ลูกถามพ่อ รู้ได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจน?

ระหว่างที่ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน
ขอบฟ้า : โพลี่  เรารู้ได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจน
พ่อ : ต้นไม้สังเคราะห์แสงไง เปลี่ยนคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เป็นอ๊อกซิเจน
ขอบฟ้า : แล้วต้นไม้ไม่ใช้อ๊อกซิเจนหายใจเลยเหรอ
พ่อ : ใช้ด้วยสิ  ตอนกลางวันต้นไม้จะหายใจและผลิตอ๊อกซิเจน ตอนกลางคืนต้นไม้จะหายใจอย่างเดียว ไม่ผลิตอ๊อกซิเจน
ขอบฟ้า : แล้วโพลี่เชื่อได้ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจนจริง
พ่อ : พ่อเคยเห็นต้นไม้ในน้ำคายอ๊อกซิเจน มีฟองอากาศออกจากใบเลย  แล้วก็ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
ขอบฟ้า : แล้วต้นไม้ไม่ใช้อ๊อกซิเจนที่ผลิตมาหายใจเหรอ
พ่อ : ต้นไม้หายใจจะใช้อ๊อกซิเจนด้วย  และจะมีส่วนที่ผลิตอ๊อกซิเจนด้วย มันเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ตอนกลางวันต้นไม่จะผลิตอ๊อกซิเจนเยอะกว่าที่ใช้หายใจ
ขอบฟ้า : ……  (ทำหน้าคิด  แต่ไม่ถามต่อ)

 

ผมก็เลยไปหาคำตอบว่าเราจะพิสูจน์ยังไงว่าต้นไม้ผลิตอ๊อกซิเจนจริงๆ ก็พบกับคลิปวิดีโออันนี้ครับ

แม่ลูกคุยกันเรื่องมอเตอร์ไซด์วันจันทร์

ขอบฟ้ากับแม่กำลังนั่งรถไปห้างในวันอาทิตย์  แม่คุยกับขอบฟ้าเรื่องคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ  มอเตอร์ไซด์ภาษาไทย เอามาจาก มอเตอร์ไซเคิ่ล ภาษาอังกฤษ  แล้วก็สะกด มอ ออ มอ  ตอ เออ เตอ ร เรือการัน สระไอ ซอ โซ่ ดอ เด็ก การัน  อ่านว่า มอเตอร์ไซด์

แม่บอกว่าการันจะไม่ออกเสียง  เหมือนคำว่า วันจันทร์  ทอ รอ การัน ไม่ออกเสียง  ขอบฟ้านิ่งคิดอยู่ห้าวินาทีแล้วถามว่า  การันไม่ออกเสียง แล้วไม่เขียนได้ไหม  ทำไมต้องใช้การัน  แม่ให้ข้อมูลว่า การันไม่ออกเสียง แต่ให้คงไว้แบบการันเพื่อให้รู้ว่าคำนี้มีที่มาจากอะไร

มันเป็นเหตุผลเดียวที่นึกออกจริงๆ  ผมก็หาเหตุผลที่ดีกว่านี้ไม่ได้  ในวัยเด็กผมก็เคยคิดสงสัย แต่ไม่กล้าถามใคร  ผมโตมาในระบบการศึกษาที่ต้องเชื่อครูทุกอย่าง ต้องเชื่อผู้ใหญ่ทุกอย่าง ห้ามสงสัย ห้ามถามนอกเรื่อง  ส่วนขอบฟ้าโตมาในยุคอินเทอเน็ตและได้รับการปลูกฝังนิสัยช่างสงสัยและนิสัยการตั้งคำถามจากโรงเรียน  ผมชอบที่ขอบฟ้ามักจะสงสัยและกล้าถาม

สิ่งที่ผมจะพยายามทำก็คือ พยายามหาคำตอบมาให้  และจะไม่ไปสั่งให้หยุดถาม  จะไม่บอกว่าให้จำไปแบบนี้  หรือบอกว่าเขาทำมาแบบนี้เราเลยต้องทำไปแบบนี้

สุดท้ายขอบฟ้าออกความเห็นว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ยากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะภาษาไทยซับซ้อนมาก นี่คือความเห็นของเด็ก 6 ขวบ ผมฟังแล้วก็เห็นด้วย และทึ่งในประสบการณ์วิเคราะห์ภาษาร่วมกันครั้งนี้

 

ไปค้นหาเรื่องการัน และได้พบกับคำอธิบายที่ดี  ก็ได้ความรู้ติดตัวกลับมาว่า การันคือตัวหนังสือที่อยู่ในลำดับสุดท้ายของคำ    ส่วน “  ์  ” เครื่องหมายนี้จะฆ่าเสียงของตัวอักษร  และตัวที่ถูกฆ่าเสียงเรียกว่าตัวการัน จะไม่ออกเสียงเวลาพูด นี่คือความซับซ้อนแต่มีความงามซ่อนอยู่

ตามไปอ่านกันต่อเองเลยที่

https://krupiyarerk.wordpress.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/

 

 

 

ทำปฏิทินขอบฟ้า 2019

ปฏิทินที่ใส่ภาพลูกเป็นสิ่งที่ทำทุกปี  โดยจะเลือกภาพที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนมาใส่ให้ตรงเดือน เมื่อใช้ปฏิทินในแต่ละเดือน ก็จะเห็นภาพของลูกในเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

ภาพเดือนมกราคมคือภาพที่พาขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลอง 5 รังสิต

ภาพเดือนกุมภาพันธ์เป็นภาพที่ถ่ายจากงานวิ่งของหนังสือไดโนรัน วิ่งที่สวนสิริกิติ์ จตุจักร

ภาพเดือนมีนาคมคือภาพที่ถ่ายที่สนามเรียนฟุตบอล  ขอบฟ้าลงแข่งนัดกระชับมิตร

ภาพเดือนเมษายนถ่ายในสระว่ายน้ำตอนไปเที่ยวหัวหิน ใช้กล้องฟิล์มใส่พลาสติกกันน้ำ

ภาพเดือนพฤษภาคมเป็นตอนที่ให้ขอบฟ้าดูดาวพฤหัสที่บ้านบางขุนนนท์

ภาพเดือนมิถุนายนถ่ายที่ร้านอาหารน้ำเคียงดิน เป็นการเลี้ยงครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่

ภาพเดือนกรกฎาคมขอบฟ้าไปเที่ยวเชียงใหม่และแวะไปดูโรงงานทำกระดาษสาจากขี้ช้าง

ภาพเดือนสิงหาคม ขอบฟ้าชอบการ์ตูนเรื่องปาร์แมนมาก และแต่งตัวเป็นปาร์แมนไปเที่ยวอยุธยา

ภาพเดือนกันยายนถ่ายที่โรงแรมมาริอ็อท บุคคโล ในงานแต่งงานของญาต

ภาพเดือนตุลาคมถ่ายที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน

ภาพเดือนพฤศจิกายนพ่อพาขอบฟ้าไปพบเดวิดเบ็คแฮมที่สนามฟุตบอลเมืองทอง

ภาพเดือนธันวาคมถ่ายที่หอดูดาวฉะเชิงเทราในกิจกรรมครอบครัวดาราศาสตร์

kobfa-calendar-2019e_Artboard-00-coverkobfa-calendar-2019e_Artboard-01kobfa-calendar-2019e_Artboard-02kobfa-calendar-2019e_Artboard-03kobfa-calendar-2019e_Artboard-04kobfa-calendar-2019e_Artboard-05kobfa-calendar-2019e_Artboard-06kobfa-calendar-2019e_Artboard-07kobfa-calendar-2019e_Artboard-08kobfa-calendar-2019e_Artboard-09kobfa-calendar-2019e_Artboard-10kobfa-calendar-2019e_Artboard-11kobfa-calendar-2019e_Artboard-12kobfa-calendar-2019e_Artboard-13 back

พาลูกดูดาว ที่ฉะเชิงเทรา

IMG_4844

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรม ครอบครัวดาราศาสตร์ ในช่วง 15-16 ธันวาคม 2561 โดยการลงทะเบียนจอง มีโควต้า 120 คน กำหนดการเริ่มจองจะประกาศล่วงหน้า บ้านที่ส่งอีเมลจองทันเวลาจะได้รับสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องเตรียมเต๊นท์ไปเอง เพราะกิจกรรมจะนอนค้างที่หอดูดาว 1 คืน ปีนี้จัดเป็นปีที่ 2

ค่ายครอบครัวดาราศาสตร์2561
IMG_20181215_095818_1

หอดูดาวที่จัดงานอยู่ฉะเชิงเทรา ผมออกจากบ้าน 7.00 น. ขับรถแวะเติมน้ำมัน ขับไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้เส้นทาง เปิด googlemaps ขับตามไปเรื่อยจนถึง มีเส้นทางแยกที่ทำให้สับสนนิดหน่อยแต่ก็ไปจนถึงทันเวลานัดหมาย กิจกรรมเริ่ม 9.00 น. วันเสาร์

IMG_20181215_090932
IMG_4907

กิจกรรมก็จะเน้นความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง สิ่งที่ขอบฟ้าชอบมากที่สุดในแคมป์ครั้งนี้คือการได้ทำจรวดขวดน้ำ ได้ออกแบบ ได้คิด โจทย์ของจรวดขวดน้ำจะเพิ่มการบรรทุกไข่นกกระทาสองฟองไปกับจรวดด้วย ซึ่งจรวดที่วิ่งออกไปตกลงพื้นจะต้องไข่ไม่แตก เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก ขอบฟ้าเลือกที่จะให้สร้างจรวจแบบที่มีชิ้นส่วนร่อนลงจอดแบบมีร่มชูชีพ ทำให้การลงจอดของไข่ช้าลง ส่วนพ่อก็สร้างตามที่ลูกคิด

IMG_4783
IMG_4799
IMG_4800

อีกกิจกรรมที่ได้ความรู้ชั้นดีคือการสร้างดาวหาง ซึ่งมีส่วนประกอบทางกายภาพที่เหมือนดาวหางจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ ดาวหางคือก้อนน้ำแข็งโสโครก การสร้างก้อนแบบนี้จะต้องใช้ สารอินทรีย์จากดิน กาแฟ น้ำ แอมโมเนีย น้ำแข็งแห้ง และสุดท้ายดาวหางก็อยู่ในมือพวกเรา ได้เห็น ได้จับ การเรียนรู้แบบนี้น่าจะได้รับการจดจำไปอีกนาน

IMG_4776

ได้ใช้กล้องดูดาวระดับกึ่งอาชีพ เป็นกล้องดูดาวขนาดใหญ่ โอบไม่รอบ ได้จับ ได้ปรับ ได้ทดลองใช้ตัวจริง กล้องดูดาวชนิดดร็อบโซเนียนรุ่นนี้ได้รับการแจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้การได้เห็นกล้องดูดาวยักษ์บนหอดูดาวซึ่งตัวกล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางของกระจกรับภาพ 0.7 เมตร เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ซึ่งตัวที่ใหญ่กว่านี้จะอยู่ที่เชียงใหม่โดยมีขนาด 2.4เมตร แต่แค่ 0.7 เมตรที่ฉะเชิงเทราก็สร้างความตื่นเต้นสำหรับคนดูได้มากอยู่แล้ว

IMG_4838
IMG_20181216_054455

การกางเต๊นท์ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก เพราะได้เรียนรู้ว่าเราสามารถนอนพักที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องพักโรงแรม ทริปนี้ยังขาดประสบการณ์การทำอาหารกินอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะทีมจัดกิจกรรมดูแลเรื่องของกินครบถ้วนทุกมื้อ อาหารว่างก็ครบ กาแฟมีตลอดเวลา นับว่าเป็นค่ายที่มีความพร้อมในการจัดงานดีมาก ขอชื่นชมทีมงานของหอดูดาวทุกคน

IMG_4752

สถานที่แห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ มีท้องฟ้าจำลอง มีการฉายวิดีโอและสไลด์เกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อีกแหล่งหนึ่งใกล้กรุงเทพ เหมาะกับการพาเด็กมาเที่ยวอย่างมาก

IMG_4822
IMG_4847
IMG_4876
IMG_4889
IMG_20181216_130817

สุดท้าย ไข่ในจรวดของขอบฟ้า ไม่แตก

ขอบฟ้า เพลินๆ 11dec2018 แก้ปัญหาโดนแย่งของ

IMG_20181205_124903

 

 

ขอบฟ้ามีพัฒนาการเรื่องการยืนให้ถ่ายรูปดีกว่าแต่ก่อนมาก  ไม่มีอาการหลบหน้า เหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  การบอกให้นิ่งหน้ากล้องทำได้ทุกครั้ง และให้ความร่วมมือทุกครั้ง  และในหลายๆครั้งที่ถ่ายแล้วพ่อรู้สึกว่าอยากถ่ายซ้ำก็ขอให้ขอบฟ้ากลับไปถ่ายใหม่  ขอบฟ้าก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง  รู้สึกว่าขอบฟ้าให้ความร่วมมือกับการร้องขอของคนอื่นมากขึ้น

 

พ่อพาขอบฟ้าไปเล่นที่จามจุรีสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับเด็ก มีพื้นที่การเล่นเลโก้ยักษ์มุมหนึ่ง  เด็กแต่ละคนจะหยิบเลโก้ยักษ์มาต่อเป็นสิ่งที่ต้องการ  ขอบฟ้าก็กำลังเล่นเลโก้  และ ได้มีเด็กคนหนึ่งที่ดูแล้วอายุพอๆกันเดินเข้ามาหยิบชิ้นส่วนที่ขอบฟ้ากำลังใช้งานออกไป  พ่อนั่งดูอยู่ห่างๆก็คิดในใจว่า เด็กที่เข้ามาแย่งของนั้นพ่อแม่ไม่ดูแลเลย  ขอบฟ้าหน้าตาดูผิดหวังและดูเหมือนไม่พอใจ  หันมามองพ่อทีนึงแล้วก็เดินตามเด็กคนนั้นไป  และเดินเลยไปหาพ่อของเด็กคนนั้นและบอกว่า เด็กคนนี้แย่งของ  พ่อของเด็กคนนั้นก็เลยบอกกับลูกตัวเองว่าอย่าหยิบของของคนอื่น  ขอบฟ้าก็ออกมาเล่นต่อ  แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่มาหยิบของที่ขอบฟ้ากำลังเล่นอีก

 

เหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกว่าขอบฟ้าโตขึ้นมาก  และมีการแก้ปัญหาที่ดีเกินคาด  พ่อรู้สึกดีใจที่ขอบฟ้ากล้าหาญที่จะปกป้องตัวเองอย่างสุภาพ  และมันเป็นวิธีที่ได้ผลด้วย

 

ปฏิทินขอบฟ้า ปี 2019 หรือ พศ 2562

 

เป็นสิ่งที่ทำมาทุกปีกับปฏิทินที่ทำเองใช้เอง  เอาภาพถ่ายของขอบฟ้าในปีที่ผ่านมาไปทำภาพปฏิทินของปีถัดไป  อย่างเช่น เดือนมกราคมปี 2018 ขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ได้ถ่ายภาพที่ชอบกลับมา (พ่อชอบ)  ก็เลยเอาภาพมาใช้ประกอบในปฏิทินปี 2019 นั่นเอง  ดังนั้นเมื่อดูภาพในปฏิทินก็จะได้เห็นภาพว่า เมื่อปีที่แล้วไปทำอะไรมา

 

ทำหนังสือนิทานข้าวหลาม

ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ห้องของขอบฟ้าจะมีกิจกรรม เผาข้าวหลาม อยู่ในกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า “คุณค่า คุณข้าว” พ่อแม่ในห้องอนุบาล 3/4 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ชื่อว่า มังกรยิ้มแฉ่ง จะต้องสอนเด็กเผาข้าวหลาม ก็คือต้องสอนลูกของเราเผาข้าวหลามให้เป็น สิ่งที่จะใชัจัดงานก็มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย บรรดาพ่อแม่ในห้องก็ต้องนัดกันแบ่งงาน แบ่งของที่จะขนไปจัดงาน สิ่งหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นคือ นิทานข้าวหลาม เป็นหนังสือเล่มเล็กที่จะอธิบายวิธีการทำข้าวหลาม ซึ่งจะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ ทีมงานเลยคิดทำเป็นหนังสือนิทาน และหนังสือนิทานก็ออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

เตรียมงานกันหน้ามืด คนวาด คนจัดพิมพ์ มีเวลาทำกันไม่มาก แต่ก็ออกมาได้ใช้ทันเวลา อีกหน่อยถ้าจะทำหนังสือนิทานขายกันก็ไม่ยากแล้ว

พ่อแม่แต่ละบ้านต้องไปหาวิธีทำ หาข้อมูล หาวัตถุดิบ และลงมือ เราได้รู้ว่าไม้ไผ่ทำข้าวหลามจะต้องเป็นพันธุ์ที่มีเยื่อไผ่เยอะๆจะทำให้ข้าวเหนียวติดกับเยื่อดูสวยงาม เราได้รู้ว่าการทำให้ข้าวหลามสุกจะมีหลายวิธี และเราก็เลือกวิธีเผาในถังน้ำมันผ่าครึ่ง เราได้รู้ส่วนผสมของข้าวหลาม 1 กระบอกจะมีข้าวเหนียว กระทิ เกลือ น้ำตาล ส่วนถั่วแดงหรือถั่วดำเราเลือกไม่ใส่เพราะหลีกเลี่ยงเด็กที่อาจจะแพ้ถั่ว

ไม้ไผ่สีเขียวเราได้จากป่าไผ่ที่ราชบุรี เป็นไผ่สีสวยและมีเยื่อหนาเหมาะกับการทำข้าวหลาม การจัดสถานที่ใช้เวลาก่อนหน้างาน 1 วัน หลังจากจบงานเราใช้เวลาเก็บของประมาณ 4 ชั่วโมง เศษลวด เศษไม้ต่างๆที่อาจจะทำอันตรายกับเด็กเราก็พยายามเก็บให้เกลี้ยง เพราะหากมันหลงเหลืออยู่ในสนามหญ้า คนที่จะบาดเจ็บคือลูกของพวกเราเอง

IMG_4738

คอนเส็ปแคมปิ้งก็ต้องมีเต๊นท์ด้วย เต้นผ้าทันสมัยก็หอบมาใช้วางประดับสถานที่ จัดบรรยากาศให้ดูเหมือนเราไปพักแรมกลางป่า

IMG_4739

จุดไฟเผาข้าวหลามเราใช้ถังน้ำมันดัดแปลง

IMG_0007

บรรดาแม่ทั้งหลายก็ซ้อมกิจกรรมกันตอนเช้า สนุกกันทุกคน เหมือนทุกคนมาเล่นกับลูก ลูกเพื่อนก็เหมือนลูกเรา

IMG_0018

ไม้แผ่นสีเขียวจากป่าแถวราชบุรี ไม่ได้ถามรายละเอียดว่าป่าไหน ฝากใครไปตัดมา แต่ก็เป็นไผ่ตัดเป็นชิ้นมาพร้อมใช้ ความยาวเหมาะสมกับการทำข้าวหลาม เยื่อไผ่มีปริมาณมาก

IMG_0015

คุณแม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อไฟด้วยถ่านเป็นเรื่องที่ทำกันไม่เก่ง ลองผิดลองถูกหน้ามืดเลย

IMG_0066

เล่นกับถ่านก็มือดำหน่อย

IMG_0074

ทีมงานที่คอยทำข้าวหลามรุ่นแรก งานวันนี้คือจะต้องมีข้าวหลามแจกเด็กร้อยกว่าคน

IMG_0245

เด็กในห้องของเราจะมาทำกิจกรรมละเอียด ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเด็กห้องอื่นก็จะแวะมาดูพรีเซ้นคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

IMG_0255

การเตรียมวัตถุดิบจะให้เด็กได้ตักทุกอย่างเอง ทั้งข้าว น้ำตาล เกลือ และตวงกระทิเองด้วย

IMG_0281

บางคนก็เติมกระทิน้อยเกินไป ตอนเผาออกมาข้าวก็จะแห้งและมีส่วนที่ไหม้เยอะ ถ้าเติมกระทิมากไปข้าวก็จะสุกช้า

IMG_0307

IMG_0322

เมื่อเติมส่วนผสมเสร็จแล้วก็ต้องปิดปากกระบอกด้วยการเอาทางมะพร้าวและใบตองมายัดเพื่อปิดให้สนิท

IMG_0253

แล้วก็เริ่มเผากันจริงๆ ข้าวหลามจะใช้เวลาอยู่ในกองไฟประมาณ 45-60 นาที ก็จะสุกและฟูพร้อมกิน

IMG_0094

ชุดกันความร้อนที่ดูแล้วก็น่ารัก ดูตลก แต่ใช้กันความร้อนได้ดีมาก

IMG_4746

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบ้าง

IMG_4796

กระบอกข้าวหลามขอเด็กแต่ละคนจะมีชื่อเขียนกำกับไว้

IMG_4839

ข้าวหลามที่สุกพอดีกิน เมื่อผ่าไม้ไผ่ออกก็จะพบว่าเนื้อขาวหลามกลมมนและถูกห้อหุ้มด้วยเยื่อไผ่อย่างสวยงาม

IMG_4853

ทำเสร็จแล้วก็ต้องกินหรือชิม เด็กๆตักกินราวกับว่าไม่ได้กินเมื้อเย็นเมื่อวาน คนเตรียมของก็ปลาบปลื้ม

IMG_4863

IMG_4866

เมื่อกินกันบางส่วนแล้วก็มาถึงเวลาอ่านหนังสือ ตัวแทนของห้องขึ้นมาอ่านหน้าชั้น

IMG_0168

งานพิมพ์ letterpress อย่างง่าย

งานพิมพ์ letterpress ไม่ได้จำกัดอยู่กับการพิมพ์การ์ด หรือ พิมพ์ตัวหนังสือ  ยังรวมถึงการพิมพ์รูปภาพต่างๆด้วยแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นมาด้วยหลักการของ letterpress  คือ แม่พิมพ์มีส่วนสัมผัสหมึก และไม่สัมผัส ทำให้การพิมพ์ภาพเกิดเป็นภาพตามที่ออกแบบไว้บนแม่พิมพ์

ปกติแม่พิมพ์ที่ใช้บ่อยในวงการพิมพ์แบบ letterpress ก็จะเป็นแม่พิมพ์เหล็ก และ แม่พิมพ์ยาง วันนี้เพิ่งพบว่ามีการใช้โฟมแทนแม่พิมพ์ด้วย  เทคนิคของการสร้างแม่พิมพ์จากโฟมก็อาศัยความนิ่มของเนื้อโฟม  เริ่มจากออกแบบลายเส้นที่ต้องการให้เกิดเป็นภาพ  แล้วทำการเอาดินสอจิกกดส่วนที่เป็นเส้นดำให้ลึกจมลงไป  จากนั้นก็เอาแม่พิมพ์ไปทาสีโปสเตอร์ หรือ สีพลาสติกก็ได้ แล้วเอามาประกบกับกระดาษที่ต้องการพิมพ์  หมึกที่ติดอยู่บนแผ่นโฟมก็จะมาติดบนกระดาษ  ส่วนของร่องลึกจะไม่โดนหมึก ก็จะไม่มีภาพในส่วนร่องลึกนั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร ที่จัดกิจกรรมดีๆน่าสนใจ   สถานที่แห่งนี้เป็นที่แห่งความฝันของเด็กและพ่อแม่ทุกคน  เป็นที่เล่นสนุกสนานเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก  การจัดการของทีมบริหารพิพิธภัณฑ์มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมาก

 

ลูกผมมาใช้บริการที่นี่ตั้งแต่สี่ขวบ  ยังคงสนุกอยู่แม้ว่าจะมาเป็นรอบที่สิบแล้ว

Compare

ระหว่างนั่งรอตรวจกับหมอที่โรงพยาบาล ก็นั่งดูทีวีที่เปิดอยู่

img_20180831_121639.jpg
ระหว่างนั่งรอตรวจกับหมอที่โรงพยาบาล ก็นั่งดูทีวีที่เปิดอยู่ แล้วก็เห็นภาพข่าวนี้  นัดหมอแปดโมงเช้า เก้าโมงหมอยังไม่เข้า

ขอบฟ้า : โพลี่  ดูอะไรครับ
พ่อ : ดูข่าวครับ
ขอบฟ้า : ข่าวอะไรเหรอครับ
พ่อ: รถบัส มีกางเกงในตากอยู่หลังรถ คนขับเขาตากไว้ แล้วไม่ได้เก็บ แล้วก็ขับรถออกถนน
ขอบฟ้า : ต้องเป็นข่าวด้วยเหรอ  มันสำคัญยังไง
พ่อ: นั่นสิ พ่อก็ไม่รู้ว่าสำคัญยังไง
ขอบฟ้า : แล้วเขาทำเป็นข่าวทำไม
พ่อ : นักข่าวช่องนี้เขาคงคิดว่าเรื่องนี้คือข่าว
ขอบฟ้า : ทำไมหมอมาช้าจัง
พ่อ : เดี๋ยวก็มา  อดทนรอหน่อยนะ

สร้างเด็กดี ต้องใช้วัตถุดิบดีๆ
แต่มาโรงพยาบาลก็เจอหมอเข้าสาย
ดูทีวีก็เจอข่าวที่ไม่มีสาระ  ธุรกิจทีวี มันพังเพราะทำข่าวแบบนี้แหละ ทั้งนักข่าว ทั้งเจ้าของช่อง

ขอบฟ้า เพลินๆ 13aug2018

IMG_0963.JPG

ขอบฟ้าคุยกับพ่อเรื่องการซ่อมรถ  ขอบฟ้าอยากสร้างรถขาย พ่อถามว่าขอบฟ้าจะขายคันละเท่าไหร่  ขอบฟ้าบอก 200 บาท  คนจะได้ซื้อง่ายๆ  เพราะเมื่อก่อนขอบฟ้าจะขายคันละ 10 ล้านบาท  ตอนนั้นพ่อบอกว่าเราต้องขายของในราคาที่คนอื่นอยากซื้อ
ก็เลยถามต่อว่า ขอบฟ้าจะสร้างรถยังไงให้ขาย 200 บาท ขอบฟ้ายบอกว่าจะเอาขยะมารีไซเคิล  จะเอาพลาสติก กับเหล็กมาจากถังขยะ  แต่เครื่องยนต์น่าจะไม่มี คงต้องซื้อเครื่องยนต์มา  ส่วนแอร์ในรถ ก็ให้เอาแอร์ที่ไม่ดีแล้วในบ้านมาใส่รถ  แล้วบ้านก็ซื้อแอร์เครื่องใหม่
ขอบฟ้าเลยขอให้พ่อช่วยสร้างรถหน่อย  พ่อก็รับปาก  และ เสนอว่า เราน่าจะลองทำคันเล็กๆก่อนแล้วพอทำเก่งแล้วค่อยทำคันใหญ่ๆ  ขอบฟ้าก็เห็นด้วย  พ่อก็เลยแนะนำว่าเราจะเอารถของเล่นคันเก่ามาทำให้เป็นรถที่วิ่งได้ เพราะตอนนี้มันเสียอยู่
แล้วขอบฟ้าก็ทวงพ่อทุกวันว่า จะซ่อมรถคันนี้หรือยัง  วันนี้อย่าลืมรื้อจากห้องเก็บของออกมานะ  ถามทุกวันจนพ่อต้องรื้อให้ และเตรียมของรอซ่อม
ขอบฟ้าถามว่า ตอนพ่อเป็นเด็ก เคยอยากสร้างรถไหม  พ่อบอกว่า เคย
ขอบฟ้าถามต่อว่า แล้วได้สร้างไหม  พ่อบอกว่า ไม่ได้สร้าง
ขอบฟ้าถามว่าทำไมไม่สร้าง  พ่อตอบว่า นั่นสิพ่อก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงไม่สร้าง
ขอบฟ้าถามต่อว่า  ทำไมไม่สร้างตอนที่อยากสร้าง  พ่อ……..  (สลดในใจ  ไว้จะหาคำตอบดีๆมาให้ขอบฟ้าวันหลัง)

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า

IMG_9606

 

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า
วันหนึ่งที่นั่งรถไปโรงเรียน ถนนเล็กแถวบ้าน รถพ่อขับตามรถเมล์คันหนึ่ง  เนื่องจากถนนเล็กเราเลยต้องวิ่งตามรถใหญ่ไป  รถเมล์ขับช้ามาก  ขอบฟ้าสงสัยว่าทำไมไม่ขับเร็วๆ  พ่อก็อธิบายว่า ถ้าขับเร็ว รถก็คนขึ้นน้อย รายได้ก็น้อย  เขาอยากให้คนเยอะ  เลยขับรอช้าๆ เพื่อให้คนมารอขึ้นรถเยอะๆ
ขอบฟ้า คนขึ้นเยอะแล้วดียังไง
พ่อ คนเยอะก็เก็บเงินได้เยอะ คนขึ้นรถเมล์ต้องจ่ายเงิน
ขอบฟ้า บนรถจ่ายเงินยังไงครับ เอาเงินไปให้คนขับเหรอ?
พ่อ บนรถจะมีคนขับ1คน มีคนเก็บเงิน 1 คน  คนเก็บเงินจะเดินไปเก็บคนที่นั่งบนรถ  แล้วก็เอาเงินมาแบ่งกัน  ขับรถช้าแบบนี้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ  เพราะเราแซงไม่ได้ ถนนเล็กเลยต้องรอเขาขับช้า
ขอบฟ้า  แบบนี้ก็ไม่ดีน่ะสิ
พ่อ  ใช่ แบบนี้คือเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว  ไม่เห็นใจคนอื่น
ขอบฟ้าทำท่าคิด
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อดีนะ  คนที่ออกมาจากบ้านช้าจะขึ้นรถ จะได้มีรถเมล์ให้ขึ้น จะได้ไปทำงานได้
พ่อ  ใช่ นั่นก็เป็นข้อดีของคนขึ้นรถเมล์
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อไม่ดีนะ  ได้ขึ้นรถ แต่ก็ไปทำงานไม่ทันเพราะรถขับช้า
พ่อ  ใช่อาจไปทำงานไม่ทัน
พ่อรู้สึกปลาบปลื้มมากที่ขอบฟ้ามีดุลพินิจ มีการหาเหตุผล มองหาข้อดีและข้อเสียของเหตุการณ์ที่พบเห็น