Category Archives: Uncategorized
2014 in review
The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2014 annual report for this blog.
Here’s an excerpt:
Madison Square Garden can seat 20,000 people for a concert. This blog was viewed about 62,000 times in 2014. If it were a concert at Madison Square Garden, it would take about 3 sold-out performances for that many people to see it.
ภาพเปรียบเทียบ eos 6d+24-105f4 vs zenfone5
บังเอิญได้มีโอกาสถ่ายภาพในเทศบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พาลูกมาขี่รถจักรยานเล่นแทบทุกวัน รถดับเพลิงสีแดงสด จอดกลางแดด เห็นว่าสวยดีเลยหยิบมือถือมาถ่ายไว้ และก็มีกล้องอยู่ท้ายรถก็เลยหยิบกล้องชุดใหญ่ออกมาด้วย พอถ่ายเสร็จก็เลยเอามาวางไว้เพื่อเปรียบเทียบให้ดูกัน
ภาพหนึ่งมาจากกล้อง eos 6d + 24-105f4 ส่วนอีกภาพพก็จะเป็นภาพจาก zenphone5 ลองดูและคาดเดาได้ตามสบาย


creditability คืออะไร
เราผ่านการคุยกันเรื่อง visibility ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ทุกคนในกลุ่มสามารถรับรู้ได้ว่าเรามีตัวตน มีอาชีพนี้อยู่ในทีม ซึ่งเป็นปัจจัยแรกของการสร้างธุรกิจแบบ word of mouth หรือ referral marketing
และหลังจากที่เราทำให้ทุกคนรู้ว่าเรามีตัวตนแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ สร้างความน่าเชื่อถือ หรือ creditability นั่นเอง เพราะการมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มว่าเราทำอาชีพอะไร นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เพื่อนๆ มั่นใจและแนะนำลูกค้าให้เรา
การที่ใครสักคนจะแนะนำธุรกิจให้กับเพื่อนของเขา คนแนะนำเขามักจะคิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแนะนำของเขามีคุณค่าปัจจัยที่จะมีผลต่อการคัดเลือกว่าจะให้ใครจะมีดังนี้
1 คุณเก่งในสายงานคุณจริงไหม บางคนใช้คำว่า expert
2 คุณทำสิ่งที่คุณทำอยู่อย่างมีความหลงไหล หรือ มี passion หรือไม่ และความรู้สึกเหล่านี้หลุดออกมาสู่คนรอบข้างได้ชัดเจนไหม
3 คุณตอบสนองกับธุรกิจที่ได้รับอย่างมืออาชีพ และช่วยรักษาเครดิตของคนแนะนำนั้นอย่างดีไหม ถ้าให้ไปแล้วไม่ตามงาน ก็เสียชื่อ ดังนั้นการติดตามงานอย่างกระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและสำคัญที่สุด
4 เรามีความสัมพันธ์แบบสนิทรู้จักกันดีเพียงพอไหม?
เพราะหลายๆครั้งเราก็มักจะมีความรู้สึกในใจว่า เราไม่ค่อยรู้จักเขา เราเลยไม่กล้าแนะนำลูกค้าให้เขา
เราและเพื่อนในทีมต้องตอบคำถามสี่อย่างให้ได้ครบทุกข้อซึ่งกันและกันคือ เราเก่งไหม เรามี passion มากพอไหม เราเป็นมืออาชีพในธุรกิจไหม และ เราสนิทกับเพื่อนมากพอหรือยัง
สัปดาห์หน้าเราขอเริ่มทีคำถามสุดท้ายก่อน เราสนิทกับเพื่อนหรือยัง โดยเราจะมาหาวิธีวัดความสนิทต่อกัน ว่ามีมากหรือน้อย และเราจะเพิ่มความสนิทสนมที่ว่านี้ได้อย่างไร
ข้อมูลเรียบเรียงจาก http://businessnetworking.com/
รองเท้าแตะทั้ง 7
ผมรับงานสิ่งพิมพ์ตัวหนึ่ง เพื่อนเป็นโรงงานผลิตรองเท้าฟองน้ำ ส่งไปขายในพม่า เขาต้องการทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ว่ารองเท้าที่เขาขายอยู่มีการเพิ่มสีสันอีกหลายสี จากเดิมมี 3 สี กลายเป็น 7 สีแล้วในปัจจุบัน โปสเตอร์ตัวนี้จะบอกข้อมูลเป็นภาษาไทยและอังกฤษ และจะถูกติดอยู่ในประเทศพม่า
สิ่งที่ต้องทำก็คือออกแบบโปสเตอร์ขายรองเท้าแตะ และถ่ายรูปรองเท้าแตะให้ดูน่าสนใจ เริ่มจากการถ่ายภาพต้นแบบเสียก่อน แล้วเอารองเท้าหนึ่งข้างไปออกแบบ เพื่อนให้รองเท้ามาครบทุกสี ก็เลยหยิบมาวางถ่ายหลายๆอัน ดูไปดูมาก็เป็นแพทเทิลสวยดี

สังเกตภาพว่าจะดูอมสีแดงนิดๆ พื้นขาวที่เป็นฉากหลังควรจะดูเป็นสีขาวไม่ปนสีอื่น แต่ดูแล้วยังไงก็ติดสีอื่นอยู่นิดๆ นั่นเป็นเพราะกระดาษหุ้มกล่องไฟที่ผมใช้อยู่มันเริ่มเก่า เริ่มเหลือง แสงที่ตกไปในกล่องก็เลยมีสีเจืออยู่ทำให้ส่วนที่ควรขาวกลับไม่ขาว ประกอบกับตั้งกล้องในส่วนของ white balance ให้เป็น Auto เอาไว้ ทำให้กล้องแก้สีให้มั่วไปหมดเลย
ตัดสินใจใช้วิธีตั้งค่า white balance เป็นแบบ Custom ซึ่งเป็นเทคนิคการแก้สีในภาพถ่ายให้ถูกต้องเที่ยงตรงที่สุด วิธีการก็คือให้ถ่ายฉากหลังในกล่องไฟให้เต็มภาพ ไม่มีสินค้าอยู่ในภาพ ให้เห็นแต่แบ็คกราวน์สีขาว แล้วหลังจากนั้นก็ไปตั้งที่กล้องว่าจะใช้ Custom Whitebalance กล้องจะให้เราเลือกว่าจะเอาภาพไหนเป็นภาพตั้งต้นเพื่อปรับแต่ง white balance ให้เป็นไปตามที่ต้องการ ก็ให้เลือกภาพที่เป็นแบ็คกราวน์ล้วนๆไปเสีย กล้องจะประมวลผลแล้วแก้สีให้ภาพที่เราเลือกมีค่าสีขาวที่ไม่มีสีอื่นปน กล่าวคือให้สีขาวที่แม่นยำที่สุดแล้ว
สุดท้ายออกมาเป็นแบบนี้
ในตอนพิมพ์จริงก็เลยเอารองเท้าจริงมาวางเพื่อให้ช่างพิมพ์ปรับสีให้ใกล้เคียงของจริงไปซะเลย
แผ่นยางรองพื้นรถช่วยได้เยอะ
ตอนได้รถมาใหม่จะต้องหาแผ่นยางรองพื้นรถมาวาง ส่วนใหญ่เขาใช้แบบแผ่นลายกระดุม เพราะดูดีและเป็นแผ่นเรียบ ทำให้รถดูเรียบร้อยและสะอาดตา ผมเองตอนหาซื้อทีแรกก็อยากได้ แต่ในห้างไม่มีขาย ส่วนใหญ่เขาจะสั่งกันทางเว็บแล้วให้จัดส่งหรือขับรถไปติดที่ร้าน
แบบที่เจอตามห้างจะไม่เป็นแผ่นรอง แต่มักจะมาเป็นถาด มีขอบสูงขึ้นดูหน้าตาเป็นถาดมากกว่าแผ่น มันไม่สวยเลย แต่ผมก็ซื้อใช้เพราะว่าไม่สามารถหาของหน้าตาดีกว่านี้ได้แบบสะดวก รถคันที่แล้วก็ใช้ รถคันนี้ฮอนด้าฟรีดก็ใช้แบบถาดเช่นกัน แล้ววันดีคืนดีก็ได้ค้นพบว่า แผ่นยางแบบถาดมันก็มีข้อดีเหมือนกัน และดีมากแบบที่แผ่นลายกระดุมไม่สามารถทดแทนได้เสียด้วย
นั่นก็คือตอนที่ทำน้ำหก หรือ กาแฟหกใส่พื้นรถ ถ้าเป็นแผ่นยางลายกระดุม น้ำกาแฟก็คงไหลกระจายไปทั่วแผ่นและคงซึมลงไปที่พรมพื้นรถไปแล้ว แต่แบบถาดมันอุ้มน้ำกาแฟเอาไว้ เหมือนเป็นจานขนาดใหญ่ที่เก็บน้ำกาแฟไม่ให้ไหลไปไหน เห็นภาพแบบนี้แล้วโล่งอกเลย ถ้าไม่มีถาดแบบนี้ผมคงได้ล้างรถพร้อมซักพรมครั้งใหญ่ไปแล้ว
สิ่งที่ต้องทำก็แค่ยกถาดออกไปเทน้ำกาแฟทิ้ง ฉีดน้ำล้างแผ่นยางแบบถาดผืนนี้เท่านั้นเอง รู้สึกโชคดีมากเลย
เปรียบเทียบ efm 18-55stm vs 22f2
เปลี่ยนกรองแอร์ Honda freed
ตอนเข้าศูนย์บริการ ก็มีการแจ้งว่ากรองแอร์ของรถถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว เพราะว่าดำมาก ราคาค่าเปลี่ยนชิ้นละเกือบพันบาท ผมเองก็รู้สึกคุ้นๆว่าราคาน่าจะถูกกว่านี้ เพราะเคยเห็นมีคนประกาศขายกันอันละ 200 บาทเอง ก็เลยบอกเขาว่ายังไม่เปลี่ยน กะว่าไปหาเองข้างนอกก็ถูกกว่า
เลยมาถามใน Facebook ห้อง Thaifreed ว่ามีใครขายอยู่ไหมจะขอซื้อ มีพี่ใจดีที่เป็นสมาชิกแวะไปถามร้านแถวบ้านให้ ปรากฏว่าราคา 2 อัน 260 บาท ค่าส่งจากโคราชอีก 28 บาท รวมเป็น 288 บาท โอนเงินให้พี่เขา อีกสองวันก็ได้ของมา
ก็เลยถอดเปลี่ยนเองเลย ถามจากในเว็บก็พอรู้วิธีเปลี่ยน ถอดไม่ยาก ลิ้นชักหน้ารถ แกะออกมา แล้วก็จะเจอ หยิบอันเก่าออกมาตกใจมาก ดำชนิดที่ว่าเห็นแล้วต้องเรียบเปลี่ยนออกเลย
ของเก่าคือทางซ้าย ของใหม่คือทางขวา แม้ว่าลอนกระดาษกรองจะไม่เหมือนกัน แต่ก็ใส่แทนกันได้ พอเปลี่ยนแล้วก็ตั้งนัดหมายไว้ในมือถือว่าอีก 6 เดือนให้เปลี่ยนอีกครั้ง เพราะสั่งซื้อไว้สองอัน……… นี่คือเรื่องราวเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว
ผ่านมา 6 เดือน ถึงเวลาที่ระบบเตือนในมือถือเตือนให้เปลี่ยนกรองแอร์อีกครั้ง ครั้งนี้ก็เลยไปหยิบตัวที่สองที่เคยซื้อไว้มาเปลี่ยน ก่อนเปลี่ยนก็ถ่ายรูปเทียบกับตัวที่ดึงออกมาจากรถเอาไว้
ภาพซ้ายคือตัวที่เปลี่ยนเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ภาพขวา คือตัวใหม่ ถ่ายให้เห็นหลายๆมุม กรองแอร์จะดักฝุ่นต่างๆที่วิ่งมากับระบบปรับอากาศ ถ้าไม่มีกรองแอร์ฝุ่นพวกนี้ก็อยู่ในรถ อย่าลืมเปลี่ยนทุกหกเดือนนะครับ
3nov2014 ขอบฟ้าเล่นกีต้าร์
ขอบฟ้าสองขวบสามเดือน
GPS แท้กับ smartphone ใช้แบบไหนดี
เปรียบเทียบ GPS แท้ๆ กับ สมาร์ทโฟนที่ลงโปรแกรม GPS
ในแง่ของการใช้งาน มันสามารถนำทางได้ไม่ต่างกัน อาจมีหลุดเส้นทางบ้าง อ้อมบ้าง แต่ก็ทำงานได้จนจบคือพาไปถึงที่ แรกๆตอนที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนดีๆให้ใช้ ก็รู้สึกว่า GPS แท้ๆมันน่าจะดีกว่า เพราะสมาร์ทโฟนยังช้า และ ต้องคอยหยิบเข้าออกเสียเวลา ตอนนำทางถ้าสายเข้าก็จะตัดไปทำงานโทรศัพท์จนไม่สามารถนำทางได้ หลายครั้งที่ต้องตัดสินใจเลี้ยวในเมืองที่มีแยกจำนวนมากแต่ดันตัดการทำงานจนเสียอารมณ์อย่างยิ่ง
ในวันที่สมาร์ทโฟนทำงานได้เร็วขึ้น การทำงานของสมาร์ทโฟนและแผนที่ GPS ก็ทำงานได้ราบลื่น ช่วงที่ใช้งานทั้งสองอย่างเปรียบเทียบกันก็เผลอเทใจให้สมาร์ทโฟนตรงที่ว่าสามารถเลือกซอร์ฟแวร์มาใส่ได้ตามใจ ถูกใจค่ายไหนก็ไปหามาลงได้ แถมยังมี google maps ให้ใช้อีก แผนที่อัพเดทอัตโนมัติ ช่วงนี้จะรู้สึกว่า GPS แท้ๆจะแพ้ทางอย่างราบคาบ เพราะแผนที่ไม่อัพเดท และการทำงานแบบ online น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ผ่านมาเป็นปี สมาร์ทโฟนรุ่นท๊อปที่ตอนซื้อราคาแพงกว่า iphone เริ่มทำงานช้าลง เวลา os ในมือถือมันอัพเดท โปรแกรมต่างๆในเครื่องก็ต้องอัพเดทตามกัน ขนาดโปรแกรมก็ใหญ่ขึ้น กินพลังของเครื่องมากขึ้น และมันก็มาถึงวันที่สมาร์ทโฟนตัวท๊อปทำงานได้ช้าลง ช้าในระดับที่ว่า สายเข้าแล้ว เสียงเรียกดังไปสองทีแล้วเบอร์โทรยังไม่ขึ้นชื่อเลย อาการหนักมาก เหมือนกับว่าเครื่องมันประมวลผลอะไรอยู่และเราไม่สามารถสั่งการเพิ่มเติมได้ เรื่องหงุดหงิดเริ่มมีให้เห็นบ่อย ยังไม่รวมอาการแบตเสื่อมที่จะต้องซื้อเปลี่ยนอีกปีละก้อน ก้อนนึงก็เกือบพัน ไปๆมาๆ สมาร์ทโฟนก็ทำงานช้าจนไม่อยากใช้ จะเอามันมานำทางก็ไม่ได้แล้ว เปิดโปรแกรมไม่ขึ้น google map ที่เคยถูกใจก็เปิดไม่ขึ้นเสียแล้ว สุดท้ายมันก็ทำงานเป็น GPS ไม่ได้ และในที่สุดมันก็หมดอายุเปิดไม่ติด
พอวันที่สมาร์ทโฟนตายสนิท ผมก็ได้รู้คำตอบแล้วว่า GPS ที่น่าใช้งานที่สุดในรถยนต์ก็คือ GPS แท้ๆ ติดในรถ เพราะมันไม่เคยช้าลง ไม่เคยตก และยังมีสภาพที่ดี และมันก็ไม่รวน ไม่แฮ้งค์ แม้จะต้องเอาไปอัพเดทแผนที่บ้างเป็นบางปี แต่ระยะเวลาประมาณสี่ปีที่ใช้งานก็ทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ คงเหลือให้ลุ้นแค่เพียงว่ามันจะดับสนิทหมดอายุเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าน่าจะอีกนาน เพราะตอนนี้มันก็ยังทำงานได้เหมือนของใหม่แกะกล่องเลย ส่วนสมาร์ทโฟนตัวท๊อปของผมก็ตกรุ่นไปสามครั้งแล้ว และตอนนี้ก็ตายสนิทกลายเป็นที่ทับกระดาษเรียบร้อย
ตัวอย่างภาพ ถ่ายด้วย f1.8 vs f8
เปรียบเทียบค่าการเปิดรูรับแสง f 1.8 เทียบกับ f8 เพื่อให้ดูว่าฉากหลังที่เปลี่ยนไปตามค่า f ค่า f น้อยๆจะเป็นช่วงที่ให้ภาพชัดตื้น จุดที่โฟกัสจะมีระยะชัดไม่มาก ฉากหลังที่ถอยห่างออกไปจะเบลอมาก ส่วนค่า f มากๆอย่าง f8 ก็เป็นค่าที่ให้ระยะชัดมากขึ้น ฉากหลังก็จะชัดมากขึ้น
ภาพจาก f 1.8
ภาพจาก f 8
ถ่ายด้วยกล้อง eos 6d
เลนส์ canon ef 85 f1.8











































