การเขียน content ให้ต่อเนื่อง 10ปี

การเขียน content ให้ต่อเนื่อง 10ปี  และนำไปสู่การรวมเป็นเล่มหนังสือได้ถ้าอยากทำ

การเขียนเป็นการแสดงความคิดเห็น  เป็นการบันทึกความคิดของเรา บ่งบอกว่าเรามองโลกอย่างไร มีทัศนคติอย่างไรในช่วงเวลาที่เราเขียน

การเขียนบทความที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเขียนให้ต่อเนื่องยาวนาน  มีความสม่ำเสมอ จนกลายเป็นคลังความรู้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่า   มี 2 ปัจจัยที่จำเป็นคือ ข้อ1 ความหลงใหลในการเขียนต้องมีมากพอ และ ข้อ2 ต้องเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการเขียน

pexels-picjumbocom-210661

เครื่องมือการเขียนที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้การเขียนเป็นไปอย่างง่ายดายก็คือ เครื่องมือที่ทำให้เราเขียนได้ง่าย บันทึกได้ง่าย  และถ้าสามารถแสดงผลได้สวยงามบนทุกสายตายิ่งดี  นั่นก็คือเครื่องมือออนไลน์  เพราะคนอ่านจะอ่านได้จากโทรศัพท์มือถือ  คอมพิวเตอร์ แท็บเบล็ต  และการเขียนเป็นดิจิทัลไฟล์ในออนไลน์ยังง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ และง่ายต่อการรวบรวมไปทำเป็นเล่มอีกด้วย

การจดบันทึกลงเล่มไดอารี่หรือสมุดในอดีตเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียน  การเขียนจากสิ่งที่สังเกตุเห็น เขียนบันทึกความคิด  เขียนเพื่อตอบคำถาม  ต่างเป็นจุดที่ทำให้เกิดเป็นบทความ  แต่การเขียนบนกระดาษ ก็จะมีข้อจำกัดคือ แก้ไขลำบาก  ลายมือไม่คงที่  และนำไปเผยแพร่ลำบาก  และส่วนมากไม่สวยในเวอร์ชั่นแรกที่เริ่มเขียน

การจดเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมไมโครซอร์ฟเวิร์ด ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ง่ายขึ้น  เรียบเรียงง่าย  พิมพ์ผิดก็แก้ไขง่าย  แต่ก็จะยังคงเผยแพร่ไม่สะดวก  ส่งให้คนอ่านเป็นร้อยเป็นพันไม่ได้    และหน้าตาก็ยังไม่น่าอ่าน ยังไม่รวมการจัดหมวดหมู่ที่ทำได้ยากอีกด้วย

การจดบันทึกบนระบบออนไลน์เป็นคำตอบที่ดีในปัจจุบัน  เพราะจะทำให้เราสามารถเขียนจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้  จะใช้โทรศัพท์มือถือก็ทำได้ถ้าชำนาญ  แต่ก็ต้องคิดถึงระบบหรือแพล็ตฟอร์มที่เราเลือกเขียนด้วย  การเลือกเขียนลงเฟสบุ๊คแม้จะมีพื้นที่การเขียนแบบยาวได้   แต่ก็จะมีข้อเสียก็คือ บทความของเราจะมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย  ย้อนกลับไปแก้ไขบทความเก่าลำบากมาก หรือ อาจหาไม่เจอ  ในบางครั้งเราอาจโดนแฮ็คหรือขโมย account  การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวเก็บข้อมูล จะมีความเสี่ยงต่อการโดนปิด  โดนขโมย  หรืออาจจะทะเลาะกับเจ้าของแพลตฟอร์มแล้วเราถูกปิด 

pexels-canva-studio-3153199

เราจึงควรเขียนบทความลงเว็บไซต์  เพราะเว็บไซต์มีความเป็นอิสระมากกว่า  แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้วก็จะปิดยากมาก  เพราะกฏระเบียบทุกอย่างของเว็บไซต์เป็นของเราเอง  เราจะไม่โดนรีพอร์ต จะไม่โดยแจ้งว่าน่ารำคาญ   ต่อให้เราโกหกอะไรไว้ในเว็บของเราก็ไม่มีใครมาสั่งปิดได้  ขอเพียงแค่บทความไม่ผิดกฏหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของใคร บทความนั้นก็จะคงกระพัน อยู่บนเว็บไซต์รอคนเข้ามาอ่านแทบจะตลอดไป

การเขียนในเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้ระบบของ wordpress เพราะว่าเป็นเครื่องมือการทำ content ที่เหมาะกับการทำเป็นเว็บไซต์  ดังที่เราจะเห็นว่ามีสำนักข่าวจำนวนมากใช้ระบบของ wordpress ในการสร้างช่องทางในออนไลน์ 

การเขียนบทความใน wordpress มีข้อดีดังนี้

1 เขียนจากคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ที่เชื่อมต่อกับอินเทอเน็ต

2 เขียนจากโทรศัพท์มือถือก็ได้  ถ้าขยันพิมพ์ยาวๆด้วยโทรศัพท์ ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือเขียนได้

3 เราสามารถเลือกวิธี ส่งอีเมลแล้วไปโผล่เป็น content ใน wordpress ได้

4 wordpress มี theme จำนวนมากให้เลือก ใช้  เลือกหน้าตา เลือกเลย์เอ๊าท์สวยระดับมืออาชีพได้เลย

5 แต่ละโพสท์ที่เขียนใน wordpresss มีตัวนับยอดวิวแยกแต่ละโพสท์เลย  โพสท์ไหนนิยมมากเราจะรู้

6 สามารถจัด category ได้อิสระ  ใส่ tag หรือ keyword ได้ละเอียด  จัดหมวดหมู่อัตโนมัติ

7 หน้าตาสวยงาม คนอื่นเข้ามาอ่านได้จากอินเทอเน็ต ไม่จำกัดแพลตฟอร์ม เหมาะกับเว็บสำนักข่าวและใช้เป็นเว็บรวมรวมความรู้ได้

8 สามารถแบ็คอัพได้ง่ายและสามารถนำไปขึ้นระบบอื่นได้ง่ายเช่นกัน บทความเราไม่ตายแน่นอน

9 สามารถปรับปรุงบทความได้ตลอดเวลา  แม้เวลาหลายเดือนผ่านไปก็ยังกลับไปอัพเดทข้อมูลในบทความเก่าได้

10 การรวมเล่มทำได้ง่าย  หากเรามีบทความยาวเกิน 10 บทความ ก็พร้อมจะทำเป็นเล่มแล้ว

11 ทุกบทความเป็นตัวหนังสือ ทุกคำคือคีย์เวิร์ด บางทีเราไม่ต้องใส่tag กูเกิ้ลก็ยังหาเราเจอ

12 มีการรวบรวมสถิติการเขียนบทความ เห็นอัตราการเจริญเติบโตอย่างเข้าใจง่าย ช่วยให้พัฒนาตัวเองได้

13 มีเครื่องมือที่ทันสมัย  โลก online เราฮิตความสามารถอะไร wordpress จะมีซัพพอร์ต เสมอ

14 บทความใน wordpress สามารถนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดียอื่นๆได้ง่าย

ลองปรับภาพให้ได้โทนเท่ห์ๆแบบฝรั่ง

ภาพนี้เป็นภาพสมัยที่ลูกผมอายุ 3 ขวบ และบ้านเราก็หอบหิ้วกันไปเที่ยวญี่ปุ่น ลูกตัวเล็กน่ารัก กำลังนั่งมองการ์ตูนในแท็บเบล็ตที่เราพกไว้สำหรับใช้ถ่วงเวลา เวลาที่งอแงหรือกินอะไรยากเย็น แสงสว่างตอนเช้าส่องเข้าที่หน้าต่าง แดดยังไม่แรง ความสว่างในระยะเริ่มต้นวันใหม่กำลังสวย เลนส์ efm 22f2 เป็นเลนส์ที่ใช้อยู่บนกล้อง canon eos m1 ซึ่งเป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกของ canon

ผมถ่ายภาพนี้ด้วย setting แบบ jpg+raw และตั้งค่าการถ่ายเป็น Av f2 ตั้งค่าให้กล้องไม่ต้องชดเชยขอบมืด เพราะเจตนาอยากได้ภาพที่ขอบมืดเล็กน้อย กลางภาพสว่างจะดูเด่นขึ้น ส่วนค่า White balance ก็ตั้งไว้ที่ Auto ซึ่งกล้องก็ทำงานได้ภาพที่ดี รูรับแสง F2 ทำให้นายแบบดูคมชัดและด้านหลังที่เป็นกำแพงก็ดูเบลอไปเล็กน้อย ชัดตื้นระดับแค่คนชัดข้างหลังเบลอเป็นลักษณะภาพที่สวยและต้องการอุปกรณ์ที่ดีระดับหนึ่ง เพราะหากเป็นเลนส์ที่รูรับแสงไม่กว้างมากก็ยากที่จะได้ภาพที่มีความเบลอด้านหลังแบบนี้

IMG_8995
dpp-japan2015t-IMG_8995

ในตอนเดินทางเราพบเหตุการณ์อะไร มีอะไรน่าสนใจ เราก็ถ่ายภาพเก็บไว้เรื่อยๆตลอดทริป และทริปนี้ก็เป็นทริปที่ผมพกกล้องและเลนส์ไปตัวเดียว ชุดเดียวถ้วน ไม่มีสำรอง ไม่มีเลนส์เปลี่ยน เนื่องจากการเดินทางข้ามประเทศพร้อมลูกเล็กและรถเข็นเด็กก็ทำให้มีข้าวของพะรุงพะรัง ทำให้ไม่อยากพกอุปกรณ์กล้องไปเยอะ ผมไม่มีแม้แต่กล้องสำรอง คิดเพียงว่าถ้ากล้องพัง กล้องเสีย หรือ กล้องหาย ก็ซื้อใหม่ที่ญี่ปุ่นไปเลย

เมื่อกลับมาเมืองไทย และเวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เปิดดูภาพชุดนี้อยู่เรื่อยๆ และหลายปีต่อมา ก็ทดลองเอามาปรับสีเล่นเพื่อให้ดูคล้ายๆกับแนวทางของช่างภาพเมืองฝรั่งดูบ้าง เพราะภาพแนวสตรีทหรือแนวชีวิตผู้คนก็มักจะมีโทนสีหม่นๆ หรือ อมเขียว อมฟ้าอย่างบอกไม่ถูก กำแพงห้องที่เป็นสีโทนขาว ในหนังอาร์ต หรือหนังฮอลีวู้ดบางเรื่องก็ถ่ายออกมาอมเขียวรุนแรงมาก ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราปรับโทนของภาพ ให้โทนขาวเทาดำมีความเจือปนสีเขียวเล็กน้อยจะเป็นอย่างไร ก็เลยออกมาเป็นภาพเหล่านี้

ภาพโทนอมฟ้าอมเขียวเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตามกระแสกล้องฟิล์มที่ฮิตมากอย่างน่าประหลาดใจในช่วงหลายปีก่อน ฟิล์มที่ไม่มีคนสนใจเริ่มถูกซื้อไปถ่ายเล่น กล้องเก่าเริ่มขายดี ฟิล์มถ่ายภาพจากม้วนละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท กลายเป็นสองร้อย สามร้อย และในปีนี้ คศ 2023 ฟิล์มสีม้วนละ 550 บาทไปแล้ว การลองย้อนไปถ่ายฟิล์มเพื่อให้ได้โทนสีแบบฟิล์มก็ดูจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ดิจิทัลที่นอนนิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ก็ลองเอามารับเล่นดูดีกว่า เลยเกิดเป็นภาพอมเขียว อมฟ้า เล็กน้อยแบบนี้

โพสท์แบบ compare

การสแกนฟิล์มด้วย DigitaLIZA

หลักการของการสแกนฟิล์มในยุคดิจิทัลก็คือ ทำให้แสงส่องผ่านฟิล์ม แล้วเอากล้องดิจิทัลมาถ่ายภาพแผ่นฟิล์มนั้น จากนั้นก็ไปเข้าโปรแกรมปรับแต่ง ถ้าถ่ายภาพฟิล์มเน็กกาทีฟ ก็ต้องกลับสีให้เป็นโพสิทีฟเสียก่อน ถ้าสแกนฟิล์มขาวดำ ก็ต้องใช้การปรับ อินเวิต เพื่อกลับขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว และถ้าสแกนฟิล์มสไลด์ ก็ไม่ต้องกลับสีเลย แค่ปรับความสว่างอีกเล็กน้อยก็ได้ภาพที่ดีแล้ว

1สแกนฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัล

2สแกนฟิล์มสไลด์ด้วยมือถือ

3การสแกนภาพจากฟิล์มขาวดำด้วยเครื่องอัดภาพ

4การทำcontactsheet ขาวดำจากฟิล์ม

รีวิว gopro 9 กล้องเล็กคุณภาพสูง

g9-01-image

หากจะถ่ายวิดีโอในยุคสมัยปัจจุบัน เรามีทางเลือกมากมายในการเลือกใช้อุปกรณ์ ตั้งแต่การใช้กล้องวิดีโอรูปแบบคลาสิคตัวใหญ่ๆ ไปจนถึงการใช้กล้องถ่ายภาพดิจิทัลที่ส่วนมากก็มีระบบถ่ายวิดีโอให้มาด้วย และยังมีทางเลือกที่ใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายวิดีโอก็สามารถทำได้ ทุกทางเลือกที่กล่าวมามีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างปะปนมาด้วย

กล้องวิดีโอทรงคลาสิคบางตัวต้องแบกขึ้นไหล่ บางตัวต้องใช้มือทั้งมือในการจับถือ บางตัวต้องถือสองมือ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อเสียที่เด่นชัดคือความใหญ่โตที่ดูไม่คล่องตัวเสียเลย นักท่องเที่ยวไม่สามารถพกกล้องวิดีโอติดตัวได้ตลอดเวลา เป็นภาระการเดินทางและเป็นภาระในการประกอบกล้องออกมาใช้งาน

ส่วนการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องดิจิทัลตัวหลักก็ให้คุณภาพของภาพได้สูงมาก แต่ก็จะไปติดกับข้อเสียบางอย่างคือ ขนาดมันยังใหญ่เกินไป และการใช้กล้องดิจิทัลตัวหลักมาถ่ายวิดีโอก็จะทำให้แบตหมดเร็วมากจะทำให้เสียโอกาสการถ่ายภาพนิ่ง ต่อให้เรามีกล้องดิจิทัลตัวหลักและตัวสำรองแยกกัน เราก็ยังไม่สามารถพกกล้องใหญ่ๆสองตัวเพื่อท่องเที่ยวผสมถ่ายภาพได้

ส่วนการถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์มือถือก็ได้รับความนิยมมาก สะดวก คล่องตัว ขนาดเล็กพอใส่กระเป๋าได้ แต่ก็จะมีผลเสียในด้านแบตเตอรี่ และมีโอกาสที่จะมีการถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือนต่างๆที่โซเชียลมีเดียในเครื่องนั้นทำงาน บางครั้งระหว่างถ่ายวิดีโอก็ดันมีสายโทรศัพท์เข้า หรือ sms เข้า ก็ทำให้การถ่ายถูกขัดจังหวะ น่ารำคาญและทำให้เราพลาดเหตุการณ์ที่เรากำลังถ่ายไปเลย ใช้ช่วงสั้นๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่หากจะถ่ายคลิปยาวก็อาจมีปัญหาเรื่องการขัดจังหวะ

ประมาณสองปีก่อนผมตัดสินใจจะหากล้องถ่ายวิดีโอเพิ่มสักตัว โดยที่ตัดสินใจระหว่างกล้องวิดีโอเต็มระบบ กับ กล้อง action camera ซึ่งในงบหมื่นกว่าบาท เราจะได้กล้อง action camera ที่ทันสมัยที่สุด แต่จะได้กล้องวิดีโอที่กระจอกที่สุด ซึ่งข้อนี้ผมคงต้องเลือก action camera และผมก็เลือก gopro 9 เข้ามาใช้งาน และทำให้ค้นพบเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง และเชื่อว่าคิดถูกจริงๆที่เลือก ดังนี้

ข้อดีของ gopro 9

1 ขนาดเล็ก สามารถใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ ได้ บางทียังอยู่ในกระเป๋าถือของผู้หญิงได้

2 เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย แบตหมดก็ทำให้เปลี่ยนแบตก้อนใหม่ได้เลย

3 ลงน้ำได้โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่กล้องตัวอื่นทำไม่ได้

4 ความละเอียดในการบันทึกวิดีโอทำได้สูงมาก สามารถถ่ายวิดีโอ 4k 60fps ได้ ซึ่งกล้องวิดีโอหรือมือถือที่จะถ่ายภาพได้สเป็คนี้ต้องจ่ายกัน 2-3หมื่นบาท แถม gopro 9 ยังถ่ายความละเอียดระดับ 5k ได้ด้วย ซึ่งกล้องวิดีโอปกติและมือถือเกือบทุกตัวทำไม่ได้ แต่ระยะหลังมือถือบางตัวก็พัฒนาเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง

5 ระบบกันสั่นดีที่สุดในสามโลก แม้จะถือกล้องวิ่งไปถ่ายไป ภาพก็ยังไม่สั่น กล้องวิดีโอปกติ กล้องดิจิทัล หรือมือถือ หากอยากได้ความนิ่งระดับเทพเทียบเท่า gopro จะต้องซื้อไม้กั้นสั่นมาทำงานด้วย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 3พันถึง3หมื่น ยิ่งกล้องหนักก็ยิ่งต้องใช้ไม้กันสั่นตัวใหญ่ ก็ยิ่งแพง

6 gopro 9 มีระบบรักษาเส้นขอบฟ้า ทำให้ภาพไม่เอียง เราสามารถถือกล้องได้ตามใจโดยที่ยังได้ภาพไม่สั่น ภาพไม่เอียง ตัวตึก หรือ เส้นเสาไฟฟ้าแนวตั้งยังคงตั้งตรง เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในกล้องตัวไหน มันทำได้ด้วยตัวมันเองไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเลย

7 gopro 9 มีจอภาพ 2 ด้าน ถ่ายคนอื่นเราดูจอหลัง ถ่ายตัวเองเราดูจอหน้า มีภาพให้ดูตลอดเวลา

8 สามารถอัดเกรดอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆได้ด้วย เช่นการเพิ่มไมค์ เพิ่มพอร์ตเชื่อมต่อสายเพื่อทำหน้าที่พิเศษอื่นๆ และราคาอุปกรณ์เสริมก็ไม่ถือว่าแพงมาก อย่างการอัพเกรดไมค์โครโฟนให้เป็นไมค์ shotgun ก็ทำได้ง่ายแค่ซื้อตัว media mod ราคาประมาณ3000บาท ได้การอัพเกรดแบบมือโปรเลย

และเมื่อเวลาผ่านไป gopro ก็พัฒนา gopro 10 gopro11 ออกมาขาย ทำให้รุ่น 9 ตกรุ่นไป 2 ครั้งแล้ว และนั่นก็ทำให้ราคาขายของ gopro 9 ถูกลงไปอย่างมาก จากราคา 16000 บาท ลงมาเหลือประมาณ 8-9 พันบาท เป็นราคาที่น่าใช้อย่างที่สุด โลกเราไม่เคยมีกล้องวิดีโอคุณภาพเทพในราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทเลย มันเป็นสิ่งที่น่าซื้อที่สุดสำหรับคนอยากได้กล้องวิดีโอ

pdp-h9-image01-1920-2x

ทำไมถึงควรซื้อ gopro9 ในปี 2023 นี้

1 gopro 9 10 11 ใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ทุกตัว ใช้แบตขนาดเดียวกัน ใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกันได้ทั้งหมด เราลงทุนกับแบตเตอรี่สำหรับ gopro 9 กี่ก้อน มันยังนำไปใช้กับรุ่น 10 และ 11 ได้ในอนาคต

2 ราคา gopro 9 ในปีนี้ลดลงไปแล้ว 50% จากวันเปิดตัว

3 ความสามารถของ gopro 9 ยังอยู่ในระดับเทพ ยังไม่มีมือถือตัวไหนกันสั่นดีกว่า gopro 9 ยังไม่มีกล้องดิจิทัลตัวไหนมีกันสั่นดีกว่า gopro 9 ยังไม่มีกล้องวิดีโอตัวใหญ่ตัวไหนกันสั่นดีกว่า gopro 9

4 ลงน้ำได้โดยตรง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม

5 ถ่ายคลิปยาวได้ไม่ตัด จนกว่าแบตจะหมด

gopro 10 11 ที่ออกมาทีหลังเป็นการพัฒนาในด้านความละเอียดเป็นหลัก หากดูในแง่การบันทึกเหตุการณ์ บันทึกกิจกรรมในครอบครัว ถ่ายเล่นใต้น้ำ เรายังคงใช้ 9 10 11 ก็ทำงานได้เหมือนกันทุกประการ

เข้าสู่รีวิว gopro 9

สเป็ค

ความละเอียดภาพถ่าย 20MP

ความละเอียด Video 5K30 + 4K60, Wide FOV

สามารถเชื่อมต่อ wifi และ bluetooth ผ่าน app

มีอุปกรณ์เสริมจำนวนมาก

1683595353300
gopro 9 มีการตั้งค่ามุมรับภาพได้ 4 ระดับที่แตกต่างกัน
1 ตั้งแต่มุมกว้างมาก
2 มุมกว้างแบบไม่เบี้ยว
3 มุมแคบ
4 มุมแคบแบบx2
2020-11-02_09-49-30

การที่กล้อง gopro ลงน้ำได้โดยตรงมันทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้สนุกมาก แถมยังมีลูกเล่นการถ่ายคลิปวิดีโอความละเอียดสูง แล้วเราค่อยเลือกเอาบางเสี้ยววินาทีในคลิปวิดีโอเลือกเซพออกมาเป็นภาพนิ่งได้ด้วย ภาพถ่ายใต้น้ำจากการกระโดดสระ เราเลือกเฟรมภาพที่สมบูรณ์ ไม่หลับตา จัดท่าทางสมดุลย์ แล้วก็เลือกจังหวะที่ดีที่สุดออกมาเป็นภาพนิ่ง แถมสีสันก็สวยมาก

IMG_6206
IMG_6204

ความเล็กของ gopro ทำให้เราสามารถติดกล้องบน hotshoe ของกล้องถ่ายภาพนิ่งได้ ผมใช้กล้อง DSLR ตัวใหญ่ในการถ่ายภาพกิจกรรมแล้วติด Gopro 9 ไว้ ระหว่างที่ถ่ายภาพนิ่ง ผมก็บันทึกคลิปวิดีโอไปด้วย ทำแบบนี้ผมจะได้ภาพการแข่งขันฟุตบอลของลูกเต็มแม็ท และได้ภาพนิ่งในจังหวะที่ผมเลือกถ่ายได้ จัดชุดองค์ประกอบแบบนี้เป็นคู่ผสมที่ลงตัวมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพนิ่งสวยๆจากกล้องใหญ่ และอยากได้คลิปวิดีโอจาก gopro และที่สำคัญ ภาพจาก gopro ไม่เอียง ไม่สั่นเลย เพราะว่า gopro มีระบบป้องกันภาพเอียง

GOPR0270
GOPR2128

การเอา gopro มาถ่ายภาพนิ่งเป็นเรื่องง่ายดายมาก ภาพนิ่งจาก gopro 9 จะมีความละเอียด 20 ล้าน และให้การวัดแสงที่แม่นยำมาก สีสันก็สวยสด มันสวยสดจนสวยข้ามหน้าข้ามตากล้องตัวใหญ่อย่าง DSLR ไปเลย

GOPR2912

ภาพนี้ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ในไต้หวัน หยิบกล้องออกจากกางเกง แล้วยกไปถ่ายแม่ลูกที่นั่งแถวหลัง กล้องตัวเล็ก จัดเฟรมง่ายด้วยจอภาพด้านหน้ากล้อง แล้วก็ถ่ายภาพเลย เป็นความคล่องตัวที่ไม่มีคู่เทียบ ไม่มีกล้อง DSLR และ กล้องอื่นๆใดๆที่จะคล่องตัวและทำงานได้รวมเร็วเท่านี้อีกแล้ว แถมสภาพแสงที่อยู่ในรถกับด้านนอกก็เก็บมาได้ในระดับที่พอดี มันเป็นกล้องที่ให้ภาพเหมือนตาเห็นจริงๆ ทั้งกระบวนการผมทำด้วยมือเดียว เพราะอีกมือถือของอยู่

1674050027120

ภาพนี้คือภาพนิ่งที่เลือกจากภาพวิดีโอ ในวัดจีนมีคนเยอะมาก การจุดธูปในตะเกียงแล้วจะถือออกไปไหว้ก็เป็นจังหวะที่เกิดขึ้นไม่นาน แทบจะไม่มีเวลาหยิบกล้องตัวใหญ่มาถ่ายได้เลย ผมเลยใช้กล้อง gopro 9 ถ่ายเป็นคลิปความละเอียด 4k แล้วเลือกภาพนิ่งจากไฟล์วิดีโอแทน จะเห็นได้ว่า ถือกล้องตรงมาก เส้นสายในภาพแนวตั้งก็ตั้งตรงกับภาพตลอดเวลา นี่คือความสามารถของ gopro

gopro เป็นกล้องวิดีโอที่ลงน้ำได้โดยตรงทำให้เราสามารถถ่ายกิจกรรมตั้งแต่บนผิวน้ำแล้วต่อเนื่องลงไปใต้น้ำ เรื่องแบบนี้หากเป็นอุปกรณ์ชนิดอื่นเราจะไม่สามารถได้ภาพเลย

GOPR0025

ภาพมุมกว้างพิเศษของ gopro 9 ให้มุมรับภาพกว้างมาก น่าจะกว้างกว่า 17mm บนกล้อง DSLR เสียอีก เวลาถ่ายภาพงานพิธีต่างๆด้วยกล้องตัวใหญ่ๆที่เน้นภาพคน ภาพเหตุการณ์ พอถึงบทจะถ่ายภาพหมู่ กล้องใหญ่ใช้เลนส์ที่ถ่ายคนสวยจะไม่สามารถเก็บภาพกว้างได้ gopro ที่เตรียมไปก็ได้ทำหน้าที่นี้

การมีจอภาพ 2 จอ มีจอหลังปกติสำหรับคนใช้งานกล้อง และมีจอหน้าสำหรับมอนิเตอร์ได้ สามารถดูภาพตัวเองได้จากด้านหน้ากล้องทำให้การถ่ายทำคลิปแนว Vlog เป็นเรื่องง่าย คนถือกล้อง คนพูดหน้ากล้อง ก็สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว และให้เฟรมภาพที่แม่นยำ ก็เพราะจอภาพ 2 ด้าน

ลูกเล่นการถ่ายแบบ timewarp เป็นระบบที่ gopro ให้มาด้วย เร่งภาพบางจังหวะเร็วๆ และผสมกับจังหวะความเร็วปกติ ทำให้ภาพดูน่าสนใจ สิ่งนี้ทำได้ตั้งแต่ตอนถ่ายเลย ลดเวลาการตัดต่อลงได้เยอะมาก แถมโปรแกรมตัดต่อที่แถมมากับ gopro ก็มีลูกเล่นการตัดต่อแบบกึ่งอัตโนมัติ แค่เลือกคลิปเลือก themeที่ชอบ แล้วก็รอซอร์ฟแวร์เรียงภาพตัดต่อให้อัตโนม้ติ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็ประหยัดเวลากว่าการนั่งทำเองทั้งหมด

การถ่ายภาพแนว Time lapse ก็ทำให้เราได้ภาพที่ดูน่าตื่นเต้น ระบบการตั้งค่าสามารถเลือกได้ว่าจะให้กล้องเก็บภาพทุกกี่วินาที และเป็นเวลาต่อเนื่องนานเท่าที่เรากดถ่ายและกดหยุดด้วยตัวเอง ภาพเมฆและคลื่นน้ำในทะเลก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการถ่ายคลิปแนว Time lapse นี้

การถ่ายคลิปปกติด้วยเฟรมเรตประมาณ 200fps แล้วนำมาเล่นกลับแบบสโลโมชั่น 8 เท่า ก็สามารถทำได้ด้วย application ที่ชื่อว่า Quik

1678378296009

gopro9 ถ่ายภาพนิ่งได้สภาพแสงที่สมจริงเหมือนตาเห็น เทคโนโลยีเซ็นเซอร์รับภาพในยุคใหม่สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีมาก เก็บภาพชัดๆมาก่อนแล้วมาปรับโทนสีทีหลังได้ ภาพในโรงงานก็เป็นตัวอย่างที่ดี

สิ่งที่ผมอยากให้ gopro ปรับปรุงเพิ่มก็คือ

1 เพิ่มปุ่มชัตเตอร์ภาพนิ่ง ผมอยากได้กล้องที่ตอบสนองได้ไวเหมือนกล้องถ่ายภาพนิ่ง เพราะ gopro ช้าเกินไปสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง หลายครั้งไม่แน่ใจว่าภาพนิ่งที่ถ่ายจะได้จังหวะตรงกับเหตุการณ์ที่ต้องการไหม อาจจะเพิ่มไว้ใน media mod ก็ได้ น่าจะไม่ยาก

2 อยากให้เพิ่มความสามารถในการชาร์จไร้สาย

หากใครสนใจเลือกซื้อ gopro ก็แนะนำรุ่น 9 นี่แหละ เพราะราคาถูกลงมามากแล้ว

สั่งซื้อ Gopro9 ได้ที่ https://s.lazada.co.th/s.QQ0Cz

powerbank สำหรับ Gopro Ulanzi BG-4

อัพเดท sep2023 ในเดือนกันยายน 2566 Gopro ออกรุ่น 12 ออกมาแล้ว มันมีลูกเล่นที่เพิ่มเติมหลายอย่างจนน่าใช้มาก หากสามารถเลือกซื้อรุ่นใหม่ได้ให้เลือก Gopro12 ไปเลย ส่วนใครที่ไม่อยากจ่ายแพง หาซื้อ Gopro9 ในราคาเคลียร์แลนซ์อย่างสุดๆอาจจะหาได้ต่ำยิ่งกว่าเดิม ซึ่งตั้งแต่รุ่น 9 10 11 12 ใช้แบตเตอรี่รุ่นเดียวกัน ใช้ mediamod ร่วมกันได้

ซื้อ Gopro12 ได้ที่นี่ https://s.lazada.co.th/s.PUc9i?cc

สแกนฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัล

ในปัจจุบันการถ่ายภาพของเราจะเป็นการถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางคนที่ยังคงถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ซึ่งการถ่ายภาพด้วยฟิล์มที่ยังคงนิยมอยู่ในกลุ่มช่างภาพก็จะมีระบบฟิล์มเน็กกาทีฟสี และฟิล์มขาวดำ โดยคนที่หลงใหลการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอย่างมากก็มักจะใช้ฟิล์มขาวดำ เพราะเป็นระบบฟิล์มที่สามารถล้างฟิล์มเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อน นั่นทำให้ฟิล์มขาวดำยังมีคนนิยมใช้งานอยู่

20191211160947_IMG_0171
20191211160947_IMG_0171-01

ฟิล์มขาวดำเมื่อผ่านการล้างมาเรียบร้อยแล้ว เราจะยังคงไม่ได้เห็นภาพที่เราต้องการ จะต้องมีการอัดภาพลงบนกระดาษเสียก่อน หรือ หากเราไม่ต้องการอัดภาพเป็นกระดาษ เราก็ยังสามารถใช้วิธีสแกนฟิล์มให้เป็นไฟล์ดิจิทัลได้ การสแกนฟิล์มจำเป็นต้องมีสแกนเนอร์สำหรับสแกนฟิล์ม ซึ่งราคาก็สูงมาก แต่ปัจจุบันเรามีทางเลือกอื่นในการสแกนคือการถ่ายภาพฟิล์มด้วยกล้องดิจิทัล

การถ่ายภาพฟิล์มด้วยกล้องดิจิทัลจะทำให้เราได้ไฟล์ดิจิทัลไม่ต่างจากการสแกนฟิล์มเลย อาศัยเลนส์ที่ถ่ายภาพระยะใกล้ได้หรือเลนส์มาโคร ทำงานร่วมกับกล้องดิจิทัล เราก็จะได้ภาพถ่ายฟิล์มเน็กกาทีพออกมา แล้วหลังจากนั้นเราก็จะนำไฟล์ภาพไปประมวลผลต่ออีกครั้ง เพื่อกลับสีจากเน็กกาทีฟให้เป็นสีขาวดำปกติ

ความสนุกของการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกได้ดีสุดๆในบรรดาความบันเทิงจากการถ่ายภาพ ช่างภาพจำนวนมากมีความสุขจากการได้กดชัตเตอร์ บางคนมีความสุขจากการได้จับกล้อง ผมเองก็มีความสุขจากการได้บันทึกภาพที่เป็นจังหวะหายาก แม้ว่าดิจิทัลจะทำหน้าที่ได้ดี แต่การมีฟิล์มบันทึกก็เป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบมากกว่า เพราะอะไรที่มันซับซ้อน ใช้ความสามารถ ใช้เวลา มันจะอยู่ในความรู้สึกไปได้นานกว่า

IMG_20191208_213222

ถ้าลองย้อนนึกดู เราจะเคยเห็นภาพถ่ายแต่งงานของพ่อแม่ เราจะเคยเห็นภาพสมัยเราเป็นเด็ก ในยุคนั้นจะเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มและอัดภาพออกมาเป็นกระดาษ ทุกวันนี้ภาพเหล่านั้นยังอยู่ มันยังคงอยู่ในลิ้นชักสักตัวในบ้าน และมันอาจจะวางไว้ใกล้ๆกับฟิล์มที่ใส่ไว้ในซองกระดาษ มันคงวางอยู่ข้างๆกัน

เราเดินผ่านมุมนั้นแล้วเราก็หยิบอัลบั้มภาพมาดูได้ นั่นคือความดีงามของการมีภาพบนกระดาษ ขณะที่กล้องดิจิทัลที่ให้ภาพแสนสมบูรณ์ แสงสวย สีสวย ปรับแต่งได้ตามใจ แต่เราแทบจะไม่อัดภาพเป็นกระดาษเลย ถ้าเราไม่มีคอมพิวเตอร์ ถ้าคอมพิวเตอร์เสีย หรือฮาร์ดดิสก์พัง เราก็ไม่สามารถดูภาพดิจิทัลเหล่านั้นได้อีกเลย

ผมมีภาพนี้เป็นฟิล์ม แม้จะไม่ได้อัดลงบนกระดาษ แต่ผมก็มีฟิล์ม คอมพิวเตอร์เสีย ฮาร์ดดิสก์เสีย อินเทอเน็ตล่ม ผมก็ยังมีฟิล์ม ผมใช้คอมพิวเตอร์ดูภาพก็จริง แต่ก็มีต้นฉบับเป็นฟิล์มเก็บไว้ วันที่ผมขยันและหัวใจพร้อม ผมก็แค่เข้าห้องอัดภาพขาวดำ อัดภาพแช่น้ำยาแล้วก็ได้กระดาษที่มีภาพออกมา หรือแม้แต่การสแกนภาพแล้วพิมพ์ออกมาบนเครื่องพิมพ์สักตัวก็ทำได้

IMG_20191211_162546

บางทีความสนุกของการถ่ายภาพก็คือขั้นตอนการผลิตภาพ ยิ่งมีขั้นตอนเยอะ เราก็ยิ่งได้อยู่ในเวลาแห่งความสุขนานเท่านั้น

การถ่ายภาพให้สวยทำอย่างไร

ในปัจจุบันที่ใครก็สามารถมีกล้องถ่ายภาพได้ โทรศัพท์ใหม่ๆทุกเครื่องก็มีกล้องถ่ายภาพติดมาด้วย สมาร์ทโฟนที่ใช้สื่อสารกับอินเทอเน็ตก็มีกล้องคุณภาพดีมาให้แล้ว กล้องถ่ายภาพโดยเฉพาะสำหรับมือสมัครเล่น และมืออาชีพก็มีราคาเริ่มต้นไม่แพง ยิ่งหากหาของมือสองมาใช้ก็ยิ่งราคาต่ำ ยุคนี้เครื่องมือคือสิ่งที่นักถ่ายภาพแทบจะไม่ต้องไปสนใจเรื่องสเป็คและคุณภาพอุปกรณ์อีกแล้ว

การถ่ายภาพให้สวยก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้น แต่มันก็มีหลักการนิดเดียวที่สามารถนำไปหัดใช้ได้ ผมขอให้แนวคิดเอาไว้ ถ้าเห็นด้วยก็ทดลองฝึกฝนดู “การถ่ายภาพให้สวยเกิดจากการที่เราผ่านการถ่ายแบบไม่สวยไปแล้ว” ให้ลองดูตัวอย่างภาพต่อไปนี้

IMG_6418
ภาพนี้คือต้นตำลึกที่ขึ้นมาเกาะต้นไม้ใหญ่ ใบอ่อนสีเขียวโดนแสงแดดส่อง ช่างภาพมองเห็นก็พอรู้ด้วยประสบการณ์ว่ามุมที่สวยน่าจะถ่ายย้อนแสง แสงแดดที่กระทบใบตำลึงจะทำให้ใบเรืองแสง ฉากหลังที่ไม่โดนแสงจะสีเข้ม ทำให้ใบไม้ยิ่งเด่นขึ้นไปอีก ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพสวยสำหรับผมแล้ว ดังนั้น ก่อนจะมาเป็นภาพนี้ จะให้ดูว่าผ่านภาพแบบไหนมาบ้าง

เริ่มจากเดินออกมาที่หน้าบ้านแล้วก็พบว่า ต้นไม้ใหญ่มีใบไม้เกาะอยู่ และมีแดดส่องพอดี และคิดจบในหัวแล้วว่าเราจะต้องถ่ายภาพใบตำลึงในมุมมองที่สวยแปกตา เลยหยิบกล้องถ่ายภาพ เริ่มจากเราเห็นภาพนี้

IMG_6419

หลังจากนั้นเราก็เดินดูรอบๆสิ่งที่น่าสนใจ ผมรู้แล้วว่าผมอยากได้ภาพใบตำลึง ก็เลยเดินดูรอบๆ ไปดูหน้าหน้าก็เห็นภาพนี้

IMG_6408

กล้องในมือก็คือ eos m ติดเลนส์ kit ที่แถมมาพร้อมกับกล้อง เป็นเลนส์ซูม 18-55มม. เป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ราคาต่ำที่สุด และเลนส์ก็เป็นเลนส์ที่มีแต่คนถอดขายทิ้ง อัพเกรดไปเป็นตัวอื่น แต่ผมชอบเลนส์ตัวนี้เพราะมันคุณภาพพอใช้ได้ และราคาถูก ใช้แบบไม่ต้องระวัง ฟิลเตอร์คุณภาพสูงบางชิ้นยังแพงกว่าเลนส์ตัวนี้ นั่นหมายความว่าผมใช้เลนส์ตัวนี้ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ที่หน้าเลนส์ก็ได้ เราจะได้คุณภาพที่สูงที่สุดจากเลนส์เพียวๆไม่ใส่ฟิลเตอร์ เพราะมีความเชื่อว่า best filter is no filter มองภาพด้วยตาเปล่าสวยกว่ามองผ่านแว่นตา ถ้าคุณไม่สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ

ลองถ่ายภาพใกล้เข้าไปอีกหน่อย ตัดสิ่งที่ไม่น่าสนใจในภาพด้วยการเลือกถ่ายเฉพาะต้นไม้และใบไม้ ขวดน้ำไม่ได้หยิบออกเพราะว่าสุดท้ายจะเข้าใกล้กว่านี้ เลยไม่จำเป็นต้องหยิบตอนนี้

IMG_6409

แล้วก็ขยับกล้อง พร้อมกับซูมภาพเข้าไปอีกให้เหลือแต่ต้นไม้กับใบไม้ ซึ่งก็ให้ลักษณะภาพที่ดูดีขึ้น ซึ่งภาพใบไม้เกาะต้นไม้ใหญ่แค่ภาพนี้ก็พอจะใช้นำไปเขียนบทความเกี่ยวกับใบตำลึงได้แล้ว

IMG_6410

ลองซูมเลนส์ให้ได้ภาพใหญ่ขึ้น เข้าใกล้มากขึ้นก็จะได้ภาพที่ใบตำลึงเด่นขึ้น แต่การเข้าใกล้มาก ก็จะมีผลตามมาด้วยคือระยะชัดของใบไม้ครอบคลุมไม่ครบทั้งใบ บางส่วนของใบไม่ชัด และรวมถึงมือก็อาจจะสั่นด้วยทำให้ภาพไม่คมชัด

IMG_6411

ผ่านสามภาพนี้ไปเราก็ได้ภาพที่ดูน่าสนใจขึ้นแล้ว แต่จากการที่ดูภาพมานาน และเคยถ่ายภาพต้นไม้ใบไม้มาแล้วเลยลองไปถ่ายจากด้านหลังบ้าง เพราะการถ่ายภาพย้อนแสงก็สามารถให้ภาพที่ดีได้

IMG_6413

ลองถอยออกมาอีกนิด ปรับภาพให้มีใบเรียงตัวกันแนวตั้ง ลองถ่ายมุมที่ห่างออกมาหน่อยก็พบว่าให้ภาพที่สวยขึ้น

IMG_6412

จากนั้นก็ลองเปลี่ยนไปถ่ายภาพแนวนอนบ้าง เพราะอยากจะเก็บเฉพาะใบเดียวเด่นๆไปเลย กล้องอยู่ในมือ เวลาเหลือเฟือ ก็ลองเปลี่ยนลักษณะภาพไปเรื่อยๆ และก็พบว่าภาพมุมนี้ถูกใจตัวเราที่สุด

IMG_6415

จริงๆจะหยุดแค่นี้ก็ได้ ภาพที่พอใจเราถ่ายด้วยรูรับแสง f5.6 ซึ่งเป็นระยะรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ที่ช่วงซูมสูงสุดของเลนส์คือ 55มม. การใช้รูรับแสงกว้างจะทำให้ระยะชัดน้อย อาจจะดีกับบางภาพ แต่ถ้าลองใช้รูรับแสงแคบลงไปหน่อยเพื่อให้ระยะชัดมากขึ้น จะได้ผลที่แตกต่างไปอีกเล็กน้อย กล้องอยู่ในมือ เวลาเหลือเฟือ ก็ลองได้เลย

IMG_6418

ภาพสุดท้ายนี้คือมุมภาพเหมือนเดิมแต่ปรับรูรับแสงให้มากขึ้นเป็น f11 ซึ่งจะทำให้มีระยะชัดมากขึ้น ฉากหลังจะไม่เบลอเท่ารูรับแสงกว้าง เราได้รายละเอียดในส่วนของใบและต้นไม้ใหญ่มากขึ้น ส่วนของลำต้นที่มีรายละเอียดปรากฏให้เห็นทำให้ภาพดูสวยกว่าเดิม ความเบลอที่ทำให้ภาพสวย กับการลดความเบลอแล้วภาพสวย เป็นสิ่งที่ต้องทดลองทำ เห็นภาพถึงจะรู้คำตอบ ดังนั้น กล้องอยู่ในมือ เวลาเหลือเฟือ ก็ทดลองไป

การถ่ายภาพให้สวยเป็นเรื่องของการค้นหา ทดลอง ประสบการณ์คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้ภาพสวย และภาพที่สวยจะตามมาหลังจากที่เราถ่ายภาพไม่สวยไปครบแล้ว ดังนั้น การหัดถ่ายภาพต้องถ่ายให้เยอะ ผ่านภาพไม่สวยมาให้ครบทุกแบบเราถึงจะถ่ายภาพได้สวยตามที่คาดหวัง เมื่อเจอสิ่งที่อยากถ่าย ให้ลองมองรอบๆ เดินดู มองหา ทดลองถ่าย เปลี่ยนระยะภาพ เปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน กล้องอยู่ในมือ เวลาเหลือเฟือ ทดลองไปเรื่อยๆ จะผ่านไปร้อยรูปก็ไม่ผิด ถ้ารูปสวยจะมาเป็นรูปที่ร้อยหนึ่ง ก็แค่ถ่ายให้ผ่านร้อยภาพที่แตกต่างกัน เรียนรู้ทุกภาพที่ถ่าย เดี๋ยวก็ถึงภาพที่สวยเอง


ถ่ายคลิปวิดีโอสไตล์โบราณ

การถ่ายภาพและวิดีโอในปัจจุบันปี คศ 2023 จะใช้เครื่องมือดิจิทัลกันหมดแล้ว และคุณภาพของภาพและวิดีโอก็สูงลิบ เป็นภาพความละเอียดสูงมาก และวิดีโอระดับ 2K 4K และในระดับโปรดักชั่นก็อาจจะไปถึง 8K กันแล้ว แถมโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้สวยจนกล้องคอมแพ็คดิจิทัลกำลังจะสูญพันธ์ุ กล้องระดับกลางเริ่มขายยาก เพราะมือถือพัฒนาคุณภาพขึ้นมาสูงมากแถมราคาก็แซงกล้องระดับมือสมัครเล่นไปแล้ว ทำให้ทุกคนที่ซื้อมือถือใหม่ๆสามารถทำคอนเท้นต์คุณภาพดีได้ไม่ยาก

ความนิยมกล้องฟิล์มก็เสื่อมถอยหลังจากที่บูมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากฟิล์มถ่ายภาพที่เคยราคาม้วนละร้อยบาทกลายเป็นม้วนละสี่ร้อย ไม่รู้ว่ากลไกราคาทำงานยังไงทำให้ราคาสูงขึ้นยิ่งกว่าทอง ผลก็คือคนแทบจะเลิกเล่นกล้องฟิล์ม นักถ่ายภาพที่ต้องการภาพสีประหลาด โทนสีอุ่นนุ่มแบบอนาลอก เริ่มถอยจากฟิล์ม แต่จะหันไปทางไหนเพื่อเล่นของแปลก ก็เลยเป็นกระแสกลับไปเล่นกล้องดิจิทัลโบราณ เพราะความต้องการที่จะไม่เหมือนใคร การเล่นฟิล์มที่เคยเป็นทางออก ก็เปลี่ยนมาเป็นกล้องดิจิทัลยุคแรกแทน

ลักษณะของภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลโบราณจะดูพอรู้ว่าคุณภาพไม่สูงมาก กล้องดิจิทัลอายุ 20 ปี จะมีความละเอียดประมาณ 2-4 ล้านพิกเซล ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการอัดขยายภาพในระดับโปสการ์ด เพียงพอสำหรับการดูในจอโทรศัพท์หรือแม้แต่จอคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งที่มันบ่งบอกถึงความโบราณคือคุณภาพของภาพที่ไม่สวยใสแบบกล้องสมัยใหม่ ซึ่งก็หลายเป็นลักษณะที่แตกต่างที่มีคนตามหา แและกล้องเหล่านี้ก็จะมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอด้วย ภาพวิดีโอแนวโบราณ ความละเอียดระดับ dvd หรือ 640×480 หรือต่ำกว่า กลายเป็นภาพที่ดูแปลก เป็นความอินดี้ด้วยคุณภาพที่ต่ำ มันก็เป็นเสน่ห์สำหรับบางคน มีไว้ถ่ายสนุกๆ เก็บภาพความทรงจำใหม่ด้วยสไตล์โบราณ

youtuber บางคน ก็ทำมิวสิควิดีโอแนวภาพโบราณออกมา เพลงเพราะรวมกับภาพแนวเก่าเหมือนสมัยคุณพ่อยังหนุ่ม มันก็ทำให้อารมณ์ในคลิปดูแปลกตา ภาพที่แปลกก็มักจะเป็นภาพที่เรียกร้องความสนใจได้ บางคนก็ถ่ายด้วยกล้องคุณภาพดีมากแต่นำมาประมวลผลด้วยฟิลเตอร์ที่ทำให้ดูโบราณก็มี หลายคนก็เลยหันไปใช้อุปกรณ์โบราณจริงๆเลยก็ได้เหมือนกัน และประหยัดเวลาไม่ต้องมาทำโพสโปรดักชั่นด้วย

นี่คือภาพวิดีโอจากกล้อง kodak c140 กล้องตัวนี้แม้ไม่โบราณมาก แต่ภาพวิดีโอก็ดูโบราณได้แล้ว กล้องตัวนี้ออกขายประมาณปี 2009 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอด้วยความละเอียด 640×480 เท่านั้น เป็นกล้องที่ซูมภาพได้ประมาณ 3 เท่า คุณภาพจะดีที่ช่วงมุมกว้าง ถ้าซูมเยอะๆภาพจะไม่ค่อยสวย

ผมลองใช้อุปกรณ์เก่าๆไปถ่ายคลิปวิดีโอเพิ่มเติมด้วย เพื่อจะได้ดูคุณภาพ

คลิปที่สองนี้ใช้ ipod touch gen4 มาถ่าย คาดว่า ipod ตัวนี้ออกมาช่วงปี 2010 ซึ่งจะเริ่มมีการบันทึกคลิปวิดีโอระดับ Hd แล้ว คุณภาพของมือถือและอุปกรณ์ไอทีช่วงนี้จะเริ่มพัฒนาจนใกล้เคียงกับกล้องคอมแพ็คราคาถูกๆ และหลังจากรุ่นนี้ออกอีกไม่กี่ปีค่ายมือถือ จะเริ่มพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดจนผู้คนเริ่มไม่คิดจะซื้อกล้องคอมแพ็คอีกแล้ว

คลิปที่ 3 นี้เป็นคลิปที่บันทึกด้วยกล้อง canon eos m ซึ่งออกมาในปี 2014 โดยสามารถบันทึกวิดีโอด้วยความละเอียดระดับ Full Hd หรือ 2k ซึ่งเป็นระดับความละเอียดมาตรฐานอยู่ถึงปัจจุบัน แต่ก็กำลังจะล้าสมัยเพราะอุปกรณ์ต่างๆในช่วงปีนี้กำลังไปสู่ 4K

จากการลองเล่นกล้อง 3 ยุค เพื่อถ่ายคลิปวิดีโอ ก็มีความรู้สึกว่า กล้องถ่ายภาพมีพัฒนาการไปตลอดเวลา คุณภาพการบันทึกก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ และกล้องที่เกิดในยุคหลังจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่กับการถ่ายภาพรวมถึงถ่ายวิดีโอก็คือ คุณค่าของภาพหรือคลิปจะแปรเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราสนใจ ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่เราชอบ ถ้าเป็นคนที่เรารัก เราก็จะดูสิ่งที่เป็นเนื้อหาและเหตุการณ์ ไม่ได้ดูพิกเซล ไม่ได้ดูน้อยส์หรือสัญญาณรบกวน เรายังคงสนใจสิ่งที่เราสนใจ หมายความว่าเราใช้กล้องอะไรก็ได้ที่อยู่ในมือเราเพื่อบันทึกสิ่งที่เราต้องการ การเลือกใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ หรือ อุปกรณ์สมัยก่อน ต่างก็เป็นแค่แนวทาง เป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น

ความนิยมในการใช้กล้องเก่ามาถ่ายภาพ น่าจะค่อยๆเพิ่มขึ้น เพราะราคาฟิล์มแพงเหลือเกิน มันแพงกว่าเมมโมรี่การ์ดไปหลายเท่าแล้ว ถ้ายังคงปรับราคากันไม่หยุด สุดท้ายเราจะได้เลิกใช้ฟิล์มกันจริงๆ และอาจจะถึงขั้นสูญพันธ์ุเหมือนแผ่น VCD DVD ที่ทุกวันนี้ไม่มีใครผลิตอีกแล้ว

แป้นหมุนเปลี่ยนโหมดของกล้องหลุด

กล้อง DSLR ของ Canon Eos 6d เป็นกล้องที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงปีนี้ 2023 มันก็มีอายุการใช้งานประมาณ 9 ปีแล้ว สภาพกล้องยังไม่ได้บุบสลาย แต่แป้นหมุนเปลี่ยนโหมดหลุดหายไป ทีแรกก็นึกว่าจะต้องส่งเข้าศูนย์เพื่อซื้ออะไหล่มาติด แต่ลองหาดูในเว็บก็พบว่ามีคนขายอยู่เป็นจำนวนมาก เลยสั่งมาติดเอง ซึ่งไม่ได้ยากเลย มันติดด้วยเทปกาว2หน้าเท่านั้น

IMG_6386

IMG_6387
IMG_6389
IMG_6391

ดูวิธีการตามลำดับภาพเลยก็พอจะทำเองได้ อะไหล่ชิ้นนี้ราคารวมค่าส่ง 69 บาท จาก lazada

ScreenClip

ไหว้พระปีชง เมื่อเจ้ารับไหว้เราก็ไม่ชง

สวัสดีปีใหม่ เข้าสู่ พศ.2566 เป็นปีที่เริ่มต้นด้วยการไหว้พระ ตามความเชื่อโบราณบอกว่าปีนี้จะเป็นปีชงของคนเกิดในราศีเถาะ สมาชิกในบ้านเราเลยเดินทางช่วงปีใหม่ไปวัดมังกร ดินแดนแห่งการสะเดาะเคราะห์ อยู่ที่ถนนเจริญกรุง ใกล้ๆถนนเยาวราช

การเดินทางไปเยาวราชและเจริญกรุงจะมีปัญหาเรื่องการจราจร การเอารถยนต์ส่วนตัวไปจะหาที่จอดยากมาก พ่อค้าแม่ค้าเต็มฟุตบาท ถนนกว้างแต่รถเยอะและรถจอดข้างถนนเต็มพื้นที่ ขาจรจะแวะไปทำธุระก็จะจอดไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้มีรถไฟฟ้าใต้ดินไปโผล่ข้างๆวัดมังกรก็เป็นเรื่องที่สะดวกมาก บ้านเราก็เลยนั่งรถไฟฟ้าไปไหว้พระกัน

dpp-bw-IMG_6220

ถนนเจริญกรุงเป็นย่านคนจีนที่อยู่คู่กับถนนเยาวราชมายาวนาน ของกินที่มีชื่อเสียงก็จะกระจายตัวอยู่ในย่านสองถนนแห่งนี้ เมื่อก่อนผมแวะมาซื้อกล้องถ่ายรูปก็แวะมาที่ร้านกล้องบนถนนเจริญกรุง ซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพ ซื้อฟิล์มสี ฟิล์มขาวดำ น้ำยาเคมี เครื่องมืออัดภาพขาวดำ ทุกอย่างที่วงการถ่ายรูปใช้ก็มีครบบนถนนเจริญกรุง ดังนั้น ผมจะรู้จักถนนเจริญกรุงอยู่ประมาณ 100 เมตร ที่มีร้านกล้อง และวัดมังกรก็อยู่ใน 100 เมตรนี้เช่นกัน

IMG_6239

วัดมังกรเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปของจีนอยู่หลายองค์ ผมไม่รู้ประวัติแต่ละองค์ มาไหว้ตามความเชื่อของคนอื่น สิ่งที่น่าสนใจของผมคือ วัดนี้คือวัฒนธรรรมของคนไทยเชื้่อสายจีน ชีวิตของคนชอบตรุษจีนจะเกี่ยวข้องกับวัดนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง การได้มาไหว้พระที่วัดมังกรคงเป็นหมุดหมายของคนจีนในประเทศไทย และวัดแห่งนี้ก็ปรับปรุงดูแลตัวเองอย่างดี เชื่อว่าเงินบริจาคที่ใส่กล่องใส่ลังในวัดน่าจะมหาศาลมาก ทางวัดกำลังการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้ันที่แห่งนี้ให้มีแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดิน เพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วม และจะมีที่จอดรถใต้ดินด้วย ผมเพิ่งรู้ข้อมูลนี้จากการไปยืนอ่านป้ายในวัด

1674050027120

IMG_6233

การไหว้พระในวัดมังกรยังคงใช้ธูปเทียนอยู่เหมือนเช่นอดีตแม้โลกเราจะรู้จัก pm2.5 แล้ว คนไหว้พระก็ยังพยายามอดทนสัก 20 นาทีเพื่อ ความเชื่อ ความหวัง ยังดีหน่อยตรงที่เจ้าหน้าที่ของวัดจะเก็บธูปจากการไหว้มาจุ่มน้ำให้ดับตลอดเวลา ทำให้ควันไม่เยอะเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน เพราะผมจำได้ว่าผมเคยฟังเรื่องเล่า คนไหว้พระวัดมังกร น้ำตาไหลทุกคน ไม่ใช่เพราะซาบซึ้ง แต่เพราะควันหนาแน่นมาก

1674050027078

ในสายตาของคนชอบถ่ายรูป วัดจีน เปลวเทียน แสงแดด ควันธูป คือสิ่งที่จะเป็นองค์ประกอบที่จะสร้างภาพสุดสวยน่ามอง ถ้าจะมีสารคดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนในเมืองไทย ภาพในวัดมังกรสักภาพคงมีองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย แม่ลูกกับภาพที่ระลึกในวัดมังกรก็เป็นภาพที่ต้องเก็บออกมาด้วย แสงแดดตกลงมาในช่องหลังคา ควันธูปสะท้อนแสงเห็นเป็นลำ โคมไฟที่รับแดดเรืองแสงสีแดงสด ฉากหลังเป็นกำแพงที่สว่างบ้างมืดบ้าง ทุกอย่างลงตัวมากสำหรับการถ่ายภาพให้น่ามอง

1674050027097

จบทริปไหว้พระแก้ชง เราเดินเข้าแบบคนปีชงกลัวจะมีโชคร้าย และเดินออกมาแบบมีเจ้าเข้าข้างพร้อมรับความโชคดี ปีหน้าค่อยมาใหม่ ไหว้พระปีชง เมื่อเจ้ารับไหว้เราก็ไม่ชง

IMG_6285

ภาพในชุดนี้เกือบทุกภาพถ่ายโดยกล้อง Eos m

การถ่ายภาพแบบ xpan

การถ่ายภาพแนวพาโนราม่าเป็นการทำภาพที่มีเสน่ห์ หลายคนจะชอบภาพสไตล์โรงหนังจอกว้าง ในอดีตโลกเราเคยมีกล้องฟิล์มที่ถ่ายภาพแนวพาโนราม่าแท้ๆให้ใช้ เป็นการถ่ายภาพที่กินเนื้อที่บนฟิล์มกว้างกว่าพื้นที่ฟิลม1เฟรม ปกติฟิล์มถ่ายภาพมาตรฐานจะมีขนาดการรับภาพ 24x36mm แต่กล้อง xpan จะถ่ายให้ภาพยาวถึง 24×65มม. คือกินพื้นที่เนื้อฟิล์มไปเกือบ 2เฟรมนั่นเอง กล้องและเลนส์ชุดนี้จึงต้องออกแบบมาพิเศษ ทำยาก ทำน้อย ราคาแพง เปิดตัวในปี 1998 และปัจจุบันก็ไม่มีการผลิตออกมาอีกเลย

cc76a8d277b299e2d5f66d740204d38d03676c83_xpan

การได้มีประสบการณ์การถ่ายพาโนราม่าหลายรูปแบบเป็นประสบการณ์ที่สนุก มีความพยายามจะทำให้ภาพกว้างขึ้นตั้งแต่ เอาภาพปกติ 24×35มม. มาคร็อบตัดด้านบน ตัดด้านล่างออก แล้วทำให้สัดส่วนภาพเหมือนยาวขึ้น แบบนี้เป็นพาโนราม่าแบบง่ายๆ

IMG_20191208_072805
ภาพปกติที่ได้จากกล้อง DSLR Canon Eos 6d อัตราส่วนภาพ 3:2

IMG_20191208_072805
ภาพจาก DSLR คร็อปจาก 3:2 เป็น 16:9



พอเป็นยุคกล้องดิจิทัลก็มีความยายามจะทำให้ผู้ใช้กล้องถ่ายภาพหลายๆภาพแล้วเอามาต่อกัน เป็นการต่อภาพให้ยาวขึ้น ก็เป็นพาโนราม่าที่ต้องใช้ความพยายามจากผู้ถ่าย และต้องใช้ซอร์ฟแวร์ต่อภาพที่ฉลาดด้วย

กล้องดิจิทัลสมัยใหม่ และกล้องในโทรศัพท์มือถือก็พัฒนาลูกเล่นการถ่ายภาพพาโนราม่าให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการถ่ายภาพแบบหมุนกล้องหรือ sweep panorama เริ่มถ่ายภาพจากด้านซ้ายแล้วก็แพนกล้องไปด้านขวาเพื่อให้กล้องเก็บภาพแนวยาวๆ ซึ่งผุ้ถ่ายก็ต้องพยายามลากกล้องให้หมุนอย่างราบลื่นต่อเนื่อง

IMG_20170115_154146
ภาพพาโนราม่าจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ sweep panorama ในโทรศัพท์มือถือ

DSCF8074
ภาพพาโนราม่าจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ sweep panorama ในโทรศัพท์มือถือ

ในระบบโรงหนังที่มีภาพจอกว้าง จะมีการใช้เทคนิคเลนส์บีบภาพตอนถ่ายทำ ภาพบนฟิล์มจะผอมๆ และตอนฉายกลับบนจอ จะส่งภาพผ่านเลนส์ขยายแนวกว้าง เพื่อให้ภาพบนฟิล์มไปยืดกว้างๆบนจอ เราเรียกเทคนิคส์การยืดภาพในโรงหนังว่าอนามอฟิกส์ ซึ่งหนังที่ทำมาฉายในโรงจะชอบใช้เทคนิคนี้ สัดส่วนความยาวของภาพจะยาวกว่าพาโนราม่าทั่วไป

แต่ทั้งหมดก็ต้องมายอมแพ้ให้กับเทคนิคการถ่ายภาพแนวยาวเกือบสองเฟรมของกล้อง xpan ที่เป็นการบันทึกภาพแนวยาวที่คุณภาพสูงและไม่ลำบากนักถ่ายภาพในการต่อภาพหรือต้องนำมาทำต่อด้วยซอร์ฟแวร์ xpan เป็นภาพพาโนราม่าที่มีเสน่ห์อย่างแท้จริง และในยุคปัจจุบันที่กล้อง xpan ราคาทะลุฟ้าไปไกลมาก เงินต่ำกว่าแสนคงซื้อกล้องพร้อมเลนส์ xpan ไม่ได้แล้ว ก็เลยมีคนคิดหาทางถ่ายภาพแนว xpan ด้วยกล้องดิจิทัล และมันก็เป็นไปตามที่เห็นในคลิปด้านล่างนี้

ภาพด้านล่างต่อไปนี้จะเป็นภาพที่คร็อปตัดส่วนด้านบนและด้านล่างเพื่อให้ดูเป็นภาพพาโนราม่าสัดส่วนเท่ากับ xpan

1671781805776
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
IMG_20220917_224700
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan2-IMG_0296
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan2-IMG_0375
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-4jan2020-img_ (71)
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0107
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0397
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
dpp-xpan-IMG_0020
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
IMG_0004
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
kobfa canon 25dec2013 - IMG_9259-Full
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24
100_3775
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 4:3 เป็น 65:24
IMG_7894
ภาพพาโนราม่า คร็อบภาพจาก 3:2 เป็น 65:24

ทำไมถึงเลือกภาพนี้

jp-newyear2020

มีเพื่อนผมคนหนึ่งกำลังดูภาพ สคส ที่ผมทำขาย แล้วเขาก็มาสะดุดกับภาพนี้ และก็บอกความรู้สึกว่า องุ่นในนี้มันไม่สวยเลย ทำไมถึงเลือกภาพนี้มาทำ สคส เพราะเขาดูแล้ว แม้มันจะสีสวย แต่มันก็เป็นองุ่นที่ยังไม่น่ากิน มันมีฝ้าขาวๆ มันยังไม่ได้ล้าง รู้สึกว่ามันไม่น่ากิน

ผมเห็นด้วยที่มันยังไม่น่ากิน แต่แต่ในแง่ของภาพถ่าย ผมกลับรู้สึกว่าภาพนี้สวยดี และเพราะรู้สึกว่ามันสวย มันเป็นตัวแทนขององุ่นแดง เป็นองุ่นที่วางขายอยู่จริงๆ และเป็นองุ่นที่พบเห็นได้จริง มันไม่ได้สวยสมบูรณ์แบบ มันสวยตามสภาพที่มันถูกวางอยู่ ผมเล่าไปตามที่คิดว่าผมก็รู้สึกว่ามันยังไม่น่ากิน แต่ผมก็ยังชอบภาพนี้อยู่ดี และก็เลือกทำ สคส และมันเป็นภาพที่ถูกลูกค้าเลือกเป็นภาพแรกในการสั่งผลิต สคส เสียด้วย

องุ่นพวงนี้วางขายอยู่ที่อำเภอปากช่อง ผมขับรถผ่านร้านค้าริมถนนแล้วก็แวะดูผลไม้ที่ขายอยู่ แม่ค้ามีผลไม้หลายชนิดวางเรียงรายให้เลือก ในฐานะช่างภาพ ผมเดินเข้าไปหาสิ่งที่น่าจะถ่ายรูปแล้วสวย มันก็คือองุ่นพวงนี้ และกองพุทราที่วางอยู่ข้างๆ ผมจำได้ว่าวันนั้นผมถือกล้อง kodak c140 ซึ่งเป็นกล้องดิจิทัลคอมแพ็คราคาถูกรุ่นหนึ่งที่ผมซื้อมาใช้

100_0670

ผมเลือกซื้อกล้องราคาประหยัดตัวนี้เพราะว่ามันเล็ก กระทัดรัด มันใส่ถ่าน AA จำนวน 2 ก้อนก็ทำงานได้ มันมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ในยุคปี คศ 2009 โลกของเรายังไม่มีโทรศัพท์ที่ถ่ายภาพได้สวย ความสวยงามของภาพถ่ายจะต้องมาจากกล้องดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งทริปที่ผมเดินทางในเวลานั้นผมเลือกพกกล้องตัวเล็กราคาประหยัดตัวนี้เป็นอุปกรณ์บันทึกภาพหลักของทริปด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากพกของหนักนั่นเอง

chiangmai-set1- (21)

กล้องดิจิทัลคอมแพ็คราคาไม่ถึงสามพันบาท ราคาถูกยิ่งกว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทุกตัวในเวลานั้น จะเรียกว่าเป็นกล้องที่ราคาถูกที่สุดในร้านขายกล้องดิจิทัลเลยก็ได้ ผมซื้อเพราะมันถูกนี่แหละ และตั้งใจจะวางไว้ในรถเพื่อใช้ถ่ายภาพต่างๆในเวลาที่จำเป็น เช่นการถ่ายภาพเหตุการณ์ หรือหากเกิดอุบัติเหตุ รถเฉี่ยวชน ผมก็จะมีกล้องถ่ายภาพเก็บไว้เคลมประกัน ต้องย้ำอีกครั้งว่าปี คศ 2009 โลกเรายังไม่มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพได้ชัดและมีคุณภาพดีเลย iphone4 ยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป

ผมเล่าให้เพื่อนฟังต่อว่า การถ่ายภาพแบบหวังผลให้มีคุณภาพสูงจากกล้องราคาประหยัดมากอย่างตัวนี้จะต้องอาศัยการถ่ายภาพระยะใกล้สักหน่อย เพื่อให้จุดเด่นของภาพมีความคมชัด และไม่มีฉากหลังที่ลดความน่าสนใจของภาพ กล้องดิจิทัลตัวเล็กๆราคาประหยัดแบบนี้ไม่สามารถถ่ายภาพคนให้ฉากหลังเบลอได้ ดังนั้นการจัดองค์ประกอบหน้าชัดหลังเบลอแบบที่นิยมทำกับกล้องระดับโปรก็จะเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ การถ่ายภาพให้ชัดที่สุดทั้งภาพจะเป็นหนทางที่ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงได้มากกว่าเทคนิคอื่นๆ ผมก็เลยวางกล้องใกล้ๆกับองุ่นแล้วกะให้องุ่นเต็มเฟรม แล้วก็ถ่าย ระบบออโต้โฟกัสทำงาน กล้องยืนยันว่าโฟกัสได้ชัดผมก็กดถ่ายเลยจึงได้ภาพนี้กลับมา

หลายปีต่อมา หลังจากที่ผมรู้จักกับเว็บที่ฝากขายภาพ ผมก็เลยส่งภาพไปร่วมขายด้วย หลายร้อยหลายพันภาพที่ผมส่งไปขาย มีภาพองุ่นแดงพวงนี้อยู่ด้วย และภาพนี้ก็ได้วางขายในเว็บที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งอย่าง gettyimages ทำให้ภาพนี้มีโลโก้ gettyimages ติดอยู่ในภาพ ในสถานะของภาพสำหรับขาย

767971309

การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ กล้องเป็นแค่เครื่องมือ เพียงแค่เราได้เครื่องมือที่เหมาะสม บวกกับความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือนั้นเราก็ทำงานศิลปะออกมาได้เหมือนกัน มีอะไรก็ใช้อย่างนั้น แล้วอยู่กับภาพ อยู่กับสาระของภาพ อยู่กับความสนุกในการเดินทาง