รถไฟฟ้า MG ZS EV 337กิโลเมตร

MG ZS EV นับว่าเป็นรถไฟฟ้าที่ราคาเอื้อมถึงอีกคันหนึ่งในประเทศไทยในยุคปีพศ 2562 ที่มีราคาขายอยู่ที่ 1.19 ล้านบาท สเป็คที่สำคัญคือวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ 337 กิโลเมตร แต่จากที่อ่านรีวิวหลายแหล่ง พบว่า เมื่อเริ่มวิ่ง ระยะทางจะเหลือ 300 กิโลเมตรเท่านั้น ระยะทางที่ลดลงคงเป็นผลมาจากการเปิดแอร์นั่นเอง

ขอคิดที่ตัวเลขเต็มที่ตามสเป็ค 337 กิโลเมตรจะพาเราไปเที่ยวได้ไกลแค่ไหน เที่ยวในกรุงเทพคงไม่มีปัญหา มันไปและกลับได้ ไม่ยากเย็น ใช้ทำงานประจำวันไปกลับวันละไม่เกิน 100 กิโลเมตรได้สบายๆ ชีวิตนี้ไม่ต้องแวะปั๊มน้ำมันอีกเลย แต่เที่ยวต่างจังหวัดนี่แหละที่เป็นปัญหา เมื่อต้นเดือนผมขับรถยนต์ฮอนด้าฟรีดไปเที่ยวเขาใหญ่ ไปนอนในอุทยานแห่งชาติ ระหว่างทางที่ผมขับรถผ่าน ทางด่วนยมราช โทลเวย์ รังสิต สระบุรี ปากช่อง ผมไม่เห็นโชว์รูมรถ MG เลย ดังนั้นการที่เราจะไปชาร์จระหว่างทางที่โชว์รูม MG ก็เป็นไปไม่ได้ และที่จอดรถสำหรับชาร์จรถ EV อยู่ตรงไหนบ้างก็ไม่อาจทราบได้

IMG_9923

ระยะทางกรุงเทพ-เขาใหญ่ โปรแกรม map บอกระยะทางไว้ 133 กิโลเมตร ไปกลับ 266 กิโลเมตร แต่ในการวิ่งจริง มีแวะนอกเส้นทางไปเที่ยวเล่นในปากช่องด้วย รถผมวิ่งไปประมาณ 500 กิโลเมตร ดังนั้น รถไฟฟ้า MG คันนี้ ไม่สามารถพาเราไปเที่ยวเขาใหญ่ได้

IMG_0399

อีกทริปหนึ่ง ผมไปเที่ยวชะอำ โดยใช้เส้นทาง ตลิ่งชัน พุทธมณฑล มหาชัย คลองโคน เพชรบุรี ชะอำ แวะพักที่โรงแรมโนโวเทลชะอำ ระยะทางไปและกลับรวม 383.9 กิโลเมตร และระหว่างทางไม่เห็นโชว์รูม MG เลย ดังนั้น MG ZS EV พาเราไปเที่ยวชะอำไม่ได้

กรุงเทพ ชะอำ  ชะอำ กรุงเทพ

ในความเห็นส่วนตัว ถ้าเราชีวิตคนกรุงเทพขับรถไปทะเลไม่ได้ เราจะมีรถส่วนตัวไปทำไมกัน มีรถก็ต้องพาเราไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆได้ เราไม่ได้ขอเยอะ ขอแค่ทะเลใกล้กรุงเทพเท่านั้น เดิมที ผมคิดว่า ถ้าเราขับรถไปแล้วไปชาร์จด้วยปลั๊กชาร์จฉุกเฉิน เสียบกับไฟบ้านก็อาจจะได้ แต่ในทางปฏิบัติ เราไม่มีปลั๊กไฟในบริเวณที่จอดรถเลย อย่างโรงแรมโนโวเทลชะอำ ที่จอดรถก็ไม่ได้มีปลั๊กไฟให้เสียบ รีสอร์ทอื่นๆก็คงไม่ต่างกันคือไม่ได้ออกแบบให้สามารถชาร์จไฟกับรถไฟฟ้าได้ เราแค่พูดถึงปลั๊กไฟที่กำแพงบ้านเท่านั้นนะ ไม่ได้หมายถึงสถานีชาร์จเต็มรูปแบบ ดังนั้นการใช้รถ EV ไปเที่ยวไกลๆยังเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกอย่างยิ่ง

IMG_0471

ยังไม่รวมถึงนิสัยการจอดรถของคนไทย ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไม่จอดรถในบ้าน จุดชาร์จไฟก็จะไม่มีอยู่หน้าบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นเราชาร์จไม่ได้ ยิ่งคนอยู่คอนโด ไม่มีที่จอดรถแบบฟิกซ์ หรือ ที่จอดส่วนตัว รูปแบบการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพส่วนใหญ่ก็จะไม่เหมาะกับรถ EV คนที่เหมาะกับ EV อาจเป็นกลุ่มคนที่มีบ้านเดี่ยว มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ผมว่าคนใช้รถ EV น่าจะเป็นคนที่มีวินัย และไม่มีนิสัยเอาเปรียบสังคม ถ้ารัฐบาลจะส่งเสริมวินัยจราจร น่าจะส่งเสริมให้คนใช้ EV เยอะๆ ถ้าเป็นไปได้ หาส่วนลดให้คนใช้ EV หรือ ลดภาษีของรถ EV ลงไปให้เยอะๆ แค่เพียงเขาไม่เผาน้ำมัน ไม่เพิ่มมลพิษ แล้วประชาชนได้พื้นที่ถนนคืนมา ได้พื้นที่ทางเดินเท้าคืนมา แค่คิดก็น่าส่งเสริมแล้ว

โพสท์นี้ไม่ใช่รีวิว เพราะยังไม่ได้ซื้อ เป็นเพียงแค่มุมมองของคนที่สนใจรถ EV ซึ่งได้แต่หวังว่ารถ EV จะราคาย่อมเยาลงยิ่งกว่านี้อีก

หัดทำข่าวที่ kidzania

เวิร์คช็อปหนึ่งที่น่าสนใจใน Kidzania ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นระดับหรูหราของคนเมืองก็คือ การทำงานสำนักข่าว หรือสำนักพิมพ์ โลกของสิ่งพิมพ์เมื่อ 20ปีที่แล้วเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจสิ่งพิมพ์ โรงพิมพ์และสำนักพิมพ์เฟื่องฟูมาก สำนักข่าวเป็นอาชีพที่เท่ห์และสนุก ช่วงวัยรุ่นของผมที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการสอบเอนทรานซ์ คณะ นิเทศศาสตร์ และ วารสารศาสตร์ คือหัวแถวของนักเรียนที่ต้องการมีอาชีพในวงการสื่อมวลชน เด็กที่เรียนคณะนี้จะต้องฝึกฝนถ่ายรูปด้วย เพราะเพื่อนผมที่เรียนอยู่วารสารฯเขาถ่ายรูปเก่ง และมีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพด้วย โดยเฉพาะงานรับปริญญาที่บัณฑิตที่จบการศึกษาต่างก็ใช้เงินกับการถ่ายภาพจำนวนมากเกือบเท่าเงินเดือนเดือนแรก ส่วนผม สนใจงานสื่อและงานถ่ายภาพเหมือนกัน แต่ผมเรียนวิศวะ

สิ่งพิมพ์ตัวแรกที่ผมเคยทำคืองานทำป้ายโปสเตอร์ของโรงเรียน ผมทำในสมัยเรียนมัธยมปลาย ยุคนั้นที่เราต้องใช้การตัดแปะตัวหนังสือลงบนกระดาษใบใหญ่ๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้เหมือนปัจจุบัน เพราะคอมพิวเตอร์ที่พอจะทำงานสิ่งพิมพ์ได้จะมีราคาแพงกว่ารถยนต์ คนออกแบบจะต้องแนบภาพถ่ายไปกับกระดาษอาร์ตเวิร์ค แล้วบอกโรงพิมพ์ว่า เอาภาพวางในช่องนี้ แล้วโรงพิมพ์ก็จะจัดการเอาภาพไปแยกสี ทำเป็นเพลทสำหรับพิมพ์ในโรงพิมพ์ พอได้โปสเตอร์ออกมาเป็นกระดาษก็ถือว่าจบขั้นตอนการทำสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งผมก็คิดไปเองว่านี่แหละคือส่วนหนึ่งในอาชีพสื่อสารมวลชน

ผ่านมายุคอินเทอเน็ต สื่อสิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบ โรงพิมพ์ของสำนักข่าวปิดตัวไปตามๆกัน หนังสือพิมพ์ขายไม่ออก จากที่เคยมีหนังสือพิมพ์นับสิบยี่ห้อบนแผงหนังสือก็เหลือแค่2-3 รายเท่านั้น และแผงหนังสือก็หายไปจากข้างถนนแล้วด้วย ยี่สิบปีที่แล้วหากผมต้องการซื้อหนังสือพิมพ์ 1 เล่ม ภายใน 10 นาที ไม่ว่าจะนั่งรถ หรือ เดิน ผมจะสามารถไปถึงแผงหนังสือใกล้บ้านแล้วซื้อหนังสือพิมพ์ได้แน่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ ให้นึกว่าต้องไปซื้อที่ไหนก็นึกไม่ออกแล้ว แต่สิ่งที่ไม่หายไปไหนคือ นักสื่อสารมวลชนที่ยังคงต้องผลิตรายการ หรือผลิตเนื้อหาอยู่ แต่ไม่ได้พิมพ์ออกมาเป็นกระดาษมากเหมือนเดิม สำนักข่าวบางแห่งทำแต่เนื้อหาให้อ่าน online เท่านั้น

การที่เด็กคนหนึ่งจะได้ฝึกทำหนังสือพิมพ์จริงๆเป็นเรื่องยาก แต่เวิร์คช็อบเล็กๆในแหล่งการเรียนรู้อย่าง Kidzania กลับมีเวทีให้ลองทำ เด็กรุ่นนี้น่าอิจฉาที่มีพื้นที่ให้ลองเล่น แถมไม่ใช่การลองแบบที่มีแต่เปลือกแบบการเล่นเป็นพนักงานดับเพลิง นั่งรถเหมือนสวนสนุกไปดับไฟปลอมๆ แต่การทำข่าวเป็นขั้นตอนจริงเลย คนออกแบบกิจกรรมนี้น่านับถือ

จากการชะเง้อมอง และ เดินตามไปดูว่าเด็กต้องทำอะไรบ้างก็เล่าได้คร่าวๆว่า พี่เลี้ยงที่นำกิจกรรมนี้จะให้เด็กได้ทำข่าว 1 ชิ้น เป็นเรื่องอะไรก็ได้ ต้องมีการตั้งประเด็นขึ้นมาว่าจะทำข่าวเรื่องอะไร ต้องจดคำถามออกมาก่อนว่าจะถามอะไรบ้าง และก็ให้ไปถ่ายรูป ไปสัมภาษณ์ นำภาพที่ได้มาวางในหน้าหนังสือพิมพ์ ข้อมูลสัมภาษณ์ต้องจดกลับมา แล้วนำข้อมูลมาเขียนประกอบภาพ

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การได้เล่นกล้องถ่ายภาพ และพิมพ์ภาพจากเครื่องพิมพ์ แต่ต้องมีการจดสรุปคำถาม จดคำตอบ เรียบเรียงเป็นข้อความประกอบภาพ มันเป็นการฝึกฝนที่ครบถ้วนดี และไม่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เมื่องานครบถ้วน พี่เลี้ยงก็จะพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษ หน้าตาเหมือนหนังสือพิมพ์ ข้อมูลที่เด็กเลือกทำจะอยู่ในกระดาษใบนี้ ดูสวยงามและน่าสนุก

กิจกรรมนีใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมาะสำหรับเด็ก 6 ขวบขึ้นไปที่พอจะอ่านหนังสือออกบ้าง แต่ถึงอ่านและพิมพ์ข้อความเองไม่ได้ ก็เชื่อว่าพี่เลี้ยงจะทำส่วนนี้ให้ สิ่งสำคัญก็คือการได้คิดเลือกเนื้อหาเองว่าจะทำอะไร และต้องฝึกตั้งคำถามด้วย ผมคิดว่าถ้าเด็กที่โตสักหน่อยและอ่านออกเขียนได้จะได้ประโยชน์เต็มที่ ได้รู้ว่าอาชีพนักข่าวต้องทำอะไรบ้าง แม้จะเป็นแค่เรื่องเล่นๆ แต่มันก็จำลองมากจากของจริง

แม้ว่าค่าเข้า Kidzania จะแพง อาหารในนั้นก็แสนจะแพง ไม่สามารถเอาน้ำและอาหารจากข้างนอกเข้าไปได้ และ ค่าจอดรถที่พาราก้อนก็แพงมากเนื่องจากต้องจอดนาน เพราะมาตั้งแต่เช้าตอนห้างเปิด เล่นจนคุ้มแล้วออกมาฟ้าก็มืดแล้ว บิลจอดรถบอกเวลาว่าผมจอดรถไป 10 ชั่วโมง 26 นาที ทุกอย่างแพง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่จ่ายไหว สิ่งที่ได้นอกจากความสนุกของเด็กแล้ว ยังได้โอกาสในการฝึกฝนและสัมผัสกับอาชีพได้มากกว่าจินตนาการ แต่ถามว่าให้ไปบ่อยๆเอาไหม ไม่เอาครับ เพราะกิจกรรมบางอย่างมันเล่นครั้งเดียวก็พอรู้ ไม่จำเป็นต้องซ้ำ

ขอบฟ้าลองวาดสีน้ำ

IMG_0411
IMG_20191029_085419

ภู่กันแบบใส่น้ำในตัว เป็นภู่กันที่ช่วยให้งานวาดสีน้ำทำได้อย่างสนุกสนานและสะดวกสุดๆ ปกติ ในอดีตต้องมีแก้วน้ำเอาไว้จุ่มภู่กันเพื่อล้างสี แต่ระบบใส่น้ำไว้ในด้ามทำให้การล้างสีออกจากภู่กันทำได้รวดเร็วและไม่ต้องใช้แก้วน้ำแล้ว

IMG_20191029_065600

ภู่กันจะชุ่มน้ำ เราอยากได้สีอะไรก็เอาไปแตะๆคลึงๆกับสีที่ต้องการ แล้วก็เอามาวาด พอต้องการเปลี่ยนสีก็แค่เอาภู่กันไปลากบนกระดาษทิชชู่ จนกระทั่งสีหมด กลายเป็นน้ำใสๆ แล้วก็ไปจิ้มสีใหม่ได้ทันที

ชุดสีจัดมาสำหรับการวาดภูเขา ต้นไม้ คนทำขายเลือกสีที่เหมาะกับสถานที่มาให้ แล้วก็มีภาพตัวอย่างสำหรับให้ลองหัดวาด นับว่าเป็นการเตรียมของให้นักวาดสมัครเล่นสามารถทำงานศิลปะได้อย่างสะดวกสบาย

2019-10-05_11-16-46

คิดเอาไว้แล้วว่าจะเอาชุดสีเหล่านี้ติดตัวไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อลองวาดเล่นๆ เก็บภาพเป็นภาพวาดที่ระลึก เพราะนอกจากภาพถ่ายแล้ว ภาพวาดก็ถือเป็นสิ่งที่น่าเก็บกลับมาเช่นกัน และมันดูทำยากกว่าการถ่ายภาพมากจริงๆ ต่อไปอาจจะต้องหาสมุดเก็บกระดาษวาดภาพต่างๆที่วาดเสร็จแล้วเพื่อให้เป้นสัดเป็นส่วน

IMG_20191014_092536
IMG_20191014_092503
IMG_20191014_092445

ใครสนใจจะสั่งซื้อไปใช้ก็ทักไปที่ อีเมลนี้ได้ครับ line id : naraartha

ฮักบี้บ้านบาก หนังน่าดู

ฮักบี้บ้านบาก

หนังเรื่องฮักบี้บ้านบาก เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงที่มีทีมรักบี้ของโรงเรียนต่างจังหวัดได้เข้าแข่งขันระดับประเทศ และได้มาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยผ่านทีมตัวเต็งมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เพราะทีมบ้านบากเป็นทีมที่เพิ่งหัดเล่น มีรองเท้าไม่ครบทุกคนในทีมทำให้การแข่งขันจริงตอนเปลี่ยนตัวต้องเปลี่ยนรองเท้ากันเองด้วย ทีมนอกสายตาแต่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ไม่มีแม้แต่เงินค่าที่พัก มาแข่งกรุงเทพเสร็จต้องรีบกลับเพราะเงินที่รวบรวมกันมาทั้งหมู่บ้านหมดแล้ว ลองตามไปอ่านข่าวที่เคยดังทั่วประเทศ

มันคงมีแง่มุมอะไรที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆนักกีฬารุ่นใหม่ๆได้ ลูกผมก็เพิ่งหัดเล่นรักบี้ แม้จะอยู่ในโรงเรียนที่ไม่ขัดสน จะไปแข่งที่ไหนในประเทศไทยก็คงได้นอนโรงแรม เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กในทีมก็มีความพร้อม แต่ผมก็อยากให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งที่ช่วยให้บ้านบากเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ มันน่าจะมีความหมาย มีประโยชน์ต่อวิธีคิดของลูก

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เอาไว้

คนดูจะได้ความบันเทิง รอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ กลับบ้านไปจะไม่มีคำว่า “ท้อแท้” ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องกีฬา มันปรับใช้ในชีวิตจริงได้หมดครับ ผมจึงอยากให้ทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้กัน ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ”

ขอบฟ้าเลือกรูปทำ portfolio

Taken on October 20, 2013

ตอน 1 ขวบ อยู่ที่บ้านกฤษดาลากูน ที่นี่มีทะเลสาบอยู่ข้างบ้าน

IMG_0010.JPG

ตอนสองขวบขอบฟ้าชอบไปทะเล

IMG_0033

ตอนสามขวบชอบว่ายน้ำเล่น ไปว่ายที่สระน้ำบ้านลุงเอ็ม ตอนนี้ว่ายน้ำเป็นแล้ว

IMG_9395

ไปญี่ปุ่น ไปเล่นที่ญี่ปุ่น ไปเจอตึกสูง อากาศเย็นมาก ซื้อชินคังเซ็น 1 คัน

IMG_7446

ขอบฟ้าหัดเตะฟุตบอลช่วง 5 ขวบ ขอบฟ้าขอบเมสซี่ และชอบดูการ์ตูนสึบาสะ

IMG_0513.JPG
IMG_0364

โรงพิมพ์ 4.0

2019-08-11_02-02-30

สมัยทำงานใหม่ๆผมได้งานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ และได้เขียนโปรแกรมบนระบบคอมพิวเตอร์วินโดส์โดยใช้เครื่องมือของ Visual basic ในตอนนั้นเรายังไม่มีคำว่า social network ยังไม่มี ไม่มีแม้แต่ smartphone ที่เล่นอินเทอเน็ตได้เร็วๆ และไม่มี qrcode ด้วย

ในวันนั้นกว่าจะได้การทำงานสัก 1 อย่าง เขียน code เขียนฟังค์ชั่น เขียนอะไรต่างๆมากมาย การจะ save ไฟล์ภาพออกมาสัก 1 ไฟล์ หรือ ไฟล์ตัวหนังสือสัก 1 ไฟล์ก็เป็นเรื่องที่ยากและเขียนโค้ดหลายบรรทัดมากๆ อาจจะเพราะผมไม่รู้ว่าโลกนี้มีเครื่องมือเขียนโปรแกรมที่หลากหลาย ไม่ได้มีแต่ภาษา c vb หรือ java ภาษาอื่นๆที่โลกตะวันตกเขาใช้คงมีอีกมากแต่คนไทยสกิลต่ำแบบผมไม่รู้จัก

python มายังไงก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที โลกเราก็ใช้ python เต็มไปหมด ทั้งระบบระดับ social network หรือ ระบบเล็กแบบบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เอาไว้เปิดปิดไฟก็สามารถใช้ python มาเขียนโปรแกรมได้ วันนี้ก็คงต้องหัดเรียนรู้กันว่า python ทำงานยังไง ผมเลิกเป็นโปรแกรมเมอร์ไปเป็นสิบปี เลิกเขียนโปรแกรมไปนานแล้ว ยังต้องลองหัดเขียนเพราะรู้สึกว่า python มันง่ายและทรงพลังดี

วันนี้ก็เลยทดลองเขียน python สักตัวหนึ่ง ตามโจทย์ที่ลูกค้าโรงพิมพ์คนหนึ่งพยายามจะทำ ผมก็พบว่ามันก็ไม่ยากเท่าไหร่ ลองอ่านคู่มือ ลองดูวิดีโอใน youtube สัก 2 ชั่วโมงก็เขียนได้แล้ว

ธุรกิจโรงพิมพ์ สิ่งพิมพ์ ในปีนี้ พศ.2562 เป็นปีที่ได้รับผลกระทบรุนแรง หนังสือพิมพ์ปิดตัวไปหลายหัว นิตยสารปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก แม้แต่หนังสือคู่สร้างคู่สมที่ยอดขายสูงที่สุดในประเทศก็ยังประกาศปิดตัว เลิกพิมพ์ เลิกกิจการ โรงพิมพ์หลายแห่งปิดตัว โรงพิมพ์ทุกแห่งงานลดลง

โรงพิมพ์เป็นโรงงานอุตสาหกรรมยุค 1.0 ที่อาศัยกำลังการผลิตในการทำยอดขาย ยิ่งผลิตเยอะยิ่งรายได้สูงและต้นทุนต่ำ แต่ในปัจจุบันยอดงานสิ่งพิมพ์ตกลง ใบปลิวใช้น้อยลง แค็ตตาล๊อคใช้น้อยลง แต่ผู้ผลิตยังคงเยอะเท่าเดิม ปริมาณงานจึงโดนกระจายเฉลี่ยออกไป ยอดขายจึงลดลงเป็นไปตามระบบ ดีมาน-ซัพพลาย พอดีมานหายไป ซัพพลายก็แย่งกัน งานเลยเหลือกันที่ละนิดละหน่อย ใครทุนน้อยก็ปิดกิจการไป

โรงพิมพ์จะพัฒนาให้อยู่ในยุค 4.0 ก็ต้องปรับตัว ไปพิมพ์สิ่งพิมพ์ที่คนต้องการใช้ แทนที่ใบปลิว แทนที่แค็ตตาล๊อคแบบเดิม และนี่ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ผมพยายามอยู่ในยุคดิจิทัล ยุคที่ social network อย่าง facebook และ line รวมถึง marketplace หลายค่ายกินยอดขายทั้งประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว

ขายของครับ

เราสามารถพิมพ์งานพิมพ์ที่มีข้อมูลไม่ซ้ำกันบนสิ่งพิมพ์ได้ งานจ่าหน้าซอง งานใส่ชื่อในใบปลิว ใส่ชื่อ ใส่ข้อมูลในเอกสารเป็นงานพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลคู่กับเครื่องพิมพ์ทันสมัย ความรู้เรื่องฐานข้อมูลและทักษะของโปรแกรมเมอร์จะทำให้เราทำงานพิมพ์ variable data ได้ และงานบาร์โค้ดที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆชิ้น งาน qrcode ที่ไม่ซ้ำกันเลยสักใบก็เป็นสิ่งที่เราทำได้ดี เพราะเราตั้งใจจะเป็นโรงพิมพ์ที่อยู่รอดในยุค 4.0 สนใจงานพิมพ์ฐานข้อมูล ติดต่อ jomthongprint.com ได้ครับ


dubua cafe ที่เที่ยวดีหลายอย่าง แย่อย่างเดียว

2019-07-28_06-12-01
IMG_1575
IMG_1574
IMG_1580
IMG_1582
IMG_1589
IMG_1592
IMG_1621
IMG_1624
IMG_1646
IMG_1662
IMG_1665
IMG_1693
IMG_1716

ที่นี่ดีเกือบทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องคนที่มาเที่ยว มาจอดรถขวางทำให้รถผมออกไม่ได้ ลำบากมาก แม้ที่จอดรถจะเยอะ แต่ก็ยังมีจังหวะนักท่องเที่ยวเยอะกว่า และคิดแต่จะจอด ไม่คิดถึงคนอื่น เจ้าของสถานที่ก็ไม่ได้จัดคนมาดูแลเรื่องการจอดรถ ปล่อยให้ลูกค้าดิ้นรนหาทางเอารถออกเอง