พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ ดูดาว 2nov2019

ทริปเขาใหญ่ถูกตั้งขึ้นในวงสนทนาของกลุ่มพ่อแม่ที่ลูกเรียนห้องเดียวกัน คุยกันว่าอยากพาลูกเที่ยวร่วมกัน โดยการเที่ยวครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆครั้งของกลุ่ม แต่ครั้งนี้จะเป็นการยกโขยงไปอุทยานแห่งชาติกันเป็นครั้งแรก

พูดถึงเขาใหญ่ เราก็จะนึกถึงอากาศเย็นๆ และ การเดินป่า นั่งรถดูสัตว์ตอนกลางคืน นี่คือสามอย่างที่คาดหวัง และมีโปรแกรมเสริมเกี่ยวกับการดูดาว ซึ่งผมเองก็เป็นคนที่อาสาพาเด็กดูดาว ด้วยเหตุผลที่ผมเคยตั้งกล้องดูดาวให้ลูกดู และพ่อแม่ท่านอื่นๆในกลุ่มก็สนใจอยากดูดาวด้วย

IMG_0277

ต่างคนต่างบ้านต่างออกกันจากกรุงเทพและไปพบกันจุดแรกที่ร้านอาหารที่ทางเข้าเขาใหญ่ พ่อแม่ลูกจากประมาณ 10บ้าน มารวมตัวกัน ความฮาและความวุ่นวายก็เริ่มต้นขึ้น กว่าเด็กๆจะกินกันเต็มมื้อ ได้สารอาหารเพียงพอ ใช้เวลากันเป็นชั่วโมง พ่อแม่ที่ไปด้วยบางบ้านก็ต้องตามกินของเหลือของลูกด้วย

ที่เขาใหญ่แต่ละบ้านขับรถเข้าอุทยาน เราจะไปพักที่บ้านพักที่จองกันไว้ รถผมมีผู้ใหญ่สองคน เด็กสองคน เสียค่าเข้าอุทยาน 170 บาท ผมเพิ่งเคยขับรถเข้าอุทยานเขาใหญ่เป็นครั้งแรก เส้นทางจากจุดจ่ายเงินค่าผ่านทางไปถึงที่ทำการเป็นเส้นทางที่ขับขึ้นเขา และมีทางเลี้ยวที่หักศอกหักมุมพอสมควร มีจุดที่เป็นทางขึ้นเขาชันๆด้วย รถผมฮอนด้าฟรีดก็พอจะแบกคน 4 คนขึ้นไปได้อย่างไม่ยากเย็น ผมเคยดูรายการใน youtube มา บางช่องรายการเคยพูดถึงทางขึ้นเขาใหญ่ว่า เป็นทางขึ้นที่ยากสำหรับรถกำลังต่ำ และรถตู้บางคันที่บรรทุกหนักเกินไปจะทำให้ขึ้นยาก แต่ผมก็ผ่านมาได้ด้วยดี ไม่ถึงกับต้องลุ้น

เราเดินป่าหลังที่ทำการอุทยานเป็นกิจกรรมแรก เส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นทากเป็นๆ และเป็นครั้งแรกของขอบฟ้าเหมือนกัน เพิ่งรู้ว่าทากมันเคลื่อนที่ยังไง และมันเกาะเราได้แน่นหนาสะบัดไม่ออกจริงๆ แถมยังมุดผ่านรองเท้าผ้าใบเข้าไปถึงเท้าเราได้ด้วย

บ้านพักในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีหลายหลัง พวกเราจองบ้านได้ 4 หลัง ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ ในบ้านมีห้องนอนเพียงพอสำหรับทุกครอบครัว สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ บ้านพักมีวิวที่ยอดเยี่ยมมาก อากาศที่เย็นสบาย กับวิวที่สวยงาม และการดูแลบ้านที่สะอาดเรียบร้อย น้ำไฟพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย นับเป็นที่พักที่ดีกว่าห้องในโรงแรมหรูเสียอีก เพราะป่าจริงๆเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรทดแทนได้ สวนดอกไม้ สวนหย่อม สวนหิน สวนน้ำตก ล้วนแต่เป็นของปลอมเมื่อเทียบกับป่าในอุทยานแห่งชาติ

IMG_0411

ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ ผมก็ลังเลอยู่นานว่าจะเอาเครื่องเสียงและลำโพงที่ชอบมาด้วย ซึ่งมันก็จะเป็นลำโพงตัวใหญ่ แต่สุดท้ายก็เลือกเอาแค่ตัวเล็กมา เพราะคิดว่า เรามาอยู่กับธรรมชาติ เราก็ไม่ควรเอาเครื่องเสียงอลังการมาใช้ เลยเลือกเพียงเครื่องเล่นเพลงและลำโพงตัวเล็กที่เสียงดีถูกใจอีกตัวหนึ่งเท่านั้น และเพลงในทริปนี้ผมก็เปิดเพลงของ norah jones เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอัลบั้มเพลงที่เข้ากับบรรยากาศป่าเย็นๆที่มีกาแฟร้อนๆก็ไม่พ้นต้องเป็นชุด come away with me ซึ่เป็นอัลบั้มเพลงชุดแรกของศิลปินคนนี้

IMG_0381

ตอนกลางคืนเมื่อเมฆสลายตัว ท้องฟ้าก็มีดาวเต็มไปหมด มีดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเต็มฟ้า บางกลุ่มก็เป็นกระจุกที่ดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นในหนังสือ ชื่อดาวมีอะไรบ้างจำไม่ได้ รู้แค่ว่า มองแล้วเพลินตาดี ดาวบนฟ้าเกือบทั้งหมดจะเป็นดาวฤกษ์ มีเพียงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราเท่านั้นที่เป็นดาวเคราะห์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง และดาวทั้งฟ้าจะมีตำแหน่งที่ตายตัว มีเพียงแค่โลกเราหมุนหนีดาวต่างๆไปเรื่อยๆ แผนที่ดาวที่เป็นแผ่นกลมๆที่เราได้รับแจกจากท้องฟ้าจำลองก็จะมีตำแหน่งของดาวฤกษ์เท่านั้น ไม่มีตำแหน่งของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ นั่นเป็นเพราะ ตำแหน่งของดาวเคราะห์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนดาวฤกษ์ที่มีอยู่เต็มฟ้าแทบจะไม่เปลี่ยนตำแหน่งเลย และคงไม่เปลี่ยนตำแหน่งไปอีกเป็นล้านๆปี

PANO_20191103_062535

เขาใหญ่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าสวย อากาศดี ยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวอากาศเย็นจะยิ่งรู้สึกดียิ่งขึ้น ให้เวลาเด็กได้นั่งดูธรรมชาติ หัดวาดรูปวิวทิวทัศน์ ลงสีน้ำสบายใจ ท้องฟ้า ต้นไม้ ภูเขา ค่อยๆวาดออกมา ถ้าเราไม่มีป่า เด็กรุ่นต่อไปจะไม่มีจินตนาการเรื่องธรรมชาติเลย ภาพจำหรือภาพจริงจะไม่มีติดหัวเด็กรุ่นหลัง เราไม่ควรปล่อยให้ป่าไม้ถูกทำลาย

IMG_0316
IMG_0373

เราตั้งกล้องดูดาวเพื่อให้เด็กๆได้ดูดาวด้วยตาตัวเอง เมื่อเมฆไม่บัง ดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ในช่วงเวลาหัวค่ำที่พอดูได้ในเดือนพฤศจิกายนก็จะมี ดาวพฤหัสที่ดูได้ช่วงหัวค่ำ และ ดาวเสาร์ที่จะอยู่ให้เราดูถึงเกือบเทียงคืน การได้ดูดาวสองดวงนี้เราจะได้เห็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของดาวสองดวง ดาวพฤหัสจะมีดวงจันทร์โคจรรอบดาว เราอาจจะได้เห็นจุดสว่างเล็กๆรอบดาวพฤหัส 4 จุด ส่วนดาวเสาร์ก็เป็นดาวที่มีวงแหวน แค่เราได้เห็นด้วยตาตัวเองเราก็จะยิ่งมั่นใจในวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่เราเห็นจะเหมือนสิ่งที่กาลิเลโอเห็นเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว การสังเกตการณ์บนท้องฟ้าและอวกาศพาให้โลกเราพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ความสะดวกสบายในเทคโนโลยีต่างๆมาจากการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงๆจัง และดาวเคราะห์สองดวงที่เราจะส่องกันก็น่าสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆได้บ้าง

หัดทำข่าวที่ kidzania

เวิร์คช็อปหนึ่งที่น่าสนใจใน Kidzania ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นระดับหรูหราของคนเมืองก็คือ การทำงานสำนักข่าว หรือสำนักพิมพ์ โลกของสิ่งพิมพ์เมื่อ 20ปีที่แล้วเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจสิ่งพิมพ์ โรงพิมพ์และสำนักพิมพ์เฟื่องฟูมาก สำนักข่าวเป็นอาชีพที่เท่ห์และสนุก ช่วงวัยรุ่นของผมที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการสอบเอนทรานซ์ คณะ นิเทศศาสตร์ และ วารสารศาสตร์ คือหัวแถวของนักเรียนที่ต้องการมีอาชีพในวงการสื่อมวลชน เด็กที่เรียนคณะนี้จะต้องฝึกฝนถ่ายรูปด้วย เพราะเพื่อนผมที่เรียนอยู่วารสารฯเขาถ่ายรูปเก่ง และมีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพด้วย โดยเฉพาะงานรับปริญญาที่บัณฑิตที่จบการศึกษาต่างก็ใช้เงินกับการถ่ายภาพจำนวนมากเกือบเท่าเงินเดือนเดือนแรก ส่วนผม สนใจงานสื่อและงานถ่ายภาพเหมือนกัน แต่ผมเรียนวิศวะ

สิ่งพิมพ์ตัวแรกที่ผมเคยทำคืองานทำป้ายโปสเตอร์ของโรงเรียน ผมทำในสมัยเรียนมัธยมปลาย ยุคนั้นที่เราต้องใช้การตัดแปะตัวหนังสือลงบนกระดาษใบใหญ่ๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้เหมือนปัจจุบัน เพราะคอมพิวเตอร์ที่พอจะทำงานสิ่งพิมพ์ได้จะมีราคาแพงกว่ารถยนต์ คนออกแบบจะต้องแนบภาพถ่ายไปกับกระดาษอาร์ตเวิร์ค แล้วบอกโรงพิมพ์ว่า เอาภาพวางในช่องนี้ แล้วโรงพิมพ์ก็จะจัดการเอาภาพไปแยกสี ทำเป็นเพลทสำหรับพิมพ์ในโรงพิมพ์ พอได้โปสเตอร์ออกมาเป็นกระดาษก็ถือว่าจบขั้นตอนการทำสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งผมก็คิดไปเองว่านี่แหละคือส่วนหนึ่งในอาชีพสื่อสารมวลชน

ผ่านมายุคอินเทอเน็ต สื่อสิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบ โรงพิมพ์ของสำนักข่าวปิดตัวไปตามๆกัน หนังสือพิมพ์ขายไม่ออก จากที่เคยมีหนังสือพิมพ์นับสิบยี่ห้อบนแผงหนังสือก็เหลือแค่2-3 รายเท่านั้น และแผงหนังสือก็หายไปจากข้างถนนแล้วด้วย ยี่สิบปีที่แล้วหากผมต้องการซื้อหนังสือพิมพ์ 1 เล่ม ภายใน 10 นาที ไม่ว่าจะนั่งรถ หรือ เดิน ผมจะสามารถไปถึงแผงหนังสือใกล้บ้านแล้วซื้อหนังสือพิมพ์ได้แน่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ ให้นึกว่าต้องไปซื้อที่ไหนก็นึกไม่ออกแล้ว แต่สิ่งที่ไม่หายไปไหนคือ นักสื่อสารมวลชนที่ยังคงต้องผลิตรายการ หรือผลิตเนื้อหาอยู่ แต่ไม่ได้พิมพ์ออกมาเป็นกระดาษมากเหมือนเดิม สำนักข่าวบางแห่งทำแต่เนื้อหาให้อ่าน online เท่านั้น

การที่เด็กคนหนึ่งจะได้ฝึกทำหนังสือพิมพ์จริงๆเป็นเรื่องยาก แต่เวิร์คช็อบเล็กๆในแหล่งการเรียนรู้อย่าง Kidzania กลับมีเวทีให้ลองทำ เด็กรุ่นนี้น่าอิจฉาที่มีพื้นที่ให้ลองเล่น แถมไม่ใช่การลองแบบที่มีแต่เปลือกแบบการเล่นเป็นพนักงานดับเพลิง นั่งรถเหมือนสวนสนุกไปดับไฟปลอมๆ แต่การทำข่าวเป็นขั้นตอนจริงเลย คนออกแบบกิจกรรมนี้น่านับถือ

จากการชะเง้อมอง และ เดินตามไปดูว่าเด็กต้องทำอะไรบ้างก็เล่าได้คร่าวๆว่า พี่เลี้ยงที่นำกิจกรรมนี้จะให้เด็กได้ทำข่าว 1 ชิ้น เป็นเรื่องอะไรก็ได้ ต้องมีการตั้งประเด็นขึ้นมาว่าจะทำข่าวเรื่องอะไร ต้องจดคำถามออกมาก่อนว่าจะถามอะไรบ้าง และก็ให้ไปถ่ายรูป ไปสัมภาษณ์ นำภาพที่ได้มาวางในหน้าหนังสือพิมพ์ ข้อมูลสัมภาษณ์ต้องจดกลับมา แล้วนำข้อมูลมาเขียนประกอบภาพ

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การได้เล่นกล้องถ่ายภาพ และพิมพ์ภาพจากเครื่องพิมพ์ แต่ต้องมีการจดสรุปคำถาม จดคำตอบ เรียบเรียงเป็นข้อความประกอบภาพ มันเป็นการฝึกฝนที่ครบถ้วนดี และไม่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เมื่องานครบถ้วน พี่เลี้ยงก็จะพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษ หน้าตาเหมือนหนังสือพิมพ์ ข้อมูลที่เด็กเลือกทำจะอยู่ในกระดาษใบนี้ ดูสวยงามและน่าสนุก

กิจกรรมนีใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมาะสำหรับเด็ก 6 ขวบขึ้นไปที่พอจะอ่านหนังสือออกบ้าง แต่ถึงอ่านและพิมพ์ข้อความเองไม่ได้ ก็เชื่อว่าพี่เลี้ยงจะทำส่วนนี้ให้ สิ่งสำคัญก็คือการได้คิดเลือกเนื้อหาเองว่าจะทำอะไร และต้องฝึกตั้งคำถามด้วย ผมคิดว่าถ้าเด็กที่โตสักหน่อยและอ่านออกเขียนได้จะได้ประโยชน์เต็มที่ ได้รู้ว่าอาชีพนักข่าวต้องทำอะไรบ้าง แม้จะเป็นแค่เรื่องเล่นๆ แต่มันก็จำลองมากจากของจริง

แม้ว่าค่าเข้า Kidzania จะแพง อาหารในนั้นก็แสนจะแพง ไม่สามารถเอาน้ำและอาหารจากข้างนอกเข้าไปได้ และ ค่าจอดรถที่พาราก้อนก็แพงมากเนื่องจากต้องจอดนาน เพราะมาตั้งแต่เช้าตอนห้างเปิด เล่นจนคุ้มแล้วออกมาฟ้าก็มืดแล้ว บิลจอดรถบอกเวลาว่าผมจอดรถไป 10 ชั่วโมง 26 นาที ทุกอย่างแพง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่จ่ายไหว สิ่งที่ได้นอกจากความสนุกของเด็กแล้ว ยังได้โอกาสในการฝึกฝนและสัมผัสกับอาชีพได้มากกว่าจินตนาการ แต่ถามว่าให้ไปบ่อยๆเอาไหม ไม่เอาครับ เพราะกิจกรรมบางอย่างมันเล่นครั้งเดียวก็พอรู้ ไม่จำเป็นต้องซ้ำ

เรื่องราวของเพลินพัฒนา

โรงเรียนเพลินพัฒนา เป็นโรงเรียนทางเลือกที่เริ่มเป็นที่รู้จัก มีผู้ปกครองบางท่านได้เคยโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาผมว่า บ้านอยู่ไกล แต่อยากเรียนโรงเรียนนี้ มีคำแนะนำให้ไหม ซึ่งผมก็ตอบไปว่า เรียนใกล้บ้านเถอะ

วันที่ลูกเข้าเรียนที่เพลินพัฒนา ลูกผมมาสมัครและได้รับเลือกให้เข้าเรียนได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่ได้มีคิวที่ยาว ไม่ได้ต่อแถวนานๆ ไม่ได้เป็นตัวสำรองของคนอื่นที่รอสละสิทธิ์ แต่หลังจากที่ผ่านพ้นปีนั้นไปแล้ว โรงเรียนเพลินพัฒนา เริ่มมีคนมาสมัครมากขึ้นเรื่อยๆ มีปีที่ได้ข่าวว่ามีการมาต่อแถวยื่นใบสมัครแต่เช้ามืด เพื่อนผมพาลูกมาสมัคร เป็นคิวตัวสำรองลำดับที่ 40 ผมได้ข่าวแบบนี้แล้วตกใจจริงๆ

แต่ก็ไม่ได้แปลกใจที่คนอยากเรียนจะมีจำนวนมาก เพราะสิ่งที่ผมประสบด้วยตัวเองคือคุณภาพของการเรียนรู้ และครูที่ทุ่มเทอย่างจริงใจ ยิ่งมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจจากพ่อแม่ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เข้าใจว่า ผลลัพธ์ที่เกิดกับเด็กต้องจับต้องได้และมีคุณภาพแน่นอน

ผ่านมาถึงชั้นประถม ได้พบกับคลิปวิดีโอตัวนี้ ที่เป็นการรีวิวโดยครูและพิธีกรในแง่มุมที่พ่อแม่อย่างเราไม่เคยรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโรงเรียน เพราะสิ่งที่ลูกนำออกมาและปฏิบัติตัวมาตลอดช่วงเวลาที่เรียนอนุบาลเป็นพัฒนาการที่พ่อแม่ก็แอบทึ่ง และดีใจปนประหลาดใจหลายครั้ง ทั้งความช่างคิด ช่างสงสัย และนิสัยส่วนตัวที่แสดงออกอย่างมีกาลเทศะต่อเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งหลายๆอย่างทำได้ดีกว่าสิ่งที่พ่อแม่เคยทำในวัยเดียวกับลูก

หลังจากคลิปนี้ออกไป เชื่อว่าคงมีความนิยมและเป็นที่รู้จัก รวมถึงเป็นที่ต้องการของพ่อแม่ใหม่ๆอีกหลายบ้าน และมันก็สอดคล้องกับประกาศของโรงเรียนว่าจะมีการเพิ่มห้องเรียนให้มากขึ้นในปีหน้า

การเรียนการสอนที่ไม่พยายามใส่วิชาการที่ยัดเยียด การสอนให้อ่านเมื่ออยากอ่านมีผลชัดเจน ขอบฟ้าสามารถอ่านหนังสือได้เร็วมากโดยที่เมื่อสามเดือนที่แล้วยังสะกด กอ อา กา อยู่เลย แต่วันนี้อ่านเป็นประโยคยาวๆได้แล้ว

พัฒนาการเรื่องวิชาการเป็นสิ่งที่พ่อแม่อย่างผมไม่คาดหวังว่าจะลึกและเก่งระดับนักเรียนทุน เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ชีวิตนั้นสำคัญกว่าระดับความรู้ แต่อย่างน้อย ลูกของพวกเราจะต้องมีความรู้ที่เข้าใจพื้นฐานอย่างรู้จริง และเชื่อมโยงหาคำตอบต่อทุกคำถามที่เกิดขึ้นได้ ดูหวังไกลไปหน่อย แต่โรงเรียนทำให้เราหวังแบบนี้

ขนจักรยานไปขี่เล่นที่พุทธมณฑล

เช้าวันอาทิตย์อีกวันหนึ่งที่หากิจกรรมครอบครัวทำร่วมกัน พ่อแม่ลูกเลือกไปขี่จักรยานเล่นที่พุทธมณฑลซึ่งเป็นสถานที่ศาสนสถานที่ใหญ่โตมาก ทุกเช้าวันหยุดจะมีคนมาออกกำลังกาย เดิน วิ่ง จำนวนมาก และเราก็มาขี่จักรยานกัน

IMG_0029

จักรยานสองคันนี้เราแบกใส่รถฮอนด้าฟรีดมาได้อย่างสบายๆ รถยนต์ที่มีฟังค์ชั่นการขนของได้เหมือนรถตู้ แต่คันไม่ใหญ่มาก ฟรีดสามารถใส่จักรยานขนาดกลางและเล็กได้พร้อมกัน ปกติถ้าเป็นรถเก๋ง นักปั่นที่อยากแบกจักรยานขึ้นรถก็จะมีทางเลือกคือ ใช้จักรยานพับ หรือไม่ก็ใช้ตัวติดตั้งท้ายรถเพื่อขนจักรยาน ให้จักรยานแสนแพงไปทำหน้าที่กันชนหลัง แต่บ้านผมไม่ได้มีจักรยานแพง จักรยานแม่บ้านคันละพันกว่าบาทเป็นทางเลือกที่ผมชอบมาก เพราะมันมีตะกร้า และใส่ที่นั่งเพิ่มเติมได้อีก

IMG_0032

จักรยานทรงแม่บ้านที่มีตะกร้าก็สะดวกสำหรับการใส่ของที่จำเป็นอย่างเช่นกระติกน้ำ ติดที่หนีบแก้วน้ำหรือขวดน้ำก็ได้ ใส่ที่สูบลมขนาดเล็ก เครื่องมือช่างสำหรับแก้ไขปรับแต่งจักรยาน รวมไปถึงเสบียงต่างๆ ขนม ข้าวกล่อง จะเอาอะไรอีกล่ะ ตะกร้าใส่ของได้เยอะมาก นี่เป็นเหตุผลที่ผมชอบจักรยานแม่บ้าน และไม่คิดจะซื้อจักรยานแบบอื่น

IMG_0050

ส่วนคันเล็กที่ติดมาด้วยก็เป็นมรดกที่ป้ายกให้หลาน คันเล็กมาแบบสี่ล้อ แล้วขอบฟ้าก็เอามาหัดขี่แบบสองล้อ ใช้เวลาหัดไม่กี่วันก็ขี่ได้ ขี่ในบ้านแคบๆกับระแวกบ้านอยู่หลายเดือน จนวันนี้เราได้แบกมาขี่ในที่กว้างๆ เป็นทริปปั่นอีกทริปหนึ่งที่แม่ลูกได้ขี่แบบสองล้อคนละคันไปพร้อมกัน ส่วนพ่อเดินดู แบกของ ซ่อมแซม ปรับเบาะ สูบลม ทำสิ่งที่เป็นหน้าที่พ่อบ้านต้องทำ

ดูตอนที่หัดขี่

IMG_0047

พุทธมณฑลเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่เวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งวันสำคัญทางศาสนาที่นี่จะมีคนเยอะมาก ทุกคนขับรถมาที่แห่งนี้ ผลก็คือ รถติด และรถติดในพุทธมณฑลจนออกยาก ผมเคยติดอยู่ในนี้เป็นชั่วโมง อยากออกก็ไม่ได้ออก เพราะรถติดมาก เดินเร็วกว่าขับรถ และเป็นความทรงจำที่จะบอกปากต่อปาก บอกลูก บอกคนรอบตัวว่า วันสำคัญทางศาสนา อย่าไปพุทธมณฑลเด็ดขาด

IMG_0036

ถ้ามาที่แห่งนี้ตอนเช้า แล้วขากลับตอนสายๆจะแวะหาของกิน ก็มีร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เปิดตั้งแต่เช้า เราสามารถไปจอดรถริมถนนแล้วแวะกินได้ หัวถนนก็มีคอมมูนิตี้มอลในนั้นมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมง มีฟู้ดแลนด์อยู่ด้วย

IMG_0052
IMG_0040
IMG_0028

แปะแผนที่ไว้ให้เผื่อใช้นำทางไป

น้ำ 2 แก้ว

IMG_20190602_142902

ขอบฟ้ามีนัดไปตรวจร่างกายกับคุณหมอที่โรงพยาบาล และด้วยความอยากรู้ว่าน้ำจะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวได้สักเท่าไหร่ หลังชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วเลยทดลองกินน้ำที่โรงพยาบาลไป 2 แก้ว

IMG_20190602_143241

ผลก็คือชั่งน้ำหนักครั้งสุดท้ายได้ 21.4กิโลกรัม เลยไปดูที่แก้วว่าน้ำในแก้วมีปริมาณเท่าไหร่ พบว่าในแก้วจะใส่น้ำ 220 cc ก็จะเทียบได้เป็นน้ำหนัก 0.22 กก. นั่นเอง กินไปสองแก้ว น้ำหนักก็ขึ้นมา 0.44 กก. ตัวเลขที่ชั่งครั้งแรกที่ระบุไว้ 20.9 กก. นั้นคงเป็นการปัดเศษทิ้ง ส่วน 21.4 คงเป็นการปัดเศษขึ้น

IMG_20190602_143325

ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

นกกระเต็น

อยู่ๆก็มีนกบินชนกระจกแล้วตกลงมาในสนามหญ้า ผมกับลูกเข้าไปดูใกล้ๆเห็นบาดเจ็บอยู่ นกสีสันสวยงาม ตัวใหญ่ ท่าทางเจ็บหนัก เลยถือโอกาสสอนลูกให้หาคำตอบจากอินเทอเน็ตว่านกชนิดนี้คือนกอะไร ให้ลูกใช้เสียงค้นหาจาก smart tv โดยเข้าอินเทอเน็ตหาข้อมูลโดยพูดว่า นก ปากยาวแดง ปีกน้ำเงิน ทีวีแสดงผลการค้นหามาชุดหนึ่ง ดูรูปก็พบว่ามันคือ กระเต็นใหญ่ธรรมดา (Stork-billed Kingfisher): Pelargopsis capensis

ผมเอาคำที่ค้นหามาพิมพ์หาอีกครั้งใน google เพื่อใช้ประกอบบทความ

ก่อนหน้านี้ก็มีนกหน้าตาแบบนี้แต่คนละสีตกลงมาตายอยู่ตัวนึง ตัวเป็นสีเหลือง คาดว่าคงเป็นนกกระเต็นเช่นกัน

อยากได้คำตอบอะไรก็ไปค้นหาในอินเทอเน็ต โลกเราใช้อินเทอเน็ตจนชิน ถ้าเป็นสัก 30 ปีที่แล้ว พอเราเห็นนกตกลงมาแบบนี้ ไม่รู้ว่ากว่าเราจะได้คำตอบเราต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ ลองคิดเล่นๆ ถ้าเราไม่มีอินเทอเน็ต พอเห็นนกตกลงมา เราต้องเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายเก็บไว้ ใช้ฟิล์มถ่ายภาพ เอาไปล้างอัด ได้ภาพแล้วถือภาพไปเข้าห้องสมุด ไปหาหนังสือข้อมูลนก ต้องไปลุ้นอีกว่าห้องสมุดจะมีหนังสือนกหรือไม่ อ้อ แล้วจะมีห้องสมุดที่ให้เด็กอายุ 6 ขวบเข้าหรือเปล่า ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดมหาวิทยาลัยไม่ให้คนนอกเข้าอยู่แล้ว สมมุตว่าเข้าได้ หาหนังสือเกี่ยวกับนกเจอแล้วก็เปิดไปทีละหน้า ดูไปเรื่อยๆ คาดว่าก็คงเจอภาพ ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่ถ่ายภาพจนเดินทางไปห้องสมุดอาจใช้เวลา 5 วัน เป็นอย่างเร็ว

IMG_9910

อินเทอเน็ตลดระยะเวลาการหาคำตอบ จาก 5 วัน เหลือ 1 นาที เร็วขึ้นกว่าในอดีต 7200 เท่า พ่อแม่ยุคใหม่จะสอนลูกด้วยวิธีการเก่าๆไม่ได้แล้ว เรามีเทคโนโลยีอะไร เราก็ใช้ให้คุ้ม โลกเรามีสิ่งที่จำกัดอย่างเดียวคือเวลา อะไรที่ทำให้ประหยัดเวลาได้ สิ่งนั้นขายดี


IMG_9905
IMG_9913

ขึ้น ป 1 แล้วครับ

IMG_0138

ขอบฟ้าเข้าเรียนเพลินพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี คศ 2015 ตอนนี้ปี 2019 กำลังจะได้ขึ้นประถม1 โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนแนวทางเลือกแบบที่ผู้คนทั่วไปเขาเรียกกัน เป็นรูปแบบโรงเรียนที่สอนเด็กแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต ผมกับแม่ขอบฟ้าเลือกที่จะอยู่ที่เพลินพัฒนาเพื่อให้ขอบฟ้าได้เรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่เหมือนยุคของพ่อแม่

IMG_0142

พวกเราพ่อแม่เคยผ่านการเป็นนักเรียนในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ยุคที่ทุกโจทย์มีคำตอบเดียว นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้ขอบฟ้าต้องพบกับวิธีการสอนเหล่านี้ คำว่าโรงเรียนทางเลือกเป็นคำที่ไม่ได้บ่งบอกวิธีการเรียนการสอน การเสี่ยงเอาลูกมาอยู่ที่โรงเรียนนี้เป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง และที่ผ่านมาประมาณ 4 ปี พวกเราพ่อแม่พบว่าเราเสี่ยงแล้วคุ้ม เพราะผลที่เกิดกับลูกของเราเองเป็นสิ่งที่เราปลาบปลื้ม หลายประสบการณ์หลายมุมมองของลูกเป็นไปในรูปแบบที่เราเองยังไม่คาดคิด

IMG_0143

การแก้ปัญหาบางอย่างของขอบฟ้าเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ขอบฟ้าไปเล่นในห้างแล้วโดนแย่งของเล่นโดยเด็กคนหนึ่ง เราเป็นพ่อแม่ก็เฝ้ามองและคิดไปล่วงหน้าว่าถ้าเราเป็นลูกเราจะทำอย่างไร และเราจะสอนให้ลูกทำอย่างไร จะสอนให้หลีกเลี่ยงการโดนแย่งได้อย่างไร ซึ่งเราตั้งใจจะสอนลูกให้ระวังไม่ให้โดนแย่งจริงๆ เราจะสอนลูกให้อย่าอยู่ใกล้คนที่มีนิสัยแย่ง อาจจะแยกไปเล่นวงอื่น แยกไปเล่นมุมอื่น แต่ขอบฟ้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ในระดับที่พ่อแม่ประหลาดใจ ขอบฟ้าหน้าเสียเล็กน้อยตอนโดนแย่ง มองกลับมาที่พ่อแม่ตอนที่โดนแย่ง และอีกสัก 2 วินาที ขอบฟ้าก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาพ่อของเด็กที่มาแย่ง แล้วบอกกับพ่อเด็กว่า คนนี้แย่งของเล่น นั่นทำให้พ่อเด็กมาจัดการและสั่งให้คืนของ ขอบฟ้าได้เล่นต่อ เด็กแย่งเลิกแย่ง พ่อของเด็กทำในสิ่งที่เหมาะสมกับการเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กทุกคน ผมเฝ้ามองแล้ว อยากปรบมือให้แรงๆเลย

ตอนนี้เข้าสู่ ป1 เป็นช่วงเวลาที่การเรียนรู้จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น วิชาการมากขึ้น ผมไม่แคร์กับการรู้เนื้อหาวิชาการช้าเมื่อเทียบกับโรงเรียนที่เน้นวิชาการ หรือเน้นการสอบ เน้นการเป็นที่ 1 แต่กับโรงเรียนแนวทางเลือกผมเฝ้ารอให้ลูกจะค่อยๆโตขึ้นและได้ค้นพบตัวเองด้วยตัวเอง เฝ้ารอว่าสักวันขอบฟ้าจะเข้ามาบอกกับพ่อแม่ว่าอยากจะเรียนอะไร อยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร เพราะเราเชื่อว่าวิธีการสอนที่ดี และประสบการณ์ต่างๆที่โรงเรียนค่อยๆพาลูกเดินไปจะช่วยให้เด็กแต่ละคนค้นพบความชอบหรือค้นพบความสนใจเร็วกว่าโรงเรียนในภาคปกติ

พูดไปก็อาจจะดูเหมือนโม้และเพ้อเจ้อ แต่ประสบการณ์ที่เราผ่านมาในการเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ชวนให้เรากล้าเพ้อ มันต้องดีกว่าสมัยที่เราเป็นเด็กสิ เพราะเราผ่านยุคเก่ามาแล้ว และเรามอบสิ่งใหม่ๆให้กับลูกเรา เรากำลังให้ในสิ่งที่เราเคยอยากได้ และความอยากให้นี้ผ่านการคิดมาอย่างดีแล้วด้วย

ลองกลับไปอ่านตอนแรกของการเข้าโรงเรียนนี้

แถมภาพวันแรกที่เดินเข้ามาสมัครเรียน ตอนสองขวบปลายๆกับการมาสมัครเพื่อเข้าเรียนช่วงพรีเนอส ซึ่งเป็นชั้นที่มีไว้สำหรับเด็กก่อนเตรียมอนุบาล

IMG_1245.JPG

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

ต่อ lego ตามแบบ

ในที่สุดขอบฟ้าก็ต่อ lego ตามแบบได้ แม้ว่าพ่อจะนั่งอยู่ข้างๆคอยตรวจให้ว่าทำถึงขั้นไหนแล้ว แต่ก็ถือว่ามีความพยายามต่อเนื่องที่ต่อจนจบ อยู่ๆลูกก็เล่นแบบมีสมาธินานๆได้ นึกว่าจะเป็นลิง ลุกวิ่งตลอดเวลาซะอีก

IMG_0213