ถ่ายคลิปวิดีโอสไตล์โบราณ

การถ่ายภาพและวิดีโอในปัจจุบันปี คศ 2023 จะใช้เครื่องมือดิจิทัลกันหมดแล้ว และคุณภาพของภาพและวิดีโอก็สูงลิบ เป็นภาพความละเอียดสูงมาก และวิดีโอระดับ 2K 4K และในระดับโปรดักชั่นก็อาจจะไปถึง 8K กันแล้ว แถมโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้สวยจนกล้องคอมแพ็คดิจิทัลกำลังจะสูญพันธ์ุ กล้องระดับกลางเริ่มขายยาก เพราะมือถือพัฒนาคุณภาพขึ้นมาสูงมากแถมราคาก็แซงกล้องระดับมือสมัครเล่นไปแล้ว ทำให้ทุกคนที่ซื้อมือถือใหม่ๆสามารถทำคอนเท้นต์คุณภาพดีได้ไม่ยาก

ความนิยมกล้องฟิล์มก็เสื่อมถอยหลังจากที่บูมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากฟิล์มถ่ายภาพที่เคยราคาม้วนละร้อยบาทกลายเป็นม้วนละสี่ร้อย ไม่รู้ว่ากลไกราคาทำงานยังไงทำให้ราคาสูงขึ้นยิ่งกว่าทอง ผลก็คือคนแทบจะเลิกเล่นกล้องฟิล์ม นักถ่ายภาพที่ต้องการภาพสีประหลาด โทนสีอุ่นนุ่มแบบอนาลอก เริ่มถอยจากฟิล์ม แต่จะหันไปทางไหนเพื่อเล่นของแปลก ก็เลยเป็นกระแสกลับไปเล่นกล้องดิจิทัลโบราณ เพราะความต้องการที่จะไม่เหมือนใคร การเล่นฟิล์มที่เคยเป็นทางออก ก็เปลี่ยนมาเป็นกล้องดิจิทัลยุคแรกแทน

ลักษณะของภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลโบราณจะดูพอรู้ว่าคุณภาพไม่สูงมาก กล้องดิจิทัลอายุ 20 ปี จะมีความละเอียดประมาณ 2-4 ล้านพิกเซล ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการอัดขยายภาพในระดับโปสการ์ด เพียงพอสำหรับการดูในจอโทรศัพท์หรือแม้แต่จอคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งที่มันบ่งบอกถึงความโบราณคือคุณภาพของภาพที่ไม่สวยใสแบบกล้องสมัยใหม่ ซึ่งก็หลายเป็นลักษณะที่แตกต่างที่มีคนตามหา แและกล้องเหล่านี้ก็จะมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอด้วย ภาพวิดีโอแนวโบราณ ความละเอียดระดับ dvd หรือ 640×480 หรือต่ำกว่า กลายเป็นภาพที่ดูแปลก เป็นความอินดี้ด้วยคุณภาพที่ต่ำ มันก็เป็นเสน่ห์สำหรับบางคน มีไว้ถ่ายสนุกๆ เก็บภาพความทรงจำใหม่ด้วยสไตล์โบราณ

youtuber บางคน ก็ทำมิวสิควิดีโอแนวภาพโบราณออกมา เพลงเพราะรวมกับภาพแนวเก่าเหมือนสมัยคุณพ่อยังหนุ่ม มันก็ทำให้อารมณ์ในคลิปดูแปลกตา ภาพที่แปลกก็มักจะเป็นภาพที่เรียกร้องความสนใจได้ บางคนก็ถ่ายด้วยกล้องคุณภาพดีมากแต่นำมาประมวลผลด้วยฟิลเตอร์ที่ทำให้ดูโบราณก็มี หลายคนก็เลยหันไปใช้อุปกรณ์โบราณจริงๆเลยก็ได้เหมือนกัน และประหยัดเวลาไม่ต้องมาทำโพสโปรดักชั่นด้วย

นี่คือภาพวิดีโอจากกล้อง kodak c140 กล้องตัวนี้แม้ไม่โบราณมาก แต่ภาพวิดีโอก็ดูโบราณได้แล้ว กล้องตัวนี้ออกขายประมาณปี 2009 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอด้วยความละเอียด 640×480 เท่านั้น เป็นกล้องที่ซูมภาพได้ประมาณ 3 เท่า คุณภาพจะดีที่ช่วงมุมกว้าง ถ้าซูมเยอะๆภาพจะไม่ค่อยสวย

ผมลองใช้อุปกรณ์เก่าๆไปถ่ายคลิปวิดีโอเพิ่มเติมด้วย เพื่อจะได้ดูคุณภาพ

คลิปที่สองนี้ใช้ ipod touch gen4 มาถ่าย คาดว่า ipod ตัวนี้ออกมาช่วงปี 2010 ซึ่งจะเริ่มมีการบันทึกคลิปวิดีโอระดับ Hd แล้ว คุณภาพของมือถือและอุปกรณ์ไอทีช่วงนี้จะเริ่มพัฒนาจนใกล้เคียงกับกล้องคอมแพ็คราคาถูกๆ และหลังจากรุ่นนี้ออกอีกไม่กี่ปีค่ายมือถือ จะเริ่มพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดจนผู้คนเริ่มไม่คิดจะซื้อกล้องคอมแพ็คอีกแล้ว

คลิปที่ 3 นี้เป็นคลิปที่บันทึกด้วยกล้อง canon eos m ซึ่งออกมาในปี 2014 โดยสามารถบันทึกวิดีโอด้วยความละเอียดระดับ Full Hd หรือ 2k ซึ่งเป็นระดับความละเอียดมาตรฐานอยู่ถึงปัจจุบัน แต่ก็กำลังจะล้าสมัยเพราะอุปกรณ์ต่างๆในช่วงปีนี้กำลังไปสู่ 4K

จากการลองเล่นกล้อง 3 ยุค เพื่อถ่ายคลิปวิดีโอ ก็มีความรู้สึกว่า กล้องถ่ายภาพมีพัฒนาการไปตลอดเวลา คุณภาพการบันทึกก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ และกล้องที่เกิดในยุคหลังจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่กับการถ่ายภาพรวมถึงถ่ายวิดีโอก็คือ คุณค่าของภาพหรือคลิปจะแปรเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราสนใจ ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่เราชอบ ถ้าเป็นคนที่เรารัก เราก็จะดูสิ่งที่เป็นเนื้อหาและเหตุการณ์ ไม่ได้ดูพิกเซล ไม่ได้ดูน้อยส์หรือสัญญาณรบกวน เรายังคงสนใจสิ่งที่เราสนใจ หมายความว่าเราใช้กล้องอะไรก็ได้ที่อยู่ในมือเราเพื่อบันทึกสิ่งที่เราต้องการ การเลือกใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ หรือ อุปกรณ์สมัยก่อน ต่างก็เป็นแค่แนวทาง เป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น

ความนิยมในการใช้กล้องเก่ามาถ่ายภาพ น่าจะค่อยๆเพิ่มขึ้น เพราะราคาฟิล์มแพงเหลือเกิน มันแพงกว่าเมมโมรี่การ์ดไปหลายเท่าแล้ว ถ้ายังคงปรับราคากันไม่หยุด สุดท้ายเราจะได้เลิกใช้ฟิล์มกันจริงๆ และอาจจะถึงขั้นสูญพันธ์ุเหมือนแผ่น VCD DVD ที่ทุกวันนี้ไม่มีใครผลิตอีกแล้ว

แป้นหมุนเปลี่ยนโหมดของกล้องหลุด

กล้อง DSLR ของ Canon Eos 6d เป็นกล้องที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงปีนี้ 2023 มันก็มีอายุการใช้งานประมาณ 9 ปีแล้ว สภาพกล้องยังไม่ได้บุบสลาย แต่แป้นหมุนเปลี่ยนโหมดหลุดหายไป ทีแรกก็นึกว่าจะต้องส่งเข้าศูนย์เพื่อซื้ออะไหล่มาติด แต่ลองหาดูในเว็บก็พบว่ามีคนขายอยู่เป็นจำนวนมาก เลยสั่งมาติดเอง ซึ่งไม่ได้ยากเลย มันติดด้วยเทปกาว2หน้าเท่านั้น

IMG_6386

IMG_6387
IMG_6389
IMG_6391

ดูวิธีการตามลำดับภาพเลยก็พอจะทำเองได้ อะไหล่ชิ้นนี้ราคารวมค่าส่ง 69 บาท จาก lazada

ScreenClip

งานพิมพ์เร่งด่วน หนังสือที่ระลึกงานศพ

เพื่อนผมมีข่าวร้าย น้องชายเสียชีวิต และจัดงานศพอยู่ต่างจังหวัด เพื่อนผมอยากจะมีหนังสือที่ระลึกแจกให้กับแขกในงาน มีเวลาให้ทำประมาณ 1 วัน พอรู้ว่าจะต้องทำให้เสร็จในเวลาที่จำกัดมากๆ ก็เลยแจ้งกับเพื่อนว่า ผมขอไฟล์หนังสือแบบพร้อมพิมพ์ แล้วก็จะทำหนังสือประมาณ 100-300 เล่ม

IMG_1541

สิ่งที่ทางโรงพิมพ์จะต้องคิดทันทีคือ กระดาษจะสั่งจากโรงงานมาไม่ทันแน่ๆ ต้องใช้กระดาษที่มีสต๊อคอยู่ในโรงพิมพ์ ผมรีบเช็คทันทีว่าหนังสือจะต้องใช้ปกเป็นกระดาษหนา กระดาษ 260g เป็นกระดาษที่นิยมใช้ ส่วนเนื้อในก็มีทางเลือกเป็นกระดาษปอนด์ 70-80g ซึ่งเป็นสเป็คที่นิยมใช้ทำหนังสือ และก็จะมีกระดาษถนอมสายตา 75g ที่นิยมใช้เช่นกัน ผมให้ลูกน้องนับกระดาษทั้งหมดว่า เนื้อในเรามีเท่าไหร่ กระดาษทำปกเรามีเท่าไหร่ แล้วก็เช็คกับไฟล์ข้อมูลของเพื่อนว่า เนื้อในเมื่อทำเป็นหน้าหนังสือแล้วจะมีประมาณกี่หน้า นับหน้า แล้วก็คำนวณออกมา พบว่าเรามีสต๊อคกระดาษพอทำได้ 300 เล่ม

ปก 260g เนื้อใน 40 หน้า เล่มหนังสือประมาณ 5×7 นิ้ว ความหนาของเล่มนี้ก้ำกึ่งมาก ปกติหนังสือจำนวนหน้าไม่มากก็จะเหมาะกับการเย็บแม็กซ์มุงหลังคามากว่าไสกาว 40หน้า หรือ 20 แผ่น อาจจะไสกาวไม่สวย ผมเลยทำตัวอย่างออกมาทั้งสองแบบเพื่อดูว่าเย็บแม็กซ์สวยไหม หรือ ไสกาวสวยไหม กระดาษเกาะตัวกันเป็นเล่มได้ไหมเมื่อไสกาว และพบว่า ไสกาวก็ทำได้ เลยตัดสินใจทำเป็นระบบไสกาว

งานพิมพ์ปกใช้กระดาษ 260g พิมพ์ระบบดิจิทัล เมื่อทำเสร็จแล้วจะตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ เพื่อไปทำเส้นพับด้วยเครื่องปั๊มแล้วรอประกอบเล่ม ส่วนตัวเนื้อใน ใช้กระดาษถนอมสายตา 75g พิมพ์ดิจิทัลขาวดำทั้งเล่ม แต่แทรกหน้าสี 1 หน้าในส่วนที่จะเป็นรูปของเจ้าของเรื่อง เพื่อให้หนังสือเล่มนี้มีภาพเจ้าของหนังสือเป็นภาพทางการซึ่งเป็นภาพสี ผมรู้สึกว่าหนังสือที่มีภาพสีธรรมชาติบางภาพเป็นหนังสือที่มีเสน่ห์มากกว่าสีขาวดำทั้งเล่ม เมื่อพิมพ์เนื้อในแล้วก็ตัดปลิวออกมาเรียงหน้า แล้วก็นำไปประกอบเล่ม เข้าเครื่องไสกาว

การไสกาวเราใช้เครื่องไสกาวสำเร็จรูป เครื่องจะหนีบเนื้อในไปวิ่งผ่านตัวไส แล้วจุ่มกาวในราง แล้วเดินไปประกบกับแผ่นปก งานไสกาวเป็นงานที่ทำด้วยเครื่องเสมอ หลังจากออกจากเครื่องไสกาวแล้วเราต้องรอเวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อให้กาวแห้งสนิทแล้วจึงตัดเจียนให้จบเป็นหนังสือ งานนี้ พิมพ์ไป ปั๊ม ไสกาว ทำต่อเนื่องกัน และจบด้วยเครื่องตัด ใช้เวลาผลิตรวมประมาณ 8 ชั่วโมง

เที่ยวพัทยา หมู่บ้านช้าง โรงแรมอวกาศ สวนสัตว์แปลก

ทริปสั้้นๆไปพัทยาของบ้านเราจัดขึ้นเพื่อไปนอนที่โรงแรมเปิดใหม่ชื่อว่า grand center point space ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงในอินเทอเน็ต ว่าเป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่ตกแต่งได้ดีมาก สวยและมีความเลิศหรูหลายอย่าง เราวางแผนไปพักโดยจะแวะเที่ยวอย่างอื่นด้วย ซึ่งเราก็เริ่มต้นทริปนี้โดยการแวะไปเที่ยวหมู่บ้านช้างซึ่งเป็นฟาร์มช้างผสมกับสวนสัตว์ขนาดเล็ก ร้านกาแฟในฟาร์มแห่งนี้ชื่อคาเฟ่มองช้าง เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีจุดเด่นคือลูกค้าจะได้นั่งดูช้่าง ได้ดูโชว์ที่คนแสดงร่วมกับช้าง ส่วนที่ประทับใจมากในฟาร์มแห่งนี้คือ มีช้างตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่มีงายาวมาก ทำให้คนกรุงเทพอย่างบ้านเราตื่นเต้นมาก เพราะไม่ได้เห็นช้างที่มีงาขนาดยาวๆตั้งนานแล้ว แม้แต่ฟาร์มช้างที่เชียงใหม่ก็ยังไม่มีงายาวๆให้ดู

IMG_0057

บรรดาสัตว์อื่นๆแวะล้อมในพื้นที่นี้ก็จะมีสัตว์ที่ไม่อันตราย และเปิดโอกาสให้ใกล้ชิดกับคนดูได้เต็มที่ มีนกสีสวยที่ให้เราไปเดินเล่นให้อาหารถึงในกรง มีสัตว์เดินอยู่รอบๆกินอาหารจากมือเราได้ตรงๆ มีสัตว์น่ารักที่น่าอุ้มอีกหลายอย่าง รวมๆแล้วเราก็สามารถจะใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านช้างแห่งนี้ได้สัก 2-3 ชม. นับว่าเป็นจุดแวะเที่ยวที่พอใช้ได้ ให้ความสนุกและเปิดหูเปิดตาได้

IMG_0091
IMG_0099

ออกจากสวนสัตว์เราก็ตรงเข้าที่พัก โรงแรม grand center point space ที่ถนนนาเกลือ ของพัทยา เราเช็คอินแล้วเดินเที่ยวเล่นดูพื้นที่ต่างๆของโรงแรม การตกแต่งมาในแนวอวกาศ กำแพง ประตู ช่องทางเดิน ทุกอย่างทำเหมือนเป็นหนังไซไฟ มีพื้นที่สวนน้ำที่ใหญ่มาก และก็พบกับห้องกิจกรรมที่อลังการมาก เราเจอห้องเล่นเกมส์ที่มีเครื่องเล่น PS5 ให้บริการอยู่หลายเครื่อง

IMG_0165

IMG_0107
IMG_0118
IMG_0126
IMG_0142
IMG_0153
IMG_0256

ส่วนของห้องพักก็มีความสวยงาม ตกแต่งได้เลิศหรู ตีมอวกาศยังเหนียวแน่น มีเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาให้ทันสมัย กระจกในห้องน้ำก็เป็นแบบ smart mirror มีหน้าจอติดอยู่ในกระจก โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ก็มาแนวสมัยใหม่ดูทันสมัย ดีไซน์เป็นปัจจุบันมาก นาฬิกาบนหัวเตียงก็ยังเป็นแบบมีส่วนชาร์จไฟแบบไร้สายให้กับโทรศํพท์ได้ด้วย จุดที่เป็นโต๊ะนั่งทำงานในห้องก็จะเป็นมุมที่สามารถวางโน้ตบุ๊คสองตัวได้พร้อมกัน นั่งทำงานได้พร้อมกัน ปลั๊กไฟในห้องเหลือเฟือ ทุกคนเสียบไฟใช้งานได้คนละปลั๊กเลย ไม่ต้องติดปลั๊กพ่วงมานอนโรงแรมเหมือนที่อื่น

IMG_0177
IMG_0198

IMG_0171

นอกจากห้องกิจกรรมที่น่าจะใช้เวลาได้นานๆแล้ว ห้องอาหารกับพื้นที่เล่นน้ำก็ไม่ธรรมดา ห้องอาหารอยู่บนชั้นดาดฟ้า มีวิวตึกสวยงาม วิวจากมุมสูงทำให้เป็นมุมที่น่านั่ง หลายคนก็อยากจะแย่งกันนั่งตอนกินอาหารเช้า ส่วนพื้่นที่่่เล่นน้ำก็มีการออกแบบที่ไม่ต่างจากสวนน้ำ แค่ไม่มีเครื่องเล่นผาดโผนเท่านั้น ส่วนความสนุกจากสวนน้ำก็ถือว่าทำได้ดีมาก ดีกว่าทุกโรงแรมที่เคยไปมา

IMG_0209
IMG_0208

GOPR2256

โรงแรมมีคนเข้าพักเยอะมาก ตอนเช็คเอ๊าท์เพื่อออกใช้เวลาค่อนข้างเยอะ เพราะคิวยาว โรงแรมได้รับความนิยมล้นหลาม พื้นที่ขายของที่ระลึกมีอยู่นิดหน่อย กระติกน้ำ แก้วน้ำ ก็ดูน่าซื้อกลับบ้าน ลูกผมได้กระติกน้ำสำหรับไปโรงเรียนจากโรงแรมนี้เลย ขากลับเราแวะไปเที่ยวสวนสัตว์แปลกอีกแห่งหนึ่ง ชื่อ monster aquarium pattaya เป็นสวนสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีสัตว์ทั่วไปนิดหน่อย ที่นี่ขอบฟ้าได้ถ่ายรูปกับนกฮูกตัวใหญ่ด้วย เป็นจุดแวะที่พอให้ความสนุกกับเด็กได้ แม้อากาศจะร้อนไปสักหน่อย แต่ประสบการณ์ให้นกฮูกเกาะแขนก็ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย

IMG_0302


IMG_0366

ไปสอบเฟสบุ๊คบลูพริ้นท์

การทำธุรกิจในยุคใหม่จะเกี่ยวข้องกับอินเทอเน็ตมากขึ้น  การวางแผนการตลาดที่เข้าถึงผู้คนในฝั่งออนไลน์ก็มากขึ้นอย่างชัดเจน  ทุกธุรกิจเริ่มต้องเรียนรู้คำว่าดิจิทัลมาเก็ตติ้ง  และทุกธุรกิจก็มีความพยายามหาลูกค้าใหม่จากออนไลน์เป็นหลัก  จนคนทำมาเก็ตติ้งต้องไปเรียนรู้วิธีการที่จะทำการโฆษณาบนอินเทอเน็ตให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน  นั่นก็เป็นที่มาของการเรียนรู้ที่จะใช้งานเฟสบุ๊คแบบผู้รู้จริงของผู้มีอาชีพเป็นดิจิทัลเอเจนซี่  

เฟสบุ๊คเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คตัวหนึ่งที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก  ในปี 2022 เชื่อว่ามียอดสมาชิกกว่า 2.9 พันล้านคน  ซึ่งเกินกว่า 50% ของจำนวนประชากรที่สามารถเข้าถึงอินเทอเน็ตได้  นั่นหมายความว่า  ถ้าพบคน 10 คน จะมีคนใช้เฟสบุ๊คอย่างน้อย 5 คน  และยิ่งถ้าเป็นในประเทศไทยเราก็จะยิ่งเจอคนใช้เฟสบุ๊คมากถึง 8 คนเสียด้วย  เพราะในไทยนิยมใช้เฟสบุ๊คมาก

การจะทำธุรกิจบนเฟสบุ๊คจะต้องศึกษาวิธีการยิงโฆษณาในระบบของเฟสบุ๊ค หากจะศึกษาเฟสบุ๊คอย่างจริงจังให้เข้าใจที่สุด  จะต้องไปเรียนรู้จากเฟสบุ๊คโดยตรง  และเมื่อผ่านการเรียนรู้แล้วก็ให้สอบเพื่อเอาใบประกาศหรือใบรับรองจากเฟสบุ๊คให้ได้เลย  เพื่อเป็นการเช็คความรู้ว่าเราเข้าใจเครื่องมือตัวนี้แค่ไหน  นั่นคือที่มาของการไปเรียนและไปสอบเฟสบุ๊คบลูพริ้นท์

Untitled-design-3

เฟสบุ๊คบลูพริ๊นท์ คือศูนย์ e-learning ชนิดหนึ่งที่ทำออกมาเพื่อให้ความรู้คนที่ใช้เฟสบุ๊คทำการตลาด  เนื้อหาในนี้จะเป็นเนื้อหาที่ครบเครื่องที่สุดสำหรับการใช้เฟสบุ๊คช่วยทำธุรกิจ  เช่นสร้างการรับรู้ของธุรกิจเราในชุมชน  การเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมให้เป็นลูกค้า   การสอนความรู้เหล่านี้เป็นของฟรี  เราสามารถเข้าไปเรียนฟรี  และสามารถเรียนซ้ำได้อย่างอิสระ 

แหล่งความรู้ตรงนี้ผู้คนไม่ค่อยรู้  แต่จะรู้กันดีในแวดวงของนักการตลาดที่พยายามพัฒนาตัวเอง  เนื้อหาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยมีคนไทยเข้าไปเรียน  เจมส์ได้รับคำแนะนำให้ลองเรียนดูเพื่อเพิ่มเติมความรู้ที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน  แม้ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคในการเรียน  แต่ก็ไม่ได้ยากเกินพยายาม  เพราะอินเทอเน็ตก็มีเครื่องมือช่วยแปลให้อยู่แล้ว  เรียนไป แปลไป ทำความเข้าใจไป  เรียนซ้ำได้ด้วย จนในที่สุดก็ได้ความรู้ที่ดีและสามารถสอบผ่านจนได้รับใบรับรองหรือ certificate  เรียกว่า เจมส์สอบเฟสบุ๊คบลูพริ้นท์ผ่าน  นับว่าเป็นนักการตลาดรุ่นแรกๆที่ได้รับใบรับรองของเฟสบุ๊ค

เทรนเนอร์ด้านมาเก็ตติ้งหลายคนเริ่มมาเรียนแล้วสอบเพื่อรับใบรับรอง  บางคนเป็นพนักงานเฟสบุ๊คแล้วก็ลาออกมาเรียนแล้วเปลี่ยนอาชีพเป็นเทรนเนอร์ก็มี  บางคนเปิดเป็นโรงเรียนกวดวิชาเพื่อสอบบลูพริ๊นท์ก็มี  เจมส์เข้าสอบเมื่อปี 2018  โดยในยุคนั้นมี 3 หัวข้อ  เจมส์เลือก 2 หัวข้อคือ buying กับ planning   ซึ่งคิดว่าเพียงพอแล้วในยุคนั้น แต่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นหลายอย่างเช่น community manager, digital marketing associate,  marketing science professional, creative stratergy professional, marketing developer, community manager, smart ar creator  การสอบบลูพริ้นท์นี้ต้องสอบใหม่ทุกปี  เพราะเครื่องมือในเฟสบุ๊คมีการปรับปรุงตลอดเวลา  ข้อดีที่ได้เรียนและสอบบลูพริ๊นท์คือได้องค์ความรู้ของเฟสบุ๊คที่แท้จริง  ถูกต้อง 100%  ไม่ใช่ความรู้ที่เขาเล่าว่า  เพราะเป็นโรงเรียนที่ตั้งโดยเฟสบุ๊คโดยตรง

เมื่อได้เป็นนักการตลาดที่เข้าใจเครื่องมืออย่างแท้จริงแล้ว  ก็เริ่มลุยงานเอเจนซี่ช่วยลูกค้ายิงโฆษณา  และ ก็เปิดสอนผู้ประกอบการให้เข้าใจการยิงโฆษณาในเฟสบุ๊คอย่างถูกต้อง  ในห้องเรียนมักมีคำถามจากนักเรียนชอบถามว่ามีเทคนิคอะไรล้ำๆแนะนำไหม  เพราะคนไทยชอบทางลัด  ชอบวาร์ป  ชอบคำตอบ  เจมส์จะแนะนำตลอดเวลาว่าให้เรียนพื้นฐานให้แน่นก่อน  เพราะถ้าพื้นฐานดี เดี๋ยวท่าแอดวานซ์จะเกิดขึ้นเอง  การมีองค์ความรู้ที่ถูกต้อง  พื้นฐานที่ถูกต้อง ทำให้เรามีความพร้อมจะไปทำงาน  และงานของเจมส์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา  ก็ใช้ความรู้พื้นฐานตลอด  เพราะการใช้เครื่องมืออย่างเข้าใจก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว

ทุกวันนี้เราจะได้ยินคำบ่นจากพ่อค้าแม่ค้าในเฟสบุ๊คตลอดเวลาว่า โดนปิดกั้นการมองเห็น  คนเห็นโฆษณาของเราน้อยลง ยิงโฆษณาแล้วได้ผลลัพธ์ไม่เท่าเดิม  หรือต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม   เรื่องนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยในคลาสที่เจมส์สอน  และเพื่อนรอบตัวก็มีคำถามแนวนี้บ่อยครั้ง  เหตุการณ์เหล่านี้มีคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมา  คือ ในช่วง 3 ปีของการระบาดของโควิด บรรดาธุรกิจที่รอดตายจากวิกฤตก็เป็นเพราะธุรกิจเหล่านั้นเข้าสู่ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ  ซึ่งออนไลน์ในประเทศไทยแทบจะหมายถึงเฟสบุ๊คเกือบ100% พอทุกคนเข้ามาพร้อมกับการยิงโฆษณา ก็กลายเป็นการแย่งลูกค้าก้อนเดียวกัน  จำนวนผู้ใช้ในระบบมีเท่าเดิม แต่ร้านค้ามีมากขึ้นทันทีทันใด  ดังนั้นใครจ่ายแพงก็จะทำให้ลูกค้าเห็นได้มากกว่า  มันเป็นไปตามหลักการของดีมานซัพพลาย ผู้เล่นเดิมจึงได้ผลลัพธ์น้อยลงเมื่อทำอย่างเดิม

517795-PIULUB-718

แม้ว่าจะมีเสียงบ่นเสียงด่าเรื่องผลลัพธ์จากการยิงโฆษณาว่าได้น้อยลง  แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังต้องใช้เฟสบุ๊คต่อไป เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ในประเทศอยู่ในเฟสบุ๊ค  สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราต้องปรับตัวเพื่อใช้งานเฟสบุ๊คให้เกิดผลลัพธ์ให้ได้  แม้จะมีคำบ่นไปทั่ว  แต่ก็ยังมีคนที่ขายของได้  ยิงโฆษณาแล้วเข้าเป้าอยู่  มันยังมีโอกาสอยู่ และโอกาสเป็นของคนที่เข้าใจวิธีการ  ยกตัวอย่างโครงการคอนโดที่เจมส์ช่วยลูกค้าปิดการขายได้  2 โครงการ  เฟสบุ๊คช่วยให้เจ้าของขายได้ 100 ห้อง  ขายหมดตึก  ใช้เงินยิงโฆษณาแค่ล้านบาททั้งโครงการ แต่ยอดขาย 300 ล้าน  แบบนี้คุ้มสุดคุ้ม  เราเรียกว่าเรายังชนะตลาดได้หากเราเข้าใจเครื่องมือ

คนที่จะใช้เฟสบุ๊คทำธุรกิจ ควรจะเรียนรู้อย่างจริงจัง หรือเรียนจากบลูพริ้นท์แล้วไปสอบบลูพริ๊นท์ด้วยเลยยิ่งดี  น้องรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่วงการดิจิทัลเอเจนซี่  ก็ควรสอบ  เพราะเราจะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจเครื่องมืออย่างแท้จริง  และทำให้เราใช้เป็นโพรไฟล์สำหรับสมัครงานได้ด้วย  เราจะสังเกตได้  เมื่อก่อนวงการสมัครงานมักจะถามว่าจบอะไร  จบที่ไหน  แต่เดี๋ยวนี้ จะมีคำถามว่า ยิงโฆษณาเฟสบุ๊คเป็นไหม  ดังนั้นการสอบบลูปริ๊นท์ผ่านจะทำให้เราได้งานแน่นอน เพราะเป็นบุคลากรที่จะสร้างรายได้ให้บริษัทแน่ๆ

การเป็นดิจิทัลเอเจนซี่ ทำตลาดออนไลน์ ยิงโฆษณา  การเป็นคนรับจ้างให้ความช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ยิ่งต้องมีพื้นฐานที่ถูกต้อง  ต้องช่วยเหลือลูกค้าอย่างถูกวิธี  ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นคนที่ประสบปัญหาเสมอ ลูกค้ายิงโฆษณาไม่เป็นเราก็ต้องยิงให้เป็น   ลูกค้ายิงโฆษณาไม่เข้าเป้าหรือยิงแล้วแพง  พอมาปรึกษา อะไรที่เคยแพงก็ต้องทำให้ถูกลง  ยิงไม่เข้าก็ต้องทำให้เข้าเป้า นี่คือหน้าที่โดยตรงของดิจิทัลเอเจนซี่  แม้แต่บางครั้งเจ้าของธุรกิจเผลอทำผิดกฏเฟสบุ๊ค  โดนปิดเพจบริษัท  ดิจิทัลเอเจนซี่ก็ควรแนะนำวิธีแก้ไข และแนะนำให้ลูกค้าเรียนรู้เรื่องกติกาของเฟสบุ๊คเพื่อป้องกันปัญหาการโดนปิดหรือโดนแบน  เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของธุรกิจ

DSCF1959Phuket2011Full

ยกตัวอย่างร้านอาหารยี่ห้อ a b และ c  ทั้ง 3 บริษัทลงเงินค่าโฆษณาเท่ากัน  โดยมีลูกค้าเป้าหมาย1ล้านคนเหมือนกัน  เป้าหมายจะเห็นโฆษณาวันละ1ครั้ง  แต่อาจจะคนละเวลา  แต่ธรรมชาติของเฟสบุ๊คบอกว่า  เห็นครั้งเดียวไม่ดี  คนจะซื้อของอาจจะต้องทำให้เห็นบ่อย  ดังนั้นใครยิงโฆษณาเพิ่มหรือถี่กว่าเดิม  ใครเพิ่มเงินเข้าไปก็จะทำให้ลูกค้าเห็นวันละ 2 ครั้งได้   การมองเห็นสินค้าบ่อยๆก็จะเปลี่ยนเป็นการซื้อได้มากขึ้นนั่นเอง มันเลยกลายเป็นใครทุ่มเทมากกว่าคนนั้นได้ผลมากกว่า มันเป็นกฏธรรมชาติในทุกอย่าง

พอเรายิงโฆษณามาระยะหนึ่งก็จะพบได้ว่า ทุกแคมเปญโฆษณาไม่มีสูตรสำเร็จ  และไม่มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด   มันมีแต่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าไปเรื่อยๆ  การไม่มีสูตรสำเร็จก็หมายถึง  แม้เราเคยทำได้กับโปรดักส์ตัวหนึ่ง  เราจะใช้วิธีเดียวกันกับโปรดักส์ที่2  ก็ไม่การันตีว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบเดียวกัน  การยิงโฆษณาต้องทดลองทำไปเรื่อยๆ  ค่อยๆปรับเงื่อนไข ผลตอบรับมันถึงจะค่อยๆดีขึ้น  ผู้สอนที่เชี่ยวชาญการโฆษณาเฟสบุ๊คเกือบทุกคนจะมีคำแนะนำว่า “ทดสอบ  ทดสอบ ทดสอบ…..”  ทำไปเรื่อยๆ  แล้วผลลัพธ์จะค่อยๆดีขึ้นเอง

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265

https://www.facebook.com/GoldfingerDigital

ไหว้พระปีชง เมื่อเจ้ารับไหว้เราก็ไม่ชง

สวัสดีปีใหม่ เข้าสู่ พศ.2566 เป็นปีที่เริ่มต้นด้วยการไหว้พระ ตามความเชื่อโบราณบอกว่าปีนี้จะเป็นปีชงของคนเกิดในราศีเถาะ สมาชิกในบ้านเราเลยเดินทางช่วงปีใหม่ไปวัดมังกร ดินแดนแห่งการสะเดาะเคราะห์ อยู่ที่ถนนเจริญกรุง ใกล้ๆถนนเยาวราช

การเดินทางไปเยาวราชและเจริญกรุงจะมีปัญหาเรื่องการจราจร การเอารถยนต์ส่วนตัวไปจะหาที่จอดยากมาก พ่อค้าแม่ค้าเต็มฟุตบาท ถนนกว้างแต่รถเยอะและรถจอดข้างถนนเต็มพื้นที่ ขาจรจะแวะไปทำธุระก็จะจอดไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้มีรถไฟฟ้าใต้ดินไปโผล่ข้างๆวัดมังกรก็เป็นเรื่องที่สะดวกมาก บ้านเราก็เลยนั่งรถไฟฟ้าไปไหว้พระกัน

dpp-bw-IMG_6220

ถนนเจริญกรุงเป็นย่านคนจีนที่อยู่คู่กับถนนเยาวราชมายาวนาน ของกินที่มีชื่อเสียงก็จะกระจายตัวอยู่ในย่านสองถนนแห่งนี้ เมื่อก่อนผมแวะมาซื้อกล้องถ่ายรูปก็แวะมาที่ร้านกล้องบนถนนเจริญกรุง ซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพ ซื้อฟิล์มสี ฟิล์มขาวดำ น้ำยาเคมี เครื่องมืออัดภาพขาวดำ ทุกอย่างที่วงการถ่ายรูปใช้ก็มีครบบนถนนเจริญกรุง ดังนั้น ผมจะรู้จักถนนเจริญกรุงอยู่ประมาณ 100 เมตร ที่มีร้านกล้อง และวัดมังกรก็อยู่ใน 100 เมตรนี้เช่นกัน

IMG_6239

วัดมังกรเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปของจีนอยู่หลายองค์ ผมไม่รู้ประวัติแต่ละองค์ มาไหว้ตามความเชื่อของคนอื่น สิ่งที่น่าสนใจของผมคือ วัดนี้คือวัฒนธรรรมของคนไทยเชื้่อสายจีน ชีวิตของคนชอบตรุษจีนจะเกี่ยวข้องกับวัดนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง การได้มาไหว้พระที่วัดมังกรคงเป็นหมุดหมายของคนจีนในประเทศไทย และวัดแห่งนี้ก็ปรับปรุงดูแลตัวเองอย่างดี เชื่อว่าเงินบริจาคที่ใส่กล่องใส่ลังในวัดน่าจะมหาศาลมาก ทางวัดกำลังการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้ันที่แห่งนี้ให้มีแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดิน เพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วม และจะมีที่จอดรถใต้ดินด้วย ผมเพิ่งรู้ข้อมูลนี้จากการไปยืนอ่านป้ายในวัด

1674050027120

IMG_6233

การไหว้พระในวัดมังกรยังคงใช้ธูปเทียนอยู่เหมือนเช่นอดีตแม้โลกเราจะรู้จัก pm2.5 แล้ว คนไหว้พระก็ยังพยายามอดทนสัก 20 นาทีเพื่อ ความเชื่อ ความหวัง ยังดีหน่อยตรงที่เจ้าหน้าที่ของวัดจะเก็บธูปจากการไหว้มาจุ่มน้ำให้ดับตลอดเวลา ทำให้ควันไม่เยอะเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน เพราะผมจำได้ว่าผมเคยฟังเรื่องเล่า คนไหว้พระวัดมังกร น้ำตาไหลทุกคน ไม่ใช่เพราะซาบซึ้ง แต่เพราะควันหนาแน่นมาก

1674050027078

ในสายตาของคนชอบถ่ายรูป วัดจีน เปลวเทียน แสงแดด ควันธูป คือสิ่งที่จะเป็นองค์ประกอบที่จะสร้างภาพสุดสวยน่ามอง ถ้าจะมีสารคดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนในเมืองไทย ภาพในวัดมังกรสักภาพคงมีองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย แม่ลูกกับภาพที่ระลึกในวัดมังกรก็เป็นภาพที่ต้องเก็บออกมาด้วย แสงแดดตกลงมาในช่องหลังคา ควันธูปสะท้อนแสงเห็นเป็นลำ โคมไฟที่รับแดดเรืองแสงสีแดงสด ฉากหลังเป็นกำแพงที่สว่างบ้างมืดบ้าง ทุกอย่างลงตัวมากสำหรับการถ่ายภาพให้น่ามอง

1674050027097

จบทริปไหว้พระแก้ชง เราเดินเข้าแบบคนปีชงกลัวจะมีโชคร้าย และเดินออกมาแบบมีเจ้าเข้าข้างพร้อมรับความโชคดี ปีหน้าค่อยมาใหม่ ไหว้พระปีชง เมื่อเจ้ารับไหว้เราก็ไม่ชง

IMG_6285

ภาพในชุดนี้เกือบทุกภาพถ่ายโดยกล้อง Eos m

การถ่ายภาพแบบ xpan

การถ่ายภาพแนวพาโนราม่าเป็นการทำภาพที่มีเสน่ห์ หลายคนจะชอบภาพสไตล์โรงหนังจอกว้าง ในอดีตโลกเราเคยมีกล้องฟิล์มที่ถ่ายภาพแนวพาโนราม่าแท้ๆให้ใช้ เป็นการถ่ายภาพที่กินเนื้อที่บนฟิล์มกว้างกว่าพื้นที่ฟิลม1เฟรม ปกติฟิล์มถ่ายภาพมาตรฐานจะมีขนาดการรับภาพ 24x36mm แต่กล้อง xpan จะถ่ายให้ภาพยาวถึง 24×65มม. คือกินพื้นที่เนื้อฟิล์มไปเกือบ 2เฟรมนั่นเอง กล้องและเลนส์ชุดนี้จึงต้องออกแบบมาพิเศษ ทำยาก ทำน้อย ราคาแพง เปิดตัวในปี 1998 และปัจจุบันก็ไม่มีการผลิตออกมาอีกเลย

cc76a8d277b299e2d5f66d740204d38d03676c83_xpan

การได้มีประสบการณ์การถ่ายพาโนราม่าหลายรูปแบบเป็นประสบการณ์ที่สนุก มีความพยายามจะทำให้ภาพกว้างขึ้นตั้งแต่ เอาภาพปกติ 24×35มม. มาคร็อบตัดด้านบน ตัดด้านล่างออก แล้วทำให้สัดส่วนภาพเหมือนยาวขึ้น แบบนี้เป็นพาโนราม่าแบบง่ายๆ

IMG_20191208_072805
ภาพปกติที่ได้จากกล้อง DSLR Canon Eos 6d อัตราส่วนภาพ 3:2

IMG_20191208_072805
ภาพจาก DSLR คร็อปจาก 3:2 เป็น 16:9



พอเป็นยุคกล้องดิจิทัลก็มีความยายามจะทำให้ผู้ใช้กล้องถ่ายภาพหลายๆภาพแล้วเอามาต่อกัน เป็นการต่อภาพให้ยาวขึ้น ก็เป็นพาโนราม่าที่ต้องใช้ความพยายามจากผู้ถ่าย และต้องใช้ซอร์ฟแวร์ต่อภาพที่ฉลาดด้วย

กล้องดิจิทัลสมัยใหม่ และกล้องในโทรศัพท์มือถือก็พัฒนาลูกเล่นการถ่ายภาพพาโนราม่าให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการถ่ายภาพแบบหมุนกล้องหรือ sweep panorama เริ่มถ่ายภาพจากด้านซ้ายแล้วก็แพนกล้องไปด้านขวาเพื่อให้กล้องเก็บภาพแนวยาวๆ ซึ่งผุ้ถ่ายก็ต้องพยายามลากกล้องให้หมุนอย่างราบลื่นต่อเนื่อง

IMG_20170115_154146
ภาพพาโนราม่าจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ sweep panorama ในโทรศัพท์มือถือ

DSCF8074
ภาพพาโนราม่าจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ sweep panorama ในโทรศัพท์มือถือ

ในระบบโรงหนังที่มีภาพจอกว้าง จะมีการใช้เทคนิคเลนส์บีบภาพตอนถ่ายทำ ภาพบนฟิล์มจะผอมๆ และตอนฉายกลับบนจอ จะส่งภาพผ่านเลนส์ขยายแนวกว้าง เพื่อให้ภาพบนฟิล์มไปยืดกว้างๆบนจอ เราเรียกเทคนิคส์การยืดภาพในโรงหนังว่าอนามอฟิกส์ ซึ่งหนังที่ทำมาฉายในโรงจะชอบใช้เทคนิคนี้ สัดส่วนความยาวของภาพจะยาวกว่าพาโนราม่าทั่วไป

แต่ทั้งหมดก็ต้องมายอมแพ้ให้กับเทคนิคการถ่ายภาพแนวยาวเกือบสองเฟรมของกล้อง xpan ที่เป็นการบันทึกภาพแนวยาวที่คุณภาพสูงและไม่ลำบากนักถ่ายภาพในการต่อภาพหรือต้องนำมาทำต่อด้วยซอร์ฟแวร์ xpan เป็นภาพพาโนราม่าที่มีเสน่ห์อย่างแท้จริง และในยุคปัจจุบันที่กล้อง xpan ราคาทะลุฟ้าไปไกลมาก เงินต่ำกว่าแสนคงซื้อกล้องพร้อมเลนส์ xpan ไม่ได้แล้ว ก็เลยมีคนคิดหาทางถ่ายภาพแนว xpan ด้วยกล้องดิจิทัล และมันก็เป็นไปตามที่เห็นในคลิปด้านล่างนี้

ภาพด้านล่างต่อไปนี้จะเป็นภาพที่คร็อปตัดส่วนด้านบนและด้านล่างเพื่อให้ดูเป็นภาพพาโนราม่าสัดส่วนเท่ากับ xpan

1671781805776
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
IMG_20220917_224700
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan2-IMG_0296
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan2-IMG_0375
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-4jan2020-img_ (71)
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0107
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0397
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0020
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
IMG_0004
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
kobfa canon 25dec2013 - IMG_9259-Full
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
100_3775
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 4:3 เป็น 65:24
IMG_7894
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24

พาลูกดูหนังโรง เรื่อง อวตารภาค 2

ในช่วงปีใหม่ก่อนจะเปลี่ยนเป็น พ.ศ. 2566 ผมอยู่ในช่วงวันหยุดสิ้นปี และลูกก็หยุดเรียน เลยคิดว่าจะพาลูกไปดูหนังในโรงหนังสักเรื่อง และเรื่อง อวตารภาค2 ก็กำลังฉายอยู่ หนังเรื่องนี้สร้างต่อจากภาค1ที่ผ่านมาแล้วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

แม้ว่ายุคปัจจุบันเราจะมีบริการดูหนัง streaming ทางอินเทอเน็ตที่ทำให้เราได้นั่งดูอยู่ในบ้านแล้ว แต่ประสบการณ์การดูหนังโรงใหญ่ในห้างก็ยังเป็นสิ่งที่เด็กๆชอบ ผมเคยถามลูกว่าการดูหนังในโรงหนังแตกต่างกับในบ้านอย่างไร ลูกตอบว่า จอใหญ่ เสียงดี นี่คือสองคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในมุมมองของเด็กอายุ 10 ขวบ ซึ่งไม่เหมือนกับมุมมองของพ่อกับแม่แล้ว

ผมเองแม้จะชอบเรื่องเครื่องเสียง ชอบการดูหนังฟังเพลง แต่ผมก็ไม่เคยโปรดปราณการไปดูหนังในโรงหนังเลย อาจเพราะผมสนใจแค่เนื้อหาของหนังก็ได้ เรื่องความอลังการ เสียงดี จอใหญ่เลยไม่สำคัญสำหรับผม และยิ่งผมมีนิสัยที่ไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบรถติด ก็ยิ่งทำให้การไปดูหนังในห้างเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำ ถ้าไม่จำเป็น

พอตัดสินใจได้ก็เลือกว่าจะดูหนังเรื่องอวตารภาค2 โดยเรื่องนี้เป็นหนังที่เน้นภาพที่ตระการตา น่าตื่นเต้น เลยเลือกที่จะดูแบบ 3 มิติ ซึ่งการดูแบบ 3 มิติเราจำเป็นต้องดูในโรงหนังเท่านั้น เพราะระบบดูจากแผ่นหรือดูจาก streaming ยังไม่มีให้บริการ นั่นก็เป็นที่มาของเรื่องปวดหัวของผมแต่ไม่ใช่ของคนอื่น เพราะ 3 มิติ เราต้องเลือกโรง เลือกสถานที่ว่าจะต้องไปดูที่ไหน

บ้านผมใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้าและโรงหนังในห้างเซ็นทรัลแห่งนี้ก็เป็นเครือเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ และด้วยความที่เราอยากจะได้ที่นั่งในโรงที่ดีก็เลยต้องจองล่วงหน้าก่อนหนังฉายหลายชั่วโมง เพราะถ้าเราไปซื้อหน้าโรงจะเป็นที่นั่งที่ไม่ค่อยดีแล้ว ตำแหน่งดีๆจะถูกจองไปหมดแน่นอน คิดดังนี้ก็ก็เข้าเว็บแล้วเลือกโรง เลือกเวลา เลือกที่นั่ง

ปราฏกว่าที่เมเจอร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้าไม่มีฉายเรื่องอวตาร2ในระบบ 3d แต่เป็นที่เมเจอร์ปิ่นเกล้าที่อยู่ตรงกันข้ามกับเซ็นทรัล เรื่องนี้ถ้าจะเล่าก็ยาวว่าทำไมต้องมีโรงหนังสองแห่งอยู่ตึกตรงกันข้ามกัน เด็กอายุน้อยกว่า 20 ปีคงไม่รู้ประวัติ เอาเป็นว่ามีอยู่ใกล้บ้าน ก็เลยเลือกเข้าไปจอง ผลก็คือ จองไม่ได้ ระบบเว็บของเมเจอร์มีปัญหา ช้าก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนที่เป็นปัญหาสำหรับผมก็คือ ระบบไม่มีทางเลือกการจ่ายเงินที่ผมจ่ายได้ และที่สำคัญคือ เมนูการจ่ายเงินไม่ทำงาน ผมเสียเวลาในหน้าเว็บเมเจอร์ไปเกือบชั่วโมง เลือกที่นั่งในโรงแล้วจ่ายเงินไม่ได้ บางทีเราอาจจะทำอะไรผิดพลาดข้ามขั้นตอน เลยคิดว่าจะลองใหม่อีกรอบก็ปิดหน้าเว็บเดิม แล้วเปิดเบราเซอร์ใหม่ แล้วเข้าไปเลือกที่นั่ง ทำใหม่ทั้งหมด ที่นั่งที่เลือกไว้ตอนแรกก็โดนล๊อคจากการจองของเรารอบแรก เข้าไปรอบสองก็เลยต้องเลือกที่นั่งอื่นแทน แล้วระบบก็รวนอีก สรุปจ่ายเงินไม่ได้ ผมต้องใช้ความพยายามครั้งที่3 ไปเข้าใน application บนมือถือ แล้วลองทำดู ผลก็คือ ไปไม่ถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน สรุป ผมทำที่นั่งโดนล๊อคไป 6 ที่ ผมไม่ได้ตั๋วหนัง

1672458464043

ผมตัดสินใจเข้าไปที่หน้าเว็บอีกครั้งด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล้วไปส่งคอมเม้นท์ให้ทีมดูแลเว็บ ใจความว่า ผมติดปัญหาอะไร ผมใช้คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการอะไร เบราเซอร์ที่ใช้ยี่ห้ออะไร และบ่นนิดหน่อยว่า ผมจะเอาเงินมาให้คุณ ไม่ต่อราคาเลยนะ ทำไมไม่ทำระบบให้มันดี ประมาณนี้แหละ แล้วผมก็หมดความพยายามกับเมเจอร์ซินิเพล็กซ์

ตัดสินใจไปที่ SF Cinema แทน โรงหนังเครือ SF มาทีหลังเมเจอร์ แต่ก็อยู่ในตลาดมายาวนานแล้ว และเว็บของ SF ทำได้ดีมาก ผมใช้เวลาประมาณ 3 นาที ผมได้ตั๋วหนัง 2 ใบ ได้เลือกส่วนลดที่จะใช้กับระบบด้วย ผมได้จ่ายเงินน้อยลงด้วย สรุปผมได้ดูหนังอวตารภาค2 ในระบบ 3d ในราคาตั๋วใบละ 150 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาโปรโมชั่นที่ผมหามาใช้คือได้ตั๋วใบละ 120 แต่่ต้องจ่ายเพิ่ม 30 เป็นค่า 3มิติ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเดิมทีผมตั้งใจจะจ่ายราคาเต็มเกือบหกร้อยบาทอยู่แล้ว

1672458464020

การใช้งานครั้งแรกกับเว็บของ SF ทำให้ผมได้ดูหนัง ได้ซื้อตั๋วหนังได้อย่างง่ายดาย ระบบที่จะรับเงินลูกค้าควรทำแบบนี้แหละ ทำให้มันง่ายที่สุด มีช่องทางจ่ายเงินที่หลากหลาย เพราะลูกค้าแต่ละคนใช้วิธีการจ่ายเงินแตกต่างกัน ระบบที่เปิดให้จ่ายเงินได้เกือบทุกช่องทาง ทุกวิธี นับว่าเป็นระบบมืออาชีพ และน่าอุดหนุนต่อไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ผมคงจะเลิกเข้าเว็บของเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ไปอีกพักใหญ่ๆ การเลิกเข้าเว็บครั้งนี้อาจจะยาวนานชั่วชีวิตก็ได้ เพราะลูกค้าอย่างผม ถ้าระบบเดิมไม่มีปัญหาผมก็อยู่กับระบบเดิมต่อไป เหมือนแบบเหตุการณ์วันนี้ที่ผมเลือกจองตั๋วกับเมเจอร์ในนาทีแรกที่คิดได้ว่าอยากดูหนัง แต่พอผมได้ประสบการณ์การใช้เว็บที่เลวร้ายก็ทำให้ผมต้องไปมองหาระบบอื่น ระบบเก่าส่งผมไปลองระบบของคู่แข่ง ผมก็เลยไปอยู่กับระบบใหม่ของคู่แข่งนั่นเอง หลังจากซื้อตั๋วสำเร็จ ก็จะมีอีเมลเข้ามาคอนเฟิร์ม แล้วก็มีตั๋วที่ระบุรอบฉาย เวลา ที่นั่ง เป็นแบบ QR code มาทางอีเมลนี้ด้วย เรานำภาพในอีเมลไปแสดงที่จุดเดินเข้าโรงภาพยนต์ได้เลย ไม่ต้องไปที่เค้าเตอร์ขายตั๋วในห้างอีกแล้ว

ScreenClip

งานบริการที่จะเป็นช่องทางให้ลูกค้าติดต่อกับธุรกิจ การเก็บเงินลูกค้าควรถูกทำให้เสถียรที่สุด ช่องทางการเก็บเงินควรจะเป็นสิ่งที่ห้ามผิดพลาด ห้ามล่ม การขายของทางเว็บเป็นการขายที่ตั้งใจจะรับเงินตลอดเวลา การซัพพอร์ตงานหลังบ้านของระบบก็ควรจะมีทีมงานทำงานตลอดเวลาเช่นกัน ผมสละเวลาอธิบายปัญหาในส่วนของการคอมเม้นท์กลับไปด้วย แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดๆเลย ผมเดาว่าระบบการรับคอมเม้นท์ก็อาจจะเลวร้ายไม่ต่างกัน ถ้าผมเป็นเจ้าของธุรกิจที่จะรับเงินทางเว็บ ผมจะแก้ไขงานรับเงินให้ราบลื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะตั้งทีมซัพพอร์ตการรับเงินให้มีความสำคัญลำดับแรกสุด


กลับมาที่ตัวหนังนิดนึง หนังเรื่องอวตารภาค2 เป็นหนังที่ดีมาก ทั้งในแง่ของงานสร้าง ความสวยงามของภาพ เทคนิคสามมิติที่เลอเลิศสุดๆ และเนื้อเรื่องที่ดี พัฒนาจิตใจคนดู เหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนในโลกเลย ผมไม่แปลกใจที่ภาค 1 จะทำเงิน2700 ล้านดอลล่าร์ เป็นอันดับ1ของโลกมายาวนานมาก ก่อนจะมีหนังเรื่อง end game มาแซงได้ ส่วนภาค2 คงจะไปถึงระดับ พันล้านดอลล่าร์ได้ไม่ยาก

รีวิวลำโพงสวย Syitren N-100

ลำโพงบลูทูธกลายเป็นของจำเป็นสำหรับคนชอบฟังเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือไปเสียแล้ว และยิ่งถ้าเราชอบฟ้งรายการ podcast หรือ รายการทอล์คใน youtube ก็จะยิ่งทำให้อยากได้ลำโพงที่ใช้เปิดฟังรายการต่างๆโดยเฉพาะ เพราะการใช้หูฟังสำหรับฟังรายการ podcast เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากหากเราต้องฟังเป็นเวลานาน และหลายๆโอกาส แม้จะฟังรายการอยู่ก็ยังคงอยากได้ยินเสียงเรียกจากผู้อื่นด้วย การมีลำโพงแยกเฉพาะที่ไม่ได้มาอุดไว้ที่หูจึงเป็นแนวทางที่ดูเหมาะสมกว่า ผมมีหูฟังบลูทูธที่เสียงดีใช้ฟังเพลงได้ดีมาก แต่พอจะฟังรายการทอล์ค หรือ podcast ที่ยาวนานเกิน 30 นาที ก็เริ่มรู้สึกว่าอึดอัด แม้จะเปิดเสียงไม่ดังมาก แต่ระยะเวลาที่ยาวนานหลายสิบนาทีทำให้รู้สึกปวดหู จึงพยายามหาลำโพงบลูทูธอีกตัวหนึ่งมาใช้งานแทน

ลำโพงบลูทูธส่วนมากจะออกแบบมาให้เป็นปุ่มกดเพื่อเปิดและกดเพื่อปิดเท่านั้น ยิ่งลำโพงในระดับราคาไม่แพง การเปิดปิดจะทำผ่านปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว และหากเราจะเพิ่มหรือลดระดับเสียง เราอาจจะต้องไปปรับที่โทรศัพท์มือถือแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและอันตรายมากหากเรากำลังขับรถอยู่ ลองคิดดูว่าเราเลือกรายการ podcast ความยาวประมาณ 45 นาที เราเปิดแล้วเราก็ฟังในรถ ระหว่างทางเราอาจจะมีจังหวะที่อยากเบาเสียง หรือ อยากหยุดรายการชั่วคราว ถ้าเราใช้ลำโพงบลูทูธทั่วไปที่ออกแบบมาแบบปุ่มกดน้อยๆ เราก็จะต้องแตะที่หน้าจอมือถือ แล้วเล็งหาส่วนที่จะหยุดการเล่น มันต้องใช้สายตาในการสั่งงานด้วย ระหว่างที่ขับรถอยู่ก็จะทำให้เกิดความลำบาก และมาพร้อมอันตรายที่ต้องละสายตาไปกดหน้าจอโทรศัพท์

พอมาเจอลำโพงตัวนี้ด้วยหน้าตาที่สวยงามและดูแปลก เลยทดลองสั่งซื้อมาใช้และก็ได้พบกับความสะดวกที่ค้นหามานาน Syitrend n-100 เป็นลำโพงรูปทรงเหมือนปุ่มกดคีย์บอร์ด แต่ขยายใหญ่ให้ใกล้เคียงฝ่ามือของผู้ใหญ่ บนตัวลำโพงมีปุ่มกด 2 ปุ่ม และมีปุ่มหมุนวอลลุ่มเพื่อปรับระดับเสียงอีก 1 ปุ่ม การเปิดปิดจะทำผ่านปุ่มวอลลุ่มที่บิดสุดทางซ้ายจะเป็นการปิด การเปิดเครื่องก็ต้องบิดวอลลุ่มเพื่อเปิดเล็กน้อย เราจะได้ยินเสียงกลไกดังคลิก แล้วลำโพงก็ฺจะทำงาน วอลลุ่มวงกลมนี้จะใช้เป็นตัวปรับระดับเสียง อยากได้ดังก็หมุนตามเข็มนาฬิกาไปเลย การเลือกระดับเสียงด้วยฮาร์ดแวร์แบบนี้ถูกใจมาก เพราะสามารถเพิ่มลดระดับเสียงได้ตรงกับความต้องการ

dpp-IMG_6143

ปุ่มเล็กๆด้านซ้ายเป็นปุ่ม pair เราต้องกดเพื่อเริ่มจับคู่กับโทรศัพท์ ปุ่มสีขาววงกลมถัดมาจะเป็นปุ่มเล่นและหยุดเล่นชั่วคราว ปุ่ม Play นี้เป็นกลไกที่ต้องกดลงไปด้วยน้ำหนักพอสมควร เราต้องกดให้ดังคลิกปุ่มถึงจะทำงาน เป็นระบบการกดทางกลที่แม่นยำ ให้น้ำหนักการกดที่ชัดเจน กดแต่ละครั้งจะดังคลิกให้เราได้ยิน ทำให้รู้สึกว่าลำโพงตัวนี้ตั้งใจออกแบบมาอย่างมาก ลำโพงออกแบบให้ยิงเสียงขึ้นด้านบน ตัวถังลำโพงมีการเคลือบแผ่นยางเอาไว้ทำให้มีความหนืดไม่ลื่น และจุดสัมผัสพื้นก็มีปุ่มนูนเล็กๆยื่นออกมา ทำให้การวางลำโพงไว้บนโต๊ะแข็งๆลำโพงจะไม่ลื่นบนโต๊ะ เราสามารถเอาโทรศัพท์มือถือไปวางพิงลำโพงตัวนี้ได้โดยลำโพงจะไม่คลื่อนที่เลย

สเป็ค

Playback duration >4 hours (volume 70%)

Speaker power 5Wx2

Signal to noise ratio (a weighted55dB

Distortion <1%

Net weightabout 400g

Product size 105mm*105mm*50mm

Battery Specification 2000mAH

Bluetooth version 5.0

Charging time 3 hours

dpp-IMG_6145

ด้านหลังของลำโพงเป็นช่องเสียบสายต่างๆ ประกอบไปด้วยช่องเสียบสายสัญญาณแบบ Aux 3.5มม. สำหรับเสียงสัญญาณเสียงจากเครื่องเล่นเพลง และมีช่องเสียบสาย usb-c ที่เอาไว้ชาร์จไฟให้ลำโพง เราสามารถใช้สาย usb-c ที่เราเอาไว้ชาร์จโทรศัพท์มาชาร์จลำโพงตัวนี้ได้ แบตเตอรี่ภายในที่ให้มาก็ไม่ได้ใหญ่มาก ใช้งานได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็คิดว่าต้องชาร์จไฟแล้ว ปุ่ม Play ทำหน้าที่สั่งให้เล่นเพลง หรือ หยุดเพลงชั่วคราว ไม่ว่าเราฟังรายการทอล์คหรือเพลงเพียงแค่เรากดปุ่มนี้ปุ่มเดียวลำโพงก็จะทำหน้าที่เล่นและหยุดชั่วคราวเสมอ นับว่าเป็นความสะดวกอย่างมากสำหรับคนชอบฟังรายการทอล์ค ส่วนเรื่องการคุยโทรศัพท์ไม่สามารถทำได้ เข้าใจว่าไม่มีไมค์ติดมาด้วย

dpp-IMG_6148

คุณภาพเสียง

น้ำเสียงของลำโพงตัวนี้ออกมาในแนวทาง ชัด ใส และเน้นเสียงพูดให้ฟังชัดเจนมากๆ เสียงเบสพอมีแต่ลงไม่ลึกแบบลำโพงตู้ใหญ่ๆ ฟังเพลงแจ๊สอย่างนอร่าโจนส์ ก็ได้ยินเสียงเบสบางๆไม่ได้ลงลึกแบบเบสลำโพงใหญ่ที่ให้เสียงลึกและอิ่มใหญ่โต ลองมองลอดผ่านตะแกรงด้านหน้าเข้าไปด้านในจะเห็นดอกลำโพงขนาดเล็ก 2 ดอกวางไว้คู่กัน ถ้าจะหาซื้อมาใช้เพื่อฟังรายการพูดก็นับว่าใช้งานได้ดีมาก ถ้าจะหาซื้อมาใช้เพื่อฟังเพลงก็พอไหว แต่จะไม่มีเบสเท่าที่ควร เพราะน้ำเสียงยังห่างไกลกับเครื่องเสียงบ้านอยู่มาก ที่ซื้อใช้ก็เพราะเหตุผลทางด้านหน้าตาและฟังค์ชั่่นการควบคุมเป็นหลัก

สรุป

Syitren n-100 เป็นลำโพงบลูทูธ คุณภาพดี มีลูกเล่นที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อฟังรายการทอล์คหรือ podcast ปุ่มกดเล่นเพลง Play Pause เป็นปุ่มกดที่มีเอกลักษณ์ กดเพื่อหยุดเพลงและกดอีกทีเพื่อเล่นต่อ ขนาดตัวลำโพงใหญ่เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ มีน้ำหนักภายในที่หนักพอสมควร สามารถเอาโทรศัพท์มือถือไปวางพิงแล้วลำโพงไม่เคลื่อนที่ การควบคุมสั่งการสามารถทำได้โดยไม่ต้องมอง มีความแม่นยำสูง ปรับระดับเสียงดังหรือเบาได้ตรงกับใจมาก ถือว่าเป็นลำโพงหน้าตาแปลกสำหรับตลาดเมืองไทย แต่ก็หาซื้อได้ง่ายๆในเว็บ aliexpress ถ้าเน้นฟังเพลงผมจะเลือก jbl ทรงกระบอก หรือไม่ก็เพิ่มงบไปซื้อ fender ไปเลย แต่ขนาดตัวลำโพงก็จะใหญ่ขึ้น ความน่ารักลดน้อยลง

ลำโพงคู่นี้เหมาะกับใครบ้าง

คนที่ชอบฟังรายการทอล์ค หรือ podcast

คนอยากแต่งโต๊ะคอมสวยๆ