หัวหินปี2009

ไปหัวหินมาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งไปคนเดียว ปีนี้ไปสองคน

บ้านพักสวยดี แต่ราคาก็แพงตามความสวย ตกแต่งภายในได้น่ารักน่าใช้งาน มีห้องพักเพียงพอ ห้องน้ำน่าใช้ การหลับนอนไม่เป็นปัญหา อากาศเย็น ลมแรง แต่ภายนอกตัวบ้านของหลังที่ไปพักดูไม่ค่อยน่าสนใจ

วิวข้างบ้านก็สวย

บ้านด้านข้างราคาถูกกว่าแต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง

มากันเป็นครอบครัว

ครอบครัวฝรั่ง

กระโดด

ชอบรูปนี้

good picture reproduction2

ระบบการพิมพ์ภาพในระดับผู้บริโภคมีทางเลือกอยู่สามอย่าง คือ เลเซอร์ปริ๊นเตอร์ อิงค์เจ๊ท และ เครื่องพิมพ์แบบ Dye-sublimation อ่านว่า ดาย สับ รี เม ชั่น สามประเภทนี้จะมีราคาแพงมากในตอนเริ่มต้นและเมื่อผ่านไปหลายๆปี(สิบปีเป็นอย่างน้อย) ก็จะราคาถูกลง จากเป็นแสนเหลือไม่กี่พันบาท

เลเซอร์ให้ความเร็วและความคมชัดของตัวหนังสือที่ดีที่สุด แต่ให้ภาพสีไม่สวยเลย อิงค์เจ๊ทจะช้ากว่า แต่ให้สีสวยกว่า แต่ก็จะทำความคมชัดไม่ค่อยดี แต่ระบบการพิมพ์ดายสับเป็นระบบที่ดีที่สุดมาตั้งแต่ต้น แต่ก็ราคาแพงกว่ามาก ตอนที่เลเซอร์ขาวดำขายกันเครื่องละหนึ่งหมื่นบาท อิงค์เจ๊ทสีราคาประมาณห้าพันบาท ดายสับต้องมีเงินสักแสนกว่าบาท

แต่ตอนนี้ชาวบ้านสามารถใช้บริการเครื่องพิมพ์ดายสับได้แล้วในราคาไม่กี่พันบาท ด้วยความอนุเคราะห์จาก canon ที่ทำของถูกออกมาขายโดยใช้ชื่อรุ่นว่า cp760 เมื่อก่อนการพิมพ์กระดาษขนาด A4 ด้วยระบบดายสับ ทำให้ต้นทุนแพง อยากทำให้ถูกก็ทำขนาดเล็กแค่จัมโบ้ หรือ 4×6 นิ้วก็พอ canon เลือกวิธีนี้ ทำให้มีของมาขายในราคาถูก

ตอนที่รู้ว่าระบบดายสับราคาแค่ไม่กี่พัน ผมก็ไม่ค่อยสนใจมาก เพราะคิดว่าของแพงเอามาทำให้ถูกมันอาจจะลดทอนคุณภาพลงไปเยอะ และอาจจะไม่ได้สวยงามไปกว่าอิงค์เจ๊ทเลย แต่พอได้ลองใช้แล้วก็รู้สึกว่ามันยังคุณภาพยอดเยี่ยมอยู่เหมือนเดิม เครื่องอิงค์เจ๊ทและเลเซอร์ไม่สามารถให้คุณภาพแบบนี้ได้แน่นอน และหากไปเทียบกับเครื่องอัดภาพของร้านถ่ายรูปเครื่องละสองล้าน ดายสับตัวละไม่กี่พันก็ยังให้ภาพที่ดีกว่า เพียงแค่มันทำได้ในขนาดเล็ก และใช้เวลาต่อหนึ่งใบค่อนข้างนาน ชั่วโมงหนึ่งอาจจะได้หกสิบใบ แต่เครื่องละเป็นล้านทำได้พันห้าร้อยใบต่อชั่วโมง

แต่แค่เอามาพิมพ์เล่นในบ้าน แล้วจ่ายค่าอัดภาพดายสับใบละ 7 บาท อัดเล่นวันละใบสองใบ ผมว่าประหยัดกว่าขับรถไปอัดภาพที่ร้านเสียอีก นอกจากจะอัดทีละหลายร้อยใบ แบบนี้ค่อยไปส่งร้าน

แต่จุดเด่นของดายสับก็คือสีไม่เพี้ยน ไฟล์ดิจิทัลมาอย่างไรมันก็ให้ภาพแบบนั้น ใบแรกสวยแบบไหน ปีหน้ามาอัดใหม่ ไฟล์เดิม ก็ให้สีแบบเดิม แตกต่างจากร้านอัดภาพ เอาไฟล์ไปร้านแรก กับ ร้านที่สอง อัดภาพออกมา รับรองภาพไม่เหมือนกัน ตรงนี้แหละที่ดายสับเที่ยงตรงและน่าใช้กว่า

good picture reproduction

ตลอดเวลาหลายปีที่เป็นช่างภาพ และเป็นคนทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ มีเรื่องยาขมเกี่ยวกับการอัดภาพหรือพิมพ์ภาพอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือภาพไม่สวย อาการไม่สวยคือสีแตกต่างไปจากสิ่งที่เห็นในจอเยอะมากๆ การเอาภาพดิจิทัลหรือแม้แต่ฟิล์มไปอัดภาพตามร้านอัดรูปก็เป็นสิ่งที่ต้องลุ้น ลุ้นว่าโทนสีจะออกมาแบบที่ต้องการหรือไม่ ถ้าอัดออกมาถูกใจก็ถือว่าโชคดี ถ้าอัดออกมาไม่สวย ก็จะรู้สึกแย่และเสียดายเงิน

เคยเบื่อหน่ายกับการอัดภาพตามร้าน สุดท้ายต้องซื้อเครื่องปริ๊นเตอร์อิงค์เจ๊ทมาพิมพ์เอง เสียเงินต่อเนื่องกับหมึกปริ๊นเตอร์และกระดาษสำหรับพิมพ์ มีบางช่วงเวลาเอาเครื่องปริ๊นเตอร์ไปต่อพ่วงกับระบบแท้งค์หมึก มีสายยางยืดออกจากขวดหมึกไปเจาะเข้ากับหัวพ่นหมึก ดูน่าเกลียด และบำรุงรักษายาก ในที่สุดเครื่องปริ๊นเตอร์ก็พังก่อนที่หมึกจะหมดขวดเสียอีก

คุณภาพของการพิมพ์ด้วยอิงค์เจ๊ทค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเทียบกับร้านอัดรูปได้ เพราะการเกิดภาพของเครื่องอิงค์เจ๊ทจะแย่กว่าภาพที่ออกจากร้านอัดภาพโดยตรง สาเหตุก็เพราะการพิมพ์อิงค์เจ๊ทจะพ่นหมึกไปติดบนกระดาษ ภาพจะเป็นจุดๆไม่ค่อยสวย แต่ไปอัดภาพตามร้านก็ต้องไปเสี่ยงกับการปรับภาพมั่วไร้สามัญสำนึก ภาพไหนดูมืดก็จะโดนเร่งซะสว่าง ภาพไหนสีแปลกตาก็จะถูกปรับให้เปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีที่ช่างอัดภาพคิดว่ามันดีกว่า สรุปแล้วมีเหตุผลแย่ๆหลายข้อทำให้การอัดภาพมักจะได้ภาพคุณภาพไม่ดี

เดี๋ยวค่อยต่อภาค 2

ไฟไหม้ ไฟไหม้ ไฟไหม้

อยู่ๆก็ได้กลิ่นแปลกๆ คนเริ่มมุงดู เลยออกไปดูบ้าง ก็เจอกับรถเมล์ จอดป้าย พร้อมควันสีดำปิดถนนมองทางไม่เห็น คนเริ่มมุงเยอะ ควันเริ่มเยอะ รถผมจอดอยู่ใกล้ๆเลยต้องรีบขับออกไปจอดไกลๆ แล้วก็หยิบกล้องท้ายรถมาถ่ายก่อนจะขับรถออกมา พอย้ายที่จอดจนแน่ใจว่าไม่เกะกะการทำงานของหน่วยกู้ภัย ก็เลยเปลี่ยนเลนส์ยาวๆหน่อย แล้วสะพายกล้องเดินกลับไปใกล้ๆที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน แต่ก็ถ่ายเก็บไว้ก่อน

ภาพจากกล้องโดฟ

กล้อง “โดฟ” เป็นกล้องพลาสติกตัวเล็ก แถมมากับแชมพู ใส่ฟิล์มแล้วกดชัตเตอร์อย่างเดียว ไม่ต้องโฟกัส ไม่ต้องวัดแสง ค่าแสงที่เหมาะกับมันก็คือ แสงแดดตอนกลางวัน ถ้าไม่มีแดดห้ามใช้เด็ดขาด แต่ถ้าแดดดี ก็ได้ภาพอย่างที่เห็น สีสันอาจจะไม่สดใสนักอาจจะเป็นเพราะฟิล์มที่เอามาใช้มันหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2005 (ประมาณสามปีกว่าๆแล้ว)

หลังจากที่ได้ภาพมาแล้วก็เอาฟิล์มมาสแกนแล้วแต่งภาพต่อนิดหน่อยให้เป็นสไตล์โพลาลอยด์ มันก็ดูแปลกตาดี สวยแบบติดกลิ่นอาร์ต แม้จะไม่ถือว่าสวย แต่เหตุการณ์ในภาพสำคัญกว่า จะหม่น จะเปื้อน จะไม่ชัดบ้าง แต่สาระสำคัญยังอยู่ ก็ถือว่าเป็นภาพที่น่าเก็บไว้

Good Morning Phuket

ผมไปภูเก็ตหลายครั้ง เห็นแนวต้นยางมาหลายปีแล้วครับ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสแวะถ่ายภาพในจังหวะเวลาที่สภาพแสงสวยเลย แต่เช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 หลังจากรับรถเช่าที่สนามบิน ขับรถผ่านก่อนจะเข้าเมืองภูเก็ต ก็เจอแนวต้นไม้ ตัดสินใจแวะถ่าย ก้มๆเงยๆอยู่หานาที เลยได้ภาพนี้มา ใช้กล้องของคนอื่นเสียด้วย

เล่นแฟลชตัวที่สอง

การถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชเป็นสิ่งที่เป็นยาขมกับการถ่ายภาพมานาน ยิ่งใช้แฟลชหลายตัวยิ่งเป็นปัญหา ยุคกล้องฟิล์มผ่านไป ดิจิทัลทำให้การเล่นกับแฟลชเป็นเรื่องง่าย เพราะไม่เปลืองฟิล์ม เห็นภาพทันที ทำให้การทดลองเป็นเรื่องง่ายดาย งานที่ใช้แฟลชหลายๆตัวเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น

 

การใช้แฟลชหลายตัว หรือ บางคนเรียกว่าใช้แฟลชแยก ซึ่งอาจจะมีแค่ตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ สิ่งที่ต้องมีคือขาตั้งแฟลชตัวที่มันแยกไปอยู่ไกลๆนั่นแหละ เอาแฟลชตัวแยก หรือตัวทีี่สองติดขาตั้ง ตั้งค่าให้แฟลชทำงานกระพริบตามแฟลชตัวอื่นๆ(ตัวที่ติดกล้อง)

ภาพตัวอย่างแรก ใช้กล้อง Panasonic LX3 เปิดแฟลชติดกล้องเป็นตัวสั่งการ แฟลชตัวที่สองอยู่บนขาตั้ง

ภาพตัวอย่างถ้าไม่มีแฟลชแยกที่ติดบนขาตั้ง กล้องก็จะยิ่งแฟลชไปถึงแค่ผนังด้านขวา ที่ไกลกว่านั้นแฟลชจะไปไม่ถึง พอมีแฟลชแยก เราก็จะจัดแสงได้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

เลยลองเอาแฟลชตัวที่สองยิงเข้าด้านหลังแบบ น้องหมาเป็นนางแบบจำเป็นทำหน้าเบื่อๆ
ถ้าแสงด้านหลังมากไป ก็ปรับรูรับแสงของกล้องให้มีตัวเลขเยอะขึ้น จะได้รับแสงน้อยๆหน่อย หรือจะใช้วิธีไปตั้งแฟลชตัวที่สองให้ยิ่งกำลังไฟน้อยลงก็ได้

การยิงแสงมาจากด้านหลังจะทำให้มี”ริมไลท์” หรือ แสงขอบๆ รอบตัวแบบ แยกแบบให้ลอยเด่นจากฉากหลัง
แสงด้านหน้าแบบพอดีด้วยแฟลชติดกล้อง แสงด้านหลังตั้งให้เยอะๆไว้หน่อย ขอบขาวๆรอบๆจะได้เด่นๆ

ต่อมาลองย้ายแฟลชไปไว้ด้านซ้ายมือของคนถ่าย ให้แสงแฟลชตัวที่สองยิงเข้าแบบและยิงไปโดนผนังด้านขวาด้วย หน้าตานางแบบดูเบื่อๆพิกล  แต่ก็ต้องทนเพราะไม่กล้ากระโดดลงจากโต๊ะ

ลองเล่นแล้วสนุกดี  ต่อไปจะลองภาพแฟลชอีกหลายๆแบบ  มีเรื่องให้ลองอีกเยอะ….

พก Panasonic LX3 ไปเที่ยว

 

กล้องตัวเล็กอย่าง Panasonic LX3 ใช้งานได้ง่ายเหลือหลาย แค่หยิบขึ้นมาเล็งแล้วก็กดถ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ภาพสีแนวสดใส เลนส์ไวแสง f2.0 ให้ภาพเหมือนตาเห็น ถ่ายตอนกลางคืนก็สบายๆ ภาพไม่สั่น ไม่ต้องง้อขาตั้งกล้อง

 

 

ไปเที่ยวรอบนี้ตั้งใจพกกล้องไปเพียงตัวเดียว เพื่อตัดเรื่องความลังเลว่าจะใช้กล้องตัวไหนเพื่อเก็บภาพดี พอเราไม่ต้องคิดเรื่องอุปกรณ์ก็เลยมีเวลาใส่ใจกับองค์ประกอบภาพ อารมณ์ร่วมกับสถานที่ต่างๆทำให้เราถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

 

 

ตั้งโหมดของกล้องไปที่ระบบ Custom คือ เลือกใช้ระบบวัดแสงแบบ P ให้กล้องหาค่ารูรับแสงและสปีดอัตโนมัติ ตั้งค่า iso ไว้ที่ auto ถ้าแสงน้อยกล้องจะเพิ่ม iso ให้อัตโนมัติ เลือกโหมดบันทึกภาพเป็นชนิดสีสด+ขาวดำ ถ่ายครั้งเดียวได้ไฟล์ 2 แบบ

จัดไฟถ่ายแบบประหยัด

ผมได้ไอเดียมาจากเว็บฝรั่งรายหนึ่งเกี่ยวกับการดัดแปลงอุปกรณ์การถ่ายภาพ เลยเอามาทำใช้งานเองบ้างได้ผลดีน่าพอใจ ใครอยากไปดูไอเดียอื่นๆตามไปอ่านเว็บของเขาเลยที่ http://www.srtobist.blogspot.com

ผมเริ่มจากเอากล่องที่เหลือใช้ขนาดใหญ่ๆหน่อย เอามาตัดผนังออกสามด้าน แล้วติดกระดาษไข หรือกระดาษลอกลายก็ได้ ตอนถ่ายก็วางกระดาษขาวพาดเข้าไปอีกทีหนึ่ง ส่วนแสงแฟลชก็ใช้แฟลชสเลฟวางไว้ด้านข้าง ถ้าวางไว้ข้างซ้าย ก็จะมีเงาทอดไปทางขวาเล็กน้อย แต่เป็นเงานุ่มๆ ทำให้ภาพดูมีมิติ

ลักษณะการจัดแสงแบบนี้เหมาะกับการถ่ายภาพสินค้าต่างๆ ผมก็เลยลองเอาของมาถ่ายหลายๆอย่าง


นาฬิกาดูโบราณ เป็นแบบใส่ถ่าน ตั้งปลุกได้ กระดิ่งด้านบนจะตีเกิดเป็นเสียงปลุกนรกแตกตื่นแน่ๆ เรือนนี้ซื้อมา 199 บาทจากโลตัส


กระปุกแอ็ปเปิ้ล ข้างในเป็นลิปมัน อันนี้สาวบริจาคมาให้เพราะเห็นว่าปากแห้ง


กล้องสีเหลืองได้แถมมาจากการซื้อปริ๊นเตอร์เมื่อหลายปีก่อน เคยลองใส่ฟิล์มถ่ายแล้ว คุณภาพโอเค ไม่มีวัดแสง แต่สามารถใช้แฟลชเสียบได้ด้านบน ถ้าใช้แฟลชทุกรูปก็จะได้ค่าแสงที่พอดี ประมาณ f8 ความไว 1/125 ตอนที่ลองถ่ายภาพ ผมถ่ายได้ประมาณ 37 รูป ไม่เสียเลย


กล้อง Holga เป็นกล้องใช้ฟิล์ม 120 ให้ภาพขนาด 6x6cm ปรับโฟกัสได้นิดหน่อย แต่ไม่รู้ว่าชัดหรือไม่ชัด เป็นกล้องที่นิยมมากสำหรับกลุ่มเล่นโลโม่ ผมเคยลองแล้ว ภาพไม่สวยเลย แต่ไม่รู้มันมีเสน่ห์อะไรทำไมถึงฮิตกันเหลือเกิน ต่อแฟลชภายนอกได้เหมือนกันครับ ไม่เคยเอาไปลองจริงจัง


อันนี้เป็นแฟลชสเลฟอีกตัวหนึ่ง ซื้อมา 350 บาท ได้ขาตั้งเล็กๆมาด้วย ใส่ถ่าน 1 ก้อน สามารถต่อกับกล้องตรงๆเพื่อให้งานเป็นแฟลชติดกล้องได้ ถอดแยกไปวางก็จะกระพิบตามแฟลชตัวอื่นๆ


กล้องโดฟครับ ซื้อกล้องแถมครีมสระผม เคยเห็นวางขายในห้าง มีเฮ้าซิ่งคลุมไว้สำหรับถ่ายใต้น้ำ ยังไม่เคยลอง แต่ในเน็ทก็เห็นหลายเว็บที่มีภาพให้ดูว่ามันให้ภาพแบบไหน ดูแล้วก็ไม่ค่อยดีมาก แต่มันน่ารักตรงที่มันเป็นกล้องสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส หยิบถ่ายแทบไม่ต้องคิดอะไร แต่ต้องไปลุ้นเอาว่าจะได้ภาพไหม


พอได้อุปกรณ์จัดแสง ถ่ายอะไรก็ง่าย ดอกกุหลาบปากซอย 7 บาท ซื้อมาลองถ่ายเล่นๆ แสงในห้องทำงานไม่ได้สว่างมาก เลยไม่ได้ดึงกลีบดำๆไม่สวยออก ถ้าจะถ่ายงานสินค้าเหล่านี้ควรจะพิถีพิถันเรื่องความสมบูรณ์ของสิ่งที่เอามาถ่ายอย่างที่สุด ฝุ่นแค่เพียงเม็ดเดียวมักจะทำให้ภาพกลายเป็นภาพไม่สมบูรณ์ไปทันที


ฝุ่นทำให้ภาพไม่สวย


ลองเปลี่ยนมุมวางไฟ


ทิศทางแสงทอดเงามาด้านซ้ายเมื่อวางไฟด้านขวา


วางแฟลชสองด้านเลยซ้ายและขวา


ทำให้ได้ภาพไม่มีเงาด้านข้างแล้ว แต่เหลือเงาที่พื้นเล็กน้อย


เอากล้องตัวโปรดมาถ่ายเล่นเลย

วิธีป้องกันข้อมูลรั่วไหลที่ดีที่สุด

ถ้ามีคลิปลับส่วนตัวเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ในมือถือ วิธีรักษาความลับที่ดีที่สุดก็คือทำให้มันตายไปซะ ถ้าเป็นสิ่งของก็ตามวิดีโอเลย แต่ถ้าเป็นคนล่ะ……

ทดสอบโพสท์จากที่บ้าน 23jan2009

อันนี้เป็นส่วนข้อความ

รูปลิงค์มาจากที่อื่น

การถ่ายไฟให้เป็นแฉก

เทคนิคการถ่ายไฟให้เป็นแฉกคือต้องใช้ขาตั้งกล้อง และรูรับแสงแคบๆ เวลาที่แสงเดินทางผ่านช่องเล็กๆ แสงจะค่อยๆฟุ้งออกเมื่อผ่านช่องแคบเหล่านั้น ถ้าช่องแคบเป็นรูปทรงหลายเหลี่ยม แสงที่ฟุ้งก็จะมีแฉกเท่ากับจำนวนเหลืื่ยมที่มันวิ่งผ่าน จำนวนเหลี่ยมในเลนส์แต่ละตัวอาจจะเป็น 5 เหลี่ยม 6 7 8 เหลี่ยม แล้วแต่การออกแบบ