nec09 – gatekeeper

Bod heritage

การหา referral ให้เพื่อนนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ใครยังไม่เคยให้อาจจะมึนงง ไปต่อไม่ถูก วันนี้เรามีวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เรามี referral ให้เพื่อนครับ
การทำการตลาดแบบบอกต่อ เราจะต้องพัฒนาตัวเราให้เป็นนักแก้ปัญหาให้เพื่อน ใครมีปัญหา ใครมองหาบริการหรือผลิตภัณฑ์ก็ให้มาถามกับเรา ทำให้ทุกคำถามเร่ิมต้นที่เรา
แปลว่าให้เราทำตัวเป็นผู้คุมประตูสมบัติ สมบัติหลังประตูนี้คือ ซัพพลายเออร์ชั้นดี ซึ่งหมายถึงสมาชิกในแช็พเตอร์ ใครอยากอยากติดต่อกับซัพพลายเออร์คุณภาพในเครือข่ายของเรา ก็ให้บอกเรา แล้วเราก็จะนัดหมายและคัดเลือกซัพพลายเออร์ในเครือข่ายของเราไปให้
สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ส่งข่าวด้วยวิธีการที่เราถนัด จะเป็นการโทรคุย หรือเป็น message หรือเป็นจดหมายก็ได้ ดร.ไอแวน ไมเนอร์แนะนำให้ทำเป็นจดหมายข่าว อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าเป็นไปได้ควรจะทำสามเดือนครั้ง ให้ส่งจดหมายไปยังคนรู้จักและลูกค้าของเรา บอกว่าเรามีเครือข่ายผู้ประกอบการที่ดี และมีประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งกับธุรกิจของท่านแน่นอน ดูอาชีพต่างๆได้ในลิสต์ที่แนบมาด้วย
แต่สิ่งที่สำคัญในเนื้อหาจดหมายก็คือ อย่าให้เบอร์โทร และชื่อสมาชิกไปในทันที ให้แต่รายนามอาชีพที่มีอยู่ แล้วให้ลูกค้าของเราเลือกตัดสินใจเองว่าอยากติดต่อกับใคร แล้วเราค่อยทำนัดหมายให้ทั้งคู่ได้คุยกัน
เมื่อมีการเริ่มต้นนัดหมาย ก็เท่ากับว่าเราทำการตลาดแบบบอกต่อสำเร็จเพียงเท่านี้เราก็จะเป็นนักแก้ปัญหาที่เก่งขึ้นเรื่อยๆ

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่6 กินผักเยอะๆ

การกินน้อยในแต่ละมื้อจะทำให้เราลดแคลอรี่ที่รับเข้าร่างกาย  ข้าว เนื้อสัตว์ น้ำมัน เป็นของที่มีแคลอรี่สูง เราต้องพยายามลดสิ่งเหล่านี้  การกินครึ่งเดียวก็คือวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะจำกัดปริมาณแคลอรี่  และโชคดีอยู่อย่างหนึ่งที่โลกนี้มีผัก  เราสามารถกินผักเยอะๆได้โดยที่เราได้แคลอรี่ที่น้อย หรือแทบไม่ได้เลย

DSCF7288

การกินผักเยอะจะช่วยให้ร่างกายเราได้วิตามินที่หลากหลาย  และช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นทันที  วันนี้กินผักเยอะ พรุ่งนี้เจอกันที่โถส้วมเลย  รับรองว่าขับถ่ายคล่อง   การกินผักในแต่ละมื้อเราสามารถกินได้จนอิ่ม  แต่ต้องเลือกผักที่ไม่มีน้ำมันผสมอยู่มากเกินไป  ก็คือ อย่ากินเมนูผัดผัก  ให้กินผักในแกงจืด กินผักในน้ำซุป  หรือแม้แต่ผักจิ้มน้ำพริก  แต่แนะนำให้กินผักในแกงจืดจะดีกว่า  อย่างเช่น แกงจืดผักกาดขาว  แกงจืดตำลึง  ส่วนเมนูผักลวกจิ้มน้ำพริกแม้จะแคลอรี่ต่ำมาก  แต่น้ำพริกมักจะมีความเค็มสูง  การกินเค็มเยอะๆไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและหลอดเลือดหัวใจ  การกินน้อยของเราจะต้องกินของที่มีประโยชน์  เลือกกินของที่ไม่ทำร้ายร่างกาย  อุตส่าห์กินน้อยแล้วการเลือกอาหารเข้าปากก็ขอให้เลือกแบบที่มีคุณภาพเป็นสำคัญ

phuket13-15apr2004-300d-IMG_8054

อาหารที่มีน้ำมันเยอะๆให้หลีกเลี่ยงเต็มที่  ผัดผักน้ำมันเยอะๆ  ผัดผักบุ้ง ผัดผักคะน้า หากเจอเมนูพวกนี้ก็ให้กินแต่ส่วนที่เป็นผัก  แต่อย่าเผลอกินน้ำมันที่อยู่ในจาน  เมนูส้มตำก็พออนุโลมได้ว่าเป็นกลุ่มของผักเช่นกัน  ก็กินให้อร่อยไปเลย  แต่ว่าต้องมั่นใจว่าเป็นส้มตำที่มีคุณภาพ ไม่สกปรก   ส่วนผักสดที่จะกินกับส้มตำก็ต้องเป็นผักที่ล้างสะอาด  เพราะหากล้างไม่สะอาดผักสดจะกลายเป็นตัวที่พาพยาธิเข้าสู่ร่างกาย  แม้คิดว่าพยาธิจะเป็นเรื่องไกลตัวจากคนเมือง  แต่เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ของไม่สุกมักมีพยาธิ

phuket13-15apr2004-300d-IMG_8055

หากเรากินก๋วยเตี๋ยวในช่วงลดน้ำหนัก  ขอให้สั่งเป็นเมนูเกาเหลาแทน  แล้วกินผัก กินลูกชิ้นให้หมดเลยก็ได้  แต่อย่ากินน้ำก๋วยเตี๋ยวจนหมด  ด้วยเหตผลเรื่องความเค็ม  ในน้ำซุปตามร้านก๋วยเตี๋ยวมักจะถูกปรุงรสให้มีรสจัด เค็มจัด หวานจัด เพื่อให้ลูกค้าที่มากินรู้สึกว่าอร่อยเป็นพิเศษ  การกินน้ำซุปทั้งชามที่มีรสจัดจะทำให้ร่างกายได้รับเกลือมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อหลอดเลือดภายในร่างกาย  โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ

 

30jun2007-food noodle-IMG_1017

 

ส่วนผลไม้ก็ไม่ควรกินเยอะครับ  เพราะผลไม้ส่วนใหญ่มีรสหวาน ยิ่งผลไม้ที่อร่อยมากๆชื่อดังมากๆยิ่งแคลอรี่มหาศาล  มะม่วง ทุเรียน ลำใย น้อยหน่า มังคุด ลองกอง  อะไรที่หวานเจี๊ยบก็ระวังอย่ากินครับ  หากร่างกายเราได้รับผักเยอะ เราจะลดผลไม้ลงในช่วงนี้ก่อนก็ได้ไม่มีปัญหา  แต่หากอยากกินผลไม้จริงๆ ก็กินสักชิ้น แล้วหยุด  อย่ากินจนหมดจาน  อย่ากินจนหมดถุง  จะให้ดีที่สุดคืออย่าซื้อ

 

nec09 – นำความรู้ธรรมดามาใช้อย่างไม่ธรรมดา

 

771534429

การนำความรู้ธรรมดามาใช้อย่างไม่ธรรมดา

มีเหตุผลเพียงสองข้อที่จะทำให้เกิด referral ได้ง่าย ก็คือ การที่เรามี visibility และมี creditability ที่สูงพอ  โดย visibility ก็คือการมีตัวตนอยู่  แสดงตัวตนให้คนอื่นได้รู้เห็น  ส่วน creditabilityก็คือ การสร้างความน่าชื่อถือด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้เกิดความมั่นใจว่าเราคือผู้รู้จริง มีความสามารถจริงๆ

วิธีการเพิ่ม V และ C นี้ มีวิธีหนึ่งที่มีคนนำไปใช้แล้วได้ผลลัพธ์เช่นกัน นั่นก็คือ การทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเด่นชัด แล้วทำการเขียนเป็นบทความ เขียนเป็นจดหมายข่าวออกมา  ส่งบทความที่เขียนไปยังสื่อที่อยู่ในสายอาชีพของเราเอง  งานนักเขียนไม่ใช่งานยาก  แต่เป็นงานที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

เราเป็นคนที่มีความสามารถในอาชีพของเรา แต่เรามักจะลืมที่จะโปรโมทตัวเราเองต่อสาธารณชน  งานเขียนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากที่จะสร้าง V และ C  เช่น

  • ถ้าเราเป็นช่างภาพ เราสามารถให้ความรู้เรื่องการโพสท์ท่าได้ สามารถให้ความรู้เรื่องเมมโมรี่และฮาร์ดดิสก์ที่จะต้องใช้กับภาพจำนวนมากได้
  • ถ้าเราเป็นคนทำอาหาร เราสามารถให้ความรู้เรื่องโภชนาการ หรืออาหารเพื่อสุขภาพได้ ของอร่อยอยู่ที่ไหน กินอะไรอ้วนช้า
  • ถ้าเราเป็นคนเขียนเว็บ  เราให้ความรู้เรื่องเทรนและโมบายแอ็พได้

ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร มี เรื่องน่ารู้ในสาขาอาชีพของเรามากมายที่เรานำมาใช้เป็นบทความได้ ส่งบทความไปยังกลุ่มเครือข่ายของเรา ส่งบทความไปยังสำนักพิมพ์ หรือ หัวหนังสือ ส่งไปยังเว็บบอร์ดที่เราชอบอ่าน  บรรณาธิการหนังสือมักจะยินดีรับบทความคุณภาพอยู่แล้ว จะใช้หรือไม่ใช้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าบทความเราดีเขาจะใช้ทันที หรือหากยังไม่มีโควต้าจะใช้ในวันนี้ แต่วันใดวันหนึ่งข้างหน้าบทความในมือ บก. หมดลง เขาก็ต้องมาพิจารณาบทความของเราแน่นอน

การเป็นนักเขียน ทำได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้เราเก่ง  คนที่เป็นนักเขียนเขาทำสิ่งเดียวที่มากกว่าคนอื่นคือ เขาลงมือเขียน  การนำความรู้ธรรมดามาใช้แบบไม่ธรรมดา จะทำให้ creditability ของเราเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่5 เริ่มต้นการกินน้อย

การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการจำกัดการกิน เรากำลังใช้วิธีกินน้อยลงครึ่งหนึ่ง  และการลดน้ำหนักที่ได้ผลเราต้องติดตามผลทุกวัน  ให้เราทำการชั่งน้ำหนักตอนเช้า หลังจากตื่นนอนแล้วเข้าห้องน้ำทำการขับถ่ายให้เรียบร้อย  อย่าเพิ่งกินน้ำด้วย  แล้วก็ทำการชั่งน้ำหนักเลย  น้ำหนักตอนเช้าจะเป็นตัวเลขที่เราเก็บไว้เปรียบเทียบในทุกๆวัน

2017-03-09_05-41-11

หากเราเริ่มลดการกินลงครึ่งหนึ่ง เมื่อพ้นไปแต่ละวันเราจะลดน้ำหนักได้ประมาณวันละ 0.1 กิโลกรัม  บางวันอาจได้เยอะ  บางวันอาจคงที่  และบางวันอาจเพิ่มขึ้น  ซึ่งก็ไม่ต้องตกใจ  เพราะการที่น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นก็เป็นเพราะบางวันเราวินัยหย่อนยานนั่นเอง  แต่ถ้าเราลดไปสิบวัน แล้วมันจะสูงขึ้น 1 วัน  ก็ไม่เป็นไร  เพราะส่วนใหญ่น้ำหนักจะค่อยๆลดอยู่แล้ว

2017-03-14_05-29-36

การกินน้อยในแต่ละมื้อ  หากกินในบ้านให้ใช้วิธีตักข้าวครึ่งจานจากที่เคยกิน  แล้วก็กินไปตามปกติ เมื้อข้าวหมดจานก็หยุดกิน  หากยังคงหิวอยู่  ก็ให้เรากินน้ำเปล่าให้อิ่ม  นับจากนี้ไปเราจะกลายเป็นคนกินน้ำเยอะขึ้นอย่างน่าตกใจ  แต่มันไม่มีผลเสีย  กลับทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอีกด้วย   เมื่อเราได้เคี้ยวอาหาร ร่างกายจะหายอยากอาหาร และกินน้ำให้อิ่มจะช่วยให้เราผ่านมื้อนั้นไปได้อย่างไม่ทรมาน  แม้ว่าอีก 2 ชั่วโมงเราจะกลับมาหิวใหม่ซึ่งเป็นเรื่องปกติ  คนเคยกินเยอะย่อมหิวเร็วหากเริ่มกินน้อย  เมื่อหิวอีกครั้งก็ให้กินน้ำเปล่าเข้าไปแทน  ตรงนี้เราจะต้องใช้ขวดน้ำ หรือกระติกน้ำ พกติดตัวและเติมน้ำให้เต็มเป็นนิสัย  หากเราหิวแล้วไม่มีน้ำเปล่าให้กิน เราจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า  นั่นจะทำให้การกินน้อยไม่สัมฤทธิ์ผล  เราจึงต้องพกน้ำเปล่าติดตัวตลอดเวลา

2017-03-15_06-16-35

ในเวลาที่อยากกินกาแฟ  ให้เรากินกาแฟดำแทนกาแฟหวาน  เพราะน้ำหวานคือสุดยอดความอ้วน  คนเราน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะขนมหวานและน้ำหวานเร็วมาก  เพียงแค่การลดกาแฟและของหวานออกไปจากชีวิตทำให้เราลดน้ำหนักได้เร็วมาก  และตอนนี้เราจะลดน้ำหวาน กาแฟหวาน ขนมหวาน รวมกับการกินอาหารน้อยลงครึ่งหนึ่ง  ใน 2สัปดาห์แรกเราจะสามารถลดน้ำหนักลงได้เร็วเกินกว่าวันละ 0.1 กิโลกรัมแน่นอน  จากที่เก็บข้อมูลของตัวเอง ผมพบว่า 2 สัปดาห์แรกผมลดลงไปได้ 7 กิโล จากการกินน้อยและไม่กินน้ำหวาน

IMG_20170420_150331

 

IMG_20170317_083118

 

และหากจะต้องไปติดต่องานนอกบ้าน  การกินกาแฟที่ร้านก็มีกาแฟดำให้สั่งแน่นอน และมันประหยัดเงินกว่ากาแฟเย็นปกติอีกด้วย   หากอยู่ในบ้านหรือในที่ทำงาน การเดินไปชงกาแฟกินก็จะได้คลายเครียด กินกาแฟดำก็จะไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว  แรกๆอาจจะรู้สึกไม่อร่อย  แต่ยืนยันได้ว่า กินไปไม่กี่แก้วก็จะชินและปรับตัวได้

 

ข้อดีของการลดน้ำหนักที่ค้นพบในช่วงแรกก็คือ

1  กินอะไรก็อร่อย  เพราะการกินน้อยทำให้เราหิวเร็ว  และอะไรที่กินเข้าไปก็จะอร่อยเป็นพิเศษ  ช่วงนี้คือช่วงเวลาทองในการกินอร่อย  เชื่อเถอะว่าบางคนที่กินจนน้ำหนักเกิน  ตอนกินก็มักจะเน้นแต่ปริมาณทำให้ความอร่อยลดลง  การกินน้อยทำให้เรารู้คุณค่าของความอร่อย  และการกินน้อยจะนำไปสู่การคัดเลือกอาหารดีๆเข้าปาก

2  กินน้ำเยอะขึ้น หน้าตาผิวพรรณดีขึ้น  แต่เราก็จะเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นเท่านั้น

3  ประหยัดเงินค่ากาแฟเย็น ประหยัดค่าน้ำหวาน ทำให้เหลือเงินเยอะขึ้น

 

แค่ 3 ข้อนี้ก็ทำให้เรามีกำลังใจเพิ่มขึ้นในการลดน้ำหนักอย่างดีเลยครับ  การกินอะไรก็อร่อยเป็นความสุขชนิดหนึ่งที่เกิดกับตัวเรา  มันเป็นความสุขในอุดมคติที่บางคนอาจไม่ได้สัมผัสมันนานแล้ว

 

 

โปสการ์ดมีต้นขั้ว

โปสการ์ดพิษณุโลก-เพชรบูรณ์ แบบมีต้นขั้ว ขนาดที่ฉีกออกมาจะได้โปสการ์ด 4×6 นิ้ว ในเล่มมี 6 ใบ เย็บเล่มด้วยห่วงเหล็ก

ไปหัดทำกระดาษที่เชียงใหม่

 

poo poo paper เป็นสถานที่ผลิตกระดาษจากขี้ช้าง มีสาธิตการทำกระดาษ มี work shop ให้แก้ผู้สนใจ

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่3 เลือกวิธี

การลดน้ำหนักมีหลายวิธี  แต่วิธีหนึ่งที่จะไม่ทำเด็ดขาดเลยคือการลดด้วยการกินยา  ด้วยคำขู่มากมายว่ากินยาแล้วลดได้แต่มันจะโยโย่  มันจะผอมแป๊ปเดียวแล้วน้ำหนักก็จะขึ้น แม้ผมจะไม่เคยทดลองกินยา  แต่ก็กลัว  กลัวว่าจะมีผลข้างเคียงอื่นๆที่เราคงไม่ปลื้ม  และอีกอย่าง ก็ไม่รู้จะกินยาอะไร  หายาจากที่ไหน ในชีวิตไม่เคยเข้าคลีนิคเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและคลีนิคเกี่ยวกับความงามใดๆเลย

benjakittiP1100770

วิธีออกกำลัง วิธีนี้เป็นวิธีที่เป็นความหวังของคนส่วนใหญ่  อยากผอมให้ออกกำลังกาย  อยากตัวใหญ่ให้ออกกำลังกาย  การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษทำให้ตัวเล็กก็ได้  ทำให้ตัวใหญ่ก็ได้  ผมเคยพยายามเหมือนกัน  เมื่อสักสิบปีก่อน ผมอยากจะแข็งแรง อยากมีอายุยืน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักตัว  ก็เลยทดลองวิ่ง ผลการวิ่งก็คือ ผมวิ่งไปร้อยเมตรผมก็หอบเหนื่อยจนรู้สึกว่าหายใจไม่ทัน  วิ่งบนเครื่องออกกำลังกายก็วิ่งได้ไม่ถึงนาที หัวใจก็เต้นราวกับว่าจะหลุดออกมาจากร่าง  เพราะคนไม่เคยออกกำลังกายเลย  แม้ผมจะถือกล้องรับจ้างถ่ายภาพได้เป็นวันๆ  แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยแบบการวิ่ง  ผมทนวิ่งน้อยๆอยู่หลายครั้ง  ก็ลองไปวิ่งในสวนสาธารณะเล็กๆ  วิ่งไปรอบเดียวก็รู้สึกเหนื่อยมาก อยากจะนั่งพัก  ร้องเท้าที่อุตส่าห์ไปหาซื้อมาก็ทำงานได้ไม่กี่นาที  พอวิ่งขึ้นรอบสองผมก็เดินแล้ว  จบทริปสวนสาธารณะผมวิ่งไป 2 รอบ คนอื่นๆวิ่งไปสิบรอบ  ในใจก็คิดว่า  เดี๋ยวอีกหลายๆครั้งร่างกายก็จะชิน  แล้วผมก็จบการวิ่งด้วยการไปหาอะไรกินต่อตอนค่ำๆ  รู้สึกตัวอีกทีก็กินไป 4 มื้อ  ยิ่งวิ่งก็ยิ่งกินดึก ประกอบกับผมไม่ว่างอย่างสม่ำเสมอ  ก็คือไม่ได้มีความพยายามจัดเวลาให้กับการวิ่งนั่นเอง  ก่อนจะวิ่งผมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวิ่ง  รองเท้าถุงเท้าต้องพร้อม  ไปวิ่งให้จบ แล้วก็อาบน้ำ แล้วค่อยกลับเข้าสู่โหมดปกติของวัน  วันที่วิ่งนี้ผมใช้เสื้อผ้า 2 ชุด  มันก็ดูผิดปกติสำหรับชีวิตแบบผม  กลายเป็นความรู้สึกว่าต้องเตรียมตัวเยอะเหลือเกิน ซึ่งมันก็เป็นข้ออ้างทั้งสิ้น  ถ้าผมเจ็บป่วยแล้ววิ่งคือคำตอบผมคงจะยอมทำไม่อ้างอะไร  แต่ผมไม่ได้ไร้ทางเลือก เชื่อว่าการลดน้ำหนักไม่ได้มีคำตอบเดียว  การวิ่งจึงยังไม่ใช่

ผมใช้วิธีกินน้อยลงดีกว่า  คิดได้เท่านี้ก็เริ่มทำเลย  โดยมีเหตุผลว่า การลดน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมจะต้องเผาผลาญพลังงานไปให้ได้ 7000 กิโลแคลอรี่  แต่ถ้าไม่วิ่ง ผมก็ต้องกินอาหารน้อย หรือกินอาหารให้พลังงานติดลบ  ข้อมูลของนักโภชนาการบอกว่า อัตราเฉลี่ยของผู้ชายน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัมใน 24 ชั่วโมงจะใช้พลังงาน 2500 กิโลแคลอรี่ ตั้งแต่นอน ตื่นมาทำกิจกรรมต่างๆรวมถึงการทำงาน และต่อเนื่องจนถึงเวลากลับเข้านอน  แปลว่าต่อให้เรานั่งเฉยๆหายใจทิ้ง นั่งๆนอนๆก็จะใช้พลังานใกล้เคียงกับตัวเลขนี้ คือ 2500กิโลแคลอรี่    การกินอิ่มพอดีก็มักจะคิดเป็นพลังงานที่กินเข้าไปประมาณ 2500 กิโลแคลอรี่เช่นกัน  ถ้าเราจัดระดับการกินให้พอดีกับระดับการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย  ตัวเราก็จะน้ำหนักคงที่อยู่ได้ไปเป็นปี  ซึ่งทุกคนก็น่าจะเคยมีช่วงเวลาที่น้ำหนักคงที่  คือน้ำหนักไม่ขึ้นไม่ลงแบบนั้นอยู่เป็นปี   เทคนิคน้ำหนักคงที่ก็คือกินแค่พออิ่ม อิ่มแล้วหยุดกิน

2017-03-06_06-00-11

แต่ถ้าจะลดน้ำหนัก ก็ต้องกินให้พลังงานที่เข้าปากมันน้อยลงกว่าปกตินั่นเอง  ถ้ากินน้อยลงไปวันละ 1000 กิโลแคลอรี่   เท่ากับว่า 7 วัน ร่างกายเราจะเผาพลังงานเกินการกิน  ทำให้แคลอรี่ติดลบไป 7000กิโลแคลอรี่  คิดเป็นการลดน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม  ดูเหมือนไม่เยอะ  แต่ถ้าทำครบเดือนก็จะลดไป 4 กิโลกรัม  ถ้าทำไปให้ครบ 4 เดือน เราก็จะลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 16 กิโลกรัม  ซึ่งไม่น้อยเลย  ถามอีกแบบหนึ่งก็ได้ว่า  ถ้าเลือกน้ำหนักได้ เราอยากน้ำหนักเท่าไหร่  คำตอบของผมคือ 75 กิโลกรัม เพราะผมสูง 175cm ตามสูตรง่ายๆของน้ำหนักที่เหมาะสม คือ ความสูง – 100cm = น้ำหนักตัวของผู้ชาย นั่นคือผมต้องลด 16 กิโลกรัมนั่นเอง

วิธีกินน้อยลงนี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าผมทำได้  เพราะมันไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย  หายใจทิ้งก็เผาผลาญพลังไปเรื่อยๆอยู่แล้ว เราแค่กินน้อยลง  แต่จะกินน้อยยังไงให้มันติดลบสัก 1000 กิโลแคลอรี่ คำตอบก็คือ กินครึ่งจานครับ  เราเคยกินอะไรเต็มจาน ก็เปลี่ยนเป็นกินครึ่งจาน  เคยตักข้าว 2 ทัพพี ก็ตักแค่ 1 ทัพพี  เคยซื้อข้าวกล่องกินก็กินครึ่งกล่องแล้วส่วนที่เหลืออีกครึ่งให้กินมื้อต่อไป  หากซื้อกินมื้อเช้า ก็แบ่งกินเช้าครึ่งนึงกลางวันครึ่งนึง  หากซื้อกินมื้อกลางวันก็แบ่งกินกลางวันครึ่งนึงเย็นครึ่งนึง  สิ่งที่กินทุกอย่างให้ลดลงครึ่งเสมอ

IMG_0440

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและต้องงดทันที 100% ก็คือ ของหวาน น้ำหวาน  พวกกาแฟเย็นนี่ตัวดีเลย คนเรามักจะอ้วนจากน้ำอัดลม และอ้วนจากกาแฟเย็น  ถ้าเราลดได้ก็จะทำให้แผนการกินน้อยของเราได้ผลทันที  ผมเปลี่ยนจากกาแฟเย็นมาเป็นกาแฟดำ  หากชงเองก็ใส่แต่กาแฟ ไม่ใส่ครีม ไม่ใส่น้ำตาล  หากไปสั่งกินที่ร้านก็สั่งกาแฟดำ  ซึ่งแก้วแรกที่เริ่มกินกาแฟดำก็ต้องบอกว่า เปรี้ยวมาก ฝาดมาก  แต่ก็ทนกินไปให้ชิน  ส่วนขนมหวาน ขนมถุงกรอบๆ  ของกินมันๆที่แสนอร่อยทั้งหลาย ผมงดเลย ไม่แตะไม่กินเลย

DSCF3862

เพียงเท่านี้เราก็จะใช้ชีวิตแบบ เผาผลาญพลังงานได้อย่างสม่ำเสนอ และจะน้ำหนักตัวลดลงได้ตามเป้าคือ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

ดู “นักเรียน Home School เยาวชนผู้สนใจดาราศาสตร์ ! ด.ช.นพวิชัย เหม่งเวหา Suthichai Live สุทธิชัย Live” ใน YouTube

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่2 เราอ้วนขึ้นได้อย่างไร

“คนเราจะอ้วนขึ้นเพราะกินเยอะครับ”

เป็นคำตอบสั้นๆ  แต่จริง  เดี๋ยวลองมาดูกันยาวๆว่ามันเป็นไปอย่างไรกัน

นักโภชนาการเคยบอกว่า น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมจะคู่กับตัวเลข 7000 กิโลแคลอรี่  หมายความว่า ถ้าเราอยากลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เราต้องเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ได้ 7000 กิโลแคลอรี่  หรือ ใช้ชีวิตให้ติดลบ 7000 กิโลแคลอรี่ นั่นเอง ซึ่งอาจจะทำโดยการออกกำลังกาย  ขณะเดียวกัน ถ้าเราจะเพิ่มน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ก็ต้องกินให้ได้แคลอรี่ตกค้างในร่างกาย 7000 กิโลแคลอรี่  ที่ใช้คำว่าตกค้างก็เพราะว่า ต่อให้เรากินวันนี้เข้าไป 7000 กิโลแคลอรี่  พรุ่งนี้เราก็ขับถ่ายออกไปส่วนใหญ่ คงเหลือค้างไว้ในร่างกายคงจะไม่กี่ร้อยแคลอรี่  แม้จะดูเล็กน้อย แต่ถ้าทำหลายๆวันมันก็สะสมจนน้ำหนักตัวขึ้นมาได้นั่นเอง

นิสัยการกินแหลกนี่แหละที่ทำให้น้ำหนักตัวขึ้น  เพราะผมเป็นคนไม่ออกกำลังกาย  การกินอะไรเข้าไป ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มน้ำหนักตัวอยู่แล้ว  สมมุตว่า ถ้าเรากินแล้วแคลอรี่สะสมในร่างกายเป็น +100 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  เราจะใช้เวลา 70 วันที่จะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม  หรือสองเดือนเศษ  ถ้าทำต่อเนื่องปีนึงก็จะน้ำหนักขึ้น 100*365 / 7000 ก็จะได้ 5.2 กิโลกรัม  แปลว่า กินเพลินๆ กินทุกวัน กินเกินความต้องการของร่างกายไปเล็กน้อยสักปีนึง น้ำหนักขึ้น +5.2 กิโลกรัม  มันเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้  สมมุติว่าเราไม่ได้กินล้นทุกวัน แต่กินแค่วันเว้นวัน เราก็จะน้ำหนักตัวขึ้นปีละ 2.6 กิโลกรัม  ถ้าผ่านไป 10 ปี น้ำหนัก +26 กิโลกรัม  ลองนึกดูว่าจริงไหม  ผมเคยหนัก 67 กิโลกรัมตอนอายุ 20  แต่พออายุ 40 ผมหนักประมาณ 90 กิโล  ส่วนต่างประะมาณ 23 กิโลกรัมนี้มีที่มาจากการกินล้นๆ กินเกินความต้องการ  ก็คือกินแหลกนั่นเอง

20120508_124306

กาแฟเย็นซื้อที่ปากซอยทุกครั้งที่เดินผ่าน

เราคงเคยคุยกับเพื่อนว่าปีนี้กินเยอะมากเลย  ไม่กี่เดือนน้ำหนักขึ้น 5 กิโล  มันก็มาจากการสะสมแบบนี้แหละครับ  ตัวเลข +100 กิโลแคลอรี่ต่อวันมาจากอาหารอะไรบ้าง  เราจะไม่พูดถึงอาหาร 3 มื้อที่เราต้องกินประจำนะครับ  แต่จะไปวิเคราะห์หาที่มาจากอาหารแปลกปลอมที่เราไม่จำเป็นต้องกินแต่เราดันกิน  มันคือ ขนม ของหวานต่างๆ รวมไปถึง กาแฟหวานๆ  จะร้อน จะเย็น ถ้ามีรสหวานก็คือปริมาณแคลอรี่ที่มากเกินความจำเป็นของร่างกายทั้งสิ้น  ของหวานเหล่านี้ต่อให้เราไม่กินเราก็อยู่ได้  แต่เราก็ชอบกิน  มันก็เลยสะสมเกิดเป็นพลังงานส่วนเกินและกลายเป็นน้ำหนักตัวไปในที่สุด

chiangmai-set1- (36)

กาแฟถ้าชงเองก็จะใส่ครีมและน้ำตาลด้วย

ผมกินแหลกอย่างไรบ้าง  ลองไล่ดูนะ  มื้อเช้ากินในบ้าน มีคนเตรียมให้ ผมกินอิ่ม มื้อเช้าใครๆก็กินเยอะอย่างสบายใจ  แล้วก็ต่อด้วยกาแฟร้อน ใส่กาแฟ  1 ช้อน น้ำตาล 1 ช้อน ครีม 1 ช้อน สูตรการชงกาแฟผมจะง่ายๆ 1 1 1 นั่นเอง  แต่บางครั้งก็ทำเป็น  2 2 2 เมื่อใช้แก้วใบใหญ่ขึ้น  สายๆ ประมาณสิบโมงกว่า  มีเดินไปชงกาแฟอีกแก้ว  พอถึงเวลาเที่ยง กินมื้อเที่ยง กินหมดจาน ข้าวราดด้วยผัดกระเพรากับไข่ดาวฟองนึง กินเต็มจาน อิ่ม  ยังมีน้ำอัดลมหรือกาแฟเย็นในมื้อนี้อีกแก้ว

inc huahin2feb2008-_MG_2806

อาหารแสนอร่อย ของทอด และ ปลาหมึกผัดกะเพรา ไขมันเพียบ

แล้วก็กลับมาทำงานรอบบ่าย  ชงกาแฟสักแก้วก่อนเริ่มงานรอบบ่าย  นั่งทำงานไป  บ่ายสามโมงอู้ไปเดินยืดเส้นยืดสาย ชงกาแฟอีกแล้ว  พอเลิกงาน เดินกลับบ้านหรือขับรถกลับบ้าน  ถ้าขับรถก็จะมีกาแฟกระป๋องกินไปกับการขับรถ  ก่อนจะขับรถกลับบ้าน ผมจะผ่านร้านขายลูกชิ้นทอด  ก็ซื้อกินสัก 20 บาท  พร้อมด้วยกาแฟเย็นอีกแก้ว  กลับมาถึงบ้าน กินมื้อเย็นเต็มจาน บางทีก็สองจานขึ้นอยู่กับกับข้าวน่ากินไหม  พอตกดึก ถ้าไม่ง่วงก็ชงกาแฟกินโดยนั่งทำงานหรือนั่งเล่นอินเทอเน็ตไปด้วย  พอตกดึก ก็ไปกินข้างนอก  บางครั้งก็ไปกินข้าวต้มกระเพาะหมู   บ้างก็เป็นเกาเหลากับข้าวถ้วยนึง  บางทีก็ฟู้ดแลนด์ ซึ่งที่ฟู้ดแลนด์จะมีเมนูประจำคือชุดอาหารเช้า ในนี้จะมี ไส้กรอก ไข่ดาว2ฟอง  ขนมปัง2แผ่น เนย แยม มีกาแฟร้อนอีกแก้วที่ผมจะตักครีมและน้ำตาลเติมเข้าไป  และบางวันก็ไปกินราดหน้าผัดซีอิ๊วซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมากๆ  ข้าวขาหมูก็มีขายทั้งแถวบ้านและแถวที่ทำงาน กินบ่อยเหมือนกัน

รูปถ่าย0093

ผัดซีอิ๊ว ทุกพื้นที่ผิวมีน้ำมันฉาบอร่าม ยิ่งมันยิ่งอร่อย

foodK-IMG_6195

ข้าวขาหมูที่ดูเหมือนเนื้อน้อยกว่ามัน

ก็กินซะขนาดนี้จะไม่สะสมจนล้นได้ยังไง  ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นการกินใน 1 วัน  และกินแบบนี้เป็นปีๆ ในเวลาไม่กี่ปีที่ผมปล่อยตัวให้เคยชินกับการซื้อกินรายทางและกินหลายมื้อ ทุกอย่างที่กินก็ไขมันสูงทั้งสิ้น  จะเห็นว่าไม่มีเมนูเพื่อสุขภาพเลย  มันก็เลยทำให้น้ำหนักตัวขึ้นไปถึง 91.3 กิโลกรัม  ซึ่งอีกนิดเดียวจะร้อยกิโลอยู่แล้ว  ผมไม่ยอมเด็ดขาด  มันรับสภาพตัวเองไม่ได้  จากคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน กลายเป็นคนอ้วนไม่มีคอ  ไม่มีเอว  และที่สำคัญ เด็กในบ้านเรียกผมว่าอ้วน  มันเป็นภาพจำของเด็กไปแล้ว  แย่มากจริงๆความรู้สึกแบบนี้