กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

 

เช้าวันต่อมาเราขึ้นรถเมลไปเที่ยวเมืองโบราณของนิกโก้ รถเมลแบบวันเวย์พาเราไปยังจุดท่องเที่ยว รถมาทุก 20 นาทีโดยประมาณ  เราแวะจุดแรกเป็นเมืองโบราณมีวัดอยู่ภายใน ผมจำชื่อไม่ได้เลย ถ่ายรูปไว้นิดหน่อย  เราเดินเล่นที่นี่อยู่พักใหญ่แล้วก็ตัดสินใจว่าจะไม่ไปไหนต่อ นั่งรถออกจากนิกโก้เลยเพื่อให้เราทำเวลาไปถึงโตเกียวได้ทันก่อนค่ำ  เพราะการเดินทางพร้อมเด็กเป็นเรื่องที่ทำเวลาได้ลำบากมาก  การผ่านสองวันแรกที่เราเหนื่อยแสนเหนื่อยทำให้เราตัดโปรแกรมหลายๆอย่างออก

IMG_9294

วัดโบราณในเมืองโบราณของนิกโก้  ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็จะประมาณวัดเก่าแก่ของท้องถิ่น มีนักท่องเที่ยวแวะมาตลอดเวลาทั้งคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างประเทศ  สังเกตุว่าจะมีวัยกลางคนไปถึงคนแก่เยอะหน่อย  พวกวัยรุ่นหรือวัยนักเรียนจะไม่ค่อยมี  อาจจะเพราะการเดินทางมาวัดไม่ได้สะดวกแบบรถไฟฟ้ามาถึง ต้องนั่งรถเมล์หรือรถส่วนตัวเท่านั้น  ส่วนเด็กๆที่มาแบบทัศนศึกษากับโรงเรียนก็จะพบเห็นเรื่อยๆ

 

IMG_9299

ที่นี่เสียค่าเข้าสถานที่นิดหน่อย แต่เราเลือกจะไม่เข้าเพราะเด็กไม่สนใจความเป็นมา อยากวิ่งเล่น อยากขึ้นลงบันไดมากกว่า   ถือโอกาสถ่ายคู่กับตู้ไปรษณีย์ด้วย  ภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก แต่ก็เดาว่าคงบอกว่าที่นี่คือที่ไหน

IMG_9326

 

อุณหภูมิตอนสายๆใกล้เที่ยงก็สูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่เดินสบายๆไม่ร้อนไม่หนาว  เป็นความเย็นระดับสบายตัว  น่าอิจฉาคนที่ได้อยู่ในสภาพอากาศแบบนี้จริงๆเลย  ในบางครั้งผมรู้สึกว่า การออกแบบเครื่องเสียงในพื้ันที่อากาศเย็นทำให้เราสามารถออกแบบได้ดีกว่าสภาพร้อนที่ต้องเปิดแอร์  การฟังเพลง หรือการวิเคราะห์เครื่องเสียงในห้องเย็นๆที่ไม่ต้องเปิดแอร์ทำให้เราไม่ต้องฟังเสียงน้อยส์จากลมแอร์  ทำให้เราได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆ ในเครื่องเสียงอย่างชัดเจน  อะไรดี อะไรไม่ดี เครื่องมีสัญญาณรบกวนระดับต่ำๆไหม เราจะได้ยินแทบทั้งหมด  เพราะไม่มีเสียงแอร์มารบกวนนั่นเอง

 

IMG_9336 IMG_9335

ป้ายรถเมล์ในแหล่งท่องเที่ยวก็ไม่ต่างจากบ้านเรามากนัก เป็นป้ายแสดงตำแหน่งรอให้คนมาต่อคิว  แต่ดีกว่าบ้านเราก็ตรงที่รถเมล์มาแทบจะตรงเวลานับเป็นการรอรถเมล์ที่น่าทึ่งมากๆ  ทำไมถึงตรงเวลาขนาดนี้

 

IMG_9338

IMG_9341

รถไฟเกรดธรรมดา วิ่งประมาณชั่วโมงกว่า สนุกตั้งแต่ขึ้นรถ แล้วก็ทะยอยหมดแรงไปทีละคน ขอบฟ้าจะสนุกและคุ้มกว่าทุกคน เพราะได้อีในรถไฟด้วย ส้วมในรถไฟญี่ปุ่นสะอาดแต่ไม่ใช่โถชักโครก  เป็นหลุมเหมือนส้วมซึมที่กดน้ำให้ไหลทำความสะอาดได้  แต่ไม่มีที่ฉีดน้ำ  ต้องใช้กระดาษเท่านั้น  เป็นประสบการณ์ส้วมที่ตื่นเต้นมาก

 

IMG_9352

IMG_9363

เราถึงโตเกียวแบบทุกลักทุเล กระเป๋าใบใหญ่ใช้บริการขนส่งมาแล้วล่วงหน้า กระเป๋าใบเล็กที่หอบไหวกับลูกแสนซนก็ปุเรงปุเรงกันมันจนถึงโรงแรมในโตเกียว  ที่จุดเช็คอินมีอมยิ้มแจกเด็กให้รู้สึกดี  โรงแรมแห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง รอบๆมีแต่ห้างและตึกสูง เป็นชีวิตเมืองหลวงแท้จริง

 

IMG_9369

IMG_9387

พอเข้าที่พักเรียบร้อย ตั้งสติได้ก็เดินไปกินมื้อเย็น  ระหว่างทางผ่านจุดสนใจหลายจุด ตึกรามบ้านช่องอลังการใหญ่โต เลนรถยนต์ รถเมล รถไฟขวักไขว่กันหน้าปวดหัว  สถานีรถไฟมีทั้งลอยอยู่บนหัวและใต้ดิน ถ้าใครนัดผมแถวนี้ รับรองไม่เจอกัน  ขอบฟ้าได้รถไฟของเล่นเพิ่มอีก 1 ชิ้น ถือเล่นกันมาตั้งแต่สถานีนิกโก้ และเล่นต่อในโตเกียวอีก  รถไฟคันนี้อยู่ในความทรงจำขอบฟ้าหลายวัน แม้กลับเมืองไทยแล้วก็ยังเล่นอีกเป็นเดือน  ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้าง เราแวะกันกันอิ่มหนำสำราญ มื้อนี้ก็ยังไม่เจอปลาดิบ  แวะเดินห้างอีกสองชั่วโมง หมดวัน หมดแรง เดินกลับโรงแรมตอนมืดๆ  ผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นกันยังกับมีเทศกลางปิดถนนคนเดิน  แต่มันเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกวันของญี่ปุ่น

 

IMG_9395

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

วิธีใช้ความรู้ที่ได้จาก BNI (ภาค1)

ผมเป็นสมาชิกของ BNI มา 3 ปีเต็มๆ เข้าสู่ปีที่ 4 แบบมึนงง  เราอยู่กับสังคมแห่งนี้มานาน  โดยผลลัพธ์ที่ได้จากคนในกลุ่มนี้มีไม่มากอย่างที่คาดหวัง  แต่สิ่งที่ได้จาก BNI คือความรู้ติดตัว ความรู้ในการพัฒนา connection เพื่อพาให้ธุรกิจของเราเป็นไปตามแผน  นั่นคือ หากเราไม่มีแผน เราไม่มีผลลัพธ์  ถ้าเรามีแผน เราจะมีวิธีการ มีเครื่องมือ และมีผลลัพธ์

ผลลัพธ์ที่ BNI จะสร้างให้เราได้ก็คือ ทำให้เราสามารถเข้าไปพูดคุยเพื่อนำเสนอสิ่งที่เราอยากขาย ให้กับ ว่าที่ลูกค้าแบบที่จะไม่โดนเมินหน้าหนีแบบคนแปลกหน้า  นอกจากโอกาสการพบคนที่เราอยากพบที่มากขึ้นแล้ว ยังเปลี่ยนวิธีการพูดคุยธุรกิจของเราต่อคนรอบข้างอย่างเด่นชัด  นั่นคือ เราจะมีคำถามติดตัวหลายรูปแบบที่ถามคู่สนทนาแล้วจะทำให้เรามีเรื่องคุยกันต่อ  คำถามเหล่านั้นคือ  “ธุรกิจของคุณมองหาอะไร”  “คุณผ่านวิกฤตทางธุรกิจมาได้อย่างไร”  “งานนี้ใช่ของคุณหรือเปล่า”  “คนที่ผมรู้จักเขามีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณไหม”  คำถามเหล่านี้จะนำมามาซึ่งคำตอบหลากหลาย  ทำให้เกิดการสนทนาที่นำไปสู่ความไว้วางใจที่มากขึ้นระหว่างคนถามและคนตอบ

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ผมเป็นคนที่เลิกหวังกับผลลัพธ์ที่ได้จาก BNI เพราะเราเป็นคนที่ไม่ได้มีเวลาเข้าสังคมอย่างมากพอแบบคนที่เขาทุ่มเทให้กับระบบ BNI อย่างจริงจัง  การเป็นตัวจี๊ดในระบบใดระบบหนึ่งมันจะให้ผลที่หรูเริศในแบบที่คนส่วนใหญ่จะไม่เคยได้  ความเชื่อของผมที่มีมาตลอดก็คือ ต้องมีคนสักคนหนึ่งที่ทำงานและทุ่มเทมากกว่าคนอื่นเสมอและคนนั้นจะเป็นคนที่ได้ผลลัพธ์  เหมือนนักฟุตบอลอย่างเวนรูนี่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  โรนัลโด้ของเรียลมาริด  เมสซี่แห่งบาเซโลน่า  ไมเคิลโอเว่นจากลิเวอร์พูล(รายนี้เก่าไปหน่อยแต่ก็เป็นตัวจี๊ดสร้างชื่อในยุคของเขา)

คำว่าทำตามระบบที่เราเคยเข้าใจนั้น เป็นการใช้เวลากับระบบอย่างมหาศาล คนที่เป็นประธาน เป็นรองประธาน เป็นเลขาในกลุ่ม หรือแม้แต่ตัวจี๊ดบางคนที่ดูมีเวลาเหลือเฟือ ก็ต่างใช้เวลาร่วมประชุม ร่วมพูดคุยกันอย่างยาวนาน  ชั่วโมงการประชุมอย่างเป็นทางการสัปดาห์ละ สองชั่วโมง ยังต้องต่อด้วยการประชุมนอกรอบ  มีประชุมจากส่วนกลางอีกหลายโปรแกรมต่อเดือน  และยังต้องต่อด้วยการส้งสรรค์ร่วมกันเพื่อสร้างความสนิทนสนม เช่น เล่นกีฬา ร่วมกิจกรรมอื่นๆใดๆอีกพอสมควร  ความสัมพันธ์ถึงจะเกิด และความไว้วางใจจะตามมา และสุดท้ายคือ โอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น  คนเวลาน้อยอย่างผมได้แต่มองตาปริบๆ  แม้ว่าเราจะเข้าใจว่าการใช้เวลาร่วมกันมันเป็นเส้นทางพาไปสู่ความไว้วางใจซึ่งเป็นด่านแรกของธุรกิจ  แต่เราก็ไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น

ผมรับหน้าที่ NEC ในระบบของ BNI คือเป็นคนที่ทำหน้าที่หาเรื่องน่ารู้มาเล่าให้ฟังในห้องประชุม  เป็นคนที่จะโมติเวทหรือพูดให้กำลังใจด้วยความรู้ที่ค้นหามาจากคลังความรู้ของ BNI พูดไปก็ดูคล้ายๆกับเป็นขงเบ้งของกลุ่ม ดูเป็นมันสมอง ดูแล้วมีความเท่ห์ให้เอาไว้โม้กับเพื่อนฝูงได้บ้าง  ซึ่งผมก็ทำได้พอสมควรในระดับนักธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นนักพูด  มีสมาชิกหลายคนวิจารณ์ว่าเนื้อหาที่ผมนำเสนอเป็นเรื่องน่ารู้และนำไปปฏิบัติได้ดี ซึ่งมันไม่ใช่ความสามารถของผม แต่เป็นผลของการตกผลึกของผู้ก่อตั้ง BNI ที่เอาประสบการณ์มาเขียนเป็นเรื่องน่ารู้  แต่ท้ายที่สุด ผมเองกลับเป็นคนที่ไม่มีผลลัพธ์ทางธุรกิจในระดับที่คุ้มค่าคุ้มเวลาเมื่อเทียบกับ 50 สัปดาห์ที่ต้องมาประชุม

จนกระทั่ง มาถึงเมื่อสองวันที่แล้ว ที่ผมขอให้เพื่อนช่วยนัดพบนักเขียนท่านหนึ่ง  ด้วยเหตุผลว่าผมมีความใฝ่ฝันเรื่องหนึ่งคือมีนิตยสารของตัวเอง ความฝันที่ปราศจากการลงมือทำมันเรียกว่าความเพ้อฝัน  ผมรู้ดีว่าผมเพ้อฝันมาเป็นสิบปี  จนหลายอาทิตย์ก่อนผมขอให้เพื่อนช่วยนัดนักเขียนให้หน่อย เพราะผมตัดสินใจลงมือทำแล้ว อยากเปลี่ยนภาพฝันให้กลายเป็นภาพจริง อยากมีประวัติที่ประสบความสำเร็จเป็นของตัวเอง ไม่อยากอ่านเรื่องความสำเร็จของบุคคลเก่งๆคนอื่นแล้วเพราะอ่านมาเยอะจนตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่จะเป็นเรื่องของเราเองสักที

พอมีเป้าหมาย ก็เริ่มวางแผน การไปสู่เป้าหมายของผมต้องใช้ใครบ้าง ต้องใช้คนในอาชีพไหนบ้าง ผมก็เลยฟอร์มทีมกับเพื่อนคนหนึ่ง แล้วให้เขาช่วยติดต่อกับนักเขียนที่เขารู้จักว่าสามารถทำงานนิตยสารได้  ในที่สุดผมก็ได้นัดพบและพูดคุยกับนักเขียนที่เพื่อนช่วยคัดกรองมาให้  ขบวนการขอให้เพื่อนช่วยเชื่อมผมกับนักเขียนนี่แหละคือความรู้ของ BNI คือ เราต้องเป็นคนที่เพื่อนเราไว้ใจ  และเราไว้ใจเพื่อน  และเราร้องขอจากเพื่อนให้ช่วยแนะนำนักเขียนให้หน่อย  เพื่อนก็ช่วยมองหาและเลือกมาให้  ในหนึ่งชั่วโมงที่ผมได้คุยกับนักเขียน ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า นักเขียนคนนี้ยุ่งมาก เวลาน้อย และมีศักยภาพที่พอจะทำงานเขียนกับผมได้  และที่สำคัญ เขารับนัดเจอผมเพราะเพื่อน  นี่คือส่วนเล็กๆของการใช้ความรู้ที่ได้จาก BNI นั่นคือความรู้ของการจัดการกับ connection การร้องขอเป็น profitability ที่ ต้องมี visibility + creditability ประกอบ นี่เป็นเรื่องราวที่ BNI พยายามถ่ายทอด

หนังสือที่ผมจะทำจะต้องวางตลาดในชุมชนแห่งหนึ่ง ผมรู้ว่าทีมของเราจะต้องคุยกับคนที่ดูแลชุมชนแห่งนั้น  ความรู้เรื่อง connection  ก็ทำให้เราวางแผนเข้าหากลุ่มคนเหล่านั้นแบบมีเส้นสาย  คือ จะต้องมีคนกลางคนหนึ่งที่ชุมชนแห่งนั้นไว้ใจ เชื่อใจ เป็นคนกลางที่รู้จักชุมชนนั้นเป็นอย่างดี เป็นคนที่จะพาทีมของผมเข้าไปหาเพื่อแนะนำตัวและบอกเล่าเกี่ยวกับโปรเจ็คที่เราอยากเสนอ  คนกลางนี่คือคนที่จะเชื่อมเรากับเป้าหมาย  ความรู้ของ BNI ทำให้เราวิเคราะห์หาคนกลางว่า คนกลางนี้คือใคร  และได้คำตอบว่า คนกลางน่าจะเป็น ซัพพลายเออร์ที่ทำงานให้ชุมชนแห่งนี้  อาชีพอะไรที่ทำงานให้ชุมชนแห่งนี้  ก็จดรายชื่อออกมาได้ว่า คนบำบัดน้ำเสีย คนเดินไฟ คนติดตั้งอินเทอเน็ต ร้านอาหารใกล้ๆชุมชนหรือในชุมชนแห่งนั้น  คนขายเฟอร์นิเจอร์วัสดุก่อสร้าง  คนล้างแอร์ในชุมชน

ด้วยสถิติของการพบผู้คนที่ BNI เคยมี เราถามหาคนที่สนใจคุยกับเรา 10 คน จะมีคนสนใจฟังสัก 3 คน และมีคนตกลงเพียง 1 คน  ก็คือผลตอบลัพธ์ประมาณ 10%  แปลว่า ถ้าเราอยากจะหาคนกลางที่ช่วยเราพาเข้าหาเป้าหมายได้ เราต้องหาคนกลางสัก 10 คน  แล้วทดลองพูดคุยกับเขา ขอร้องเขาให้ช่วยแนะนำเราเข้าไป

หากเป็นปีที่แล้ว ผมคงจะร้องขอกับสมาชิกในกลุ่มว่า ผมอยากรู้จักเจ้าของชุมชนแห่งนั้น  ซึ่งตลอดเวลาที่ผมเคยร้องขอ ผมไม่เคยเข้าถึงเจ้าของชุมชนหรือตัวบุคคลในเป้าหมายเลย  ผมเคยร้องขอเจ้าของโรงแรม  เคยร้องขอเจ้าของโรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมด ไม่เคยมีผลตอบรับ  มันเป็นสาเหตุเล็กๆที่สะสมให้ผมเริ่มหมดความคาดหวังจาก BNI  แต่เมื่อเราได้ฉุกคิดและทดลองทำใหม่  เราเปลี่ยนการร้องหาเป้าหมาย เป็นคนข้างตัวของเป้าหมาย ก็คือซัพพลายเออร์ของเป้าหมาย  แบบนี้เรารู้สึกง่ายขึ้นทันที  …. (ต่อภาค2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนาเน็ทเวิร์คของเราให้แข็งแรง

2016-01-23 แดงชาด เพลินพัฒนา -IMG_0261

มีผู้คนมากมายที่มีความต้องการขยายธุรกิจของตนเอง แต่เมื่อถามว่าจะขยายอย่างไร และ ขยายมากแค่ไหนเขากลับตอบไม่ได้ เชื่อว่าหลายคนก็คงเป็นรูปแบบคล้ายๆกัน

การขยายหรือการเติบโตทางธุรกิจจะไม่มีวันเกิดขึ้นหากเราไม่ได้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่าง เราลองดูงานอดิเรกของเราเป็นตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพ หากเราอยากถ่ายภาพให้สวย เราต้องทำอะไรบ้าง เราต้องซื้อกล้อง เราต้องศึกษาเรื่องการวัดแสง เราต้องศึกษาเรื่ององค์ประกอบศิลป์ เราต้องออกไปถ่ายภาพ วางแผนท่องเที่ยว เราต้องหาข้อมูลเทศกาล ใบไม้เปลี่ยนสี หิมะ น้ำตกจะเยอะจะน้อยเดือนไหน พอศึกษาเราจะตอบได้ เมื่อตอบได้เราจะพัฒนาฝีมือถ่ายภาพได้เร็วขึ้น

กลับมาที่ธุรกิจ เราได้ทำอะไรบ้างเพื่อให้ธุรกิจเติบโต เมื่อเราเลือกเครื่องมือการตลาดแบบบอกต่อมาใช้ เราได้ทำอะไรบ้างกับเครื่องมือตัวนี้ หัวใจของการตลาดแบบบอกต่อก็คือ พัฒนาเน็ทเวิร์คของเราให้แข็งแรง พัฒนาความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อน powerteam ให้สนิทกัน เราจะทำได้อย่างไร จะสร้าง referral partner อย่างไรให้ลองดูสิ่งต่อไปนี้
– ส่ง thankyou card หรือ ขอบคุณให้เป็นนิสัย จะดีมากถ้าเขียนด้วยลายมือ
– โทรหากันบ่อยๆ
– นัดพูดคุยศึกษากันและกัน
– ให้การแนะนำงานหรือ referral โดยไม่ต้องรอให้ขอ
– หาโอกาสใส่ข้อมูลธุรกิจของเพื่อนในสื่อของเรา
– ส่งบทความที่มีประโยชน์ให้เพื่อนอ่าน
– ชวนเพื่อนสักคนไปเข้ากลุ่ม หรือ ร่วมประชุมกับเราในงาน meeting กลุ่มผู้ประกอบการ
– ติดโบรชัวร์ของเพื่อนไว้กับตัวหรือวางไว้ในบริษัทของเราเอง
สิ่งเหล่านี้ขอให้เราเลือกนำมาใช้สัก 2 ข้อ ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ก็พอจะทำให้เกิดผลได้แล้ว

ดูขอบฟ้าเล่นเป็นดีเจ

ขอบฟ้าได้ของเล่นใหม่เป็นเครื่องเปิดเพลง ร้องเพลง ส่งเสียงเอฟเฟ็คได้ วันนี้เป็นดีเจ พรุ่งนี้อาจได้เป็นผู้ว่ากทม.นะครับ

กล้องในมือถือ เชื่อถือไม่ได้

ในงานพิมพ์ตัวหนึ่งที่ลูกค้าได้พูดคุยกับดีไซร์เนอร์  และดีไซร์เนอร์ก็ได้ถ่ายภาพสมุดสีแพนโทนให้ลูกค้าดูสี แล้วทำการเลือกค่าสีที่ถูกใจ  เมื่อเลือกได้แล้ว ดีไซร์เนอร์ก็ส่งภาพถ่ายมาให้โรงพิมพ์  พร้อมทั้งแจ้งว่าลูกค้าเลือกสีเบอร์ใด  ซึ่งสรุปกันว่าเลือกสี 435U ด้วยเหตุผลว่าเป็นค่าสีเทาที่ไม่ค่อยอมเหลืองมากนัก

2016-01-01_12-23-55

ดูจากภาพที่ดีไซร์เนอร์ส่งมา  โรงพิมพ์ก็จัดการเตรียมพิมพ์งาน  แล้วในขั้นตอนการเลือกค่าสีไปบอกช่างให้ผสมสีตามตัวอย่าง ก็เห็นว่า สีที่ลูกค้าเลือกยังคงอมเหลืองอยู่  เพราะโรงพิมพ์ตรวจค่าสีจากสมุดแพนโทน  ซึ่งลูกค้าปลายทางไม่ได้เห็นสมุดสีตัวจริง  แต่เห็นจากภาพถ่ายที่ดีไซร์เนอร์ถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือให้  ก็เลยเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแน่นอน

 

หลังจากโทรคุยกับดีไซร์เนอร์เรียบร้อยแล้วว่าสีที่ลูกค้าเลือกนั้นยังคงเป็นสีที่ผิด เพราะมันอมสีเหลืองชัดเจนมาก  ทางดีไซร์เนอร์ก็ยืนยันว่าเลือกมาอย่างดีแล้ว  ทำให้ฉุกคิดไปว่า มือถือถ่ายภาพแล้วให้สีเทาไม่ตรงกับความเป็นจริง  ก็เลยสั่งหยุดทุกอย่างเสียก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแล้วเริ่มหาเหตุผลที่สีไม่ตรงกับที่ต้องการ

 

สิ่งน่าสงสัยก็คือ โทรศัพท์ถ่ายภาพแล้วสีเพี้ยน ทำให้ทุกอย่างผิดพลาด  ลูกค้าเห็นสีที่เพี้ยน แล้วเข้าใจว่าสีถูกต้อง  แบบนี้ทำให้งานไม่จบแน่นอน  เพราะงานพิมพ์จริงจะสีไม่เหมือนหน้าจอแน่นอน  เลยตัดสินใจถ่ายภาพสมุดสีให้ดีไซร์เนอร์ดูอีกครั้ง  พอลองถ่ายเองด้วยแท็ปเบล็ตก็ปรากฏว่า สีของตัวอย่างออกมาเหมือนของดีไซร์เนอร์เลย  เลยทำให้เข้าใจได้ว่า มือถือและแท็ปเบล็ตต่างก็ถ่ายแล้วสีเพี้ยนทั้งคู๋  เลยเปลี่ยนไปใช้กล้องตัวใหญ่ cano eos m พร้อมเลนส์ 22f2 ที่เป็นกล้องคุณภาพระดับ DSLR ซึ่งน่าจะเก็บรายละเอียดสีต่างๆได้ดีโดยความเพี้ยนต่ำกว่ามือถือ

IMG_9935.JPG

และมันก็เป็นจริง  ภาพจากกล้อง eos m สามารถถ่ายทอดความแตกต่างของสีได้ ระหว่างสีที่ผิดกับสีที่ควรจะเป็นถูกถ่ายออกมาแล้วได้คนละสี สามารถแยกแยะได้เป็นอย่างดี ค่าสีที่เลือกครั้งแรกกลายเป็นสีอมม่วง อมเหลืองมากกว่าปกติ แต่สีที่ลูกค้าอยากได้คือสีเทา งานนี้ทำให้เราค้นพบว่า กล้องมือถือเชื่อไม่ได้ ส่งภาพที่สีต่างกันให้ดีไซร์เนอร์ดู สักพักดีไซร์เนอร์ก็คอนเฟิร์มตามสีที่โรงพิมพ์เลือกให้

พาลูกเที่ยวสวนรถไฟ

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเราหาที่เที่ยวกันในกรุงเทพ แบบที่มีกิจกรรมให้ลูกวัยสามขวบได้ทำ ขณะที่เป็นบรรยากาศแปลกใหม่กว่าการเดินห้างแถวบ้าน  ก็เลยได้ไอเดียว่าจะไปสวนรถไฟกัน

 

สวนรถไฟเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดกับสวนจตุจักร  สวนจตุจักรที่กล่าวถึงจะเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่ตลาดขายของ  ตัวสวนรถไฟจะมีลักษณะเฉพาะที่หาไม่ได้จากสวนสาธารณะอื่นๆคือ มีเลนส์สำหรับขี่จักรยาน และมีสวนผีเสื้ออยู่ภายในด้วย  ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะพาลูกไปสัมผัสนั่นเอง

 

เราออกเดินทางจากบ้านย่านบางขุนนนท์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพื่อเดินทางไปสวนรถไฟ  ใช้เวลาเดินทางประมาณสามสิบนาทีไม่นับตอนหลงทาง  จักรยานแม่บ้านคันเดิมที่ขับเล่นกับขอบฟ้ามาตลอดสองปีก็แบกใส่รถมาด้วย  รถฮอนด้าฟรีดเป็นรถที่สามารถบรรทุกจักรยานทั้งคันได้โดยไม่ต้องพับ ไม่ต้องถอดล้อ  เพราะจักรยานไม่แพงด้วย ไม่ได้ออกแบบมาให้ถอดล้อได้ง่ายๆ  เราได้กินข้าวเช้าที่ด้านข้างสวนรถไฟซึ่งมีร้านอาหารเปิดขายอยู๋สักสามร้าน  เรากินเกาเหลาเลือดหมู โจ๊ก ข้าวต้มเครื่อง ซึ่งเมนูเหล่านี้เหมาะกับเด็กเช่นกัน

 

หลังจากกินมื้อเช้าอิ่มแล้วเราก็เริ่มเที่ยวสวนสาธารณะกัน  พาขอบฟ้าขี่จักรยานหนึ่งรอบ แล้วก็มาแวะเล่นสนามเด็กเล่นต่อ  ตอนขี่จักรยานก็เป็นช่วงที่สนุกสนาน  แต่มีเรื่องน่าเบื่อคือ จักรยานคันอื่นที่มาขี่เล่น มาแบบเต็มยศ เสื้อผ้า หมวก รองเท้า และความเร็วที่สูงกว่าจักรยานแม่บ้าน ทำให้เรารู้สึกว่า เรากับลูกไม่ปลอดภัยเลย  แต่ก็ผ่านไปด้วยดี  ไม่ทะเลาะกับใคร

IMG_9961.JPG

สนามเด็กเล่นในสวนรถไฟมีหลายจุด  แต่ละจุดมีขนาดไม่เท่ากัน  บางจุดที่ขอบฟ้าไปเล่นก็มีร่องรอยความเสื่อมโทรมของอุปกรณ์ให้เห็น  สไลเดอร์มีรอยแตก  เหล็กขึ้นสนิมบ้าง  รวมไปถึงมีขี้หมาบางกองให้ดมเล่นด้วย  แต่เด็กก็ยังสนุกได้ไม่มีปัญหา

 

จากสนามเด็กเล่นก็มาต่อสวนผีเสื้อ  ซึ่งที่นี่ ทำเป็นพื้นที่เฉพาะ มีตาข่ายกั้นเอาไว้กันผีเสื้อหนี  ปริมาณผีเสื้อไม่หนาแน่นมาก  มีบอร์ดอธิบายเล็กน้อยว่าผีเสื้อพันธ์ุไหนหน้าตาเป็นอย่างไร  ในพื้นที่สวนผีเสื้อใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีก็ทั่ว  แต่ถ้าหยุดดู หยุดเฝ้ารอผีเสื้อมาเกาะใกล้ๆมือก็อาจจะใช้เวลานานขึ้น

IMG_9972.JPG

กล้อง eos m กับเลนส์ 22f2 โฟกัสช้ามาแต่ไหนแต่ไร จะถ่ายเด็กก็ยากแล้ว ถ่ายผีเสื้อก็ยางยิ่งขึ้นไปอีก อาศัยผีเสื้อบางตัวดูแก่ๆบินน้อย เกาะนานหน่อยก็พอจะมีภาพผีเสื้อบ้าง แต่เด็กที่เฝ้าดูผีเสื้ออยู่ กว่าจะได้ภาพชัดเท่าที่พอใจ ก็ถ่ายแบบวืดวาดไปหลายที

IMG_9976.JPG

กรุงเทพมีสวนสาธารณะหลายแห่ง ให้ความรื่นรมย์และให้ความสนุกสนานแก่เด็กได้อย่างเพียงพอ ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายที่พยายามทำสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่ เด็กเป็นอนาคตของชาติ ทรัพยากรที่ทุ่มเทให้เด็กก็ควรจะเต็มที่ สิ่งที่จะขอให้ทำเพิ่มขึ้นก็คือ บำรุงสถานที่ให้ได้คุณภาพที่ดีเหมือนวันที่เปิดให้บริการใหม่ๆ อะไรที่เก่าก็ซ่อมแซมเปลี่ยนออก หมาแมวจรจัดพาออกไปอยู่ที่อื่นให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีกองขึ้หมาข้างๆสไลเดอร์ คนจรจัดที่สร้างปัญหา กองทรายกับกลิ่นฉี่มันเกินทน

IMG_9985.JPG

 

พาลูกไปปีนหน้าผา

nec pocket06

สื่อสารให้เรียบง่าย ตรงประเด็น และเจาะจง

DSCF8198

ในการทำตลาดแบบบอกต่อ หรือ referral marketing สิ่งทำคัญอย่างหนึ่งก็คือการพูดอธิบายตัวตนของเราต่อลูกค้า หรือ ต่อสมาชิกเพื่อนฝูงที่จะหาลูกค้าให้เรา การสื่อสารเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะถ้าสื่อสารผิดมันส่งผลเสียหลายอย่าง ตั้งแต่การเข้าใจผิด การไม่อุดหนุนต่อ และถ้ามันใหญ่โตมันเกิดเป็นสงครามได้ไม่ยากเลย และการสื่อสารในการทำ networking ก็ต้องทำให้ ชัดเจน จำง่าย และตรงประเด็น

วิธีการที่ผิดในการสื่อสารจะมีดังนี้
1 พูดมากเกินไป
2 พูดศัพท์เทคนิคมากเกินไป
3 พูดธรรมดาเกินไป

การพูดมากจะทำให้คนจำไม่ได้ เราควรเลือกคำพูดที่กลั่นกรองมาแล้ว รวบรัดย่อส่วนให้เหลือแต่ใจความสำคัญมาแล้ว  การพูดศัพท์เทคนิคเยอะ จะทำให้คนตามไม่ทัน และพาลไม่สนใจเพราะฟังไม่รู้เรื่อง เราควรเลือกใช้คำพูดที่พบเจอในชีวิตประจำวันของคนปกติ  พูดธรรมดาเกินไปจะทำให้คนไม่เห็นว่าคุณเก่ง หรือ น่าสนใจ เพราะใครๆก็มีหรือเป็นแบบที่คุณพูด

 

ยกตัวอย่าง

ผมทำ IT consult ครับ แนวนี้คือศัพท์เทคนิคล้วนๆ มันมากเกินไปสำหรับคนธรรมดา
อาจต้องลองเปลี่ยนเป็น ผมดูแลคอมพิวเตอร์ให้ทำงานได้ตลอดทุกวัน ปัญหาส่งเมลไม่ได้ พิมพ์เอกสารไม่ได้ จะหมดไป

 

ฉันทำบัญชี ดูแลเรื่องภาษี แนวนี้คือ ธรรมดาเกินไป ฟังแล้วไม่แตกต่างจากบริษัททั่วไป
อาจลองเปลี่ยนเป็น ฉันวางแผนเรื่องเอกสารทางบัญชีอย่างฉลาดและรัดกุม ทำให้เสียภาษีน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มา http://businessnetworking.com/communicate-simply-specificity/

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

NEC pocket05

การทักทายในโหมดนักธุรกิจ
IMG_8375

สวัสดีครับ คนไม่รักสันโดษ

เวลาเราไปเจอใครก็ตามที่ถามทุกข์สุขกัน คำถามที่มักจะเจอก็คือ  เป็นไงบ้าง  งานเยอะไหม  มีอะไรน่าสนใจรึเปล่าและเราก็มักจะตอบกันแบบเคยชิน  ก็ดี  เรื่อยๆ  ยุ่งมาก  คำตอบแนวนี้จะทำให้คนตอบไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ คนฟังก็เหมือนกัน คือฟังแล้วไม่อยากทำงานต่อ  ฟังแล้วเนือยๆ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า  แทนที่คนถามจะส่งต่อลูกค้าให้เรา  พอเจอเราตอบว่า ยุ่งมาก  เขาก็ไม่กล้าส่งลูกค้าให้ซะแล้ว

สิ่งที่เราควรทำก็คือ ตอบคำถามให้สร้างสรร  ตอบคำถามให้นำไปสู่งานใหม่  คำตอบควรจะพาธุรกิจเข้ามา ไม่ใช่ปฏิเสธธุรกิจ

เรามีคำตอบดีๆให้ลองเอาไปปรับเล็กน้อยเพื่อใช้กับธุรกิจของทุกท่านครับ

ช่วงนี้เป็นไง

แทนที่จะตอบว่า ก็ดี  ยุ่งมาก  ลองเปลี่ยนเป็น

A1  ชีวิตตอนนี้เยี่ยม  ผมกำลังจะจบงานลูกค้ารายใหญ่

A2  ผมกำลังสนุกมาก  เพราะผมกำลังขยายแฟรนไชน์

มันอธิบายว่าคุณงานเยอะ  แต่คุณยังมองหาความก้าวหน้าและงานที่มากขึ้น

 

 

งานเยอะไหม

แทนที่จะตอบว่า เรื่อยๆ  งานเยอะทำไม่ทันเลย

A1 ปีนี้ผมมีลูกค้าใหม่ 8 รายแล้ว แต่ผมตั้งเป้าไว้ที่ 20

A2 ยอดขายเพิ่มขึ้น 50% และผมวางแผนจะเพิ่มคนงาน

A3 ช่วงที่ผ่านมายอดขายเป็นไปตามเป้า  เรากำลังวางแผนเพิ่มเป้า และเพิ่มลูกค้า

 

 

มีอะไรใหม่ มีอะไรน่าสนใจไหม

แทนที่จะตอบว่าตอนนี้ว่างๆ  ไม่มีอะไรใหม่

A1 ผมกำลังเทรนพนักงานขายคนใหม่ คนนี้ท่าทางขายเก่ง

A2 ผมให้สัมภาษณ์หนังสือไปเล่มหนึ่ง  คาดว่าจะได้วางแผงเร็วๆนี้

A3 ตอนนี้ผมกำลังลงเรียนคอร์สการลดขั้นตอนการบริหารงานขาย

 

นี่เป็นตัวอย่างการตอบคำถามที่เรามักจะต้องตอบในชีวิตประจำวัน  เราควรจะเตรียมคำตอบเหล่านี้เอาไว้ในใจตอบให้ขึ้นใจ  เพื่อจะให้มันดีกว่าการตอบว่า เรื่อยๆ  หรือ ยุ่งมาก เพราะถ้าคุณตอบว่ายุ่งมาก  เพื่อนคุณที่กำลังจะส่งลูกค้ามาให้อาจจะเปลี่ยนใจไม่กล้าส่ง

อย่าลืมว่า เราพบกันใน bni เพราะเราอยากได้ธุรกิจใหม่  อยากได้ลูกค้าใหม่

NEC pocket04

วันนี้เราจะมายกตัวอย่างการส่ง ref ที่เป็นธุรกิจต่อเนื่องให้สมาชิกในทีมนะครับ

IMG_0205

เริ่มต้นจาก  มีนักอสังหาฯ ไปรับงานขายบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง  ลูกค้าของเขาเป็นเศรษฐี  แต่ไม่มีเวลาประกาศขายเองจึงเลือกใช้บริการนักอสังหาริมทรัพย์หรือตัวแทนขายบ้าน  นักอสังหาฯ เริ่มงานบริการของเขากับลูกค้า  สิ่งที่ตามมาก็คือ  นักอสังหาฯ มีประสบการณ์สูง  รู้ว่าบ้านสะอาดมีโอกาสขายได้สูงกว่าบ้านสกปรก  ก็เสนอบริการทำความสะอาดเพิ่มเข้าไป   นักอสังหาฯ รู้ว่า ภาพถ่ายบ้านสวยๆ จะทำให้ลูกค้าสนใจมากกว่าภาพถ่ายคุณภาพต่ำ  ก็เสนอบริการถ่ายภาพเพิ่มให้  ขั้นตอนการขายยังดำเนินไปถึงการสั่งพิมพ์ป้ายแบนเนอร์อีกด้วย จะเห็นได้ว่า  การติดต่อลูกค้าหนึ่งครั้งจะไม่จบแค่เพียงหนึ่งบริการ แต่เอเจ้นสามารถยิงคำถามไปยังลูกค้าเพื่อถามหาบริการอื่นๆที่เขามองหา  ทั้งบริการที่ลูกค้าอยากได้โดยตรง  และบริการต่อเนื่องที่เราสามารถคอนซัลให้กับลูกค้าได้ เพื่อนำธุรกิจส่งต่อให้กับทีม

การถามเพื่อชี้นำลูกค้าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถส่งลูกค้าเข้าสู่สมาชิกท่านอื่นๆได้  หลังจากวันนี้  ให้ท่านลองดูนะครับ  เมื่อท่านบริการลูกค้าของท่านเสร็จแล้ว  ให้ลองถามถึงสิ่งที่เขาต้องการเพิ่มเติม  หรือ ให้ท่านลองวิเคราะห์ลูกค้าของท่าน แล้วเสนอสิ่งที่ลูกค้าควรจะใช้หรือสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของท่านเพื่อนำพาลูกค้ามาใช้บริการอื่นๆในทีมของท่าน  ถ้าคุณเป็นมืออาชีพเพียงพอ  ถ้าลูกค้าไว้ใจคุณอยู่แล้ว  การแนะนำ การคอนซัลใดๆของคุณ  หรือการนำเสนอเซอร์วิสอื่นๆของทีม  คุณจะทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ  และลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด  ตราบใดที่คุณหาของดี หรือ บริการดีๆให้ลูกค้า

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

เราเดินทางจากพื้นราบของนิกโก้ขึ้นสู่ภูเขาด้วยรถเมล์  เป็นรถสาธารณะเพียงอย่างเดียวที่มีให้นักท่องเที่ยวใช้ ที่นี่ไม่มีแท็กซี่ ไม่มีรถไฟ ไม่มีกระเช้าจากพื้นราบ การเดินทางก็คล้ายๆกับภูเขาอินทนนท์ของไทย คือขับรถเลี้ยวไปเลี้ยวมาไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ  ด้านบนจะมีทะเลสาปและน้ำตกให้ดูหลายแห่ง  อากาศด้านบนหนาวมากแถมลมแรง และยิ่งมีละอองน้ำมีฝนตก อุณหภูมิในเดือนตุลาคมน่าจะเกือบๆศูนย์องศา

IMG_9071

 

IMG_9074

 

IMG_9079

 

IMG_9099

 

กล้องถ่ายรูปตัวเดิมตัวเดียวเลนส์ตัวเดียว 22f2 บนกล้อง eos m ทำงานไปเรื่อยๆ หนาวก็ไม่กลัว ไม่แสดงอาการอะไรให้เห็น ภาพจากรูรับแสง f2 ให้ความชัดที่ตัวแบบได้โดดเด่นมาก และทิ้งด้านหลังให้นวลๆเบลอๆดูเป็นภาพที่น่ามอง  สีสันของภาพก็ให้แนวธรรมชาติไม่ได้ฉูดฉาดเกินจริง  ยิ่งถ่ายก็ยิ่งเพลิน  อาจจะมีเพียงบางโอกาสที่แดดจ้าจนทำให้เรามองหน้าจอด้านหลังไม่ค่อยเห็น ต้องอาศัยการกะเดาไปเองว่าองค์ประกอบเป็นอย่างไร  แต่สถานการณ์ที่มองจอหลังลำบากก็ไม่ได้พบบ่อย

 

IMG_9103

IMG_9104

 

ภาพตัวอย่างมุมนี้ภาพบนเป็นการปรับรูรับแสงให้แคบเพื่อความชัดลึกของภาพสูงสุด โดยปรับไปที่ f11 ซึ่งคาดหวังว่าจะให้ระยะชัดตั้งแต่ไกลสุดมาจนถึงพื้นระยะใกล้ประมาณ 1 เมตร พอถ่ายค่า f แคบๆไปแล้วก็เปลี่ยนไปถ่ายค่า f2 กันบ้าง เพื่อเก็บเป็นตัวอย่างเอาไว้เปรียบเทียบว่ารูรับแสงแคบและกว้างนั้นให้ผลต่างกันอย่างไร IMG_9117

 

IMG_9155

 

IMG_9121

 

วิวทะเลสาปแสนสวยถ่ายรูปสนุก ผมเคยชินกับวิวน้ำและเรือ และต้นไม้พอสมควร เพราะในช่วงเวลาที่เคยว่างเวลาเหลือเฟือก็อาศัยถ่ายภาพตามสวนสาธารณะอยู่บ่อยๆ สวนลุม บ่อน้ำ เรือ ต้นไม้ ล้วนเป็นของคุ้นเคย มีเพียงอากาศหนาวเย็นเท่านั้นที่หาไม่ได้จากเมืองไทย

ใบไม้เปลี่ยนสีในญึ่ีปุ่นจะมีช่วงเวลาทอง น่าจะเป็นกลางเดือนตุลาคมที่จะเปลี่ยนสีกันให้สะใจ ในช่วงเวลาต้นเดือนตุลาเราจะเห็นเพียงสัญญาณการเริ่มเปลี่ยนสี ต้นไม้บางส่วนเริ่มเปลี่ยนสี แต่อีกกว่าครึ่งยังเขียวขจี ต้องอาศัยการเลือกมุมถ่ายภาพเล็กน้อยเพื่อให้คนอื่นดูภาพแล้วจินตนาการว่าเรามาเที่ยวดูต้นไม้เปลี่ยนสีได้สมดังใจ สิ่งที่เราไม่ได้ทำในทะเลสาปบนภูเขาสูง 1800 เมตรก็คือการนั่งเรือแล้วพายให้สะบายใจ ด้วยเหตุผลว่าลูกยังเล็กยังไม่อยากเสี่ยงลงเรือเพราะเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

IMG_9183

 

ร้านค้าริมทะเลสาปก็จะเป็นร้านอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟเยอะมาก  ร้านขายของที่ระลึกนิดหน่อย  เดินผ่านเห็นคุณลุงกำลังแกะไม้อย่างตั้งใจ เราก็อุดหนุนลูกข่างเล็กๆกลับมาอันนึง จากทะเลสาปเรานั่งรถเมล์อีกครั้งเพื่อไปยังน้ำตกใกล้ๆ เป็นน้ำตกที่มีคนแวะเยอะมาก ลงรถแล้วเดินจากริมถนนเข้าไปไม่มากก็ได้พบกับน้ำตกและจุดชมวิวที่มีคนพลุกพล่าน จะหาตำแหน่งถ่ายภาพสวยๆก็ยากเต็มที แถมยังไม่ได้พกขาตั้งกล้องเสียอีก การถ่ายภาพน้ำตกโดยมากจะใช้สปีดต่ำเพื่อให้สายน้ำดูนุ่มนวลกว่าที่ตาเห็น พอไม่มีขาต้งก็ต้องอาศัยวางกล้องไว้กับรั้ว วางกล้องไว้ติดเสาเพื่ออาศัยเสาและรั้วในการพยุงกล้องให้ไม่สั่นไหว เพราะสปีดการถ่ายภาพน้ำตกที่พอจะสวยนั้นจะต้องใช้สปีดต่ำระดับ 1/4 – 1/15 วินาที IMG_9257

 

IMG_9282

 

ออกจากน้ำตกเราก็นั่งรถเมลกลับลงมายังพื้นราบและผ่านสถานีรถไฟแห่งเดิมที่เราเพิ่งใช้งานมาเมื่อวาน หาของกินตามร้านก็ไม่ทันแล้วเพราะที่นี่ห้าโมงเย็นก็เริ่มมืดและร้านค้าก็เริ่มปิดกัน คงเหลือแต่ซุปเปอร์มาเก็ตที่เปิดดึกหน่อย เราก็เลยได้ฝากท้องไว้กับอาหารกล่องจากซูปเปอร์มาเก็ตริมถนน กินกันอิ่มก็เตรียมตัวเข้านอน อากาศเย็นๆแบบนี้ใส่เสื้อผ้าหนาๆพร้อมผ้าห่มกองใหญ่ก็พออุ่นได้ ดูการ์ตูนก่อนนอนอีกนิดนึง

IMG_9287

 

IMG_9289

IMG_9291

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

nec – อย่าหยุดให้

การสร้างใครสักคนให้เป็น referral source ของเราเองนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วเราควรจะสร้างให้ใครเป็น source ของเราดี ให้เริ่มต้นอย่างไร

IMG_20150307_225731

ให้เราเล็งคนที่คาดว่าจะเป็น powerteam กับเรา คาดว่าจะพัฒนาไปเป็น referral source ได้ เมื่อเลือกได้แล้วก็ให้ทำการพูดคุยในเชิงลึกซึ่งกันและกัน ถ้ามองเห็นว่าน่าจะใช่ ก็ให้ลองหา referral ให้กันและกัน ทางเราเองก็ควรจะเริ่มให้ referral แก่เขาไปก่อน อย่าลืมว่า referral source มักจะเป็นคนดี เมื่อได้รับ referral บ่อยๆก็ย่อมพยายามหาวิธีให้ referral คืน

การให้ referral 1 ครั้งที่มีคุณภาพ จะส่งผลสองประการ คือหนึ่ง เพื่อนได้งาน และสอง ผู้ให้ referral มี creditability สูงขึ้น หรือความน่าเชื่อถือเพิ่มมากยิ่งขึ้น วันใดที่ referral source มีงานคืนกลับมาให้เรา เขาจะได้มั่นใจว่าเราเครดิตในการทำงานดี

แล้วถ้าให้ referral ไปบ่อยๆแต่ยังไม่ได้อะไรคืนมากควรทำอย่างไร ขอให้เรามองในมุมกว้างว่า การให้ referral แก่สมาชิก ยิ่งให้หลายงาน นั่นแปลว่า งานเหล่านั้นได้รับการแก้ปัญหาไปแล้ว แปลว่ามีคนนอกกลุ่มจำนวนมากได้รับการแก้ปัญหา  และเจ้าตัว creditability ของเราในมุมมองคนนอกก็จะยิ่งแข็งแกร่ง แปลว่าการแนะนำงานของเราส่งผลดีต่อเราเช่นกัน แม้ยอดธุรกิจจะไม่มีในทันที แต่เครดิตเราดีขึ้นเรื่อยๆ  คนภายนอกหลายคนที่เราช่วยจบปัญหาให้จะรู้สึกขอบคุณเรา  เท่ากับเราได้ทำหน้าที่เป็นนักแก้ปัญหา  เพื่อนในหลายๆกลุ่มจะทะยอยรับรู้ว่าเราเป็นนักแก้ปัญหา