ความรู้สึกหลังจากที่ดูรายการ “กรีนทีวี”

วันนี้กลับบ้านเร็ว เปิดทีวี ดูผ่านๆ กดไปเจอช่องดาวเทียมช่องหนึ่งชื่อ green tv เป็นการถ่ายทอดสดจากห้องส่งสถานีวิทยุกรีนเวฟ เห็นภาพผู้จัดรายการ คุยกับ คนที่โทรเข้ามา
ประเด็นที่คุยในวันนี้เป็นเรื่องรักรีเทิร์น แล้วก็มีสาวคนหนึ่งโทรมาปรึกษา บอกว่า ไปถูกใจเพื่อนคนหนึ่ง แต่ตัวเองมีแฟนแล้ว แล้วก็ไปบอกแฟนว่าถูกใจคนอื่น ผู้ชายเลยบอกเลิกกับผู้หญิง ตอนนี้ผู้หญิง(คนโทร)ก็เสียใจ อยากจะรีเทิร์น ผู้จัดรายการก็ให้กำลังใจ ……..

ฟังแล้วจี๊ด ทำร้ายจิตใจคนเก่าไปแล้ว แล้วก็ไปคบคนใหม่ แล้วก็ทำร้ายคนใหม่ อยากกลับไปหาคนเก่า ฟังแล้วอยากจะโทรไปบอกว่า ไอ้เลวเอ๋ย พฤติกรรมแบบนี้แย่มากๆ หยุดเสียเถิด แต่โทรไม่ติด

“ผู้ชายเลวกว่าหมาและไม่ได้มาจากดาวอังคาร”
เป็นวลีที่นักเขียนปากจัดเคยตะโกนบอกไว้บนแผงหนังสือ
แต่วันนี้ขอตะโกนบอกอีกประโยค ฝากไว้บนเน็ตนี่แหละ
แม้ว่าผู้ชายจะเลวกว่าหมา แต่ผู้หญิงเลวกว่า ผมก็เคยเจอ
และไม่คิดว่าจะมาเจออีกทีในกรีนเวพนะเนี่ย

อีกสาย โทรมาถามว่า รักครั้งนี้ (รีเทิร์นแล้ว) จะอยู่ได้นานไหม
ใครจะไปรู้วะ….. ฟังแล้วไม่จรรโลงใจเลย

เปลี่ยนไปดูช่องชีวิตสัตว์โลก ไปดู วัวควายวิ่งเล่นยังบันเทิงกว่า

ปล. เมื่อกี๊ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนช่อง สาวคนเดิมยังอยากรู้คำตอบอีก ว่า ผู้ชายกลับมาเพราะอะไร เพราะรัก หรือเพราะไม่มีใคร …. มันจะมาถามดีเจทำไมกันเนี่ย
ไปถามเจ้าตัวสิครับ

ศิลปินข้างถนน

วันที่ไปติดต่อธุระในพาราก้อน จอดรถที่ซอยสยามสแควร์แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ขากลับหลังจากเสร็จธุระ เดินกลับมาที่จอดรถ ก็มาเจอคุณลุงคนนี้เล่นกีต้าร์พร้อมกับเชิดตุ๊กตา แบบนี้ไม่รู้เรียกว่าวนิพกได้ไหม ดูแล้วรู้สึกว่าตั้งใจเล่น ตั้งใจทำมาหากิน ขอเงินด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่ยอมรับได้ เพราะอาศัยฝีมือ เลยช่วยสมทบทุนไปนิดหน่อย

ดอกไม้ริมทาง

ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์ หลังจากที่แวะซื้อกาแฟเย็นแก้วหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ตอนเดินมาขึ้นรถบังเอิญเห็นว่ามีพุ่มไม้ดูสดใส สดชื่น เลยหยิบกล้องตัวเก่งที่หนีบไว้ข้างเอวแทบตลอดเวลาขึ้นมาถ่าย กล้องโกดักรุ่น C140 คอมแพ็คที่ใช้งานจนคุ้นมือ ปรับโหมดออโต้ทุกอย่าง แล้วก็ถ่ายดอกไม้ ใบไม้ เก็บไว้ทำสต๊อค เผื่อได้ใช้ทำงานพิมพ์ เผื่อได้ใช้ทำโปสการ์ด เผื่อมีประโยชน์

fuji xerox x700 เริ่มทำงานแล้ว

หลังจากติดตั้งเรียบร้อย ก็เริ่มงานทันที วันแรกก็ได้ทำงานโปสการ์ด วันต่อมาก็ได้ทำงานป้ายสินค้า วันต่อมาก็ได้ทำงานโบรชัวร์ ขอให้งานไหลมาเทมาเถอะ แต่ที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นการลองพิมพ์เล่น ไม่ว่าจะเป็นสมุดโน้ต ปฏิทิน ภาพถ่าย ลองด้วยความอยากส่วนตัวล้วนๆเลย

ถ่ายเล่นด้วยกล้องตัวเก่า eos350

กล้อง Eos350d กลายเป็นกล้องสำรองไปตั้งแต่ได้ Eos5d มาใช้งาน เห็นว่าเก็บมานานเลยเอาออกมาใช้บ้าง หยิบเลนส์ macro 100f2.8 มาติดกล้องแล้วก็ถ่ายเล่นในพื้้นที่โรงงาน อ่างบัวเลยได้ออกหน้าบ้างหลังจากที่ถ่ายบ้านไม้ข้างบ้านบ่อยมากจนเริ่มเบื่อ

Dell inspiron 400

หลังจากที่ติดตั้งเครื่องพิมพ์ดิจิทัลแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมตัวก็คือ ลงโปรแกรมจัดการสี โปรแกรมจัดการสีที่มีมารพร้อมเครื่องพิมพ์ดิจิทัลก็คือโปรแกรมของ oris ซึ่งได้ข้อมูลมาเบื้องต้นว่าจะต้องมีชุดคอมพิวเตอร์อีก 1 ชุดสำหรับการประมวลผลเรื่องของสี ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องไปช็อปปิ้งกันอีกครั้ง

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ไม่ยากก็คือมีเงินแค่ไหนก็ซื้อแค่นั้น มีเงินเยอะก็ได้เครื่องแรง มีเงินน้อยก็ได้เครื่องกระจอก แต่ที่บอกว่าไม่ง่ายก็อยู่ตรงที่ว่า จะซื้อเครื่องแรงในราคาย่อมเยาได้อย่างไร

ปีที่แล้วเคยซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมาใช้กับการทำเว็บขายภาพ ก็ได้เครื่องของ acer มาตัวนึงในราคาหมื่นกลางๆพร้อมจอภาพ ในตอนนั้นยกเครื่องกลับบ้านแล้วก็ลงโปรแกรมวินโดส์โดยแผ่นที่ใช้งานประจำ ปรากฏว่าลงโปรแกรมไม่สำเร็จ เพราะเครื่องใหม่มาก ระบบฮาร์ดดิสก์เปลี่ยนมาตรฐานไปแล้ว ทำให้แผ่นโปรแกรมเก่าๆไม่สามารถสั่งฟอแมตฮาร์ดดิสก์ได้ เดือดร้อนต้องยกไปให้คนอื่นช่วยลงโปรแกรมให้ เสียเวลาไปเยอะ ที่สำคัญ เสียฟอร์มอย่างแรง

ปีนี้ตั้งใจเลือกอีกครั้ง จะเอามาใช้งานโปรแกรมเกี่ยวกับสี ก็ได้ไปยืนเลือกเครื่องของ acer เหมือนกัน หลายตัวหลายสเป็ค มองจนตาลาย เลือกไม่ถูก แบบ 9900 บาท ก็ถูกดี แบบ 12000 ก็ดูท่าทางจะแรงกว่าเยอะ เลือกไม่ถูกจริงๆ มองไปมองมาความคิดแว่บขึ้นมาว่า จะเอา acer อีกเหรอ มีอยู่เครื่องนึงแล้วนะ ลองดูของ HP หรือ IBM ดีกว่าไหม? เดี๋ยวนี้เครื่องตั้งโต๊ะราคาไม่แพงมีแทบทุกยี่ห้อ

เลยดู HP ก็พบกว่า ไม่มีเครื่องถูกๆต่ำกว่าหมื่นเลย ส่วนเครื่องหมื่นกว่า หรือหลายหมื่นก็มีเยอะ หลายสเป็ค ยังไม่กล้าตัดสินใจเลือก ขอผ่านไปก่อน เลยเดินไปดูร้านที่ขาย iBM ปรากฏว่าร้านปิด ก็วันที่ไปซื้อมันตรงกับวันที่ 2 มกราคม 2553 เพิ่งผ่านวันปีใหม่ไปแค่วันเดียวเอง ร้านค้าเลยยังเปิดไม่ครบทุกร้าน ก็สรุปว่าไม่ได้ iBM กลับบ้านแน่นอน

เดินไปเดินมาก็มาเจอร้านที่ขาย DELL แล้วก็สะดุดตากับเครื่องตัวนี้เข้าอย่างแรง ดูสเป็คแล้วก็เข้าใจว่าแรง แต่ก็ไม่มั่นใจนัก แต่ ณ เวลานั้นก็คิดว่าคงแรงพอใช้ได้แหละ เพราะมีช่องเสียบจอภาพแบบ HDMI มาให้ด้วย ซึ่งช่องเสียบแบบนี้จะเอาไว้ดูหนังความละเอียดสูงเป็นหลัก เครื่องนี้น่าจะรองรับการดูหนังความละเอียดสูงอยู่แล้ว ยิ่งชื่อรุ่นยิ่งบ่งบอกว่าเอาไว้ดูหนังแน่ๆ เพราะมันชื่อ DELL ZINO HD มันมีคำว่า HD ด้วย ซึ่งคำว่า HD ย่อมาจากคำว่า Hi-definition ซึ่งแปลว่าความละเอียดสูง ก็เลยหิ้วกลับมาในราคา 12000 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

หน้าตาแบบนี้เลยสะดุดเต็มๆเลย

ตัวที่เลือกมาจะเป็นสีแดง สเป็คดังนี้
cpu AMD Athlon 2850e
ram DDR2 800MHz 2G
HD 500GB
8x DVD +/- RW
Graphic ATI Mobility RadeonTM HD 3200
Broadcom BCM57780 10/100/1000

Front Ports
Two USB 2.0 connectors
One headphone connector
One 4-in-1 memory card reader

Rear Ports
One microphOne connector
One line-out connector
One VGA connector
One RJ45 connector (10/100/1000)
two USB 2.0-compliant connectors
two eSATA connectors
one HDMI connector
expand Mini PCIe WLAN card (802.11 b/g or 802.11 a/b/g/n)
แถมเม้าซ์ และคีย์บอร์ดด้วย

OS ที่แถมมาให้พร้อมเครื่องคือ Ubuntu ซึ่งเคยใช้อยู่บ้าง คิดว่าเอามาก็คงได้ลองเล่นนิดหน่อย
ในกล่องแถมแผ่น driver 1 แผ่น และแผ่น Ubuntu อีก 1 แผ่น เอาไว้รีสโตร์เครื่องกลับไปเป็นเหมือนวันที่ซื้อ

กลับมาถึงบ้านก็เสียสายต่างๆ ใช้จอภาพตัวเก่าที่บ้านต่อไปก่อน เปิดเครื่องมาปุ๊ปก็โหลดเข้า ubuntu ทันที ไม่กี่นาทีก็พร้อมใช้งาน หยิบเอาตัว usb wireless ของ TP-Link มาเสียบก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องลงไดรเวอร์อะไรเพ่ิม พอระบบแลนไร้สายใช้งานได้ ก็เข้าเน็ทได้ทันที

โปรแกรมที่แถมมาใน Ubuntu มีโปรแกรมที่สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างเพียงพอ ที่สำคัญ มันลงมาเสร็จแล้ว ไม่ต้องไปทะยอยลงเพิ่มเองทีละตัว สามารถเข้าเว็บ เล่น msn เล่น twitter ได้ทันที สะดวกสุดๆจริงๆ

คิดไปก็น่าเสียดายที่โปรแกรม ubuntu จะต้องถูกล้างทิ้งจากเครื่องภายในเร็ววันนี้ เพราะซอร์พแวร์ที่จะใช้ควบคุมสีต้องใช้วินโดส์ 2003 server เป็นระบบปฏิบัติการ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าแผ่นวินโดส์ที่ได้มานั้นจะสามารถลงในเครื่องนี้ได้อย่างราบลื่นหรือไม่ เพราะเข็ดแล้วกับเครื่อง Acer ที่ลงระบบปฏิบัติการยากมากๆ

ฉลองปีใหม่ในโรงพิมพ์

ปีใหม่ปีนี้ได้หยุดหลายวัน แต่ก็ไม่ได้ไปไหน เลยนัดเพื่อนๆกลุ่มบางมดมาฉลองกันที่โรงพิมพ์ ฉลองการต่อเติมห้องต่างๆในโรงพิมพ์ ห้องเพิ่งทำเสร็จก่อนวันปีใหม่แค่สองวัน งานฉลองเลยได้ห้องโล่งๆ

ห้องที่ใช้จัดงานกว้างมาก สามารถเล่นเกมส์วีได้พร้อมกันสี่คนเลย ในงานยังถ่ายรูปเล่นด้วย แล้วก็เอารูปมาทำปฏิทินแจกเพื่อนๆ ฉลองเครื่องพิมพ์ตัวใหม่ไปในตัว

ตั้งเครื่องพิมพ์ดิจิทัล

วันที่ 30 ธันวาคม 2552 ก่อนจะหมดปี ผมตกลงสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ดิจิทัลมาใช้งานในโรงพิมพ์ หลังจากที่จดๆจ้องๆมานานหลายเดือน เครื่องใหญ่มากจริงๆ ตอนขนของมาลงก่อนจะติดตั้งดูแล้ววุ่นวายพอสมควร แต่พอติดตั้งแล้วก็ดูสวยงามเรียบร้อยดี

หลังจากติดตั้งไปแล้วจะต้องมีการอบรมการใช้งานอีกสองวันเต็ม แต่ผมขอให้เขาช่วยสอนคร่าวๆเพื่อพิมพ์งานด่วนเสียก่อน เขาก็ใจดีสอนให้ มีลืมบ้างนิดหน่อยแต่ก็อาศัยถ่ายวิดีโอไว้

flash canon ex380

หลายวันก่อนอ่านเว็บขายของ ไปเจอว่ามีคนประกาศขายแฟลชตัวหนึ่งราคาถูกน่าซื้อ เป็นรุ่นที่เก่าแล้วแต่ยังทำงานกับกล้องระบบใหม่ได้ เป็นของ canon ซึ่งออกมาสมัยปี คศ. 1998 โดยประมาณ แฟลชตัวนี้คือรุ่น ex380 เป็นแฟลชที่ออกมาเพื่อรองรับการทำงานระบบประมวลผลแฟลชที่มีชื่อว่า E-TTL ของค่าย canon

ตอนที่หัดถ่ายรูปใหม่ๆยังไม่รู้ว่าแฟลชทำงานอย่างไร และจะใช้กับงานถ่ายภาพอย่างไรก็ไม่ได้สนใจ ซื้อแฟลชราคาถูกๆ ไม่มีลูกเล่นไฮเทค ไม่รองรับการทำงานกับกล้องแบบเต็มระบบ ก็ใช้แบบแมน่วลมาตลอด เห็นคนอื่นใช้แฟลชรุ่นนี้ หรือรุ่นใหญ่กว่านี้ก็ไม่เข้าใจเขา จนมาศึกษาให้ลึกหน่อยก็พบกว่า การใช้แฟลชมันมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เยอะมาก ถ้ามองดูคู่มือที่แถมมาในกล่องก็จะเห็นว่า คู่มือแฟลช หนา กว่าคู่มือกล้องเสียอีก

ตอนที่เร่ิมถ่ายภาพจริงจังมากขึ้น และต้องซื้อแฟลชตัวใหญ่ใช้ก็มองไปที่ยี่ห้ออื่นๆที่สามารถใช้กับ canon ได้ ก็คือ sigma ซึ่งมีตัวที่ทำงานได้เหมือนตัวท๊อปของ canon แต่ราคาแค่ครึ่งเดียว ก็ใช้แฟลช sigma มาตลอด พอได้แฟลชที่ทำงานเต็มระบบมาใช้ ก็เลยรู้ว่า แฟลชที่ดีมันเป็นอย่างไร มันช่วยให้ถ่ายรูปได้ดีขึ้นอย่างไร และมันทำให้รับงานแบบเก็บตังได้อย่างเต็มที่ วันดีคืนดี แฟลช sigma ก็มีปัญหา ต้องส่งซ่อม แต่งานที่กำลังถ่ายอยู่ไม่สามารถยกเลิกได้ เลยต้องไปซื้อแฟลช canon มาใช้จนได้ เพราะร้านกล้องที่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดไม่มี sigma ขายนั่นเอง

แฟลชรุ่นท๊อปมีปุ่มกดหลายปุ่ม มีฟังค์ชั่นซับซ้อน อ่านคู่มือ 1 วันก็ยังไม่พอจะใช้งานให้ครบในสิ่งที่แฟลชบอกเอาไว้ ในขณะที่แฟลชรุ่นเล็กก็เอารุ่นใหญ่มาตัดฟังค์ชั่นออกไปบางอย่าง ทำให้เลือกแค่สิ่งที่ต้องใช้จริงๆ และแฟลชตัวเล็กที่ว่านั่นก็คือรุ่นที่พูดถึง ex380

การมีปุ่มแต่เพียงน้อยๆทำให้ปรับอะไรไม่ค่อยได้ ซึ่งมันก็ตรงกับความต้องการใช้งานจริงๆของช่างภาพ เพราะตอนรับงานนั้นไม่ได้ใช้ลูกเล่น หรือเทคนิคพิเศษของแฟลชไฮเทคแต่อย่างใด ความไฮเทคที่จำเป็นต้องมี ก็มีให้ใช้แล้ว ส่วนลูกเล่นระดับสูงซึ่งไม่ค่อยได้ใช้ ไม่มีให้กดเลย

สิ่งที่ง่ายและชอบในแฟลชรุ่นเล็กก็คือ มันสามารถเข้าสู่โหมด Hi-speed sync ได้ด้วยการโยกสวิตซ์แค่ปุ่มเดียว แต่ถ้าต้องการใช้โหมด Hi-speed sync ในแฟลชรุ่นท๊อป จะต้องกดปุ่มสองปุ่มพร้อมๆกัน ซึ่งคนที่ไม่ได้อ่านคู่มือไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้องกดสองปุ่มพร้อมกัน ตรงนี้คือความเรียบง่ายที่ชอบมากๆ

พอเห็นมีคนประกาศขายในก็เลยรีบติดต่อซื้อมาทันที เพราะกล้องดิจิทัลตัวปัจจุบันที่ใช้คือรุ่น Eos5d เป็นรุ่นที่ไม่มีแฟลชในตัว ต้องต่อแฟลชเสริมภายนอก จริงๆผมก็มีแฟลชเสริมภายนอกถึงสองตัวอยู่แล้ว แต่ว่าตัวที่มีมันเป็นรุ่นท๊อป ปุ่มเยอะใช้งานลำบากกว่า เลยเลือกรุ่นเล็กมาติดกล้องแทนไปเลย ไม่ต้องคิดเยอะ

ได้ลองเทียบรุ่นเล็กกับรุ่นใหญ่แล้ว ก็ได้ภาพใกล้เคียงกัน แต่ผมรู้สึกว่า แสงทีี่ออกจากแฟลชรุ่นเล็กดูจะนุ่มนวลสวยกว่าแฟลชรุ่นใหญ่เล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2553 happy new year 2010

สวัสดีปีใหม่ครับ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผ่านเที่ยงคืนด้วยเสียงพลุอึกทึก ทำเอาเจ้าก๋วยจั๊บมุดหัวอยู่ข้างๆโซฟาในบ้านไม่ยอมออกไปไหน ท่าทางเสียงพลุ เสียงระเบิดจะไม่ค่อยถูกกับสัตว์เลี้ยงเท่าไหร่

ตอนค่ำไปกินข้าวกับที่บ้าน แล้วก็กลับมานั่งดูหนัง มีข้อความส่งเข้าโทรศัพท์มือถือเป็นระยะ แต่ไม่ถี่มากเหมือนปีก่อนๆ ระหว่างนั่งดูหนังพอได้ยินเสียงพลุก็วิ่งออกไปดู คว้ากล้องถ่ายรูปตัวเล็กๆออกไปถ่ายด้วย ไม่มีขาตั้งก็อาศัยวางไว้บนกระจกรถยนต์ แล้วแหงนกล้องขึ้นฟ้า เอียงไปทางด้านที่เขากำลังเล่นพลุกันอยู่ ปรับโฟกัสไว้ที่รูปภูเขา เลือกเปิดหน้ากล้องนาน 4 วินาที กดปุ่มถ่ายรูปตอนที่ได้ยินเสียงพลุออกจากจุดยิง แล้วก็ปล่อยให้มันรับภาพไปตามเวลาที่เลือกไว้ ก็ได้ภาพมาตามนี้เลย ถ่ายสามครั้ง ได้ภาพสองครั้ง ครั้งแรกไม่ได้ภาพ เพราะว่ากดชัตเตอร์ไม่ทัน

my dog and mac - 6apr2007 -IMG_0175

ไปงานแต่งของเพื่อนกลุ่มบางมด

นายปั้น เพื่อนกลุ่มบางมด แต่งงานที่โรงพยาบาลสงฆ์
มีเพื่อนๆมาร่วมงานกันเยอะ นัดกันมาตอนกลางวัน
คุยและกินกันพออิ่มก็แยกย้าย
ส่วนกลางคืนเจ้าบ่าวจะไปส่งตัวตามพิธีจีนต่อไป

ข้อมูลการถ่ายภาพ
กล้อง Eos 5d เลนส์ Tamron 28-75/2.8 ถ่ายโหมด Raw+Jpg โหมดขาวดำบ้าง โหมดสีบ้าง
ภาพ jpg ที่ได้จากกล้องส่วนใหญ่จะเป็นขาวดำ แต่ไฟล์ Raw สามารถเอาไปเปิดในโหมดสีได้

ภาพสีจากโปรแกรม Photoshop cs2

ด้านล่างนี้เป็นภาพที่ได้จากกล้องโดยตรง

เที่ยวหัวหินกับเพื่อน inc

inc คือคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี นัดเที่ยวนัดกินกันสักสิบครั้งจะมีหัวหินเกินครึ่ง รอบนี้ก็หัวหินเหมือนเดิม บ้านหลังเดิม ปิ้งๆย่างๆ แล้วก็แวะเดินเล่นในตลาดกลางคืน  จุดพลุเล่นไฟนิดหน่อย

From huahin-19dec2009
From huahin-19dec2009
From huahin-19dec2009
From huahin-19dec2009
From huahin-19dec2009
From huahin-19dec2009

เทคนิคการถ่ายภาพพลุก็คือ ใช้ขาตั้งกล้อง เปิดหน้ากล้องนานๆ โฟกัสไว้ที่คน หรือถ้ายากนัก ก็โฟกัสไปที่อินฟินิตี้ ถ้าเป็นกล้องคอมแพ็ค ก็เลือกโหมดถ่ายภูเขา แล้วก็เปิดชัตเตอร์หลายๆวินาที กะประมาณให้นานพอจะเก็บระยะวิ่งของพลุได้ ประมาณนั้น มั่วๆ ถ่ายไป ไม่ใส่ฟิล์ม ไม่เปลือง

แถมวิดีโอระหว่างที่เดินตลาด