เลือกภาพที่ชอบ พร้อมคำบรรยาย
อยู่ในพิษณุโลก ผมฝากกล้องโบราณพร้อมฟิล์มไปกับเพื่อนที่เดินทางไปเที่ยว สอนวิธีใช้งานและสอนวิธีวัดแสง แล้วก็ได้ภาพนี้กลับมา เพื่อนอีกคนที่อยู่ในพิษณุโลกเห็นภาพนี้แล้วเขาบอกว่าปัจจุบันมีการบูรณะ เปลี่ยนสี เปลี่ยนไฟไปหมดแล้ว ลักษณะพระและแสงไฟแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว
เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัว หลังผ่าตัดสองเดือนพ่อถึงได้ออกจากโรงพยาบาล วันที่ออกจากโรงพยาบาลคือวันที่มีแต่รอยยิ้ม
เมืองไทยมีดีทุกอย่าง ยกเว้นมีคนไทยเยอะไปหน่อย นักการเมืองต้องมีจริยธรรมสูงกว่าคนปกติเป็นคำพูดจากคนหน้าตาดี คงต้องตีความว่า จริยธรรมไม่ได้แปลว่า ซื่อสัตย์ เห็นแก่ส่วนรวม เสียสละ และไม่คอรับชั่น
ที่ยกขึ้นมาเล็งเมื่อไหร่ความหล่อจะถูกคูณอีกร้อยเท่า
เป็นความพยายามของคนที่ไม่ยอมแพ้ทะเลทราย
แต่มีภูเขาไฟ
เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง กินแล้วจะมีแรงขับเคลื่อน หลังๆเริ่มราคาแพงมากขึ้น
นี่ๆ…ปลาหมึกแถวไหนขายแพงที่สุด ตอบ แถวบนสิครับ
ภาพสวยแต่ไร้ความหมาย
ภาพลวงตาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
บันทึกชีวิตช่วงหนึ่งที่อยู่กับแสงไฟมากกว่าแสงแดด
อยู่ประเทศไทยไม่เคยสนใจ พอไปเห็นที่ต่างประเทศดันได้ภาพแบบนี้กลับมา
เป็นสิ่งที่ที่เกิดในยุคเอดิสันที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
ต้นมะขาม กลางวันเจอพระ กลางคืนเจอผี
ที่ใครๆเขาก็บอกว่าปลูกแล้วป่าจะโทรม ดินจะเสีย ผมถ่ายภาพนี้ตอนยืนอยู่บนรังมดแดง เศษใบไม้ร่วงปกคลุมจนมองไม่เห็นพื้น ความชื้นเยอะจนมดชอบ
เดี๋ยวนี้ควายหน้าตาดี
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่กินไข่ เอามากองไว้ก็รอเวลาเน่า
ร่วงหล่นอยู่บนพื้น ถ้าถูกจัดระเบียบมันก็พอดูได้
เชื่อว่าเสาชิงช้าคงเป็นเพียงจุดเด่นอย่างเดียวที่ทั่วโลกจะนึกถึงเมืองไทย
การสร้างลำโพงที่ดี มันต้องมีห้องแบบนี้ไว้ทดสอบ
ปลายฟ้า
ผมชอบรูปนี้ แต่… ไม่มีคำอธิบาย
แดดร้อนแต่ก็ยังอุตส่าห์มีคนมาเดินเล่น
ทะเลที่หมู่เกาะอ่างทอง ฟ้าและท้องทะเลกับลมนั้นรู้อยู่ แต่ใครจะรู้ จะรู้ว่ามีอะไรในใจฉัน ….
เวลาเห็นร่มและเตียงชายหาด จะนึกถึงหญิงสาว และ น้ำมะพร้าว
พระอาทิตย์ตกที่สมุย ทะเลสมุยมีทั้งพระอาทิตย์ตก และ ขึ้น ต่างกับทะเลที่ติดแผ่นดินทีี่จะมีแค่แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น
ถ้ามีคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดเศษดอกไม้พวกนี้ให้ดูสะอาดตา มันก็อาจไม่สวยเท่านี้ ความรกมันเหมาะกับบางสถานที่
แมวอ้วนดัดจริต เป็นหน่วยภาระของคนเลี้ยง ต้องดูแลยิ่งกว่าลูก โชคดีที่บ้านผมไม่มีแมว
ไม้ประดับมีเวลาสวยแค่ไม่นาน
มันอยู่บ้านจนมันคิดว่ามันเป็นคน
เมื่อไหร่ที่คนเรามีเวลามองฟ้า แสดงว่าคนๆนั้นยังต้องการความสุนทรีย์
แม้แต่กิจของสงฆ์ก็ยังต้องการการออกแบบตกแต่ง
สิ่งที่สวยที่สุดในวัดเป็นสิ่งไม่มีชีวิต และคำสอนที่มีค่าก็ไม่ได้อยู่ในความสวยเหล่านั้น
ถ้าอยากจะถูกมองเห็น ต้องมีลักษณะที่แตกต่าง
พ.ศ. 2553 ตากผ้าได้แต่ตอนเที่ยง
ไปบางปูเขาว่าต้องไปถ่ายภาพนก ถ่ายนกต้องถ่ายตอนบิน
ภาพที่ชอบอีกภาพหนึ่ง แต่ไม่มีความหมาย ไม่รู้จักว่ามันคือต้นอะไรด้วยซ้ำ
กำผักบุ้ง เห็นแล้วนึกถึงเย็นตาโฟร้อนๆ
คนงานกำลังซ่อมประตูเหล็ก ตั้งใจถ่ายให้มืดเพื่อเน้นแสงสว่างจากเปลวไฟ
ตีนเท่าฝาหอย
จักรยานโบราณในร้านกาแฟชื่อดังบนเขาค้อ ตอนนี้โดนเผาไล่ที่เพราะความอิจฉาที่มีลูกค้าเยอะ
พุทราที่ปากช่อง เห็นว่ากองไว้สวยดี แต่ไม่ได้ซื้อ ลูกค้าตัวจริงมักไม่หิ้วกล้อง
เตรียมร้องเพลงในงานแต่งงาน ความอบอุ่นของเพื่อนพี่และน้อง
งานแต่งแบบคริสต์จะมีการร้องเพลงอย่างจริงๆจัง เป็นงานที่มีคนเสียงดีเยอะมาก
ดอกไม้ไฟ สีสันยามกลางคืน เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ นอกจากเล่นไพ่แล้ว ก็มีเล่นไฟอีกอย่างหนึ่ง
ในช่วงสองเทอมสุดท้ายของเตรียมอนุบาล ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ขอบฟ้ากลับกลายเป็นคนที่อยากไปโรงเรียนแต่เช้า อยากไปนั่งกินข้าว กินน้ำที่โรงเรียนให้เรียบร้อย ทั้งๆที่ช่วงสองเทอมแรกเป็นเด็กที่อยากไปสายที่สุด อยากเข้าห้องเรียนเป็นคนสุดท้าย การไปโรงเรียนแต่เช้าให้พอมีเวลานั่งกินข้าวและนั่งปล่อยอารมณ์ของเด็กสามขวบกว่าๆทำให้มีเวลาพูดคุยกับพ่อพอสมควร ขอบฟ้าสนใจอ่านตัวหนังสือที่ติดอยู่ในป้ายต่างๆรอบตัว ตอนนั่งโรงอาหาร ก็ขอให้อ่านชื่อร้าน ร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ คำเหล่านี้อ่านให้ฟังแทบจะทุกวัน และแม้แต่การเข้าห้องน้ำก็ยังต้องอ่าน อย่าทิ้งกระดาษชำระลงในชักโครก ทุกประโยคที่อ่านได้ขอบฟ้าจะขอให้อ่านให้ฟังทั้งหมด
ขอบฟ้าชอบร้องเพลงมาก เพลงภาษาอังกฤษที่เป็นเพลงเด็กขอบฟ้าฟังบ่อยและร้องได้ มีเพลงประจำอยู่หลายเพลง แต่ละเพลงจะถูกร้องซ้ำๆอยู่หลายสัปดาห์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเพลงใหม่ ในเรื่องสัตว์สังเกตุว่าขอบฟ้าชอบไดโนเสา ชอบปลาวาฬ จะจำรายละเอียดของสัตว์ทุกตัวที่ชอบได้
การจับปากกาหรือดินสอยังไม่ถูกต้อง ยังคงจับแบบกำมือ การวาด การลงเส้นจะไม่แม่นยำ แต่ก็อยากระบายสี อยากลากเส้นต่างๆ ของเล่นแนวขีดเขียนที่อยู่ในบ้านอาจจะไม่เยอะมากพอทำให้ความสนใจในการใช้ปากกาและดินสอยังไม่มาก แต่ของเล่นพวกจิ๊กซอร์ หุ่นยนต์ เลโก้ ขอบฟ้าเล่นได้ดีและซับซ้อนมากขึ้น สามารถประกอบตัวต่อให้สูงและมีแขนยกของได้แล้ว
ทดลองเปรียบเทียบภาพถ่ายที่ปริ๊นลงกระดาษจากกล้องสองตัวที่เทคโนโลยีต่างกันเกือบร้อยปี ด้านซ้ายคือภาพจากกล้อง polaroid z340 ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องดิจิทัลรวมกับปริ๊นเตอร์ขนาดเล็ก ส่วนด้านขวาเป็นภาพจากฟิล์ม fuji instax บนกล้อง fuji instax mini8
การถ่ายภาพแล้วได้ภาพแทบจะทันทีเป็นสิ่งที่บริษัท polaroid ได้มอบไว้ให้แก่โลกเรามานานแล้ว แต่ในปัจจุบัน polaroid หันไปสู่ดิจิทัลเต็มตัว ส่วนเทคโนโลยีมรดกโลกกลับกลายเป็น fuji ที่รับระบบอนาลอกของ polaroid มาใช้อย่างจริงจัง และทำตลาดจนกลายเป็น instax mini ที่ฮิตกันมากในปัจจุบัน และนอกจากฟูจิแล้ว ยังมีผู้ผลิตกล้องอย่าง leica ที่ลงมาเล่นตลาดนี้ด้วยการส่งกล้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ออกมาขายด้วย และ ยังมีค่ายอินดี้อย่าง Mint ที่ออกกล้องใช้ฟิล์มแบบนี้ออกมาอีก
ข้อดีของ z340 คือ มีไฟล์ดิจิทัลเก็บไว้ด้วย สามารถเลือกภาพเพื่อพิมพ์หรือไม่พิมพ์ก็ได้ แต่แบตเตอรี่ในกล้องจะใช้พิมพ์ภาพได้ไม่เกิน 10 รูปในการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามสเป็ค ถ้าแบตหมดจะต้องกลับบ้านมาเสียบสายชาร์จเท่านั้น
Instax mini8 ของ fuji ดีตรงที่สามารถถ่ายภาพได้ 100 ภาพ ด้วยถ่านอัลคาไลน์ AA 2 ก้อน แต่ต้องพิมพ์ทุกภาพที่ถ่าย เลือกไม่ได้
ภาพที่ได้จากการพิมพ์จากสองระบบให้คุณภาพแค่พอใช้ได้ ดูรู้เรื่อง ให้อารมณ์มากกว่าคุณภาพ การชมภาพที่ไหลออกมาจาก z340 เทียบกับการรอภาพค่อยๆปรากฏขึ้นของฟูจิ ใช้เวลารวมไม่ต่างกัน เราจะอยู่กับระบบไหนก็ได้ มันสนุกเหมือนกัน แต่ฟูจิจะมีข้อดีกว่าตรงที่ ไม่ต้องกลัวแบตหมด ถึงหมดก็ซื้อสำรองไปใส่ได้ไม่ยาก ร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็มีแบตขาย
สิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆเส้นศูนย์สูตร ขนาดใหญ่ประมาณภูเก็ตของเรา สิ่งที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของคนไม่เคยไปสิงคโปร์ก็คือ ที่นี่ข้าวมันไก่ดังมาก สิงคโปร์ทันสมัย สิงคโปร์เป็นเมืองท่า เป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชีัยตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนในระดับบริษัทข้ามชาติจะมีสาขาใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ แม้แต่ ระบบ cloud ของอเมซอนก็อยู่บนเกาะเล็กๆแทนที่จะอยู่ในแผ่นดินกว้างใหญ่อย่างไทยหรือมาเลเซีย
ทริปไปสิงคโปร์พ่อแม่ลูกเป็นทริปนอกประเทศทริปที่สองของการเดินทางแบบมีเด็กเล็ก หลังจากที่เราได้ไปฝึกฝนการพาลูกเที่ยวที่ญี่ปุ่นมาแล้ว การไปสิงคโปร์ก็กลายเป็นเรื่องที่เชื่อว่าไม่ยากลำบากอีกต่อไป จองตั๋วกันล่วงหน้าประมาณสามเดือน แล้วพอใกล้ๆวันเดินทางเหลือเวลาอีก 1 วัน ปรากฏว่าผมเช็คอินยืนยันตั๋วเครื่องบินไม่ได้ เหตุผลเพราะพาสปอร์ตกำลังจะหมดอายุในอีกสองเดือน ผู้รู้ทุกท่านให้ข้อมูลว่าการเดินทางไปต่างประเทศจะต้องมีอายุพาสปอร์ตเหลือเกิน 6 เดิอน เดือดร้อนต้องรีบไปทำพาสปอร์ตและต้องทำเร่งด่วนภายใน 1 วัน ซึ่งจะต้องไปทำที่กงสุลซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเท่านั้น ราคาความด่วนต้องจ่าย 3000 บาท จากเดิม 1000 บาทเท่านั้น นับว่าเป็นความวุ่นวายที่ไม่คาดฝันจริงๆ
ตีสี่เราเดินทางไปดอนเมือง ใช้เวลาต่อแถวเช็คอินสายการบินประมาณสองชั่วโมง และรอขึ้นเครื่องในอีก 1 ชม.ต่อไป เราถึงสิงคโปรประมาณ 9.30 น.เวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง รถจากโรงแรมมารอรับพวกเรา ซึ่งคิดว่าจะมีนักเดินทางหลายคนแต่ปรากฏว่ามีแค่เราสามคนเท่านั้นที่นั่งรถบัสคันโตเข้าโรงแรม grand mercue roxy
ลูกหลับเร็วมากระหว่างเดินทางไปโรงแรม เราก็เลยรีบเช็คอินที่โรงแรมแล้วพาลูกนอนเตียงให้สบายๆ กลางวันเดินออกมาฝั่งตรงข้ามโรงแรมเพื่อซื้ออาหารกิน อาหารในตลาดที่หน้าตาคล้ายๆตลาดสามย่านในความทรงจำ ราคาอาหารจานเดียวมีตั้งแต่ 2 เหรียญจนถึง 10 เหรียญสิงคโปร์ เทียบเป็นเงินไทยก็คูณ 26 เข้าไป โดยมื้อแรกของผมในสิงคโปร์ก็คือข้าวมันไก่ราคา 4.8 เหรียญสิงคโปร์ รสชาดก็คล้ายๆของไทย ถือว่าอาหารไม่แพงเท่าไหร่ แต่ที่แพงบาดใจเลยก็คือน้ำดื่ม น้ำเปล่าขวด 600ซีซี ที่บ้านเราขาย 10 บาท ที่สิงคโปร์ขาย 3 เหรียญ กินแทบไม่ลงเลย
บ่ายแก่ๆใกล้ๆเย็นเราสามคนเริ่มเที่ยวสวนดอกไม้ ชื่อ garden by the bay ซึ่งมีความอลังการและน่าตื่นตาตื่นใจมาก ต้นไม้หายาก ดอกไม้หายากดูได้จากที่นี่ อาคารกระจกทรงโค้งๆสวยงามติดแอร์ ปลูกต้นไม้แปลกๆไว้เต็มไปหมด นอกจากความแปลกแล้วยังได้ดูการจัดสวนที่น่ามองยิ่งกว่าสวยใดๆที่เคยเห็นในประเทศไทย การจัดสวนแนวตั้งที่เมืองไทยเริ่มฮิตอาจมีที่มาจากสวนของสิงคโปร์แห่งนี้
ต้นไม้ยักษ์ที่สร้างขึ้นเป็นเสาสูงๆและมีส่วนบานอยู่ข้างบนเป็นสิ่งที่เรียกความสนใจให้ถ่ายรูป สวนแห่งนี้เป็นจุดแวะอันดับต้นๆของสิงคโปร์ การถ่ายรูปดอกไม้ต้นไม้ในสวนแห่งนี้ถ่ายได้เรื่อยๆหลายร้อยรูป ความสดชื่นของต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีและอยู่ในบรรยากาศที่ควบคุมไว้ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบอาคารกระจกรวมไปถึงระบบปรับอากาศที่เย็นแสนสบายมันช่างเป็นโชคดีของต้นไม้หายากเหล่านี้จริงๆ ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่ต้องแวะสวนแห่งนี้ แต่นักเรียนนักศีกษาต่างก็ต้องแวะมาหาข้อมูลจากสวนแห่งนี้เช่นกัน การลงทุนพัฒนาระบบการปลูกต้นไม้แบบไม่กลัวจนมันช่างให้ผลที่คุ้มค่าเหลือเกิน
ดอกไม้รูปทรงแปลกตา สีสันประหลาดแบบที่ไม่คิดว่าจะมีจริง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นของที่ไม่เคยพบเจอในประเทศไทย ความหลากหลายของต้นไม้ดอกไม้ในโลกนี้มีมหาศาล สวนดอกไม้แห่งนี้อาจเป็นห้องสมุดดอกไม้ของโลก มนุษย์ที่สนใจดอกไม้มาเดินที่นี่ที่เดียวอาจจะได้เห็นของดอกไม้ใบไม้เกือบทั่วโลก นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีส่วนที่ทำเป็นน้ำตก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรูปทรงธรรมชาติแบบที่คนไทยอย่างเราๆเคยเห็น แต่มันก็เป็นน้ำตกที่กลมกลืนกับอาคารแก้ว และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์แห่งนี้มันเกิดขึ้นจริง มันสมจริงจนตะไคร่น้ำยังขึ้นมาเป็นพยาน
เราใช้เวลาในสวนดอกไม้แห่งนี้ประมาณสามชั่วโมงแบบเร่งเดิน เพราะหากเราปล่อยอารมณ์ไปตามความสวยงามของดอกไม้ต้นไม้เหล่านี้ เวลาทั้งวันก็อาจไม่พอ ความคิดสร้างสรรของสวนดอกไม้แบบนี้คงยากจะเกิดขึ้นในเมืองไทย เพราะคนไทยไม่ได้มีนิสัยรักสิ่งแวดล้อมและต้นไม้อย่างแท้จริง สิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆที่ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย เทียบกับเมืองไทยแล้ว ไทยมีธรรมชาติที่เพียบพร้อม แต่คนไทยกลับเลือกทำลายเบียดเบียนจนทุกวันนี้เราได้ยินแต่ข่าวน้ำแล้ง คนแย่งน้ำ เกษตรกรล่มจม เพาะปลูกไม่ได้ผล ขณะที่สิงคโปร์เล็กกระจิ๋วหลิว แต่มีต้นไม้ใหญ่ในทุกถนนปกคลุมทางเดินฟุตบาทให้เดินได้อย่างร่มรื่น มีสวนดอกไม้ที่เป็นงานทดลองชั้นยอด และอีกไม่นาน เราคงจะเห็นฟาร์มแนวตั้ง ที่ติดตามสวนแนวตั้งมาติดๆ ทรัพยากรจำกัดไม่ได้ทำให้ประเทศนี้ตกต่ำ แต่ทรัพยากรคนที่ดีเลิศต่างหากที่เสกทุกอย่างที่ต้องการได้ ถือเป็นโชคดีของสิงคโปร์อย่างมากที่ไม่มีคนหัวใจไทยในระบบราชการของเขา
ขณะที่เมืองไทยขอร้องกันทั้งประเทศว่าอย่าเล่นสงกรานต์แบบสิ้นเปลือง เพราะชาวนาชาวสวนกำลังจะขาดน้ำตายแล้ว แต่สิงคโปร์ที่ล้อมรอบด้วยทะเล ไม่มีแหล่งน้ำจืดใหญ่เท่าเมืองไทย ยังสามารถปล่อยน้ำให้เด็กเล่นอย่างสนุกสนาน ขอบฟ้าเป็นเด็กตลก อยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากเปียก พ่อแม่เลยต้องใช้เสื้อกันฝนใส่ให้ ขอบฟ้าก็เลยได้เล่นน้ำแบบไม่เปียกในความคิดและความเชื่อแบบเด็กๆ แต่สภาพจริงเปียกถึงข้างในอยู่ดีแหละลูกเอ๋ย
เราจบวันนี้ด้วยอาหารเย็นแบบร้านอาหารจานเดียว ผมสั่งของที่หน้าตาเหมือนต้มยำกุ้งที่ชื่อรักสะ laksa แต่พอกินแล้วก็อยากจะตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ขนมจีนน้ำยา รสชาดต้มยำเป็นสิ่งที่คนต่างชาติทำยังไงก็ไม่เหมือนคนไทยทำ เปรี้ยว เค็ม เผ็ดแบบไทยนี่เป็นสิ่งที่สิงคโปร์ยังทำไม่ได้ แต่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้อยากทำก็ได้ แค่หน้าตามันเหมือนกันและคนไทยอย่างผมก็คิดว่ามันจะเป็นต้มยำกุ้งแน่ๆ
จบวันที่หนึ่งแบบเหน็ดเหนื่อย วันที่สองจะเป็นวันสวนสัตว์ โปรดติดตาม
เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 2 ไปสวนสัตว์
ภาพขาวดำที่ให้โทนสีดำได้สวยใกล้เคียงกับงานขาวดำจากกระดาษอัดภาพขาวดำชั้นดี กล้องโพลารอยด์รุ่น z340 เป็นกล้องที่สามารถพิมพ์ภาพได้ในตัว มีความละเอียด 14 ล้านพิกเซล แรกเห็นภาพสีขาวดำจากกล้องตัวนี้ก็สะดุดตากับคอนทราสของงานขาวดำที่ชวนให้นึกถึงกล้องไลก้ากับฟิล์ม kodak tri-x ที่มักจะให้ภาพดุดัน สีดำเข้มข้น อดสงสัยไม่ได้ว่า กล้องดิจิทัลยี่ห้อ polaroid รุ่นอื่นๆจะให้ภาพสีขาวดำได้แบบนี้หรือเปล่า
การถ่ายภาพโพลารอยด์ในยุคปัจจุบันนี้หนีไม่พ้นต้องใช้ระบบของ fuji instax mini ที่ให้ภาพขนาดเท่าบัตรเครดิต บนกล้องราคาไม่แพงมาก ภาพเหล่านี้จะต้องซื้อ 1 กล่อง มี 10 ใบ ถ่ายเสร็จก็เอาไปวางไว้ในลิ้นชัก บางคนติดกระเป๋าสตางค์ บางคนก็หาอัลบั้มสำหรับ fuji instax mini มาใส่ ซึ่งอัลบั้มสำหรับฟิล์มไซ้ร์นี้ก็ไม่แพงมาก เผลอๆจะเอาสมุดใส่นามบัตรมาใส่ก็ได้ แต่มันไม่สวย
กรอบรูปสำหรับใส่ภาพขนาดบัตรเครดิตเป็นสิ่งหายากมาก ยังไม่เห็นใครขายอย่างจริงจังเลย ก็เลยลองเอากลักฟิล์มโพลารอยด์ที่ใช้หมดแล้วมาลองใส่ภาพกลับไป ผลก็คือ มันกลายเป็นกรอบรูปสำหรับโพลารอยด์ได้อย่างน่ารักมาก ทำให้นึกเสียดายกลักฟิล์มเก่าๆไปในบัดดล
ใครมีกลักฟิล์มเก่าๆเก็บไว้ก็ลองเอามาใส่ตั้งโต๊ะ ประดับบ้านดูกันได้นะ มันสวยกว่ากรอบรูปอื่นๆจริงๆ
การถ่ายภาพสินค้าเพื่อขายหรือทำโบรชัวร์มักจะต้องมีการจัดไฟระดับหนึ่งเพื่อให้ภาพดูดีและมีคุณภาพพอให้นำไปตัดต่อหรือรีทัชต่อได้ การจัดไฟแบบง่ายๆใช้ของน้อยๆเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจ กล่องไฟแบบดัดแปลง แฟลช1ตัว และตัวส่งสัญญาณแฟลชแบบไร้สาย สามอย่างนี้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพสินค้าได้อย่างมีคุณภาพแล้ว
กล่องไฟ อาศัยดัดแปลงกล่องใหญ่ๆที่พอหาได้ นำมาตัดฝาด้านขวา ด้านซ้าย และด้านบนให้เป็นช่องสี่เหลี่ยม แล้วเอากระดาษไขหรือกระดาษขาวบางๆมาติดเหมือนเป็นหน้าต่าง กระดาษขาวจะทำหน้าที่กรองแสงที่เข้าไปในกล่องให้เป็นแสงที่นุ่มนวล ในกล่องไฟให้ใช้กระดาษขาวยาวๆปูจากฝาด้านหลังสูงสุดความสูงของกล่อง แล้วปล่อยยาวลงมาด้านหน้าเพื่อให้พื้นและฉากหลังเป็นสีขาว
ขาตั้งแฟลชถ้าหาไม่ได้ เอาขาตั้งไมค์ก็ไม่เสียหาย ผูกแฟลชกับขาตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่ากล่องและยิงแสง 45 องศาไปยังกล่อง กะให้แสงจากแฟลชโดนกล่องทางด้านข้างและด้านบน แค่นี้เราก็ได้ระบบการถ่ายสินค้าที่ประหยัดแต่คุณภาพดีแล้ว
ในการถ่ายภาพก็ให้ตั้งค่าสปีดของกล้องให้เร็วระดับที่ทำงานกับแฟลชได้ทัน ส่วนมากจะทำได้ที่ระดับ 1/125 วินาที รูรับแสงก็ให้ตั้งค่าประมาณ f11 isoให้เร่ิมที่ 400 ไว้ก่อน กล่องสมัยใหม่มักจะทำงานที่ iso400 ได้โดยไม่เห็นน้อยส์มากวนใจแล้ว ตั้งค่าความแรงของแสงแฟลชให้ได้ความสว่างที่พอกับรูรับแสง ถ้าตัวแฟลชแบ่งระดับไฟไม่ได้ ก็ให้ใช้วิธีตั้งแฟลชให้ห่างกล่องหรือให้ใกล้กล่องเพื่อควบคุมความสว่างของแสงในภาพ แต่การใช้แฟลชที่แบ่งแรงดันหรือระดับความแรงได้จะทำให้เราสะดวกมากที่สุด เพราะหากเราตั้งค่ายิงแสงแฟลช 100% ทุกภาพ แฟลชจะต้องใช้เวลาชาร์จไฟหลายวินาที อาจทำให้การทำงานของเราเสียเวลาและอารมณ์ทำงานสะดุดได้ แต่ถ้าเราตั้งความแรงของแฟลชได้ที่ 1/4 หรือ 25% จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพซ้ำได้หลายภาพติดต่อกัน ถ่ายมุมนี้แล้วเปลี่ยนไปถ่ายอีกมุมได้ทันที เพราะกำลังไฟในแฟลชยังเพียงพอต่อการยิ่งแสงซ้ำๆหลายครั้ง
เมื่อสมัยหัดถ่ายรูปใหม่ๆ เวลาเจอภาพสวยๆก็จะทึ่งในความเก่งกาจของช่างภาพ ยิ่งหากเป็นการจัดแสงด้วยแฟลชแล้วยิ่งทำให้รู้สึกว่าทำยังไงถึงจะฝึกฝนให้ได้ระดับนั้น แต่พอหัดถ่ายมากขึ้นมีความรู้พื้ันฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพลักษณะต่างๆแล้ว ก็ทำให้เราพอจะแกะรอยของแสงต่างๆได้ ก็เลยถือโอกาสถ่ายแหวนแต่งงานด้วยเทคนิคที่คาดว่าจะทำให้ได้ภาพแบบที่ต้องการ
นี่คือภาพที่ต้องการ เบื้องหลังก็คือ ต้องจัดแสงให้ตัวแหวนเกิดเขาแข็งๆ ไม่ใช่แสงแฟลชนุ่มๆแบบที่ใช้ถ่ายภาพคน แฟลชที่ใช้กับภาพนี้ก็เลยเลือกที่จะใช้แฟลชยิงเข้าหาแหวนและหนังสือโดยตรง เพื่อให้แสงแข็งๆทำมุมเอียงๆให้เกิดเงาแข็งเป็นเส้นดำชัดเจน 
ปรับตั้งค่ากล้องให้มีค่ารูรับแสงกลางๆ และค่าความไวชัตเตอรสูงๆเข้าไว้เท่าที่จะทำงานทันกับแฟลชของเรา ค่าแสงแฟลชจะทำให้พื้นที่ของหนังสือและแหวนได้รับแสงพอดี ภาพจากบรรยากาศจะมืดดำและมีส่งผลต่อภาพของเราเลย
เมื่อถ่ายในมุมห่างๆเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างทำงานอย่างไร แสงพอดีที่สมุดเป็นอย่างไร และสภาพบรรยากาศที่มืดดำไปเพราะความไวชัตเตอร์สูงๆเป็นอย่างไร เมื่อได้สภาพแสงที่ต้องการแล้ว ก็จัดองค์ประกอบใหม่โดยไม่เปลี่ยนแปลงค่าแสงแฟลช และไม่เปลี่ยนแปลงค่ารูรับแสงและไม่เปลี่ยนความไวชัตเตอร์
เปลี่ยนยางมาครับ kumho KH17 195-60-15 เส้นละ 1300 บาท
ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ทางร้านบอกว่า ของดีราคาถูก ลองหาในเน็ตแล้วไม่เจอคนด่า เลยลองเปลี่ยนดูครับ สัมผัสแรกรถนิ่มทันทีเลย ยังไม่รู้ว่าขับเร็วแล้วเป็นไงเหมือนกัน ยางชุดที่แล้วปี 2012 ครับ ใช้นานลืมเปลี่ยน เห็นอีกทียางหน้าแทบโล้น