ลองกล้อง LYTRO ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง

กล้อง LYTRO เป็นกล้องถ่ายรูปดิจิทัลชนิดหนึ่ง ใช้หลักการบันทึกภาพแตกต่างไปจากกล้องทั่วไป เป็นผลงานจากงานวิจัยของนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งภายหลังก็ได้พัฒนางานวิจัยจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ และที่เจ๋งไปกว่านั้นก็คือ แนวคิดของกล้องตัวนี้ได้รับความสนใจจาก apple ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีข่าวลือว่า เจ้าของ LYTRO ได้เคยคุยกับสตีฟจ๊อปเรื่องการนำเทคนิคนี้ไปไว้ใน iphone ด้วย

 

ลองกล้องครับ กล้องนี้ภรรยาสั่งซื้อมาให้เป็นของขวัญ เลยลองเอามาถ่ายภาพลูกดูเป็นภาพตัวอย่าง จุดเด่นของกล้อง LYTRO ก็คือตัวกล้องหน้าตาดูแปลก เท่ห์ ภาพที่ได้เป็นจัตุรัส ตอนถ่ายแค่เล็งแล้วกดถ่ายภาพเลยไม่ต้องโฟกัส แล้วทุกอย่างค่อยมาทำต่อในคอมฯ

ไฟล์ภาพที่ได้จากกล้องจะเป็นไฟล์ชนิดพิเศษที่โปรแกรมเปิดภาพทั่วไปไม่สามารถอ่านได้ ต้องลงซอร์ฟแวร์ที่แถมมากับกล้องเท่านั้น ภาพที่ก็อปปี้เข้าคอมพิวเตอร์ไปแล้วจะยังคงต้องใช้เวลาในการประมวลผลครั้งแรกก่อนประมาณ 20 วินาทีต่อภาพบนเครื่องคอม apple mac mini 2.0Ghz บนระบบปฏิบัติการ osx 10.6

ภาพที่ถ่ายมาได้จะสามารถคลิกไปที่ส่วนต่างๆของภาพเพื่อให้ทำการโฟกัสให้ชัดในจุดที่ต้องการ แต่คุณภาพของภาพที่ได้ก็ไม่ได้ดีมาก ดูไปดูมามันคล้ายๆกับภาพจากมือถือสมัยปี คศ 2003-2005 เสียมากกว่า คือความคมชัดยังต่ำอยู่ แม้ว่ากล้องตัวนี้จะมีความละเอียดเซ็นเซอร์รับภาพถึง 12 ล้านพิกเซล แต่ภาพสุดท้ายที่ประมวลผลออกมาได้จะมีขนาด 1080×1080 pixel เท่านั้น หรือประมาณ 1ล้านพิกเซล ในสัดส่วนสี่เหลี่ยมจตุรัส ใครจะเอาไปอัดลงกระดาษคงทำได้ระดับเพียง 3×5 นิ้ว หรือ 4×6 นิ้ว ไม่เกินนี้  เดาว่าขนาดภาพแบบนี้คงตั้งใจให้แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอทีวีระดับ Full HD ได้พอดี

เมื่อเปิดดูข้อมูลการถ่ายภาพจากซอร์ฟแวร์ที่แถมมาให้ จะพบว่ากล้องมีระยะโฟกัสเริ่มต้นที่ 43มม. ซึ่งเป็นมุมรับภาพเที่ยวเท่ากับเลนส์ระยะกลางๆ ไม่ได้เป็นเลนส์มุมกว้างแต่อย่างใด แต่มีจุดเด่นคือสามารถซูมเข้าไปค่อนข้างเยอะ รูรับแสงของเลนส์จะอยู่ที่ f2 ตลอดทุกสภาพแสง ส่วน iso จะปรับค่าอัตโนมัติ บางภาพที่แสงดีๆก็จะใช้ค่า iso100 บางภาพถ่ายในห้องนอนตอนกลางคืน เปิดแสงจากเพดานกล้องจะดัน iso ให้กลายเป็น 2500 ผลก็คือกล้องตัวนี้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยแล้วไม่สวย มีสัญญาณรบกวนหรือ noise เยอะมากเมื่อเทียบกับยุคสมัยปีคศ 2012

จุดเด่นของกล้องอยู่ที่การโฟกัสภาพภายหลัง หมายความว่าเราคลิกที่ส่วนไหน ภาพก็จะชัดส่วนนั้น ส่วนอื่นๆของภาพก็จะเบลอ ภาพสาธิตของ LYTRO ก็เลยมักจะเป็นภาพที่มีวัตถุระยะใกล้กับกล้องอยู่ในกรอบเดียวกับวัตถุที่ไกลออกไป ก็คือคือมีสองระยะที่แตกต่างกันเยอะๆ เพื่อให้การคลิกโฟกัสภาพสร้างผลความชัดและเบลอได้แตกต่างกันจนมองเห็นไม่ยาก

แต่พอเอาไปถ่ายภาพที่ระยะวัตถุในภาพต่างๆค่อนข้างไกลจากกล้อง ความชัดของวัตถุในภาพเกือบทุกจุดชัดใกล้เคียงกันอยู่แล้ว การคลิกในภาพเพื่อปรับโฟกัสภายหลังจะไม่ค่อยเห็นผลความแตกต่าง แปลว่าถ้าเราเอาไปถ่ายวิวไกลๆ ภาพก็จะไม่มีจุดเด่นของระบบ LYTRO เลย มันทำให้เซ็งอารมณ์อยู่เหมือนกัน

 

กล้องไม่มีช่องใส่หน่วยความจำเพิ่มเติม ในกล้องมีหน่วยความจำมาให้แล้ว 16GB สำหรับรุ่นสีแดงซึ่งแพงที่สุด รุ่นอื่นๆราคาถูกกว่าจะได้หน่วยความจำ 8GB เท่านั้น  บนกล้องมีปุ่มเปิด-ปิด 1 ปุ่ม มีปุ่มชัตเตอร์ 1 ปุ่ม และมีแถบสัมผัสเพื่อซูมอีก 1 แถบ  หน้าจอแสดงผลเป็นหน้าจอดูภาพจะเป็นระบบสัมผัสเพื่อสั่งการได้บ้างเล็กน้อย  มีช่องเสียบสาย mini usb 1 ช่องเอาไว้ถ่ายโอนข้อมูลและชาร์ตแบตเตอรี่ภายในกล้อง  แบตเป็นแบบเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถึงวันที่แบตเสื่อมยังนึกไม่ออกว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร

สรุปคร่าวๆก็คือ กล้องตัวนี้หน้าตาดี หลักการดี เทคโนโลยีภายในดี แต่คุณภาพของภาพยังไม่ดี มันให้ความสวยงามในระดับพอทนได้ซึ่งคงไม่เหมาะกับนักถ่ายภาพที่ชอบภาพสวยใสคมชัด แต่มันอาจเหมาะกับคนที่ชอบคุณภาพระดับเพี้ยนๆอย่างคนเล่นโพลารอยด์ กล้องโลโม่ หรือคนที่ชอบอินสตาแกรมในมือถือ เพราะภาพแนวเพี้ยน แนวสี่เหลี่ยมจตุรัสมันกลายเป็นเรื่องของอารมณ์ ความเพี้ยนเฉพาะบุคคลกลายเป็นที่ต้องการของคนที่ไม่อยากเหมือนใคร โลกเรามีเรื่องเพี้ยนๆอีกมากมายให้ประหลาดใจ กล้องตัวนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นได้ไม่ยาก ขอแค่ไม่เหมือนใคร เพี้ยนไปก็ช่างมัน.

 

p-IMG_0210

เด็กชายขอบฟ้า เกิดวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 เวลา 10.06 น. ที่โรงพยาบาลรามา
ภาพนี้ถ่ายหลังจากวันเกิดผ่านไปแล้ว 1 วัน ถ่ายด้วยกล้อง canon eos5d เลนส์ 85f1.8



p-IMG_0210, originally uploaded by pockethifi.

ทำป้ายให้ขอบฟ้า

เวลาเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนสักคนที่เพิ่งคลอดลูกหมาดๆ ก็จะมีอาการไปยืนเกาะหน้ากระจกแล้วก็ส่องเข้าไปดูว่าเด็กคนไหนจะเป็นลูกของเพื่อนเรา เด็กทารกหน้าตาคล้ายๆกัน ใส่เสื้อผ้าของโรงพยาบาลเหมือนกัน นอนในเตียงแบบเดียวกัน ว่าไปแล้วมันก็เหมือนกันจนแยกแยะลำบากมาก ถ้าพยาบาลไม่หันป้ายชื่อของเตียงออกมาให้ผู้ชมได้เห็น ก็ไม่รู้เลยว่าใครเป็นลูกใคร

ถึงราวตัวเองต้องมีลูกกับเขาบ้าง เลยหาวิธีที่จะแยกแยะว่าลูกเราคนไหน เวลาไปยืนมองจะได้ชมไม่ผิดตัว เพื่อนและญาติที่มาเยี่ยมจะได้รู้ว่าคนไหนเป็นลูกเรา ก็เลยคิดเรื่องป้ายชื่อขึ้นมา

นอกจากป้ายชื่อที่จะติดไว้กับเตียงลูกแล้ว ป้ายหน้าห้องก็ทำด้วยเช่นกัน เพราะว่าห้องพักหลังคลอดในโรงพยาบาลต่างๆไม่ยอมติดชื่อคนไข้ หรือชื่อใดๆเลย ซึ่งมันทำให้หายาก ผมถามจากแฟนที่เป็นหมอสูฯ ซึ่งก็คือแม่ของขอบฟ้านั่นเอง แฟนบอกว่า ปกติโรงพยาบาลจะไม่ติดชื่อใครเลย เพราะป้องกันการขโมยเด็ก หรือป้องกันบุคคลผู้ไม่หวังดี อ้าว….. อุตส่าห์ทำป้ายมา ติดไว้กลายเป็นอันตรายไปซะได้ แต่ก็ช่างมันขอติดไว้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าพยาบาลทักว่าให้เอาออกก็ค่อยปฏิบัติตาม

และนี่ก็คือป้ายที่เอาไปวางไว้ที่เตียงเด็ก เวลาเพื่อนมาเยี่ยมผมก็จะให้ป้ายอีกแผ่นติดตัวเพื่อนไป เอาไปโชว์หน้าห้องเลี้ยงเด็ก พยาบาลก็จะรู้ว่าญาติของเด็กป้ายแดงมาเยี่ยม ก็เข็นเตียงเด็กมาแนบให้ดูได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดผ่านลำโพงหน้าห้อง