ทดลองใช้กล้อง Panasonic Lumix LX3 ภาค2

หลังจากที่ได้ยินข่าวลือว่ากล้อง panasonic LX3 เป็นกล้องที่มีความสามารถดีเด่นในหลายๆด้าน โดยเฉพาะมันเป็นกล้องคอมแพ็คที่ใช้เลนส์มุมกว้าง 24/f2 ซึ่งเป็นของไลก้า เซ็นเซอร์รับภาพที่ใหญ่กว่ากล้องคอมแพ็คของค่ายอื่นเล็กน้อยทำให้มีสัญญาณรบกวนหรือ noise ต่ำกว่าชาวบ้านในระดับเดียวกัน และยิ่งเห็นภาพตัวอย่างว่าภาพขาวดำจากกล้องตัวนี้ให้ภาพที่สวยที่สุด สวยกว่าโหมดภาพสีเสียอีก เลยทำให้สนใจและในที่สุดก็ยุเพื่อนซื้อจนได้ แล้วก็เอามาลองถ่ายเล่นชุดใหญ่



โหมดภาพที่ใช้งานสำหรับลองเล่นในครั้งนี้จะมีสองแบบ คือ Vibrant ซึ่งให้สีฉูดฉาด และโหมด dynamic bw ซึ่งให้ภาพขาวดำแบบดุเดือดถูกใจคนเคยเล่นขาวดำ เท่าที่ลอง ภาพโหมด vibrant จะให้สีอิ่มตัวสูงมาก เทียบได้กับเอาภาพสีจืดมาเพิ่ม saturate ในคอมพิวเตอร์ให้มันฉูดฉาด กล้องตัวนี้ทำได้ดี และทำให้ทันทีที่ถ่าย ผมคิดว่ามันช่วยลดเวลาการแต่งภาพลงไปเยอะเลย ปกติผมก็ไม่ค่อยนิยมจะนั่งแต่งภาพอยู่แล้วเพราะความขี้เกียจ ถ้าได้ภาพสีสวยๆสดๆจากกล้องเลยมันก็คงดีไม่น้อย แล้ว LX3 ก็ทำได้ดีเกินหน้าเกินตาจริงๆ หลายๆภาพถ้าวางองค์ประกอบดีๆ มันก็ดูไม่แตกต่างไปจาก DSLR ที่ตั้งใจถ่ายและตั้งใจ process ให้ภาพสีสด น้องพานาตัวนี้บอกว่า “พี่ไม่ต้องน้องทำเอง”

เลนส์ไลก้า 24/f2.8 สำหรับใช้กับกล้อง M6 ซึ่งเป็นกล้องระดับดาวค้างฟ้า ต้องจ่ายค่าตัวให้เลนส์สักหกหมื่นเห็นจะได้ ใครอยากได้แต่เงินน้อย เอามาหมื่นหก ได้เลนส์ได้กล้อง ได้เที่ยวทันที ไม่ต้องซื้อไลก้าตัวเต็มแล้วหมดเงินเที่ยว เลนส์ 24/f2 (ดีกว่า 2.8)ประสิทธิภาพสูง ไวแสง ทำให้เราสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี แถมกล้องยังมีระบบป้องกันมือสั่น ช่วยโยกเลนส์ ทำให้ภาพคมชัดแม้ความไวชัตเตอร์จะต่ำเกินมือมนุษย์จะถือให้นิ่งได้ บางภาพผมถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/8 ยังได้ภาพชัดอยู่เลย

เวลาผมใช้กล้อง LX3 ตัวนี้ ผมมักจะตั้งรูรับแสงไว้ที่ f2 เอากว้างสุดไว้ก่อน iso อยู่ที่ 100-200 แล้วแต่สถานการณ์ เลนส์สว่าง f กว้างๆ พร้อมกับระบบกันมือสั่นทำให้ถ่ายภาพได้แทบทุกสภาพแสง ถ่ายกลางคืนได้เหมือนตาเห็น แล้วที่สำคัญคือ มันวัดแสงไม่พลาดเลย ผมถ่ายภาพวัตถุสีขาวๆ หรือ สถานที่มีทั้งแดดส่องและร่มเงา ก็ให้ภาพที่สว่างพอดี ไม่ได้มีภาพมืดไป หรือสว่างไปเหมือนตอนที่ใช้ DSLR คิดไปแล้วมันเป็นกล้อง point and shoot จริงๆ คือมันง่ายต่อการยกมาถ่ายทันทีทันใด ไม่ต้องคิดมาก

หากจะให้เทียบกับ DSLR ผมคงจะต้องบอกว่า DSLR ให้คุณภาพที่ดีกว่า แต่ว่าต้องจ่ายเยอะกว่า และต้องใช้สมองเยอะกว่าด้วย ถ้าไม่อยากคิด ไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากจ่ายเพิ่มลองหันมาใช้ LX3 ดูก็เป็นคำตอบที่ดีเหมือนกันนะ บางภาพผมว่ามันทำได้ดีกว่า DSLR เสียอีก

ทดลองใช้กล้อง Panasonic Lumix LX3 ภาค1

กล้องดิจิทัลที่ได้ข่าวมาสักพักแล้วว่าคุณภาพดี พอเพื่อนจะซื้อก็เลยยุให้ซื้อไปซะเลย พาเพื่อนไปซื้อที่ร้าน ไปทดสอบ ไปลองเล่นด้วยตัวเอง ภาพที่ได้สวยมาก เลนส์มุมกว้าง 24 มม. ทำให้ถ่ายภาพต่างๆได้ง่ายไม่ต้องถอยเยอะ รูรับแสง f2 เป็นขนาดรูรับแสงที่ถือว่ากว้างมาก ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี แถมกล้องยังมีระบบกันมือสั่นอีกต่างหาก ทั้งมุมกว้าง ทั้งรูรับแสงกว้าง ทำให้ไม่ต้องใช้ iso สูงๆ สัญญาณรบกวนก็จะน้อย ถ่ายเล่นมาหลายภาพเลย


ภาพนี้ถ่ายที่ร้านกล้อง ทดสอบก่อนซื้อ


ได้กล้องแล้วก็ไปดูกระเป๋ากล้อง เพราะร้านไม่ได้มีของแถมให้


ซื้อเรียบร้อยก็ไปกินเอ็มเค


ถ่ายเล่นๆเลนส์มุมกว้าง 24มม.


กล้องตัวนี้ปรับไปถ่ายขาวดำได้สวยมาก


ถ่ายมาโครได้ใกล้มาก ซึ่งมักเป็นคุณสมบัติของกล้องคอมแพ็คสมัยนี้แทบทุกตัว


ภาพคร็อบหัวแหวน

ทุกภาพถ่ายจากกล้อง ก็อปปี้ลงเครื่อง ย่อขนาด ปรับ sharpen 1 ครั้ง ส่วนสีสันก็ไม่ได้ปรับอะไรเลย วันหลังจะยิืมมาเล่นใหม่ ไปหาที่ถ่ายตอนกลางวันสภาพแสงสวยๆ น่าจะได้ภาพที่ดีอีกเยอะ
กล้อง 15900 บาท ประกันร้าน เพราะของศูนย์ยังไม่มีขาย
แบตซื้อเพิ่มก้อนละ 1100 บาท ยี่ห้อ oska
เมมโมรี่ได้แถมจากร้าน 2G ซื้อเพิ่มอีก 8G ราคา 699 บาท
ไว้ได้ลองอีกครั้งจะมาโม้ต่อภาคสอง

ชะอำเหมือนบางแสน

วันสิ้นปีกับคนสิ้นคิด ไม่รู้จะไปไหนดี อยากจะไปหาแฟน แต่ไม่มีแฟนเป็นของตัวเอง อยากไปเที่ยวพิษณุโลกตามคำชวนของเพื่อนกลุ่มถ่ายรูป แต่ก็มีเพื่อนอีกขโยงขอติดรถไปด้วย เลยเบื่อไม่อยากขับรถหนักๆ กะไปคนเดียวไม่ต้องเอาใจใครทริปขึ้นเหนือเลยล่ม ไม่ไปดีกว่า สุดท้ายตอนเช้าวันเดินทางคิดใหม่ทำใหม่ ไปชะอำดีกว่า เลยนัดเพื่อนที่อยู่เพชรบุรีว่าจะไปเที่ยวชะอำ จะแวะไปรับ เพื่อนใจดีก็ยอมมาอยู่เป็นเพื่อน เลยได้ทริปใหม่ไปคนเดียวแต่กินกันสามคนอิ่มแบบหลากหลาย นั่งเตียงผ้าใบ ปลาหมึกลอยฟ้า กุ้งลอยฟ้า ทอดมันลอยฟ้า ส้มตำลอยฟ้า ทุกอย่างเรียกลงมาอยู่บนโต๊ะได้หมดเลย รวมไปถึงอาหารตามสั่ง กระเพาทะเลและต้มยำรวมมิตรน้ำใส รสแซบ อิ่มแล้วต่อด้วยไอติมวอลล์ ค่ำๆก็ส่งเพื่อนกลับบ้าน ขับรถกลับบ้านไปนั่งนับเลข รอเวลาปีใหม่

เดินเล่นปีใหม่ กับสถานที่ที่ยังไม่ถูกโปรโมท

ปีใหม่ไม่มีอะไรทำ เลยไปดูที่กับเพื่อนในราชบุรี ไปอำเภอสวนผึ้งซึ่งมีรีสอร์ทผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ญาตของเพื่อนก็ไปซื้อที่ดิน สปก.ไม่มีโฉนดเก็บไว้กับเขาเหมือนกัน ผมก็ตามไปดู ไม่คิดจะซื้อหรอกเพราะไม่ได้มีเงินทองเหลือใช้ขนาดนั้น และยังไม่คิดจะทำธุรกิจรีสอร์ทด้วย ไปดูเล่นๆ ไปดูที่จับจอง สภาพไม่ค่อยสวยเพราะยังไม่ได้รับการปรับปรุง แต่ก็มีแววที่จะเกิดเหมือนกัน เลยจากที่ดินของเพื่อนขึ้นไปอีกนิดเป็นอ่างเก็บน้ำ ยังไม่มีชื่อ ไปเห็นแล้วก็อึ้งเลย วิวสวยมากสำหรับการถ่ายรูป แต่ถ้าจะพักผ่อนหย่อนใจคงต้องคิดใหม่ เลยได้ภาพสวยกลับมานิดหน่อย

ของชำร่วยงานแต่งงาน ปาโกะกับน้องป๋วย

 

ของชำร่วยฉบับเร่งด่วนทำเองกับมือ  เอางานออกแบบของลูกค้าให้ปาโกะดูเป็นไอเดีย แล้วเปลี่ยนข้อมูลเป็นของเจ้าภาพซะเลย  สะดวกรวดเร็ว  อาจจะดูเหมือนลอก  แต่คิดว่าไม่ใช่  เพราะของชำร่วยประเภทอื่นๆก็เอาสินค้าสำเร็จมาติดชื่อเหมือนกัน

ปาโกะ-ป๋วย ไปถ่ายรูปที่นากาย่า

จริงๆผมควรจะได้ไปด้วย  แต่ติดที่ต้องเฝ้าร้าน  กำหนดจองรีสอร์ทก็ไม่ได้ยกเลิก  เขาเลยไปถ่ายภาพกันสนุกสนาน ปล่อยให้ผมทำงานแห้งเหี่ยวอยู่กรุงเทพฯ   มีภาพเบื้้องหลังเป็นวิดีโอกลับมาให้ดูเพียบเลย  ปาโกะคงจะเอาไปตัดต่อเตรียมฉายในงานแต่ง   ผมเลือกมาบางส่วนเก็บไว้ดู

ข้อมูลเตรียมถ่ายถ่ายงานแต่งงาน

เนื่องจากมีคนถามเรื่องภ่ายภาพ เรื่องสถานที่ และเรื่องชุด เลยหารวบรวมเอาไว้เป็นข้อมูล

เบอร์สวนรถไฟ   02-537-9221   กรณีถ่ายชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว  ค่าสถานที่สำหรับstudio  จะคิด 3000 บาท  ถ้าเป็นบ่าวสาวติดต่อเองแล้วนำช่างภาพเข้าไปเอง  จะคิด 1500 บาทค่ะ  แต่ต้องทำหนังสือและจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนวันที่จะไปถ่ายภาพ

 

เช่าชุดแต่งงาน  เอาชุดลงทะเลได้แนะนำ

ร้าน fanony  02-434-8206  ปิ่นเกล้า  ถูกสุด 1500

อีกร้าน  unibride  เนี่ย 02-379 9283-4  อยู่เสรีไทย

เดินเล่นแถวเซ็นทรัลเวิร์ล ดูไฟ ถ่ายรูป

เพื่อนกลุ่มช่างภาพเป็นคนชวนกันไป  พร้อมด้วยสาวๆอีก 1 แพ็ค  ไปถึงกินกันอิ่ม หมดแรงเดิน  แล้วก็พยายามเดินกันอยู่ประมาณชั่วโมงนึง  เห็นว่าดึกแล้ว หมดมุขแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ

ถ่ายภาพก่อนแต่งงาน ปาโกะกับน้องป๋วย

ต้นเดือนธันวาคมได้รับโทรศัพท์จากปาโกะว่าจะแต่งงาน กลางเดือนก็เลยนัดถ่ายภาพกัน เริ่มต้นโปรแกรมกันที่รีสอร์ทในราชบุรี แต่ว่าเกิดเหตุติดขัดนิดหน่อย ทำให้ผมไม่สามารถจะไปค้างคืนเพื่อถ่ายภาพได้ โปรแกรมเลยต้องเลื่อนมาเป็นถ่ายในกรุงเทพฯแทน หนึ่งวันเต็มๆในสวนรถไฟ ถ่ายไปสี่ร้อยกว่ารูป มีรูปสวยพอใช้งานได้ งานหมั้นและแต่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า ผมช่วยพิมพ์การ์ด ทำของชำร่วย ถ่ายภาพเตรียมงาน และถ่ายภาพในงานหมั้น ส่วนวันจริงเดี๋ยวจ้างเพื่อนช่างภาพอีกคนมาช่วยรับหน้าที่ไป

กล้องดิจิทัลหน้าตาดี

กล้องพานาโซนิครุ่น LX3 ใช้เลนส์ leica ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพ  การออกแบบก็ดูคลาสิค พร้อม accessory ที่น่ารักน่าใช้  ฟังข่าวลือมาว่าใช้ถ่ายภาพขาวดำได้สวยโดนใจคนเล่นกล้องอย่างมาก  ไปโหลดภาพตัวอย่างมาดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนจริงๆ  เลนส์ที่ติดกล้องมาเป็นเลนส์ซูม 24-60 มม.  นับว่ามุมกว้างมาก  เหมาะกับการพกเพื่อท่องเที่ยวและเก็บภาพเพลินๆดี  ไว้ถ้าเศษตังค์เหลือจะซื้อมาใช้นะ  น้องพานา……

ลองเล่นกล้อง Eos 5D กับเลนส์ 135/F2

กล้องรุ่น Eos 5D เป็นกล้องระดับโปรฯที่ราคาถูกที่สุด แต่ค่าตัวตอนออกใหม่ๆก็เกือบแสนบาท  ตอนนี้เอามาลดราคาอยู่ไม่ถึงหกหมื่นเพราะว่ากำลังจะมีรุ่นสองออกมาแทน  ตัวเก่าเลยต้องระบายสินค้า  เพื่อนผมที่ซื้อมาใช้งานก็เอามาให้ลองเล่น  พร้อมกับเลนส์อีกสามตัว  ผมก็เลยเอามาทั้งกระเป๋าแล้วลองไปถ่ายภาพเล่นดู  คุณภาพของกล้องและเลนส์ต่างก็อยู่ในระดับที่ดีมากทั้งสิ้น  ถ้าได้ภาพไม่สวยก็โทษกล้องไม่ได้แล้ว  ต้องเคาะหัวตัวเองเท่านั้น

 

ภาพน้องหมาแสนน่ารัก  ถ่ายด้วยเลนส์ 135/F2 ตั้งรูรับแสงกว้างสุดเพื่อให้แบบเด่น หลังเบลอ

ภาพโดยรวมแล้วออกแนวหวานใส  ภาพในร่มจะให้ความสวยงามมากกว่าภาพแดดจัด  ใครที่ชอบภาพนุ่มๆ ด้านหลังเบลอสวยๆ พยายามหลีกเลี่ยงอย่าถ่ายในที่แดดจัดก็จะได้ลักษณะภาพที่ถูกใจยิ่งขึ้น

ไปเดินงานโฟโต้แฟร์ปี 2008 มา

ปีนี้ผมไปเดินเล่นหาซื้อของหลายอย่าง  ตั้งแต่ฟิล์มเคลือบรูปม้วนละ 1920 บาทความยาว 50 หลา หน้ากว้าง 25 นิ้ว ซึ่งผมเคยมีใช้อยู่ม้วนหนึ่งเมื่อสี่ปีก่อน  แต่เพิ่งใช้หมดไปกับงานของเพื่อนคนหนึ่งมาทำทีเดียวห้าสิบรูป  ก็เลยโละของเก่าไปหมด ปีนี้เลยไปซื้อมาใหม่ เปลี่ยนลายเป็นชนิดด้านธรรมดา 

กรอบรูปปีนี้ก็ถูกลง  ไม่ได้ซื้อกรอบหลุยส์แล้ว  เพราะคิดว่าคงเริ่มเชย  ปีนี้ซื้อเป็นกรอบไม้ธรรมดา ไม่ต้องประกอบอะไรมาก  มีแผ่นไม้อยู่บนกรอบหนาประมาณ 1 นิ้ว  เอารูปมาแปะบนแผ่นด้านหน้าก็เสร็จ  น่าจะทำได้ง่ายและรวดเร็วแล้วก็ดูดี  ซื้อมา 5 อัน เผื่อเอาไว้ทำงานให้เพื่อนที่จะแต่งงานในเดือนมกราคมปี 2009  กะว่าอาจจะใช้ไม่เกิน 2 อัน  อีก 3 อันคงเอาไว้ใช้เองหรือรับงานทั่วไป

ซื้อที่ตัดกระดาษมุมมนมาอันนึง 250 บาท ปีที่แล้วซื้อมา 1 อัน ใช้งานง่ายดี  ปีนี้เลยซื้อเพิ่มอีก 1 อัน เพื่อให้มีสำรอง

ซื้อเมมโมรี่ชนิด CF ความจุ 16 จิ๊กกะไบต์  ราคา 1200 บาท  ถูกเหลือเกิน  ปีที่แล้วซื้ออันละ 8 จิ๊กกะไบต์สองพันบาทเชียว  ของทุกอย่างเดียวนี้ถูกลงเรื่อยๆ  คงมีแต่ค่าสินสอดของเจ้าสาวละมั้งที่ไม่เคยลดราคา 

ไปเห็นเครื่องเจาะห่วงร้อยกระดูกงูสำหรับทำงานปฏิทิน  ลดราคาจากสองหมื่นสอง เหลือ หมื่นห้า  ดูน่าซื้อเหลือเกิน  พยายามชั่งใจอยู่  ถ้าซื้อมาก็คงเอามาทำอะไรได้อีกเยอะ  แต่จะทำเงินได้เยอะแค่ไหนยังไม่รู้เหมือนกัน  ลังเลอยู่  รอลูกยุ ลูกบ้า…

ไปพบอาจารย์ ชวาล  ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียน ป.โท ที่จุฬา  ท่านกับเพื่อนเปิดธุรกิจทำ โฟโต้บุ๊ค  เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลของแคนนอน  พร้อมหน่วยทำเล่ม ไสกาว เคลือบผิว  เบ็ดเสร็จสี่ล้านห้าแสนบาท  น่าสนใจมากๆ  กะว่าจะตามไปดูงานที่ร้านของท่านสักหน่อย  วันที่สิบเดือนนี้เป็นต้นไป  อาจารย์บอกให้ไปดูได้ที่สยาม  จะทำให้เป็นตัวอย่างร้าน  แล้วจะเริ่มขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชน์

ปีนี้ไม่ได้ซื้อของเล่นอะไรเพิ่มเติม  อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร  และห่างจากการรับจ้างถ่ายภาพมานานแล้ว  ถ้าซื้อของเพิ่มจริงๆก็ควรจะรับงานเพิ่ม  นั่นสิ  รับงานเพิ่ม  รับงานเพิ่ม  หรือจะไปเปิดสาขาทำโฟโต้บุ๊คดีหนอ  สี่ล้านห้าแสน ผ่อนจ่ายได้  ไม่น่าหนักมาก  ได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม