งานวันชื่นใจ อนุบาล3 ของขอบฟ้า

 

งานวันชื่นใจจะเป็นงานแสดงผลงานของนักเรียนในชั้น  ขอบฟ้าเรียนที่เพลินพัฒนามาตั้งแต่รุ่นเตรียมอนุบาล และมีงานชื่นใจในช่วงปลายเทอมก่อนปิดปีการศึกษาทุกปี   ในปีนี้เป็นปีที่เรียนอยู่อนุบาล3  เนื้อหาในงานของปีนี้แตกต่างไปจากปีที่แล้วมาก

IMG_5272

เข้าใจว่าเด็กอนุบาล3จะมีทักษะการจดจำและการแสดงที่มากกว่าปีที่แล้วอย่างก้าวกระโดด นั่นทำให้งานชื่นใจปีนี้เป็นการแสดงละครในรูปแบบหนึ่งที่มีระยะเวลาการแสดงที่ยาวนานเกิน 1 ชั่วโมงไปพอสมควร  แตกต่างจากปีที่แล้วที่เป็นการแสดงที่ไม่ต่อเนื่อง และเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน

IMG_5275

 

เด็กมีการแบ่งบทบาทการแสดงหลายอย่าง เด็กทุกคนจะแสดงเป็นตัวละครสักตัวหนึ่งในแต่ละเรื่องย่อย  บางคนรับหน้าที่พูดบรรยายด้วย บทพูดหลายๆประโยคได้รับการถ่ายทอดออกมาแสดงให้เห็นว่าเด็กมีความจำดีแทบทุกคน

IMG_5289

 

การแสดงเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา  เด็กทุกคนรู้หน้าที่และคอยเตือนเพื่อนเมื่อมีเหตุที่ไม่เป็นไปตามแผน  พ่อแม่อย่างผมแอบคิดว่านี่เขาต้องซ้อมร่วมกันมากี่วันถึงบริหารจัดการได้ระดับนี้  ลำพังเด็ก 1 คนอยู่กับพ่อแม่ก็ซนและวุ่นวายจนหมดแรง  แต่ครูสามารถกำกับเด็กได้ทั้งห้อง  ทุกคนตั้งใจแสดงและทุกคนทำได้ดี  ชื่อว่าครูก็คงเหนื่อยมากในการฝึกซ้อมกิจกรรมครั้งนี้

IMG_5291

 

IMG_5309

 

IMG_5314

 

IMG_5332

ผมรู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกที่นี่ให้ลูก  เป็นพัฒนาการที่น่าพอใจ  พ่อแม่ก็เห็นแนวทางของโรงเรียนมาตลอด  และได้เห็นสิ่งที่ค่อยๆใส่ให้ลูก ค่อยๆเรียนรู้  การเป็นเด็กที่รู้จักตั้งคำถาม  และมีความพยายามที่จะหาวิธีการ มีความพยายามหาคำตอบ เป็นทักษะที่พ่อแม่อยากให้ลูกมีติดตัว   จบชั้นอนุบาล จบการเรียนรู้เพื่อการเล่น  ต่อไปชีวิตประถม1ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงชีวิตแห่งความจริง  เป็นการเรียนรู้เพื่อใช้ชีวิตจริง  พ่อแม่เชื่อว่าลูกพร้อมรับกับชีวิตที่ต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

IMG_4938

ขอบฟ้าได้ดูหนังในโรงหนัง  สามารถดูหนังที่มีเรื่องราวซับซ้อนได้  จำตัวละครและความต่อเนื่องของแต่ละตัวได้  หนังเรื่องอินฟินิตี้วอร์เป็นหนังที่ขอบฟ้าอยากดู  และได้มีโอกาสดูทางเคเบิ้ลทีวีหลายรอบ  นอกจากนี้ ยังได้อ่านเรื่องทศกัณฐ์โดยการให้พ่อแม่อ่านให้  และดูจาก youtube ขอบฟ้าจำตัวละครในเรื่องนี้ได้หลายตัว  และก็สนุกกับการดูการฟังซ้ำๆ

 

ขอบฟ้าคุยกับพ่อเรื่องต้นไม้ เรื่องอ๊อกซิเจน เรื่องคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ขอบฟ้าสนใจเรื่องธรรมชาติของต้นไม้  และได้เรียนรู้เรื่องข้าวและผลิตภัณฑ์ทำจากข้าว  เวลาไปเที่ยวแล้วเจอกิจกรรมเกี่ยวกับต้นไม้และข้าว  ขอบฟ้าก็จะสนใจและร่วมกิจกรรมได้นานและไม่กลัวน้ำโคลน

 

พ่อลูกคุยเรื่องอ๊อกซิเจนมาจากไหน  เอาน้ำมาแยกเป็นอ๊อกซิเจนและไฮโดรเจนได้ ขอบฟ้าจำได้ว่าดาวอังคารมีน้ำแข็งอยู่ที่ขั้วโลกของดาว  และเชื่อมโยงได้ว่าเราน่าจะละลายน้ำแข็งมาใช้  เพราะเราจะมีน้ำ มีอ๊อกซิเจน และมีพลังงานให้ใช้บนดาวอังคาร  ขอบฟ้ายังอยากเป็นนักบินอวกาศ  และอยากเป็นนักฟุตบอล  ขอบฟ้าเคยถามแม่ว่า คนเราสามารถเป็น 2 อย่างได้ไหม  แม่ก็ตอบว่าได้ เราอยากเป็นอะไรก็ได้กี่อย่างก็ได้ที่เราต้องการ

 

ขอบฟ้ายังไม่สามารถยอมรับกับความพ่ายแพ้ได้  บางครั้งก็ดูเหมือนจะดีขึ้น  แต่ก็มีบทเสียใจ ร้องไห้ และไม่เล่นต่อด้วยความกลัวแพ้  พ่อแม่พยายามชวนเล่นหลายกิจกรรมเพื่อให้มีการแพ้ชนะปนกัน เพื่อให้สามารถปรับตัวรับความพ่ายแพ้ให้เป็น

ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องอ๊อกซิเจน

ระหว่างทางขับรถไปโรงเรียน  ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องอ๊อกซิเจน

2019-01-12_02-29-03

 

ขอบฟ้า  โพลี่ ในน้ำมีอ๊อกซิเจนมั้ย

โพลี่  มีสิครับ  ต้นไม้ในน้ำก็ต้องใช้อ๊อกซิเจน  ปลาก็ต้องใช้อ๊อกซิเจน ในน้ำต้องมีอ๊อกซิเจนไม่งั้นปลาอยู่ไม่ได้

ชอบฟ้า  งั้นเราก็หายใจในน้ำ ใช้อ๊อกซิเจนในน้ำเลย

โพลี่  เราทำแบบนั้นไม่ได้ คนเราไม่เหมือนปลา  คนไม่มีอวัยวะแยกอ๊อกซิเจนออกจากน้ำ  แต่ปลามี ปลามีเหงือกทำหน้าที่แยกอ๊อกซิเจนได้

ขอบฟ้า  เราก็ทำเครื่องแยกอ๊อกซิเจนสิ

โพลี่  ก็มีคนพยายามทำนะ  ตอนนี้ก็มีรถยนต์คันนึงที่ใช้วิธีแยกอ๊อกซิเจนออกจากน้ำ  น้ำประกอบด้วยอ๊อกซิเจนกับไฮโดรเจน  ถ้าเราแยกน้ำออกมาเราก็จะได้ ก๊าซไฮโดรเจนด้วย  แล้วไฮโดรเจนนี่เอาไปใส่เครื่องยนต์ทำให้รถวิ่งได้  รถคันนั้นก็เติมน้ำ แทนน้ำมัน แล้วรถก็วิ่งได้

ขอบฟ้า  รถอะไรเหรอครับ

โพลี่  รถ มิไร  เป็นของโตโยต้า

ขอบฟ้า  ชื่อเหมือนการ์ตูนในมาสไรเดอร์เลย

โพลี่  อ๋อ รถคันนี้จะสะอาดมากเลยนะ ไม่มีควัน  ไม่มีมลพิษเลย  ถ้าเราพัฒนาไปเรื่อยๆ  เราก็จะใช้พลังงานจากน้ำได้

 


ขอบฟ้า  แบบนี้เราก็ไปอยู่ดาวอังคารได้แล้วนะสิ

โพลี่  เหรอ  เกี่ยวอะไรกันน่ะ

ขอบฟ้า  ก็ที่ขั้วโลกเหนือของดาวอังคารมีน้ำแข็งไง  เราใช้น้ำแข็งพวกนั้นได้  เอาน้ำมาใช้แยกอ๊อกซิเจน ปลูกต้นไม้ได้ ใช้พลังงานได้

โพลี่  ก็อาจจะได้นะ  แต่เราต้องละลายมันก่อน เราไม่มีพลังงานเยอะพอจะไปละลายน้ำแข็งหรอกตอนนี้

ขอบฟ้า ทำไมล่ะ  หยิบออกมาเดี๋ยวมันก็ละลายเอง

โพลี่ บนดาวอังคารหนาวมาก  เหมือนช่องฟรีซของตู้เย็น  เราวางน้ำแข็งไว้ในช่องฟรีซมันก็ไม่ละลาย

ขอบฟ้า  ก็ต้มมันสิ

โพลี่  ต้มมันก็ต้องใช้พลังงาน  เราต้องไม่มีพลังงานเยอะพอบนดาวอังคารหรอก

ขอบฟ้า  ก็เอาพลังงานโซล่าเซลมาต้มน้ำ แล้วเอาน้ำมาแยกไฮโดรเจน

โพลี่  ก็น่าสนใจ  วิธีนี้น่าจะทำให้เราอยู่บนดาวอังคารได้  แต่เราจะต้องทำแค่ตอนมีแสง ตอนกลางคืนเราก็ทำไม่ได้นะ

ขอบฟ้า  ก็ขับรถไปที่ที่มีแสงสิ

โพลี่  มันยากนะ  เราต้องขับรถอ้อมดาว ขับไปอีกฝั่งเพื่อรับแสงเลยนะ  เราน่าจะขับไปไม่ทัน  เพราะหุ่นยนต์สำรวจตอนนี้เดินบนดาวอังคารได้ช้ามาก  ชั่วโมงนึงอาจได้แค่ 200 เมตร   200เมตรก็ไกลเท่ากับ จุดที่นักเรียนอนุบาลเข้าแถว แล้วเดินมาถึงที่จอดรถ

……

การสนทนาจบลงตอนที่รถจอดหน้าตึก ขอบฟ้าเตรียมของเพื่อลงเดินเข้าห้องเรียน

 

IMG_9941

ปรับภาพให้สวยถูกใจ

 

 

 

IMG_0102

แม้ว่าการถ่ายภาพเราจะพยายามฝึกฝนให้ถ่ายดีที่สุดตั้งแต่การกดชัตเตอร์  ภาพหลังกล้องต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สติปัญญาและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย  และเมื่อมาดูภาพในภายหลังเราก็ยังอาจจะปรับแต่งเพื่อให้มันดูดี หรือดูแปลกตาไปจากเดิมได้  การปรับภาพเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน  ซึ่งบางภาพผมก็เห็นว่าทำให้เป็นสีขาวดำก็ดูสวยขึ้น ได้อารมณ์ต่างๆในภาพมากขึ้น  อย่างเช่นภาพเด็กเล่นเปียโนภาพนี้

 

PHOTO_COLLAGE1547172140602

ภาพนี้ผมใช้ app ในโทรศัพท์มือถือช่วยปรับให้  โดยการเอาภาพต้นฉบับมาเข้า app ชื่อ snapseed

1  ทำการปรับภาพเป็นขาวดำ  เลือกโหมดขาวดำเป็น high contrast

2  ใช้คำสั่ง curve หรือ เส้นโค้ง เพื่อยกระดับส่วนความสว่างระดับกลางให้ดูสว่างขึ้น แต่ส่วนมืดและส่วนสว่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

3  ใส่ขอบมืดให้กับภาพ หรือใส่ vignett เลือกค่าขอบมืดที่ไม่มากเกินไป ภาพก็ออกมาตามที่เห็น

4  ใส่ขอบขาวด้วย app ชื่อ collage เป็นการวางภาพในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส

ก็ได้ภาพตามที่เห็นนี้  การปรับแต่งเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน  ผมเป็นคนชอบมองภาพขาวดำ ก็อยากจะปรับให้ดูถูกใจตัวเอง  คนอื่นที่ดูอาจไม่ชอบก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

กล้อง canon  eos 6d กับเลนส์ canon macro100mm

 

screen shot 2562-01-11 at 10.52.59

 

ยังคงมีภาพอื่นๆอีกที่ถ่ายแล้วอยากลองเปลี่ยนโทนภาพดูบ้าง

 

IMG_5046

2018-12-18_10-29-50-01

 

 

IMG_4921

PHOTO_COLLAGE1547172359342

ลูกถามพ่อ รู้ได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจน?

ระหว่างที่ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน
ขอบฟ้า : โพลี่  เรารู้ได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจน
พ่อ : ต้นไม้สังเคราะห์แสงไง เปลี่ยนคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เป็นอ๊อกซิเจน
ขอบฟ้า : แล้วต้นไม้ไม่ใช้อ๊อกซิเจนหายใจเลยเหรอ
พ่อ : ใช้ด้วยสิ  ตอนกลางวันต้นไม้จะหายใจและผลิตอ๊อกซิเจน ตอนกลางคืนต้นไม้จะหายใจอย่างเดียว ไม่ผลิตอ๊อกซิเจน
ขอบฟ้า : แล้วโพลี่เชื่อได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจนจริง
พ่อ : พ่อเคยเห็นต้นไม้ในน้ำคายอ๊อกซิเจน มีฟองอากาศออกจากใบเลย  แล้วก็ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
ขอบฟ้า : แล้วต้นไม้ไม่ใช้อ๊อกซิเจนที่ผลิตมาหายใจเหรอ
พ่อ : ต้นไม้หายใจจะใช้อ๊อกซิเจนด้วย  และจะมีส่วนที่ผลิตอ๊อกซิเจนด้วย มันเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ตอนกลางวันต้นไม่จะผลิตอ๊อกซิเจนเยอะกว่าที่ใช้หายใจ
ขอบฟ้า : ……  (ทำหน้าคิด  แต่ไม่ถามต่อ)

 

ผมก็เลยไปหาคำตอบว่าเราจะพิสูจน์ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจนจริงๆ ก็พบกับคลิปวิดีโออันนี้ครับ

แม่ลูกคุยกันเรื่องมอเตอร์ไซด์วันจันทร์

ขอบฟ้ากับแม่กำลังนั่งรถไปห้างในวันอาทิตย์  แม่คุยกับขอบฟ้าเรื่องคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ  มอเตอร์ไซด์ภาษาไทย เอามาจาก มอเตอร์ไซเคิ่ล ภาษาอังกฤษ  แล้วก็สะกด มอ ออ มอ  ตอ เออ เตอ ร เรือการัน สระไอ ซอ โซ่ ดอ เด็ก การัน  อ่านว่า มอเตอร์ไซด์

แม่บอกว่าการันจะไม่ออกเสียง  เหมือนคำว่า วันจันทร์  ทอ รอ การัน ไม่ออกเสียง  ขอบฟ้านิ่งคิดอยู่ห้าวินาทีแล้วถามว่า  การันไม่ออกเสียง แล้วไม่เขียนได้ไหม  ทำไมต้องใช้การัน  แม่ให้ข้อมูลว่า การันไม่ออกเสียง แต่ให้คงไว้แบบการันเพื่อให้รู้ว่าคำนี้มีที่มาจากอะไร

มันเป็นเหตุผลเดียวที่นึกออกจริงๆ  ผมก็หาเหตุผลที่ดีกว่านี้ไม่ได้  ในวัยเด็กผมก็เคยคิดสงสัย แต่ไม่กล้าถามใคร  ผมโตมาในระบบการศึกษาที่ต้องเชื่อครูทุกอย่าง ต้องเชื่อผู้ใหญ่ทุกอย่าง ห้ามสงสัย ห้ามถามนอกเรื่อง  ส่วนขอบฟ้าโตมาในยุคอินเทอเน็ตและได้รับการปลูกฝังนิสัยช่างสงสัยและนิสัยการตั้งคำถามจากโรงเรียน  ผมชอบที่ขอบฟ้ามักจะสงสัยและกล้าถาม

สิ่งที่ผมจะพยายามทำก็คือ พยายามหาคำตอบมาให้  และจะไม่ไปสั่งให้หยุดถาม  จะไม่บอกว่าให้จำไปแบบนี้  หรือบอกว่าเขาทำมาแบบนี้เราเลยต้องทำไปแบบนี้

สุดท้ายขอบฟ้าออกความเห็นว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ยากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะภาษาไทยซับซ้อนมาก นี่คือความเห็นของเด็ก 6 ขวบ ผมฟังแล้วก็เห็นด้วย และทึ่งในประสบการณ์วิเคราะห์ภาษาร่วมกันครั้งนี้

 

ไปค้นหาเรื่องการัน และได้พบกับคำอธิบายที่ดี  ก็ได้ความรู้ติดตัวกลับมาว่า การันคือตัวหนังสือที่อยู่ในลำดับสุดท้ายของคำ    ส่วน “  ์  ” เครื่องหมายนี้จะฆ่าเสียงของตัวอักษร  และตัวที่ถูกฆ่าเสียงเรียกว่าตัวการัน จะไม่ออกเสียงเวลาพูด นี่คือความซับซ้อนแต่มีความงามซ่อนอยู่

ตามไปอ่านกันต่อเองเลยที่

https://krupiyarerk.wordpress.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/

 

 

 

ทำปฏิทินขอบฟ้า 2019

ปฏิทินที่ใส่ภาพลูกเป็นสิ่งที่ทำทุกปี  โดยจะเลือกภาพที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนมาใส่ให้ตรงเดือน เมื่อใช้ปฏิทินในแต่ละเดือน ก็จะเห็นภาพของลูกในเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

ภาพเดือนมกราคมคือภาพที่พาขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลอง 5 รังสิต

ภาพเดือนกุมภาพันธ์เป็นภาพที่ถ่ายจากงานวิ่งของหนังสือไดโนรัน วิ่งที่สวนสิริกิติ์ จตุจักร

ภาพเดือนมีนาคมคือภาพที่ถ่ายที่สนามเรียนฟุตบอล  ขอบฟ้าลงแข่งนัดกระชับมิตร

ภาพเดือนเมษายนถ่ายในสระว่ายน้ำตอนไปเที่ยวหัวหิน ใช้กล้องฟิล์มใส่พลาสติกกันน้ำ

ภาพเดือนพฤษภาคมเป็นตอนที่ให้ขอบฟ้าดูดาวพฤหัสที่บ้านบางขุนนนท์

ภาพเดือนมิถุนายนถ่ายที่ร้านอาหารน้ำเคียงดิน เป็นการเลี้ยงครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่

ภาพเดือนกรกฎาคมขอบฟ้าไปเที่ยวเชียงใหม่และแวะไปดูโรงงานทำกระดาษสาจากขี้ช้าง

ภาพเดือนสิงหาคม ขอบฟ้าชอบการ์ตูนเรื่องปาร์แมนมาก และแต่งตัวเป็นปาร์แมนไปเที่ยวอยุธยา

ภาพเดือนกันยายนถ่ายที่โรงแรมมาริอ็อท บุคคโล ในงานแต่งงานของญาต

ภาพเดือนตุลาคมถ่ายที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน

ภาพเดือนพฤศจิกายนพ่อพาขอบฟ้าไปพบเดวิดเบ็คแฮมที่สนามฟุตบอลเมืองทอง

ภาพเดือนธันวาคมถ่ายที่หอดูดาวฉะเชิงเทราในกิจกรรมครอบครัวดาราศาสตร์

kobfa-calendar-2019e_Artboard-00-coverkobfa-calendar-2019e_Artboard-01kobfa-calendar-2019e_Artboard-02kobfa-calendar-2019e_Artboard-03kobfa-calendar-2019e_Artboard-04kobfa-calendar-2019e_Artboard-05kobfa-calendar-2019e_Artboard-06kobfa-calendar-2019e_Artboard-07kobfa-calendar-2019e_Artboard-08kobfa-calendar-2019e_Artboard-09kobfa-calendar-2019e_Artboard-10kobfa-calendar-2019e_Artboard-11kobfa-calendar-2019e_Artboard-12kobfa-calendar-2019e_Artboard-13 back

พาลูกดูดาว ที่ฉะเชิงเทรา

IMG_4844

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรม ครอบครัวดาราศาสตร์ ในช่วง 15-16 ธันวาคม 2561 โดยการลงทะเบียนจอง มีโควต้า 120 คน กำหนดการเริ่มจองจะประกาศล่วงหน้า บ้านที่ส่งอีเมลจองทันเวลาจะได้รับสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องเตรียมเต๊นท์ไปเอง เพราะกิจกรรมจะนอนค้างที่หอดูดาว 1 คืน ปีนี้จัดเป็นปีที่ 2

ค่ายครอบครัวดาราศาสตร์2561
IMG_20181215_095818_1

หอดูดาวที่จัดงานอยู่ฉะเชิงเทรา ผมออกจากบ้าน 7.00 น. ขับรถแวะเติมน้ำมัน ขับไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้เส้นทาง เปิด googlemaps ขับตามไปเรื่อยจนถึง มีเส้นทางแยกที่ทำให้สับสนนิดหน่อยแต่ก็ไปจนถึงทันเวลานัดหมาย กิจกรรมเริ่ม 9.00 น. วันเสาร์

IMG_20181215_090932
IMG_4907

กิจกรรมก็จะเน้นความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง สิ่งที่ขอบฟ้าชอบมากที่สุดในแคมป์ครั้งนี้คือการได้ทำจรวดขวดน้ำ ได้ออกแบบ ได้คิด โจทย์ของจรวดขวดน้ำจะเพิ่มการบรรทุกไข่นกกระทาสองฟองไปกับจรวดด้วย ซึ่งจรวดที่วิ่งออกไปตกลงพื้นจะต้องไข่ไม่แตก เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก ขอบฟ้าเลือกที่จะให้สร้างจรวจแบบที่มีชิ้นส่วนร่อนลงจอดแบบมีร่มชูชีพ ทำให้การลงจอดของไข่ช้าลง ส่วนพ่อก็สร้างตามที่ลูกคิด

IMG_4783
IMG_4799
IMG_4800

อีกกิจกรรมที่ได้ความรู้ชั้นดีคือการสร้างดาวหาง ซึ่งมีส่วนประกอบทางกายภาพที่เหมือนดาวหางจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ ดาวหางคือก้อนน้ำแข็งโสโครก การสร้างก้อนแบบนี้จะต้องใช้ สารอินทรีย์จากดิน กาแฟ น้ำ แอมโมเนีย น้ำแข็งแห้ง และสุดท้ายดาวหางก็อยู่ในมือพวกเรา ได้เห็น ได้จับ การเรียนรู้แบบนี้น่าจะได้รับการจดจำไปอีกนาน

IMG_4776

ได้ใช้กล้องดูดาวระดับกึ่งอาชีพ เป็นกล้องดูดาวขนาดใหญ่ โอบไม่รอบ ได้จับ ได้ปรับ ได้ทดลองใช้ตัวจริง กล้องดูดาวชนิดดร็อบโซเนียนรุ่นนี้ได้รับการแจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้การได้เห็นกล้องดูดาวยักษ์บนหอดูดาวซึ่งตัวกล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางของกระจกรับภาพ 0.7 เมตร เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ซึ่งตัวที่ใหญ่กว่านี้จะอยู่ที่เชียงใหม่โดยมีขนาด 2.4เมตร แต่แค่ 0.7 เมตรที่ฉะเชิงเทราก็สร้างความตื่นเต้นสำหรับคนดูได้มากอยู่แล้ว

IMG_4838
IMG_20181216_054455

การกางเต๊นท์ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก เพราะได้เรียนรู้ว่าเราสามารถนอนพักที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องพักโรงแรม ทริปนี้ยังขาดประสบการณ์การทำอาหารกินอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะทีมจัดกิจกรรมดูแลเรื่องของกินครบถ้วนทุกมื้อ อาหารว่างก็ครบ กาแฟมีตลอดเวลา นับว่าเป็นค่ายที่มีความพร้อมในการจัดงานดีมาก ขอชื่นชมทีมงานของหอดูดาวทุกคน

IMG_4752

สถานที่แห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ มีท้องฟ้าจำลอง มีการฉายวิดีโอและสไลด์เกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อีกแหล่งหนึ่งใกล้กรุงเทพ เหมาะกับการพาเด็กมาเที่ยวอย่างมาก

IMG_4822
IMG_4847
IMG_4876
IMG_4889
IMG_20181216_130817

สุดท้าย ไข่ในจรวดของขอบฟ้า ไม่แตก

ขอบฟ้า เพลินๆ 11dec2018 แก้ปัญหาโดนแย่งของ

IMG_20181205_124903

 

 

ขอบฟ้ามีพัฒนาการเรื่องการยืนให้ถ่ายรูปดีกว่าแต่ก่อนมาก  ไม่มีอาการหลบหน้า เหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  การบอกให้นิ่งหน้ากล้องทำได้ทุกครั้ง และให้ความร่วมมือทุกครั้ง  และในหลายๆครั้งที่ถ่ายแล้วพ่อรู้สึกว่าอยากถ่ายซ้ำก็ขอให้ขอบฟ้ากลับไปถ่ายใหม่  ขอบฟ้าก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง  รู้สึกว่าขอบฟ้าให้ความร่วมมือกับการร้องขอของคนอื่นมากขึ้น

 

พ่อพาขอบฟ้าไปเล่นที่จามจุรีสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับเด็ก มีพื้นที่การเล่นเลโก้ยักษ์มุมหนึ่ง  เด็กแต่ละคนจะหยิบเลโก้ยักษ์มาต่อเป็นสิ่งที่ต้องการ  ขอบฟ้าก็กำลังเล่นเลโก้  และ ได้มีเด็กคนหนึ่งที่ดูแล้วอายุพอๆกันเดินเข้ามาหยิบชิ้นส่วนที่ขอบฟ้ากำลังใช้งานออกไป  พ่อนั่งดูอยู่ห่างๆก็คิดในใจว่า เด็กที่เข้ามาแย่งของนั้นพ่อแม่ไม่ดูแลเลย  ขอบฟ้าหน้าตาดูผิดหวังและดูเหมือนไม่พอใจ  หันมามองพ่อทีนึงแล้วก็เดินตามเด็กคนนั้นไป  และเดินเลยไปหาพ่อของเด็กคนนั้นและบอกว่า เด็กคนนี้แย่งของ  พ่อของเด็กคนนั้นก็เลยบอกกับลูกตัวเองว่าอย่าหยิบของของคนอื่น  ขอบฟ้าก็ออกมาเล่นต่อ  แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่มาหยิบของที่ขอบฟ้ากำลังเล่นอีก

 

เหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกว่าขอบฟ้าโตขึ้นมาก  และมีการแก้ปัญหาที่ดีเกินคาด  พ่อรู้สึกดีใจที่ขอบฟ้ากล้าหาญที่จะปกป้องตัวเองอย่างสุภาพ  และมันเป็นวิธีที่ได้ผลด้วย

 

ปฏิทินขอบฟ้า ปี 2019 หรือ พศ 2562

 

เป็นสิ่งที่ทำมาทุกปีกับปฏิทินที่ทำเองใช้เอง  เอาภาพถ่ายของขอบฟ้าในปีที่ผ่านมาไปทำภาพปฏิทินของปีถัดไป  อย่างเช่น เดือนมกราคมปี 2018 ขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ได้ถ่ายภาพที่ชอบกลับมา (พ่อชอบ)  ก็เลยเอาภาพมาใช้ประกอบในปฏิทินปี 2019 นั่นเอง  ดังนั้นเมื่อดูภาพในปฏิทินก็จะได้เห็นภาพว่า เมื่อปีที่แล้วไปทำอะไรมา

 

ทำหนังสือนิทานข้าวหลาม

ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ห้องของขอบฟ้าจะมีกิจกรรม เผาข้าวหลาม อยู่ในกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า “คุณค่า คุณข้าว” พ่อแม่ในห้องอนุบาล 3/4 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ชื่อว่า มังกรยิ้มแฉ่ง จะต้องสอนเด็กเผาข้าวหลาม ก็คือต้องสอนลูกของเราเผาข้าวหลามให้เป็น สิ่งที่จะใชัจัดงานก็มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย บรรดาพ่อแม่ในห้องก็ต้องนัดกันแบ่งงาน แบ่งของที่จะขนไปจัดงาน สิ่งหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นคือ นิทานข้าวหลาม เป็นหนังสือเล่มเล็กที่จะอธิบายวิธีการทำข้าวหลาม ซึ่งจะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ ทีมงานเลยคิดทำเป็นหนังสือนิทาน และหนังสือนิทานก็ออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

เตรียมงานกันหน้ามืด คนวาด คนจัดพิมพ์ มีเวลาทำกันไม่มาก แต่ก็ออกมาได้ใช้ทันเวลา อีกหน่อยถ้าจะทำหนังสือนิทานขายกันก็ไม่ยากแล้ว

พ่อแม่แต่ละบ้านต้องไปหาวิธีทำ หาข้อมูล หาวัตถุดิบ และลงมือ เราได้รู้ว่าไม้ไผ่ทำข้าวหลามจะต้องเป็นพันธุ์ที่มีเยื่อไผ่เยอะๆจะทำให้ข้าวเหนียวติดกับเยื่อดูสวยงาม เราได้รู้ว่าการทำให้ข้าวหลามสุกจะมีหลายวิธี และเราก็เลือกวิธีเผาในถังน้ำมันผ่าครึ่ง เราได้รู้ส่วนผสมของข้าวหลาม 1 กระบอกจะมีข้าวเหนียว กระทิ เกลือ น้ำตาล ส่วนถั่วแดงหรือถั่วดำเราเลือกไม่ใส่เพราะหลีกเลี่ยงเด็กที่อาจจะแพ้ถั่ว

ไม้ไผ่สีเขียวเราได้จากป่าไผ่ที่ราชบุรี เป็นไผ่สีสวยและมีเยื่อหนาเหมาะกับการทำข้าวหลาม การจัดสถานที่ใช้เวลาก่อนหน้างาน 1 วัน หลังจากจบงานเราใช้เวลาเก็บของประมาณ 4 ชั่วโมง เศษลวด เศษไม้ต่างๆที่อาจจะทำอันตรายกับเด็กเราก็พยายามเก็บให้เกลี้ยง เพราะหากมันหลงเหลืออยู่ในสนามหญ้า คนที่จะบาดเจ็บคือลูกของพวกเราเอง

IMG_4738

คอนเส็ปแคมปิ้งก็ต้องมีเต๊นท์ด้วย เต้นผ้าทันสมัยก็หอบมาใช้วางประดับสถานที่ จัดบรรยากาศให้ดูเหมือนเราไปพักแรมกลางป่า

IMG_4739

จุดไฟเผาข้าวหลามเราใช้ถังน้ำมันดัดแปลง

IMG_0007

บรรดาแม่ทั้งหลายก็ซ้อมกิจกรรมกันตอนเช้า สนุกกันทุกคน เหมือนทุกคนมาเล่นกับลูก ลูกเพื่อนก็เหมือนลูกเรา

IMG_0018

ไม้แผ่นสีเขียวจากป่าแถวราชบุรี ไม่ได้ถามรายละเอียดว่าป่าไหน ฝากใครไปตัดมา แต่ก็เป็นไผ่ตัดเป็นชิ้นมาพร้อมใช้ ความยาวเหมาะสมกับการทำข้าวหลาม เยื่อไผ่มีปริมาณมาก

IMG_0015

คุณแม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อไฟด้วยถ่านเป็นเรื่องที่ทำกันไม่เก่ง ลองผิดลองถูกหน้ามืดเลย

IMG_0066

เล่นกับถ่านก็มือดำหน่อย

IMG_0074

ทีมงานที่คอยทำข้าวหลามรุ่นแรก งานวันนี้คือจะต้องมีข้าวหลามแจกเด็กร้อยกว่าคน

IMG_0245

เด็กในห้องของเราจะมาทำกิจกรรมละเอียด ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเด็กห้องอื่นก็จะแวะมาดูพรีเซ้นคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

IMG_0255

การเตรียมวัตถุดิบจะให้เด็กได้ตักทุกอย่างเอง ทั้งข้าว น้ำตาล เกลือ และตวงกระทิเองด้วย

IMG_0281

บางคนก็เติมกระทิน้อยเกินไป ตอนเผาออกมาข้าวก็จะแห้งและมีส่วนที่ไหม้เยอะ ถ้าเติมกระทิมากไปข้าวก็จะสุกช้า

IMG_0307

IMG_0322

เมื่อเติมส่วนผสมเสร็จแล้วก็ต้องปิดปากกระบอกด้วยการเอาทางมะพร้าวและใบตองมายัดเพื่อปิดให้สนิท

IMG_0253

แล้วก็เริ่มเผากันจริงๆ ข้าวหลามจะใช้เวลาอยู่ในกองไฟประมาณ 45-60 นาที ก็จะสุกและฟูพร้อมกิน

IMG_0094

ชุดกันความร้อนที่ดูแล้วก็น่ารัก ดูตลก แต่ใช้กันความร้อนได้ดีมาก

IMG_4746

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบ้าง

IMG_4796

กระบอกข้าวหลามขอเด็กแต่ละคนจะมีชื่อเขียนกำกับไว้

IMG_4839

ข้าวหลามที่สุกพอดีกิน เมื่อผ่าไม้ไผ่ออกก็จะพบว่าเนื้อขาวหลามกลมมนและถูกห้อหุ้มด้วยเยื่อไผ่อย่างสวยงาม

IMG_4853

ทำเสร็จแล้วก็ต้องกินหรือชิม เด็กๆตักกินราวกับว่าไม่ได้กินเมื้อเย็นเมื่อวาน คนเตรียมของก็ปลาบปลื้ม

IMG_4863

IMG_4866

เมื่อกินกันบางส่วนแล้วก็มาถึงเวลาอ่านหนังสือ ตัวแทนของห้องขึ้นมาอ่านหน้าชั้น

IMG_0168

งานพิมพ์ letterpress อย่างง่าย

งานพิมพ์ letterpress ไม่ได้จำกัดอยู่กับการพิมพ์การ์ด หรือ พิมพ์ตัวหนังสือ  ยังรวมถึงการพิมพ์รูปภาพต่างๆด้วยแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นมาด้วยหลักการของ letterpress  คือ แม่พิมพ์มีส่วนสัมผัสหมึก และไม่สัมผัส ทำให้การพิมพ์ภาพเกิดเป็นภาพตามที่ออกแบบไว้บนแม่พิมพ์

ปกติแม่พิมพ์ที่ใช้บ่อยในวงการพิมพ์แบบ letterpress ก็จะเป็นแม่พิมพ์เหล็ก และ แม่พิมพ์ยาง วันนี้เพิ่งพบว่ามีการใช้โฟมแทนแม่พิมพ์ด้วย  เทคนิคของการสร้างแม่พิมพ์จากโฟมก็อาศัยความนิ่มของเนื้อโฟม  เริ่มจากออกแบบลายเส้นที่ต้องการให้เกิดเป็นภาพ  แล้วทำการเอาดินสอจิกกดส่วนที่เป็นเส้นดำให้ลึกจมลงไป  จากนั้นก็เอาแม่พิมพ์ไปทาสีโปสเตอร์ หรือ สีพลาสติกก็ได้ แล้วเอามาประกบกับกระดาษที่ต้องการพิมพ์  หมึกที่ติดอยู่บนแผ่นโฟมก็จะมาติดบนกระดาษ  ส่วนของร่องลึกจะไม่โดนหมึก ก็จะไม่มีภาพในส่วนร่องลึกนั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร ที่จัดกิจกรรมดีๆน่าสนใจ   สถานที่แห่งนี้เป็นที่แห่งความฝันของเด็กและพ่อแม่ทุกคน  เป็นที่เล่นสนุกสนานเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก  การจัดการของทีมบริหารพิพิธภัณฑ์มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมาก

 

ลูกผมมาใช้บริการที่นี่ตั้งแต่สี่ขวบ  ยังคงสนุกอยู่แม้ว่าจะมาเป็นรอบที่สิบแล้ว

Compare