Category Archives: Uncategorized
ดู “กล้อง Holga นานๆใช้ที ก็สนุกดี” ใน YouTube
ตัวอย่างรายการ podcast เสียงดี
เราจะสร้างอนาคตอย่างไร นี่เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก และเป็นคำถามที่ท้าทายสำหรับหลายๆ คน ที่กลัวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลาและคาดเดาได้ยาก เป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เคน-นครินทร์ ตอบคำถามโดยอ้างอิงจากหนังสือ คำตอบย่อของคำถามใหญ่ Brief Answers to the Big Questions หนังสือเล่มสุดท้ายของ สตีเฟน ฮอว์คิง ในรายการ Secret Sauce อ่านเนื้อหาของเอพิโสดนี้ ได้ที่ https://www.thestandard.co/podcast/th…
“เราทำไม่ได้หรอก เราไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น” เชื่อไหมว่าความคิดเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคุณไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้จริงๆ แต่มันสะท้อนถึงกระบวนการตั้งต้นความคิดที่คุณมีกับตัวเองที่เรียกว่า Fixed Mindset ต่างหาก ฉะนั้นถ้าอยากพัฒนาตนเอง อยากก้าวข้ามสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ การมี Growth Mindset จะเป็นตัวช่วยให้คุณเจอสิ่งนั้น รวิศ หาญอุตสาหะ รวมคำตอบเรื่อง Growth Mindset พร้อมวิธีนำไปปรับใช้ในพอดแคสต์รายการ Super Productive อ่านเนื้อหาของเอพิโสดนี้ได้ที่ https://www.thestandard.co/podcast/su…
Real world flying man
งานเขียน calligraphy สร้างสรรค์มาก
รีวิวกระติกเก็บอุณหภูมิ
กระติกน้ำเก็บอุณหภูมิเป็นของราคาแพงมากเมื่อเทียบกับขวดน้ำทั่วไป และเมื่อเทียบกับกระติกธรรมดา ผมบังเอิญได้เห็นกระติกน้ำใบนี้ในร้านขายของที่ระลึกหน้าโรงหนัง และก็จำได้ว่า มันมีกระติกหน้าตาแบบนี้อยู่ในสตาร์บั๊คด้วย ก็เลยเดินไปเดินมาในห้างระหว่างหน้าโรงหนังกับสตาร์บั๊คเพื่อดูให้แน่ใจว่ามันเหมือนกัน โดยในสตาร์บั๊คติดราคาเอาไว้ 1800 บาท ส่วนหน้าโรงหนังขายผม 599 บาท
พอดูละเอียดแล้วว่าเหมือนกันทุกมิลลิเมตร ทั้งขนาด รายละเอียดบนฝา และภายในฝา จนถึงโครงสร้างด้านในก็เหมือนกัน เลยตัดสินใจซื้อหน้าโรงหนังกลับมา ก็เลยได้ใช้กระติกน้ำแพงๆสักที
ทำไมถึงอยากมีกระติกน้ำใบนี้ เพราะผมเป็นคนชอบกินกาแฟ ทั้งกินแก้ง่วง กินแก้หิว กินแก้เบื่อ และกินเล่นตามใจอยาก ในอดีตเคยคิดที่จะพกแก้วสแตนเลสเอาไว้ต้มน้ำร้อนเอาเพื่อชงกาแฟด้วยซ้ำไป แต่ติดที่ไม่อยากพกเตาและไม่อยากพกไมโครเวฟไว้ในรถ เคยซื้อกระแฟกระป๋องเอาไว้ในรถเป็นถาดใหญ่ 36 กระป๋อง แล้วแกะกินไปเรื่อยๆวันละกระป๋อง ซึ่งผมเป็นคนที่บริโภคกาแฟจริงจังมากในแง่ปริมาณ แต่อย่าถามถึงเรื่องรสชาดนะ เพราะกาแฟของผมคืออะไรก็ได้ที่กลืนลงคอได้แล้วช่วยให้ผมรู้สึกว่าได้กินคาเฟอีน ส่วนเรื่องรสละมุน ละเมียด อารมณ์ซาบซึ่งกับอาราบิก้า คั่วด้วยไฟจากคาร์บอนใต้ทวีปยุโรปนั่นเป็นเรื่องรอง
ตอนผมไปเที่ยวที่ภาคเหนือ ในทริปที่แบกเป้เดินทาง ผมเคยพกกาต้มน้ำแบบเสียบปลั๊กไปเพื่อชงกาแฟกินด้วย นี่เป็นนิสัยส่วนตัวที่ยังคงมีอยู่ และเมื่อเห็นว่ากระติกเก็บน้ำร้อนมันมีราคาไม่แพงนัก จากที่เคยเห็นว่าเป็นพัน สองพันก็มี พอเจอว่ามันราคาไม่กี่ร้อยบาทก็เลยอยากได้และก็ซื้อในที่สุด
เมื่อได้มาก็ทดลองต้มน้ำร้อนแล้วเทเก็บในกระติก ผ่านไป 8 ชั่วโมงก็เอาน้ำออกมาชงกาแฟ น้ำยังร้อนอยู่ แม้จะไม่ได้เดือดเหมือนนาทีแรกแต่มันใช้ชงกาแฟได้ กาแฟละลาย และร้อนเพียงพอ ต้องใช้การจิบแทนที่จะดื่มพรวดแบบน้ำอุณหภูมิห้อง กระติกใบนี้ความจุ 500cc ผมชงกาแฟได้ประมาณ 3 แก้ว
ทดลองต้มน้ำเดือดตอนหกโมงเช้าแล้วเทเก็บไว้ในกระติก ตอน 11.00 น. เอาออกมาชงกาแฟ น้ำร้อนยังมีไอน้ำอยู่ และความร้อนก็ละลายกาแฟได้ดี และตอนกินก็ต้องกินทีละนิดเพราะมันร้อน สรุปได้คร่าวๆว่ามันเก็บความร้อนเพื่อใช้ชงกาแฟได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยภายใน 5 ชั่วโมงแรกมันมีไอน้ำให้เห็นชัดๆแน่นอนเมื่อเทออกมา
ตอนเอาไปเก็บน้ำเย็นก็ทำได้ดี และชั่วโมงการรักษาความเย็นทำได้ยาวนานกว่าน้ำร้อน คงเป็นเพราะความเย็นจากเย็นจัดเกือบ 0 องศาจนถึงอุณหภูมิเย็นพอประมาณสำหรับน้ำดื่มสัก 20 องศามันมีระยะห่างไม่มาก การเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิไม่ได้เป็นช่วงกว้างเหมือนน้ำเดือด 100 องศาลงมาเป็นน้ำร้อน 50 องศา ดังนั้นมันจึงเก็บความเย็นได้ดีกว่าความร้อน ผมลองใส่น้ำเย็นจากในตู้เย็นไว้ตอนเช้า แล้วตอนเย็นลองเปิดกินดู ความเย็นยังเย็นในแบบน้ำเย็น กินให้หายเหนื่อยได้ไม่ต่างจากหยิบน้ำจากตู้เย็นมากิน
สรุปว่า กระติกน้ำเก็บอุณหภูมิรุ่นหน้าตาเหมือนของในสตาร์บั๊คเป็นกระติกที่ทำงานได้ดี เก็บน้ำร้อนได้นาน เก็บน้ำเย็นได้นานกว่า ช่วยให้มีน้ำร้อนไปชงกาแฟนอกบ้านได้
เพิ่มเติม กระติกน้ำรุ่นนี้หน้าตาเหมือนยี่ห้อ swell ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ swell สวยมาก ดูแล้วอยากได้เลย

น้ำ 2 แก้ว
ขอบฟ้ามีนัดไปตรวจร่างกายกับคุณหมอที่โรงพยาบาล และด้วยความอยากรู้ว่าน้ำจะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวได้สักเท่าไหร่ หลังชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วเลยทดลองกินน้ำที่โรงพยาบาลไป 2 แก้ว
ผลก็คือชั่งน้ำหนักครั้งสุดท้ายได้ 21.4กิโลกรัม เลยไปดูที่แก้วว่าน้ำในแก้วมีปริมาณเท่าไหร่ พบว่าในแก้วจะใส่น้ำ 220 cc ก็จะเทียบได้เป็นน้ำหนัก 0.22 กก. นั่นเอง กินไปสองแก้ว น้ำหนักก็ขึ้นมา 0.44 กก. ตัวเลขที่ชั่งครั้งแรกที่ระบุไว้ 20.9 กก. นั้นคงเป็นการปัดเศษทิ้ง ส่วน 21.4 คงเป็นการปัดเศษขึ้น
พลังงานทดแทน
กระจกพาราโบร่า ช่วยสะท้อนแสงแดด ใช้จุดไฟ
ที่ชาร์ตแบตกล้อง eos m ใช้กับ powerbank
กล้อง eos m เป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกของ canon ที่เปิดตัวมาหลายปีแล้ว จนปัจจุบันมีกล้องตระกูลนี้ออกมาหลายรุ่นมาก ปัญหาของกล้อง mirrorless ก็คือ แบตหมดเร็ว ดังนั้น ใครที่ต้องการใช้กล้องนานๆก็จะต้องพกแบตติดตัวไปออกทริปหลายก้อน และ eos m ตัวนี้ ผมก็ใช้แบตรวมกันถึง 3 ก้อน
ลำพังเพียงแค่ที่ชาร์จที่แถมมากับกล้องก็จะชาร์จไฟได้ทีละก้อน หากมีแบตหลายก้อนจะเป็นภาระในการถอดเปลี่ยนคิวชาร์จแบตอย่างมาก ตอนที่เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวเหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังต้องมารอชาร์จแบตให้เต็ม 3 ก้อนแล้วค่อยนอน มันเป็นเรื่องน่าเบื่อมาก
โชคดีที่มีคนผลิตที่ชาร์จแบตแบบ 2 ก้อนพร้อมกันให้ใช้ แถมยังใช้ไฟจากเพาเวอร์แบงค์อีกต่างหาก หลังจากที่สั่งซื้อมาลองแล้วก็สรุปผลได้ว่า ที่ชาร์จแบต eos m 2 ก้อนทำการชาร์จไฟให้แบตได้ดีมาก สามารถชาร์จไฟจนเต็มแบตได้ ระหว่างที่ชาร์จจะมีไฟแสดงสถานะสีแดง หากชาร์จเต็มแล้วจะเป็นไฟสีเขียว
ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จจนเต็มจะกินเวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง เครื่องชาร์จตัวนี้ทำงานกับแบต รุ่น LP-E12 ซึ่งเป็นแบตประจำรุ่น eos m m10 m100 m50 นับว่าโชคดีมากที่กล้องรุ่นใหม่ๆเลือกใช้แบตตัวเดียวกับ eos m รุ่นแรก นั่นทำให้การซื้อแบตเพิ่มเติมของผมเป็นเรื่องที่ตัดสินใจไม่ยาก เพราะแบตที่สะสมไว้หลายก้อนจะยังสามารถใช้งานกับกล้องรุ่นใหม่ได้นั่นเอง
หากจะสั่งซื้อที่ชาร์จแบต ลองไปหาในเว็บขายของ หาคำว่า charger eos m ก็จะเจอสินค้ามากมาย เลือกซื้อได้ตามสะดวกเลย
ธุรกิจซ่อมนาฬิกา
ผมเอานาฬิกาไปเปลี่ยนถ่านเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นร้านซ่อมและเปลี่ยนถ่านนาฬิกาในห้างเซ็นทรัลพระราม2 ร้านนี้ผมเคยใช้บริการมาแล้วในการเปลี่ยนถ่านเมื่อหลายปีก่อน งานเปลี่ยนถ่านเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับร้านค้า ช่างสามารถทำได้เลยในเวลาไม่ถึง 1 นาที รอบนี้ก็เช่นกัน ทำได้เรียบร้อย ตอนเปลี่ยนก่อนจะเสร็จ ช่างทักว่า พี่ครับ ยางซีลในเครื่องมันเสื่อมแล้วนะครับ ให้เปลี่ยนด้วยเลยไหม ผมตอบว่าค่ายางคิดเท่าไหร่ ช่างตอบ 100 บาท ผมก็ตอบโอเคเปลี่ยนเลย แล้วก็สรุปค่าใช้จ่าย ค่าถ่าน 350 ค่ายาง 100 บาท รวม 450 บาท
อีกสัปดาห์ต่อมา นาฬิกามีอุบัติเหตุจอแตก แล้วผมก็ไม่ได้ว่างไปซ่อม ล่วงเลยผ่านมาถึงเดือนพฤษภาคม หรือ เดือนกว่าๆ ก็เอาไปซ่อมที่ร้านเดิม ไปเปลี่ยนกระจกนาฬิกา ช่างดูแล้วก็แจ้งราคา 650 บาท ใช้เวลาทำประมาณ 40 นาที ผมก็ตกลง แล้วก็ไปเดินเล่นหากาแฟกิน พอเกือบๆครบเวลาก็เดินกลับมา พนักงานเปลี่ยนกระจกให้เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ประกอบนาฬิกากลับ พนักงานบอกผมว่า พี่ครับ ยางซีลในเครื่องมันเสื่อมแล้วนะครับให้เปลี่ยนเลยไหม ผมเลยถามกลับไปว่า ค่ายางคิดเท่าไหร่ พนักงานตอบ 100 บาท
ในใจผมจำได้ว่าเคยเปลี่ยนไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม มันเป็นยางเส้นใหม่แล้ว แต่รอบนี้พนักงานยังแจ้งเปลี่ยนกับผมอีก แต่ว่า ผมก็แกล้งทำไม่รู้เรื่อง เพราะคิดว่า เปลี่ยนกระจกให้ผมได้งานเรียบร้อยดี ผมจะทิปให้อีก 100 บาท ก็ยังได้ เพราะพอใจที่ได้รับการเปลี่ยนกระจกแล้ว ก็เลยให้เขาเปลี่ยนยางซีลให้อีกครั้ง สรุปจบรอบสองนี้ ผมจ่าย 750 บาท เป็นค่าเปลี่ยนกระจก 650 และค่ายาง 100 บาท ถือว่าผมให้เปลี่ยนยางซ้ำให้เป็นการทิปไปแทน
ธุรกิจร้านซ่อมนาฬิกาต้องการทำรายได้เพื่อชดเชยค่าเช่าในห้าง ผมก็เข้าใจอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายค่าบริการบางอย่างแม้จะแพงกว่าปกตินิดหน่อยก็เป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้ ร้านจะหาช่องทางขายของเพิ่ม ขายบริการบางอย่างเพิ่มเติมผมก็ไม่แปลกใจ เพราะแม้แต่เซเว่นตอนซื้อของที่เราต้องการแล้ว พนักงานยังถามเพิ่มเติมเลย รับซาลาเปาเพิ่มไหมคะ รับมันฝรั่งเพิ่มไหมคะ พี่ซื่อสองชิ้นไหมคะจะได้โปรลดราคา……. มันเป็นการถามเพื่อให้เราจ่ายเงินเพิ่มทั้งนั้น ดังนั้นร้านนาฬิกาก็ไม่ต่างกัน ผมจ่ายเพิ่มให้ได้เพราะเขาก็อุตส่าห์มาตั้งร้านสะดวกแก่การเดินทางสำหรับผมแล้ว เพียงแต่ อยากจะให้เนียนกว่านี้หน่อย หรือ ถ้าร้านมีระบบคอมฯจดประวัติการซ่อมลูกค้าเก็บไว้ จะได้ไม่มีเคสขายของซ้ำ มันดูไม่ดี
พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่3
เช้าวันที่3นี้เราตื่นเช้าและได้กินอาหารในพื้นที่ติดทะเลแสนสวย หลังจากกินเสร็จแล้วก็ได้เวลาไปเล่นเรือคายัค ซึ่งมีบริการไว้ให้ลูกค้าโรงแรมได้เล่นรอบละ 1 ชม. ผมกับลูกก็ลงเรือเล่นเลย พายเรือไม่ใช่เรื่องยากถ้าพายสองมือ ส่วนการพายมือเดียวแล้วทำให้เรือแล่นได้ตรงๆเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเล็กน้อย แม้ค้าที่ขายของตามคลองต่างๆในประเทศไทย ชาวไร่ ชาวสวนก็พายมือเดียวมาเป็นร้อยปีแล้ว มันพายมือเดียวข้างเดียวแล้วเรือแล่นตรงทำได้ไม่ยาก ผมก็เคยไปหัดพายที่สวนลุม
พอพายเรือเหนื่อยได้ที่แล้ว แม่ลูกก็เล่นน้ำต่อ อากาศร้อนเดือนเมษายนของเมืองไทยน่าจะร้อนติดระดับโลก แม่ขอใส่หมวกเล่นน้ำกันเลย แดดแรงมาก อะไรที่โดนแดดจะร้อนจัด แม้แต่เรือพลาสติกที่เรานั่งเล่นยังร้อนเลย
วันนี้จะเก็บของออกจากโรงแรมทับแขกซันเซ็ต แล้วขับรถไปภูเก็ต ก่อนออกจากโรงแรมก็สังเกตุว่าในโรงแรมมีน้ำตกเล็กๆไหลอยู่ ถามพนักงานว่าน้ำตกพวกนี้เป็นขอบธรรมชาติหรือทำขึ้นก็ได้คำตอบว่า โรงแรมมีตาน้ำอยู่ ตาน้ำอยู่ด้านหน้าโรงแรมเลย ก็เลยมีทางน้ำตกธรรมชาติให้โรงแรม เราก็เลยแวะไปดูตาน้ำ เลยถามต่อว่า แบบนี้โรงแรมใช้น้ำฟรีเลยใช่ไหม พนักงานตอบ ใช่ครับ ตาน้ำได้รับการสร้างเป็นกำแพงล้อมไว้ แล้วมีน้ำผุดออกมาตลอดเวลา น้ำจากป่ามาผุดตรงนี้ สุดยอดมากๆ
ขับรถออกจากโรงแรมตอนเที่ยง หาร้านแวะกินกลางวันระหว่างทางไปภูเก็ต ภรรยาเลือกกินร้านหอมเคย เป็นร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมันซึ่งเราจะต้องขับผ่าน ขอบฟ้านั่งในรถได้ไม่นานก็หลับ เราเดินทางประมาณไม่ถึง 1 ชม. ก็ถึงร้านอาหาร ร้านหน้าตาทันสมัย มีรถจอดอยู่เต็มหน้าร้าน ดูแนวโน้มแล้วร้านนี้น่าจะอร่อย
เมนูแนะนำของร้านนี้คือกุ้งราดซอสมะขาม และ ไข่ฟูปู รายการหลังนี้หน้าตาเหมือนไข่เจียว ผมคงเรียกว่าไข่เจียวถ้าไม่มีใครบอก รสชาดโอเค ราคาโอเคยอมรับได้ ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านที่ทำไข่เจียวปูได้อร่อยมาก ผมยกให้เป็นที่สุดของไข่เจียวเลย แค่เมนูนี้ชนิดเดียวก็ถือว่าให้ประสบการณ์การกินไข่เจียวอร่อยๆกับลูกค้าได้แล้ว ผมยังไม่เคยลองกินร้านเจ๊คนนึงที่ได้รางวัลมิชลินที่ขายไข่เจียวจานละเกือบพันบาท ผมมั่นใจว่าประสบการณ์ไข่เจียวของร้านหอมเคยก็ไม่ด้อยไปกว่ามิชลินสตาร์ เพราะมันเป็นเมนูหนึ่งเดียวที่ผมจะเอาไปบอกต่อว่า ร้านนี้กินไข่เจียวอันนี้ก็คุ้มแล้ว ส่วนคุณภาพด้านอื่นๆของร้านก็มาตรฐาน วันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาลหยุดสงกรานต์ยาวๆแบบนี้น่าจะคนเยอะ เพราะปั๊มน้ำมันแห่งนี้ไม่ใช่ปั๊มใหญ่ ส่วนอื่นๆในปั๊มก็ดูโล่งๆ ไม่ค่อยมีคน มีเพียงแค่ร้านอาหารร้านนี้เท่านั้นที่คนเยอะ แถมภาพราคาใบเสร็จให้ดูด้วยจะได้รู้ว่าราคาไม่แพง เป็นเงินเจ็ดร้อยบาทที่ทำให้เราได้รู้ว่าไข่เจียวเทพแวะมาลองได้ที่นี่
ออกจากร้านก็ตรงเข้าภูเก็ต ใช้เวลาขับรถอีกประมาณ 1 ชม. เราเปิดแผนที่ใน googlemaps ขับมาตลอดทริป และเมื่อเข้าภูเก็ตก็ตั้งใจว่าจะแวะไปถ่ายรุปเครื่องบินที่ริมสนามบินเสียก่อน ทริปอันซีนที่แนะนำในหลายๆเว็บก็บอกให้เราไปลองแวะไปถ่ายภาพ เราก็ตั้งค่าใน googlemaps แล้วไปหาดไม้ขาว ไปถึงเราก็งงเป็นใบ้ไปเลย เราไปเห็นเพียงลานจอดรถที่มีรถจอดอยู่สัก 20 คัน มีมอเตอร์ไซด์ติดซาเล้งพ่วงข้างเอาไว้ในนักท่องเที่ยวนั่ง ลานจอดรถหน้าตาเหมือนจะมีตึกขายของ แต่เป็นตึกร้าง ห้องน้ำก็ร้าง ทุกอย่างที่เห็นในบริเวณที่จอดรถดูร้างไปหมดเลย ถามจากมอเตอร์ไซด์รับจ้างเขาก็บอกว่า ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์เข้าไปอีกนิดหนึ่งถึงจะไปถึงจดถ่ายรูป เราก็เลยเข้าใจ ค่ารถมอเตอร์ไซด์คนละ 20 บาท เด็กไม่คิดเงิน ก็จอดรถแล้วต่อซาเล้งกัน
มอเตอร์ไซด์พาเราไปถึงหาดที่ติดกับสนามบิน เห็นมีคนรอถ่ายรุปอยู่บ้างสัก 10 คน คนในพื้นที่บอกว่าเครื่องบินน่าจะมีขึ้นลงสัก 15นาทีมาลำนึง แล้วเราก็รอดู แล้วก็ได้ถ่ายภาพกับเครื่องบินที่กำลังขึ้น ได้ภาพ จบภารกิจ แต่ทำไมภาพที่เราได้เครื่องบินถึงลำนิดเดียว ไม่เหมือนภาพที่เห็นตามเว็บเลย เก็บความสงสัยนี้ไว้ เดี๋ยวคืนนี้ค่อยหาคำตอบตอนว่างๆก่อนนอน แล้วเราก็นั่งมอเตอร์ไซด์ออกจากจุดถ่ายภาพมายังที่จอดรถ เสียค่ามอเตอร์ไซด์อีกครั้ง ผู้ใหญ่คนละ 20 เด็กไม่คิด จบทริปหาดไม้ขาวเราเสียค่ามอเตอร์ไซด์ไป 80 บาท
ออกจากหาดไม้ขาวก็ตรงเข้าโรงแรม pullman ซึ่งอยู่สุดขอบเกาะ อยู่ด้านท้ายเกาะ เกือบสุดถนน เหตุที่เลือกโรงแรมนี้ก็เพราะ เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานสูงน่าพัก อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อยู่ใกล้ร้านเค้กอร่อยๆ และคนน่าจะน้อยเนื่องจากอยู่ท้ายเกาะ ผู้คนจะไม่พลุกพล่าน
ที่ห้องพักของ pullman ภูเก็ตนี้ มีสัญญาณ wifi ที่แรงมาก ผมเห็นอุปกรณ์บางอย่างติดอยู่ที่กำแพงหน้าตาเหมือนเป็นตัวที่ทำงานเกี่ยวกับเน็ตเวิร์คหรืออินเทอเน็ต คิดว่าอาจจะเป็นตัวปล่อย wifi ก็ได้ ความเร็วของอินเทอเน็ตแรงมาก ความเสถียรของสัญญาณ wifi ก็สูงมาก เล่นเน็ตได้เพลิดเพลิน และผมใช้โอกาสนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเกรด os ในโน้ตบุ๊ค แล้วก็ตัดสินใจลองอัพเกรด os ใน macbookair ของผมเลย เพราะโน้ตบุ๊คตัวนี้ไม่ได้อัพเดทมานานแล้วเล่นเน็ตได้อืดมาก ด้วยสาเหตุมาจาก os เก่า และโปรแกรมเบราเซอร์ที่ใช้เล่นเน็ตก็โบราณ สองวันที่ผ่านมาผมถ่ายภาพไปเยอะ แล้วไม่สามารถอัพโหลดภาพเข้าไปเก็บใน flickr ได้ ด้วยเหตุผลว่า flickr.com ไม่รองรับเบราเซอร์โบราณแล้ว และเบราเซอร์ที่ทันสมัยต้องอยู่ใน os ที่ทันสมัย ก็คือเครื่องผมต้องอัพเกรดอย่างเร่งด่วนนั่นเอง และความแรงของเน็ตที่นี้ก็ยอดเยี่ยม ผมอัพเกรด os สำเร็จ มีเบราเซอร์ใหม่ใช้ และอัพโหลดภาพจำนวนมากเข้าไปยัง flickr ได้ เครื่องโน้ตบุ๊คปี 2010 ยังคงทำงานได้ไหลลื่นในปี 2019 ผมภูมิใจในคอมพิวเตอรเครื่องนี้จริงๆ
ชายหาดของโรงแรมในตอนเย็นน้ำจะลดลงจนเห็นพื้นทรายลงไปเดินเล่นได้ มีสัตว์ตัวเล็กๆอยู่เต็มพื้นที่ ปูลม หอย ปูเสฉวน เดินไปดูไปก็เพลินๆ แต่เล่นน้ำทะเลไม่ได้ เนื่องจากน้ำลดลงไปไกลมาก เราเดินเล่นดูสัตว์เล็กๆน้อยๆ หยิบดู ไล่จับสักพักก็เริ่มมืดแล้ว
เดินเล่นทะเลเสร็จก็มาเล่นน้ำในสระต่ออีกรอบ สระน้ำที่นี่ยาวมาก ผู้ใหญ่สามารถว่ายเล่นได้อย่างสะใจ ส่วนเด็กก็มีบริเวณตื้นๆให้เล่น อากาศร้อนทำให้น้ำในสระอุ่นมาก เรียกว่าร้อนก็ได้ ทำให้การเล่นน้ำในทริปนี้ไม่มีความหนาวเลย
มื้อเย็นเราเลือกร้านอาหารท้ายถนนชื่อร้านสวัสดี แต่โชคร้ายร้านเต็ม รถจอดเต็ม เลยต้องมากินร้านตรงข้ามโรงแรมซึ่งก็เป็นร้านสวัสดีอีกสาขาหนึ่งแต่เล็กกว่า และร้านนี้ก็มีอาหารให้สั่งไม่แพงมาก เราจบมื้อเย็นวันนี้ในราคาไม่ถึงห้าร้อยบาท แถมได้นั่งฟังเพลงเล่นสดด้วย
กลางคืนเราหาคำตอบเกี่ยวกับภาพเครื่องบินที่หาดไม้ขาว อ่านในรีวิวที่เที่ยวหลายๆเว็บที่เขาพูดถึงการถ่ายภาพเครื่องบินเราก็ได้คำตอบคร่าวๆว่า ภาพเครื่องบินที่ดูใหญ่เกิดจากการถ่ายภาพตอนที่เครื่องบินกำลังบินลง…. จบ หายสงสัย เราไปถ่ายตอนเครื่องบินขึ้น พอถ่ายเสร็จเราก็ออกจากพื้นที่ ไม่ได้อยู่ดูตอนเครื่องบินลง เราเลยไม่รู้ว่าขนาดเครื่องบินตอนลงมันใหญ่กว่ามากนั่นเอง
วันนี้เราจบวันแบบหมดแรง ได้ค้นพบว่าร้านอาหารตรงข้ามโรงแรมก็เป็นร้านราคาถูกพึ่งได้ มีอาหารถูกปาก และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของผมก็อัพเดททำงานต่างๆได้คล่องตัว อัพโหลดภาพเข้าเว็บเพื่อเตรียมไว้ใช้งานเขียน blog กันได้สบายใจ ส่วนการถ่ายภาพก็ยังคงใช้กล้อง eos m กับเลนส์ 18-55is เป็นหลัก วันนี้ได้ลองภาพถ่ายแนวหัวกลับด้วย ถือว่าเป็นภาพที่ถ่ายที่ให้มุมมองน่าสนใจ
อย่างภาพด้านบนนี้ พอถ่ายเสร็จก็เห็นว่าเงากำลังสวย ตำแหน่งยืนกำลังดี สามารถเอามากลับหัวแล้วใช้เป็นภาพใหม่ได้เลย ก็เลยถ่ายซ้ำเพื่อเอาไปกลับหัวโดยเฉพาะ
ภาพถ่ายซ้ำเพื่อรอกลับหัว จะเน้นให้คนอยู่ด้านบน เงาทอดลงด้านล่าง ปล่อยพื้นที่ด้านล่างเยอะๆ แล้วเอาไปกลับภาพเป็นภาพใหม่
เพลงคนเก่งคนดี
เพลงนี้ผมได้ยินในงานพิธีปัจฉิมนิเทศ อนุบาล3 ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ได้ยินเนื้อเพลงบางประโยคแล้วรู้สึกชอบและอยากหาฟังให้เต็มเพลง ภาษาสวยงามและทำนองที่ฟังง่าย เพลงที่ดีมีคุณค่าแต่ไม่ดัง ต้องขอบคุณผู้ประพันธ์ที่ทำเพลงนี้ขึ้นมา



































