แหวนแต่งงาน 6 เดือนต่อมา

IMG_8401   แหวนวงนี้ผมใส่มา 6 เดือนแล้ว ไม่เคยถอดเลย เพิ่งจะถอดมาลองถ่ายรูปเล่นนี่แหละ ปกติคนใส่แหวนเขาถอดล้างกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่เคยรู้ ดูสภาพแล้วเยินอย่างบอกไม่ถูก หกเดือนที่แล้วก่อนจะใช้งานมันเป็นแบบนี้ DSCF1394

กล้อง canon eos5d เลนส์ canon macro100mm แฟลช nikon sb25 ต่อกับกล้องด้วยทริกเกอร์ไร้สาย

รีวิว apple battery แบตเตอรี่น่าใช้

IMG_8271

แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ของ apple เป็นอุปกรณ์ที่ทำออกมาขายในปี คศ 2011 นี้ ในกล่องจะมีแบตเตอรี่ 6 ก้อน ที่ชาร์จแบบเสียบผนังอีก 1 ตัว สามารถชาร์จไฟได้ทีละสองก้อน apple โฆษณาเอาไว้ว่า ที่ชาร์จแบตรุ่นนี้มีความประหยัดไฟมากที่สุด คือเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว มันจะเข้าสู่สภาพสแตนด์บายโดยระหว่างโหมดสแตนด์บายนี้จะกินไฟต่ำกว่าที่ชาร์จยี่ห้ออื่นขณะสแตนบายประมาณ 10 เท่า

IMG_8279


ที่ชาร์จของแอบเปิ้ลสามารถชาร์จแบตให้เต็มได้ในเวลา 5 ชั่วโมง ทั้งกล่องมีแบตให้ 6 ก้อนเป็นแผนการของ apple ที่ตั้งใจให้ใช้กับคีย์บอร์ดบลูทูธ และแมจิคเม้าส์ของ apple เอง เพราะคีย์บอดใช้แบตสองก้อน เม้าส์ใช้แบตสองก้อน apple ให้มา 6 ก้อนเพื่อให้ใช้งาน 4 และเสียบชาร์จไว้อีกสอง ถ้าอุปกรณ์ใดแบตหมดก็ถอดเปลี่ยนสองก้อนที่พร้อมมาใช้ เอาก้อนที่หมดไปเสียบชาร์จต่อได้เลย

IMG_8274

แบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นชนิดที่คายความจุต่ำ สามารถชาร์จให้เต็มและเก็บไว้ได้นาน 1 ปีโดยที่แบตยังคงลดไม่เกิน 20เปอร์เซ็น แปลว่าชาร์จเต็มวันนี้ ภายใน 1 ปี หยิบมาใช้รับรองว่าใช้ได้ แบตไม่หมด แบตเตอรี่ที่ให้มาในกล่องเป็นรุ่นที่ชาร์จมาแล้วจากโรงงาน แกะกล่องก็จะใช้งานได้เลยทุกก้อน

มีฝรั่งช่างสงสัย ดูสเป็คแล้วเอาไปเทียบกับแบตเตอรี่ของซันโยรุ่น eneloop และพบว่ามันน่าจะเป็นแบตตัวเดียวกัน เพราะสเป็คเหมือนกันมากนั่นเอง โดยของซันโยจะระบุสเป็คไว้ที่ความจุ typ 2000 ma min 1900ma ใช้รหัสผลิตภัณฑ์ว่า HR-3UTG 1.2V ส่วน apple ใช้รหัส HR6 มีความจุ 1900ma

IMG_8275

สตีฟ จ๊อบ ตายวันนี้ 6 ตุลาคม 2554

วันนี้ 6 ตุลาคม 2554 หรือ คศ 2011 ข่าวสต๊ฟ จ๊อบตายแล้ว เป็นข่าวใหญ่ประจำเว็บทุกเว็บ
คงจะตายด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไป เขาควรจะตายไปตั้งแต่ปี คศ 2005 แล้ว
คงจะเป็นด้วยกำลังทรัพย์มหาศาล และความเชื่อมั่นหลายอย่างทำให้สามารถต่อสู้กับโรคร้ายมาได้ถึงวันนี้
ถือว่าเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในโลกไอทีคนแรกที่เสียชีวิตลงในยุคด็อตคอม

สิบปีสุดท้ายของสตีฟจ๊อบ เปลี่ยนโลกใบนี้ไปหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่รูปแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่าง imac และ mac mini ไปจนถึงรูปแบบของโทรศัพท์ อย่าง iphone การฟังเพลงจาก ipod การใช้ multitouch ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์

รูปแบบการบรรยายบนเวที ก็เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น การพูดบนเวที ดึงความสนใจจากคนดูได้ราวกับมีเวทย์มนต์  รูปแบบการแต่งตัว ที่เรียบง่ายแต่ไม่เชย จนทุกวันนี้ต่อให้มีคนชอบวิธีการแต่งตัวของเขา ก็ไม่มีใครกล้าแต่งแบบนี้ เพราะแต่งไปแล้วก็มีแต่จะทำให้คนทักว่าเหมือนสตีฟจ๊อบ

หนังการ์ตูนชั้นดี จากยี่ห้อ PIXAR ซึ่งเป็นบริษัที่สตีฟจ๊อบใช้เวลาในวันที่เขาตกงาน ไปเปิดบริษัทแก้เบื่อ แต่มันทำงานและทำเงินในธุรกิจหนังได้มากกว่าใครทั้งหมดที่เคยทำการ์ตูนมา แม้แต่ disney ยังต้องเคือง เช่นเรื่อง toy story จนถึง finding nemo และอื่นๆอีกมาก

ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับ สตีฟจ๊อบ ที่จะกลายเป็นเรื่องเล่า เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆอีกมาก ขอให้ไปสู่สุคติ

วันนี้ 6 ตุลาคม 2554 หรือ คศ 2011 ข่าวสต๊ฟ จ๊อบตายแล้ว เป็นข่าวใหญ่ประจำเว็บทุกเว็บ
คงจะตายด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไป เขาควรจะตายไปตั้งแต่ปี คศ 2005 แล้ว
คงจะเป็นด้วยกำลังทรัพย์มหาศาล และความเชื่อมั่นหลายอย่างทำให้สามารถต่อสู้กับโรคร้ายมาได้ถึงวันนี้
ถือว่าเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในโลกไอทีคนแรกที่เสียชีวิตลงในยุคด็อตคอม

สิบปีสุดท้ายของสตีฟจ๊อบ เปลี่ยนโลกใบนี้ไปหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่รูปแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่าง imac และ mac mini ไปจนถึงรูปแบบของโทรศัพท์ อย่าง iphone การฟังเพลงจาก ipod การใช้ multitouch ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์

รูปแบบการบรรยายบนเวที ก็เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น การพูดบนเวที ดึงความสนใจจากคนดูได้ราวกับมีเวทย์มนต์ รูปแบบการแต่งตัว ที่เรียบง่ายแต่ไม่เชย จนทุกวันนี้ต่อให้มีคนชอบวิธีการแต่งตัวของเขา ก็ไม่มีใครกล้าแต่งแบบนี้ เพราะแต่งไปแล้วก็มีแต่จะทำให้คนทักว่าเหมือนสตีฟจ๊อบ

หนังการ์ตูนชั้นดี จากยี่ห้อ PIXAR ซึ่งเป็นบริษัที่สตีฟจ๊อบใช้เวลาในวันที่เขาตกงาน ไปเปิดบริษัทแก้เบื่อ แต่มันทำงานและทำเงินในธุรกิจหนังได้มากกว่าใครทั้งหมดที่เคยทำการ์ตูนมา แม้แต่ disney ยังต้องเคือง เช่นเรื่อง toy story จนถึง finding nemo และอื่นๆอีกมาก

ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับ สตีฟจ๊อบ ที่จะกลายเป็นเรื่องเล่า เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆอีกมาก ขอให้ไปสู่สุคติ

เตรียมงานแต่งงาน season2 การ์ดเชิญ

ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ก่อนแต่งงาน แต่การเตรียมงานแต่งงานของผมก็ค่อนข้างยุ่ง เลยไม่ได้เขียนบล็อกอีกพักใหญ่ๆ และพอผ่านงานแต่งงานไปแล้วก็มีงานค้าง มีการเดินทางเข้ามาแทรกบ่อยๆ บทความนี้เลยถูกดองไปนานหลายเดือน

สิ่งพิมพ์ในงานแต่งงานเป็นของคู่กัน จะแต่งงานก็ต้องแจกการ์ด การ์ดเชิญงานแต่งงานทั่วไปก็จะเป็นการ์ดพับขนาดพับแล้วประมาณ 5×7 นิ้ว ใส่ซองสวยๆมีลวดลาย ผมก็เป็นคนที่พิมพ์การ์ดให้คนอื่นอยู่บ่อยๆ บางคนแหวกแนวหน่อยนึงก็ทำเป็นการ์ดเดี่ยว พิมพ์หน้าเดียวบ้าง สองหน้าบ้าง พิมพ์เป็นตัวหนังสือสีทองหรือสีเงินบ้าง ผมค่อนข้างเบื่อกับการ์ดต่างๆ เพราะที่เคยได้รับการ์ดเชิญมา มันก็ดูคล้ายๆกัน เวลาผ่านไปก็วางไว้ในลิ้นชัก นานๆเปิดเก๊ะออกมาดู มีการ์ดกองไว้เป็นปึก ดูผ่านๆก็ไม่รู้ว่าของใครบ้าง

ผมก็เลยตั้งใจว่าต้องออกแบบการเชิญให้เขาอยากเก็บการ์ดของผม ไม่ทิ้งขว้างหรือกองไว้แล้วดูไม่รู้ว่าเป็นการ์ดของผมเอง ก็เลยเป็นที่มาของการ์ดใหญ่ผิดปกติ และการ์ดเล็กที่ไม่ปกติเช่นกัน

การ์ดใหญ่ของผมจะขนาดใหญ่ประมาณ 13×18 นิ้ว พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัลบนกระดาษ ACQ 300g  จากนั้นก็จะเอาไปทากาวประกบกับกระดาษแข็งเบอร์ 16  เพื่อให้มีความหนา  สามารถจะหยิบถือแล้วทรงตัวเป็นป้ายได้เลย  การแจกการ์ดของผมก็คือจะเอาป้าย(การ์ดเชิญ) ไปให้เพื่อนถือแล้วถ่ายภาพนั้นไว้  จากนั้นก็จะปริ๊นท์ภาพถ่ายออกมาให้เพื่อนเป็นการ์ดเชิญ  ดูในภาพจะเห็นข้อความบนป้าย  มีรูปของเพื่อนอยู่ในนั้นมันทำให้การเชิญของผมน่าจะเป็นที่จดจำ และการ์ดของผมคงถูกทิ้งช้าลง หรืออาจจะไม่ถูกทิ้งเลย เหมือนกับที่ผมเก็บรูปถ่ายของตัวผมเองไว้ ไม่เคยคิดจะทิ้ง  อาจจะมีลืมว่าเก็บไว้ที่ไหน แต่จะไม่ทิ้ง

ให้เพื่อนถือแล้วก็ถ่ายภาพเก็บไว้

ผลัดกันถือ  อิริยาบถต่างกัน ตามสบายเลย

บางคนติดธุระอยู่  บอกให้ถือก็ถือ  ไม่ได้สงสัยว่าจะทำอะไร

บางคนหลับอยู่ ถือไม่ได้ ผมก็วางพาดเลย  แล้วก็ถ่ายภาพเก็บไว้

หลังจากนั้นก็อัดภาพให้กับเพื่อนๆทุกคน  สำหรับเพื่อนคนที่หลับผมก็อัดแล้วก็เอาไปวางบนตัวมัน ถ่ายภาพเก็บอีกทีหนึ่งเอาไว้แซวกันเล่นๆตอนแก่  ว่าตอนแจกการ์ดมันหลับอยู่  ไม่รู้ตัวเลย

ผมตั้งใจทำให้งานแต่งงานของผมมีความน่าสนใจ  ไม่อยากให้เพื่อนลืมง่ายๆ  อะไรที่ชาวบ้านเขาทำกันผมไม่ทำเลย  มันเป็นคอนเซ็ปแรกของการแต่งงานของผม

งานพิมพ์เร่งด่วน แก้ปัญหาให้ลูกค้าใบปลิวไม่พอ

วันที่ 1-4 กันยายน 2554 มีการจัดงานท่องเที่ยวที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลูกค้าประจำของผมไปออกงานนี้เช่นกัน งานนี้ใช้ใบปลิวสองแบบ พิมพ์ 4 สี 2 หน้า 1 งาน และ 4 สี 1 หน้าอีก 1 งาน รับอาร์ตเวิร์คก่อนงานประมาณ 5 วัน นัดส่งของที่สถานที่จัดงานก่อนวันเริ่มงานจริง 1 วัน หรือไปส่งวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ตอนเย็นๆเพื่อรอใช้งานในวันถัดไป

วันที่ 31 สิงหาคม 2554 ผมไปส่งของเรียบร้อย ตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ คนน้อยดี ก่อนหน้านี้ในครั้งก่อนๆ ผมไปส่งของช่วงเย็น ต้องไปแย่งกันจอดรถ คนเยอะ ขนของลำบาก แต่ถ้าไปดึกหน่อยคนเริ่มน้อย จอดรถง่าย ค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบ สบายดี คราวต่อไปมาส่งดึกๆดีกว่า

วันที่ 2 กันยายน 2554 ตอนหัวค่ำ ลูกค้าโทรมาบอกผมว่า ใบปลิวกำลังจะหมด ที่ทำไว้ประมาณการว่าจะแจก 4 วัน แต่ผ่านไปแค่สองวันจะหมดแล้ว อาจจะเป็นเพราะคนเดินเยอะมาก เลยแจกใบปลิวมาก ลูกค้าถามว่าจะพิมพ์เพิ่มทำได้ทันพรุ่งนี้ไหม ผมบอกไม่ทัน ถ้าจะให้พิมพ์ใบปลิว 4 สี 1 หน้า มันจะต้องเร่ิมพิมพ์พรุ่งนี้ พิมพ์เสร็จต้องรอแห้งเพื่อตัดในวันถัดไป เร็วสุดที่ทำได้คือเอาไปส่งวันที่ 4 ตอนกลางวัน ซึ่งก็ช้าเกินไป ลูกค้าเลยตัดสินใจขอให้เอาไปช่วยถ่ายเอกสารแทนและฝากผมทำให้ด้วย จำนวน 8000 ใบ

ผมรับปากช่วยงาน แต่ไม่อยากทำเป็นงานถ่ายเอกสาร เพราะงานมันจะดูกระจอก เลยวางแผนพิมพ์ 1 สี บนกระดาษอาร์ตด้าน เพื่อให้สวยและเสร็จเร็ว และต้องทำให้มันไม่ต้องตัดกระดาษหลังพิมพ์เพื่อจะได้ห่อไปส่งที่งานได้ทันที เลยเปลี่ยนวิธีการพิมพ์ใหม่เล็กน้อย จากเดิมกระดาษ 1ใบใหญ่ ลงได้ 4 ใบเล็ก พิมพ์เสร็จต้องเอามาตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ งาน 8000 ใบเล็ก ก็พิมพ์แค่ 2000 ใบใหญ่ แล้วเอามาตัดแบ่ง ผมเปลี่ยนให้พิมพ์กระดาษใบเล็กเท่างานจริงไปเลย ทำเพลทใหม่สำหรับพิมพ์ใบเล็ก แล้วก็พิมพ์ไปเรื่อยๆ พิมพ์เสร็จก็ห่อได้เลยไม่ต้องไปเสียเวลารอให้แห้งสนิทแล้วค่อยตัด คำนวณเวลาที่ใช้พิมพ์ได้ดังนี้ ทำเพลทตอนเช้าเพื่อพิมพ์สีดำ 1 ชม. ระหว่างนั้นตัดกระดาษรอ พอได้เพลทมาก็เริ่มพิมพ์ จับเวลาพิมพ์ได้นาทีละ 121 ใบ ก็เท่ากับว่าต้องใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 70 นาที แต่จริงๆก็ใช้เวลานานกว่านั้นในการตั้งเครื่อง รวมๆแล้วใช้เวลาบนเครื่องพิมพ์ไป 2 ชม. รวมเวลาห่อและเดินทางอีก 1 ชม. ก็ครึ่งวันพอดี สรุปว่าแก้ปัญหาได้ ของไปถึงลูกค้าวันที่ 3 ตอนเที่ยง พอแจกไปจนจบงาน

การถ่ายเอกสารจากสิ่งพิมพ์ที่เป็นสี จะไม่สามารถทำให้สวยงามเท่ากับการพิมพ์สีดำ 1 สีได้ แม้โดยสามัญสำนึกมันจะทำได้เหมือนกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน เพราะภาพสีถ้าเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำอาจจะอ่านข้อมูลบางส่วนไม่ออก และการไล่ระดับสีเจ้าไปอ่อนจะทำได้ไม่ดี

งานต้นฉบับพิมพ์ 4 สี สแกนจากกระดาษจริง

ถ้าเอามาถ่ายเอกสารตรงๆจะเป็นแบบนี้ จะเห็นว่าตัวเลขราคา 5300 บาทจะจางกว่า และลายท้องฟ้าพื้นหลังบางส่วนจะหายไป

ต้องแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนค่าสีตัวเลขให้เข้ม แล้วทำเพลท 1 สี เพื่อพิมพ์ใหม่เลย คุณภาพงานจะดีกว่าการถ่ายเอกสารตรงๆ

แอมป์หลอดเสียงดี antique sound lab se84

พูดถึงเครื่องเสียงมักจะต้องมีเรื่องของแอมป์หลอดเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักเล่นเครื่องเสียงที่มีใจฝักใฝ่ในระดับที่เข้มข้น เครื่องขยายเสียงแบบหลอดเป็นเทคโนโลยีการขยายเสียงที่เก่าแก่ที่สุดของโลกเรา มันถูกคิดค้นมาเมื่อต้นศตวรรษที่ยี่สิบและถูกใช้งานข้ามศตวรรษมาสู่ศตวรรษที่ 21

เครื่องเสียงแบบหลอดสูญญากาศได้รับความนิยมอยู่เป็นพักๆ บางช่วงเวลาก็รุ่งโรจน์สุดกู่ บางช่วงเวลาก็ซบเซา ซึ่งเป็นจังหวะที่นักออกแบบหันไปสนใจเทคโนโลยีใหม่อย่างโซลิทสเตทหรือทรานซิสเตอร์ แต่ในที่สุดก็หมุนเวียนมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แม้ว่าเทคโนโลยีทางวิศวกรรมจะเจริญไปเพียงใดก็ตาม แต่หากว่าทฤษฎีการขยายเสียงยังคงใช้พื้นฐานแบบเดียวกับหลอดสูญญากาศ เครื่องเสียงหลอดก็ยังคงโดดเด่นและเป็นที่สุดของการฟังเพลงได้อย่างไม่ต้องสงสัย

เครื่องเสียงหลอด หรือ แอมป์หลอด มีตั้งแต่ราคาถูกระดับไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงระดับเป็นล้านบาท และมันสร้างได้ง่ายมากจนได้รับความนิยมจากนักอิเล็กทรอนิกส์สมัครเล่นที่ต้องเคยทดลองสร้างกันอย่างน้อย 1 เครื่องหรือ 1 วงจร เสน่ห์ของมันก็คือ คุณภาพเสียงที่ได้ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปตามกำลังเงินที่จ่ายไป แอมป์หลอดหลักพันให้เสียงดีกว่าแอมป์หลอดหลักแสนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แอมป์หลอดหลักหมื่นจะดีกว่าหลักล้านก็เป็นไปได้ เพราะคุณภาพไม่ได้แปรผันตามระดับราคา มันจึงเป็นเสน่ห์ของนักเล่นเครื่องเสียง เพราะทุกคนต่างก็มีโอกาสสัมผัสคุณภาพเสียงที่ดีมากในระดับราคาที่จ่ายไหว มันไม่เหมือนรถยนต์ เครื่องดนตรี กล้องถ่ายรูปที่ยิ่งแพงก็ยิ่งดี

แอมป์หลอดที่ผมมีอยู่ตัวนี้คือแอมป์หลอดยี่ห้อ antique sound lab รุ่น se84 เป็นแอมป์หลอดทำงานในระบบซิงเกิ้ลเอนด์ กำลังขับ 3.5 วัตต์ต่อข้าง ระบบซิงเกิ้ลเอนด์คือระบบการขยายเสียงที่ใกล้เคียงอุดมคติมากที่สุด สัญญาณไฟฟ้าตลอดลูกคลื่นถูกขยายด้วยวงจรเพียงวงจรเดียว (แต่ไม่ใช่ซิงเกิ้ลเอนด์ซิงเกิ้ลสเตทนะครับ)

แอมป์หลอดตัวนี้ถูกขายครั้งแรกในประเทศไทยประมาณปี พ.ศ.2540 ซึ่งในครั้งนั้นขายกันเพียงเครื่องละ 3250 บาท ผมซื้อแอมป์ตัวนี้ในงานแสดงเครื่องเสียงที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ จำไม่ได้ว่าซื้อกับผู้แทนจำหน่ายชื่ออะไร รู้แต่ว่าแอมป์หลอดตัวนี้ขายดีมาก เพราะว่าราคาถูกมากนั่นเอง เงินสามพันกว่าบาทในยุคนั้นทำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก เครื่องเสียงทั่วไปคุณภาพดีๆต้องจ่ายกันหมื่นกว่าบาท มินิคอมโปที่ขายตามห้างจายกันหมื่นกว่าบาท โทรทัศน์สีระดับหนึ่งหมื่นบาทจะได้เพียง 21 นิ้ว คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คยุคนั้นต้องจ่ายประมาณ 7 หมื่น คอมพิวเตอร์ประกอบเองต้องใช้เงินประมาณสามหมื่น

แอมป์หลอดตัวนี้ต่อแหล่งโปรแกรมได้แค่ 1 ชุด ขั้วต่อเป็นอาร์ซีเอชุบทอง ขั้วต่อสายลำโพงเป็นบานาน่าปลั๊กชุบทอง สวิตช์เปิดปิดเป็นแบบโยก ด้านหน้าเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียงแค่ปุ่มเดียว ขั้วต่อสายไฟเอซีเป็นแบบถอดได้ แอมป์หลอดตัวนี้ถูกออกแบบให้เป็นเพาเวอร์แอมป์ แต่ว่ามีการใส่วอลลุ่มเข้าไปเพื่อให้สามารถปรับระดับเสียงได้ มันจึงสามารถใช้งานกับเครื่องเล่นซีดีหรือแหล่งโปรแกรมต่างๆได้โดยตรงโดยไม่ต้องต่อผ่านปรีแอมป์

หลอดขยายเสียงมี 3 หลอด หลอดเล็กตรงกลางเป็นภาครับใช้หลอด 12AX7 ทำหน้าที่รับสัญญาณจากวอลลุ่มขยายสัญญาณเบื้องต้นในแบบคลาสเอแล้วส่งสัญญาณไฟฟ้าไปเข้าหลอดใหญ่ หลอดใหญ่ทำหน้าที่ขยายเสียงให้มีกำลังสูงขึ้น หลอดใหญ่นี้คือหลอด el84 ถูกออกแบบการใช้งานในโหมดซิงเกิ้ลเอนด์คลาสเอ ก้อนสีดำสามก้อนคือหม้อแปลง ก้อนทางซ้ายคือหม้อแปลงจ่ายไฟให้กับวงจรทั้งหมด หม้อแปลงส่วนกลางและขวาเป็นหม้อแปลงปรับอิมพีแดนซ์

เครื่องเสียงกำลัง 3.5 วัตต์จะฟังเพลงเพราะได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่คนที่รู้เรื่องทางไฟฟ้าก็คงจะไม่เข้าใจนัก สรุปได้สั้นๆเพียงว่าการฟังเพลงปกติในบ้าน กำลังเสียงเพียง 1 วัตต์ก็ค่อนข้างจะเสียงดังฟังชัดแล้ว การใช้เครื่องเสียงวัตต์ต่ำต้องใช้คู่กับลำโพงความไวสูง การเลือกลำโพงให้เหมาะสมกับแอมป์หลอดตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน จะต้องเลือกลำโพงที่มีความไวสูงกว่าปกติ ลำโพงที่เหมาะกับมันควรจะมีความไวระดับ 90dB ขึ้นไป

ผมใช้งานแอมป์หลอดตัวนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 บางช่วงเวลาก็ใช้ต่อกับเครื่องเล่นซีดี บางช่วงเวลาก็ต่อกับคอมพิวเตอร์ บางช่วงเวลาก็ต่อกับ ipod คุณภาพเสียงของแอมป์หลอดคลาสเอเป็นสิ่งที่น่าหลงใหล ต้องได้ลองสัมผัสเองถึงจะเข้าใจ ทุกวันนี้ในเงินหลักพันบาทผมยังไม่พบว่ามีเครื่องเสียงตัวไหนเสียงดีกว่านี้ คุณงามความดีอาจไม่ได้เกิดจากแอมป์หลอดเพียงตัวเดียว แต่มันเกิดจากการเลือกใช้งานลำโพงด้วย ซึ่งลำโพงที่ผมเลือกใช้มันเหมาะเจาะและลงตัวกับแอมป์ตัวนี้พอดี เคยลองเปลี่ยนลำโพงอื่นๆเข้าไปบ้างเช่นกัน ลำโพงบางตัวทำให้แอมป์กลายเป็นของกระจอกไปเลยก็มี ดังนั้น ใครที่เล่นแอมป์หลอด ขอให้เลือกลำโพงให้เหมาะสม ถ้าเสียงยังไม่ดี ไม่ถูกใจ ควรได้ลองเปลี่ยนลำโพงดูก่อน นอกจากนี้ แอมป์หลอดยังเปิดโอกาสให้นักเล่นได้ทดลองเปลี่ยนหลอดด้วยเพื่อเปลี่ยนบุคลิกเสียง ซึ่งมันเป็นความสนุกอีกรูปแบบหนึ่งที่ละลายเงินในกระเป๋าตลอดเวลาถ้าไม่หยุดค้นหา จบห้วนๆดีกว่า

ภาพตัวเอง คนอื่นถ่ายให้

ภาพนี้ได้มาจากช่างภาพที่จ้างไว้ถ่ายในงานแต่งงานของผมเอง
ผมเป็นเจ้าบ่าวที่อยากจะถ่ายภาพบางภาพในงานของผมเองด้วย
เลยพกกล้องห้อยคอเอาไว้ หลังจากพิธีหมั้นเสร็จไปแล้ว
ก็เป็นช่วงเวลาที่พอจะมีเวลาว่างเล็กน้อย ผมยืนพักอยู่ริมผนังสักแห่ง ช่างภาพที่จ้างไว้ก็เลยมาขอเก็บภาพเอาไว้ มุมนี้ถ่ายไปหลายภาพ ภาพนี้เป็นภาพที่ผมชอบ

japan trip 14-19 july 2011

ไปญี่ปุ่น

ผมกับแฟนวางแผนไปญี่ปุ่นกัน ทีแรกคิดว่าจะได้ไปสบายๆเหมือนคู่ฮันนีมูนทั่วไป ที่ไหนได้ แบกเป้ ลากกระเป๋าเดินกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง ได้ขึ้นรถไฟฟ้าทั้งบนดิน และใต้ดินจนแทบจะจำแผนที่ในโอซาก้าได้แล้ว สิ่งที่ประทับใจก็คือเราได้มาเห็นว่าบ้านเมืองที่เจริญแล้วมันเป็นอย่างไร ดูเขาแล้วก็เอาใจช่วยบ้านเรา ญี่ปุ่นเขามีรถไฟฟ้าใต้ดินกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ตามการหาหลักฐานของผมเอง โดยหาจากวิดีโอใน youtube ซึ่งไปพบว่ามีภาพการก่อสร้างรถใต้ดิน การขนรถจักรลงไปในอุโมงค์ ฯลฯ เทียบกับบ้านเรา ประเทศไทย บ้านเมืองที่ไหว้รากไม้มากกว่าไหว้คนให้ความรู้ กว่าพวกเราจะมี รถใต้ดิน มันก็ต้องรอถึงปี ค.ศ. 2004 ช้ากว่าญี่ปุ่นแค่ 74 ปีเอง

ภาพถ่ายในทริปนี้ใช้กล้อง Fuji x100 ซึ่งผมตั้งใจซื้อมาเพื่อใช้ถ่ายภาพเล่นๆในงานแต่งงานของผมเอง และใช้ถ่ายภาพทั่วไปแทนกล้องตัวใหญ่ ด้วยความเล็กกระทัดรัดทำให้การเดินทางท่องเที่ยวมีความสนุกมากขึ้น ไม่เป็นภาระในการพกพา ภาพที่ได้ค่อนข้างมีคุณภาพสูงใกล้เคียงกับกล้องตัวใหญ่ๆ ถือว่าเป็นการซื้อของที่มีคุณภาพดีอีกรายการหนึ่ง

ลองเล่น GPS

เครื่องเล่น GPS ของ Garmin รุ่น nuvi1250 ราคาเครื่องละ 3900 บาท เป็นราคาโละสต๊อค ก่อนหน้านี้ราคา 5900 บาท
คุณภาพใช้งานได้ดี สามารถติดในรถยนต์ freed ได้ไม่มีปัญหา
กระจกหน้ารถติดฟิล์มลามิน่า 40% แบบปรอท ยังสามารถรับสัญญาณได้ ในกล่องแถมอุปกรณ์ติดกระจกและสายชาร์จในรถยนต์มาให้ด้วย

อัพเดทปี 2018

garmin nuvi 1250 ยังอัพเดทได้ในปี คศ2018