บันทึกให้ขอบฟ้า 31ตุลาคม2559

2016-10-30_09-57-10

ขอบฟ้าในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนที่ขอบฟ้าได้ทำอะไรใหม่ๆหลายอย่าง  การถ่ายรูปด้วยกล้องตัวใหญ่ของพ่อก็ได้หัดถ่ายและได้ภาพที่พอใช้ได้  เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ขอบฟ้าเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องได้อย่างครบถ้วน  แม้ว่าตัวเล็กและกำลังน้อยเกินไปสำหรับกล้องหนักๆของผู้ใหญ่ แต่ท่าทางการจับถือและการจัดให้สิ่งที่ต้องการถ่ายอยู่ในภาพอย่างครบถ้วนนั่นทำได้ไม่บกพร่อง  และขอบฟ้าก็ได้ถ่ายภาพให้คุณยาย กับ อาม่า ของขอบฟ้าแบบที่สามารถเอาไปใส่อัลบั้มภาพของครอบครัวได้

IMG_0877

IMG_0001

ขอบฟ้ายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การฝังกลบขยะ และการใช้น้ำจุลินทรีย์ดับกลิ่นด้วย  ขยะไขมันที่อยู่ในถังดักไขมันถูกนำมาตักทิ้งและจัดการฝังกลมในสนามหญ้า ขอบฟ้าเป็นคนตักดินมาปิดหลุมด้วยตัวเอง  กลิ่นเหม็นที่เล็ดลอดออกมาก็จัดการราดด้วยน้ำดับกลิ่นที่เตรียมไว้  พอขอบฟ้ารู้ว่าน้ำจุลินทรีย์ช่วยดับกลิ่นได้ ก็เดินหากลิ่นตามจุดทิ้งขยะแล้วราดน้ำลงไปดับกลิ่นทุกจุด

2016-10-30_04-12-48

เที่ยวสิงคโปร์ เขามีทุกอย่างที่อยากมี

สิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆเส้นศูนย์สูตร ขนาดใหญ่ประมาณภูเก็ตของเรา  สิ่งที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของคนไม่เคยไปสิงคโปร์ก็คือ ที่นี่ข้าวมันไก่ดังมาก  สิงคโปร์ทันสมัย สิงคโปร์เป็นเมืองท่า เป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชีัยตะวันออกเฉียงใต้  การลงทุนในระดับบริษัทข้ามชาติจะมีสาขาใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์  แม้แต่ ระบบ cloud ของอเมซอนก็อยู่บนเกาะเล็กๆแทนที่จะอยู่ในแผ่นดินกว้างใหญ่อย่างไทยหรือมาเลเซีย

IMG_1938.JPG

ทริปไปสิงคโปร์พ่อแม่ลูกเป็นทริปนอกประเทศทริปที่สองของการเดินทางแบบมีเด็กเล็ก หลังจากที่เราได้ไปฝึกฝนการพาลูกเที่ยวที่ญี่ปุ่นมาแล้ว การไปสิงคโปร์ก็กลายเป็นเรื่องที่เชื่อว่าไม่ยากลำบากอีกต่อไป  จองตั๋วกันล่วงหน้าประมาณสามเดือน แล้วพอใกล้ๆวันเดินทางเหลือเวลาอีก 1 วัน ปรากฏว่าผมเช็คอินยืนยันตั๋วเครื่องบินไม่ได้  เหตุผลเพราะพาสปอร์ตกำลังจะหมดอายุในอีกสองเดือน  ผู้รู้ทุกท่านให้ข้อมูลว่าการเดินทางไปต่างประเทศจะต้องมีอายุพาสปอร์ตเหลือเกิน 6 เดิอน  เดือดร้อนต้องรีบไปทำพาสปอร์ตและต้องทำเร่งด่วนภายใน 1 วัน ซึ่งจะต้องไปทำที่กงสุลซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเท่านั้น  ราคาความด่วนต้องจ่าย 3000 บาท จากเดิม 1000 บาทเท่านั้น  นับว่าเป็นความวุ่นวายที่ไม่คาดฝันจริงๆ

IMG_1945.JPG

ตีสี่เราเดินทางไปดอนเมือง ใช้เวลาต่อแถวเช็คอินสายการบินประมาณสองชั่วโมง และรอขึ้นเครื่องในอีก 1 ชม.ต่อไป  เราถึงสิงคโปรประมาณ 9.30 น.เวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง  รถจากโรงแรมมารอรับพวกเรา  ซึ่งคิดว่าจะมีนักเดินทางหลายคนแต่ปรากฏว่ามีแค่เราสามคนเท่านั้นที่นั่งรถบัสคันโตเข้าโรงแรม grand mercue roxy

IMG_1941.JPG

ลูกหลับเร็วมากระหว่างเดินทางไปโรงแรม เราก็เลยรีบเช็คอินที่โรงแรมแล้วพาลูกนอนเตียงให้สบายๆ  กลางวันเดินออกมาฝั่งตรงข้ามโรงแรมเพื่อซื้ออาหารกิน  อาหารในตลาดที่หน้าตาคล้ายๆตลาดสามย่านในความทรงจำ  ราคาอาหารจานเดียวมีตั้งแต่ 2 เหรียญจนถึง 10 เหรียญสิงคโปร์  เทียบเป็นเงินไทยก็คูณ 26 เข้าไป  โดยมื้อแรกของผมในสิงคโปร์ก็คือข้าวมันไก่ราคา 4.8 เหรียญสิงคโปร์ รสชาดก็คล้ายๆของไทย ถือว่าอาหารไม่แพงเท่าไหร่ แต่ที่แพงบาดใจเลยก็คือน้ำดื่ม  น้ำเปล่าขวด 600ซีซี ที่บ้านเราขาย 10 บาท ที่สิงคโปร์ขาย 3 เหรียญ  กินแทบไม่ลงเลย

IMG_1952.JPG

IMG_1956.JPG

IMG_1959.JPG

บ่ายแก่ๆใกล้ๆเย็นเราสามคนเริ่มเที่ยวสวนดอกไม้ ชื่อ garden by the bay ซึ่งมีความอลังการและน่าตื่นตาตื่นใจมาก ต้นไม้หายาก ดอกไม้หายากดูได้จากที่นี่  อาคารกระจกทรงโค้งๆสวยงามติดแอร์ ปลูกต้นไม้แปลกๆไว้เต็มไปหมด  นอกจากความแปลกแล้วยังได้ดูการจัดสวนที่น่ามองยิ่งกว่าสวยใดๆที่เคยเห็นในประเทศไทย  การจัดสวนแนวตั้งที่เมืองไทยเริ่มฮิตอาจมีที่มาจากสวนของสิงคโปร์แห่งนี้

IMG_1971.JPG

ต้นไม้ยักษ์ที่สร้างขึ้นเป็นเสาสูงๆและมีส่วนบานอยู่ข้างบนเป็นสิ่งที่เรียกความสนใจให้ถ่ายรูป  สวนแห่งนี้เป็นจุดแวะอันดับต้นๆของสิงคโปร์  การถ่ายรูปดอกไม้ต้นไม้ในสวนแห่งนี้ถ่ายได้เรื่อยๆหลายร้อยรูป  ความสดชื่นของต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีและอยู่ในบรรยากาศที่ควบคุมไว้ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบอาคารกระจกรวมไปถึงระบบปรับอากาศที่เย็นแสนสบายมันช่างเป็นโชคดีของต้นไม้หายากเหล่านี้จริงๆ  ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่ต้องแวะสวนแห่งนี้  แต่นักเรียนนักศีกษาต่างก็ต้องแวะมาหาข้อมูลจากสวนแห่งนี้เช่นกัน  การลงทุนพัฒนาระบบการปลูกต้นไม้แบบไม่กลัวจนมันช่างให้ผลที่คุ้มค่าเหลือเกิน

IMG_1982.JPG

IMG_1999.JPG

IMG_2001.JPG

IMG_2006.JPG

ดอกไม้รูปทรงแปลกตา สีสันประหลาดแบบที่ไม่คิดว่าจะมีจริง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นของที่ไม่เคยพบเจอในประเทศไทย ความหลากหลายของต้นไม้ดอกไม้ในโลกนี้มีมหาศาล สวนดอกไม้แห่งนี้อาจเป็นห้องสมุดดอกไม้ของโลก มนุษย์ที่สนใจดอกไม้มาเดินที่นี่ที่เดียวอาจจะได้เห็นของดอกไม้ใบไม้เกือบทั่วโลก นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีส่วนที่ทำเป็นน้ำตก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรูปทรงธรรมชาติแบบที่คนไทยอย่างเราๆเคยเห็น แต่มันก็เป็นน้ำตกที่กลมกลืนกับอาคารแก้ว และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์แห่งนี้มันเกิดขึ้นจริง มันสมจริงจนตะไคร่น้ำยังขึ้นมาเป็นพยาน

IMG_2043.JPG

IMG_2058.JPG

IMG_2066.JPG

IMG_2070.JPG

IMG_2123.JPG

IMG_2130.JPG

IMG_2159.JPG

IMG_2170.JPG

เราใช้เวลาในสวนดอกไม้แห่งนี้ประมาณสามชั่วโมงแบบเร่งเดิน เพราะหากเราปล่อยอารมณ์ไปตามความสวยงามของดอกไม้ต้นไม้เหล่านี้ เวลาทั้งวันก็อาจไม่พอ ความคิดสร้างสรรของสวนดอกไม้แบบนี้คงยากจะเกิดขึ้นในเมืองไทย เพราะคนไทยไม่ได้มีนิสัยรักสิ่งแวดล้อมและต้นไม้อย่างแท้จริง สิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆที่ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย เทียบกับเมืองไทยแล้ว ไทยมีธรรมชาติที่เพียบพร้อม แต่คนไทยกลับเลือกทำลายเบียดเบียนจนทุกวันนี้เราได้ยินแต่ข่าวน้ำแล้ง คนแย่งน้ำ เกษตรกรล่มจม เพาะปลูกไม่ได้ผล ขณะที่สิงคโปร์เล็กกระจิ๋วหลิว แต่มีต้นไม้ใหญ่ในทุกถนนปกคลุมทางเดินฟุตบาทให้เดินได้อย่างร่มรื่น มีสวนดอกไม้ที่เป็นงานทดลองชั้นยอด และอีกไม่นาน เราคงจะเห็นฟาร์มแนวตั้ง ที่ติดตามสวนแนวตั้งมาติดๆ ทรัพยากรจำกัดไม่ได้ทำให้ประเทศนี้ตกต่ำ แต่ทรัพยากรคนที่ดีเลิศต่างหากที่เสกทุกอย่างที่ต้องการได้ ถือเป็นโชคดีของสิงคโปร์อย่างมากที่ไม่มีคนหัวใจไทยในระบบราชการของเขา

IMG_2183.JPG

IMG_2175.JPG

ขณะที่เมืองไทยขอร้องกันทั้งประเทศว่าอย่าเล่นสงกรานต์แบบสิ้นเปลือง เพราะชาวนาชาวสวนกำลังจะขาดน้ำตายแล้ว แต่สิงคโปร์ที่ล้อมรอบด้วยทะเล ไม่มีแหล่งน้ำจืดใหญ่เท่าเมืองไทย ยังสามารถปล่อยน้ำให้เด็กเล่นอย่างสนุกสนาน ขอบฟ้าเป็นเด็กตลก อยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากเปียก พ่อแม่เลยต้องใช้เสื้อกันฝนใส่ให้ ขอบฟ้าก็เลยได้เล่นน้ำแบบไม่เปียกในความคิดและความเชื่อแบบเด็กๆ แต่สภาพจริงเปียกถึงข้างในอยู่ดีแหละลูกเอ๋ย

IMG_2192.JPG

เราจบวันนี้ด้วยอาหารเย็นแบบร้านอาหารจานเดียว ผมสั่งของที่หน้าตาเหมือนต้มยำกุ้งที่ชื่อรักสะ laksa แต่พอกินแล้วก็อยากจะตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ขนมจีนน้ำยา รสชาดต้มยำเป็นสิ่งที่คนต่างชาติทำยังไงก็ไม่เหมือนคนไทยทำ เปรี้ยว เค็ม เผ็ดแบบไทยนี่เป็นสิ่งที่สิงคโปร์ยังทำไม่ได้ แต่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้อยากทำก็ได้ แค่หน้าตามันเหมือนกันและคนไทยอย่างผมก็คิดว่ามันจะเป็นต้มยำกุ้งแน่ๆ

IMG_2195.JPG

จบวันที่หนึ่งแบบเหน็ดเหนื่อย วันที่สองจะเป็นวันสวนสัตว์ โปรดติดตาม

เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 2 ไปสวนสัตว์

 

ขอบฟ้า ภูผา มิลิน เป่าเค้ก

kobfa-home-IMG_0055

วันเกิดลุง ขอบฟ้า ภูผา มิลิน ร่วมกันเป่าเค้กแทนเจ้าของวันเกิด

การถ่ายภาพเด็กให้ดูดีจะต้องมีเรื่องต้องคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบทที่จะต้องน่าสนใจ หรือเป็นจังหวะไฮไลท์ของเหตุการณ์ รวมถึงการเลือกใช้เลนส์และรูรับแสงให้เหมาะกับสถานที่ด้วย การที่เด็กเป่าเค้กวันเกิดเหตุการณ์ที่ควรจะจับภาพให้ได้ก็คือ ภาพเค้ก เด็ก รอยยิ้ม เทียน ปากกำลังเป่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามีประกอบอยู่ในภาพให้มากที่สุดก็จะยิ่งทำให้ภาพมีความน่าสนใจ อย่างภาพตอนเป่าเทียนผมก็มีถ่ายเอาไว้ แต่จังหวะการเป่าและการยิ้มหรือสายตาของเด็กยังไม่ลงตัว องค์ประกอบของภาพหยิบผลไม้ขึ้นมาชูภาพนี้มีองค์ประกอบย่อยๆมากกว่าภาพอื่น คือมีรอยยิ้ม มีเค้ก มีสายตาที่มอง ทุกอย่างมาพร้อมกันในจังหวะพอดีจังหวะนี้ วินาทีนี้คือภาพที่สวยที่สุด

ส่วนเรื่องการเลือกใช้เลนส์ ผมเลือกใช้เลนส์ช่วง 85mm เพื่อให้ความเพี้ยนของภาพน้อยที่สุด เพราะช่วงเลนส์ 85มม. นี้ จะเป็นช่วงที่นิยมใช้ถ่ายภาพคน ส่วนรูรับแสงก็เลือกรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์นั่นคือ 1.8 เพื่อให้ฉากหลังเบลอ ทำให้กลุ่มเด็กมีความโดดเด่นกว่าฉากหลัง

การวัดแสง ผมเลือกการวัดแสงพอดีเป็นหลัก แต่เป็นการวัดแสงพอดีที่บริเวณโต๊ะหรือขาโต๊ะ ซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงน้อยกว่าด้านหลัง ฉากหลังที่เป็นกระจกหน้าต่างจะดูสว่างมาก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหากับส่วนสำคัญในภาพ และเลือกที่จะถือกล้องให้เอียงด้วย เพื่อให้อารมณ์ของภาพดูมีการเคลื่อนไหว

จบภาพหลังกล้องเป็นไฟล์ jpg แล้วก็นำมาปรับแต่งด้วย app มือถืออีกเล็กน้อย ผมเปลี่ยนโทนสีของภาพให้เพี้ยนอมเขียวอมฟ้านิดๆ ปรับให้ส่วนมืดดูสว่างขึ้น เพื่อให้ดูเป็นลักษณะของฟิล์มที่ถ่ายมาแบบอันเดอร์นิดๆ การปรับแต่งภาพเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนไม่มีผิดถูก ดังนั้น อยากปรับอะไรก็ปรับไปตามใจได้เลย

ตื่นสาย

วันนี้เป็นวันที่ขอบฟ้าตื่นสายครับ ปกติจะตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า หรือ ไวกว่านั้น แต่วันนี้ เจ็ดโมงแล้ว ยังไม่ตื่นเลย เลยแอบถ่ายรูปไว้หน่อย

ขอบฟ้าโตขึ้นเยอะเลย

pic20150407002758

ภาพของขอบฟ้าที่บันทึกเอาไว้ได้ในช่วงเวลาต่างกัน ภาพทางซ้ายคือช่วงเวลาประมาณปลายปี 2013 ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำและได้สแกนเก็บไว้เป็นไฟล์ ส่วนทางซ้ายก็ถ่ายในช่วงเวลาเดือนเมษายน 2558 เป็นระยะเวลาที่ห่างกันประมาณ 17 เดือน

ภาพต้นฉบับของทั้งคู่คือภาพต่อไปนี้
PICT0010
ภาพขาวดำจากกล้อง nikon fm2n เลนส์ 50f1.8 ฟิล์ม lucky200 ล้างด้วย d76 สแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์ม jumbl ราคา 99ดอลล่าร์จาก amazon

IMG_7711.JPG
ภาพขอบฟ้าเดือนเมษายน ถ่ายด้วยกล้อง canon eos6d เลนส์ 85f1.8

พาลูกไปเล่นทรายที่หัวหิน

ก่อนหน้าวันเดินทางสองวัน ขอบฟ้าที่อยู่บ้านกับคุณตาคุณยายและลุงป้า ก็ตั้งท่าจะวิ่งออกจากบ้านจนคนในบ้านต้องวิ่งไปจับไว้ สอบถามกับตัวเด็ก เด็กบอกว่า จะไปทะเล แล้วก็ยังพยายามจะเก็บของเล่นที่จะเอาไปเล่นที่ทะเลลงกระเป๋าเสียด้วย คุณตาคุณยายเล่าให้ฟัง ผมฟังแล้วก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นความไร้เดียงสาเหล่านี้ด้วยตัวเอง ลูกเราโคตรน่ารักเลย ความรู้สึกนี้หลงลูกตัวเองจริงๆเยียวยาไม่ได้

พอมีคนโทรมาเล่าให้ฟัง ก็เลยจัดการจองโรงแรม และวางแผนเดินทางกันเลย ทะเลที่เป็นทางเลือกของคนกรุงเทพก็คือหัวหินและพัทยา และในที่สุดก็เลือกหัวหิน วันเดินทาง ขอบฟ้าถามพ่อและแม่แทบจะตลอดทางว่า ถึงรึยัง ทำไมขับช้า ทำไมรถติด แล้วก็ วนกลับมาถามว่าถึงหรือยัง คำถามเหล่านี้วนเวียนถามอยู่ในรถ

IMG_0024.JPG

ไปถึงยังรีสอร์ต ไฮด์อเวย์ หัวหินซอย 9 เก็บของเข้าที่พัก ก็แวะมาเล่นทรายริมทะเลกันเลย รีสอร์ตแห่งนี้ไม่ติดทะเล ต้องอาศัยเดินไปในซอยอีกนิดหน่อยประมาณ 5 นาที ทางรีสอร์ตมีรถจักรยานให้หยิบไปใช้ได้ตามใจ มีรถกอล์ฟเอาไว้บริการด้วย ทะเลรอบนี้ไม่ได้เล่นน้ำทะเล อาศัยว่านั่งเล่นทรายไปเรื่อยๆ แต่ไปว่ายน้ำที่สระน้ำของรีสอร์ตแทน

IMG_0001.JPG

IMG_0029.JPG

มาทะเลรอบนี้ติดกล้องโพราลอยด์ตัวเล็กมาด้วย ถ่ายเล่นไปสองภาพ แล้วก็เอามาเป็นพร็อบสำหรับถ่ายภาพอีกที ภาพโพราลอยด์ใบนึงราคาประมาณ 25 บาท ถ่ายเล่นนานๆทีก็พอไหว การวัดแสงของกล้องโพราลอยด์มีเทคนิคไม่มาก ก็คือ ใช้ค่ารูรับแสงไปตามที่กล้องวัดไว้ให้ แล้วก็กล้องจะมีแฟลชยิงออกมาทุกรูป ดังนั้น ตัวแบบที่อยู่ในภาพและห่างไม่มากนักจะได้รับผลของแสงแฟลชด้วย ภาพที่ได้ค่อนข้างไว้ใจได้ว่าวัดแสงถูกต้อง

IMG_0020.JPG

ฝากท้องมือกลางวันไว้ที่ชะอำร้าน ป้าฮี้ด เปิด gps ยี่ห้อ garmin หาไปได้เลย มื้อเย็นไปกินร้านอาหารสายลม เป็นร้านที่อยู่ในโรงแรมสายลม อยู่ติดกับซอยหัวหิน 81 ก่อนไปก็หาข้อมูลจากในเน็ตไปแล้ว แต่คนบอกทางบอกผิด ทำให้ขับเลยกันไปรอบนึง โชคดีที่ยังตัดสินใจวนกลับมาหาอีกทีเพราะว่าไม่ได้หาร้านที่สองเอาไว้ เลยอยากจะหาร้านแรกที่ตั้งใจไปให้เจอก่อน

IMG_0044.JPG

อิ่มมื้อเย็นเสร็จก็กลับที่พัก วันรุ่งขึ้นไปหินมื้อเช้าที่ตลาดหัวหิน ร้านในตำนานเจ๊กเปี๊ยะ ซึ่งผมมองป้ายแล้วมันกลายเป็นอีกชื่อหนึ่ง ไม่รู้ว่าเปลี่ยนชื่อไปตอนไหน คนเยอะตั้งแต่เช้า ถ้าไปสายๆอาจจะต้องรอคิว แต่ถ้าไปแต่เช้าก็น่าจะได้นั่งกินสบายๆ อิ่มแล้วก็กลับมาเล่นน้ำที่โรงแรมต่อ แล้วก็ค่อยอาบน้ำเช็คเอ๊าท์กลับบ้าน

P_20150208_072755

P_20150208_070903

P_20150208_072131

ขอบฟ้าหัดปลูกต้นไม้

IMG_3411 | Flickr – Photo Sharing!.

 

หัดให้ขอบฟ้าได้ลองปลูกต้นไม้  ใส่เมล็ดในกระถางดำเสร็จแล้ว รดน้ำแล้ว  แต่ยังอยากเล่นน้ำอยู่ก็เลยเลิกสนใจกระถางดำไปเฉยๆ

ถีบสามล้อ

DSC_2651

วันนี้เป็นวันที่เห็นขอบฟ้าถีบสามล้อได้เต็มรูปแบบ สามารถเดินหน้า สามารถถอยหลัง แต่ยังบังคับเลี้ยวไม่ได้ อายุ 2 ปี 1 เดือน 10 วัน

เล่นตบยุงกับลูก

ขอบฟ้าอายุ 2 ปี 1 เดือน 8 วัน เป็นช่วงวัยที่ไร้เดียงสา พูดและฟังรู้เรื่องแล้ว บอกให้เล่นให้ทำอะไรก็ทำได้ทั้งหมด แต่จะมาในแนวใสๆซื่อๆ ทำให้พ่อแม่หัวเราะได้แทบทุกชั่วโมง ช่วงนี้มียุงเยอะ ขอบฟ้าได้ยินว่ามียุงก็จะตบยุง เพราะเห็นว่าแม่ก็ตบ พ่อก็ตบ ขอบฟ้าก็เลยจำว่าถ้ายุงมาให้ตบ แต่ไม่รู้หรอกว่าตบถูกตัวรึเปล่า น่ารักไหมล่ะ?