รีวิวหูฟัง AKG k701 หูฟังขนาดใหญ่ เสียงดี ใส่สบาย

IMG_0088

AKG เป็นบริษัที่ทำผลิตภัณฑ์จำพวกไมโครโฟนและหูฟังเอาไว้เยอะมาก โดยหูฟังขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาใหญ่โต ตัวหูฟังมีรูปร่างเป็นวงกลม ตัวนี้ชื่อรุ่น k701 ซึ่งเป็นรุ่นหูฟังรุ่น referrence ระดับ ultra หรือ เป็นหูฟังระดับอ้างอิงที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียงเป็นหลัก ฟองน้ำหรือตัวนวมที่จะรองรับการกดลงบนหัวผู้ฟังเป็นฟองน้ำหนา นุ่ม และ กดทับบนหัวแล้วไม่รู้สึกหนักเลย กลับรู้สึกว่าสบายขึ้น และยิ่งใช้งานไปยาวนาน ตัวนวมยิ่งนุ่มยิ่งย้วยยิ่งทำให้รู้สึกสบายกว่าของใหม่

IMG_0105

การทำงานบันทึกเสียงในห้องอัด สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็คือการมอนิเตอร์เสียง เราควรจะมีลำโพงหรือหูฟังมอนิเตอร์สักตัวหนึ่งที่ให้คุณภาพเสียงที่ไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งเป็นพิเศษ หรือ เรียกกันในวงการนักเล่นเครื่องเสียงว่าเป็นหูฟังที่ flat หรือ ตอบสนองราบเรียบนั่นเอง

แต่คำว่าราบเรียบหรือ flat ไม่ได้หมายความว่าเสียงจืดชืด มีหลายครั้งที่ลำโพงและหูฟังถูกวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ว่าให้เสียงจืดชืด ไม่น่าฟัง บางทีไม่ได้เป็นเพราะมันออกแบบมาผิดพลาด แต่มันต้องไปพิจารณาเรื่องแอมป์ที่ขับลำโพง หรือ ตัววงจรขยายที่ส่งสัญญาณที่ขยายเสียงแล้วให้กับลำโพงหรือหูฟังคู่นั้นว่าออกแบบแอมป์มาดีไหม

IMG_0120

AKG k701 เป็นหูฟังระดับมอนิเตอร์ที่ได้รับความนิยมใช้ในห้องบันทึกเสียงมายาวนาน ด้วยเหตุผลว่ามีความสามารถในการแจกแจงรายละเอียดได้ดี และสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดของหูฟังตัวนี้คือ ความราบเรียบในการตอบสนองต่อสัญญาณดนตรีที่ตรงไปตรงมา ไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งเป็นพิเศษ บุคลิกนี้เป็นสิ่งที่ผู้ควบคุมการบันทึกเสียงหรือ ซาวด์เอนจิเนียร์ต้องการเป็นลำดับแรกๆของการทำงาน

K701 ให้แท่นวางหูฟังมาด้วย มีประโยชน์ในการใช้งานประจำวันอย่างมาก เพราะเราไม่ต้องซื้อแท่นวางแยกต่างหาก และยังให้ความสวยงามของการจัดวางได้อีกด้วย นักเล่นที่พิถีพิถันและชอบจัดวางให้ดูสวยงามสบายตาน่าจะชอบกับที่วางแบบนี้

IMG_0110

สเป็คของหูฟัง AKG K701

IMG_0101

ความต้านทานหูฟัง 62 โอห์ม

การตอบสนองความถี่ 10-39,800 Hz

ความไว 105 spl/V

น้ำหนัก 293 กรัม

ทนกำลังขับ 200 mW

สายหูฟังยาว 10 ฟุต แจ๊คหูฟังขนาด 6.3mm แถมอแด๊ปเตอร์ 3.5 to 6.3mm สีทอง

2020-01-09_09-53-38-01

อุปกรณ์ทดลองฟัง

เครื่องคอมพิวเตอร์ intel i3 ระบบปฏิบัติการ windows7

โปรแกรมเล่นเพลง itune พร้อมไฟล์เพลงที่ rip จาก CD เป็นไฟล์ชนิด wav

โปรแกรมเล่นเพลง spotify เล่นไฟล์จากอินเทอเน็ต

แอมป์หูฟัง Aune B1 และ แอมป์หูฟังที่ทำเอง

Dac ใช้ชิพ  SA9023 + ES9018K2M Audio DAC

NAD Dac1

เครื่องเล่นเพลง Aune M1

ก่อนการลองฟังจริงก็เบิร์นอินหูฟังอย่างยาวนานด้วยการเปิดเพลงให้ทั้งวันทั้งคืน สลับกับการเปิดกับรายการวิทยุด้วยเครื่องรับวิทยุ tivoli model1 ใช้เวลารวมกันจนมั่นใจว่าเกิน 200 ชั่วโมงไปแล้ว

IMG_0252

ผลการทดลองฟัง

เมื่อซื้อมาใช้ใหม่ๆ ลองเปิดตั้งแต่ชั่วโมงแรกก็พบว่า เสียงต่างๆที่ได้ยินมีความชัดเจน เสียงแหลมใสก็คมชัดและไม่บาดหู เสียงกลางชัดมาก เสียงเบสก็มีให้ได้ยินชัดเจน เสียงทุ้มกลางแหลมมีความพอดีซึ่งกันและกัน แนวโน้มแบบนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าหูฟังตัวนี้ให้เสียงที่ดีสมคำล่ำลือแน่ๆ เพราะแค่ชั่วโมงแรกก็น่าฟังแล้ว

เมื่อผ่านเวลาการเบิร์นไปเกิน 200 ชั่วโมงก็ทดลองฟังจริงจัง เลือกต่อระบบเสียงจากคอมพิวเตอร์ผ่าน dac 9018 แล้วนำสัญญาณอนาลอก LR มาเข้า headphone amp รุ่น DIY แล้วต่อ K701 เข้าเสียบที่ช่องหูฟัง 6.3mm

บางครั้งก็ใช้ NAD Dac1 บางครั้งก็ใช้แอมป์หูฟัง Aune B1 ส่วนแหล่งโปรแกรมที่เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงดิจิทัลก็จะเป็น Aune M1 ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่เล่นไฟล์ wav ระดับ 16bit 44.1kHz และไฟล์ที่ใช้กับเครื่องเล่นนี้ก็มาจากการ rip จากแผ่นซีดี

ทดลองฟังเพลงแนวออดิโอไฟล์ก่อนเลย  Jennifer Warnes ชุด The Hunter เป็นอัลบั้มยอดนิยมของวงการเครื่องเสียง เพลงชุดนี้เป็นแนวอคูสติกป๊อป หวานๆ และโชว์ความสามารถทั้งการร้องและการเล่นดนตรีรวมถึงแนวทางการออกแบบดนตรีที่น่าฟัง แม้เวลาจะผ่านมากว่าสามสิบปีเพลงเหล่านี้ก็ยังคงน่าฟังอยู่ เสียงร้องที่ได้มีความใส ชัดเป็นตัวเป็นตน โฟกัสน้ำเสียงนิ่งมาก ติดตามลูกคอและเสียงริมฝีปากกระทบกันได้ชัดเจนสุดๆ ส่วนเสียงย่านเบสที่เป็นจุดเด่นของอัลบั้มนี้ก็มีออกมาเยอะมาก แต่ไม่ล้น ไม่เกิน ไม่บวม เสียงเบสปกคลุม แสดงตัวเป็นสัดเป็นส่วนกับดนตรีทั้งหมด เบสชัดแต่ไม่กระเทือนเสียงร้องเลย ยิ่งเป็นเพลงที่มีการเหยียบกระเดื่องกลองให้หนักแน่นพร้อมกับเล่นโน้ตเบสพร้อมด้วยเสียงไม้กลองเคาะขอบสแนร์ที่คมกริบ ให้น้ำหนักเสียงที่ลงลึกพร้อมกับความฉับไวของแรงกระแทก ฟังแล้วฟินมากสำหรับหูฟังตัวนี้ หูฟังให้เสียงการกระทบกันของวัสดุแข็งได้อย่างคมชัดและมีน้ำหนัก เสียงทุ้มและแหลมออกเสียงมาพร้อมกันและได้ยินทุกอย่างในระดับความดังที่พอดี

IMG_0253

ทดลองฟังกับวง Dream Theater ชุด image and words เป็นวงดนตรีแนวโปรเกรสซีพเมทัล กีต้าร์ไฟฟ้าแตกซ่านแต่เล่นได้กระชับแม่นยำ พร้อมกับเสียงกลองระดับยอดมนุษย์ เบสที่เล่นคมเป๊ะ ถือเป็นวงดนตรีระดับหัวแถวของดนตรีเฮฟวี่เมทัลของโลก เสียงกลองคมชัด กระเดื่องเป็นก้อนๆเลย สแนร์ฟาดเปรี๊ยะ ทุกอย่างชัดและบาลานซ์กันพอดี เสียงร้องก็ลอยอยู่ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดุดัน ผมมั่นใจเลยว่าถ้าใช้ k701 แกะเพลงจะทำได้เร็วมาก เพราะหากเราอยากจะโฟกัสกับเสียงอะไรเราก็ฟังด้วยหู k701 ตัวนี้ได้อย่างครบถ้วนทุกเสียง

จริงๆแล้วผมลองฟังกับเพลงแทบทุกชนิดเลยแต่จะยกตัวอย่างด้วยอัลบั้มที่นักเล่นเครื่องเสียงนิยมเป็นหลักให้เยอะหน่อย เพราะจะได้รู้ว่าแนวเสียงเป็นอย่างไรเมื่อเน้นเพลงแบบออดิโอไฟล์

มาที่ อัลบั้ม snow rose ที่เป็นนักร้องจีน เล่นเพลง cover จนดังอีกคน เสียงร้องหวานซึ้ง มีความชัดและใส ความใสของเสียงร้องแบบนี้เป็นความใสที่เราไม่ได้ยินจากหูฟังไอโฟน ความมีน้ำมีนวลของเนื้อเสียงเป็นบุคคลิกของเครื่องเสียงไฮเอนด์ที่เรามักจะได้พบตามงานแสดงเครื่องเสียง K701 ก็ให้เสียงแนวนี้ได้อย่างง่ายดาย

IMG_0287

ถ้าพิจารณาระดับเสียงเบสย่านลึกที่ฟังชัดเจน และ เสียงสูงที่ใสและมีระดับความดังที่พอดี เราจะเรียกว่าหูฟังตัวนี้ให้คอนทราสต์เสียงได้สูงมาก เหมือนภาพถ่ายที่มีระดับของสีดำและสีขาวในภาพ ทำให้ทั้งภาพมีความสว่าง ความใสที่ยอดเยี่ยม ดนตรีที่คอนทราสต์สูง ก็ให้น้ำเสียงที่ไพเราะและกลมกล่อมในเวลาเดียวกัน

ฟังกับเพลงที่ 4 Guess you had to be there ในชุด Breaking Silent ของ Janis Ian แล้วเคลิ้มและมันส์ไปพร้อมๆกัน เสียงเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าเบาๆตอนต้นเพลงก็ชัดและมีความรู้สึกถึงเสียงปิ๊กกีต้าร์สะกิดสาย รวมถึงเสียงกลองกระเดื่องในตอนกลางเพลงที่เหยียบดังราวกับจะทุบหัว เป็นเพลงที่ฟังได้มันส์กว่าฟังผ่านลำโพงวางหิ้งพอควรเลย

ฟังเพลง The unforgiven ของ วง Metalica เสียงร้องชัด เสียงกีต้าร์อคูสติกเป็นเม็ดๆเลย ส่วนเสียงกลองก็หนักและเป็นก้อนใหญ่ๆ เสียงกีต้าร์ไฟฟ้าที่แตกพล่าก็เป็นเนื้อเสียงที่มีตัวตนมีหางเสียงจางหายไปแบบค่อยๆจาง ทุกเสียงไม่ตีกัน ได้ยินครบทุกเครื่องดนตรี เป็นอัลบั้มเฮฟวี่เมทัลที่บันทึกเสียงได้ไฮเอนด์มากๆ

ทั้งหมดเป็นเรื่องของน้ำเสียงที่ฟังผ่านหูฟัง K701 ที่ใช้ร่วมกับแอมป์หูฟังครับ ผมลองสลับแอมป์หูฟังอย่าง Aune B1 และ แอมป์ทำเอง ก็ให้น้ำเสียงไม่ต่างกัน โดย Aune B1 เป็นแอมป์หูฟังสำหรับการพกพาที่ออกแบบดีพอใช้ได้เลย คงได้รีวิวตามกันออกมาในบทความต่อไป

สรุป

หูฟัง AKG K701 เป็นหูฟังขนาด Full Size ที่สวมใส่สบาย สามารถใส่ฟังเพลงได้นานโดยเหงื่อไม่ออก ไม่รู้สึกว่าหูร้อน K701 ให้น้ำเสียงที่ราบเรียบต่อเนื่อง ให้บาลานซ์เสียงทุ้ม กลาง แหลม ที่พอดีทุกย่านความถี่ ทำให้เราฟังเพลงแล้วได้ยินทุกเสียงในระดับที่น่าฟัง ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเสียงเบสและเสียงแหลมทำได้รวดเร็ว ส่งผลให้เพลงมีความชัดเจนและนุ่มนวลไปพร้อมๆกัน เมื่อเล่นเพลงที่บันทึกมาดีจะได้ยินเสียงเพลงที่กลมกล่อมสุดๆ ฟังแล้วไม่อยากปิดเลย ส่วนเพลง mp3 ไทยๆทั้งหลายบางเพลงก็บันทึกดี บางเพลงก็บันทึกแย่ เราจะได้ยินของดีของแย่ตามไฟล์ที่ได้มา แต่เพลงไทยยุคหลังที่บันทึกทำกันในยุคสิบปีล่าสุดก็ได้คุณภาพเสียงที่ดีเป็นส่วนมาก

หากใครจะหาหูฟังระดับอ้างอิง ที่ฟังเพลงเพราะ ใส่สบาย K701 คือคำตอบที่ดีที่สุดในระดับงบไม่สูงเกินไป การนำ K701 ไปใช้กับเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาก็ให้คุณภาพพอใช้ได้ แต่หากได้ต่อกับแอมป์หูฟังที่ออกแบบมาโดยตรงก็จะให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น น้ำเสียงของ K701 ที่ผ่านแอมป์หูฟังจะให้ความมันส์ความไพเราะมากยิ่งขึ้น อะไรที่ดีพอใช้จะดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจากการต่อแอมป์หูฟัง

หากสนใจสั่งซื้อได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/30S0hqGnj1

ซื้อฟองน้ำเปลี่ยน https://shope.ee/3L4r6Y8z2o

.

ฝากเพลงนี้เอาไว้ฟังเพลินๆ คลิปใน youtube ที่ฟังสบายๆและเหมาะกับ AKG k701 ตัวนี้

ทดลองใช้หลอดไฟปรับระดับความสว่าง eve 3steps

Eve

หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่ให้ความสว่างสูงในขณะที่กินพลังงานน้อยกว่าหลอดไฟแบบฟลูออเรสเซ้น และ หลอดไส้ โดยสามารถให้ความสว่างเท่าหลอดเดิมในขณะที่กินไฟน้อยลงประมาณ 5 เท่า และด้วยลักษณะของวงจร LED ผู้ผลิตก็สามารถใส่ลูกเล่นต่างๆลงไปกับหลอดได้ เช่นการใส่วงจรปรับระดับความสว่าง วงจรเปลี่ยนสีไฟ วงจรเซ็นเซอร์ตรวจจับแสง หรือ เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว

IMG_20190725_200038

หลอด eve 3step ขนาด 12w ผมซื้อมาลองกับโคมไฟเขียนหนังสือของลูก จุดเด่นของหลอดตัวนี้คือสามารถเลือกความสว่างของหลอดได้โดยการเปิดปิดไฟไปเรื่อยๆ ซึ่งหลอดจะมีระดับความสว่าง 3 ระดับ เปิดครั้งที่ 1 หลอดจะสว่างที่สุด เมื่อปิดและเปิดอีกครั้งหลอดจะเปลี่ยนระดับความสว่างไปที่ระดับปานกลาง และหากปิดแล้วเปิดอีกครั้ง ก็จะมีความสว่างระดับน้อยที่สุด และเมื่อปิดเปิดซ้ำอีกครั้งหลอดจะกลับไปสว่างที่ระดับสูงสุด เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ เราจึงสามารถเลือกระดับความสว่างที่ต้องการได้โดยการเปิดปิดไปเรื่อยๆจนได้ระดับความสว่างที่เราพอใจ

IMG_20190726_070903

ภาพด้านบนนี้เป็นโต๊ะทำงานของลูกชาย หลอดเก่าที่อยู่ในโคมไฟคือหลอด Led 4 วัตต์ สีอมเหลือง หลอดใหม่ตั้งใจเอามาใส่แทนหลอดในโคมนี้ ผมทดลองใช้application วัดความสว่างในโทรศัพท์มือถือมาทำการวัดค่า โดยเอามือถือวางไว้บนโต๊ะ แล้ววัดค่าความสว่างของทั้ง 3 ระดับที่หลอด 3steps นี้ปล่อยออกมา ได้ความสว่างน้อยไปมากตามนี้

Led 3steps

หน่วยวัดความสว่าง Lux เป็นความสว่างบนพื้นที่ที่เราวัดค่า ค่าความสว่างบนโต๊ะทำงานควรอยู่ในระดับ 300-400 lux ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งหลอด Led 12w หลอดนี้ให้ความสว่างสูงสุดบนโต๊ะทำงานได้อยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการทำงาน และค่าความสว่างที่ลดระดับลงไปก็ทำให้โคมไฟนี้สามารถใช้เป็นไฟประดับในเวลาที่ไม่ทำงานเอกสารได้ด้วย สามารถเปิดระดับเบาๆในตอนก่อนนอนได้เช่นกัน ถือเป็นความสะดวกที่ไม่ต้องใช้ระบบหรี่ไฟที่ต้องจ่ายราคาแพงกว่า

2019-08-09_11-09-51

ความสว่างเมื่อเปิดระดับที่แรงที่สุด 12 วัตต์ และนี่คือราคาหลอดที่ผมซื้อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ราคา 199 บาท.

สั่งซื้อ Eve 3step A60 ได้ที่นี่ https://shope.ee/qF1T6cG5w

IMG_20190725_200003

เรื่องน่าคิดของการซื้อไฟล์เพลง

เรื่องน่าคิดของการซื้อไฟล์เพลง

Tape


โลกเรามีแผ่นเสียงมานานเกือบร้อยปี มีเทปคลาสเซ็ท มีแผ่นซีดี ตามมาด้วย แผ่นดีวีดี แผ่นบลูเรย์ แผ่น SACD และเมมโมรี่การ์ด จนมาถึงหน่วยความจำแบบโซลิทสเตทในเครื่องเล่นที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเพลงเอาไว้ฟัง เราเปลี่ยนรูปแบบของสื่อบันทึกจากสื่ออนาลอกมาเป็นรูปแบบของสื่อดิจิทัล ต่อมาไฟล์ดิจิทัลไม่อยู่บนสื่อแต่อยู่บนอินเทอเน็ตรอให้ดาวโหลด และล่าสุดเราไม่โหลดเป็นไฟล์เก็บไว้ในเครื่องอีกต่อไป แต่จ่ายเป็นค่าฟังแบบสตรีม หรือส่งสัญญาณมาตามอินเทอเน็ต ไฟล์เพลงอยู่บนระบบ cloud มีเป็นล้านเพลงให้ฟัง

IMG_20170131_145346


เมื่อก่อนเราซื้อแผ่นซีดีราคาประมาณ 300-500 บาท สำหรับอัลบั้มเพลงป๊อปและเพลงสากลทั่วไป  ส่วนแผ่นออดิโอไฟล์ที่ผลิตน้อยหรือทำแบบปราณีตกว่าก็จะมีราคาสูงขึ้น พอเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มมีราคาถูก พร้อมกับเทคโนโลยีการบันทึกแผ่นซีดีหรือ cd-recorder มีราคาเหลือแค่หลักพันบาท เราก็พบกับการขายแผ่นเพลง mp3 ที่มีทั้งปั๊มจากโรงงานแผ่นซีดี และ เกิดจากการเขียนแผ่น cd-r การละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการขายและแจกไฟล์ mp3 บุกวงการหนังและเพลงจนทำให้การขายแผ่นซีดีเพลงแท้ๆแทบจะหายไปจากตลาด พอแผ่นขายไม่ได้ค่ายเพลงก็หันไปขายไฟล์แทน มีทั้งไฟล์ mp3 wav และไฟล์ความละเอียดสูง หรือ hi-res ซึ่งก็ได้รับความนิยมกับนักเล่นบางกลุ่ม และดูเหมือนจะเป็นทางออกที่นักเล่นระดับจริงจังเรื่องคุณภาพเสียงจะเลือกใช้วิธีซื้อไฟล์ hi-res ก็เท่ากับว่าเรายังคงก็จ่ายค่าฟังเพลงเท่าเดิม แต่ไม่ได้แผ่นเก็บไว้ ได้เป็นไฟล์ดิจิทัลเลย

ระบบสตรีมก็กำลังคลืบคลานเข้ามา ทั้งหนังและเพลงก็ใช้ระบบสตรีม ให้จ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแล้วฟังเท่าไหร่ก็ได้ ดูเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งหลายคนก็พอใจที่จะจ่ายเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน หากเทียบกับเมื่อยุคซีดีรุ่งเรือง นักฟังก็จ่ายเทียบเท่ากับการซื้อแผ่นเพียง 1 แผ่นเท่านั้น แต่ได้ฟังทั้งค่ายเลย มันก็ดูดีมากๆ แต่เราเคยคิดถึงอีกแง่มุมหนึ่งไหมว่าเรายังคงจ่ายเงินอยู่ แต่สิ่งที่หายไปก็คือ….. สิทธิ์การขายต่อ


เมื่อก่อนเราซื้อแผ่นซีดี แผ่นหนังดีวีดี หรือบลูเรย์ เราใช้เบื่อแล้ว เราก็เอาไปขายมือสองได้ ซื้อมา 100 บาท ขายต่ออาจจะได้เงินคืนสัก 50 บาท ก็คือเรามีโอกาสขายออกไปได้ เงินเราไม่ได้หายไปทั้งก้อน แต่มันจะเปลี่ยนกลับเป็นเงินได้บางส่วนตามกลไกตลาด ตามความนิยม บางแผ่นเคยซื้อ 150 บาท แล้วมือสองกลายเป็น 500 ก็มี นี่คือจุดดีของการซื้อแผ่นเก็บไว้ ในขณะเดียวกัน หากเราเปลี่ยนวิธีฟังเพลงมาเป็นการฟังแบบออนไลน์ เราจ่ายค่าสมาชิกไปหลายร้อยบาทต่อเดือน แล้วเราได้ฟังก็จริง แต่เราจะเอาไปขายได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้


ไฟล์เพลงที่เราสั่งซื้อมาในราคา 1 เหรียญ ทั้งอัลบั้มราคารวมกัน 10-20 เหรียญ เมื่อฟังจนเบื่อแล้ว เราเอาไปประกาศขายต่อก็คงจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ต่อให้ยังไม่มีใครมาจับ แต่ใครจะมาจ่ายเงินให้เราเป็นค่าไฟล์เพลง  นักเล่นคนอื่นจะจ่ายเงินให้เรา 50% ไหมถ้าเราแบ่งให้เขาโหลดต่อจากเรา มันคงไม่มีใครมาจ่ายเงินให้เราแน่นอน แต่ถ้าเรามีแผ่นแท้ นอกจากการสัมผัส การอ่านปก การดูข้อมูลที่ละเอียดแล้ว มูลค่าตอนขายต่อก็ยังมีราคาอยู่ ไม่ได้เป็นศูนย์ในแบบไฟล์ดิจิทัล แถมคนซื้อต่อก็มั่นใจว่าได้ของคุณภาพเต็มร้อย เพราะตอนเป็นไฟล์ เราก็ไม่แน่ใจว่าไฟล์เพลงที่นักเล่นคนอื่นเอามาขายต่อให้เราจะเป็นไฟล์ที่ละเอียดจริงๆหรือเปล่า


หลายครั้งที่เราเล่นระบบ bit-torrent เราก็มักจะหาโหลดของฟรีมาฟัง แต่ตอนที่ได้มาเราก็ไม่เคยแน่ใจเลยว่ามันเป็นไฟล์ความละเอียดสูงจริงๆ เพราะมันอาจจะเป็นเพียงไฟล์ความละเอียดต่ำ บิทเรทต่ำ แต่มีการอัพแซมปลิ้งให้บิทเรทสูง ซึ่งในความเป็นจริงก็คือ เราไม่สามารถมั่นใจเลยว่าไฟล์ที่โหลดจากใครก็ไม่รู้จะเป็นไฟล์คุณภาพสูง  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การขายไฟล์เพลงโดยนักฟังขายให้นักฟังไม่มีวันเกิดขึ้น


การฟังจากระบบสตรีมเป็นทางออกสำหรับนักฟังที่อยากประหยัดเงินระยะยาวและไม่คิดจะสะสม เพราะค่าใช้จ่ายมันถูกกว่าการซื้อแผ่นทุกๆเดือนอยู่แล้ว แต่สำหรับนักเล่นที่ฟังแผ่นฟังเพลงระดับออดิโอไฟล์ นักเล่นที่มักจะเล่นเพลงซ้ำๆ หรือฟังเพลงจากศิลปินที่เราโปรดปราน อัลบั้มคลาสิคขึ้นหิ้งต่างๆ เราสามารถซื้อแผ่นเก็บไว้ได้เลย เพราะมูลค่าไม่หาย ราคาขายต่อก็มีค่าตัว ยิ่งหากเราพอใจกับมาตรฐานของแผ่นซีดี 16bit 44.1kHz อยุ่แล้ว เราก็สามารถซื้อแผ่นเหล่านี้ได้เลย ไม่ต้องไปซื้อเป็นไฟล์  แม้ว่าเราจะไม่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดีคุณภาพสูงให้ซื้อใช้อีกแล้ว  เราก็สามารถ rip แผ่นเหล่านี้ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำเองจะทำให้เราได้ไฟล์คุณภาพสูงที่แท้จริง  สามารถก็อปปี้ไฟล์ไปฟังในระบบเครื่องเสียงยุคใหม่ได้เหมือนเราไปซื้อไฟล์จากอินเทอเน็ตโดยเรามีแผ่นแท้อยู่กับตัวด้วย  วันที่เราอยากขายต่อ  เราขายแผ่นแท้ออกไป ราคาค่าตัวก็มีอยู่  มันขายต่อได้นั่นเอง

สำหรับงานเพลงที่ทำขึ้นในยุคปัจจุบัน มาสเตอร์ของศิลปินเป็นไฟล์ความละเอียดสูงแต่กำเนิด  การฟังไฟล์หรือการซื้อไฟล์ก็เป็นทางเลือกที่ง่าย  แต่ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ  ค่ายและศิลปินน่าจะยังคงทำแผ่นซีดีหรือแผ่นเสียงออกมาอยู่  หากเราเพิ่มเงินอีกนิดแล้วไปซื้อแผ่นเสียงของศิลปิน  เราก็จะได้แผ่นแท้มาเก็บไว้  ได้แผ่นมาเปิด  และได้แผ่นมา rip ด้วย  แม้ว่าการ rip แผ่นเสียงจะเป็นเรื่องยาก  ต้องใช้ความรู้และงบประมาณกับเครื่องมือเยอะมาก  แต่ถ้าเราเป็นนักเล่นเครื่องเสียง ระดับทุ่มเท ระดับบ้าเข้าเส้น ระดับที่จ่ายเงินค่าอุปกรณ์ทั้งชุดหลักแสนหรือหลักล้านได้  เราก็ลงทุนกับระบบแผ่นเสียงคุณภาพดีได้  เพราะในปัจจุบันระบบของแผ่นเสียงเป็นเพียงระบบเดียวที่ทำสำเนาเพลงระดับ hi-res ได้ โดยไม่ต้อง down sampling   ข้อมูลเสียงบนแผ่นเสียงจะคงคุณภาพของต้นฉบับระดับ hi-res เอาไว้ได้มากกว่าแผ่นที่ต้อง down sampling อย่าง CD และ SACD   แถมแผ่นเสียงยังใช้ฟังกับเครื่องเสียงยุคโบราณได้อีกด้วย  ไม่ต้องคิดเรื่องสเป็คเครื่องคอมพิวเตอร์และการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องคิดเรื่องการเลือกใช้ Dac ให้ปวดหัว ซึ่งว่าไปแล้วการเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อฟังเพลง Hi-res สามารถเขียนเป็นบทความตอนยาวๆได้อีกหลายตอนเสียด้วย

pic01-kind of blue hires 17.99us
pic02-kind of blue LP 14us


ลองดูตัวอย่าง อัลบั้ม Kind of Blue ของ Miles David ผู้ซึ่งเป็นตำนานเพลง Jazz ระดับหัวแถว  ไฟล์ที่มีขายในเว็บระบบ Hires ขายอยู่ที่ 17.99 ดอลล่าร์  ส่วนแผ่นเสียงของอัลบั้มเดียวกัน ขายอยู่ที่ 14ดอลล่าร์   แบบนี้คิดว่าถ้าผมจะซื้อ  ผมก็คงซื้อแผ่นเสียงครับ  

pic03-susanwong-woman in love hires 17.98us
pic04-susanwong-woman in love LP CD 16 35


อีกตัวอย่างหนึ่ง Suasan Wong นักร้องเสียงหวาน ทำเพลง cover เอาไว้เยอะมาก  อัลบั้ม wonman in love ที่ทำในปี คศ 2014 มาสเตอร์เป็น 24/96 ไฟล์นี้วางขายในเว็บขายไฟล์ 17.98 ดอลล่าร์ ส่วนแผ่นซีดีและแผ่นเสียงก็มีวางขายเช่นกัน  ราคาแผ่นเสียง 39.99 ดอลล่าร์  ส่วนราคาแผ่นซีดีเท่าที่หาเร็วๆ ก็เจอเป็นราคาไทย  580.13 บาท  

sale2013-IMG_0023


ผมไม่ได้แนะนำให้คุณเลิกซื้อไฟล์ หรือ เลิกฟังสตรีม  แต่เสนอให้ลองพิจารณาซื้อแผ่นที่เป็นอัลบั้มที่ชอบ  ทั้งอัลบั้มที่มีแผ่น CD หรือมีเป็นแผ่นเสียง   มีแผ่นจำนวนมากที่ราคามือสองแพงกว่าราคามือหนึ่ง และทุกแผ่นมีราคาขายต่อที่เปลี่ยนเป็นทุนไปซื้อแผ่นใหม่ได้  อย่ากลัวที่จะซื้อแผ่นมาฟังกับเครื่องของเรา  ยิ่งใครเล่นแผ่นเสียง  มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงอยู่แล้ว  ยิ่งมีโอกาสได้ฟังเพลงความละเอียดสูงยุคใหม่ได้ง่ายกว่านักเล่นกลุ่มไฮเทคที่ฟังไฟล์เสียด้วยซ้ำ

รีวิว xiaomi compact bluetooth speaker 2

IMG_0015




ลำโพงบลูทูธตัวใหม่ของ Xiaomi ที่ทำออกมาขนาดเล็กมาก และราคาถูกมาก รุ่นนี้ตัวถังเป็นพลาสติกเนื้อแข็ง มีเพียงปุ่มเดียวคือกดเพื่อเปิด และกดเพื่อปิด เป็นปุ่มกดอยู่ด้านล่าง ต้องยกลำโพงหงายท้องถึงจะเห็นปุ่มกด ตัวมันเองไม่สามารถต่อสัญญาณ Aux ได้ ดังนั้นมันจะถูกใช้งานด้วยการเชื่อมบลูทูธเท่านั้น

ผมเดินผ่านร้านขาย Mi ในห้าง เลยถือโอกาสมองหาว่ามีขายหรือยัง เพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่าเปิดตัวก็ขายดีมาก ถามไปยังเพื่อนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็ได้รับคำตอบว่าของเข้ามาก็หมดแทบตลอด วันนี้เดินผ่านเห็นว่าวางขายให้ซื้อได้ง่ายแล้วก็เลยจัดมา 1 ตัว

สอบถามคนขายว่าตัวใหม่รุ่น2 เทียบกับตัวเก่ารุ่น1 คุณภาพต่างกันไหม คนขายบอกเสียงเหมือนกัน ก็เลยซื้อรุ่นใหม่มา เพราะราคาถูกกว่ารุ่นแรก กลับมาถึงบ้านก็จัดการทดลองฟัง สิ่งที่ฟังทดสอบก็คือเพลงต่างๆในโทรศัพท์ และรายการที่ฟังทาง youtube เป็นหลัก

IMG_5985

หลังจากที่ทดลองใช้ได้ 2 วันก็ได้ข้อสรุปสำหรับตัวผมเองบันทึกไว้ให้อ่านกันดังนี้

1 Xiaomi เสียงดัง ฟังชัด แต่เบสน้อย เหมาะเอาไว้ฟังข่าว ฟังเสียงพูด ฟังเอาเนื้อหา ไม่ได้ฟังเอาอรรถรส

2 คุณภาพเสียงของ Mi ตัวนี้ยังไม่ดีกว่าลำโพงบลูทูธอย่าง JBL go ที่ให้เสียงได้ใหญ่กว่า เบสชัดกว่า ลงลึกกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะค่าตัวของ JBL go แพงกว่ากันหลายเท่าตัว

3 ลำโพง Mi ตัวนี้หน้าตาน่ารัก ดูแล้วอยากพก อยากเอามาร้อยเชือกแล้วติดเป็นพวงกุญแจ ซึ่งในกล่องที่มากับลำโพงมีสายคล้องมาให้ด้วย เจตนาน่าจะเอาไว้คล้องเพื่อติดตัวเจ้าของ

4 ใช้เป็นของขวัญ ของแจกได้ เพราะมันเป็นสินค้าที่น่ารักน่าใช้ แม้ว่าจะคุณภาพสู้ตัวราคาสูงไม่ได้ แต่มันก็ใช้งานในการฟังข่าวหรือฟังเพลงได้สมกับค่าตัว เมื่อหลายปีก่อนหากจะใช้ลำโพงบลูทูธสักตัว เราคงต้องมองหาของใหญ่ๆที่เกินกว่าจะพกพาได้ การที่ mi ทำออกมาเป็นตัวเล็กก็ต้องชื่นชมว่าพัฒนาของลำโพงเล็กทำได้น่าทึ่งมาก

IMG_20190415_194227


ลำโพงราคาเพียง 299 บาท เราคงไม่ต้องคาดหวังคุณภาพเสียงจากตัวมัน ส่วนฟังค์ชั่นที่มันทำได้ ก็คือมันเป็นลำโพงพกพาที่เล็กที่สุดในโลก

IMG_20170615_175140-01
ลำโพง jbl go เป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กที่ผมยังเชื่อว่าดีที่สุดในตลาด



IMG_20170604_151458-01

รีวิวหูฟัง sony mdr-zx110ap ของดีราคาถูก

IMG_5807

หูฟังทรงคลาสิคยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นเฉพาะทาง  เพราะเป็นหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงได้เที่ยงตรงมากถึงมากที่สุด  พื้นที่ของตัวหูฟังเป็นชิ้นใหญ่  สามารถใส่ตัวกำเนิดเสียงที่ดีได้  จะทำให้ดีในราคาย่อมเยาก็ไม่ยาก

76256

วันหนึ่งที่เดินผ่านมุมเครื่องเสียงในห้าง  เหลือบไปเห็นหูฟังราคาถูกตัวหนึ่งที่แขวนโชว์ไว้ให้ลองฟัง  พอเดินผ่านก็ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสียบกับหูฟัง แล้วลองฟังดูก็พบว่า น้ำเสียงทำได้ดีน่าสนใจ  เสียงร้องชัด  เสียงเครื่องเคาะจังหวะหลายๆชิ้นก็ได้ยินชัดตลอดเพลง   ดูราคาแล้วไม่แพงมาก  เลยซื้อมาใช้เป็นหูติดกับคอมพิวเตอร์ หรือเอาไว้พกไปฟังนอกสถานที่ และตัดสินใจเขียนเป็นรีวิวเอาไว้

IMG_5798

ลักษณะทั่วไป

สายแจ็คเสียบกับเครื่องเล่นเป็นแบบ mini 3.5  มีขีดดำ 3 ขีด หรือจะเรียกว่าเป็นแจ๊ค 4 ชั้น(ตัวนำไฟฟ้า 4 ช่อง)  ตัวสายออกแบบเช่นนี้หมายถึงมันถูกออกแบบมาให้ใช้กับโทรศัพท์เป็นหลัก ตัวสายมีไมค์โครโฟนให้มาด้วย  มีปุ่มกดรับสาย  เราสามารถใช้หูฟังเส้นนี้คุยโทรศัพท์ได้

IMG_5829

ทดลองใช้หูฟัง mdr-zx110ap กับเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod shuffle gen1 ก็ทำงานได้ดีเยี่ยม ipod รุ่นต่างๆสามารถใช้งานกับหูฟัง sony รุ่นนี้ได้ปกติ  ซึ่งหูฟังบางรุ่นที่เป็นขาเสียบแบบ 4 ชั้นจะทำงานไม่ได้กับ ipod รุ่นเก่า เนื่องจากขั้วสัมผัสของ ipod ออกแบบมาให้ใช้กับแจ๊คหูฟัง 3 ชั้น  แม้แต่หูฟัง earpod ที่แถมมากับ iphone ก็ทำงานกับ ipod เก่าๆไม่ได้  แต่ sony ตัวนี้ทำงานได้ นับเป็นเรื่องโชคดีมากๆ

IMG_5834

ลองเสียบกับเครื่องเล่นเพลงตัวอื่นที่เป็นเครื่องเล่นที่ออกแบบมาให้ใช้กับหูฟังสเตอริโอขั้วสัมผัส 3 ขั้นบางเครื่องก็ทำงานได้ปกติ  บางเครื่องก็มีปัญหา  ตัวที่มีปัญหาก็อย่างเช่นการใช้กับ aune m1 ถ้าเสียบแจ๊คลงไปสุดจะได้ยินเสียงก้องๆ ต้องเสียบให้สุดแล้วดึงออกเล็กน้อย  เสียงก็จะดังเป็นสเตอริโอปกติ

IMG_5810

หูฟังชนิดนี้เป็นหูฟังประเภท on-ear คือจะแปะกับใบหูไว้  ไม่ได้ครอบหูสนิทแบบหูฟังขนาดใหญ่  ฟองน้ำนุ่มๆสีขาวสะอาดให้สัมผัสที่นุ่มจริงๆ  และอาการบีบหัวมีน้ำหนักบีบที่มากนิดหน่อยเมื่อใช้งานครั้งแรก แต่ฟองน้ำนิ่มๆก็ช่วยให้ความรู้สึกบีบไม่ค่อยแรงมาก  เมื่อฟังไปหลายวันน้ำหนักบีบหัวจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเบา คาดว่าพลาสติกคงจะอยู่ตัวตามสภาพหัวของผู้ฟังแล้ว

IMG_5802

Specification

น้ำหนัก 4.3 oz

ขนาดไดรเวอร์ 30 มม.

ตอบสนองความถี่ 12Hz – 22,000Hz

อิมพีแดนซ์  24 โอห์ม

ความไว 98dB/mW

รองรับกำลังขับ 1000 mW

ความยาวสาย 3.94 ฟุต

คุณภาพเสียง

น้ำเสียงของหูฟังรุ่นนี้ออกไปทางเสียงที่น่าฟัง  มีแนวเสียงคล้ายลำโพงชั้นดี  แต่การแยกแยะมิติแต่ละเสียงยังไม่เด็ดขาด  หากฟังกับดนตรีน้อยชิ้นหูฟังตัวนี้ก็แยกตำแหน่งเสียงร้องกับเสียงดนตรีได้ชัดเจน  แต่หากฟังกับเพลงที่เล่นเต็มวง มีเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิดขึ้นมาพร้อมกันก็จะฟังเหมือนเนื้อเสียงแต่ละส่วนติดกันไปหมด  ฟังผ่านๆก็ไม่ได้เสียหายอะไร  แต่หากฟังจับผิดหรือฟังเพื่อแกะเพลง ฟังโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็จะแยกแยะได้ยากหน่อย ซึ่งนี้เป็นผลจากการฟังเพลง mp3 หรือเพลงไทยทั่วไปที่มีอยู่ตามเน็ต รวมถึงเพลงเก่าๆที่เคยสะสมไว้

แต่หากฟังจากไฟล์ที่เป็น lossless อย่างเช่นฟังผ่าน aune m1 ที่เป็น wave player  ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดี ชัดเจน แยกแยะเสียงร้อง เสียงดนตรีแต่ละชิ้นออกจากกันได้เด็ดขาด  เพลงบันทึกมาอย่างไรก็ฟังออกและติดตามทุกเสียงได้หมด  โทนเสียงกลางแหลมอยู่ในระดับที่ดีน่าฟังเหมือนหูฟังราคาหลายพัน  โทนเสียงเบสให้ความอิ่ม อ้วน เบสเยอะเหมือนเราเปิด loundness ให้กับเครื่องเสียง  เสียงเบสจากการฟังไฟล์ lossless ผมเรียกว่าน่าฟัง เรียกว่าเป็นเบสอร่อยเหาะเลย เหมาะกับเพลงร็อค เพลงโชว์เสียงกลอง

หากฟังกับไฟล์เพลง mp3 บิทเรทต่ำ หรือดนตรีที่บันทึกมาไม่ดีเสียงย่านต่ำที่ดังขึ้นและจบลงไม่เร็วเท่าที่ควร  แต่เสียงกลางยังทำได้ชัดเจนดี  สามารถดึงดูดคนฟังให้อยู่กับเสียงร้องและเสียงพูดได้  การฟังเพลงร้อง หรือการฟังรายการวิทยุ จะได้เสียงร้องที่น่าฟัง  เสียงดีเจพูดบรรยายฟังเพลินมาก

เสียงย่านสูงก็ให้ความใสที่พอดี  ไม่ได้เป็นเสียงสูงแสบหู หรือ เสียงห้วนทึบ  เสียงโซโล่กลองทำได้ชัดเจนและน่าฟังมาก  เสียงกีต้าร์ก็ให้ความใส มีเนื้อเสียงที่อิ่มแน่น  หูฟังตัวนี้ฟังเพลงอคูสติกได้เพราะดี  เราสามารถพกหูฟังตัวนี้ตัวเดียวเพื่อใช้กับโทรศัพท์ของเราทั้งการคุยและการฟังเพลง  จะบอกว่ามันเป็นหูฟังที่ใช้สำหรับฟังเพลงจริงๆ  ไม่ใช่แค่ทำเพื่อคุยโทรศัพท์

แนวเสียงของหูฟังตัวนี้จะเหมือนเป็นน้องเล็กของ sennheiser hd650 ตัวละหมื่นปลาย  แต่เบสเยอะกว่า  น้องกลางของน้ำเสียงแนวนี้คือ creative aurvana live ตัวละสองพันกว่า  ส่วน sony mdr-zx110ap ตัวนี้ไม่ถึงพันบาท

สรุป

ถือเป็นหูฟังที่คุ้มค่าตัว  เหมาะกับการฟังเพลงกับเครื่องเล่นเพลงและคอมพิวเตอร์   ใช้พกพาออกนอกบ้านไปนั่งฟังเพลงเพลินๆ  คุณภาพเสียงที่ดีทำให้เราฟังเพลงได้นาน เสียงเบสที่เด่นจากไฟล์เพลงคุณภาพดีจะทำให้เราฟังเพลงเพราะขึ้น  ไม่ล้าหูง่ายๆ  น้ำหนักบีบหัวชั่วโมงแรกจะรู้สึกบีบแรงหากไม่คุ้นเคยกับหูฟังแนวนี้ แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน น้ำหนักบีบจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่ไม่บีบหัวให้รำคาญ  ซื้อไว้ใช้อเนกประสงค์ก็ดี  ใช้ฟังเพลงจริงจังก็ได้  เป็นหูฟังน้ำเสียงดีที่ใช้เป็นตัวพกพาออกนอกบ้านแทนหูฟังไฮเอนด์ตัวโปรดได้  แถมยังไม่เรื่องมากไม่ต้องการแอมป์ขับเฉพาะทางก็ทำงานได้แล้ว

สั่งซื้อ Sony MDR-ZX110AP

อัพเดทปี 2025 หลังจากใช้มา 6 ปี คุณภาพเสียงยังดีเหมือนเดิม แต่ผ้าที่หุ้มสลายตัวไปตอนไหนก็จำไม่ได้ ฟองน้ำไม่ฟูเหมือนเดิมแล้ว

IMG_20250908_134213513

12nov2025 เราสามารถสั่งซื้อฟองน้ำมาเปลี่ยนได้ โดยสั่งจากร้านในเน็ต ซึ่งจะเป็นฟ้องน้ำหน้าตาเหมือนเดิมตอนที่ยังใหม่อยู่ และสามารถใช้กับหูฟังได้หลายรุ่น ผมสั่งซื้อจากลิงค์นี้ https://s.shopee.co.th/5VNRrM6KBy?share_channel_code=6

IMG_20251112_110649234

เริ่มใช้เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

IMG_0126

 

Xiaomi air purifier 2s ตัวนี้ผมเพิ่งได้มาหมาดๆในวันนี้เลย  สืบเนื่องมาจากช่วงนี้เป็นช่วงฝุ่นปกคลุมประเทศไทย  และกรุงเทพก็อาการหนักมาก  ฝุ่นชนิด pm2.5 มันปกคลุมซะจนถนนหนทางมองไปเจอแต่ฝุ่นสีขุ่นๆ  เลยอยากได้เครื่องฟอกอากาศสักเครื่องมาใช้งาน

IMG_0128

ติดต่อซื้อกับเพื่อนแล้วก็ได้มาในวันนี้  จัดการรื้อออกจากกล่องแล้วก็เสียบปลั๊กๆ เริ่มต้นใช้งานเครื่องฟอกตัวนี้ก็เลยบันทึกภาพเก็บไว้  เมื่อเริ่มเปิดเครื่องโดยการกดปุ่มเพาเวอร์เพียงครั้งเดียวตัวเลขที่แสดงบนจอภาพก็ขึ้นมาระดับ 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   ระบบการทำงานของ Xiaomi 2s ตัวนี้ถูกตั้งให้ทำงานอัตโนมัติ พัดลมดูดอากาศด้านในจะหมุนเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่น  กดปุ่มเปิดเครื่องครั้งแรก เครื่องจะทำงานในโหมด Auto ทันที  ถ้าฝุ่นเยอะพัดลมจะหมุนเร็ว ได้ยินเสียงชัดเจน แต่ยังไม่รำคาญมาก  และถ้าเข้าสู่ระดับฝุ่นน้อย ไฟแสดงสถานจะจะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว  พัดลมก็จะหมุนช้าลง

 

ระดับเสียงของพัดลมตอนทำงานปกติแทบไม่ได้ยินเสียงเลยหากเราใช้งานในห้องแอร์  เพราะแอร์ในห้องจะทำงานเสียงดังกว่า Xiaomi ชัดเจน  ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากเครื่องกรองอากาศเลย  ส่วนในโหมดเบา ตอนที่ฝุ่นน้อยๆ จะต้องนั่งฟังใกล้ๆถึงจะได้ยินเสียงกว่าเครื่องทำงานอยู่  หากเราอยู่ห่างจากเครื่อง 1 เมตร เราแทบไม่ได้ยินเสียงการทำงานของมันเลย  และหากเรากดให้เครื่องทำงานในแบบ night mode เสียงที่ว่าเบาแล้ว ก็จะเบาลงไปอีกเท่าตัว  ต้องเงี่ยหูฟังใกล้ๆ หรือเอามือไปจ่อด้านบนเพื่อสัมผัสดูว่าลมออกไหม ซึ่งลมก็ยังคงออกอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นในเรื่องของเสียง ถือว่า Xiaomi ทำงานได้เบามาก  เบาที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องกรองอากาศอื่นๆที่ผมเคยใช้งานมา

 

จุดเด่นของ  Xiaomi air purifier 2s ก็คือ มีปุ่มเปิดเครื่องแค่ปุ่มเดียวด้านบน  กด1 ครั้งเพื่อเปิด  กด 1 ครั้งเพื่อเปลี่ยนโหมด  หากอยากปิดเครื่องให้กดค้างสัก 3 วินาที เครื่องก็จะปิดตัวเองลง  การมีปุ่มเดียวมันเข้าใจง่าย  เครื่องอื่นๆที่เคยใช้งานมีปุ่มจำนวนมาก  การมีปุ่มมากทำให้เกิดอาการมึนงงว่ามันคืออะไรบ้าง  มันอาจจะเอาไว้ใช้ปรับให้ละเอียดตรงกับความต้องการ  แต่ความต้องการจริงๆในการใช้งานเครื่องกรองอากาศคือ กรองอากาศให้ฝุ่นน้อยที่สุด และอย่าส่งเสียงดัง นั่นก็ใช้แค่ปุ่มเดียวก็พอ ถือว่า Xiaomi เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง

 

ลูกเล่นอื่นๆของ Xiaomi 2s ตัวนี้ ก็มีเรื่องหน้าจอแสดงสถานะฝุ่น  pm2.5 และสามารถเชื่อมต่อกับ wifi ในบ้านเพื่อสั่งงานและมอนเตอร์ค่าฝุ่นจาก app  ในโทรศัพท์มือถือได้  แม้ว่าเราจะไม่ใช้อินเทอเน็ต ไม่ได้อยากเชื่อมเข้า wifi เครื่องก็ยังทำงานได้  ยังคงเปิดปิดได้  และยังคงเปลี่ยนโหมดการทำงานด้วยปุ่มกดได้  การมี app เอาไว้สั่งการก็เป็นเพียงทางเลือกอำนวยความสะดวกเท่านั้น

 

ไส้กรองของ Xiaomi เป็นรุ่นที่กรองฝุ่นในระดับ hepa หรืออนุภาคขนาดเล็กได้  ฝุ่น pm2.5 ที่สร้างปัญหาให้กับทั่วโลกก็จะโดนดักเก็บด้วยฟิลเตอร์ตัวนี้ได้  การใช้เครื่องกรองอากาศรุ่นนี้จึงช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควันในกรุงเทพได้ดีมาก  หากฝุ่นภายนอกบ้านอยู่ในระดับ ร้อยกว่า  ฝุ่นในห้องนอนก่อนเปิดเครื่องจะอยู่ที่ค่าประมาณ 60-90 หน่วย  และเมื่อเปิดเครื่องทำงาน ภายในเวลาประมาณ 20 นาที ค่าฝุ่นในห้องก็จะลดลงไปเหลือระดับประมาณ 20-30 หน่วย และหากผ่านไปหลายชั่วโมง ค่าฝุ่นก็จะลดลงไปเหลือที่ระดับ 10-20 หน่วย ซึ่งหากเป็นวันที่ฝุ่นด้านนอกน้อย  ค่าฝุ่นในห้องนอนตอนเช้าจะอยู่ระดับไม่ถึง 10 เท่านั้น

 

สรุป

Xiaomi air purifier 2s ทำงานกำจัดฝุ่น pm2.5 ได้จริงในห้องที่ขนาดไม่เกิดสเป็คที่ระบุไว้  แม้จะเอาไปใช้กับห้องที่ใหญ่ขึ้น ปริมาณฝุ่นในห้องก็ลดลงได้เช่นกัน  ก็คือว่าทำงานได้ผลดีมาก  ราคาไม่แพง และเสียงรบกวนของพัดลมเราแทบไม่ได้ยินเลย  นับว่าเป็นของที่ออกแบบมาได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง

 

 

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่8 โบนัสที่ได้รับ

หลังจากอดทนกินครึ่งเดียวมายาวนานหลายสัปดาห์ ผลลัพธ์ที่เราเห็นตอนชั่งน้ำหนักจะเริ่มส่งผลด้านอื่นตามมา น้ำหนักที่น้อยลงไปสัก 10 กิโลจะมีผลทำให้เราใส่เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น ไม่อึดอัดไม่แน่นเท่าเดิม ตอนนี้แหละ เสื้อผ้าต่างๆที่เคยใส่ไม่ได้จะเริ่มกลับมาใส่ได้ เสื้อผ้าที่เคยใส่ประจำตอนตัวอ้วนก็เริ่มเหมือนผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว

เสื้อผ้าอีกครึ่งตู้ที่เราไม่ได้ใส่มานานเราก็จะเริ่มหยิบมาใส่ได้ นอกจากประหยัดเงินจากการไม่กินน้ำหวานและกาแฟแล้ว เรายังประหยัดเงินค่าเสื้อผ้าได้อีก เสื้อผ้าสิบปีที่แล้วเราจะหยิบมาใส่ได้อย่างสบายใจ เหมือนเรามีเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลยและไม่ต้องเสียเงินซื้อด้วย

IMG_4625

จากน้ำหนัก 91 ถ้าไปถึงจุดที่น้ำหนักที่ลดไปประมาณ 15 กิโลกรัมเราจะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดี ใส่ได้แทบทุกตัวในตู้เสื้อผ้าของเรา มีความสบายใจที่จะแต่งตัวยังไงก็ได้ สิ่งที่ค้นพบคือ คนรูปร่างดีใส่อะไรก็ดูดี ไม่ได้เกี่ยวกับแบรนด์เนม ไม่ได้เกี่ยวกับราคา ดังนั้นเมื่อความพยายามพาเรากลับไปตัวเล็กอีกครั้ง ตอนนี้แหละคือตอนที่เราจะได้ตักตวงความสุขกายสบายใจจากการมีน้ำหนักตัวในระดับที่่เราพอใจ

IMG_20170429_075239

แล้วหลังจากนี้เราจะกลับไปกินเยอะอีกได้ไหม ก็ต้องบอกว่า เราจะกินเยอะเท่าเดิมตอนที่ทำให้อ้วนไม่ได้ เพราะถ้ากินแบบตอนกำลังอ้วนเราก็จะอ้วนขึ้นไปแบบเดิม แต่เราสามารถกินอาหารเต็มมื้อ เต็มจานได้ เพราะเราไม่ต้องการให้น้ำหนักติดลบอีกคือออกจากการลดน้ำหนักไปสู่โหมดการกินพอดี ไม่อิ่มเกินไป ตอนนี้รูปร่างเราจะกลับไปสู่ตอนที่ยังไม่อ้วน สิ่งที่ได้ติดตัวมาก็คือการไม่กินน้ำหวานพร่ำเพรื่อคือการได้หัดกินกาแฟดำ ส่วนตัวผมเองผมได้ค้นพบโลกของกาแฟ มีเรื่องให้หลงใหลอีกมากในวงการกาแฟ เมล็ดกาแฟ บดกาแฟ ชงด้วยการดริ๊ป หรือชงด้วยเครื่องชง การค้นหาเมล็ดกาแฟที่เราถูกใจ


บุฟเฟ่ต์ล้างผลาญยังคงมีได้เช่นเดิม สัปดาห์ละครั้ง ไม่มากไม่น้อยเกินไป มีความสุขกับการกินอะไรก็ได้ที่อยากกินแต่ให้กินแบบสัปดาห์ละ 1 มื้อก็พอ จะกินมากกว่า 1 มื้อก็อาจจะได้แต่มันเปลืองเท่านั้นเอง

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลดน้ำหนัก สิ่งต่อไปที่แนะนำให้ทำก็คือ เรียนรู้เรื่องโภชนาการ เลือกกินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และลองหากิจกรรมการออกกำลังกายสักอย่างดู เพราะการออกกำลังกายทำให้เรามีความกระฉับกระเฉง และการใช้แรงมากขึ้นในการออกกำลังจะทำให้เรามีโควต้าไปกินอาหารเยอะขึ้นด้วยเช่นกัน จะวิ่ง จะเตะฟุตบอล จะเล่นโยคะ จะแอโรบิค เลือกที่สบายใจเลย ขอลาด้วยภาพ before after ที่ผมไม่คิดว่าผมจะเป็นนายแบบเสียเองในการลดน้ำหนัก ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ

PHOTO_COLLAGE1498116443367

ทำประกันสุขภาพเด็ก เพราะอะไรถึงควรทำให้ลูกเรา

ทำไมเราต้องทำประกันสุขภาพให้ลูก ในอดีตเราก็เติบโตมาแบบไม่เห็นต้องมีประกันสุขภาพเลย เราก็ไม่ค่อยป่วยหรอก ถึงป่วยก็ไปหาหมอได้ไม่ได้แพงอะไร แล้วใครจะป่วยบ่อยกัน คำตอบเหล่านี้เป็นคำตอบที่เป็นจริงกับบางครอบครัวครับ และผมก็โตมากับครอบครัวที่มีคำตอบแบบนี้ แต่ตอนผมมีลูก มันไม่ใช่แบบนี้แล้วครับ

IMG_0943

การมีลูกคนนึงจะมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกมาก มันไม่ใช่แค่ค่านม ค่าอาหาร แต่มันมีค่าใช้จ่ายข้างเคียงที่เราต้องจ่ายโดยเราคาดไม่ถึง ผมเองก็คาดไม่ถึง หลายครั้งก็ห่อเหี่ยวอยู่เหมือนกันเวลาที่ควักเงินจ่าย ย่อหน้าแรกที่บอกว่าเป็นจริงกับบางครอบครัวก็คือ ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินมากมายคุณก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันอะไรเลย เพราะคุณมีเงินมาก แต่กับพ่อแม่รุ่นต่อมา รุ่นที่ต้องเลี้ยงลูกในยุคอินเทอเน็ต มันก็มีค่าใช้จ่ายแวดล้อมเต็มไปหมด แล้วค่าบริการทางการแพทย์ยุคนี้ก็ไม่ธรรมดา การประกันสุขภาพให้ลูกจะช่วยเราลดภาระบางอย่างลงได้

IMG_1082

ลองไล่ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ลูกผมเกิดจนอายุ 6 ขวบเมื่อไม่กี่วันนี้ ลองคิดเล่นๆ ลูกผมหลังคลอด แทบไม่ป่วยหนักเลย ป่วยเล็กน้อย ป่วยธรรมดาก็ได้แม่ดูแลอย่างดี เพราะแม่เป็นหมอ ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ปละปลายไม่เคยต้องจ่าย เราก็ซื้อยาตามที่แม่(หมอ)สั่ง แต่ก็มีจังหวะที่ลูกป่วยหนัก จากการติดเชื้อไวรัสที่เราควบคุมไม่ได้ ลูกผมเข้าโรงพยาบาลครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึงขวบ ค่าใช้จ่ายในรอบนั้น 3 วัน 2 คืน เกือบสามหมื่นบาท บิลนี้ประกันจ่ายให้ เพราะผมซื้อประกันให้ลูกไว้แล้วตั้งแต่เกิด ประกันสุขภาพเด็กจะเริ่มดูแลเราหลังจากซื้อ 1 เดือน

fuji-20jul-19oct2013-DSCF8277-bw

การ admit ครั้งที่ 1 นี้เป็นการ admit แบบเขียมๆ เราเลือกห้องแอร์ที่เล็กที่สุดในโรงพยาบาลเพื่อให้เราไม่ต้องจ่ายเพิ่มในกรณีที่เกินเพดานของประกัน แต่สุดท้ายก็ไม่เกิน เราเห็นบิลแล้วก็ตกใจ ถ้าเราต้องจ่ายเองก็หน้ามืดอยู่ เพราะสมัยผมซื้อประกันให้ตัวเอง ค่าห้องพักในโรงพยาบาลอยู่ระดับ2พันบาท แต่ค่าห้องพักของยุคนี้คุยกันที่ 4-8 พันบาทสำหรับโรงพยาบาลเอกชนเกรดกลางๆไม่ใช่แบรนด์เนม เรียกว่า ค่าห้องกับค่ารักษาจะอยู่ที่ประมาณคืนละ 15000-20000 บาทต่อวัน ตัวเลขนี้ไม่มากไม่น้อย

fuji-20jul-19oct2013-DSCF8243-bw

การ admit ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นตอน 1 ขวบ3เดือน ลูกผมป่วยอีกแล้ว ไข้ขึ้นสูง ส่งโรงพยาบาลดีกว่า เพราะการไปนอนโรงพยาบาลนั้นดีกว่าการนอนที่บ้าน การนอนในบ้านเราจะต้องมีการมอนิเตอร์ตลอดเวลา เช็ดตัวตอนไข้ขึ้นสูง ต้องใช้ยาตามเวลา การอดหลับอดนอนเป็นภาระของแม่และพ่อที่คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ การไปนอนที่โรงพยาบาลก็คือการให้พยาบาลมาช่วยมอนิเตอร์แทนเรา เราจะได้หลับเต็มตาสักชั่วโมง ไม่งั้นก็จะพะวง พอพะวงมากๆก็เครียดนอนไม่หลับ เลยหอบลูกไปเข้าโรงพยาบาล และดูระดับราคาห้องพักที่แพงขี้นอีกนิดโดยที่ยังไม่เกินเพดานของประกัน ผมก็เลยเลือกห้องใหญ่ที่สามารถวางของได้เยอะ มีที่ให้ลูกเดินเล่นถ้าเขาเดินไหว และลูกยังไม่เข้าใจว่าป่วยคืออะไร พอตื่นนอนก็อยากจะเล่น ต้องเดินเล่นเข็นรถเล่น และที่สำคัญเลือกห้องที่มีพื้นที่ให้ผมนั่งทำงานได้ด้วย คอมพิวเตอร์ แท็บเบล็ท อุปกรณ์การทำงานพร้อมกันบนโต๊ะ ผมเปลี่ยนห้องพักให้เป็นห้องทำงาน และเราก็อยู่กับลูกเกือบ 24 ชม. ค่าใช้จ่ายออกมา 4วัน ประมาณ 6หมื่นบาท

set2-PDSC0144

การ admit ครั้งที่ 3 พอรู้ว่าต้องเข้าโรงพยาบาล ผมก็เลือกห้องใหญ่ จัดกระเป๋าราวกับไปพักรีสอร์ตต่างจังหวัด ลูกเมียและผมเดินทางไปนอนโรงพยาบาลแทบจะลากกระเป๋าเข้าไปเลย การพักในโรงพยาบาลรอบนี้ไม่เครียดอีกแล้ว เพราะลูกไม่ได้ป่วยอะไรที่น่ากลัว แต่ไข้สูงและต้องมอนิเตอร์ตลอดเวลา ซึ่งพยาบาลก็ทำหน้าที่ได้ดี เจ้าหน้าที่ใจดี จำลูกผมได้แล้ว ขาประจำป่วยด้วยโรคยอดฮิต โรคอะไรที่กำลังเป็นข่าวอีกไม่นานก็มาถึงลูกผมเสมอ 3วันในครั้งนี้ค่าใช้จ่ายประมาณ 3 หมื่นบาท

IMG_20171003_114219

มีอีกครั้งที่ลูกตกบันได เย็บที่หัวกี่เข็มก็ลืมไปแล้ว ตอนลูกตกแล้วเราอุ้มขึ้นมา เลือดไหลคามือ ขับรถไปโรงพยาบาลไปถึงโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็จะจ่ายให้ได้ รีบเอาลูกไปปฐมพยาบาล รีบทำแผลเถอะ ผ่านชั่วโมงนั้นไปก็หายเครียด ลูกเย็บแผล แล้วก็กลับมานอนบ้านได้ตามปกติ ค่าหมอดูแผลแล้วเย็บ 6 พันบาท นี่คือราคาแถวบ้าน ประกันจ่าย เราไม่ต้องควักเงิน ควักแต่บัตรประจำตัวผู้เอาประกัน มันโอเคมากๆ ไม่มีใครอยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นหรอก แต่ถ้าเกิดแล้วเราก็อยากได้การรักษาที่ดีและเร็วที่สุด

P_20160401_121118

IMG_1358.JPG

โรคมือเท้าปาก โรค RSV เฮอแปง… เจ้าโรคเหล่านี้เป็นโรคที่แพร่อยู่ในเด็กเล็ก สลับกันเป็น ถ้าคนในบ้านเป็น คนที่เหลือในบ้านก็อาจจะเป็น ถ้าลูกเพื่อนเป็น ลูกเราก็อาจจะเป็น ลูกคนอื่นเป็น พ่อแม่เขาก็เป็นพาหะ พอผู้ใหญ่เป็นพาหะ ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ก็ทำตัวเป็นพาหะ ไม่ป่วยเอง แต่ส่งเชื้อไปติดเด็กคนอื่นในบ้านได้ เด็กไปโรงเรียน เพื่อนในห้องก็ติด เรียกได้ว่าอะไรฮิตมันติดถึงลูกเราแน่นอน

IMG_20171003_092505

ลูกผมโดนสั่งปิดห้องเรียนยกห้องทุกปี เพราะมีกติกาสากลอยู่ว่า ถ้าห้องเรียนห้องไหนมีคนป่วยเกิน 3 คน ห้องนั้นต้องปิด 1 สัปดาห์เพื่อทำความสะอาดห้อง ฆ่าเชื้อ แล้วค่อยให้เด็กมาเรียนใหม่ ระหว่างที่หยุด ก็จะได้เป็นการรอเวลาให้เด็กคนนั้นหายป่วยด้วย เพราะชื้อพวกนี้จะติดอยู่ในร่างกาย 7-10 วัน เลยทีเดียว
ขนาดวันสุดท้ายของรอบประกัน ยังอุตส่าห์ได้ใช้ประกันอุบัติเหตุ กระโดดเล่นแล้วตกลงมา กล้ามเนื้อบาดเจ็บลูกเดินกระเผกอยู่ในบ้านจนต้องพาไปหาหมอ หมอตรวจอยู่สามนาที วิเคราะห์ว่ากล้ามเนื้อบาดเจ็บอยู่ด้านใน ต้องพักอย่าใช้แรง 7 วัน ให้ยาแก้ปวดกลับบ้าน บิลออกมา พันสี่ร้อยบาท

IMG_20170226_094411

คนใช้เงินเดือนชนเดือนจะซาบซึ้งในระบบประกันมาก เพราะมันทำให้เราไม่ต้องควักเงินก้อนจ่ายไป ไม่ต้องแบกหน้าไปยืมใคร คนยืมเงินจะเปลี่ยนเพื่อนเป็นคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ เราได้รับการดูแลอย่างดีจากโรงพยาบาลเอกชน คุณภาพสูง โดยไม่ต้องไปต่อคิวที่โรงพยาบาลรัฐบาล เพราะเรามีคนจ่ายให้ ประกันสุขภาพในเด็กมันเหมาะกับคนที่ยังไม่รวย ถ้าคุณมีพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่รวย หรือคุณหาเงินได้เยอะ มีเก็บเหลือเฟือ ก็ไม่ต้องสนใจประกันสุขภาพก็ได้ แต่คนเงินน้อย การทำประกันสุขภาพนี่แหละที่ช่วยให้เราเลี้ยงลูกได้อย่างไม่ทุกข์ใจมาก ผมไม่ได้บอกว่าประกันดี แต่มันช่วยให้เราไม่ทุกข์มาก เพราะเราจ่ายล่วงหน้าจำนวนไม่มากให้กับประกัน แล้วประกันก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้เราตอนที่เราต้องการ ยิ่งเดี๋ยวนี้ประกันสุขภาพสามารถผ่อนได้ด้วย จะผ่อน 10 เดือน หรือ 12 เดือนก็เจรจาได้ ไม่มีดอกเบี้ย แล้วพอเด็กอายุเข้าสู่ปีที่ 6 เบี้ยประกันจะลดราคาลงไปเกือบครึ่งในการคุ้มครองดีเท่าเดิม ก็คงอุดหนุนกันต่อไปครับ

IMG_5027

ติดต่อคนขายประกันใกล้ตัวคุณ แล้วให้เขาเลือกแพ็คเกจที่คุ้มครองการรักษาประมาณ 60000-100000 บาท สำหรับโรคยอดฮิตในเด็ก เพราะโรคเหล่านี้ รักษาหาย ลูกคงนอนโรงพยาบาลไม่เกิน 5 วัน ผมคิดว่าลูกเราคงไม่โชคร้ายโดนผ่าตัดใหญ่ๆ แต่ถ้าจะเผื่อผ่าตัดใหญ่ คุณต้องดูวงเงินที่ใหญ่ระดับ 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเบี้ยก็จะหลายหมื่นบาท เลือกเอาตามที่เหมาะสมครับ.

fuji-20jul-19oct2013-DSCF8253-bw

รีวิวกล้อง kodak easyshare c140 ในวันที่มันกลายเป็นของโบราณไร้ราคา

กล้องตัวนี้เป็นกล้องดิจิทัลคอมแพ็ค ตัวเล็ก ผมตั้งใจซื้อเพื่อใช้พกพา ใช้สารพัดประโยชน์ ปกติก็มีกล้อง DSLR ใช้อยู่แล้ว แต่ก็อยากมีกล้องตัวเล็กอีกสักตัวที่เอาไว้พกติดตัวตลอดเวลา และกล้องตัวนี้ต้องราคาไม่แพง หายก็ไม่เสียดาย ใช้หน่วยความจำเป็นแบบ SD card และต้องใช้ถ่าน AA เท่านั้น เนื่องจากเบื่อหน่ายกับกล้องที่ใช้แบตเตอรี่เฉพาะยี่ห้อของตัวเอง เพราะเมื่อแบตเสื่อมจะต้องเสียเงินซื้อแบตอีกเกือบพันบาท มันเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียวเมื่อเทียบกับราคากล้อง

วันนี้ผ่านมาเกือบสิบปี กล้องตัวนี้ยังคงอยู่ ก็เลยย้อนนึกถึงวันแรกที่ซื้อมันมา และก็ถือโอกาสเขียนรีวิวให้กับเจ้าตัวเล็กสักหน่อย เพราะกล้องรุ่นนี้อยู่กับผมมาอย่างยาวนาน และ มันก็ยังคงใช้งานได้ดีอยู่ถึงทุกวันนี้ และมันได้รับใช้ลูกของผมด้วย ปีนี้ลูกผมอายุ 6 ขวบ และได้ใช้กล้องตัวนี้ออกไปเที่ยวกันเต็มทริป พ่อกับแม่มีรูปคู่กันจากกล้องคอมแพ็คตัวนี้ด้วย

IMG_20141226_214855

กล้อง kodak c140 มีสัญลักษณ์ Youtube บนตัวกล้องด้วย เจตนาให้ถ่ายวิดีโอแล้วอัพโหลดเข้าสู่ youtube ได้ง่ายๆ ผมจำได้ลางเลือกนว่า มีซอร์ฟแวร์ของกล้องแถมมาด้วย และซอร์ฟแวร์แถมมีคำสั่งพื้นฐานในการก็อปปี้ภาพลงคอมพิวเตอร์ รวมถึงเลือกไฟล์วิดีโอเพื่อส่งเข้าสู่ youtube แต่ในการใช้งานตลอดหลายปี ผมไม่เคยใช้ซอร์ฟแวร์แถมตัวนี้เลย เพราะใช้วิธีถอดแผ่นหน่วยความจำมาก็อปปี้ลงเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก

IMG_8296

ขนาดกล้องเล็กใส่กระเป๋ากางเกงได้พอดี ผมมีโอกาสเจอ accessory น่าใช้ชิ้นหนึ่งคือ ฝาขวดน้ำที่มีหัวบอลเอาไว้ติดกล้องถ่ายรูป ก็เอามาลองติดใช้งานเล่นๆ จะเห็นว่ากล้องขนาดเล็กมาก

100_0002

นี่คือภาพที่ทดลองกล้องในวันที่ซื้อออกจากร้าน ผมซื้อกล้องตัวนี้ที่งานโฟโต้แฟร์ปี 2009 ซึ่งผ่านมาถึงวันนี้ มันกำลังจะอายุครบ 10 ปีพอดี

100_1470
100_1320
100_1135
100_1212
100_0991

คุณภาพของภาพออกมาก็ถือว่าพอใช้งานได้ ในยุคที่มือถือยังถ่ายภาพไม่สวยนัก กล้องคอมแพ็คตัวเล็กสักตัวก็ให้ภาพที่ดีกว่ามือถือทุกตัวในท้องตลาด และมันก็เป็นจริงอยู่อย่างนั้นหลายปี ต้องรอจนถึงช่วงที่ iphone 4 วางตลาด มือถือกับกล้องคอมแพ็คก็มีคุณภาพสูสีกัน และตั้งแต่ iphone5 เป็นต้นไป คุณภาพของมือถือก็เริ่มแซงกล้องคอมแพ็คเล็กๆไปแล้ว จนทำให้จุดจบของกล้องคอมแพ็คราคาถูกก็มาถึงในเวลาไม่นาน

100_0478
100_0520

ผมใช้ c140 ติดตัวไปดูคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ ภาพงานตอนกลางคืนก็พอยอมรับได้ ถ่ายติด และให้ภาพที่ดูรู้เรื่อง เหตุที่ใช้กล้องตัวเล็กก็เพราะอยากจะใช้เวลากับบรรยากาศและเสียงเพลง ไม่ได้อยากจะเป็นช่างภาพที่คิดแต่เรื่องภาพสวย เพลงเพราะๆ อากาศเย็นสบายเป็นสิ่งที่ผ่อนคลาย ก็เลยเลือกกล้องตัวเล็กไปแทน DSLR แล้วก็ใช้มันตลอดงาน

100_0589
100_0613

ภาพตอนกลางวันเป็นของง่ายของกล้องถ่ายรูปแทบทุกตัว ถ้าอากาศดี ท้องฟ้าสดใส แดดออกชัดเจน ภาพก็จะสวยเสมอไม่ว่าจะถ่ายด้วยกล้องอะไร

100_0663
100_0670
100_0719

แผงขายผลไม้ข้างถนนก็เต็มไปด้วยสีสรร การหยิบกล้องตัวเล็กออกมาถ่ายก็ทำได้ง่าย เร็ว และดูไม่เอิกเริก แม่ค้าไม่ไล่ ไม่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อของจากร้านเขา รูปผลไม้กองกันเต็มร้านก็ลองถ่ายใกล้ๆให้ดูเป็นงานลวดลายหรือ texture ภาพพุทราก็ดูสวยดี องุ่นสีม่วงก็มีสีสรรที่ใกล้เคียงกับตาเห็น จบงานเที่ยวคอนเสิร์ตด้วยกล้องตัวเล็กๆ ราคาไม่แพง หายก็ไม่เสียดาย

ต่อไปนี้เป็นภาพที่ลูกเป็นผู้ถ่าย บางภาพก็สวย บางภาพก็เบลอ

100_3775
100_3734
143_2190

การใช้งาน mi router 3 โหลดบิท

IMG_20180402_233911

mi router 3 เป็นตัวปล่อย wifi ในบ้านที่มีราคาย่อมเยาแต่สเป็คสูงและความสามารถสูงมาก ราคาขายในเมืองไทยอยู่ในระดับ 1050-1200 บาท แล้วแต่ร้านค้าและเว็บที่ขาย  ผมซื้อมาใช้แทน wifi ในบ้านที่ใช้ของแถมจากผู้ให้บริการอินเทอเน็ตมาตลอด  พอได้ mi router 3 มาก็เสียบสายแลนเชื่อมเข้า modem ตัวที่ต่ออินเทอเน็ต  แล้วก็ตั้งค่าให้ปล่อยเป็น wifi ซึ่งมีระดับความถี่ wifi ให้ใช้ถึง 2 ย่าน คือ 2.4 และ 5Ghz

IMG_20180402_233844

router 3 ยังมีช่องให้เสียบสายแลนอีก 2 ช่อง  มี่อง usb ให้เสียบฮาร์ดดิสก์ external ได้

original-xiaomi-mi-router-3

ดูการเชื่อมสายต่างๆตามภาพด้านบนนี้ได้เลย.

ScreenClip

wifi router ตัวนี้มีช่อง usb สามารถเสียบฮาร์ดดิสก์ได้ ทำให้เรามีระบบเก็บภาพส่วนกลาง อุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมต่อเข้ากับ wifi router ตัวนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ได้. ใช้เก็บภาพ เก็บหนัง เก็บเพลงก็ได้. การเข้าถึงก็ต้องอาศัยลงโปรแกรมเพิ่ม. ถ้าใช้คอมฯ ก็โหลดโปรแกรมมาติดตั้ง ถ้าใช้มือถือก็โหลด app มาติดตั้ง.   ในหน้าการจัดการ router มันบอกเราว่า มันสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ด้วย ซึ่งมันก็คือการโหลดบิทนั่นเอง.   กดที่ปุ่มdownload client ก็จะเข้าสู่หน้าต่อไป

ScreenClip

กดปุ่มโหลด เราจะเข้ามาพบหน้าที่เราอ่านไม่ออก ดูจากภาพก็เดาว่าคงเป็นซอร์ฟแวร์เอาไว้ติดตั้งในอุปกรณ์. ผมจะโหลดซอร์ฟแวร์มาลงในเครื่อง pc ระบบ windows ผมก็เลือกซ้ายบนเลย กดปุ่มแล้วมันก็เริ่มโหลดไฟล์

ScreenClip

เมื่อโหลดเสร็จก็จะขึ้นเป็นชื่อไฟล์ นามสกุล .exe ในเครื่องเรา จากภาพจะเห็นว่า ผมโหลดซ้ำมา 4 ครั้งแล้ว ไฟล์ชื่อ xqpc_client.exe คือไฟล์ที่ต้องการ  ผมโหลดซ้ำ 4 ครั้งมันเลยตั้งชื่อเป็น xqpc_client (4).exe ให้  ได้มาแล้วก็กดดับเบิ้ลคลิกเพื่อ install เลย. เมื่อติดตั้งเสร็จ ก็เปิดทำงาน จะเห็นเป็นโปรแกรมหน้าต่างเล็กๆขึ้นมา  เราต้อง login.    และอย่าลืมว่า เราต้องเสียบฮาร์ดดิสก์ usb ที่ช่อง usb ของ router ด้วยนะครับ. ในการใช้งานของผม ผมลงเสียบด้วยทรัมไดร์ฟ 16 g เอาไว้ทดสอบ

30043

เข้ามาที่การทำงานโปรแกรม  ดูงงๆ และไม่มีคำอธิบายอะไร ก็กดที่รูปเครื่องหมาย +. มันจะเป็นการเพิ่มไฟล์เข้าไปในโปรแกรม  เมนูภาษาจีนขึ้นมาถาม อ่านไม่ออก ผมก็กดมั่วไป มันก็จะไปให้เราเลือกไฟล์ ในช่องชื่อไฟล์มันขึ้นเป็น.torrent  ก็เลยเข้าใจในบัดดลว่ามันจะโหลดบิทแทนเรา.  ก็เลยหาไฟล์ torrent มาให้ซะ. ผมไปโหลดไฟล์ torrent จากเว็บที่ปล่อยระบบปฏิบัติการ linux ตระกูล mint มา. ก็เลือกไฟล์นี้ให้ router. ชื่อไฟล์ที่ถูกโหลดก็แสดงในหน้าโปรแกรม และขึ้นแถบสถานะการโหลด. ไม่กี่นาที ไฟล์ก็เริ่มวิ่ง ไชโย มันโหลดบิทแทนเราได้แล้ว ไฟล์ที่โหลดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ที่เสียบกับ router

mi router3 มีความสามารถสูง มากเมื่อเทียบกับ router เมื่อ 5 ปีก่อน ในราคาแค่พันต้นๆ ผมถือว่าคุ้มค่ามาก. router เปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน มันก็ควรจะเพิ่มความสามารถในการโหลดบิทด้วย จะได้ไม่ต้องเปลืองเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง. เพราะหากจะตั้งคอมฯเอาไว้โหลดบิท ผมรู้สึกมันเปลืองพลังงานมากเกินไป  สิ่งที่อยากให้มีต่อไปก็คือ ให้เพิ่มความสามารถในการขุดบิทคอยด้วยจะดีมาก ดูเพ้อเจ้อ แต่ใครจะรู้ วันนี้เราใช้ router โหลดบิทแทนคอมฯได้แล้ว ทั้งที่ 15 ปีที่แล้วเรายังทำไม่ได้

จบรีวิวครับ

รีวิว tivoli model2

2018-02-23 06.52.10 1

ผมกำลังนั่งฟังเพลง jazz  มีแซ็กโซโฟน เปียโน เบส กลอง เล่นกันนุ่มๆ ล่องลอย ถ้าแทนด้วยภาพผู้หญิงสักคน ก็คงเป็นผู้หญิงที่กำลังเต้นบัลเล่ย์ช้าๆ   เสียงโอบล้อมผ่านออกมาจากลำโพง 1 คู่  ลำโพงฟูลเร้นจ์คู่นี้จัดวางบนโต๊ะทำงาน  ดอกลำโพงแค่ 3 นิ้ว กับตู้ไม้ที่ใหญ่พอๆกับกล่องใส่กระดาษทิชชู่  และนี่คือลำโพงในชุดเครื่องเสียงยี่ห้อ Tivoli  รุ่น model 2

Model 2 เป็นเครื่องเสียงพร้อมวิทยุ fm am ที่เป็นชุดใหญ่กว่า Model 1 โดยจะมีลำโพงมาให้ 2 ตัว เพื่อเปิดเป็นเสียงสเตอริโอ  เสียงดนตรีเต็มวง เต็มย่านความถี่ ถูกขับออกมาจากลำโพงวางหิ้งหรือวางบนโต๊ะแม้ลำโพงจะขนาดเล็ก  แต่น้ำเสียงและสมดุลย์เสียงทัดเทียมกับลำโพงตัวใหญ่ แนวเสียงเหมือนหูฟังชั้นดี  การจัดวางบนโต๊ะทำงานแล้วไปนั่งฟังระหว่างทำงาน ทำให้เราได้รับคุณภาพเสียงระดับยอดเยี่ยม  เพราะเรากำลังฟังระยะใกล้  ระยะห่างระหว่างลำโพงสองตัว กับระยะห่างของหูจากลำโพงทั้งคู่เกือบจะเท่ากัน  มันแทบจะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าเลย  ซึ่งเป็นวิธีจัดวางที่ใกล้เคียงอุดมคติของการฟังเพลงของนักฟังระดับหูทอง

2018-02-07 05.06.14 1

Model 2 ให้ความใกล้เคียงอุดมคติหลายอย่าง  อย่างแรกคือ ระยะจัดวางบนโต๊ะที่เพิ่งกล่าวไป มันเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการฟังเพลงผ่านลำโพงระบบสเตอริโอ  อุดมคติที่ 2 คือ ดอกลำโพงฟูลเรนจ์ที่ให้เสียงย่านต่ำไล่ไปเสียงสูงที่ราบลื่นต่อเนื่อง  ไม่ต้องมีวงจรแบ่งความถี่  ไม่ต้องกังวลเรื่องทวิตเตอร์กับวูฟเฟอร์ว่าจะต้องทำงานร่วมกันหรือทับซ้อนกันอย่างไร  และอุดมคติที่ 3 คือ ลำโพงและภาคขยายเสียงหรือ amp เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาคู่กัน  ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวที่สุด มันต่างชดเชยช่วยเหลือกันเองจนมันได้เสียงที่ลงตัว  มันเหมือนเป็นชุดเครื่องเสียงสำเร็จรูปหรือมินิคอมโปคุณภาพสูง    เป็นคุณภาพสูงสุดเท่าที่การออกแบบทางวิศวกรรมจะให้ได้บนงบประมาณและขนาดตัวที่จำกัด

IMG_20180207_142702

Model 2 เป้นดอกลำโพงฟูลเร้นจ์ที่ให้เสียงครบทุกย่านความถี่  ตั้งแต่ทุ้มต่ำสุด ไปจนเสียงสูงย่านแหลมสูงๆ  ความต่อเนื่องคือจุดเด่น แต่จุดด้อยที่ตามมาก็คือ มันไม่ใสเท่าลำโพงแยกทวิตเตอร์ ทั้งแบบ 2 ทาง 3 ทาง หรือกี่ทางก็ตาม  อีกจุดด้อยหนึ่งก็คือ เบสลึก ปริมาณเบสมหาศาลแบบวูฟเฟอร์ใหญ่ๆมันไม่มีให้ Model 2 มีเพียงเบสที่ห่อหุ้มรองเป็นฐานให้กับโน้ตต่างๆ นั่นทำให้สมดุลย์เสียงของลำโพงออกไปทางกลมกล่อม พอเพียงและฟังได้เรื่อยๆ

2018-03-02 08.26.14 1

Model 2 มีความน่าฟัง  เสียงย่านทุ้ม กลาง แหลม ผสมกันออกมาลงตัว  มันพอดีจนเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร  ผมไม่คิดจะขอให้ Tivoli ทำลำโพง 2 ทางออกมาแทนฟูลเร้นจ์แบบนี้  เพราะสิ่งที่มีอยู่เราได้ยินกับหูแล้วว่าคุณภาพเท่านี้ ในราคาเท่านี้ มันน่าพอใจมากๆ

เสียงกลางโดดเด่น การฟังรายการข่าว รายการทอล์ค หรือ เสียงคนในเนื้อหาต่างๆเป็นเสียงพูดที่ฟังง่าย ได้ยินชัดเจน เพลงร้องก็มีความไพเพราะมากขึ้นจากเสียงกลางที่ชัด  การส่งเสียงคนออกมาจากลำโพงคู่นี้ทำได้อย่างน่าฟัง  ผมแอบนึกถึงแนวเสียงของลำโพง Roger LS 3/5 ที่ให้โทนเสียงกลางคล้ายกันมาก  แต่ความใสจะสู้ไม่ได้ เพราะ roger เป็นลำโพง 2 ทางนั่นเอง

ค่าตัว Model 2 ประมาณ 9000 บาท ถ้าหาส่วนลด รอราคาเคลียร์แลนซ์ ก็อาจจะทำให้ราคาจ่ายจริงเหลือแค่ 50% ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจ  ในราคาเท่านี้เราจะได้ลำโพง + แอมป์คุณภาพดี  ได้วิทยุที่รับคลื่นได้ชัดเจนมาก  ซึ่งในตลาดเครื่องเสียงไม่น่ามีเครื่องรับวิทยุเครื่องไหนที่รับสัญญาณ fm ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว ยกเว้นเครื่องของ Tivoli เอง

IMG_20180207_142829

ช่องเชื่อมต่อด้านหลังหลากหลาย  เปิดโอกาสให้ Model 2 ถูกนำไปใช้ได้สนุกสนาน  มันมี sub out เอาไว้ต่อซับวูฟเฟอร์  มี Aux เพื่อรับสัญญาณเพลงจากเครื่องเล่น หรือรับเสียงจากคอมพิวเตอร์           มีช่องหูฟังเพื่อฟังแบบไม่รบกวนใคร  มี balance เพื่อปรับเสียงซ้ายขวาให้สมดุลย์  มีช่องต่อเสาอากาศภายนอกเพื่อเพิ่มคุณภาพการรับสัญญาณ มีช่องรับไฟเลี้ยงแบบ 12v dc สามารถใช้กับอแด๊ปเตอร์ได้   และช่องรับแบบ 220V ac หรือไฟบ้าน

คุณภาพการรับสัญญาณ  fm อยู่ในเกณฑ์ดี  ลูกบิทปรับคลื่นเป็นลักษณะการหมุนแบบทดรอบมีอัตราส่วนการหมุนอยู่ที่ 5:1  นี่ทำให้การเลือกคลื่นทำได้สะดวกแม่นยำมาก  การเลือกสถานีที่จะฟังจะมีระยะหมุนที่กว้าง ทำให้การแยกแยะแต่ละสถานีค่อนข้างเด็ดขาด ความชัดเจนในการฟัง fm เทียบได้กับการฟังในรถยนต์  แต่ได้น้ำเสียงที่ไพเราะชวนฟังระดับเครื่องเสียงไฮเอนด์

2018-03-02 08.26.11 2

ผมใช้ model 2 บนโต๊ะทำงาน  ใช้เปิดเพลงเป็นหลัก  ผมเชื่อว่าการเลือกใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็น่าจะดี เราจะได้ฟังเพลงผ่านคอมฯได้เพราะๆ   ส่วนคนทำดนตรีหรือ งานตัดต่อวิดีโอก็เหมาะ  หรือแม้แต่จะวางหน้า TV ใช้แทน sound bar ก็น่าสนใจ  มันสามารถเปิดเพลงเสียงดังได้  ฟังเสียงคนจากลำโพงคู่นี้ถือเป็นงานเหมาะที่สุด  มันเหมาะมากสำหรับคนชอบฟังข่าวและรายการสัมภาษณ์ต่างๆ

รีวิว tivoli model 1 bluetooth วิทยุเสียงดี หน้าตาดีมาก

IMG_7231

ผมเป็นคนที่หลงใหลลำโพงมานานแล้ว ขอให้เป็นลำโพงที่สามารถเปิดเพลงได้ หากมันมีจุดเด่นบางอย่างก็ทำให้ผมหลวมตัวซื้อได้ไม่ยาก สมัยก่อนการเล่นเครื่องเสียงจะมีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว คือต้องมีเครื่องเล่นเพลงซึ่งมักจะเป็นเครื่องเล่นซีดีหรือแผ่นเสียง แล้วก็ต้องมีแอมป์ ซึ่งเมื่อก่อนก็จะมีอินทิเกรตแอมป์ที่รวมปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ไว้ด้วยกัน กับอีกแบบคือ ปรีแอมป์+เพาเวอร์แอมป์เป็นชุดแยกชิ้น และสุดท้ายก็ต้องต่อกับลำโพงสักคู่หนึ่ง

การจะหาเครื่องเสียงที่ให้เสียงถูกใจ เราต้องมีเครื่องเล่น เครื่องขยายเสียง และลำโพงโดยที่ 3 อย่างนี้จะต้องเลือก ต้องคัด ต้องหา กว่าจะเจอสิ่งที่ลงตัว จนกว่าจะเจอสิ่งที่ถูกใจซึ่งใช้เงินเยอะและใช้เวลามหาศาล แต่ถ้าคุณรวยมาก มันก็แป๊ปเดียวเจอ ซึ่งผมไม่ใช่ และเมื่อได้เครื่องเสียงครบทุกชิ้นผมก็ใช้งานมันอยู่หลายปี จนโลกเราเข้าสู่การฟังเพลงรูปแบบใหม่ ซีดีขายไม่ได้ เครื่องเล่นซีดีแทบไม่ได้เปิดอีกเลย ผมเปลี่ยนไปฟังเพลงจากไฟล์ และฟังเพลงจากอินเทอเน็ต นั่นทำให้ชุดเครื่องเสียงเดิมหรือแผ่นไม่ค่อยได้ใช้ และเป็นที่มาของการใช้ลำโพงบลูทูธ ซึ่งเป็นลำโพงที่สามารถรับสัญญาณเสียงไร้สายจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือต่างๆได้นั่นเอง

ลำโพงตัวนี้ เป็นเครื่องรับวิทยุยี่ห้อ Tivoli ที่ได้ผลิตขายมาหลายปี รุ่นที่สร้างชือให้ Tivoli ก็คือรุ่น model1 ซึ่งเป็นเครื่องรับวิทยุ fm am ระบบมือหมุน ที่ออกมาขายในยุค mp3 และ ipod iphone เกลื่อนเมือง แต่ก็ขายได้แถมยังขายดีเสียด้วย และจากความนิยมในการใช้มือถือมีมากขึ้นจนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของคนไปแล้ว การฟังเพลงจากมือถือเป็นสิ่งที่ต้องมี และของติดบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมีก็คือ ลำโพงบลูทูธ Tivoli เลยใส่บลูทูธไว้ในเครื่องรับวิทยุของตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นเครื่องรับวิทยุรุ่น model1 bluetooth

IMG_7226

ก่อนหน้านี้หลายปี ผมเคยลังเลใจระหว่างการซื้อวิทยุหน้าตาโบราณ ระหว่าง TEAC R1 กับ Tivoli model1 และสุดท้ายก็ไปเลือก R1 ด้วยเหตุผลสองอย่างคือราคาถูกกว่า และมีแบตเตอรี่ในตัว และก็ใช้ TEAC R1 มานานหลายปี และก็ยังคงสงสัยว่า TEAC R1 กับ Tivoli Model1 ตัวไหนเสียงดีกว่ากัน ซึ่งก็ไม่เคยมีโอกาสได้เทียบเลย เพราะร้านที่ขาย TEAC R1 ไม่มี Tivoli วางขาย และในเวลาไม่นาน TEAC ก็หมด ไม่มีผลิตขายอีก แต่ Tivoli ยังมีขายอยู่อย่างต่อเนื่อง

เวลาเดินผ่านในห้างแล้วได้ยินเสียงที่ Tivoli ส่งเสียง มันก็ทำให้ผมหยุดมอง หยุดฟังอยู่แทบทุกครั้ง วันที่ Tivoli ใส่บลูทูธรวมไว้ในเครื่องก็ทำให้ตื่นเต้นอยู่พอสมควร แต่ก็ยังไม่กล้าซื้อ จนวันนึงได้ยินเสียงรายการวิทยุที่เจ้า model1 bluetooth มันส่งเสียงอยู่ ผมฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเปิดจากมือถือ ผ่านบลูทูธ โดยใช้เพลง mp3 สักเพลง แต่พอถามพนักงานขาย พนักงานบอกว่ามันกำลังเปิดวิทยุอยู่ เท่านั้นแหละ โอ้โห ทำไมเสียงมันดีเหมือนเปิดจากไฟล์ขนาดนี้ เป็นเสียงจากวิทยุที่ผมไม่เคยได้ยินคุณภาพแบบนี้มาก่อน นั่นทำให้ Tivoli model1 bluetooth อยู่ใน wish list แต่ก็งก ไม่ซื้อ เพราะ ที่บ้านมีวิทยุอยู่ประมาณ 10 เครื่อง ไม่รวมมือถือ android ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุได้ด้วยอีกหลายเครื่อง

IMG_7232

ความคันไม่ปราณีใคร และวันหนึ่งมันก็มาอยู่ในบ้านผมจนได้ มาดูสเป็คกันดีกว่า

  • model 1 bluetooth สามารถรับสัญญาณวิทยุ fm และ am
  • รับสัญญาณ input ได้ทางช่อง aux
  • สามารถเสียบหูฟังได้
  • มีช่อง rec out เพื่อต่อไปยังเครื่องขยายเสียงหรือเครื่องบันทึกเสียงอื่นๆ
  • สามารถเสียบสายเสาอากาศ am ได้ทางช่อง 3.5mm
  • สามารถเสียบเสาอากาศ fm แบบชักยืดหดได้ทางช่องเฉพาะ เป็นเสาเหล็กที่มีแจ็คเสียบ ซึ่งเสาภายนอกก็มีแถมมาให้ด้วย
  • มีสวิตซ์เลือกการใช้เสาอากาศเพื่อรับสัญญาณ fm ว่าจะใช้เสาในเครื่อง หรือเสานอก ลำพังความสามารถในการรับคลื่นด้วยเสาภายในก็ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่หากมีบางคลื่นที่ยังรับได้ไม่ชัดเต็มที่ การเปลี่ยนมาใช้เสาภายนอกก็ช่วยให้รับได้เด็ดขาดมากขึ้น
  • สามารถเลือกใช้ไฟบ้าน 220V เสียบเข้าไปโดยตรงก็ได้
  • สามารถใช้ไฟ 12V จากอแด๊ปเตอร์ ก็สามารถทำได้ เพราะอแด๊ปเตอร์ 12V ในบ้านก็หาไม่ยาก ใครที่มีฮาร์ดดิสก์ external เก่าๆที่พังหรือความจุน้อยจนเลิกใช้ ก็จะมีของเหลือเป็นอแด๊ปเตอร์อยู่ในบ้าน หยิบมาใช้ได้เลย

ความสามารถในการรับคลื่นวิทยุของ Tivoli ทำได้ดีมาก ส่วนใหญ่ทุกคลื่นฟังได้อย่างชัดเจน และเลือกแต่ละสถานีได้ง่าย รอบหมุนของการหาคลื่นทำได้ละเอียดดีมาก จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของ Tivoli คือลำโพงติดเครื่องที่เป็นแบบฟูลเร้นจ์ หรือเป็นลำโพงที่ตอบสนองความถี่ได้กว้างมากทั้งๆที่ขนาดแค่ 3 นิ้ว น้ำเสียงกลางโดดเด่น และมีการจูนเสียงของดอกลำโพงรวมกับตู้ลำโพงที่ให้น้ำหนักเสียงที่มีเสียงเบสที่ชัดเจนและให้แนวเสียงที่อิ่มเกินตัว ฟังเพลงที่บันทึกเสียงมาดีๆแค่นาทีเดียวก็ใจละลายแล้ว เสียงโฆษก เสียงดีเจ เสียงพูดของคนทำให้ผมนึกถึงลำโพงอย่าง roger LS3/5 ที่มันฟังเพลิน เป็นเสียงพูดเสียงคนที่น่าฟังมาก

การนำ Tivoli มาฟังดนตรีต่างๆก็เป็นเรื่องปกติของลำโพง เสียงเพลงป๊อป เสียงเพลงแจ๊ส เสียงเพลงอคูสติกก็ถูกจริต ถูกงาน ถ่ายทอดออกมาได้น่าฟัง เสียงเบสที่ห่อหุ้มเป็นฐานของเสียงทั้งวงก็มีให้ฟังแบบพอดีๆ ซึ่งหากย้อนไปสักสิบปี การที่เราจะฟังเสียงทุ้มที่อิ่มเอิบขนาดนี้ต้องไปหาจากลำโพง 2.1 หรือ ซับวูฟเฟอร์ หรือไม่ก็ไปหาจากลำโพงฟังเพลงที่ใช้วูฟเฟอร์ระดับ 6-8 นิ้วขึ้นไป กับดอกฟูลเร้นจ์แบบ Tivoli 3 นิ้วนี้ ทำให้ประหลาดใจ และพอใจอย่างมาก

แล้วผมก็ได้โอกาสทดสอบ TEAC R1 กับ Tivoli model1 bluetooth ว่าใครเสียงดีกว่ากัน ผมเลือกเปิดสถานนีที่กำลังถ่ายทอดเสียงพูดคุย เพราะผมชอบฟังรายการทอล์คที่เสียงชัดๆ เปิดคลื่นเดียวกัน ปรับเสียงทดสอบให้ดังใกล้เคียงกัน แล้วก็เปิดเสียงปิดเสียงเทียบกัน ก็ได้คำตอบสำหรับผมเอง นั่นคือ Tivoli ถ่ายทอดเสียงพูดได้ดีกว่า

2018-02-16_08-24-40

การจัดระบบชุดฟังเพลงให้กับ Tivoli มีความหลากหลายมาก จะวางเดี่ยวๆใช้เป็นเครื่องฟังวิทยุก็ได้ จะจัดให้มันทำงานเป็นเครื่องขยายเสียงสำหรับ ipod ก็ได้ จะจัดให้เป็นเสียง Bluetooth ของ smartphone ก็ได้ หรือแม้แต่จะใช้เป็นแอมป์หูฟัง เพราะ tivoli มีช่องต่อหูฟังด้วย ซึ่งคุณภาพเสียงของภาคขยายหูฟังก็ไม่ธรรมดา ลำพังเพียงแอมป์หูฟังที่แยกขายเพื่อให้ใช้กับหูฟังที่ขับยากๆนั้นก็ราคาหลายพันจนถึงหลายหมื่นก็มีให้เลือกซื้อ ค่าตัวของ Tivoli ตัวนี้ ซื้อแอมป์หูฟังยอดนิยมระดับกลางๆยังไม่ได้เลย

แถมคลิปทดสอบ tivoli model1 bluetooth โดยการเปิดเพลงจาก youtube ใช้ huawei p9 เชื่อมบลูทูธกับ Tivoli แล้วถ่ายวิดีโอด้วย กล้อง DSLR canon รุ่น Eos 6d ติดเลนส์ 50mmf1.4 ใช้ไมค์รับเสียงของ Zoom รุ่น H1 ต่อสายไมค์เข้ากล้องทางช่อง mic in

ทดลองฟังเพลง

ผมใช้คอมพิวเตอร์ต่อกับ usb dac ใช้ชิปถอดรหัสเสียง ESS ES9018K2Mแปลงสัญญาณเสียงเป็นอนาลอกแล้วต่อสาย rca to mini 3.5 ไปเข้ายัง Tivoli model1 ที่ช่อง Aux ก็คือใช้ Tivoli เป็นลำโพงขยายเสียงนั่นเอง เพลงของ norah jones ชุด come away with me เสียงร้องชัดๆ ฟังออกทุกถ้อยคำ เสียงเบสกลมๆเล่นคลอไปกับเปียโน ทุกเสียงได้ยินชัดเจน ตัว tivoli ไม่มีปุ่มปรับทุ้มแหลม เสียงที่ได้ยินจะคงที่สไตล์เดียว คือ ชัดและนุ่ม เสียงโซโล่เบสได้ยินทุกโน้ต อัลบั้มนี้บันทึกเสียงได้ดีน่าฟังทุกเพลง

ฟังอัลบั้มโชว์เสียงร้องผสมกีต้าร์อคูสติกก็ให้ความไพเพราะ เสียงกีต้าร์คลอๆกับเสียงร้องหวาน ใส ชัด อย่างชุด snow rose ที่เป็นเพลง cover จากเพลงฮิตมากมาย เสียงร้องมีความชัดและเรียกร้องความสนใจอยู่มาก เป็นโทนเสียงกลางที่ติดไปทางแหลมเด่นกว่าเสียงย่านต่ำ แต่ไม่ได้ใสกิ๊งราวกับแก้วใสๆ เสียงสูงยังคงด้อยกว่าลำโพงสองทางที่ใช้ทวีตเตอร์อยู่ดี แต่เสียงกลางและเบสนี่เป็นความลงตัวที่น่าใช้มาก

ฟังเพลง jazz ที่เน้นเสียงร้อง ฟังแล้วเคลิ้มทุกเพลง มันชัดถ้อยชัดคำ เหมาะกับงานที่มีเสียงอคูสติกเต็มเพลง ลองกับเพลงในอัลบั้มของ Jennifer Warnes ชุด The Hunter ก็ให้เสียงร้องที่หวานใส เสียงกีต้าร์อคูสติกเล่นเกาโน้ตชัดๆ ยิ่งเป็นเพลงแนวออดิโอไฟล์ก็ยิ่งฟังเพราะ

ลำโพงฟูลเรนจ์ให้เสียงเป็นเอกลักษณ์มาก เสียงทุ้ม กลาง แหลม มันออกมาจากลำโพงดอกเดียว น้ำหนักเสียงสมดุลย์พอดี ไม่มีเบสล้นหรือบางเกินไป การใช้งานเหมาะกับการฟังผ่านๆ หรือเปิดทิ้งไว้ทั้งวันจริงๆ เป็นลำโพงที่อยากเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

สรุป

Tivoli model1 bluetooth เป็นวิทยุพร้อมลำโพง 1 ดอกที่มีหน้าตาสวยงามสามารถใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้ และให้คุณภาพเสียงการฟังเพลงที่ดีมาก รับวิทยุได้ชัดเจน รับสัญญาณเสียงจากช่อง bluetooth ได้โดยที่มีคุณภาพเสียงที่ดีน่าฟังสูสีกับการใช้สาย และหากใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อแหล่งโปรแกรมอื่นๆทางช่องทาง Aux มันก็จะเป็นเครื่องเสียงที่ให้เสียงเป็นกลาง มีสมดุลย์เสียงที่พอดีในทุกย่านเสียง เบส กลาง แหลมมาครบ ความใสของเสียงสูงยังไม่เท่ากับลำโพงสองทางมีทวิตเตอร์ และภาพรวมก็เป็นเสียงร้องเสียงดนตรีที่น่าฟังและสามารถฟังได้นานๆ

ผมทำรีวิวแบบเสียงเอาไว้ให้ฟังด้วย เนื้อหาแตกต่างจากในโพสท์นะครับ