Necpocket03 กินข้าวอย่างไรให้เกิดธุรกิจ

IMG_0226

การมาพบกัน มาพูดคุยกัน และลงท้ายด้วยการกินอาหารร่วมกันเป็นรูปแบบที่ได้รับการปฏิบัติกันเป็นส่วนใหญ่ของภาคธุรกิจ  การมากินอาหารหรือมางานเลี้ยงทางธุรกิจเป็นภาพที่พวกเราทุกคนก็กำลังทำกันอยู่  แต่บางคนทำไมไม่ได้ยอดธุรกิจ เคยสงสัยบ้างไหม  เรากินอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมบางคนออกไปกินข้าวแล้วมีลูกค้าเยอะขึ้น ทำไมบางคนออกมากินข้าวแล้วธุรกิจซบเซา

ปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจก็คือ การกินข้าวกับคนหน้าเดิมจะทำให้ธุรกิจค่อยๆหดหาย  มันจะค่อยๆเล็กลง เล็กลง  เพราะอะไรรู้ไหม  เพราะเราจะเห็นหน้ากันจนเบื่อ เราเจอกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว เราสนิทกันยิ่งกว่าญาต  เราเริ่มอุดหนุนธุรกิจกัน  แต่ว่าเราน่าจะฉุกคิดได้ว่า ไม่มีใครซื้อของเราทุกปี ไม่มีใครซื้อตลอดปี ไม่มีใครสร้างบ้านทุกปี ไม่มีใครแต่งงานทุกปี เพื่อนสนิทของเราไม่มีใครซื้อคอนโดซื้ออสังหาฯทุกปี  เราต้องการลูกค้าใหม่ และการกินข้าวกับคนหน้าเดิมจะไม่เกิดลูกค้าใหม่
20200218070918_IMG_0056
เราต้องกินข้าวกับคนใหม่ๆ คนหน้าใหม่ เพื่อนใหม่ เมื่อไหร่ที่เราเริ่มชินกับเพื่อนหน้าเดิม นั่งวงเดิม กินวงเดิมๆ เราก็จะหมดโอกาสสร้างลูกค้าใหม่  นี่เป็นเหตุผลที่ในระบบ bni มีการบอกว่าเราต้องเชิญ visitor เพื่อให้มีคนใหม่เข้ามาคุยกับเรา  การคุยกันในห้องประชุมหรือคุยบนโต๊ะอาหารล้วนเป็นการพูดคุยเพื่อก่อให้เกิดคอนเน็คชั่นใหม่ เกิดการขยายวง  ถ้าคุณอยากมีลูกค้าใหม่ คุณต้องท่องไว้ในใจว่า ลูกค้าใหม่จะมาจากการที่เรากินข้าวกับคนหน้าใหม่ๆเสมอ  เพราะคนเก่า เราได้กันแล้ว   เราซื้อขายกันแล้ว เรามาพบกันเพราะเราอยากได้ลูกค้าใหม่ หรือเราอยากรู้จักคนใหม่นั่นเอง
การกินข้าวหมายรวมไปถึงการไปพบปะสังสรรค์กันในรูปแบบอื่นๆด้วย  นอกจากพากันไปกิน เราก็สามารถพากันไปตีกอล์ฟ ไปขี่จักรยาน ไปสังสรรค์  ไปคาราโอเกะ เราควรจัดทริปเหล่านี้โดยมีเพื่อนสนิทกลุ่มของเราและให้มีคนใหม่ปนเข้าไปด้วย  เพื่อให้เกิดการแนะนำคนใหม่สู่คนเก่า  มันอาจจะเรียกว่าเป็นการแม็ทชิ่งเล็กๆดูเหมือนไม่เป็นทางการ  แต่มันเป็นการเชื่อมโยงทางธุรกิจที่น่าจดจำ หวังผลได้  การรู้จักลูกค้าที่ชอบอะไรบางอย่างเหมือนกันมันดีกว่าการยัดเยียดนามบัตรให้ผู้อื่นอย่างเทียบกันไม่ได้
อย่าลืมว่า ในการพบกันเพื่อธุรกิจ ย้ำว่าในการพบกันเพื่อสร้างธุรกิจนะครับ ถ้าเราต้องการคอนเน็คชั่นใหม่ๆ  ในทุกกิจกรรมการกินหรือปาร์ตี้หรือทริปสังสรรค์ เราต้องมีคนใหม่ร่วมอยู่ด้วย  จะมีคนใหม่หลายคน หรือมีแค่คนเดียว ก็ดีกว่าไม่มีเลย.

NEC pocket02 นามบัตรหรือเศษกระดาษ

นามบัตรหรือเศษกระดาษ

IMG_0994thailetterpress-Full

ในการทำธุรกิจของทุกคนต้องมีการใช้นามบัตรเสมอ และการที่ท่านออกจากบ้านไปหาเพื่อนๆ ไปร่วมกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งต่างๆนั้น บางท่านอาจจะพกนามบัตรไปแจกแบบเน้นปริมาณ บางท่านตั้งใจจะแจกทุกคนที่ได้คุยด้วย อาการแจกไม่เลือกแบบนี้จะไม่สร้างผลดีต่อท่านเลย เพราะภาพลักษณ์ของท่านจะกลายเป็นเซลส์ที่เน้นการขายของ มาออกบู๊ทมาแจกใบปลิว มาแจกนามบัตร หนังสือบางเล่มจะเรียกคนแจกนามบัตรแบบไม่คิดว่า “นักยัดเยียดนามบัตร”

นามบัตรหนึ่งใบราคาไม่ถูกไม่แพง แต่มันจะกลายเป็นเศษกระดาษราคาแพงไปเลยถ้าท่านใช้ไม่ถูกวิธีหรือแจกไปยังคนที่ไม่ต้องการ และในทางตรงข้าม นามบัตรใบละไม่กี่บาทจะเป็นคัมพานีโพรไฟล์ที่ถูกที่สุดในโลกหากท่านแจกถูกคนและถูกโอกาส

วิธีการที่ดีที่สุดในการแจกนามบัตรให้มีคุณค่าก็คือ แจกเฉพาะคนที่เขาเอ่ยปากขอครับ ใครไม่ขออย่าเพิ่งไปแจก เพราะเขาอาจไม่ต้องการ เขาอาจมาอยู่ในกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งแบบโดนบังคับมา โดนหลอกมา เขาไม่ได้อยากทำธุรกิจ หรือแม้แต่ธุรกิจเขาอาจไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย การหยิบนามบัตรแจกไม่เลือกหน้ามีโอกาสที่มันจะถูกนำไปวางในลิ้นชักแบบมัดยางรวมเป็นกอง เพราะใครๆก็แจกไม่คิด คนรับก็รับแบบไม่อยากเสียมารยาท สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นเศษกระดาษราคาแพง ผมเชื่อว่าทุกท่านจะมีกองนามบัตรที่ไม่อยากได้อยู่สักกองหนึ่งในที่ทำงาน ซุกไว้ในลิ้นชักหรือในซอกตู้เก็บเอกสารสักที่หนึ่ง

สิ่งที่เราควรจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแจกนามบัตรอย่างมีคุณค่าก็คือ
1 มีนามบัตรติดตัวพร้อมแจกเสมอ
2 มีนามบัตรที่แสดงถึงตัวตนความเป็นมืออาชีพในธุรกิจของท่าน และไม่ลืมระบุ ชื่อท่าน ชื่อบริษัท เบอร์โทรที่ต้องการให้เขาโทรกลับ และรายละเอียดธุรกิจของท่านอย่างสรุปย่อ
3 แจกเฉพาะคนที่เขาอยากได้

คราวนี้ถ้าเกิดว่า คุณอยากจะให้นามบัตรกับใครเป็นพิเศษ คนที่คุณเชื่อว่าเขาสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณได้ คุณจะทำอย่างไรให้เขาเอ่ยปากขอนามบัตรจากคุณ
วิธีทำให้เขาเอ่ยปากขอนามบัตรจากคุณก็ทำได้โดยการเข้าไปทำความรู้จักและขอนามบัตรของเขาก่อน เมื่อได้คุย และได้นามบัตรมาแล้ว ถ้าเขาไม่ลืมเขามักจะขอนามบัตรจากคุณเช่นกัน มันเป็นจิตวิทยา การตอบแทนซึ่งกันและกัน คือถ้าคุณทำอะไรต่อเขา เขามักจะทำแบบนั้นต่อคุณ แค่นี้คุณก็สามารถให้นามบัตรแก่คนที่คุณสนใจได้แล้ว

อย่าลืมว่า นามบัตรเล็กๆหนึ่งใบ เป็นได้ทั้งคัมพานีโพรไฟล์ และเศษกระดาษ ใช้มันให้ถูกวิธี ถูกกาละเทศะ มันพาคุณไปสู่ลูกค้าที่คุณต้องการ

NEC pocket01

ออกจากถ้ำกันเถอะ
===============

IMG_8837

นึกถึงวันที่เราลุยทำธุรกิจแบบที่เราไม่มีทีม  ไม่มีเน็ตเวิร์คเจ๋งๆ  เรามีสภาพอย่างไร

วันที่เราโชคดี เราก็มีงานดีๆที่ทำให้เรามีชื่อเสียง  เราก็รับงานนั้นแล้วก็สร้างชื่อ  เราทำดี ก็มีลูกค้าเก่าบอกต่อ  สิ่งที่ตามมาก็คือ เราทำงานกันจนหน้ามืด ทำงานจนเราไม่มีเวลาไปพัฒนาหรือศึกษาตัวเอง  ทำงานจนลืมที่จะพัฒนาองค์กร  และในเวลาต่อมา ลูกค้าบอกต่อก็ค่อยๆหายไป  เพราะไม่มีใครใช้งานเราตลอดไป  ไม่มีใครสร้างบ้านทุกปี  ไม่มีใครแต่งงานทุกปี  ไม่มีใครเดินระบบไฟ กล้องวงจรปิด สายแลนด์ ลงเครื่องคอมฯยกอ๊อฟฟิศทุกปี  เราอยู่ในธุรกิจของตัวเราเองมานานพอจนเรารู้แล้วว่าลูกค้าเก่าจะค่อยๆหายไป  สิ่งที่เราต้องการคือลูกค้าใหม่

เราออกไปหาลูกค้าใหม่ เราทำอย่างไรกันบ้าง  เราก็อาศัยว่า ลูกค้าเก่าแนะนำใครเราก็ไปหาเขา  มีคนถามหาเราเราก็ไปหาไปแนะนำตัวกับเขา  เราต่างคนต่างทำแบบนี้  ในขณะที่เราก็ไม่ได้มีนัดไปแนะนำตัวได้ทุกวัน  เพราะเราทำงานหน้ามืดอยู่  เรากำลังทำงานให้ลูกค้าอยู่   แถมคนที่จะช่วยบอกต่อให้เราก็มีไม่เยอะ

แม้แต่วันที่เราไปงานเลี้ยงรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่นมัธยม มหาวิทยาลัย แรกๆเราก็ไปพร้อมนามบัตรเป็นปึก  แล้วเราก็ไม่ได้แจกนามบัตรซะเท่าไหร่  เราไม่ได้มีนิสัยช่างคุย  เพื่อนๆที่เราคบก็มีเพื่อนสนิทเดิมๆที่เรารู้จักกันมาสิบปี และมันก็ไม่เคยซื้อของๆเรา  เราก็ไม่เคยซื้อของๆมัน  เราอาจจะมีธุรกิจต่อกันบ้าง  แต่มันก็เข้าสู่คำพูดเดิมๆ  ไม่มีใครสร้างบ้านทุกปี  เพื่อนเราใช้สินค้าหรือบริการเราแค่ครั้งเดียว  หรือจำนวนน้อยครั้งจนเรียกว่าธุรกิจไม่ได้

สิ่งที่เราเป็นเราเรียกว่า มนุษย์ถ้ำ  เราใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ถ้ำ  เราออกไปหาอาหารแบบพอเพียงแล้วเราก็กลับเข้าถ้ำ  สิ่งที่แย่ก็คือ อาหารรอบถ้ำเริ่มน้อยลง  แถมยังมีมนุษย์ถ้ำมาหากินใกล้เรา  มาตัดราคาเราอีก

กลับมาที่งานเลี้ยงรุ่น  เราออกไปพบเพื่อน เราบอกเพื่อนว่าเราทำอะไร  เพื่่อนบอกเราว่าเพื่อนทำอะไร แลกนามบัตร กินข้าว แล้วเราก็กลับบ้าน  อีกไม่กี่วันเราก็ลืมไปแล้วว่าเราเอานามบัตรใครกลับบ้านบ้าง  และเพื่อนก็เป็นแบบเรา  มันก็ลืมเรา  เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เราก็ไปเจอเพื่อนอีกที  เพื่อนก็นึกออกว่าเราทำอะไร เราก็นึกออกว่าเพื่อนทำอะไร แต่ระหว่างปีเราดันนึกไม่ออก  คือเราไม่คิดถึงกันเลย  ธุรกิจก็ไม่เกิด  เซ็งไหม  มันเป็นเพราะคุณเป็นมนุษย์ถ้ำเดียวดาย  ทำธุรกิจหัวเดียวกระเทียมลีบ และคุณมองหาแค่ใครจะซื้อของของคุณ  และคุณก็รู้ว่าเพื่อนกลุ่มเดิมๆของคุณไม่ได้ต้องการธุรกิจของคุณบ่อยๆ  คือมันไม่เกิดรายได้ที่จะหล่อเลี้ยงคุณและบริษัทเลย

แต่ตอนนี้  พวกเรา มารวมตัวกัน  เรามาพบกัน เพราะเราต่างก็เห็นบางอย่างคล้ายๆกัน คือเราอยากได้วิธีการใหม่ๆที่จะรักษาและขยายธุรกิจ  พวกเราไม่อยากเป็นมนุษย์ถ้ำเดียวดาย  เราอยากมีชีวิตชีวาและสนุกกับการทำงาน…และเราอยากมีลูกค้าใหม่

บีเอ็นไอ พัฒนาพวกเราให้เป็นเน็ตเวิร์คที่มีคุณภาพ  ถ้าคุณไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นอีกครั้งด้วยทัศนคติแบบบีเอ็นไอแท้ๆ  คุณจะสนุกกับงานเลี้ยงรุ่น  เพราะคุณไม่เดียวดายอีกต่อไป  คุณสามารถเป็นคนใหม่ที่มีคอนซัลห้าสิบอาชีพที่รู้ลึกรู้จริงติดตัวไปด้วย  คุณจะเป็นคนที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม  เพราะคุณพกคนเก่งติดตัวคุณไปด้วยอีกทั้งแชปเตอร์  ในเวลาที่คุณคุยกับเพื่อนร่วมรุ่น หรือเพื่อนกลุ่มสนิท คุณก็จะได้แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบกัน  เพื่อนบ่นอะไรมาเกี่ยวกับธุรกิจ คุณจะนึกออกได้ในเวลาไม่นานว่าคุณรู้จักคนที่สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นได้

เช่นถ้ามีคนบ่นอยากขายบ้าน ขายคอนโด ด้วยความร้อนเงิน คุณรูู้แล้วว่าคุณจะแนะนำเพื่อนให้คุยกับใคร คุณก็แค่บอกว่าคุณรู้จักนักอสังหาริมทรัพย์ที่รู้ว่าควรจะขายบ้านให้เร็วนั้นทำอย่างไร   ถ้าเพื่อนคุณบ่นว่าขโมยขึ้นบ้าน  คุณก็เชื่อมเขาเข้ากับคนขายกล้องวงจรปิดได้  ถ้าคุณได้ยินว่าเพื่อนกำลังเดือดร้อนสรรพกรเรียกคุยเพราะบัญชีไม่เรียบร้อย  คุณก็รู้ได้ในทันทีว่า คุณควรจะแนะนำให้เขาได้คุยกับคนทำบัญชีเก่งๆที่สามารถเจรจาต่อรองกับสรรพกรแทนเจ้าของบริษัทได้  ซึ่งคุณสามารถนำพาเพื่อนผู้ประสบปัญหามาพบกับคนเก่งๆโดยไม่ต้องคิดเรื่องเงินและราคาในเบื้องต้น  เพราะอะไรคุณถึงทำได้รู้ไหม  เพราะคุณมีทีม และทีมนี้ใหญ่พอ เก่งพอ และมีทัศนคติบวกเหมือนคุณ

คุณคนใหม่นี้จะมีทัศนคติที่เป็นนักแก้ปัญหาให้กับเพื่อนฝูง  การมองไปยังปัญหาของเพื่อนๆและลูกค้าจะทำให้คุณได้มองหาธุรกิจให้กับทีมของตัวเอง  แค่คุณเปลี่ยนวิธีคิดเล็กน้อย เปลี่ยนจากการมองหาธุรกิจให้ตัวเองเป็นการฟังปัญหาของผู้อื่นและมองหาโอกาสและธุรกิจให้ทีม  คุณก็จะได้รับการขอบคุณจากลูกค้าเพราะคุณใส่ใจกับปัญหาของเขา  และอาจจะเป็นโอกาสที่คุณจะได้ส่งธุรกิจเข้าแช็ปเตอร์

P1260194

ขอให้ทุกคนออกจากถ้ำแล้วปรับทัศนคติใหม่เป็นนักฟัง นักแก้ปัญหา  แทนที่เราจะออกไปหาธุรกิจให้ตัวเอง หนึ่งวันคุณมีโอกาสหาธุรกิจหนึ่งครั้ง  แต่ถ้าคุณมองหาธุรกิจให้เพื่อนๆในแช็ปเตอร์ และเพื่อนสมาชิกทุกคนก็ทำแบบคุณ หนึ่งวันของคุณจะมีห้าสิบโอกาสทางธุรกิจ  แบบนี้พอใช้ได้ไหมครับ  การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นนักฟัง นักแก้ปัญหา จะต้องอาศัยการฝึกฝน อาศัยเวลา แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไป

บีเอ็นไอมีความรู้ที่กลั่นกรองมาอย่างดีคุณสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ได้   NEC จะค่อยๆเอาความรู้เหล่านี้มาเล่าให้ฟังครับ

ครั้งหน้า เราจะมาคุยกันเรื่อง นามบัตร  วิธีทำให้นามบัตรเป็นกุญแจทางธุรกิจ แทนที่จะเป็นเศษกระดาษ

BNI Heritage เปิดงานฉลอง 7 ปี

วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 เป็นวันจัดงานฉลองครบรอบ 7 ปี ของ chapter Heritage ซึ่งเป็น chapter แรกของ BNI Thailand คุณกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ผู้ก่อตั้ง เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมกับสุนทรพจน์เล็กน้อย