใช้กำแพงช่วยสะท้อนเสียงทุ้ม

ข้อด้อย

ต้องชาร์จแบต เป็นอุปกรณ์พกพาที่หนักมาก

สรุป

Fender indio ให้ประสบการณ์การฟังลำโพงบลูทูธที่แปลกใหม่ อัพเดทให้รู้ว่าเทคโนโลยีการออกแบบเครื่องเสียงยังคงเดินหน้า พัฒนาต่อไปได้ ดอกลำโพงเล็กๆใน Fender indio ตัวนี้ให้เสียงทุ้มกลางแหลมที่สมดุลย์มาก ทุ้มไม่กลบกลาง แหลมไม่บาดหู กลางชัดฟังเสียงร้องได้ชัดถ้อยชัดคำ เสียงเบสลึกเป็นจุดเด่น เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เราสามารถรีดเสียงเบสที่สมบูรณ์ระดับนี้จากดอกลำโพงเล็กนิดเดียว การจัดวางตรงไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ทำให้มันเป็นลำโพงที่น่าใช้มาก แบตเตอรี่จำนวนมหาศาลที่ให้ชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานมันทำให้เราพกไปไหนก็ได้ ฟังเพลงที่ไหนก็ได้ แต่อย่ารบกวนชาวบ้านก็พอ ลำโพงแบบนี้ เสียงแบบนี้ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลง มันเป็นลำโพงที่พาเรากลับสู่ดนตรี พาให้เราสนใจดนตรีมากกว่าเครื่อง

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ