ผลไม้ที่ปากช่อง

ตอนไปดูคอนเสิร์ตที่ไร่สุวรรณ ในวันที่เดินทางกลับก็แวะซื้อของฝาก ข้างทางมีร้านขายผลไม้เรียงกันเป็นแนวยาว ผลไม้ที่ปากช่องคงจะเด่นดังมีชื่อ สังเกตุว่าวางขายกันเป็นตัวหลัก เหมือนเพชรบุรีขายหม้อแกง ชลบุรีขายข้าวหลาม ปากช่องก็ขายผลไม้ ซื้อติดมือกลับมานิดหน่อย แต่ก็ถือโอกาสถ่ายรูปเก็บไว้เยอะมาก ยังไม่รู้ว่าจะเอารูปไปใช้งานอะไร แต่แค่เอามาทำโปสการ์ดก็คุ้มค่าแล้ว

บนท้องฟ้าไม่มีเรื่องราว

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่มักจะมองท้องฟ้าอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่เกิดจากการถ่ายรูป หรือเป็นนิสัยที่แท้จริง บางครั้งฟ้าก็เป็นเหมือนเครื่องกระตุ้นความคิด บางครั้งก็เป็นวิวน่ามอง สวนใหญ่ถ้ามีกล้องอยู่ใกล้ตัวผมจะมองท้องฟ้าบ่อยกว่าปกติ ภาพนี้ก็เป็นภาพตอนเช้ามืด ฟ้าจริงๆที่มองด้วยตาเปล่าเพิ่งจะลดระดับความดำเข้าสู่ตอนเช้าเพียงเล็กน้อย แต่เทคนิคการถ่ายภาพช่วยให้ท้องฟ้าดูสว่างขึ้้นกว่าความเป็นจริง เอากล้องคอมแพ็คตัวเล็กตัวที่กำลังเห่ออยู่หยิบมาปรับกล้อง ดูสภาพแสงแล้วก็ปรับกล้องให้อยู่ในโหมดภูเขา เปิดชัตเตอร์ 4 วินาทีซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดที่กล้องตัวนี้สามารถทำได้ แล้วก็ตั้งหน่วงเวลาถ่ายภาพหรือ self timer ให้หน่วงไว้ 2 วินาที พอกดชัตเตอร์ก็จะมีเวลาเอากล้องไปวางหงายแล้วก็ให้มันเก็บภาพท้องฟ้า ผมวางกล้องบนรองเท้า กะด้วยสายตาให้มุมกล้องเอียงเล็กน้อยไม่ตั้งฉากกับพื้นโลก แล้วรอ… ผ่านไปสี่วินาทีก็ได้ภาพ สว่างกว่าตาเห็น สีสวยกว่าของจริง มันเป็นมารยาของช่างภาพ

รวมภาพงานแต่งพี่เอ็กซ์


เอาภาพมาเรียงเป็นวิดีโอ ใส่ดนตรีนิดหน่อย


ส่วนอันนี้เป็นรวมภาพนิ่ง
ทั้งหมดทำด้วยโปรแกรม picasa

ทดลองใช้ เลเซอร์ปริ๊นเตอร์ Ricoh sp c220n


บังเอิญว่าต้องทำงานพิมพ์สีบนกระดาษ A4 จำนวน 1400 แผ่น เป็นข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย พอรับงานมาก็คำนวนค่าใช้จ่าย มีแนวทางให้ทำก็คือ จ้างคนอื่นพิมพ์ กับซื้อปริ๊นเตอร์มาพิมพ์เอง เลยไปเดินดูราคาที่ฟอร์จูน ดูอยู่สักพักก็ไปเจอเครื่องพิมพ์ตัวนี้แหละ Ricoh sp c220n เป็นเลเซอร์สี พิมพ์กระดาษ A4 ความเร็ว 16 แผ่นต่อนาที ราคาขายอยู่ที่ 7990 บาท (ลดราคาจากป้ายแล้ว 2000 บาท.)

คุยกับเซลล์ขายเครื่องก็ได้ความว่า มีจุดเด่นพอให้ช่วยตัดสินใจดังนี้
1 เครื่องพิมพ์เครื่องนี้มีหมึกแถมมากับเครื่องพิมพ์ได้ประมาณ 1000 แผ่น ถือว่าเป็นเครื่องที่ให้มามากที่สุดแล้วในบรรดาเครื่องเลเซอร์สีที่ราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ถ้าซื้อสีตลับใหม่จะพิมพ์ได้ประมาณ 2000 แผ่น
2 เครื่องนี้ก็มีความสามารถในการต่อกับระบบแลนได้ด้วย (print server) ทำให้ประหยัดเครื่องคอมพิวเตอร์ไปได้หนึ่งเครื่อง
3 เครื่องพิมพ์นี้รับประกัน 3 ปี แบบ onsite service ถ้ามีปัญหาก็โทรเรียกช่าง ถ้าจะซื้อหมึกก็โทรเรียกช่าง
เลยตัดสินใจซื้อ ขนกลับที่ทำงานทันที

กลับมาที่ทำงาน ให้ลูกน้องต่อเครื่อง ลงโปรแกรม แล้ววันรุ่งขึ้นก็เริ่มพิมพ์งาน พิมพ์ไปเรื่อยๆ จนหมึกเร่ิมหมด ตอนที่เครื่องฟ้องหมึกเหลือน้อยก็ยังคงพิมพ์ต่อไปได้อีกเล็กน้อย จนกระทั่งหมึกสี Magenta หมด เครื่องก็หยุดทำงาน สั่งพิมพ์อะไรต่อก็ไม่ได้ ดูที่ตัวนับจำนวนกระดาษที่เครื่องพิมพ์ไป เครื่องรายงานจำนวนไว้ที่ 1154 ใบ ขาดอีกเกือบสามร้อยใบถึงจะเสร็จงาน ดูสถานะของหมึกในเครื่อง สีฟ้ายังเหลือประมาณ 20% สีเหลืองเหลือ 40% สีดำเหลือ 10% สีชมพู(magenta) เหลือ 0% เลยต้องโทรสั่งหมึกให้ช่างมาส่ง ใช้เบอร์โทรที่อยู่บนสติ๊กเกอร์รับประกัน โทรสั่งวันนี้ ส่งของพรุ่งนี้ สั่งหมึกดำ 1 ตลับ ราคา 1750 บาท หมึกสีชมพูตลับละ 2750 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผ่านไปหนึ่งวัน รอหมึก รอบเช้าก็ยังไม่มา รอบเที่ยงก็ยังไม่มา กว่าจะมาก็ บ่ายสามโมง พอได้มาก็เปลี่ยนตลับชมพูเข้าไปแล้วก็เริ่มพิมพ์งานต่อ จากนั้นก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นเล็กน้อย พอเริ่มพิมพ์ไปได้สักพัก เครื่องก็รายงานว่าหมึกดำกำลังจะหมด โชคดีที่สั่งไปเผื่อไว้ พอหมึกดำหมดก็เปลี่ยนตลับใหม่ใส่เข้าไป เช็คสถานะหมึกที่เหลืออยู่ เพิ่งเห็นว่าเครื่องแจ้งหมึก ฟ้า และเหลือง เหลือน้อย เมื่อวานที่เห็นยังไม่น้อยขนาดนี้ นั่นหมายความว่าสถานะหมึกที่เมื่อวานอ่านค่าได้มันไม่อัพเดท หรือมันแจ้งสถานะหยาบๆ แล้วเร่ิมพิมพ์ต่อ ผ่านไปประมาณ 100 ใบ เครื่องรายงานว่า หมึกเหลืองและฟ้ากำลังจะหมด ในใจก็ลุ้นนิดๆ เพราะงานต้องส่งวันรุ่งขึ้นแล้ว ถ้าหมึกหมดแล้วพิมพ์ไม่เสร็จ ไม่มีเวลาพอให้สั่งหมึกรอบใหม่ ต้องวิ่งไปซื้อเครื่องใหม่สถานเดียวเลย แต่ก็รอดมาได้ ได้งานครบ หมึกยังไม่หมดทันที แต่เครื่องก็ฟ้องตลอดเวลาว่าจะหมดแล้ว จะหมดแล้ว ไฟกระพริบไม่หยุดเลย พอจบงานดูรายงานจำนวนพิมพ์ เครื่องแจ้งไว้ที่ 1429 ใบ

งานนี้ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดที่ซื้อเครื่อง แล้วซื้อหมึกอีกชุด เพราะหมึกทั้งชุดราคาเต็มพิมพ์ได้ 2000 ใบ ราคารวมกันคือ 1750+2750+2750+2750 รวมแว็ตอีกก็เท่ากับ 11770 บาท ในใจแอบคิดว่า ถ้าซื้อเครื่องใหม่อีกเครื่อง จะพิมพ์ได้อีกพันกว่าใบ จะประหยัดกว่าไหม? ก็ได้แต่คิด เพราะยังไม่ได้ลองทำ

รุ่นพี่แต่งงาน เพื่อนๆช่วยกันเต็มที่

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552 เป็นกำหนดการแต่งงานของพี่เอ็กซ์ เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้จักกันก็ช่วยงานกันเต็มที่เลย
คนที่เคยเล่นดนตรีมาด้วยกันก็มาเล่นให้ในงาน ก่อนงานก็มีซ้อมกันมาหลายวัน ก่อนเริ่มงานก็มานัดแนะเพลงที่จะเล่นกันตามประสานักดนตรี

งานนี้ใช้กีต้าร์สองคน เดิมทีซ้อมกันเต็มวง มีกลอง และเบสด้วย แต่วันงาน มือเบสเบี้ยว เลยต้องตัดให้เหลือแค่กีต้าร์สองตัวเท่านั้น


คนที่นั่งอยู่คือเจ้าบ่าว เป็นการเตรียมบันทึกเสียงและปรับแต่งเสียงดนตรีที่จะเล่นในพิธีการ สงสัยไม่มีใครรู้งานเท่าเจ้าบ่าว เลยต้องลงมือเอง ด้านหลังคือนักร้องที่จะร้องบนเวทีด้วย


เบื้องหลังอีกส่วนหนึ่ง นั่งทำการข้างโบสถ์ เตรียมดอกไม้เอาไว้โปรยตอนเสร็จพิธี


ระหว่างพิธีการก็มีการร้องเพลงด้วย น้องคนนี้ดูเหมือนจะเป็นนักร้องหลักของงาน ท่าทางจริงจังน่าเกรงขาม ความตั้งใจเต็มร้อย รอบๆก็มีทีมนักร้องอีกไม่ต่ำกว่าสิบคนคอยร้องประกอบอยู่


สาวสวยเตรียมโปรยดอกไม้


แล้วก็เสร็จพิธีการ ยิ้มสบายๆ ดอกไม้เต็มหัวเลย


กลับมาที่เวทีจัดเลี้ยง พื้นที่บนเวทีที่เคยเตรียมไว้สำหรับวงดนตรีเต็มวง ตอนนี้เหลือแค่มุมนักดนตรีเล็กๆ และที่ยืนของนักร้องอีกนิดหน่อย ดูโล่งไปเลย แต่ก็เรียบง่ายดูไม่น่าเกลียด


มือกลองและเจ้าของเครื่องเสียงทั้งหมด ซ้อมตีกลองกันมาอย่างดี พอไม่ต้องเล่นกลองชุด ก็มายืนคุมเสียงด้านข้าง พร้อมกับช่วยเขย่าเพอคัสชั่นบ้างพอให้เพลงมีสีสัน


การสัมภาษณ์บนเวทีก็อาศัยน้องๆที่เป็นลูกศิษย์ของเจ้าบ่าวมาช่วยดำเนินการ น้องสองคนไหวพริบดี เหมาะจะเป็นนักพูด


นักดนตรีดูจะเครียดมากกว่าใคร เพราะว่าเหลือกันแค่สองคน เล่นผิดนิดเดียวก็จะมีคนฟังออก เลยต้องพยายามกันจนหน้าเครียดไปทั้งคู่เลย


ของชำร่วยในงานครั้งนี้ เจ้าบ่าวทำงานเกี่ยวกับดนตรี เลยเลือกเก็บภาพของชำร่วยกับเครื่องเสียงไว้เป็นหลักฐาน

ภาพชุดนี้ถ่ายภาพด้วยกล้อง canon eos5d เลนส์ tamron 28-75/2.8 ใช้รูรับแสงกว้างสุดตลอดงาน ปรับความไวแสงหรือ iso ตามสภาพแสงจริง ในโบสถ์ประมาณ iso800 ในห้องจัดเลี้ยงแสงเยอะกว่า ส่วนใหญ่จะตั้ง iso ไว้ที่ 400 ถ่่ายภาพในโหมด Raw แล้วเอามาเปิดแปลงไฟล์ ปรับสีเป็นขาวดำด้วยโปรแกรม Photoshop cs2

ไปดูคอนเสิร์ต ดี้-บอยด์

นิติพงศ์ ห่อนาค กับ บอยด์ โกสิยพงศ์ จัดคอนเสิร์ตร่วมกันที่ไร่สุวรรณ เขาใหญ่ อยู่ใกล้ๆกับ อ.ปากช่อง ทีแรกก็หวั่นอยู่บ้างว่ารถจะติด การจัดการภายในงานอาจจะไม่ค่อยดี ห้องน้ำอาจจะไม่พอ แต่พอไปถึงแล้วก็ไม่เป็นอย่างที่คิด ที่จอดรถเพียงพอ ห้องน้ำเพียงพอ ร้านค้าที่คอยมาขายของ ขายอาหารก็ขายกันจนคอนเสิร์ตเลิก ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพลงเพราะ อากาศดี เสียอย่างเดียวที่นั่งไม่ค่อยสบาย เพราะต้องนั่งปูเสื่อ นั่งพื้น เมื่อยแสนเมื่อย ทีหลังถ้ามีคอนเสิร์ตลักษณะนี้อีก จะซื้อตั๋วถูกที่สุด เพราะยังไง ก็ต้องดูคอนเสิร์ตผ่านจอมอนิเตอร์อยู่แล้ว มันไกลเหลือเกิน ตั๋วแพงต้องนั่งใกล้เวที จะเข้าออก ลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือ ลุกไปหาของกินก็ลำบาก สู้ตั๋วราคาถูกไม่ได้ อยู่ใกล้้ร้านขายของจนแทบจะตะโกนสั่งได้

ทางเข้าบริเวณจัดงาน

ร้านขายของกิน  ขายกันตั้งแต่กลางวัน จนงานเลิกตอนตีสอง

แผ่นซีดีเพลงของศิลปิน

ร้านขายของอีกเช่นกัน  ราคาก็แพงกว่าปกติประมาณสองเท่า

มีมุมที่เป็นเครื่องเล่น  เปิดให้เล่นกันตั้งแต่บ่าย  สำหรับคนที่มาถึงก่อน เที่ยวก่อน เล่นก่อน

บรรยากาศตอนเริ่มต้น  ตอนเย็น เพลงขึ้น ฟ้ายังไม่มืด

ห้องน้ำเคลื่อนที่ลักษณะเป็นตู้คล้ายตู้โทรศัพท์

โถฉี่ดัดแปลง  แท้งค์กลมๆ เอาฉากกั้น หนึ่งแท้งค์แบ่งกันใช้สี่ด้าน

ภาพห้องน้ำแบบตู้โทรศัพท์

บรรยากาศรวมๆก่อนจะมืด  พอมืดลงแล้ว ถ่ายรูปยากมาก  เพราะเห็นแต่สีดำ กับดวงไฟเล็กๆ

ในช่วงคอนเสิร์ตใช้กล้องโกดักตัวเล็กราคาถูกๆ  ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล  เพิ่งได้มาใหม่  ถ่ายตลอดงาน  งานนี้ตัดสินใจไม่พกกล้องตัวใหญ่เพราะไม่อยากแบกของหนัก  ตัวเล็กหยิบง่าย ใช้งาน ไม่ต้องคิดอะไรมาก  ส่วนใหญ่ตั้งค่าเป็นโฟกัสรูปภูเขา แล้วก็ถ่ายแบบไม่เปิดแฟรช  ความไวตั้งไว้ที่ Auto

อยู่กันจนดึกดื่น  กลับก่อนคอนเสิร์ตจะเลิกนิดหน่อย  ขับรถกลับที่พักที่อ.ปากช่องที่จองเอาไว้  นอนตื่นขึ้นมาก็แวะซื้อของที่เอ๊าท์เล็ต  เป็นคล้ายๆห้างในเมืองนอก  มีร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ  มีของกินบ้างนิดหน่อย  สถานที่แต่งค่อนข้างสวย  ถ่ายรูปกลับมาเยอะเหมือนกัน  ยังไม่รู้ว่าจะเอารูปไปใช้ประโยชน์อะไร

บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรี

รุ่นพี่ที่สนิทกันกำลังจะแต่งงาน และจะมีการเล่นดนตรีในงานเลี้ยงด้วย วงดนตรีเฉพาะกิจเลยถือกำเนิดขึ้น รวบรวมบรรดาเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ของเจ้าบ่าวมาร่วมเล่นดนตรีด้วยกัน ก่อนจะถึงวันจริงก็ต้องซ้อมเพื่อขัดสนิมกันเสียก่อน เลยได้ภาพบรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีมาเก็บเอาไว้

ใช้กล้อง Eos5d เลนส์ canon 17-40L แฟรช nikon sb-25 ต่อไร้สายด้วยคลื่นวิทยุ ตั้งใจถ่ายเพื่อเอามาทำเป็นภาพขาวดำโดยเฉพาะ

ซื้อกล้องตัวเล็ก kodak c140

หลังจากที่เคยพยายามจะเล่นกล้องเล็กๆ จำพวก Toy camera ไม่ว่าจะเป็น Lomo หรือ กล้องโดฟ ที่แถมมากับสบู่ ถ่่ายเล่นไปม้วนนึง เสียค่าฟิล์มกับค่าล้างอัดรวมกันเกือบสี่ร้อยบาท เลยหันมาเล่นกล้องดิจิทัลตัวเล็กดีกว่า น่าจะได้ภาพที่ดีกว่า และประหยัดกว่าในระยะยาว

ในงานโฟโต้แฟร์ปี 2009 จัดที่ไบเทค ผมได้กล้องตัวเล็ก Kodak c140 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่เหลือทำอะไรได้บ้างก็ไม่รู้ เอามากะถ่ายภาพโหมดอัตโนมัติอย่างเดียว แต่ก็ไม่วาย ลองปรับสีเป็นขาวดำ ลองชดเชยแสงดู มันก็ทำงานได้ดี ที่ชอบมากๆก็คือมีโหมดปรับระยะโฟกัส “ระยะอนันต์” หรือโฟกัสไกลๆ เอาไว้ถ่ายวิว ทำให้หยิบกล้องขึ้นมาแล้วกดถ่ายได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาโฟกัสให้วืดวาด

เลยได้ภาพแบบนี้มา ใช้ความเป็นอัตโนมัติเกือบหมดของกล้อง สิ่งที่สั่งเพิ่มก็แค่ โหมดสีสันสดใส และ โฟกัสระยะอนันต์ ที่เหลือกล้องทำให้หมดเลย

งานโฟโต้แฟร์ 2009

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 ผมแวะไปซื้อของที่งานโฟโต้แฟร์ ปีนี้ผมตั้งใจไปซื้ออุปกรณ์ทำปฏฺิทิน และเครื่องมือทำงานเกี่ยวกับหนังสือโฟโต้บุ๊ค เดินดูเครื่องเจาะกระดาษร้อยห่วงเหล็กอยู่หลายยี่ห้อ มีตั้งแต่งสี่หมื่นกว่า สามหมื่นกว่า สองหมื่นกว่า เกือบจะไปตกลงซื้อเครื่องเจาะราคาสองหมื่นห้าเสียแล้ว บังเอิญว่าลังเล เลยเดินเล่นคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไปเจออีกร้านขายเครื่องประเภทเดียวกันแต่คนละยี่ห้อ สอบถามแล้วเก้าพันเก้า ก็สั่งซื้อไม่คิดเลย

ปีนี้ร้านค้าที่ขายอุปกรณ์จำพวกเครื่องมือทำมาหากินจะเน้นเรื่องของการทำโฟโต้บุ๊ค ผมเองก็สนใจเช่นกัน ไม่เหมือนกับหลายปีที่ผ่านมาที่กรอบรูปจะเป็นพระเอกของงาน หลายปีที่ผมหิ้วกรอบรูปกลับบ้านแบบเต็มคันรถ ปีนี้มันต่างไป ผมได้อุปกรณ์ทำปฏิทินกลับมาชุดหนึ่ง ใช้กับงานพิมพ์ได้ดี ใช้กับงานภาพถ่ายได้ดีเช่นกัน วางแผนไว้ว่าปีหน้าจะทำงานปฏิทินและหนังสือโฟโต้บุ๊คขาย แต่ตอนนี้กำลังรอเครื่องพิมพ์ดิจิทัลอยู่ ยังไม่ได้สั่งซิ้อเสียที……

ได้โน๊ตบุ๊คคืนมาแล้ว

หลังจากที่โน๊ตบุ๊คตัวเก่งมีอาการจอภาพเสีย ก็ทำการส่งซ่อมครั้งที่สอง รอบนี้เสียจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช่สตั๊นท์ ใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ที่ไม่มีโน๊ตบุ๊คเป็นเครื่องมือติดตัว เป็นสองสัปดาห์ที่งานยุ่งเหลือเกิน ยุ่งซะจนไม่ได้เขียนบล๊อก และมีงานถ่ายรูปเข้ามาอีกต่างหาก ถ่ายรูปไปพันกว่าภาพ กว่าจะก๊อปปี้ภาพให้ครบ กว่าจะทำแบ็คอัพ กว่าจะเบิร์นลงแผ่น ต้องไปทำในเวลากลางวันที่อ๊อฟฟิศ ใช้คอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งทำงาน ตั้งโปรแกรมให้เครื่องมันเรนเดอร์ภาพออกมา เครื่องก็จะช้ามาก ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำงานอื่นของโรงพิมพ์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตีราคา การทำอาร์เวิร์ค และการเช็คเมลเล่นเน็ท

เมื่อวานนี้ดีใจมากที่ทางร้านโทรมาแจ้งว่าเครื่องซ่อมเสร็จแล้ว สามารถไปรับคืนได้ วันนี้เลยรีบไป ได้กลับมาก็วางไว้ข้างโต๊ะทำงาน เพราะมีงานรออยู่บนโต๊ะ ต้องใช้คอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานต่อเนื่องต่างๆให้เสร็จ เดี๋ยวคงจะค่อยๆทะยอยย้ายงานกลับมาทำงานบนโน๊ตบุ๊คอีกครั้ง

เริ่มเขียนงานส่งสำนักพิมพ์ ก้าวแรก ง่วงสุดๆ

วันนี้เร่ิมลงมือเขียนแล้ว ผ่านไปสามชั่วโมง ได้บทความสั้นๆมาสองตอน งานแปลแบบเรียบเรียงรอบนี้ ออกตัวแบบหนืดๆ อ่านรู้เรื่องแต่เรียบเรียงไม่ค่อยดี ง่วงอีกต่างหาก แต่ก็ืถือว่าทำความเร็วได้ไม่เลวร้ายมาก
การแปลบทความมีข้อดีอยู่หลายข้อ เช่นการได้อ่านข้อมูลภาษาอังกฤษทำให้ไม่กลัวภาษาอังกฤษ การได้อ่านข้อมูลข่าวสารต้นทางทำให้ได้อัพเดทความรู้ในแวดวงเครื่องเสียงและคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญได้ค่าขนมบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าตั้งใจเก็บมันก็คงเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ผ่านมามันไม่ได้เก็บน่ะสิ….

เที่ยวเขาค้อ 29-31oct2009

หนีไปเที่ยวเขาค้อ ที่เขาว่ากันว่าเป็นสวิสเมืองไทย ไปดูรีสอร์ทของเพื่อนของเพื่อนด้วย บรรยากาศดีจริงสมกับคำล่ำลือ รีสอร์ทและร้านอาหารพรสวรรค์ ร้านกาแฟค๊อฟฟี่ฮิลล์ของเพื่อนของเพื่อนก็ทำได้ดี อาหารอร่อย บรรยากาศดี

ภาพที่พักในภูแก้วรีสอร์ท ถ่่ายตอนใกล้ค่ำ เลนส์ 35f2

จุดชมวิวเขาค้อ เลนส์ 17-40L

ถ่ายหน้าที่พักตอนกลางวัน เลนส์ 35f2 เปิดรูรับแสงกว้างสุด ขอบภาพจะเข้มกว่ากลางภาพ เอาจุดด้อยของเลนส์มาช่วยสร้างสรรภาพ

จุดชมวิวที่ค๊อฟฟี่ฮิลล์ ถ่ายด้วยเลนส์ 35f2 รูรับแสงกว้างสุดเช่นเดิม

นี่ก็เลนส์ 35f2 ถ่ายที่ f2

ยังเป็นภาพในค๊อฟฟี่ฮิลล์เช่นเดิม เลนส์ 35f2 ถ่ายที่ f2

เจดีย์ทางขึ้นเขาค้อ จำชื่อไม่ได้ว่าเจดีย์อะไร ถ่ายด้วยเลนส์ 35f2 ถ่ายที่ f2 วัดแสงพอดีที่ท้องฟ้า

จุดชมวิวและกางเต๊นท์ที่พรสวรรค์รีสอร์ต แสงน้อยแล้ว เอาแฟรชไปวางไว้ที่เต๊นท์คนอื่น แล้วยิงแฟรชเข้าไปในเต๊นท์เลย ถ่ายด้วยเลนส์ 35f2 ถ่ายด้วย f2.5 สปีดประมาณ 1/60

อีกมุมหนึ่งของบ้านพัก ถ่ายด้วย 35f2 รูรับแสง f2 วัดแสงพอดีที่ท้องฟ้า

เด็กน้อยลูกแม่ค้าขายของ ถ่ายด้วยเลนส์ tamron 28-75 ที่่ช่วงซูม 75 รูรับแสง 2.8 เปิดกล้องไว้ที่โหมด Av