สีไม่เหมือน

ในโลกของสิ่งพิมพ์  เรื่องสีไม่เหมือนเป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กับลูกค้าและโรงพิมพ์อยู่เสมอ  เพราะใครๆก็อยากได้งานพิมพ์สีเหมือนเดิม หรือ สีเหมือนกับตัวอย่าง   แต่ในทางปฏิบัตินั้น ขั้นตอนของกระดาษที่ไหลออกจากเครื่องพิมพ์จะมีทั้งใบที่สีสีตรง กับสีเพี้ยน ซึ่งโรงพิมพ์ที่มีคุณภาพดีหน่อยจะต้องพยายามดึงใบสีเพี้ยนออกไป  แล้วจัดส่งงานเฉพาะใบที่สีตรง

IMG_4000

ผมบังเอิญได้พาลูกไปเที่ยวดูตู้ปลาในห้าง ซึ่งในทางเดินช่วงสุดท้ายของสถานที่แห่งนี้ เป็นร้านขายของที่ระลึก  เราก็เดินดูของนิดหน่อย แล้วก็ไปเห็นชั้นวางหรือชั้นแขวนสินค้าที่เป็นปากกาในกล่องกระดาษ  ด้วยความที่เป็นคนทำงานสิ่งพิมพ์ พอเห็นว่า สีบนกล่องไม่เหมือนกัน ทั้งที่สินค้าภายในเหมือนกัน ก็ทำให้มือหยิบกล้องมาถ่ายภาพเก็บไว้

สิ่งที่ปรากฏก็คือ ความไม่สมบูรณ์ของการผลิต มันอาจจะเป็นข้อผิดพลาดของช่างในโรงพิมพ์ที่คุมสีได้ไม่ดี  อาจจะเป็นข้อผิดพลาดของคนตรวจสอบสินค้าในโรงพิมพ์ ที่เห็นสีเพี้ยนๆแล้วไม่หยิบออก   หรือแม้แต่กล่องสีเพี้ยนหลุดรอดออกไปจากโรงพิมพ์แล้ว ส่งไปยังโรงงานปากกา หรือ โรงงานบรรจุสินค้า พนักงานบรรจุเห็นสีเพี้ยนๆของกล่องแล้วยังปล่อยให้ใส่สินค้าลงไปในกล่องอีก และสุดท้ายคนที่หยิบสินค้ามาแขวนเพื่อวางขายก็ยังปล่อยให้มีของสีไม่เหมือนกันอยู่บนชั้นวางสินค้า  สิ่งเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้น  นี่คือความผิดพลาดที่ผ่านมือคนมาไม่ต่ำกว่าสี่คน  ถามว่าแล้วมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไหม ก็ตอบว่าไม่  เพราะลูกค้าก็อาจจะปล่อยผ่านได้เนื่องจากมันเป็นเพียงแค่การขายของที่ระลึก  มันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับส่วนใหญ่ที่เหลือ  ซึ่งถ้าเราพบลูกค้าแบบนี้โรงพิมพ์ โรงงานผลิตจะรักลูกค้าคนนี้จริงๆเลย

แต่ในชีวิตจริง โรงพิมพ์ต้องโดนปฏิเสธงาน ไม่รับงาน ต้องพิมพ์ซ่อมชดเชย เรื่องเยอะมากเวลาส่งของแล้วของมีปัญหาเรื่องสีเพี้ยน  ซึ่งทุกโรงพิมพ์ เจอเหตุการณ์เหล่านี้มาตลอด จะมากจะน้อยบ้างก็แล้วแต่จังหวะของบุคลากรในโรงพิมพ์เริ่มหละหลวมเมื่อใด  แต่เราก็หวังว่า เราจะเจอลูกค้าที่ใจดี ปล่อยผ่านได้บ้างแบบนี้  เพราะไม่มีใครอยากทำงานผิดพลาดหรอก  และส่วนใหญ่ของสินค้าทั้งกองโตก็ไม่ได้ผิดพลาด  มันอาจเป็นแค่สินค้าชิ้นเดียว ที่บังเอิญหลุดออกมา

ภาพ transistor ขายใน shutterstock

ยอดดาวน์โหลด มาตอนนอนหลับหนึ่งครั้ง  มาตอนอาบน้ำหนึ่งครั้ง   ภาพนีคือ transistor ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ใช้ทำงานขยายสัญญาณกระแสไฟฟ้าให้ใหญ่ขึ้น  ในโลกอนาลอก ทรานซิสเตอร์เป็นพระเอกตลอดกาล ในโลกดิจิทัลจะมีลูกหลานที่พัฒนาต่อจากทรานซิสเตอร์ที่ทำงานเร็วมากและเล็กมากจำนวนนับแสนนับล้านตัว ถูกยัดลงในพื้นที่เล็กๆที่ใหญ่แค่เล็บนิ้วมือ

 

stock-photo-transistor-450324109

ถ้าอยากสมัครขายภาพ เชิญได้เลยที่ลิงค์นี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แวะถ่ายภาพข้างทางเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน

 

IMG_3781.JPG

 

 

เท่าที่จำได้ เวลาขับรถผ่านจุดที่ดูน่าสนใจ น่าจะเป็นมุมถ่ายภาพที่ให้ภาพได้ดี ก็มีความอยากจะจอดรถแล้วลงไปถ่ายให้พอใจ  ตั้งแต่ช่วงเวลาที่หัดถ่ายรูป ก็มีโอกาสจอดรถถ่ายบ่อยครั้ง จะกรุงเทพ หรือ ต่างจังหวัดก็แวะถ่ายได้เรื่อยๆ  เป็นช่วงเวลาของการค้นหาภาพสวยๆ  เป็นช่วงเวลาที่ได้เสพสุขกับการมองแล้วหามุมที่อยากได้   พอพ้นวันเวลาที่ไม่มีภาระ  วันเวลาที่มีเวลาเหลือเฟือ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน แล้วก็ถ่ายภาพรับจ้าง แล้วก็ทำงานอื่นๆใดๆไปแทบจะตลอดเวลา  เวลาสุนทรีย์จากการถ่ายภาพก็ค่อยๆหายไป

 

การเดินทางท่องเที่ยวในระยะหลังก็จะมาแนวช่างภาพขี้เกียจ ช่างภาพเบื่อโลก  แล้วพอแต่งงาน มีครอบครัว  มีลูก การถ่ายภาพเกือบร้อยเปอร์เซ็นก็จะเป็นการถ่ายภาพในครอบครัว  ไปเที่ยวกันพ่อแม่ลูกก็ค่อยๆถ่ายกันไป  มีภาพลูกเป็นหมื่นภาพที่สะสมขึ้นมาเรื่อยๆ   ลูกผมเรียนอนุบาลหนึ่ง โรงเรียนเพลินพัฒนา ทุกวันก็จะขับรถไปส่งตอนเช้า  ซึ่งข้างทางที่ขับผ่านในซอยแถวโรงเรียนก็มีที่รกร้างต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด มีเสาสูงๆคงเป็นเสาของโทรศัพท์มือถือที่วางตระหง่านเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งรกๆ  มองผ่านไปตอนขับรถทีแรกก็ไม่ได้สนใจ  จนกระทั่งช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ต้นไม้รกร้างเหล่านั้นงอกงาม ตั้งตัวกันสลอน  รับกับแดดที่ออกในบางเวลา ทำให้ผมเห็นมุมที่น่ามอง  ก็จำไว้ว่ามุมนี้น่าแวะมาถ่าย  แต่ก็ได้แต่จำแล้วก็ขับผ่านไป ส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วขับรถไปทำงานต่อ

 

มาหลายวันนี้ผ่านมุมนี้แล้วรู้สึกว่ามันสวยทุกวัน  ก็เลยเร่ิมวางแผน บวกกับวันนี้ ลูกผมลืมของไว้ที่บ้านต้องย้อนกลับไปเอาของที่บ้านอีกครั้ง  วันนี้เลยไปโรงเรียนสายกว่าปกติ  เพราะปกติคือไปเช้าแดดยังไม่ออก  แต่วันนี้ไปโรงเรียนสองรอบ รอบที่สองนี่เองที่แดดออกสดในและทำให้มุมนี้สวยขึ้นอีกมาก พอส่งลูกเสร็จก็เลยรอเวลา  เพราะแดด 8 โมงเช้ายังอ่อนเกินไป ระบบวัดแสงของกล้องคงจะวัดแสงแล้วเลือกค่า f ไม่แคบเท่าไหร่  ก็เลยเลือกที่จะกินข้าว กินกาแฟ รอเวลาอีก 1 ชั่วโมง พอเก้าโมงกว่า แดดจัดมากขึ้นก็ขับรถออกมายังจุดที่เล็งไว้ แล้วก็จอดรถข้างทาง

 

IMG_3781.JPG

 

วันเมฆสวยฟ้าใสอะไรก็ดูดีไปหมด มองวิวด้วยตาเปล่าแล้วก็หยิบกล้องออกไปถ่าย  canon eos m รุ่นแรก กับเลนส์ 22f2 ปรับตั้งค่า iso auto เลือกโหมดถ่ายภาพเป็น P  มุมนี้ถ่ายภาพตามแสง ฉากหน้าเป็นต้นไม้โดนแดดเต็มๆ วัตถุสำคัญของภาพเป็นเสาโดนแดดเต็มๆเช่นกัน ท้องฟ้าก็สีฟ้า เมฆก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆไม่กระจาย เจอมุมแบบนี้ตั้งค่าวัดแสงพอดีไปเลย  ไม่ต้องชดเชยแสงใดๆ   ถ่ายภาพไปสักสี่ภาพก็เปลี่ยนเลนส์  เดินกลับไปหยิบเลนส์ 18-55 มาติดกล้้องบ้าง  เพราะอยากได้ภาพเสาที่ใหญ่ขึ้น  เลนส์ช่วง 55มม. ก็เลยได้ทำหน้าที่

 

การถ่ายภาพในช่วงนี้ของผมเป็นการถ่ายภาพที่เน้นภาพสวยและชัดเป็นสำคัญ เพราะจะเอาภาพไปส่งสต๊อคด้วย  ภาพที่จะส่งขายสต๊อคจะต้องมีความชัดเป็นสำคัญ การเลือกโหมด P ก็เพราะจะให้กล้องเลือกค่า f กลางๆให้ และกล้องก็เลือกค่า f10 ให้กับภาพชุดนี้ แม้จริงๆผมจะชอบเลข f11 มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ปรับ  ปล่อยให้กล้องเลือก f ให้อัตโนมัติ

 

IMG_3786.JPG

เมื่อได้ภาพจนพอใจก็เก็บกล้อง ขับรถไปทำงานต่อ  ภาพชุดนี้ถ่ายมา 13 ภาพ  ถึงที่ทำงานก็ก๊อปปี้ภาพส่งเว็บขายทันที  และในอีก 5 นาทีต่อมา ระบบของเว็บก็รับภาพ ภาพชุดนี้ผ่านการ approved ทั้งหมด  เป็นการส่งภาพสต๊อคครั้งแรกที่ส่งเยอะและผ่านทั้งหมด เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ   จอดรถเพื่อถ่ายภาพในมุมที่ค้นพบเป็นความสุขของช่างภาพ  และความสุขครั้งที่สองจากภาพชุดนี้ก็มาตอนที่ภาพผ่านการ approved  ก็หวังว่าจะมีความสุขครั้งที่สามตามมา นั่นคือ บางภาพในชุดนี้มีการโหลดไปใช้งาน มันคงจะดีไม่น้อยเลย

Screen shot 2016-09-16 at 11.11.57 PM

 

ดูรีวิวกล้อง eos m ได้ที่นี่

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง honda freed หลักกิโล 167453

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2559 ได้ข่าวว่ามีน้ำมันเครื่อง ปตท มีโปรโมชั่นซื้อน้ำมันเครื่องแถมลำโพงบลูทูธ  JBL รุ่น go ซึ่งเป็นลำโพงเสียงดีตัวหนึ่ง ราคาลำโพงตัวนี้ในห้างขายอยู่ 1290 บาท เห็นมาหลายเดือนแล้วแต่ก็ไม่ได้ซื้อ  พอรู้ว่าทำโปรโมชั่นกับน้ำมันเครื่อง ปตท ก็เลยซื้อน้ำมันเครื่องเพื่อเอาของแถมซะเลย

 

ผมขับรถ honda รุ่น freed ปกติการดูแลรถยนต์ก็ยกให้เป็นหน้าที่ศูนย์  เข้าศูนย์ทุกหมื่นกิโลเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ครั้งล่าสุดเปลี่ยนไปที่ 150,000 กิโลเมตร แล้วก็ลืม ทำงานเพลิน จนเลยระยะหมื่นกิโลไปเยอะมาก  ประกอบกับ ได้ซื้อน้ำมันเครื่องรุ่นโปรโมชั่น  เลยจัดการหิ้วไปเปลี่ยนที่อู่ข้างนอก ระยะหลักกิโลบนหน้าบัดคือ 167453 กิโลเมตร

 

2016-09-10_02-29-48

 

น้ำมันเครื่องรุ่นที่ใช้กับ freed เป็นสเป็คไหนก็ลืมไปแล้ว แต่รุ่นที่ซื้อมาเองเป็นของ  ปตท สเป็ค 0w-40 เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ในภาพคือ กล่องทางขวา  หาร้านแถวบ้านแล้วก็จัดการเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายก็ ค่าแรง 200 บาท ไส้กรองใช้ของที่อู่ 150 บาท รวม 350 บาท ส่วนค่าน้ำมันเครื่องแถมลำโพงก็ 1550 บาท ซึ่งมีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ปกติ น้ำมันเครื่องรุ่นนี้จะราคาประมาณ 1250 บาท ก็เท่ากับว่า เราได้ซื้อลำโพงในราคา 300 บาทเท่านั้น

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 10sep2016

 

ส่วนลำโพงก็เอาไปใช้สารพัดประโยชน์ ฟังเพลงทั่วไป ใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย เอาไปจัดเข้าชุดกับอุปกรณ์ Gadget อื่นๆอีกหลายรูปแบบ  บางวันก็พกกันอีรุงตุงนัง บางวันก็จัดมัดไปกับเครื่องเล่นเพลงชิ้นเล็กๆชิ้นเดียว เป็นความเพลิดเพลินของคนมีของเล่นเยอะ
IMG_2799

 

IMG_3022.JPG

 

เมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จ ขับออกจากอู่ ความรู้สึกของรถก็ลื่นขึ้น นิ่งขึ้น เหมือนรถหายใจหายคอได้คล่องสะดวกกว่าเดิม  ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ส่วนระยะยาวจะดีกว่าแบบเดิมไหม บางทีเมื่อเวลาผ่านไปจนระยะทางวิ่งไปถึงหมื่นกิโลเมตร เราอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วก็ได้ในความลื่นและนุ่มที่มีอยู่ในตอนนี้  แต่ยังไรก็ตาม  การได้ใช้น้ำมันเครื่องที่เกรดสูงกว่าแบบที่ศูนย์บริการรถเขาเลือกให้เราใช้ ก็ทำให้เราได้ใช้ของดีและรู้สึกสบายใจหรือพอใจมากกว่า  แค่นี้ก็พอแล้ว

 

สี่วันต่อมา

พอขับได้สัก หลายร้อยกิโล ก็สังเกตุได้ดังนี้ ตอนก่อนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เวลาที่ขับในทางด่วนว่างๆ หรือ ทางไกลว่างๆ ความเร็วเฉลี่ียของการวิ่งความเร็วในระดับที่คนขับรู้สึกพอดีไม่เร็วเกินไป เสียงลมไม่ดัง เสียงเครื่องไม่ดังเกินไป ความเร็วจะแช่อยู่ที่ประมาณ 90 กม./ชั่วโมง  แต่กับน้ำมันเครื่องตัวใหม่ พบว่าความเร็วเดินทางไกลมักจะไปแช่นิ่งๆอยู่ที่ 110 กม./ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับที่ความรู้สึกบอกว่าความเร็วเท่านี้ เสียงเครื่องดังเท่านี้ โอเค  มันก็หมายถึงเครื่องยนตน์เดินเรียบและเงียบไปถึงระดับ 110 กม./ชั่วโมง สูงกว่าน้ำมันเครื่องตัวเก่าไปพอสมควรเลย  จะบอกว่าพอใจก็ใช่ ถ้าให้ซื้อใช่อีกครั้งก็โอเคยอมรับได้ พอใจจะใช้ซ้ำในหมื่นกิโลถัดไป

 

 

 

Rock climbing on shutterstock

พาลูกไปเล่นปีหน้าผาจำลอง เลยถ่ายภาพกลับมา และส่งขาย shutterstock ซะเลย

 

 

พาลูกไปปีนหน้าผา

หลายเดือนก่อนขอบฟ้าได้มีโอกาสดูรายการทีวีชื่อ อเมริกันนินจา  เป็นการเล่นเกมส์โชว์ของฝรั่งที่ต้องให้คนวิ่งผ่านด่านต่างๆ ทั้งปีน เกาะ เรียกได้ว่าเป็นแนวแอดเวนเจอร์สุดขีด  คนที่เล่นผ่านได้ทั้งหมดจะต้องแข็งแรงมาก ขอบฟ้าสนุกกับการดูและมีอาการลุ้นไปกับคนเล่น  เล่นผ่านก็ดีใจตบมือ  ตั้งแต่เร่ิมดูรายการ ขอบฟ้าก็เร่ิมปีนเก้าอี้  กระโดดลงจากบันไดสองขั้น เก้าอี้ทุกตัวจะผ่านการกระโดดลงพื้นทั้งหมด

ด้วยความซนของเด็ก บวกกับพ่อแม่อยากเห็นรอยยิ้มสร้างฝันลูกให้เป็นจริงสักเรื่องนึง  เลยตัดสินใจพาไปปีนหน้าผาจำลองซะเลย  ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าขอบฟ้าชอบมากแค่ไหน และแม้จะกลัวในตอนที่ถูกดึงขึ้นไปสูงๆ แต่พอลงมาก็วิ่งขึ้นไปใหม่  คนอื่นที่แข็งแรงและตัวโตก็จะปีนกันเอง  ขอบฟ้าไม่ได้มีแรงขนาดนั้นก็อาศัยให้คนคุมช่วยดึงเชือกขึ้นไป  นับว่าเป็น 1 ชั่วโมงที่สนุกมากของขอบฟ้า

IMG_3535.JPG

IMG_3544.JPG

IMG_3542.JPG

 

การดูดเสมหะในเด็ก

การดูดเสมหะในเด็กเล็กนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้แม่เสียน้ำตาได้ง่ายๆเลย เพราะมันดูเจ็บปวดและทรมานมาก  ลูกของผมเองในวัยขวบเศษ ป่วยเป็นหวัด มีน้ำมูก มีเสมหะ และต้องดูดเสมหะออกจากคอ เพราะกลัวว่าเชื่อจะลงปอด  ในอายุเพียงขวบกว่า เด็กไม่สามารถขากเสมหะออกมาเองได้ เลยต้องดูดออกวิธีเดียว

 

คุณหมอจะให้พยาบาลเอาผ้าห่อตัวเด็กไว้ แล้วก็ทำการดูดโดยการสอดท่อเข้าไป ทั้งสอดจมูก และสอดปาก เห็นแล้วก็น้ำตาร่วง  เจ็บแทน  แต่ก็ต้องทนเพราะไม่อยากให้ปอดติดเชื้อ

 

shutterstock VS youtube

ผมเริ่มสมัครขายภาพกับเว็บ shutterstock ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2559 โดยเพื่อสมัครผ่านก็ทะยอยส่งภาพเข้าระบบเรื่อยๆ บางวันก็ห้าภาพ บางวันก็สิบภาพ เมื่อเวลาผ่านมา 51 วัน เป็นวันที่ผมมีภาพในระดับ 234 ภาพ และมีรายได้จากการโหลด 14 ครั้ง คิดเป็นเงิน 3.5 ดอลล่าร์

2016-08-20_10-02-52

ขณะที่ผมลองไปสมัครขอรับโฆษณาจากคลิปใน youtube ซึ่งผมเอาไว้แบ็คอัพวิดีโอต่างๆมาหลายปี  มีคลิปวิดีโอบางตัวที่มีคนดูเยอะ มี 1 คลิปที่ยอดดูเกิน 1แสนวิว  ก็เลยลองขอรับโฆษณาเพื่อให้เกิดรายได้  ผ่านมาจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 31 วัน ยอดวิวใน youtube ที่มีคลิปยอดนิยมแค่เพียง 1 คลิปและคลิปที่พอมีคนดูบ้างพอทำให้เกิดรายได้นิดหน่อยอีก 4 คลิป  รวมกันทำรายได้ 3.49 ดอลล่าร์  ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ต้องการการดูแลอะไรเลย

2016-08-20_10-02-32

ในช่องทางของ shutterstock เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับช่างภาพมาหลายปี ผลตอบแทนของคนที่ทำได้เยอะก็มี ผมเป็นคนเริ่มต้นก็ต้องรอดูกันต่อไป  รายได้เกือบสองเดือนที่ผมได้ทำได้แค่ซื้อกาแฟเย็นได้ 1 แก้วในยี่ห้อไทยๆด้วย  ยังซื้อสตาร์บัคไม่ได้เลย  ยังไม่ได้ค่าใช้จ่ายของค่าอินเทอเน็ตที่ใช้ในบ้าน   ส่วนรายได้จาก youtube  ก็เป็นช่องทางที่ไม่คาดหวังแต่ได้รายได้ทัน shutterstock ของผมแล้วในเวลาที่น้อยกว่ากันด้วย  รู้สึกว่าทำธุรกิจกับ google จะมีอนาคตมากกว่า  แต่อย่างไรก็ตามผมเป็นช่างภาพ ก็ไม่คิดจะทิ้ง shutterstock อยู่แล้ว คลังภาพที่ผมมีอยู่ก็ยังหยิบมาใช้แค่บางส่วน ส่วนใหญ่อีกมากที่ยังไม่ได้อัพโหลดเข้าไป  และยังไม่ได้ตั้งใจถ่ายภาพเพื่อขายใน stock อย่างจริงจังด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่เอาภาพที่เคยถ่ายเล่นมาส่ง  ถ้าเพิ่มรูปแบบภาพถ่ายที่่เพื่อส่งเข้าไปขาย น่าจะมียอดที่ขึ้นเร็วกว่านี้

Screen shot 2016-11-05 at 11.25.26 AM

 

วันที่ 22jan2017 ได้ลองตรวจรายได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้ง youtube และ shutterstock ได้รายได้ดังนี้

shutterstock ได้รับเงินรวม 28.27 ดอลล่า  ใช้เวลาขาย ประมาณ เจ็ดเดือน

ส่วน youtube ได้รับเงินรวม 33.66 ดอลล่า

Screen shot 2017-01-22 at 9.46.36 PM//embedr.flickr.com/assets/client-code.js

Screen shot 2017-01-22 at 9.45.26 PM//embedr.flickr.com/assets/client-code.js

 

การแสดงอนุบาล1 พ่อแม่เล่นละครให้ลูกดู โรงเรียนเพลินพัฒนา

IMG_3194

วันแม่แห่งชาติวนมาถึงอีกปี  ลูกชายผมอยู่ในชั้นอนุบาล1  ปีนี้ทางโรงเรียนเพลินพัฒนามีให้พ่อแม่ไปเล่นละครกันอีกเช่นเคย  การรวมตัวกันของพ่อแม่ในปีนี้ หมุนเวียนกันมาเล่น นักแสดงส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้หมุนเวียนกันมีส่วนร่วม  ส่วนของช่างภาพก็คือผมเองที่ปีที่แล้วก็่ถ่าย ปีนี้ก็ถ่าย  อาจจะเป็นเพราะพ่อบ้านอื่นติดภารกิจ  ทำให้หน้าที่ถ่ายภาพที่ต้องใช้คนสองคนเหลือมาให้ผมทำ  ซึ่งก็เป็นหน้าที่ไม่ยากสำหรับผมนัก

IMG_3174

การเตรียมตัวจะคล้ายๆปีที่แล้ว  มีการคัดเลือกบท ให้อาสาสมัคแต่ละบ้านมาเลือกว่าจะเล่นเป็นอะไร  ช่างภาพก็มาสังเกตุการณ์ มาดูสถานที่ เพื่อวางแผนการเก็บภาพ  วันซ้อมจริงก็พบกันครบหน้า  วันจริงก็แยกย้ายกันทำหน้าที่  ปีนี้ละครมีความฮาปะปนลงไปด้วย  ทำให้รู้สึกสนุกยิ่งขึ้น

2016-08-11_10-15-52

ปีนี้มีเรื่องเกินคาด  ตัวละครมีบทโดนจับ  เด็กหลายคนร้องไห้ตอนที่ตัวละครโดนจับ ถือว่าละครทำหน้าที่ได้เต็มร้อย เรียกน้ำตาจากเด็กไร้เดียงสาได้หลายคน  โดยเฉพาะ ลูกของผู้แสดงที่ร้องไห้หนักมาก ร้องราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง  ความน่ารักของเด็กทำให้ผู้ใหญ่อย่างผมและนักแสดงท่านอื่นปลาบปลื้ม เป็นการลงทุนเพื่อลูกของเราที่ได้ผลคุ้มค่า นั่นคือ ทำให้เราพวกผู้ใหญ่ได้เรียนรู้ว่า แท้จริงแล้ว เด็กๆของพวกเราน่ารักขนาดไหน  คุ้มค่าต่อการดูแลประคบประหงมกันอย่างดี  ขอขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองและโรงเรียนของลูกเราที่สร้างโอกาสมากมายให้พ่อแม่ลูกได้เรียนรู้ร่วมกัน

 

หมายเหตุ  เหตุเกิดที่โรงเรียน เพลินพัฒนา  ชั้นอนุบาล1

ภาพนิ่งทั้งหมดดูที่นี่

วิดีโอดูที่นี่

 

การแสดงวันแม่เมื่อปีที่แล้วดูได้จากที่นี่

เพลินพัฒนา เตรียมอนุบาล งานเล่านิทานให้ลูกฟัง

 

บันทึกไว้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพงานกิจกรรมหรืออีเว้นลักษณะนี้ ผมใช้กล้อง eos m ติดเลนส์ 18-55is ด้วยเหตุผลว่า มันามมรถพกพาได้ง่าย เพราะก่อนที่จะเร่ิ่มแสดง ผมต้องจูงลูกเข้าสู่โรงเรียนด้วย การเดินเท้าหน้าโรงเรียนมือต้องจูงลูกตลอดเวลา เหตุผลเพราะริมถนนอันตรายเกินไปสำหรับเด็กสี่ขวบ  พอต้องจูงลูก อุปกรณ์ฺอื่นๆที่อยากได้อยากใช้ก็ไม่สามารถนำติดตัวมาได้ทั้งหมด กล้องตัวใหญ่ เลนส์ตัวใหญ่ ขาตั้งกล้อง ทุกอย่างนอนนิ่งอยู่ในรถ  เหลือเพียงกล้องตัวเล็กอย่าง eos m เท่านั้นที่พอจะพกออกมาได้ไม่เป็นภาระ

 

อีเว้นที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงละคร มีการเคลื่อนไหวที่เยอะ กล้องโฟกัสไม่ค่อยทัน อาศัยตัวละครมีบทพูดแล้วจะหยุดเคลื่อนที่ทำให้ eos m พอจะรับมือไหว  สภาพแสงใต้หลังคาก็แสงไม่เยอะมาก ภาพโดยส่วนใหญ๋จะมี  iso ประมาณ 1000-3200   เพราะเลนส์ 18-55mm นั้นไม่ค่อยจะเก่งเรื่องแสงน้อย  แถมแบตเตอรี่ก็ยังหมดเร็ว  คือแบตหมดไปตั้งแต่การแสดงยังไม่จบ  โชคดีที่พกแบตไว้สองก้อน  เพราะการทำงานกับ eos m ด้วยแบตก้อนเดียวเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป

 

ในส่วนของวิดีโอ บันทึกด้วยกล้องวิดีโอของ zoom รุ่น q4 ซึ่งเป็นกล้องถ่ายวิดีโอที่ใช้งานง่ายมาก  เพียงแค่เปิดให้กล้องทำงาน แล้วมีปุ่มให้เราสั่งการณ์แค่ 1 ปุ่มเท่านั้น คือปุ่ม เริ่มบันทึก  และปุ่มหยุดบันทึก ซึ่งใช้ปุ่มเดียวกัน

 

 

เริ่มขาย stock ภาพกับ shutterstock

Screen shot 2016-08-05 at 12.17.56 PM

เมื่อหลายปีก่อนผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการขายภาพ online ชื่อหนังสือ รวยทะลุเลนส์ ในตอนนั้นก็ตั้งใจว่าจะส่งภาพขายเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผล ข้ออ้าง และ ความยุ่งในชีวิต ทำให้ผมลืมส่งขาย ลืมที่จะสมัครด้วยซ้ำไป ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อีกหลายปี ผมเคยมีความพยายามจะทำเว็บขายภาพเองด้วยซ้ำไป แต่ก็ทำไม่จบและไม่สามารถทำให้มันยั่งยืนได้ ระบบขายภาพที่ไม่เป็นงาน ไม่มีผลประกอบการใดๆเลย

Screenshot_2016-08-05-12-31-52

ปีที่แล้ว ปี 2015 ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาสมัครขายภาพเหมือนกัน สมัครผ่านแล้วแต่ยังไม่ได้ขายสักที ผมก็ดูภาพที่เขาเอาไปสมัคร แล้วก็รู้สึกว่า ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย ภาพที่ผมเตรียมไว้สมัครก็พร้อมานานเป็นชาติแล้ว ในปีที่แล้วกติการการสมัครจะโหดร้ายมาก คือ ส่ง 10 ภาพ ต้องสอบให้ผ่าน 7 ภาพ ซึ่งหากสอบไม่ผ่านต้องรอสอบใหม่อีกเดือนนึง กลางปีนี้ 1july2016 ผมก็เลยลองส่งสมัครบ้าง ภาพ 10 ภาพของผม ผ่านการสอบ 9 ภาพ เมื่อผ่านแล้วก็เริ่มทะยอยส่งภาพเข้าไป

Screenshot_2016-08-05-12-43-08

ผมยังไม่ได้ศึกษาวิธีการรับเงินอย่างจริงจังเลย รู้แค่ว่า ต้องมีเงินในระบบ 100 ดอลล่าร์เสียก่อนถึงจะสั่งโอนเงินกลับมาได้ ตอนนี้ผมก็ไปยังไม่ถึงยอดนั้นหรอก แต่ก็คิดว่า ช่องทางขายภาพจะเป็นช่องทางรายได้ทางหนึ่งที่เป็น passive income ที่เรานอนหลับก็ยังมีรายได้ แต่เราก็ต้องมีภาพไว้ขายเยอะๆเช่นกัน มันถึงจะเป็นรายได้ก้อนโต

Screen shot 2016-07-18 at 10.31.02 AM

Screen shot 2016-08-02 at 2.45.24 PM Screen shot 2016-08-05 at 12.32.16 PM

สมัครขายภาพกับ shutterstock คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลย

http://submit.shutterstock.com/?ref=3470063


บันทึก เนื้อหา สัมมนา ความสำคัญของการเลี้ยงดู สู่การเรียนรู้ของลูก ณ เพลินพัฒนา 29jul2016

บันทึก เนื้อหา สัมมนา ความสำคัญของการเลี้ยงดู สู่การเรียนรู้ของลูก ณ เพลินพัฒนา 29jul2016 โดย ศ.พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์

เลี้ยงเด็กต้องไม่ตามใจ  การตามใจไม่ใช้สมอง คนที่โง่ที่สุดในประเทศก็ตามใจคนอื่นได้

3 ขวบ เป็นวัยเริ่มต้นการเรียนรู้อย่างจริงจัง  เราต้องใส่ข้อมูลที่ถูกต้องให้เด็ก

ถ้าเด็กคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ขึ้นไปชั้น ป1 จะพัง ลูกเราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนอื่นทำได้  ลูกเราคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนอื่นทำได้  ลูกเราจะโดดเดี่ยว มีปมด้อย

ถ้าเด็กไม่พร้อมในด้านความสามารถ ไม่พร้อมในด้านการคุมอารมณ์ จะให้ขึ้น ป1 หรือไม่  ควรได้ขึ้นหรือไม่

ชีวิตเด็กยิ่งใช้ยิ่งดี การเก็บไว้ในบ้าน การเก็บไว้ในห้อง ไม่มีประโยชน์  เด็กควรได้ใช้กำลังนอกบ้าน ได้ออกกลางแจ้ง อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง เพื่อฝึกความคล่องแคล่ว ฝึกกล้ามเนื้อทุกชนิด และฝึกการแก้ปัญหาในการเล่นต่างๆ

ความอดทน ทำภารกิจจนเสร็จ เป็นรากฐานสำคัญ  ต้องฝึกให้ได้ เช่น การเก็บของเล่นจนเสร็จ

ยกตัวอย่างการวิ่งให้ครบ 2 รอบ  รอบแรกผ่านไปได้คือความอดทน  รอบที่สองที่ผ่านได้คือความสำเร็จ ความภูมิใจ  ความพยายาม  แม้จะอิดออด แม้จะงอแง แต่ก็ควรพยายามผลักดันให้ทำจนจบ

ยกตัวอย่าง การติดกระดุมด้วยตัวเองทุกเม็ด เป็นการฝึกความอดทน ความพยายาม ถ้าไม่ฝึก เด็กจะไม่รู้จักอดทน

เวลาผู้ใหญ่กำหนดกรอบ สร้างกติกาต่างๆ เด็กที่ฉลาดจะทดสอบกรอบ ฝืนได้ไหม แหกกฏได้ไหม  ถ้าทำได้ จะมีปัญหาระยะยาว ถ้าปล่อยให้เด็กเอาชนะกติกาบ่อยๆจะเป็นอย่างไร  ผลลัพธ์คือ ไร้วินัย ไม่ได้ฝึกการยับยั้งชั่งใจ

ของในกระเป๋าแม่ห้ามหยิบ ต้องฝึกให้เข้มงวด เพราะถ้าหยิบตามใจ ต่อไปจะหยิบของกระเป๋าคนอื่น  ต่อไปจะหยิบของอย่างอื่น ปัญหาข้างหน้าจะใหญ่ขึ้น

ของเล่นเป็นของที่รักที่สุด ต้องฝึกให้เก็บให้รักษาให้ได้  ถ้าของเล่นยังเก็บไม่ได้ ต่อไปจะฝึกอย่างอื่นลำบาก

การฝึกเด็ก ต้องมีดังนี้  1 จริงจัง  2 กติกาชัด  3 พ่อแม่ต้องอดทนรอ

ก่อนเริ่มเล่นของเล่น ให้ตกลงก่อนเล่น บอกกติกาให้ชัด  ถ้าเล่นผิดกติกา จะเตือน ครั้งที่ 1 เพื่อบอกว่าผิด  และถ้ามีเตือนครั้งที่2จะให้เลิกเล่น  พ่อแม่ต้องอธิบายว่าให้เลิกเล่นเพราะอะไร บอกเหตุผลสั้น อย่ายาว  ทั้งหมดนี้ต้องคุย ต้องบอกก่อนเริ่มเล่นของเล่น

เด็กจะมี mirror brain คือการทำตามแบบอย่างที่เห็น
แม่ยิ้มเด็กจะยิ้ม
แม่กวาดบ้านเด็กจะกวาดบ้าน
พ่อล้างรถเด็กจะล้างรถ
ถ้าพ่อแม่ทำอะไรที่ไม่ดี เด็กจะทำแบบนั้นเหมือนกัน
ถ้าพ่อแม่ใจร้อน เด็กใจร้อน

เด็กเคลื่อนไหวจะทำให้การเรียนรู้น้อยลง อายุ 3-6 ปี จะเป็นวัยที่ต้องพัฒนาการหยุดให้ได้  การหยุด การนิ่ง การคิด การไตร่ตรองจะมาตอนที่ร่างกายหยุดเคลื่อนที่  จะทำให้เกิดการพัฒนาสมอง

การฝึกให้หยุด เช่น อย่าเดินป้อนข้าว  ให้นั่งโต๊ะ
การฝึกให้นิ่ง ต้องฝึกผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่นการฝึกติดกระดุม  พ่อแม่ก็ต้องเฝ้ารอด้วย อย่าไปเร่งให้ติดเร็วๆ อย่าไปช่วย

ถ้าแม่เก่งคนเดียว  หรือ พ่อเก่งคนเดียว เด็กจะไม่เห็นทีมเวิร์ค เด็กจะซึมซับว่าทำคนเดียวก็ได้  ไม่เห็นว่าต้องเป็นทีม ผลเสียจะเกิด เพราะอนาคตคือเด็กต้องเข้าสังคม ต้องทำงานเป็นทีม

แนวทางของโรงเรียน และที่บ้านต้องมีแนวทางเดียวกัน เป้าหมายเดียวกันแต่วิธีการต้องต่าง  กิจกรรมที่บ้านกับที่โรงเรียนต้องต่าง
ถ้าที่โรงเรียนปั้นแป้งโด  กลับบ้านยังเจอปั้นแป้งโดอีก แบบนี้เด็กจะเบื่อบ้าน จะไม่อยากเล่นที่บ้าน

การฝึกความสามารถด้านการเล่นสำคัญอย่างไร
– ฝึกการมีส่วนร่วม การอยู่ร่วมกัน
– เรียนรู้การเคารพกติกา
– ฝึกจินตนาการ
– ฝึกความอดทน
– ฝึกการยอมแพ้

การฝึกหยุด ในชีวิตประจำวัน
– กินข้าว
– ล้างจาน
– แต่งตัว

การฝึกหยุดด้วยการเล่น
– เล่นซักผ้า
– เล่นเกี่ยวกับของในบ้าน

อายุ 3-6 ปี ต้องฝึกเล่นให้ถูกบทบาท เพื่อป้องกันการเบี่ยงเบนทางเพศ
เช่น ลูกชาย ต้องฝึกให้ช่วยถือของให้ผู้หญิง
ลูกชายร้องไห้ได้ แต่อย่านาน

การล้มเหลว
สร้างบ้านต้องใช้เวลาสร้างรากฐานนาน  เด็กก็เหมือนกัน

———-
เอกลักษณ์    12-18 ปี       สับสน
ความสามารถ    6-12ปี          ปมด้อย
ความคิดริเริ่ม         3-6ปี       ความรู้สึกผิด
เป็นตัวของตัวเอง       1-2ปี                  ไม่แน่ใจ
ไว้วางใจ                       0-1                   ไม่ไว้วางใจ

การฝึกความไว้วางใจ ถ้าฝึกได้สำเร็จ จะทำให้เด็กมั่นใจ  กล้าที่จะออกไปสู่ภายนอก
ถ้าฝึกไม่สำเร็จหรือมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจเด็กจะวิ่งเข้าหาพ่อแม่ตลอดเวลา

การฝึกให้มีกรอบ  ห้ามทำอะไร  สามารถทำอะไร มีกติกา จะทำให้เด็กเรียนรู้ จะได้ฝึกการยับยั้งชั่งใจ

การใช้ชีวิตในอนาคตจะมีปัญหา ถ้ามีสิ่งต่อไปนี้
– คุมอารมณ์ไม่ได้
– แก้ปัญหาไม่ได้
– ปรับตัวไม่ได้
จึงต้องฝึกให้ควบคุมอารมณ์  ต้องฝึกให้นิ่งเพื่อคิดหาทางแก้ปัญหา  ต้องฝึกให้ปรับตัวง่าย

ต้องให้เด็กไปพบเจอปัญหา ได้หัดแก้ปัญหา เช่น ไปเล่น ไปแก้ปัญหาในการเล่นกิจกรรมต่างๆ

ต้องทำงานเป็นทีม  โรงเรียนกับที่บ้านต้องเป็นทีมเดียวกัน
ทีมที่บ้านคือ พ่อกับแม่ต้องช่วยกัน

เด็กที่มีอารมณ์รุนแรง ต้องฝึกให้เขามีความสามารถหลายๆอย่าง  ให้เลือกกิจกรรม 1 อย่างต่อสัปดาห์ ค่อยๆฝึกไปทีละเรื่อง เพื่อให้เด็กสะสมความมั่นใจในตัวเอง
เช่น  สัปดาห์นี้ ปอกเปลือกไข่
สัปดาห์ถัดไป  ผัดมาม่า
สัปดาห์ถัดไป ทอดไข่
สัปดาห์ถัดไป  ปลูกต้นไม้
หากิจกรรมทำทุกสัปดาห์ ให้เด็กได้ทำสำเร็จทีละเรื่อง

มีงานวิจัยตัวนึง ค้นหาคนที่มีความสุข แล้วหาว่าคนเหล่านั้นมีอะไรเหมือนกัน
ผลวิจัยบอกว่า  คนมีความสุขคือ คนที่มีอดีตที่ดี
ในวันนี้เราอยู่กับการสร้างอดีต  เราจะต้องทำให้มันเป็นอดีตที่ดี
จะต้องไม่เสียใจ ไม่ต้องพูดว่าถ้าย้อนกลับไปแก้อดีตจะทำอะไร
เราต้องไม่เสียใจกับอดีตของเราเอง
เราต้องลงมือทำสิ่งที่ดี เพื่อให้มันเป็นอดีตที่ดี