nec01 – อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

 การทำเน็ตเวิร์คกิ้งที่ดีเป็นอย่างไร  สิ่งที่จะต้องจำให้ขึ้นใจและไม่ลืมก็คือ เราต้องมาประชุมด้วยทัศนคติที่ดี  หรือเราต้องเป็นคนคิดบวก และ คิดถึงการให้ความช่วยเหลือเพื่อนเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

การคิดบวกมีความหมายครอบคลุมหลายอย่าง  สิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำตัว “คิดบวก” ก็คือ ไม่บ่นในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการประชุม หรือ  ลองสังเกตดูนะครับ สมมุตเราไปโรงแรมแห่งหนึ่งที่จัดสัมมนา เรากำลังไปเน็ตเวิร์คกิ้ง  เราเคยได้ยินไหมว่า โรงแรมนี้อาหารไม่อร่อย  ซึ่งจริงๆแล้ว เรามาทำอะไรครับ  เรามาทำธุรกิจนี่คือประเด็นหลัก เราไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร  ประเด็นอาหารเป็นเรื่องรอง

หรือ เราเคยได้ยินหรือเป็นผู้บ่นเองไหมว่า ห้องประชุมไม่สวย ลำโพงเสียงไม่ดี ที่จอดรถแย่  สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงประเด็นรองครับ  ประเด็นหลักคือ เรามาประชุม เพื่อสร้างลูกค้าในอนาคต  เรากำลังเพาะบ่ม เรามาเพื่อออกแบบ referral และออกแบบว่าที่ลูกค้า  นั่นคือเรากำลังมาเน็ตเวิร์คกิ้ง

ข้อเสียเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่ประเด็นที่เราควรจะใช้เวลากับมัน สิ่งที่ควรทำก็คือการโฟกัสกับการประชุม การทำให้การประชุมเป็นการประชุมที่มีคุณภาพ สามารถสร้างธุรกิจต่อเนื่องได้ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นหัวใจ

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน


ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ ทำให้ใช้งานไม่ได้

ตั้งแต่ผมซื้อโน้ตบุ๊คตัวล่าสุดเมื่อปี คศ 2010 นั่นคือ macbookair 2010 ผมก็ใช้งานมันมาตลอด ใช้ทำงาน ใช้เล่นเน็ต ใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ด้วย ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดี ในงานประจำวันที่ต้องทำก็จะมีโปรแกรมคิดราคาที่ใช้ excel ผมก็เลือกใช้ openoffice เป็นหลัก เพราะไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ ไฟล์ excel จำนวนหลายพันไฟล์ก็เก็บไว้ใน dropbox และ sync กับคอมตั้งโต๊ะไว้ โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ที่ทำงานจะมีไฟล์สำหรับทำงานเหมือนกันตลอดเวลา ผมจะคิดราคาให้ลูกค้าที่โต๊ะทำงานหรือโน้ตบุ๊คก็ได้ ส่วนการเช็คเมล ก็ใช้เบราเซอร์อย่าง safari เข้าไปอ่านเมล และเขียน blog ส่วนตัว

ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบลื่น ใช้ osx ตั้งแต่ 10.6 ซึ่งเป็น os ติดเครื่องโน้ตบุ๊คตั้งแต่แรก จนถึงปีปัจจุบัน os กลายเป็น 10.13 ไปแล้ว แต่ผมก็ยังไม่อัพเดทเลย os ติดเครื่องเลย ยังคงเป็น 10.6.6 อยู่ ตัวเลข .6 ตัวสุดท้ายเป็นอัพเดทย่อยๆที่กดอัพเดทไปตามเวลาที่มีการแจ้ง ซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ค่อยๆไม่รองรับมากขึ้น ตอนที่มีการแจ้งให้อัพเดทเป็น 10.7 ผมก็ไม่อัพ ตอนที่มีอัพเป็น 10.8 ผมก็ไม่อัพ ด้วยเหตุผลว่า มันยังใช้งานได้ และ osx ก็ค่อยๆอัพเป็นตัวที่สูงขึ้นอีกหลายครั้งจนปีนี้ คศ 2019 osx ไปถึง 10.13

ปัญหาเริ่มมีให้เห็นช่วงปี 2016 มีหลายโปรแกรมที่มีการอัพเดทแล้วไม่รองรับการทำงานบน 10.6 อีกต่อไป ทำให้ผมไม่สามารถใช้ dropbox ได้ เอกสารที่จะใช้คิดราคาจะอยู่ในระบบของ dropbox ทั้งหมด นั่นทำให้ผมไม่มีเอกสารคิดราคาที่สะสมประวัติการขายและไฟล์การคิดราคาสิบกว่าปีอยู่ในโน้ตบุ๊คเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหากับโปรแกรม line ที่ทำงานช้ามากบน 10.6 จนไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย และ line รุ่นใหม่ๆก็ต้องการ osx ที่สูงกว่านี้ ส่วน safari ก็ไม่รองรับการทำงานกับเว็บยุคใหม่ๆหลายเว็บ โดยเฉพาะ facebook และ youtube ไม่ใช่แค่ safari หรอก แต่ firefox ก็ไม่รองรับ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ง่ายๆด้วยการอัพเดท safari หรือ firefox ให้ทันสมัย แต่ประเด็นมันเกิดเป็นปัญหาตรงที่ safari และ firefox ตัวล่าสุดไม่ทำงานบน osx10.6.6 แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นปัญหาอย่างแท้จริง

เพราะว่า พอถึงวันที่ผมจะคลิกอัพเดท ให้เป็น osx10.13 ระบบอัพเดทก็ฟ้องว่า การอัพเดทเป็น 10.13 ต้องทำจาก osx 10.8 จะอัพเดทไกลๆมาจาก 10.6 ไม่ได้ นี่คือความโชคร้ายของผม และตัวอัพเดทของ 10.6 ไป 10.7 หรือ 10.8 หรือ 10.9 ก็ไม่มีให้คลิกแล้ว เพราะมันผ่านไปหลายปีแล้ว เครื่องคอมในปี 2010 จะอัพเดทในปี 2019 มันทำไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ผมพยายามหา firefox รุ่นที่ทำงานบน 10.6 ได้แล้วยังพอเปิด facebook และ youtube ได้อยู่มาใช้ มันพอใช้ได้แต่มันช้าและหน่วงมากๆ เครื่องโน้ตบุ๊คของผมเปิดเครื่องใช้เวลาแค่ 14 วินาที ก็พร้อมใช้งาน เปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องต่อเน็ตได้เร็วทุกโปรแกรม แต่จะอ่าน feed ในเฟสบุ๊คช้ามาก ไม่รู้ว่าข้อมูลของเว็บรุ่นใหม่ๆมันต้องประมวลผลอะไรมากมาย เบราเซอร์ที่ผมมีอยู่มันทำงานช้ามาก

ยังมีปัญหาการเปิดเพลงจาก youtube อีกที่เคยทำได้ดีมาก ดีขั้นเทพ ตอนที่มันติดขัดมันเริ่มช้าลง ผมไม่สามารถหาเพลงที่ต้องการได้จาก youtube อีกแล้ว เพราะหน้าแรกของ youtube เปิดขึ้นมาก็มีข้อมูลขึ้นไม่ครบ ผมจะหาเพลงที่ต้องการสักเพลง ผมใช้เวลากดแล้วรอหน้าจอเปลี่ยนแปลงนานมาก เรียกได้ว่า หากเรานึกถึงเพลงที่อยากฟัง แล้วเราจะไปหาจาก youtube ผมใช้เวลาผ่านไปสัก 3 นาทีผมยังไม่ได้ฟังเพลงที่ต้องการเลย มันแย่ยิ่งกว่าการเปิดด้วยมือถือเสียอีก

แต่ผมเป็นคนใจเย็นเป็นน้ำ รอได้ ช้ามากนักก็ใช้วิธีบุ๊คมาร์คเอาไว้เราจะได้เข้าถึงไฟล์เพลงใน youtube ไปเลยตรงๆ ไม่ต้องไปหน้าแรกของ youtube แบบนี้ก็พอไหว แต่จุดแตกหักกับปัญหามันมาจาก การเขียน blog ของผมที่ใช้งานระบบภาพของ flickr ไม่ได้ วิธีทำงานของผมก็คือ ผมจะอัพข้อมูลลง blog บน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ของผมเอง ผมใช้ flickr มาประมาณ 10 ปี มีภาพอยู่ในระบบเป็นแสนภาพ ภาพอะไรที่ถ่ายมาก็อัพโหลดเข้าไปไว้ใน flickr ทั้งหมด แล้วก็เลือกเอาภาพที่จะประกอบกับการเขียน blog มาโพสท์ใน wordpress แล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ flickr ก็หยุดการรับภาพจาก firefox ในโน้ตบุ๊คของผม ด้วยเหตุผลตามภาพ นั่นคือผม login เข้า flickr ของตัวเองไม่ได้

Screen Shot 2562-04-21 at 4.45.05 PM

การไม่อัพเดท os ทำให้ผมไม่สามารถอัพเดทเบราเซอร์ได้ และการไม่อัพเดทเบราเซอร์ทำให้ผมอัพเดทภาพเข้า flickr ของตัวเองไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่สำหรับผมมาก ไม่สามารถอดทนได้ ต้องหาโน้ตบุ๊คใหม่มาใช้ นี่คือสิ่งที่คิดออก

เว็บ flickr  บอกว่ากรุณาให้เบราเซอร์ที่อัพเดท หรือ เวอร์ชั่นล่าสุด

ซูมให้อ่านใกล้ๆ


……เดี๋ยวโพสท์ต่อตอนที่ 2

nec94 – การเรียก referral จากคนเพิ่งพบกัน

 
การเรียก referral จากคนเพิ่งพบกันเป็นเรื่องที่มีคนอยากรู้ เราจะมาวิเคราะห์ถึงขั้นตอนการให้ referral ว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

สมมุติว่า เรากำลังบรรยายเกี่ยวกับอาชีพของเรา ความสามารถของเรา ผลิตภัณฑ์ของเรา อะไรก็ตามที่อยู่ในการพรีเซ้นท์ของเรา ซึ่งในกลุ่มของเราก็คือการพรีเซ้น 5 นาที และมีคนฟังอยู่ในห้องนี้เต็มห้อง สมมุติว่าเราบรรยายได้ดี ฟังรู้เรื่อง มีคนสนใจ นั่นแปลว่า เรากำลังทำให้ตัวเองมีโอกาสรับ referral จากคนในห้อง เพราะว่า การพรีเซ้นที่ดีหรือการพูดที่ดีเป็นเครื่องมือช่วยทำให้เรามี visibility สูงขึ้น และ ช่วยเพิ่ม creditability ให้สูงขึ้นไปพร้อมกัน  สองอย่างนี้ทำให้เราดูน่าเชื่อถือ  และคนฟังในห้องก็จะมีความรู้สึกว่าเราน่าสนใจ น่าจะให้ referral กับคนเราได้
 
 
เหตุการ์ณคล้ายๆกัน หากเราเพิ่งจะพูดสนทนากับใครสักคน และสิ่งที่พูดคุยกันเป็นประโยชน์ทางธุรกิจในทางใดทางหนึ่งสำหรับทุกคนในวงสนทนา  นั่นหมายความว่า เราเพิ่ม visibility ให้ตัวเอง และ เพิ่ม creditability ไปพร้อมกัน  เท่ากับว่าเราทำให้ตัวเองมีความพร้อมที่จะรับ referral แล้ว เพราะเรามี visibilityและ creditability ที่สูงขึ้น และคู่สนทนาของเราก็กำลังไว้ใจเรา เนื่องจากเขาฟังจนจบและฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นว่าที่ลูกค้าโดยตรง หรือ เป็นพาร์ทเนอร์ก็ตาม หากเขาเป็นลูกค้าโดยตรงได้ เราก็มีโอกาสได้ referral   หากเขาเป็นพาร์ทเนอร์ เราก็มีโอกาสได้รับการแนะนำเพื่อนของเขาให้กับเรา การอยู่ในเหตุการณ์สนทนาร่วมกัน หรือบรรยายร่วมห้องกันนี้ คือการมีจุดร่วมบางอย่างร่วมกัน พอเขาและเรามีบางอย่างเชื่อมกันแล้ว โอกาสที่จะแบ่งกันลูกค้าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาจากนี้ไป
แต่การให้ referralจะไม่เกิดขึ้นทันทีในวินาทีนี้   มันจะเกิดขึ้นในการพูดคุยกันอีกรอบหนึ่งที่ลึกขึ้นหลังจากนี้สัก 2-3 วัน  นั่นหมายความว่าให้เราติดตามผลด้วยการนัดไปทำ 1-2-1 กับเขา การพบปะกันรอบที่ 2 ที่พูดคุยสนทนากันลึกขึ้น เป็นโอกาสที่จะได้แบ่งปันซึ่งกันและกัน และการพบกันรอบสองนี่เองที่จะมีโอกาสเกิด referral ได้สูงที่สุด
 
 
 
 
 
 

nec93 – Visibility Creditability and not

688971275-1024x1024

ในการทำการตลาดแบบบอกต่อ เราจะมีคำที่คุ้นเคย 3 คำ ซึ่งคำนี้เป็นองค์ความรู้ของ bni โดยเฉพาะ นั่นคือ คำว่า vcp  หรือ เรียกรวมๆว่า VCP Process   ซึ่ง V คือ Visibility   C คือ creditability   P คือ Profitability  ความสัมพันธ์ของ 3 ตัวนี้เขียนเป็นสมการเท่ห์ๆได้ว่า Visibility + Creditability = Profitability

ในทางปฏิบัติ  ขั้นตอนการทำ VCP นี้ เป็นขั้นตอนของการทำให้เกิด referral  โดยไม่ใช่ขั้นตอนการขาย หรือ sale process  ก็คือมันยังไม่เป็นธุรกิจหรือยังไม่เกิดผลลัพธ์   สมมุตว่า ตอนที่เพื่อนในห้องยังไม่ได้ให้ referral กับเรา  นั่นก็คือเรากำลังอยู่ที่ระดับ creditability ยังไม่ก้าวข้ามไปถึงฝั่ง Profitability

หลายคนก็ประสบกับเหตุการณ์ว่า เราอยู่ในกลุ่ม networking มาพักใหญ่ๆแล้ว แต่ทำไมยังไม่มีผลลัพธ์ แม้ว่าเราจะพยายามพัฒนา V และ C ให้สูงเต็มที่แล้ว เรากลับพบว่าสมการที่เราเจอคือ

Visibility + Creditability ไม่เท่ากับ Profitablity

เพราะโดยความเป็นจริงแล้ว สมการที่ 2 นี่แหละที่เป็นจริงในกลุ่มของเรา    คือเราไม่สามารถไปถึงฝั่ง Profitability โดยอัตโนมัติ มันเป็นเพราะอะไร

ตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ยังไม่โผล่มาให้เราเห็นในตอนนี้จะเป็นตัวสำคัญที่พาเราข้ามฝั่งไป  แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตัวแปรนั้น  ขอให้เราได้อยู่กับวิธีการ เพิ่ม visibility และ creditability กันจนสูงเต็มที่เสียก่อน  nec จะค่อยๆเพิ่ม สองตัวนี้ให้กับท่านไปทีละสัปดาห์  สัก 8 ครั้ง เราน่าจะพร้อมที่จะข้ามฝั่งแล้ว

nec23 – ความลับของการทำ networking ให้เกิดผลลัพธ์

จากประสบการณ์ 20 ปีของการทำการตลาดแบบบอกต่อของ bni  มีการค้นพบวิธีที่จะทำให้เราได้ธุรกิจจากการบอกต่ออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งวิธีการนี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ความลับพิเศษแต่อย่างใด

วิธีการนี้คือ  เราจะต้องใช้เวลากับการ networking ให้มากเพียงพอ  และการ networking นี้ จะต้องทำให้ถูกคนด้วย จากสถิติของ bni ได้ข้อสรุปว่า ผลลัพธ์ทางธุรกิจแปรผันตรงกับเวลาที่เราใช้ทำ networking  นั่นคือยิ่ง networking มาก ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก

NetworkingSecretGraph

 

และจากสถิติที่รวบรวมไว้เมื่อทำเป็นกราฟออกมาก็จะเป็นไปตามภาพ ยิ่ง networking มาก ก็ยิ่งเกิดผลลัพธ์มาก  ดูลงไปในรายละเอียดของสถิติ เราจะพบว่า หากเราต้องการผลลัพธ์ที่มากขึ้น 50% เราควรใช้เวลาประมาณ 5-9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ซึ่งตัวเลขนี้เป็นการรวบรวมของ bni  และค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์ 50% เกิดจากการใช้เวลาทำ networking 6.5 ชั่วโมง  ส่วนผลลัพธ์ 70% จะต้องใช้เวลา 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อ networking อย่างถูกต้อง

แล้วเราจะใช้เวลาของเราไปทำ networking กี่ชั่วโมงดีเพื่อธุรกิจของเราเอง

 

Pat cafe ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ รีวิว

เช้าวันอาทิตย์ที่อยากไปหาอะไรกินนอกบ้าน  ก็ขับรถเข้าไปย่านราชดำเนิน ไปถึงถนนดินสอ เจอกับร้านแพทคาเฟ่ ลองกินดูสักครั้ง

IMG_5683

อาหารเช้ามีหลายอย่างให้เลือก  อาหารตามสั่งก็มีเยอะ  เมนูหนามาก  เลือกกันตาลาย  สั่งเป็นชุดอาหารเช้าไปเลยก็ง่ายดี

IMG_5687

ร้านอยู่ริมถนน อยู่หัวมุมสี่แยก ด้านหนึ่งติดถนนดินสอ อีกด้านติดถนนพระสุเมรุ   ถ้ามาทางถนนดินสอจะจอดรถหน้าร้านไม่ได้  ต้องมาจากแยกผ่านฟ้าเข้าถนนพระสุเมรุก็จะผ่านหน้าร้าน จอดรถหน้าร้านเลย

IMG_5688

รายการอาหารเยอะมาก  มากเกินกว่าจะเป็นร้านกาแฟ  ควรจะเรียกว่าภัตตาคารมากกว่า

IMG_5690

ลูกค้าย่านนี้ก็คือนักท่องเที่ยว  ราคาอาหารไม่แพงสำหรับฝรั่ง สำหรับคนไทยก็พอไหว ราคาเท่ากับกินในห้างทั่วไป

IMG_5695

ไข่ครอบ หน้าตาประหลาดอยู่ในเมนู  เป็นสิ่งที่เพิ่งรู้จัก ถามกันเองว่ามันคืออะไร เดากันไป  จนคุณป้าข้างๆต้องเล่าให้ฟังว่า ไข่ครอบเป็นเมนูของคนสงขลา  ไม่ค่อยมีที่อื่นทำกัน  หากินได้ยากมาก  อาจมีเฉพาะร้านนี้เท่านั้นในกรุงเทพ  ผิวสัมผัสของไข่ครอบเมื่ออยู่ในปากจะเหมือนส่วนไข่แดงของไข่เค็ม แต่ไม่เค็ม  แค่ความร่วนของเนื้อไข่แดงมันคล้ายกัน

IMG_5693

ไข่กระทะ เป็นเมนูของคนสิ้นคิด  อร่อยเสมอ  ใส่พริกไทย ใส่ซอสแม็กกี้ ยังไงก็อร่อย

IMG_5698

ไข่ดาวไส้กรอกรูปหัวใจ  ดูแปลกดี  มีผักสลัดให้ด้วย  เป็นมื้อเช้าที่ครบห้าหมู่

IMG_5700

พาลูกและภรรยามาลองกิน   ก่อนจะนั่งกินก็เดินขึ้นไปดูชั้น2ที่เป็นแกลลอรี่  มีของสะสมให้ดูบ้าง ส่วนใหญ่เป็นภาพในหลวงรัชกาลที่9

แปะแผนที่ไว้ให้ครับ

 

nec18-vcp-visibility

IMG_7357

การทำธุรกิจด้วยแนวคิดของ referral marketing ต้องอาศัยการบอกต่อ การแนะนำลูกค้าต่อเนื่อง
ความสำเร็จของคนที่ได้รับการแนะนำอย่างสม่ำเสมอ จะถูกอธิบายด้วยศัพท์ง่ายๆ 3 คำ คือ

Visibility คือการแสดงตัวตน การมีตัวตน ทำให้คนอื่นรู้ว่ามีเรา มีธุรกิจของเรา

Creditability คือ ความน่าเชื่อถือ  การรับรู้ว่าคุณมีคุณภาพ สินค้าของเราดี

Profitability คือการทำให้เกิดธุรกิจ

พวกเราส่วนใหญ่เคยฟังเรื่องราวของแต่ละคำมาบ้างแล้ว  เราขอทบทวนในบางข้อนั่นคือ Visibility

Visibility จะถูกสร้างขึ้นได้ด้วยการ ปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอ  ก็คือ การมาประชุมตรงเวลา  ไม่ขาดประชุม  ลองนึกดูว่า ถ้าเราจะเดินไปซื้อโทรศัพท์สักเครื่องหนึ่งที่ร้าน  เราจะเข้าร้านไหน   ร้านที่เปิดทุกวัน ไปเมื่อไหร่ก็เห็นว่าเปิดขายอยู่  กับ อีกร้านหนึ่งที่ไปเจอปิดร้านบ่อยมาก ปิดกันง่ายๆโดยไม่ต้องมีเทศกาล  เราอยากจะซื้อโทรศัพท์กับใคร?

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4183

การมาประชุมก็เหมือนการเปิดร้าน  เราต้องแสดงความน่าเชื่อถือของตัวเราเองด้วยการ มาประชุมอย่างต่อเนื่อง  คนที่ตั้งท่าจะส่งงานให้ คนที่ตั้งท่าจะส่งลูกค้าให้เขาจะได้กล้าส่ง เพราะรู้ว่าเรามีคุณภาพ  เราตรงต่อเวลา เรารักษาสัญญา สัญญาว่าจะมาประชุมอย่างต่อเนื่อง

การมี Visibility อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้าง Creditability  ความน่าเชื่อถือที่มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้คนในกลุ่มกล้าจะแนะนำงานให้ Visibility และ Creditability มีเรื่องราวและเทคนิคน่ารู้อยู่จำนวนมาก เราควรใช้เวลากับการทำความเข้าใจจะทำให้เราได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เราคาดหวัง

nec17 – referal source ep5

referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 5 ช่องทางครับคือ

1 คนใน contact sphere

2 ลูกค้าเก่า

3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ

IMG_0172

ช่องทางที่ 6 คนที่จะให้ referral แก่เราก็คือ  คนที่เราให้ referral กับเขานั่นเอง  เป็นเรื่องปกติมากๆในโลกธุรกิจ เราช่วยใคร เขาก็อยากจะช่วยเรากลับคืน  เพราะทุกคนมีพื้นฐานของการเป็นคนดี  เราสามารถเริ่มต้นที่จะรับ referral ได้โดยการเริ่มต้นให้ครับ  เราอยากได้จากใคร กาหัวไว้เลย แล้วจัดการ 1-2-1  ปกติ ใน powerteam เราจะมีลูกค้าคล้ายๆกัน ลูกค้าของทีมจะอุดหนุนบริษัทในทีมหลายๆอย่างอยู่แล้ว ดังนั้น ลูกค้าของเพื่อน มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของเรา  สิ่งที่เราควรทำก็คือ เอาลูกค้าชั้นดีของเรามาส่งให้เพื่อน  แล้วเดี๋ยวเพื่อนก็จะส่งลูกค้าชั้นดีให้เรา   สรุปว่า ช่องทางที่6 เราจะได้รับ  referral จากคนที่เราเคยให้ referral ครับ

7 ช่องทางที่ 7  เราน่าจะได้ referral จากคนที่เคยให้ referral  ใครเคยให้เรา เขาจะให้เราซ้ำ  ตราบใดที่เรายังเป็นคนที่มีคุณภาพดีดังเดิม  ดีดังเดิมนั้นหมายถึงอะไรบ้าง  พบหน้าบ่อยเหมือนเดิม (attendant)  มี referral ให้เพื่อนเหมือนเดิม(ref)  1-2-1 บ่อยๆเหมือนเดิม thankyou และให้ testimonial สม่ำเสมอเหมือนเดิม นั่นก็คือเป็น good member นั่นเอง

nec17 – referal source ep4

 

IMG_2194

referral source มีอยู่ 8 ช่องทาง ที่ผ่านมาเราคุยกันไป 4 ช่องทางครับคือ

1 คนใน contact sphere

2 ลูกค้าเก่า

3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

 

วันนี้เราจะพูดส่วนที่เหลืออีก ในช่องทางที่ 5-8 ครับ

ช่องทางที่ 5 คือ ลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ใครจะรู้ดีว่าเราทำอะไรได้ หรือเราเก่งเรื่องอะไรมากไปกว่าลูกน้องในอ๊อฟฟิศ  ไม่ใช่แค่พนักงานเซลส์ หรือมาเก็ตติ้ง  ตำแหน่งอื่นๆในบริษัทก็มักจะรู้ดีและสามารถบอกต่อได้เช่นกัน  จริงๆคือทุกตำแหน่งในอ๊อฟฟิศเลยที่จะช่วยบอกต่อได้  ลูกน้องเหล่านั้นเขาก็ย่อมมีเพื่อน  มีญาต มีคนรู้จักอีกมากมายอยู่ในเครือข่ายส่วนตัวของเขา  สิ่งที่เราควรทำกับลูกน้องก็คือ เราต้องทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน  ดูแลทุกสุขของลูกน้องจะช่วยให้เขามีใจและพร้อมบอกต่อ ก็คือ พร้อมจะช่วยเราหางานนั่นเอง

 

ยกตัวอย่าง  ช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์ บางวันก็เดินมาบอกผมว่า ญาติเขาจะพิมพ์บิลใบเสร็จรับเงิน  ผมก็บอกดีเลย ให้เขาโทรมาหรือแวะเอาตัวอย่างงานมาให้ดูเลยก็ได้ เดี๋ยวคิดราคาให้  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครับ  เพราะลูกน้องทุกคนจะมีเครือข่ายของเขาเอง  และเขาก็รู้ว่าเราทำงานอะไร referral ที่เขาพบมาเราทำได้หรือไม่  ลูกน้องเรารู้ดีไม่ต่างจากเราแน่นอน  ดังนั้น  อย่าลืมทำให้ลูกน้องมีความสุขกับที่ทำงาน

ปรับปรุงเครื่องกรองฝุ่น ใส่ฟิลเตอร์คุณภาพสูง

เพื่อนที่ทำงานติดตั้งระบบท่อแอร์และท่อประปาได้คุยกับผมเรื่องฟิลเตอร์กรองฝุ่น  เขาแนะนำให้ผมรู้จักฟิลเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ติดกับระบบแอร์  และในบ้านเขาก็ใช้ฟิลเตอร์นี้ในการรับมือกับฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้  และเพื่อนก็ใจดีแบ่งให้ผมมาลองใช้งานดู

pic59734_js mat

 

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เรียกว่าอะไรผมก็ไม่ได้รู้จักชื่อที่ถูกต้อง  รู้แต่ว่ามันเป็นชนิด g4 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาด 1ไมครอนได้ประมาณ 90% นั่นก็หมายความว่า ฝุ่น pm2.5 ก็สามารถกรองได้อย่างไม่มีปัญหา  ก็เลยทำการทดลองกับกล่อง DIY ที่ทำขึ้นมา

2019-02-10_06-46-13

กล่องนี้ ในตอนที่แล้วผมสร้างจากกล่องใส่นม uht และใช้หน้ากากอนามัย 2 แผ่นแทนฟิลเตอร์กรองฝุ่น  ติดพัดลมด้านหนึ่งของกล่อง  และติดฟิลเตอร์ด้านตรงข้ามกับพัดลม  ผลการวัดค่าด้วยเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi air detector ก็ทำงานได้ดีระดับนึงคือลดฝุ่นลงได้ประมาณ 50%  แต่ยังไม่ดีเท่ากับเครื่องฟอกอากาสที่ทำขายกันในห้าง  แต่ก็ถือว่าหลักการทำงานใช้งานได้เช่นกัน

 

เมื่อได้ฟิลเตอร์ G4 มาทดสอบ  ก็จัดการรื้อหน้ากากอนามัยออก แล้วเอาฟิลเตอร์ตัดเท่ากับกล่อง มาปิดแทนหน้ากากอนามัย  ใช้เทปพันสายไฟติดฟิลเตอร์เข้ากับตัวกล่อง  แล้วก็ทดลองใช้งาน วัดค่าฝุ่นที่ออกมาจากกล่องนี้  ผลก็คือ มันทำงานได้ดีมาก  ลดฝุ่นในห้องจาก 10ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ตรงสเป็คเลย

 

 

 

IMG_20190209_215444

 

 

IMG_20190209_215409

 

 

 

 

IMG_20190209_215255

 

เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะออกแบบเครื่องกรองอากาศขึ้นมาใช้เองเลย  ถ้าใส่กล่องไม้ในรูปทรงที่ดูดี ใช้พัดลมที่ตัวใหญ่ แรงลมเยอะ และเสียงเบาลง  รวมถึงจะได้ออกแบบกล่องที่ใหญ่พอสำหรับติดฟิลเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นสามารถลดฝุ่นในห้องได้เร็วกว่ากล่องขนาดเล็ก  มันจะเป็นเครื่องกรองฝุ่นที่น่าใช้มาก  เพราะมันสวยตามใจเรา  เพราะมันเป็นของที่เราทำเอง และเพราะมันทำงานได้ดีด้วย

 

 

สรุป

เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองฝุ่น ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน คนทั่วไปสามารถสร้างขึ้นเองได้  อาศัยเพียงพัดลมและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเท่านั้น  พัดลมเราหาได้จากอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ที่เหลืออยู่ในบ้าน  หาได้จากคอมพิวเตอร์เก่า หรือแม้แต่ร้านขายอะไหล่ไฟฟ้าก็น่าจะมีขายอยู่ในราคาไม่ถึง100 บาท  แหล่งจ่ายไฟเราได้จากหม้อแปลงเก่าๆ จะใช้ 12v ก็ได้  จะใช้ 5v ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพัดลมที่เราเลือกใช้  หม้อแปลงเก่ามันก็น่าจะมาจากของเหลือในบ้านอีกเช่นกัน  บ้านที่ใช้อินเทอเน็ตความเร็วสูงก็จะมีเร้าเตอร์ที่ใช้งานมายาวนาน เปลี่ยนความเร็วอินเทอเน็ตก็ต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์  ของเก่าก็เลิกใช้ หม้อแปลงเก่าจากเร้าเตอร์เก่าๆก็เก็บวางไว้เฉยๆ หรือบางคนอาจใช้หม้อแปลงจากexternal harddisk ที่คนเล่นเน็ตมักจะซื้อติดบ้านไว้อยู่แล้วตั้งแต่อดีตนานแสนนาน  ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ก็ไม่พอใช้ต้องซื้อใหม่แน่นอน  เหลือหม้อแปลงแน่ๆ  ส่วนฟิลเตอร์ก็จะเป็นตัวสำคัญที่สุด  เราลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฟิลเตอร์  หน้ากากอนามัยชิ้นละ 5 บาท 2ชั้นก็10บาท ซื้อได้ไม่ต้องคิดเลย  ใส่ 2 ชั้นก็ทำงานได้   หรือจะใช้ฟิลเตอร์เฉพาะทางแบบผมก็ได้  หรือจะใช้ฟิลเตอร์กรองแอร์ที่อยู่ในรถยนต์ก็ได้  ฟิลเตอร์กรองแอร์ก็ทำงานดักฝุ่นที่ระดับ 0.3ไมครอนได้เช่นกัน  กรองแอร์ในเว็บขายของก็มีราคาชิ้นละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562  บันทึกไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนงบน้อย และคนไม่อยากซื้อเครื่องกรองอากาศเยอะเกินไป   และในวันนี้ค่าฝุ่นในอากาศก็ลดระดับลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว  มันลดลงมาสัก  7 วันแล้ว  แต่พยากรณ์ค่าฝุ่นจากเว็บก็บอกว่า อาจจะมีฝุ่นปกคลุมอีกระลอกในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2562  เตรียมของไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

แถมให้อีกภาพครับ

ด้านซ้ายคือยังไม่เสียบไฟ พัดลมยังไม่หมุน เครื่องยังไม่ทำงาน

ด้านขวาคือเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องทำงานไปประมาณ 2 นาที

PHOTO_COLLAGE1549821521206

nec26-fact tell story sell

IMG_4677

 

Fact Tell  Story Sell

การสื่อสารกับกลุ่ม networking ให้มีประสิทธิภาพมีคนจำเราได้นั้นจะทำให้เพื่อนๆสามารถนำเรื่องของเราไปเล่าต่อให้กับคนอื่นฟังได้ และนั่นจะเป็นที่มาของ referral ที่ดี

การทำให้เพื่อนจำเรื่องของเราได้ เราควรจะสื่อสารด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ ไม่ใช่ ข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่เพียงอย่างเดียว  การหาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเรามาผูกเป็นเรื่องเล่าจะทำให้ผู้คนจำได้ง่าย และเล่าต่อได้ง่าย  ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้

นายธนาคาร มีโครงการกู้เงินซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำ  เมื่อเขามาพูดต่อหน้ากลุ่มเพื่อนหรือกลุ่ม networking เขามายืนพูด สวัสดีครับ ผมมาจากธนาคาร  ตอนนี้ดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อบ้านต่ำมากนะครับใครสนใจขอเชิญคุยต่อที่โต๊ะอาหารได้เลยนะครับ

 

flower house-IMG_9423

 

กับอีกแบบหนึ่งถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องเล่า
วันก่อนครับ  ผมไปเจอกับเพื่อนรุ่นน้องมาคนหนึ่ง  เขามีครอบครัวกำลังโต มีลูกสองคน  เขากับแฟนทำงานประจำ  ลูกกำลังจะเข้าโรงเรียน เขาอยากจะย้ายจากคอนโดมาอยู่บ้านสักหลัง  ผมกำลังดูแลโครงกู้ซื้อบ้านอยู่พอดี  เลยให้คำปรึกษาและเลือกโครงการที่ดอกเบี้ยต่ำที่เหมาะกับเขาให้  ตอนนี้เขากำลังย้ายของเข้าบ้านใหม่อยู่ครับ

จากสองวิธีการพูดนี้ เราจะจำเรื่องราวที่สองได้  และนำไปเล่าต่อได้ง่ายกว่า  ส่วนวิธีพูดแบบที่หนึ่ง เราอาจจะไม่ใส่ใจที่จะจำเสียด้วยซ้ำ  ดังนั้น ธุรกิจของเรา เราอยากให้คนจำเราแบบไหน ให้ลองเลือกวิธีและหาเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ น่าสนใจ แล้วลองใช้กับการประชุมกลุ่ม networking ดูครับ

 

nec17 – referral source ep2 ช่องทางที่ 3

IMG_7262

referral source หรือแหล่งที่มาของการแนะนำงาน ที่มีอยู่ 8 ช่องทาง  เราจะมาต่อที่ช่องทางที่ 3 ครับ

(ย้อนไปอ่านช่องทางที่ 1 และ 2)

ช่องทางที่ 3

คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์ของเรา  หรือ คนที่ลูกค้าเราไปอุดหนุน  ยกตัวอย่าง  ถ้าเราขายหนังสือ หรือ ขายเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม  โรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือ หรือ พิมพ์กล่อง คือคนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจของเรา  ก็คือซัพพลายเออร์ของเรานั่นเองที่จะเป็นผู้ให้ referral แก่เราได้      หรือ  ธุรกิจที่ลูกค้าเราไปอุดหนุน  เช่น  ลูกค้า fitness ไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหารสุขภาพ   ถ้าเราจะพัฒนา referral source ช่องทางนี้  เราก็ควรจะ ไปแนะนำตัวกับคนกลุ่มนี้

 

การแนะนำตัวกับซัพพลายเออร์ ว่าเราขายอะไร  ลูกค้าเราเป็นใคร  เขาจะได้นึกออกว่าถ้ามีลูกค้ามาถามหาถึงบริการของเรา  เขาจะได้แนะนำเราให้กับคนถาม  เช่น ธุรกิจ catering รับจัดเลี้ยง  เวลาเราไปจัดเลี้ยง  คนที่ได้ประโยชน์คือ คนขายของสดให้เรา คนขายข้าวสารให้เรา  เราควรไปแนะนำตัวให้คนขายของสดและขายข้าวได้รู้จักเราว่าเรามีลูกค้าแบบไหน  เพราะคนขายก็ขายให้ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล วัด เขาอาจไม่รู้ว่าเราเป็นธุรกิจรับจัดเลี้ยงตามบริษัท  เราควรไป 1-2-1 กับซัพพลายเออร์นั่นเอง   เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีคนรู้จักหรือคนมาถามหาจากคนขายว่า ถ้าเขาจะจัดเลี้ยงพนักงาน ช่วยแนะนำร้านอาหารให้หน่อย  คนขายข้าวสารย่อมจะไม่แนะนำวัด ไม่แนะนำโรงเรียนให้กับคนถามอยู่แล้ว  เขาจะต้องแนะนำร้านอาหาร และ catering แน่นอน  ถ้าเราไปแนะนำตัวให้ชัดเจน  ไปบอกซัพพลายเออร์ว่าเรามีลูกค้าแบบไหน เราอยากบริการลูกค้าแบบไหน  เขาจะได้จำได้และนึกถึงเราเมื่อต้องแนะนำให้เพื่อนเขา

 

ทำไมเขาถึงกล้าแนะนำเราให้กับเพื่อนเขา ก็เพราะ เราอุดหนุนซัพพลายเออร์มานาน  และซัพพลายเออร์ก็รู้ว่าเราจ่ายเงินตรง เรามีคุณภาพนั่นเอง  ช่องทางที่ 3 นี่คือช่องทางที่ควรพัฒนาให้เป็น referral source ของเราให้ได้