
สำหรับคนที่ชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยี ทุกคนน่าจะเคยได้ยิน […]
ทำความรู้จักกับระบบบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home

สำหรับคนที่ชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยี ทุกคนน่าจะเคยได้ยิน […]
ทำความรู้จักกับระบบบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home
เก้าอี้สำนักงานราคาประหยัด หน้าตาพอใช้ได้ ผมทดลองซื้อมาใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ด้วยความอยากรู้ว่าของที่ถูกมากๆจะมีคุณภาพเป็นอย่างไร เก้าอี้ราคานี้ต้องประกอบเองด้วย วิธีประกอบค่อนข้างยากสำหรับคนไม่เคยประกอบเองเลย ผมใช้เวลาประกอบไปสองชั่วโมงกว่า แถมยังประกอบผิดไปหลายครั้งด้วย ต้องรื้อแล้วประกอบใหม่
หลังจากใช้งานมา 13 เดือน ก็พบกับอาการเสีย โช๊คยุบ สเป็ครองรับน้ำหนัก 100 กิโลกรัม ผมหนัก 85 เก้าอี้ไม่สามารถรับน้ำหนักคนนั่งได้ ซึ่งเวลา 12 เดือนก่อนจะเสียก็ทำงานได้ปกติ แต่เมื่อเสียแล้วโช้คไม่สามารถรับแรงได้เลย เวลาปรับสูงแล้วนั่งทับ เก้าอี้จะยุบตัว ตั้งใจว่าจะหาอะไหล่มาเปลี่ยน แต่ก็ไม่รู้ขนาด ไม่รู้หมายเลข ราคาค่าตัวเก้าอี้ทั้งตัวอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทแล้วแต่เว็บไซต์ อะไหล่ชิ้นที่เป็นโช้คในเว็บก็มีหลายขนาด ผู้ขายก็หลายราย ราคาเกือบจะครึ่งนึงของเก้าอี้ สภาพเบาะยังดี ล้อยังดี ทุกอย่างดียกเว้นโช้ค แบบนี้จะทิ้งก็เสียดาย จะซ่อมก็ไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไหล่ตัวไหน (ระหว่างนี้กำลังหาคำตอบเรื่องหาซื้ออะไหล่ ถ้าได้ชิ้นอะไหล่ที่ถูกต้องจะมาอัพเดทโพสท์นี้อีกครั้ง)
โช้คเก้าอี้ซื้อที่นี่ https://shope.ee/4VGdSSv27O
เก้าอี้ซื้อที่นี่ https://shope.ee/4VGdScHrfy
ของที่ราคาถูกเกินไปก็จะใช้ไม่ค่อยทน ถ้าต้องซื้อใหม่ปีละตัวก็ดูจะเปลืองเนื้อที่ เปลืองขยะต่อโลก การหาซื้อเก้าอี้ทำงานที่ดีมีคุณภาพ สามารถใช้ได้นานหลายปีเป็นเรื่องที่ดีกว่าการเน้นซื้อแบบราคาถูก และการทิ้งสิ่งของขนาดใหญ่เป็นภาระต่อชีวิตมาก เพราะเราเอาใส่ถังขยะไปวางไว้ให้รถขยะเก็บไม่ได้ ประเทศเราถึงเห็นเก้าอี้ โซฟา โต๊ะ ตู้ ตุ๊กตาตัวใหญ่ๆกองอยู่ข้างถนนเป็นประจำ
ประสบการณ์การใช้เก้าอี้คุณภาพสูง Herman Miller Aeron Chair
ประสบการณ์การใช้เก้าอี้คุณภาพสูงอีกตัว Herman Miller Sayl Chair
วิธีสร้างบ้านทุกขั้นตอนรวมอยู่ในคลิปนี้หมดเลย
ที่ทำงานซื้อเครื่องพิมพ์ inkjet มาใช้งาน เป็นรุ่น hp ink tank 315 ซึ่งเป็นเครื่องที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ได้แค่ทางสาย usb เท่านั้น ต้องต่อกับคอมฯตัวหลักแล้วแชร์ให้คนอื่นในเน็ตเวิร์คใช้ เครื่องวินโดวส์อื่นๆในอ๊อฟฟิศทำงานได้ปกติ สามารถเพิ่มเครื่องพิมพ์ใหม่ได้ แต่เครื่องคอมฯของผมเอง โน้ตบุ๊ค asus วินโดส์11 ไม่สามารถทำได้
ปัญหาคือ ตอน add printer ตัววินโดส์หาไม่เจอ ตอนคลิกที่ my network คลิกไปที่เครื่องคอมฯที่แชร์ได้ คลิกไปที่โฟลเดอร์ในเครื่องแชร์ได้ แต่คลิกไปที่เครื่องพิมพ์ไม่ได้ วินโดส์แจ้ง error ตามภาพใน youtube เลยหาวิธีแก้ไข และเจอวิธีการ ขอบคุณเจ้าของคลิปที่ช่วยแก้ปัญหาครับ
ผมแปลกใจที่ทำไมวินโดส์ต้องเพี้ยนและมั่ว ทั้งที่เป็นวินโดส์แท้ เครื่องอื่นดูไม่มีปัญหาเลย แต่เครื่องที่ผมใช้ดันมีปัญหา จริงๆปัญหาของโน้ตบุ๊คเครื่องนี้มีอีกหลายอย่างที่ไม่ปลื้ม ในอนาคตจะไม่ซื้อยี่ห้อนี้แล้ว ย้อนไปดูรีวิวตัวนี้ได้ที่นี่
ข่วงหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ได้หยุดประมาณ 7 วัน ได้ใช้เวลากินและนอนกันจนอิ่มเลย และมีโอกาสได้ลองดูโปรแกรมหนัง พบว่ามีหนังเรื่องหนึ่งน่าสนใจ เป็นหนังญี่ปุ่น ชื่อไทยว่า เมษายนพาใครบางคนกลับมา ชื่ออังกฤษคือ April come she will.
ดูใบปิดหนังก็คิดไปแล้วว่าน่าจะเป็นเรื่องของความรักและการถ่ายรูป ยิ่งดูโฆษณา ก็มีตัวอย่างหนังที่มีกิจกรรมถ่ายรูป มีวิวสวยมาก ตัดสินใจทันทีว่าจะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในช่วงหยุดยาว ลองใช้เวลาตะลุยอ่านรีวิวเกี่ยวกับหนังตัวนี้ ก็เลยพบว่า มันเป็นหนังสือมาก่อน ขายดีในญี่ปุ่นจนมีการแปลไปหลายประเทศ และมีภาษาไทยแล้วด้วย
เดินห้างผ่านร้านหนังสือก็เลยจัดมาเล่มนึง เพราะรู้สึกว่าอยากลองอ่านนิยายดูสักครั้ง จำไม่ได้เลยว่าอ่านนิยายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หนังสืออยู่กับตัวแล้วแต่ตั๋วหนังยังไม่ได้ซื้อ เพราะหนังไม่ได้ฮิตมาก โรงฉายเลยไม่เยอะ ต้องดั้นด้นไปดูในห้างที่ห่างไกลจากบ้าน
หนังสือสั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/8AA6YrXUOu
เหตุผลหนึ่งที่ซื้อหนังสืออ่านก็เพราะว่าอยากอ่านนิยาย และเคยได้คุยกับลูกเรื่องการอ่านหนังสือเทียบกับการดูหนัง เพราะลูกผมอ่านหนังสือแฮรี่พอตเตอร์อย่างติดหนึบ พอลองให้เขาได้ดูหนัง เขาก็บอกว่า หนังไม่ละเอียด หนังสือละเอียดกว่ามาก ผมหาหนังแฮรี่พอตเตอร์ให้เขา 7 ภาค เขาดูไปภาคเดียวแล้วไม่ดูอีกเลย แสดงว่าหนังสือคงละเอียดกว่ามากจริงๆ จนทำให้หนังไม่น่าสนใจ สำหรับลูกผมกับเรื่องแฮรี่พ็อตเตอร์
เนื้อหาดูงงๆนิดหน่อย แต่อาศัยประสบการณ์ที่อยู่มาจนหัวเริ่มหงอก ตีความและอนุมานเอา ก็พอจะเข้าใจเนื้อเรื่องบ้าง เรื่องนี้เฉียดการถ่ายรูปไปนิดหน่อยให้พอมีรสชาติ เนื้อหาเป็นเรื่องของชีวิตรักของพระเอกที่เกี่ยวข้องกับแฟนสองคน คนเก่าเมื่อหลายปีก่อน และคนปัจจุบันที่กำลังจะแต่งงานกัน วิวในหนังก็พอมีให้ดูตามตัวอย่างหนัง ไม่ได้สวยตาแตกอย่างที่คาดหวัง และดูแล้วไม่ต้องใช้วิวเหล่านั้นก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ได้สนใจทิวทัศน์หรือภาพแนวท่องเที่ยวธรรมชาติ แนวเนชันแนลจีโอกราฟิค แต่สนใจภาพถ่ายผู้คน บรรยากาศรอบตัวคน เราก็พอจะใช้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรวมภาพสวยได้ คนหัดถ่ายภาพใช้หนังเรื่องนี้เป็นแนวทางการเรียนรู้ได้ จะว่าไป ภาพที่ปรากฏให้เห็นมันก็คล้ายๆจะเป็นภาพแนวสตรีทที่มาในโทนอบอุ่น ละมุน โรแมนติค องค์ประกอบภาพส่วนมากจะเรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่ความเรียบง่ายนี่แหละที่ยากที่สุดในการถ่ายภาพ เพราะความเรียบง่ายนั้นดูรู้เรื่องและสื่อสารได้ทรงพลัง
พอดูหนังจบแล้ว อีกสองวันก็ลองอ่านหนังสือดู ใช้เวลาหลายวันอยู่เพราะว่าอ่านนานๆก็ง่วง เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างช้า พรรณาเยอะ เนื้อหาต่างๆในหนังสือเยอะกว่าในหนังมาก และเนื้อหาก็สลับไปสลับมาชวนให้งง ต้องใช้สมาธินิดหน่อยที่จะลำดับเหตุการณ์ต่างๆเอง ซึ่งการสลับช่วงเวลาในหนังก็ทำแบบนี้แหละ อยู่ๆก็ตัดไปอดีต อยู่ๆก็เป็นปัจจุบัน จนบางครั้งในหนัง มีฉากที่พระเอกวิ่ง เราไม่รู้เลยว่าวิ่งในอดีต หรือ วิ่งในปัจจุบัน เรื่องราวต่างๆ บุคลิกตัวละคร และเนื้อหาบางส่วนชวนคิดลึก มีบทบรรยายเหมือนเป็นหนังสือโป๊เลย ผมแปลกใจอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า มันเป็นเรื่องปกติของเลิฟซีนที่อยู่ในหนังสือหรือเปล่า เพราะไม่เคยอ่านนิยายรักมาก่อน
รู้สึกว่า การอ่านหนังสือคือสิ่งที่จะได้อรรถรสมากที่สุด ส่วนหนังที่เข้าฉายก็เหมือนเป็นการเซอร์วิสคนอ่าน หนังเป็นเหมือนการทำภาพหน้าตาพระเอกนางเอกและตัวละครอื่นๆให้เห็นเป็นรูปธรรม แสดงสถานที่ต่างๆในจินตนาการ เหมือนเป็นนิทรรศการโชว์ภาพในหัวคนแต่งนิยาย มันเป็นตัวขยายรายละเอียดของหนังสือ ถ้าเราดูแค่ส่วนขยายหรือดูแค่ตัวหนังโดยไม่อ่านหนังสือเลย เราก็จะไม่ได้อรรถรสที่แท้จริง เพราะหนังข้ามรายละเอียดไปเยอะมาก เหมือนที่ผมเกิดความรู้สึกอิหยังวะตอนที่เดินออกจากโรงหนัง มันเหมือนไม่ได้ซึมซับอะไรจากหนังเลย เหมือนเคี้ยวอาหารแล้วไม่ได้กลืนยังไงอย่างงั้น แนะนำให้ไปอ่านหนังสือก่อน และเมื่ออ่านจบแล้ว ก็ลองแวะไปดูหนังอีกที เพื่อขยายรายละเอียดของหนังสือ
หนังสือสั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/8AA6YrXUOu
update 24nov2024. ผ่านไปหลายเดือน ในที่สุด หนังเรื่องนี้ก็เข้า netflix
กลับมาอัพเดทอีกครั้ง ุ6dec2024 ตอนนี้หนังเรื่องนี้ฉายทาง netflix แล้ว
อัพเดทอีกที จุดเด่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่บทวิจารณ์ที่เขียนไว้ที่นี่ https://readthecloud.co/april-come-she-will/
ปกติการไปทำธุระที่สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยตัวเอง หรือไปส่งคนอื่น เรามักจะเจอกับค่าอาหารในสนามบินที่แพงมาก น้ำเปล่า 1 ขวดอาจจะราคา 50-100 บาทก็ได้ อาหารต่างๆที่เคยเห็นในห้างทั่วไป พอไปอยู่ในสนามบินก็ราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนเดินทาง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะร้านค้าเขาตั้งราคาแบบนั้น เราจะไปบังคับให้เขาขายถูกก็ทำไม่ได้
แต่ก็พอจะมีร้านอาหารขายถูกอยู่บ้าง ซึ่งได้เจอโดยบังเอิญ เพราะว่า ผมไปสนามบินไม่บ่อย เคยจ่ายราคาแพง และปีนี้ ก็ได้เห็นร้านราคาถูกตั้งอยู่ ก็เลยมาบันทึกไว้ว่าเจอร้านราคาประหยัดในสนามบิน ซึ่งสนามบินแห่งนี้คือ สนามบินดอนเมือง
ตำแหน่งร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคาร 1 ซึ่งเป็นอาคารที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ. เมื่อเราจอดรถที่อาคารจอดรถที่รถไม่ค่อยว่างได้แล้ว เราก็ต้องขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 3 ของอาคารจอดรถ แล้วเดินเข้าอาคาร 1 โดยที่ทางเข้านี้ก็จะมีร้านอาหารตั้งอยู่
สองร้านนี้ขายราคาไม่แพง ถือว่าถูกมากด้วยหากเทียบกับร้านทั่วไป และยังมีร้านกาแฟอยู่ข้างๆร้านนี้อีกด้วยที่ราคาไม่แพง ก็ลองแวะอุดหนุนกันได้
นอกจากจะเป็นเรื่องของคนที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยตอนขับรถแล้ว ยังเป็นการโชว์โง่ของคนบางประเภทอีกด้วย
ขึ้นชื่อว่าพิพิธภัณฑ์จะเป็นสถานที่รวมข้อมูลความรู้เฉพาะทางเอาไว้ เมื่อก่อนตอนลูกเล็กระดับ 3-4 ขวบ พาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ก็รู้สึกสนุก เพราะเหมือนได้เดินสวนสัตว์ เดินเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ก็เหมือนเดินดูของเล่น พอพาเข้าพิพิธภัณฑ์ของเก่าลูกก็เหมือนจะไม่เข้าใจ มีแต่พ่อแม่ที่อยากจะเดินดูนานๆ เพราะเด็กในวัยเล็กเกินไปจะยังไม่รู้ว่าสิ่งของโบราณคืออะไร
แต่พอลูกอายุเกิน 10 ขวบ เขาเริ่มมีความทรงจำและความรู้ เริ่มรู้จักถาม เริ่มใช้สิ่งของต่างๆในยุคสมัยปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือแบบหน้าจอสัมผัสคือสิ่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด พอมาเจอโทรศัพท์บ้านยุคสามสิบปีที่แล้วก็ถึงกับใช้ไม่เป็น ได้แต่ถามว่ามันใช้ยังไง ตอนนี้นี่เองที่พ่อแม่ได้อธิบายหลักการ วิธีใช้ ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า คนสมัยก่อนพยายามอย่างมากที่จะสื่อสารให้ได้ โทรศัพท์บ้านที่ดูแล้วไม่รู้จะกดไปหาใคร ไม่มีหน้าจอแสดงผลทำไมถึงคุยกับคนอื่นได้ คุยข้ามประเทศได้
ไปเจอเครื่องพิมพ์ดีด เด็กก็รู้ทันทีว่านี่คือญาติของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ พ่อแม่ก็รออธิบาย ว่ามันคือพ่อของคีย์บอร์ดแบบที่เราใช้ทุกวันนี้ มีการเรียงตัวหนังสือเหมือนกัน ตัวหนังสือแถวบนมีเรียงเป็นตัว qwerty เหมือนกัน เด็กยืนมองแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามีตัวหนังสือบนกระดาษได้ยังไง เลยต้องอธิบายกลไกการทำงาน มีสปริง มีก้านเหล็กที่จะคอยเด้งไปพิมพ์บนกระดาษ เสียดายตรงที่เครื่องพิมพ์ดีดอยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้ เด็กเลยยังไม่รู้ว่ากระดาษถูกพิมพ์ได้อย่างไร คงต้องหาคลิปใน youtube ให้ดู
การพาเด็กเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในตอนที่เด็กสามารถรับข้อมูลได้ สามารถตั้งคำถามได้ ก็จะเกิดการเรียนรู้ รับรู้อดีต รู้หลักการทำงาน เป็นการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใครมีลูกอยู่ในวัยประถมปลาย ลองพาเด็กเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่แสดงของเก่าดู ช่วงเวลาแบบนี้จะเป็นจังหวะที่ดี พ่อแม่ได้โชว์ภูมิปัญญาสมัยเก่าที่ส่งต่อมาถึงสมัยใหม่ เด็กก็อยากรู้อยากเห็น พ่อแม่ก็ได้หายคิดถึง ได้เล่าให้ลูกฟัง
การถ่ายคลิปวิดีโอในปัจจุบันเป็นเรื่องง่าย เพราะทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนถ่ายคลิปวิดีโอได้อยู่แล้ว และกล้องดิจิทัลก็มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอมาตั้งแต่ต้น ปัจจุบันความสามารถในการถ่ายวิดีโอก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ความละเอียดมากขึ้น มีระบบกันสั่นที่ดีขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่พัฒนาไม่ทันคือเทคโนโลยีการป้องกันเสียงลม
การบันทึกคลิปวิดีโอจะมีปัญหาทันทีถ้ามีลมแรงพัดผ่านไมโครโฟนบนกล้อง ทั้งลมจากปาก และลมจากสิ่งแวดล้อม ไมโครโฟนจำนวนมากที่ต้องใช้กับปากคนจะต้องมีตัวฟองน้ำหุ้มเอาไว้ เราจะเรียกตัวฟองน้ำนี้ว่า windscreen เพราะเสียงลมจากปากจะทำให้เกิดเสียงพรึ่บพรั่บ
ไมโครโฟนอีกหลายตัวจะมีตัวป้องกันลมเป็นแบบมีขน คนไทยก็เรียกขนแมว ฝรั่งก็เรียก dead cat ซึ่งมันก็คือ windscreen ชนิดหนึ่งนั่นเอง
กล้อง Sony Zv-1F เป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาให้ใช้บันทึกวิดีโอเป็นหลัก เน้นการใช้งานวิดีโอ และไมโครโฟนที่ติดอยู่บนกล้องก็เป็นไมค์คุณภาพดี แต่อย่างไรก็ตาม การใช้งานในที่ลมแรงก็จะมีปัญหาเรื่องเสียงเสมอ การป้องกันเสียงลมที่ดีที่สุดยังคงต้องใช้ตัวป้องกันแบบดั้งเดิม คือ ต้องมี windscreen ซึ่งเราก็จะเห็นตัวขนแมวสีขาวติดอยู่บนกล้อง หากไม่ใช้ก็สามารถถอดเก็บได้ ดังนั้น เมื่อเราจะใช้ Zv-1F ถ่ายคลิปวิดีโอก็ควรติดตัวป้องกันเสียงลมไว้เสมอ
ภาพด้านล่าง คลิปแรกจะเป็นการสาธิตการไม่ใช้ตัวป้องกันเสียงลม ส่วนคลิปด้านล่างจะใส่ตัวป้องกันเข้าไปด้วย ลองฟังเสียงคลื่นริมทะเลเปรียบเทียบกัน แล้วจะรู้ได้ว่า เสียงลมกระแทกไมโครโฟน หรือ เสียงพรึ่บพรั่บเป็นอย่างไร

คลิปบันทึกริมทะเล ลมแรง ไม่ใช้ windscreen

เดี๋ยวนี้การสื่อสารผ่านระบบอินเทอเน็ตคือช่องทางหลักของธุรกิจและชีวิตส่วนตัว หลายครั้งที่เราจะต้องเซ็นเอกสารซึ่งต้นทางส่งเอกสารมาเป็นไฟล์ชนิด pdf และเราก็อยากจะเซ็นและส่งกลับไปเลย เมื่อก่อน เราจะต้องพิมพ์เอกสารออกมาเป็นกระดาษ แล้วก็เซ็นชื่อ แล้วก็ถ่ายภาพส่งไฟล์ภาพกลับไป แม้ว่ามันจะใช้งานได้ แต่มันก็ไม่สวย ไม่เรียบร้อย
ถ้าเลือกได้ก็อยากจะเสกลายเซ็นให้ไปโผล่ในเอกสาร pdf ไปเลย แล้วก็ส่งกลับไป ซึ่งถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ของแม็ค เราก็มีวิธีที่จะทำได้ง่าย โดยเราจะอาศัยความสามารถของเครื่องแม็คที่มีกล้องเว็บแคม หรือ โน้ตบุ๊คนั่นเอง และผมเองก็ไม่แน่ใจว่าความสามารถนี้มีมาให้ใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมทดลองใช้งานด้วยเครื่องแม็คบุ๊คแอร์รุ่นที่ออกจำหน่ายในปี คศ 2010 และทดลองใส่ลายเซ็นในปีนี้ ปี คศ 2022
นักถ่ายภาพมือใหม่ที่พยายามจะถ่ายวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะท้องทะเล จะมีคำบอกต่อให้ได้ยินว่า ให้ใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ให้บิดมุมโพลาไรซ์ให้ถูกต้อง แล้วจะได้น้ำสีเข้ม ได้ฟ้าสีเข้ม ซึ่งเป็นเรื่องจริงประมาณ 60 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นคือ ท้องฟ้าต้องมีสีสันอยู่แล้ว ไม่ใช่ขาวโพลน และทะเลต้องมีสีสันอยู่แล้ว ไม่ใช่ทะเลขุ่นๆ
ภาพน้ำและฟ้าสีสวย น้ำทะเลสีเขียวหรือสีฟ้าก็ตาม เกิดจากน้ำทะเลไม่ขุ่น และท้องฟ้าสีฟ้า เกิดจากไม่มีเมฆปกคลุม อาจจะมีเมฆเป็นก้อนๆก็ได้ หรือ บางทีก็ไม่มีเมฆเลยก็จะเป็นฟ้าสวยๆใสๆ เราจะต้องเห็นสีฟ้าบนท้องฟ้าด้วยตาเปล่าเสียก่อน เราถึงจะไปเลือกใช้เทคนิคใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ได้ นอกจากจะได้สีน้ำทะเลที่เข้มขึ้นแล้ว เรายังได้มองทะลุลงไปถึงใต้น้ำด้วย จะได้สีสันของสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ มองเห็นรายละเอียดใต้น้ำมากขึ้น
ภาพนักดำน้ำหากไม่ใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ภาพจะดูไม่น่าสนใจ สีสันต่างๆในภาพจะไม่เข้มสด การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์และปรับหมุนให้ได้มุมที่เหมาะสมจะทำให้แสงสะท้อนที่ผิวน้ำลดลง และมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำมากขึ้น
ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะตัดแสงสะท้อน ให้ดูเก้าอี้หวายที่วางข้างสระน้ำ ภาพที่ไม่ใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์เราจะเห็นด้านบนของเก้าอี้สะท้อนแสงสว่าง แต่พอเราใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ แล้วหมุนฟิลเตอร์ไปเรื่อยๆ จะมีมุมหนึ่งที่ช่วยตัดแสงสะท้อนของแสงบนหวายได้ เมื่อแสงสะท้อนหายไป เราก็เห็นสีเข้มขึ้น
ฟ้าและท้องทะเลก็เช่นเดียวกัน ในบางมุมที่ทะเลสะท้อนแดด หากเราตัดแสงสะท้อนของแสงแดด เราก็จะได้ทะเลสีเข้มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตัดแสงสะท้อนด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ได้ทุกครั้ง มันมีมุมที่เหมาะสม มันมีการทำงานทางฟิสิกส์อยู่เบื้องหลัง
ถ้าเราถ่ายภาพตอนเที่ยง พระอาทิตย์อยู่ตรงหัว วิวที่เรามองไปข้างหน้าจะสามารถใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์มาทำงานตัดแสงสะท้อนได้ นั่นก็คือ ดวงอาทิตย์หรือแหล่งกำเนิดแสง ลากเส้นมาที่วัตถุหรือสิ่งที่เราอยากถ่าย แล้วลากต่อไปที่กล้องของเรา ถ้ามันเป็นมุมฉาก หรือใกล้เคียงมุมฉาก ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะทำงานได้ค่อนข้างดี
ถ้าดวงอาทิตย์อยู่หลังกล้อง สิ่งที่เราถ่ายก็เหมือนจะถ่ายตามแสง แบบนี้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะไม่มีผล ฟังดูเข้าใจยาก ก็ใช้วิธีใส่ฟิลเตอร์ไปทุกรูปเลยก็ได้ แล้วก็หมุนดูทุกรูป แล้วก็จะได้คำตอบ บางครั้งหมุนแล้วสีเปลี่ยน สีเข้มขึ้น บางครั้งหมุนแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ลองจนจำได้ เดี๋ยวก็จะเข้าใจ
นอกจากการถ่ายวิวทิวทัศน์แล้วเรายังใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์กับการถ่ายวัตถุมันวาวอื่นๆด้วย เพื่อให้แสงสะท้อนจากผิวมันวาวเหล่านั้นหายไป จะทำให้เราได้สีสันและรายละเอียดของวัตถุที่ตรงกับความเป็นจริง ดูตัวอย่างจากเครื่องพิมพ์ด้านล่างนี้ได้
นอกจากมุมแสงแล้วสิ่งที่ต้องรู้อีกประเด็นคืออัตราการกินแสง หรือ เสียแสง 2สต๊อป คำว่ากินแสงหมายความว่า แสงจะวิ่งเข้าเลนส์น้อยลงเพราะฟิลเตอร์บังไว้ ถ้าเราถ่ายโหดม M วัดค่าแสงก่อนใช้ฟิลเตอร์ได้ที่ f11 สปีดชัตเตอร์ 1/100 วินาที ตอนเราสวมฟิลเตอร์โพลาไรซ์หน้าเลนส์แล้ว เราจะต้องปรับตั้งให้กล้องรับแสงที่ f11 สปีดชัตเตอร์ 1/25 เพื่อให้แสงพอดี
แต่หากเราใช้กับกล้อง Mirrorless หรือ Dslr ที่มีการวัดแสงผ่านเลนส์แล้ว เราไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะกล้องจะรับรู้ว่าแสงน้อยลง และกล้องจะเลือกค่าการรับแสงให้พอดีกับการใช้ฟิลเตอร์แล้ว กล้องที่ต้องคิดเรื่องอัตราการเสียแสงก็คือ กล้องแมน่วล กล้องฟิล์มโบราณต่างๆที่บางคนยังมีใช้งานอยู่
เวลาเลือกซื้อฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เราจะเลือกคำว่า CPL ย่อมายาก Circular Polarize คือเป็นฟิลเตอร์ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ออโต้โฟกัสได้ดี และส่วนมากฟิลเตอร์โพลาไรซ์ก็มักจะเป็นชนิดนี้ ส่วนขนาดที่เลือกซิ้อก็ให้เลือกซื้อตามขนาดหน้าเลนส์ที่เราจะใช้ บางทีนักถ่ายภาพบางคนมีเลนส์หลายตัว แต่ละตัวมีขนาดหน้าเลนส์ไม่เท่ากัน แนะนำแบบคลอบคลุมที่สุดก็คือให้ซื้อตามขนาดเลนส์ที่ใหญ่ที่สุด ส่วนตอนเอาไปใช้กับเลนส์หน้าเล็กก็ให้ใช้สเต็ปริงเปลี่ยนขนาดช่วย
การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ในการถ่ายภาพเป็นได้ทั้งการแก้ปัญหาแสงสะท้อน และเป็นวิธีสร้างความน่าสนใจให้กับภาพถ่ายมากขึ้น หากมีเวลาก็ควรจะฝึกใช้งานให้บ่อย หยิบใส่ หยิบออก ปรับหมุนมุมโพลาไรซ์ให้เคยชิน ต่อให้อุปกรณ์ราคาไม่แพงแต่ก็ให้ภาพที่ดีได้ถ้ารู้เทคนิคการสร้างสรรค์ภาพ