Category Archives: Uncategorized
เปลี่ยนกรองแอร์ฟรีด honda freed 27jan2019
กรองแอร์หน้าตาแบบในภาพ ผมเอาไปลองทำระบบกรองฝุ่นเล่นๆ ก่อนที่จะเอามาใส่ในรถเพื่อเปลี่ยนไส้กรองอากาศของระบบแอร์ในฟรีด
กรองแอร์ หรือกรองอากาศของระบบแอร์ในรถเป็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน เนื่องจากฝุ่นจะสะสมมากจนเกิดเป็นสีดำ หากเราเอาของเก่าใช้งาน 6 เดือน มาวางเทียบกับของใหม่แกะกล่อง เราจะเห็นความแตกต่างอย่างน่าตกใจ
ภาพเก่าที่เคยถ่ายเปรียบเทียบไว้
การสแกนฟิล์มสไลด์ด้วยกล้องดิจิทัลและถังขยะ
ฟิล์มสไลด์เก่าๆที่มีอยู่ หากเราจะดูภาพให้สะดวกขึ้นเราก็จำเป็นจะต้องสแกนภาพจากฟิล์ม วิธีการก็มีหลากหลาย ในที่นี้เราจะพูดถึงวิธีการที่เราทำบ่อยๆ นั่นคือเอาฟิล์มสไลด์ที่ต้องการสแกนภาพมาติดไว้บนถังขยะสีขาวขุ่น ใส่หลอดไฟไว้ในถัง เปิดให้เรืองแสง ติดแผ่นฟิล์มพร้อมกรอบสไลด์ด้วยกระดาษกาวช่วยให้ฟิล์มอยู่ในตำแหน่งที่แนบกับถัง ทำให้ง่ายต่อการถ่ายภาพ
ใช้กล้องดิจิทัลติดเลนส์มาโคร เพื่อถ่ายภาพให้ได้ระยะใกล้ ตั้งค่ารูรับแสงให้แคบที่สุดเท่าที่แคบได้เพื่อให้ภาพมีระยะชัดลึกทั้งกลางภาพและขอบภาพชัดเท่ากัน ในภาพตัวอย่างนี้ตั้งโหมดการถ่ายไปที่ Av รูรับแสง f22 สปีดชัตเตอร์จะต่ำมาก ต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วยเพื่อความนิ่ง และจัดเฟรมให้ไม่เอียง
ตอนถ่ายภาพ ต้องตั้งค่าการชดเชยแสงให้สมจริงด้วย ถ้าฟิล์มเป็นโทนสีอ่อน เราอาจต้องถ่ายด้วยค่าชดเชยแสงไปทาง + ถ้าฟิล์มเป็นโทนสีเข้ม เราก็อาจต้องตั้งชดเชยแสงไปทาง – เพื่อให้ภาพที่บันทึกออกมาได้โทนสีที่สมจริง
ภาพที่ได้จากการถ่ายก็จะมีความคมชัด สามารถใช้โพสในสื่อ online ต่างๆได้เป็นอย่างดี คุณภาพการถ่ายด้วยวิธีนี้จะให้สีสันสวยงามเหมือนตาเห็น
การจัดถ่ายสินค้าอย่างง่าย
การถ่ายภาพสินค้าให้ชัดและดูสวยงามได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้เป็นภาพตัวอย่าง หรือ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ทำแค็ตตาล๊อคได้ ก็มีเทคนิกไม่ซับซ้อน หากถ่ายด้วยแฟลช 1 ตัว กับกล่องไฟที่ดัดแปลงนิดหน่อยจากของเหลือ เราก็จะได้วิธีและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพสินค้าที่ให้คุณภาพระดับมืออาชีพได้ไม่ยาก
กล่องไฟให้ใช้วิธีดัดแปลงกล่องกระดาษที่ใส่ของใหญ่ๆมา เราเอากล่องเปล่ามาเจาะ 3 ด้าน คือ ด้านบน ด้านซ้าย และด้านขวา เมื่อเจาะครบแล้วก็ทำการติดกระดาษเนื้อบางสีขาวลงไปในด้านที่เจาะ เพื่อให้กล่องกระดาษทำหน้าที่เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ แล้วก็ตัดกระดาษสีขาวยาวกว่าขนาดกล่องสัก 2 เท่า เอามาไว้ทำผนังด้านหลัง และลากยาวผ่านพื้นกล่อง ออกมาถึงด้านหน้ากล่องที่ปล่อยให้ยาวเลยออกมา
จัดให้แสงแฟลชส่องจากด้านบนกล่อง แสงจะวิ่งผ่านกระดาษบางด้านบน แสงก็จะมีความนุ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าไปในกล่องก็จะสะท้อนกับกระดาษสีขาวทั้งหมด แสงที่ตกไปถึงวัตถุก็จะมีความนุ่มนวลมาก
การจัดแสงถ่ายในกล่องรูปแบบนี้ให้คุณภาพงานที่ดีเพียงพอสำหรับการถ่ายเพื่อเอาภาพสินค้าไปทำแค็ตตาล็อค เพราะใช้ต้นทุนต่ำ ใช้อุปกรณ์น้อย และมีความเรียบง่าย สามารถใช้ถ่ายภาพสินค้าส่วนใหญ่ได้ทันที ขอเพียงให้สินค้านั้นมีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่าขนาดกล่อง วางในกล่องแล้วเหลือพื้นที่รอบตัวเล็กน้อย ก็ทำงานได้แล้ว
การใช้แฟลชเพื่อปรับปรุงภาพให้สมบูรณ์ขึ้น
การถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชเป็นยาขมของช่างภาพฟิล์มมานาน เพราะแสงแฟลชมักจะทำให้ภาพดูไม่เป็นธรรมชาติ และการปล่อยแสงแฟลชก็ควบคุมยาก ถ้าหากเราไม่มีข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่รู้กำลังไฟแฟลชที่แท้จริงของแฟลช และไม่รู้วิธีคำนวณค่ารูรับแสงที่จะใช้กับแฟลช เราก็แทบจะไม่ได้ภาพที่ดีจากแฟลชเลย เทคโนโลยีของแฟลชจึงถูกพัฒนาไปไกลมาก ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้กล้องและแฟลชทำงานร่วมกันและให้ค่าแสงแฟลชที่เหมาะสมกับภาพได้ดีที่สุด
แต่ยุคสมัยของกล้องดิจิทัลทำให้การถ่ายภาพด้วยแฟลชเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะเราจะเห็นภาพหลังถ่าย ภาพที่ใช้แฟลชแล้วมีความสมบูรณ์ขึ้นเราก็สามารถเห็นได้ทันที ถ้ามีเวลาเราก็สามารถทดลองใช้แฟลชกับสิ่งที่เราถ่ายได้ หากสวยถูกใจก็เอาไปใช้งาน หากไม่สวยก็แค่ลบภาพทิ้ง
ตัวอย่างตอนนี้จะให้ดูภาพอาหารในจาน ภาพนี้ผมถ่ายที่โต๊ะอาหารที่บ้าน สภาพแสงในบ้านก็จะได้รับความสว่างจากแสงไฟเพดานเท่านั้น กล้องและเลนส์ที่ใช้ถ่ายภาพนี้คือ canon eos 6d และเลนส์ canon 50f1.4 เปิดโหมด P กล้องจะเลือกรูรับแสงและสปีดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ
เมื่อเห็นภาพแล้วก็ลองติดแฟลชเข้าไป ใช้แฟลช รุ่น 90ex ที่แถมมากับกล้อง eos m แฟลชตัวนี้เป็นแฟลชตัวเล็ก ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน ปล่อยให้กล้องและแฟลชสื่อสารกันเองเพื่อถ่ายภาพนี้ โฟกัสแล้วกดถ่ายในโหมด P เหมือนเดิม ก็ได้ภาพด้านล่างนี้
แสงแฟลชช่วยให้เงาในจานอาหารหายไป เป็นเงาที่เกิดจากแสงไฟหลายดวงในบ้านแล้วทำให้เกิดเงาพาดไปพาดมาในจาน ภาพก็จะดูสมบูรณ์ขึ้น คนถ่ายภาพจะรู้ได้เองว่าชอบแบบไหน
การรู้จักเทคนิคการใช้แฟลชทำให้เราสามารถสร้างงานที่หลากหลายได้ มีทางเลือกในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น บางโจทย์ บางงาน อาจต้องการภาพแค่รายละเอียดชัดเจน ไม่ต้องการเงามืดที่พาดผ่านวัตถุ หรือแม้แต่การถ่ายคนแล้วหน้าผ่องสว่างขึ้น รู้แล้วค่อยเลือกใช้ หรือ เลือกไม่ใช้ ย่อมดีกว่าไม่รู้
เพลงคนเก่งคนดี
แต่อย่าเอาความรู้ไปคดโกงใคร
จงใช้ชีวิตบนความดีงาม
ด้วยความรักและห่วง ห่วงใยดังลูกแท้ๆ เฝ้าอบรมดูแล ด้วยใจ ไม่ได้หวังเงินทอง ไม่ต้องการสิ่งไหน ครูหวังเพียงให้เจ้าได้มีความรู้ *จะเป็นเหมือนสะพาน ให้เจ้าข้ามสู้จุดหมาย นี่คือความตั้งใจของครู โลกใบนี้กว้างใหญ่ มากมายที่เจ้าต้องรู้ เจ้าจงเรียนรู้เพื่อวันต่อไป ** จงตั้งใจให้เป็นคนเก่งคนดี เจ้าไป ได้ดี โชคดีครูก็สุขใจ แต่อย่าเอาความรู้ไปคดโกงใคร จงใช้ชีวิตบนความดีงาม คอยจ้ำจี้จำไช ให้เจ้านั้นอ่านนั้นเขียน ผิดก็คอยเฝ้าเตือนเรื่อยมา เจ้าคงคิดคงบ่น ว่าอะไรนักหนา เด็กน้อยวันหนึ่งเจ้าจะเข้าใจ ** * ** **
งานวันชื่นใจ อนุบาล3 ของขอบฟ้า
งานวันชื่นใจจะเป็นงานแสดงผลงานของนักเรียนในชั้น ขอบฟ้าเรียนที่เพลินพัฒนามาตั้งแต่รุ่นเตรียมอนุบาล และมีงานชื่นใจในช่วงปลายเทอมก่อนปิดปีการศึกษาทุกปี ในปีนี้เป็นปีที่เรียนอยู่อนุบาล3 เนื้อหาในงานของปีนี้แตกต่างไปจากปีที่แล้วมาก
เข้าใจว่าเด็กอนุบาล3จะมีทักษะการจดจำและการแสดงที่มากกว่าปีที่แล้วอย่างก้าวกระโดด นั่นทำให้งานชื่นใจปีนี้เป็นการแสดงละครในรูปแบบหนึ่งที่มีระยะเวลาการแสดงที่ยาวนานเกิน 1 ชั่วโมงไปพอสมควร แตกต่างจากปีที่แล้วที่เป็นการแสดงที่ไม่ต่อเนื่อง และเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน
เด็กมีการแบ่งบทบาทการแสดงหลายอย่าง เด็กทุกคนจะแสดงเป็นตัวละครสักตัวหนึ่งในแต่ละเรื่องย่อย บางคนรับหน้าที่พูดบรรยายด้วย บทพูดหลายๆประโยคได้รับการถ่ายทอดออกมาแสดงให้เห็นว่าเด็กมีความจำดีแทบทุกคน
การแสดงเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา เด็กทุกคนรู้หน้าที่และคอยเตือนเพื่อนเมื่อมีเหตุที่ไม่เป็นไปตามแผน พ่อแม่อย่างผมแอบคิดว่านี่เขาต้องซ้อมร่วมกันมากี่วันถึงบริหารจัดการได้ระดับนี้ ลำพังเด็ก 1 คนอยู่กับพ่อแม่ก็ซนและวุ่นวายจนหมดแรง แต่ครูสามารถกำกับเด็กได้ทั้งห้อง ทุกคนตั้งใจแสดงและทุกคนทำได้ดี ชื่อว่าครูก็คงเหนื่อยมากในการฝึกซ้อมกิจกรรมครั้งนี้
ผมรู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกที่นี่ให้ลูก เป็นพัฒนาการที่น่าพอใจ พ่อแม่ก็เห็นแนวทางของโรงเรียนมาตลอด และได้เห็นสิ่งที่ค่อยๆใส่ให้ลูก ค่อยๆเรียนรู้ การเป็นเด็กที่รู้จักตั้งคำถาม และมีความพยายามที่จะหาวิธีการ มีความพยายามหาคำตอบ เป็นทักษะที่พ่อแม่อยากให้ลูกมีติดตัว จบชั้นอนุบาล จบการเรียนรู้เพื่อการเล่น ต่อไปชีวิตประถม1ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงชีวิตแห่งความจริง เป็นการเรียนรู้เพื่อใช้ชีวิตจริง พ่อแม่เชื่อว่าลูกพร้อมรับกับชีวิตที่ต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น
ขอบฟ้าหัดขี่จักรยาน 2 ล้อ
ขอบฟ้าในวัยหกขวบกับหกเดือนเพิ่งจะเริ่มหัดขี่จักรยาน2ล้อ โดยได้รับการอนุเคราะห์จากป้าที่ส่งมอบรถจักรยานเล็กมาให้ ตอนได้มาใหม่ๆก็เป็นแบบ 4 ล้อ มีการนำไปขี่นอกบ้านที่พุทธมณฑลสนุกสนาน พ่อกับแม่ก็ยุให้ขอบฟ้าอยากหัดขี่2ล้อ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าขอบฟ้าอยากลองหัดขี่จักรยานอย่างจริงจัง
สัปดาห์แรกที่เริ่มหัดสองล้อ เช้าวันอาทิตย์ พ่อก็ถอดล้อข้างออกแล้วเราก็ไปหัดกันที่พุทธมณฑล การหัดครั้งนี้แม่ก็สอน พ่อก็สอน ต่างคนต่างสอน ขอบฟ้าก็จะสับสนเล็กน้อย แม่มีการสอนแบบจะจับท้ายรถไปตลอดทางแล้วค่อยเริ่มปล่อย ส่วนพ่อก็อยากให้หัดแบบไม่ต้องจับท้ายรถ ให้ขอบฟ้าค่อยๆขี่ไปเอาขาประคองไปถ้าจะล้ม สองวิธีนี้เป็นวิธีที่ขัดแย้งกัน ขอบฟ้าก็คงเครียดอยู่
บางเวลาขอบฟ้าขอให้ติดล้อกลับไปเป็น 4 ล้อจะได้ขี่ง่ายๆ แต่ก็เปลี่ยนใจอดทนขับแบบ 2 ล้อต่อไปตามที่พ่อกับแม่ให้กำลังใจเอาไว้ หนึ่งชั่วโมงที่พุทธมณฑลผ่านไป พ่อกับแม่ก็ปวดหลังกันไปคนละนิด เพราะวิ่งจับ วิ่งประคองรถให้ขอบฟ้า จบวันแรกที่หัด ขอบฟ้ายังขี่จักรยานไม่เป็น
วันจันทร์เลิกเรียนแล้ว ขอบฟ้าให้แม่พาไปขี่จักรยานที่สวนสาธารณะแถวบ้าน และวันนี้ก็คงใช้เวลากับจักรยานไปสัก 1 ชั่วโมง ซึ่งจบวันนี้ขอบฟ้าก็ขี่จักรยานได้แล้ว แม่ถ่ายวิดีโอที่ขอบฟ้าขี่ส่งมาให้ดู ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มอย่างมากที่ขอบฟ้ามีความพยายามที่จะฝึกจนขี่ได้ เพราะพ่อจะพูดเสมอว่า คนที่ขี่จักรยานเป็นคือคนที่ไม่หยุดความพยายาม อะไรก็ตามที่มีคนทำได้ ขอบฟ้าก็จะต้องทำได้ถ้าพยายามทำ
ติดตัวปรับความแรงพัดลมให้เครื่องกรองฝุ่น
ในตอนที่ผ่านมาเราได้ดัดแปลงของเหลือใช้นำมาสร้างเป็นเครื่องกรองฝุ่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ปกคลุมประเทศไทยนานเกินไป ซึ่งเราก็ได้เครื่องกรองฝุ่นตัวหนึ่งมาใช้งาน และได้ทำการปรับปรุงฟิลเตอร์กรองฝุ่นให้ทำงานกับฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้ดียิ่งขึ้น ในบทความตอนนี้เราจะพัฒนาเครื่องกรองฝุ่นให้ดีขึ้นอีกนิดหนึ่ง
ในตอนนี้เราจะติดตัวปรับความแรงของพัดลม โดยตัวปรับความแรงจะทำหน้าที่เป็นสวิตซ์เปิดปิดไปด้วยในตัว หน้าตาปุ่มก็คล้ายกับวอลลุ่มของเครื่องเสียง แต่เราใช้วอลลุ่มในการควบคุมความเร็วของพัดลม ตัววอลลุ่มที่ติดเข้าไปก็คือวงจรปรับระดับแรงดันไฟฟ้าที่รับไฟเข้าวงจร 12v และปล่อยไฟขาออกให้น้อยลงได้ตามใจ
demo-gas15kg
nec17 – referal source ep4
referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 4 ช่องทางครับคือ
1 คนใน contact sphere
2 ลูกค้าเก่า
3 คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา เช่น ซัพพลายเออร์
4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ
วันนี้เราจะพูดส่วนที่เหลืออีก ในช่องทางที่ 5-8 ครับ
ช่องทางที่ 5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ ใครจะรู้ดีว่าเราทำอะไรได้ หรือเราเก่งเรื่องอะไรมากไปกว่าลูกน้องในอ๊อฟฟิศ ไม่ใช่แค่พนักงานเซลส์ หรือมาเก็ตติ้ง ตำแหน่งอื่นๆในบริษัทก็มักจะรู้ดีและสามารถบอกต่อได้เช่นกัน จริงๆคือทุกตำแหน่งในอ๊อฟฟิศเลยที่จะช่วยบอกต่อได้ ลูกน้องเหล่านั้นเขาก็ย่อมมีเพื่อน มีญาต มีคนรู้จักอีกมากมายอยู่ในเครือข่ายส่วนตัวของเขา สิ่งที่เราควรทำกับลูกน้องก็คือ เราต้องทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน ดูแลทุกสุขของลูกน้องจะช่วยให้เขามีใจและพร้อมบอกต่อ ก็คือ พร้อมจะช่วยเราหางานนั่นเอง
ยกตัวอย่าง ช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์ บางวันก็เดินมาบอกผมว่า ญาติเขาจะพิมพ์บิลใบเสร็จรับเงิน ผมก็บอกดีเลย ให้เขาโทรมาหรือแวะเอาตัวอย่างงานมาให้ดูเลยก็ได้ เดี๋ยวคิดราคาให้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครับ เพราะลูกน้องทุกคนจะมีเครือข่ายของเขาเอง และเขาก็รู้ว่าเราทำงานอะไร referral ที่เขาพบมาเราทำได้หรือไม่ ลูกน้องเรารู้ดีไม่ต่างจากเราแน่นอน ดังนั้น อย่าลืมทำให้ลูกน้องมีความสุขกับที่ทำงาน
ทำเครื่องกรองอากาศจากของเหลือ
เครื่องกรองอากาศเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ต้องการเพียงให้มีลมพัดผ่านฟิลเตอร์ก็ทำงานได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองอากาศระดับเทพแค่ไหนก็จะมีหลักการไม่ต่างกัน ในช่วงเดือนมกราคม2562 เป็นช่วงที่ฝุ่น pm2.5 ปกคลุมประเทศไทยหนักมาก หลายคนตื่นตัวเรื่องการป้องกัน หาซื้อหน้ากากกันจนขาดตลาด และเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกรองอากาศก็ขายดีมากจนหลายๆห้างของหมดกันเลย
ผมเองก็ซื้อเครื่องกรองอากาศใช้เช่นกัน และก็ศึกษาหาข้อมูลว่ามันทำงานอย่างไร เมื่อรู้หลักการพื้นฐานแล้วก็รู้สึกว่าอยากทำเอง แต่เราก็ไม่ได้มีฟิลเตอร์ดีๆ และไม่ได้มีพัดลมเงียบๆให้ใช้ หรือมีเราก็ไม่รู้แหล่งผลิตในไทย
แต่สถานการณ์ฝุ่นยังไม่ได้ดีขึ้น โรงเรียนประกาศหยุดเรียน รัฐบาลก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เราก็ต้องดูแลตัวเอง และในบ้านก็มีห้องหลายห้อง แม้ว่าเราจะซื้อเครื่องกรองอากาศวางในห้องนอน แต่ห้องอื่นๆก็ยังอยากมีระบบกรองอากาศ จะให้ซื้อเครื่องกรองสำหรับทุกห้องก็ใช้เงินเยอะมาก ไม่สามารถจะจ่ายได้ขนาดนั้น เลยลองทำเองดีกว่า
ใน youtube มีตัวอย่างการดัดแปลงง่ายๆหลายอย่าง หลักการก็เพียงแค่นำฟิลเตอร์มาติดกับพัดลม ผมก็เลยลองหาอุปกรณ์เหลือใช้ในบ้านมาลองทำบ้าง ก็ไปรวบรวมของเก่ามาดังนี้
- พัดลม ถอดจากคอมพิวเตอร์เก่าๆ เป็นพัดลมระบายความร้อน cpu ใช้ไฟ 12v
- กล่องกระดาษได้จากกล่องใส่นมกล่อง uht ที่ลูกกินทุกวัน
- หม้อแปลง 5 v หรือ 12v ก็ได้ ซึ่งได้จากอุปกรณ์เก่าๆที่ตัวเครื่องเสียหรือเลิกใช้แล้ว
- ฟิลเตอร์กรองฝุ่นใช้ของเหลือจากหน้ากากกันฝุ่นที่มีอยู่
นำกล่องกระดาษมาเจาะรูด้านหน้าเพื่อใส่พัดลม ด้านหลังเจาะรูเพื่อเป็นช่องอากาศเข้า นำฟิลเตอร์หรือหน้ากากกันฝุ่นมาบังรูด้านหลังไว้ ทำที่คล้องให้กับสายคล้อง เพื่อให้เราเปลี่ยนหน้ากากกันฝุ่นได้สะดวก ต่อไฟเลี้ยง 5v ให้กับพัดลม 12v ซึ่งพัดลมก็ทำงานได้ หมุนเบาลงกว่าสเป็คเต็มกำลัง ลมยังคงพัดและดูดอากาศผ่านฟิลเตอร์ได้ ข้อดีของการใช้ไฟเลี้ยงต่ำลงก็คือ พัดลมจะมีเสียงการทำงานที่เบาลงมาก หากเราใช้งานเต็มกำลังเสียงลมจะดังมาก ดังจนรำคาญเลย
ส่วนหน้ากากที่ใช้เป็นฟิลเตอร์ก็ใช้ของเหลือที่กำลังจะทิ้ง เนื่องจากหน้ากากอนามัยไม่ทน หากโดนน้ำลาย โดนลมหายใจชื้นๆของผู้ใช้งานมันก็จะหมักหมมและไม่น่าใช้แล้ว เป็นของที่เตรียมทิ้ง ผมก็หยิบมาใช้งานแทน เพราะมันไม่เปื้อน และลมเป่าจากพัดลมก็ทำให้มันแห้งไปแล้ว หากเราอยากกรองฝุ่นระดับ pm2.5 เราก็สามารถเลือกใช้หน้ากากที่กันฝุ่น pm2.5 มาใส่ได้เลย แต่ผมเลือกใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาซ้อนกัน 2 ชั้น ผู้รู้หลายๆท่านแนะนำไว้ว่าใช้2ชั้นก็จะกรองฝุ่น pm2.5 ได้ 90% นั่นเอง
ประกอบเสร็จก็ทดลองใช้ เสียงพัดลมจากไฟ 5v ให้ความเงียบได้น่าพอใจ คือไม่ดังมาก เราสามารถเปิดเครื่องกรองแล้วฟังเพลงในห้องได้ไพเราะเหมือนเดิม ไม่รำคาญแบบพัดลมแรงๆ ส่วนค่าฝุ่นที่ผ่านเครื่องกรองตัวนี้ก็ลดลงจริง เราดูได้จากมิเตอร์วัดฝุ่นรุ่น Xiaomi air detector
สรุป ระบบกรองอากาศเป็นระบบที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีซับซ้อน ต้องการเพียงแค่ระบบพัดลมกับฟิลเตอร์เท่านั้น บริษัทผู้ผลิตในไทยควรจะพัฒนาและทำผลิตภัณฑ์เพื่อกรองอากาศออกมาให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ จะได้ไม่ต้องซื้อของนอกให้เงินตรารั่วไหล
ผลการทดลองใช้เครื่องกรองในห้องทำงาน เป็นห้องมีประตูมิดชิด ไม่เปิดแอร์ เปิดไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ใช้ Xiaomi air detector เป็นตัววัดค่อยเก็บค่าทุกชั่วโมง เร่ิมต้นการวัดที่ค่าฝุ่น39 ได้ผลตามภาพนี้
สรุปผลคือ ตัวเครื่องกรองอากาศรุ่น DIY นี้ ลดฝุ่นได้เล็กน้อย เพราะผลการวัดมีค่าฝุ่นลดลงจริงๆ แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่าเครื่องที่ทำขายอยู่มาก ด้วยเหตุที่ใช้พัดลมตัวเล็ก และฟิลเตอร์มีพื้นที่อากาศไหลผ่านไม่มาก ถ้าอยากเพิ่มความสามารถให้เครื่องกรองรุ่นนี้ จะต้องใช้พัดลมขนาดใหญ่ขึ้น และใช้ฟิลเตอร์กรองที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน ผมคิดว่าถ้าใช้ในพื้นที่เล็กๆ กรองแค่บนโต๊ะทำงาน หรือ หัวเตียง ก็น่าจะทำให้เรารับฝุ่นน้อยลง ถ้าเราได้เครื่องนี้มาฟรีๆจากเศษวัสดุเหลือใช้ ทำใช้ก็ดีกว่าไม่มีใช้


















































