BNI คืออะไร

BNI คือองค์กรที่เป็นที่รวมกลุ่มของนักธุรกิจเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน นักธุรกิจแต่ละคนจะเข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มแล้วทุกคนจะช่วยกันหาลูกค้าให้เพื่อนสมาชิกด้วยกัน เราหาให้เพื่อน เพื่อนหาให้เรา เปรียบไปก็เหมือนเรามีเซลส์ช่วยขายเท่ากับจำนวนสมาชิกในกลุ่มของเรา และอาจจะมีเซลส์มากขึ้นหากเราติดต่อกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งสมาชิกในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 1933 คน สมาชิกทั่วโลกมีอยู่ 227,000 คน (ข้อมูลปี คศ.2019)

ลองไปอ่านข้อมูลของ BNI กลาง http://www.bni.com/
ส่วน BNI ประเทศไทยก็ที่นี่ http://bnithailand.com/en-TH/index

BNI มาจากอเมริกา เข้ามาในไทยเมื่อปี คศ 2006 โดยคุณ Mr. Kollakit Thalerngnawachart ในไทยมีกลุ่มของ BNI อยู่หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีจำนวนสมาชิกไม่เท่ากัน บางกลุ่มขนาดใหญ่มีคนเยอะ บางกลุ่มขนาดเล็กเพราะคนยังไม่มาก กลุ่ม Heritage เป็นกลุ่มแรกที่เกิดขึ้นพร้อมกับ BNI ประเทศไทย

IMG_7312

กิจกรรมในกลุ่มมีมากมาย แต่วัตถุประสงค์หลักก็คือการรวมตัวกันทำธุรกิจ ต่างคนต่างช่วยเพื่อนทำธุรกิจ แนะนำลูกค้าให้เพื่อน สมาชิกในกลุ่มจะมีธุรกิจไม่ซ้ำกัน ลูกค้าของแต่ละคน อาจจะใช้สินค้าและบริการจากหลายแหล่ง การส่งต่อลูกค้าของเราให้ไปซื้อสินค้าและบริการอื่นๆที่เราไม่ได้ทำจากเพื่อนในกลุ่มเป็นการช่วยเพื่อนทำธุรกิจ เราส่งลูกค้าเราให้เพื่อน เพื่อนส่งลูกค้าให้เรา เรากับเพื่อนไม่ได้แย่งกันขายของเพราะธุรกิจคนละอย่างกัน ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน เรากับเพื่อนได้ธุรกิจ ลูกค้าของเราได้สินค้าและบริการที่หลากหลาย

2018-09-25 12.48.31 1

สมาชิกในกลุ่มจะประชุมร่วมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง กลุ่ม heritage จะประชุมวันอังคาร 7.00 น. ในการประชุมจะมีการแจ้งข่าวสาร และให้สมาชิกพรีเซ้นธุรกิจของตัวเอง 1 นาที ผู้ที่เข้าประชุมจะประกอบไปด้วยสมาชิก และ Visitor ซึ่ง visitor จะเป็นคนที่สนใจอยากมาเข้าร่วมเพื่อเป็นสมาชิก หรือ มาเพื่อช็อปปิ้งสินค้าและบริการจากสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งผู้เป็น Visitor ก็จะได้รับสิทธิ์ที่จะพูดเพื่อขายของหรือพรีเซ้นธุรกิจของตนเองเช่นกัน ผมเองก็เป็นสมาชิกในกลุ่ม Heritage เข้ามาในกลุ่มด้วยธุรกิจโรงพิมพ์

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็จะพอเข้าใจภาพรวมของกลุ่มธุรกิจ BNI ว่ามีที่มาที่ไปและทำอะไรกัน หากท่านอยากใช้สินค้าและบริการในกลุ่ม Heritage ก็ลองติดต่อสมาชิกในกลุ่มดูสักคน หากท่านอยากช็อปปิ้งแบบมาครั้งเดียว เจอซัพพลายเออร์เต็มไปหมดเลย ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา ก็ขอเชิญมาเป็น Visitor ในการประชุมประจำสัปดาห์ ครับ แต่ว่า เราจะประชุมกันตอนเช้า 7.00 น. วันอังคาร เช้ามาก ตื่นลำบาก แต่มันมีข้อดีคือ เราประชุมเสร็จ เราแยกย้ายกลับไปทำงาน ไปดูแลบริษัทตัวเองต่อได้ครับ ไม่เสียงาน

ติดต่อทีมงานของผม ฝากชื่อและอีเมลไว้ได้ครับ

← Back

Thank you for your response. ✨

nec96 – สร้าง creditability ให้สูงที่สุด

IMG_7312

การตลาดแบบบอกต่อทรงพลังมาก  ผู้คนจำนวนมากเชื่อถือสิ่งที่ถูกบอกต่อมากกว่าสิ่งที่เห็นในใบโฆษณา  และที่มันยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ ต้นทุนที่เราจ่ายในการทำการตลาดแบบบอกต่อ มันถูก มันย่อมเยากว่าการโฆษณามหาศาล 

สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจจธรรมก็คือ ไม่มีอะไรฟรี  และ ไม่มีของถูก  การจ่ายเงินน้อยลงกับไปกับการตลาดแบบบอกต่อ  มันไม่ได้น้อยในด้านตัวเงินด้านเดียว  แต่เราจ่ายในรูปแบบอื่นทดแทนเข้าไป นั่นคือเราเอาเวลาและความพยายามจ่ายแทนเงิน  และมันก็หมายความว่า นอกจากเงินค่าประชุมค่าสมาชิกแล้ว ต้องใช้เวลาและความพยายามจากเราด้วย แล้วมันเป็นยังไง เวลาและความพยายาม

การใช้เวลาก็คือการไปประชุม ไปวางแผน ไปแนะนำตัว การวางแผนที่จะทำให้เราเป็นที่รู้จักในการประชุมทุกแห่ง ในกลุ่ม networking ทุกกลุ่ม และในการทำ 1-2-1ด้วย   และ เมื่อมีโอกาสทำงาน เราจะใช้ตัวที่สองก็คือความพยายามในการทำงานนั่นเอง  

IMG_0088

การทำงานแล้วช่วยสร้างความน่าเชื่อถือที่สูงที่สุด  ก็คือการทำงานด้วยมาตรฐานสูงที่สุดเสมอและสูงที่สุดตลอดเวลา  เช่นการนัดหมายต้องตรงต่อเวลา  นัดส่งของก็ส่งของได้ตรงเวลา  ผลิตของก็มีคุณภาพเท่ากับที่รับปากไว้  วัตถุดิบหรือบุคลากรที่ใช้กับงานก็มีคุณภาพสูงเสมอในทุกขั้นตอน

สองปัจจัยนี้ครับ เวลา และ ความพยายาม  ที่จะช่วยสร้าง creditability ให้สูงลิบ สูงที่สุด สูงจนผู้คนจดจำและนึกถึงเราเมื่อต้องการสินค้าและบริการที่เราทำ

สั่งของ amazon มาถึงเมืองไทยแล้วพัง และวิธีคืนของamazon

ผมสั่งซื้อกล้องดูดาวตัวหนึ่งจากเว็บ amazon ซึ่งเป็นกล้องดูดาวขนาดเล็กราคาไม่แพง สืบจากในเมืองไทยแล้วไม่มีใครขายตัวเล็ก และราคาที่มีขายในบางแหล่งก็แพงกว่าหลายเท่า ผมเลยสั่งจาก amazon และค่าส่งก็เท่ากับตัวสินค้าเลย สรุปคือ คนไทยซื้อของแพงกว่าคนอเมริกัน 2 เท่า

IMG_0839

กล้องดูดาวใช้เวลาเดินทางมาถึงเมืองไทยประมาณ 13 วัน ผมสั่งของวันที่ 12พฤษภาคม2562 และทางเว็บของ amazon ก็รายงานสถานะว่า ของมาถึงไทยและจัดส่งแล้วในวันที่ 24พฤษภาคม2562 แต่ทางผมในวันที่ 25พฤษภาคม2562 ยังไม่ได้รับของเลย เลยติดตามไปทาง amazon แล้วทางเจ้าหน้าที่ของ amazon ก็รับปากจะติดตามเรื่องให้

ตอนบ่ายวันที่ 25พฤษภาคม 2562 มีรถของไปรษณีย์ไทยขับเข้ามาแล้วจัดการส่งสินค้า ซึ่งมันก็คือกล้องดูดาวนั่นเอง ผมถามว่าทำไมในระบบถึงอัพเดทว่าส่งแล้วเมื่อวาน แต่ของเพิ่งมาวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบเหตุผล ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะคาดคั้นคำตอบ ของมาก็ดีแล้ว

IMG_0843

เมื่อเปิดขึ้นก็พบกับสิ่งที่น่าเศร้า นั่นคือ กล้องดูดาวผมมีอาการแตกหักที่ฐานวาง ซึ่งหักได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ดูจากกล่องที่ใส่มาก็ดูเรียบร้อยดี กล่องไม่มีรอยเยินเลย ทำให้ผมแอบคิดไปว่า ของเสียตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง

IMG_0846

ติดต่อ chat กับ support ของ amazon ก็ได้ความว่า ผมไม่ต้องการของชิ้นนี้ ต้องการตัวใหม่ ทาง amazon ก็จะส่งมาให้ แต่ของที่เสียผมจะต้องส่งคืน และผมต้องออกค่าส่งกลับไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก ไม่คิดว่าจะได้รับการตอบแบบนี้ ไม่คิดว่าจะได้รับการปฏิบัติแบบนี้จาก amazon เลย ทางเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า การส่งของระหว่างประเทศจะไม่มีการส่งฟรี ลูกค้าอย่างผมต้องออกค่าส่งของคืนด้วย ผมบอกว่า ผมไม่โอเค รับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ amazon ให้ผมติดต่อกับเจ้าของสินค้าเองเพื่อขอทางเลือกอื่นจากผู้ผลิตเลย ผมก็เลยติดต่อ celestron.com และอีกเมลรายละเอียดไปให้ celestron

ผลก็คือ อีก 3 ชั่วโมง amazon ส่งอีเมลมาหาผมและได้เสนอทางเลือก 3 อย่างให้คือ
1 amazon จะเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่ให้ จะส่งตัวใหม่มา และให้เราส่งตัวเก่าคืน และค่าส่ง amazon จะเป็นผู้รับผิดชอบ

2 หรือหากเราอยากรับสินค้าตัวนี้เอาไว้ ก็จะลดราคาและคืนเงินให้ 15%

3 หรือ จะคืนเงิน 100% เลย และให้ผมส่งสินค้ากลับไปให้ amazon โดยทาง amazon เป็นผู้ออกค่าส่งให้

ทางเลือกแบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย ดีกว่าตอนที่คุยทาง chat กับเจ้าหน้าที่เยอะเลย การบริการระดับดีๆแบบนี้ทำไมถึงมาทีหลัง ทำไมปล่อยให้ลูกค้าไปเสียความรู้สึกกับการตอบคำถามทาง chat ผมได้เรียนรู้ว่าบริษัทระดับโลกก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่ที่ตอบคำถามแนวขับไล่ลูกค้าอยู่ นึกว่าจะมีแต่บริษัทไทยๆหรือ บริษัทจากประเทศโลกที่สามเท่านั้น

ตอนนี้ผมก็กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางเลือกใด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเลือกข้อ 1 ด้วยเหตุผลว่า ข้อ2 ผมไม่เอาอยู่แล้ว ผมไม่อยากได้ของมีปัญหา และข้อ3 ก็ไม่ชัดเจนว่าที่จะคืนเงินเต็มจำนวนนั้น คืนเฉพาะค่าของ หรือ คืนค่าขนส่งมาด้วย ผมก็ไม่อยากเสียเวลาเสี่ยงกับการวัดใจว่าจะได้เงินคืนครบไหม เอาตัวเลือกที่ได้ของแน่ๆและเงินผมไม่สูญเปล่าดีกว่า

หลังจากผมตอบกลับว่าเลือก option ที่ 1 คือให้ส่งตัวใหม่ให้ผม และ ผมส่งตัวเก่ากลับ โดยให้ amazon ออกค่าส่งกลับด้วย พอส่งเมลกลับไป ภายใน 5 นาที โทรศัพท์มือถือผมก็ดัง มี sms จากธนาคารเข้ามา ข้อความระบุว่า amazon ตัดเงินในบัตรเครดิตผม 0 บาท ผมคาดว่าคงเป็น amazon สั่งสินค้าและให้ส่งมายังผมอีกครั้ง เลยเข้าไปดูในเว็บ และดูในรายการสินค้าที่ผมสั่งซื้อ ก็พบกว่า มีรายการกล้องดูดาวตัวเดียวกันนี้แต่ราคา 0 บาท ถูกสั่งและรอคิวส่งให้ผมแล้ว คาดว่าสินค้าตัวใหม่ก็คงจะเดินทางมาถึงผมในระยะเวลาประมาณ 13 วันเหมือนออเดอร์ที่แล้ว และมี label หรือเอกสารสำหรับคืนของที่ผมจะต้องพิมพ์เป็นกระดาษออกมา บางใบเอาไปแปะบนกล่อง บางใบใส่ในกล่อง บางใบส่งไปที่ DHL agent ซึ่งของที่คืนจะต้องคืนภายใน 30 วันหลังจากที่ระบบ replacement ได้เริ่มต้น นั่นก็คือหลังจากได้รับเมลคอนเฟิร์มว่า amazon ได้ทำเรื่องสั่งของส่งมาให้ใหม่นั่นเอง หากทาง amazon ไม่ได้รับของภายใน 30 วันที่กำหนดไว้ amazon จะชาร์จบัตรเครดิตเป็นค่าสินค้าอีกครั้ง แปลว่า คืนของช้า จะถูกคิดเงินในส่วน replacement

We must receive the item from your original shipment within 30 days of initiating a replacement order. If we don’t receive the item by that time, we’ll charge the credit card associated with the order for the cost of the replacement.

ข้อความในกรอบสีแดงคือบางส่วนในอีเมลที่ amazon ส่งมาตอนทำเรื่อง repleacement

นอกจากนี้ ทาง amazon ยังมีรายการ return label ในสินค้าตัวที่แล้วให้ผมสั่งพิมพ์ออกมา เอกสารมี 6หน้า มีรายละเอียดดังนี้

หน้า 1 เป็นคำอธิบายวิธีการคืนของ

หน้า 2 เอกสาร Return Mailing Label ใบนี้ให้พิมพ์เป็นกระดาษ และแนบให้ DHL (แปลว่าเราต้องเรียก DHL มารับคืน)

หน้า 3 เป็น Commercial Invoice ใบนี้ให้พิมพ์เป็นกระดาษ และแนบให้ผู้ส่งสินค้า ซึ่งผมเข้าใจว่าคือ DHL ดังนั้น DHL คงจะได้เอกสาร ในข้อ 3 นี้ด้วย

หน้า 4 เป็นเอกสาร Internation Customer Return เป็นตารางแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดไว้แล้วจาก amazon เราพิมพ์อย่างเดียว เอกสารชิ้นนี้ให้พิมพ์ 1 ใบเก็บไว้

หน้า 5 เป็นเอกสาร Internation Customer Return หน้าตาเหมือนข้อ4 เลย คู่มือบอกว่าให้พิมพ์ใบนี้แปะไว้ที่หน้ากล่อง

หน้า 6 เป็นเอกสาร Return Authorization Slip หน้าตาเป็นแท่งบาร์โค้ด 1 ภาพ พร้อมด้วยตัวอักษร 2 บรรทัด ระบุรายละเอียดชื่อสินค้า ให้พิมพ์ใบนี้เป็นกระดาษแล้วแนบไว้ในกล่อง

สรุปก็คือ การสั่งซื้อสินค้าจาก amazon ให้ส่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทยมีค่าส่งที่ค่อนข้างแพง ในเคสของผมคือค่าส่งแพงกว่าค่าสินค้า และเมื่อได้ของมาแล้วหากมีการเสียหายไม่ว่าจากสาเหตุใด ก็ควรรีบแจ้งไปยังฝ่าย support ให้เร็วที่สุดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าของเสียมาก่อนจะถึงมือเรา และขั้นตอนการคืนของ คืนแบบไหน เสียเงินไหม เก็บเงินค่าส่งคืนกับใคร เป็นสิ่งที่ต้องเจรจา เพราะหากเราไม่โต้แย้งใดๆ เราก็อาจจะได้ของเสียเก็บไว้แทนนั่นเอง และการคืนของต้องคืนภายใน 30 วันหลังจากระบบได้เริ่มการ repleacement หากคืนช้าจะโดนคิดค่าใช้จ่ายทางบัตรเครดิตเหมือนเราซื้อสินค้าอีกชิ้น

สรุปในสรุป คนจะคืนของ amazon ที่บ้านต้องมีปริ๊นเตอร์นะครับ เพื่อใช้พิมพ์เอกสารต่างๆ หากไม่มี ต้องไปพิมพ์ที่บ้านเพื่อน.

2019-06-12_09-03-10

หลังจากรอประมาณ 12 วัน ในวันที่ 11มิถุนายน ผมก็ได้รับของแล้ว มีของมาส่งที่บ้าน คนที่บ้านรับไว้ให้ วันรุ่งขึ้นผมเห็นเป็นกล่องวางอยู่ในบ้าน เลยเข้าเว็บเช็คสถานะของ amazon ก็พบว่าของในระบบขึ้นสถานะว่าส่งแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้จะ openbox ถ่ายวิดีโอไว้ด้วยเผื่อว่าถ้าโชคร้ายซ้ำซ้อนจะต้องเคลมซ้ำ ก็จะได้มีหลักฐานไปใช้เคลมอีกรอบ แต่คงไม่โชคร้ายน่ะ หวังไว้

Screen Shot 2562-06-12 at 08.56.46

ดู openbox ได้ที่นี่

อัพเดท 19jun2019

วันนี้ amazon ส่งเมลมาเตือนว่าอย่าลืมส่งของคืน ถ้าamazon ไม่ได้รับของคืนภายในวันที่ 5jul2019 จะมีการชาร์จค่าสินค้าและค่าส่งคืนสินค้า รวมๆแล้วอีกเกือบร้อยเหรียญ

return reminder amazon 19jun2019

อัพเดท 24jun2019 ได้รับอีเมลจาก amazon ว่า สินค้าส่งคืนถึง amazon แล้ว จบเคสอย่างเรียบร้อย

Screenshot_2019-06-25-08-32-29-968_com.google.android.gm

nec95 – การเพิ่ม Visibility ด้วยการทำตัวเป็นเจ้าภาพ

Bod heritage

การทำให้เกิด visibility หรือการมีตัวตนของท่านแบบตรงไปตรงมาก็คือการแนะนำตัว การแจกนามบัตร ซึ่งเป็นวิธีปกติทั่วไปที่จะต้องทำกันอยู่บ่อยๆ  นอกจากวิธีทางตรงเหล่านี้แล้ว ยังมีวิธีทางอ้อมอื่นๆที่ทำให้ท่านถูกมองเห็นและจดจำได้  และที่สำคัญ มันสร้างความประทับใจได้มากกว่าการแจกนามบัตรเสียด้วย


ลองนึกภาพถึงตอนที่คุณมาร่วมงานประชุมทางธุรกิจ หรืองานสังสรรค์ทางธุรกิจสักงานหนึ่ง  คุณมาร่วมงาน  แขกคนอื่นมาร่วมงาน  เขาไม่รู้จักคุณ  คุณก็ไม่รู้จักแขก  ไม่มีอะไรเชื่อมโยงคุณกับแขกเลย  มากที่สุดอาจจะเป็นการยัดเยียดนามบัตร ซึ่งเราก็รู้อยู่แก่ใจว่า ยัดเยียดนามบัตรไม่เกิดประโยชน์

แขกที่มาร่วมงานจะยังงงๆ  ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าใครจะมางานบ้าง  ไม่รู้ว่ากำหนดการเป็นอย่างไร  ต้องทำอะไรก่อน หลัง  และส่วนมากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคุยกับคนอื่นๆอย่างไร  จะดีไหมถ้ามีใครสักคนมาอาสาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าภาพ  มาชวนแขกคุย  มาแนะนำว่างานจะดำเนินอย่างไร  ใครจะมาบ้าง  มีใครที่คุณอยากคุยด้วยไหม  ของกินอยู่ด้านไหน  ห้องน้ำอยู่ทางไหน แขกสามารถนั่งโซนไหนได้  คนที่จะทำเช่นนี้ หากคุณเป็นคนทำเอง  แขกจะประทับใจและจดจำคุณได้  นั่นคือ visibility จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่เราน่าจะลองทำในบทเจ้าภาพก็คือ  มาถึงงานก่อนเวลา  จดจำกำหนดการสำคัญในงาน  ดูรายชื่อแขกว่าจะมีใครมาบ้าง  เพื่อดูว่าเราอยากพบกับใครเป็นพิเศษ  จำแผนผังที่นั่ง  ห้องน้ำอยู่ทางไหน ของกินอยู่ทางไหน  เราจะแนะนำแขกเพื่อให้แขกรู้สึกสบาย และอบอุ่น  และจะทำให้แขกจำท่านได้  จำอาชีพของท่านได้

การเล่นบทเจ้าภาพที่รู้งาน  เป็นคุณสมบัติเบื่องต้นของคนมีคอนเน็คชั่นเยอะ   visibility ของท่านจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นในสายตาของผู้คนในงาน  โดยเฉพาะแขกที่ท่านมุ่งหวังอยากรู้จักเป็นพิเศษ

nec29- การค้นหาจุดเด่นของตัวเอง

2018-09-25 12.48.31 1

การค้นหาจุดเด่นของตัวเอง
ในการแนะนำตัว หรือการพูดคุยเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการของเรานั้น  สิ่งที่เราควรจะนำเสนอต่อลูกค้าก็คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่เรากำลังคุยด้วย  มันก็คือการคุยที่เน้นเรื่องประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อใช้บริการเรา  แต่ถ้าเรานึกถึงข้อดีไม่ออก  ไม่สามารถบอกจุดเด่นของเราที่ลูกค้าต้องการได้  เรามีวิธีค้นหาข้อดีเหล่านั้นเพื่อใช้พูดกับว่าที่ลูกค้าคนต่อไปเรามีข้อดีอะไร  เรามีจุดเด่นอะไร  ถ้าเรียบเรียงคำพูดไม่ได้  ให้ลองวิธีนี้คือ  ให้นึกถึงลูกค้าคนที่แล้ว หรือลูกค้าที่เราจบงานมาแล้ว หรือลูกค้าคนที่เราชอบ แล้วลองเล่ารายละเอียดหรือเขียนออกมา สองข้อดังต่อไปนี้

1  ลูกค้าคนนี้ ก่อนมาเจอเรา ลูกค้าเจอปัญหาหรือสถานการณ์อะไร

2  เราแก้ปัญหาอย่างไรให้ลูกค้า  และทำให้ลูกค้าพอใจหรือทำงานต่อได้

การที่เราหาคำตอบสำหรับคำถามนี้เอาไว้  คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวแม่เหล็กที่จะทำให้ว่าที่ลูกค้าเห็นความสำคัญในสินค้าหรือบริการของเรา  มันเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้เราหาข้อดีของเราหรือ benefit ที่ลูกค้าจะได้รับ  เป็นเรื่องจริงที่เราลงมือทำและแก้ปัญหาให้ลูกค้าไปแล้ว

 

nec01 – อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

 การทำเน็ตเวิร์คกิ้งที่ดีเป็นอย่างไร  สิ่งที่จะต้องจำให้ขึ้นใจและไม่ลืมก็คือ เราต้องมาประชุมด้วยทัศนคติที่ดี  หรือเราต้องเป็นคนคิดบวก และ คิดถึงการให้ความช่วยเหลือเพื่อนเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

การคิดบวกมีความหมายครอบคลุมหลายอย่าง  สิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำตัว “คิดบวก” ก็คือ ไม่บ่นในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการประชุม หรือ  ลองสังเกตดูนะครับ สมมุตเราไปโรงแรมแห่งหนึ่งที่จัดสัมมนา เรากำลังไปเน็ตเวิร์คกิ้ง  เราเคยได้ยินไหมว่า โรงแรมนี้อาหารไม่อร่อย  ซึ่งจริงๆแล้ว เรามาทำอะไรครับ  เรามาทำธุรกิจนี่คือประเด็นหลัก เราไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร  ประเด็นอาหารเป็นเรื่องรอง

หรือ เราเคยได้ยินหรือเป็นผู้บ่นเองไหมว่า ห้องประชุมไม่สวย ลำโพงเสียงไม่ดี ที่จอดรถแย่  สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงประเด็นรองครับ  ประเด็นหลักคือ เรามาประชุม เพื่อสร้างลูกค้าในอนาคต  เรากำลังเพาะบ่ม เรามาเพื่อออกแบบ referral และออกแบบว่าที่ลูกค้า  นั่นคือเรากำลังมาเน็ตเวิร์คกิ้ง

ข้อเสียเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่ประเด็นที่เราควรจะใช้เวลากับมัน สิ่งที่ควรทำก็คือการโฟกัสกับการประชุม การทำให้การประชุมเป็นการประชุมที่มีคุณภาพ สามารถสร้างธุรกิจต่อเนื่องได้ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นหัวใจ

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน


ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ ทำให้ใช้งานไม่ได้

ตั้งแต่ผมซื้อโน้ตบุ๊คตัวล่าสุดเมื่อปี คศ 2010 นั่นคือ macbookair 2010 ผมก็ใช้งานมันมาตลอด ใช้ทำงาน ใช้เล่นเน็ต ใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ด้วย ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดี ในงานประจำวันที่ต้องทำก็จะมีโปรแกรมคิดราคาที่ใช้ excel ผมก็เลือกใช้ openoffice เป็นหลัก เพราะไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ ไฟล์ excel จำนวนหลายพันไฟล์ก็เก็บไว้ใน dropbox และ sync กับคอมตั้งโต๊ะไว้ โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ที่ทำงานจะมีไฟล์สำหรับทำงานเหมือนกันตลอดเวลา ผมจะคิดราคาให้ลูกค้าที่โต๊ะทำงานหรือโน้ตบุ๊คก็ได้ ส่วนการเช็คเมล ก็ใช้เบราเซอร์อย่าง safari เข้าไปอ่านเมล และเขียน blog ส่วนตัว

ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบลื่น ใช้ osx ตั้งแต่ 10.6 ซึ่งเป็น os ติดเครื่องโน้ตบุ๊คตั้งแต่แรก จนถึงปีปัจจุบัน os กลายเป็น 10.13 ไปแล้ว แต่ผมก็ยังไม่อัพเดทเลย os ติดเครื่องเลย ยังคงเป็น 10.6.6 อยู่ ตัวเลข .6 ตัวสุดท้ายเป็นอัพเดทย่อยๆที่กดอัพเดทไปตามเวลาที่มีการแจ้ง ซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ค่อยๆไม่รองรับมากขึ้น ตอนที่มีการแจ้งให้อัพเดทเป็น 10.7 ผมก็ไม่อัพ ตอนที่มีอัพเป็น 10.8 ผมก็ไม่อัพ ด้วยเหตุผลว่า มันยังใช้งานได้ และ osx ก็ค่อยๆอัพเป็นตัวที่สูงขึ้นอีกหลายครั้งจนปีนี้ คศ 2019 osx ไปถึง 10.13

ปัญหาเริ่มมีให้เห็นช่วงปี 2016 มีหลายโปรแกรมที่มีการอัพเดทแล้วไม่รองรับการทำงานบน 10.6 อีกต่อไป ทำให้ผมไม่สามารถใช้ dropbox ได้ เอกสารที่จะใช้คิดราคาจะอยู่ในระบบของ dropbox ทั้งหมด นั่นทำให้ผมไม่มีเอกสารคิดราคาที่สะสมประวัติการขายและไฟล์การคิดราคาสิบกว่าปีอยู่ในโน้ตบุ๊คเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหากับโปรแกรม line ที่ทำงานช้ามากบน 10.6 จนไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย และ line รุ่นใหม่ๆก็ต้องการ osx ที่สูงกว่านี้ ส่วน safari ก็ไม่รองรับการทำงานกับเว็บยุคใหม่ๆหลายเว็บ โดยเฉพาะ facebook และ youtube ไม่ใช่แค่ safari หรอก แต่ firefox ก็ไม่รองรับ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ง่ายๆด้วยการอัพเดท safari หรือ firefox ให้ทันสมัย แต่ประเด็นมันเกิดเป็นปัญหาตรงที่ safari และ firefox ตัวล่าสุดไม่ทำงานบน osx10.6.6 แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นปัญหาอย่างแท้จริง

เพราะว่า พอถึงวันที่ผมจะคลิกอัพเดท ให้เป็น osx10.13 ระบบอัพเดทก็ฟ้องว่า การอัพเดทเป็น 10.13 ต้องทำจาก osx 10.8 จะอัพเดทไกลๆมาจาก 10.6 ไม่ได้ นี่คือความโชคร้ายของผม และตัวอัพเดทของ 10.6 ไป 10.7 หรือ 10.8 หรือ 10.9 ก็ไม่มีให้คลิกแล้ว เพราะมันผ่านไปหลายปีแล้ว เครื่องคอมในปี 2010 จะอัพเดทในปี 2019 มันทำไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ผมพยายามหา firefox รุ่นที่ทำงานบน 10.6 ได้แล้วยังพอเปิด facebook และ youtube ได้อยู่มาใช้ มันพอใช้ได้แต่มันช้าและหน่วงมากๆ เครื่องโน้ตบุ๊คของผมเปิดเครื่องใช้เวลาแค่ 14 วินาที ก็พร้อมใช้งาน เปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องต่อเน็ตได้เร็วทุกโปรแกรม แต่จะอ่าน feed ในเฟสบุ๊คช้ามาก ไม่รู้ว่าข้อมูลของเว็บรุ่นใหม่ๆมันต้องประมวลผลอะไรมากมาย เบราเซอร์ที่ผมมีอยู่มันทำงานช้ามาก

ยังมีปัญหาการเปิดเพลงจาก youtube อีกที่เคยทำได้ดีมาก ดีขั้นเทพ ตอนที่มันติดขัดมันเริ่มช้าลง ผมไม่สามารถหาเพลงที่ต้องการได้จาก youtube อีกแล้ว เพราะหน้าแรกของ youtube เปิดขึ้นมาก็มีข้อมูลขึ้นไม่ครบ ผมจะหาเพลงที่ต้องการสักเพลง ผมใช้เวลากดแล้วรอหน้าจอเปลี่ยนแปลงนานมาก เรียกได้ว่า หากเรานึกถึงเพลงที่อยากฟัง แล้วเราจะไปหาจาก youtube ผมใช้เวลาผ่านไปสัก 3 นาทีผมยังไม่ได้ฟังเพลงที่ต้องการเลย มันแย่ยิ่งกว่าการเปิดด้วยมือถือเสียอีก

แต่ผมเป็นคนใจเย็นเป็นน้ำ รอได้ ช้ามากนักก็ใช้วิธีบุ๊คมาร์คเอาไว้เราจะได้เข้าถึงไฟล์เพลงใน youtube ไปเลยตรงๆ ไม่ต้องไปหน้าแรกของ youtube แบบนี้ก็พอไหว แต่จุดแตกหักกับปัญหามันมาจาก การเขียน blog ของผมที่ใช้งานระบบภาพของ flickr ไม่ได้ วิธีทำงานของผมก็คือ ผมจะอัพข้อมูลลง blog บน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ของผมเอง ผมใช้ flickr มาประมาณ 10 ปี มีภาพอยู่ในระบบเป็นแสนภาพ ภาพอะไรที่ถ่ายมาก็อัพโหลดเข้าไปไว้ใน flickr ทั้งหมด แล้วก็เลือกเอาภาพที่จะประกอบกับการเขียน blog มาโพสท์ใน wordpress แล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ flickr ก็หยุดการรับภาพจาก firefox ในโน้ตบุ๊คของผม ด้วยเหตุผลตามภาพ นั่นคือผม login เข้า flickr ของตัวเองไม่ได้

Screen Shot 2562-04-21 at 4.45.05 PM

การไม่อัพเดท os ทำให้ผมไม่สามารถอัพเดทเบราเซอร์ได้ และการไม่อัพเดทเบราเซอร์ทำให้ผมอัพเดทภาพเข้า flickr ของตัวเองไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่สำหรับผมมาก ไม่สามารถอดทนได้ ต้องหาโน้ตบุ๊คใหม่มาใช้ นี่คือสิ่งที่คิดออก

เว็บ flickr  บอกว่ากรุณาให้เบราเซอร์ที่อัพเดท หรือ เวอร์ชั่นล่าสุด

ซูมให้อ่านใกล้ๆ


……เดี๋ยวโพสท์ต่อตอนที่ 2

nec94 – การเรียก referral จากคนเพิ่งพบกัน

 
การเรียก referral จากคนเพิ่งพบกันเป็นเรื่องที่มีคนอยากรู้ เราจะมาวิเคราะห์ถึงขั้นตอนการให้ referral ว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

สมมุติว่า เรากำลังบรรยายเกี่ยวกับอาชีพของเรา ความสามารถของเรา ผลิตภัณฑ์ของเรา อะไรก็ตามที่อยู่ในการพรีเซ้นท์ของเรา ซึ่งในกลุ่มของเราก็คือการพรีเซ้น 5 นาที และมีคนฟังอยู่ในห้องนี้เต็มห้อง สมมุติว่าเราบรรยายได้ดี ฟังรู้เรื่อง มีคนสนใจ นั่นแปลว่า เรากำลังทำให้ตัวเองมีโอกาสรับ referral จากคนในห้อง เพราะว่า การพรีเซ้นที่ดีหรือการพูดที่ดีเป็นเครื่องมือช่วยทำให้เรามี visibility สูงขึ้น และ ช่วยเพิ่ม creditability ให้สูงขึ้นไปพร้อมกัน  สองอย่างนี้ทำให้เราดูน่าเชื่อถือ  และคนฟังในห้องก็จะมีความรู้สึกว่าเราน่าสนใจ น่าจะให้ referral กับคนเราได้
 
 
เหตุการ์ณคล้ายๆกัน หากเราเพิ่งจะพูดสนทนากับใครสักคน และสิ่งที่พูดคุยกันเป็นประโยชน์ทางธุรกิจในทางใดทางหนึ่งสำหรับทุกคนในวงสนทนา  นั่นหมายความว่า เราเพิ่ม visibility ให้ตัวเอง และ เพิ่ม creditability ไปพร้อมกัน  เท่ากับว่าเราทำให้ตัวเองมีความพร้อมที่จะรับ referral แล้ว เพราะเรามี visibilityและ creditability ที่สูงขึ้น และคู่สนทนาของเราก็กำลังไว้ใจเรา เนื่องจากเขาฟังจนจบและฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นว่าที่ลูกค้าโดยตรง หรือ เป็นพาร์ทเนอร์ก็ตาม หากเขาเป็นลูกค้าโดยตรงได้ เราก็มีโอกาสได้ referral   หากเขาเป็นพาร์ทเนอร์ เราก็มีโอกาสได้รับการแนะนำเพื่อนของเขาให้กับเรา การอยู่ในเหตุการณ์สนทนาร่วมกัน หรือบรรยายร่วมห้องกันนี้ คือการมีจุดร่วมบางอย่างร่วมกัน พอเขาและเรามีบางอย่างเชื่อมกันแล้ว โอกาสที่จะแบ่งกันลูกค้าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาจากนี้ไป
แต่การให้ referralจะไม่เกิดขึ้นทันทีในวินาทีนี้   มันจะเกิดขึ้นในการพูดคุยกันอีกรอบหนึ่งที่ลึกขึ้นหลังจากนี้สัก 2-3 วัน  นั่นหมายความว่าให้เราติดตามผลด้วยการนัดไปทำ 1-2-1 กับเขา การพบปะกันรอบที่ 2 ที่พูดคุยสนทนากันลึกขึ้น เป็นโอกาสที่จะได้แบ่งปันซึ่งกันและกัน และการพบกันรอบสองนี่เองที่จะมีโอกาสเกิด referral ได้สูงที่สุด
 
 
 
 
 
 

nec93 – Visibility Creditability and not

688971275-1024x1024

ในการทำการตลาดแบบบอกต่อ เราจะมีคำที่คุ้นเคย 3 คำ ซึ่งคำนี้เป็นองค์ความรู้ของ bni โดยเฉพาะ นั่นคือ คำว่า vcp  หรือ เรียกรวมๆว่า VCP Process   ซึ่ง V คือ Visibility   C คือ creditability   P คือ Profitability  ความสัมพันธ์ของ 3 ตัวนี้เขียนเป็นสมการเท่ห์ๆได้ว่า Visibility + Creditability = Profitability

ในทางปฏิบัติ  ขั้นตอนการทำ VCP นี้ เป็นขั้นตอนของการทำให้เกิด referral  โดยไม่ใช่ขั้นตอนการขาย หรือ sale process  ก็คือมันยังไม่เป็นธุรกิจหรือยังไม่เกิดผลลัพธ์   สมมุตว่า ตอนที่เพื่อนในห้องยังไม่ได้ให้ referral กับเรา  นั่นก็คือเรากำลังอยู่ที่ระดับ creditability ยังไม่ก้าวข้ามไปถึงฝั่ง Profitability

หลายคนก็ประสบกับเหตุการณ์ว่า เราอยู่ในกลุ่ม networking มาพักใหญ่ๆแล้ว แต่ทำไมยังไม่มีผลลัพธ์ แม้ว่าเราจะพยายามพัฒนา V และ C ให้สูงเต็มที่แล้ว เรากลับพบว่าสมการที่เราเจอคือ

Visibility + Creditability ไม่เท่ากับ Profitablity

เพราะโดยความเป็นจริงแล้ว สมการที่ 2 นี่แหละที่เป็นจริงในกลุ่มของเรา    คือเราไม่สามารถไปถึงฝั่ง Profitability โดยอัตโนมัติ มันเป็นเพราะอะไร

ตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ยังไม่โผล่มาให้เราเห็นในตอนนี้จะเป็นตัวสำคัญที่พาเราข้ามฝั่งไป  แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตัวแปรนั้น  ขอให้เราได้อยู่กับวิธีการ เพิ่ม visibility และ creditability กันจนสูงเต็มที่เสียก่อน  nec จะค่อยๆเพิ่ม สองตัวนี้ให้กับท่านไปทีละสัปดาห์  สัก 8 ครั้ง เราน่าจะพร้อมที่จะข้ามฝั่งแล้ว

nec23 – ความลับของการทำ networking ให้เกิดผลลัพธ์

จากประสบการณ์ 20 ปีของการทำการตลาดแบบบอกต่อของ bni  มีการค้นพบวิธีที่จะทำให้เราได้ธุรกิจจากการบอกต่ออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งวิธีการนี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ความลับพิเศษแต่อย่างใด

วิธีการนี้คือ  เราจะต้องใช้เวลากับการ networking ให้มากเพียงพอ  และการ networking นี้ จะต้องทำให้ถูกคนด้วย จากสถิติของ bni ได้ข้อสรุปว่า ผลลัพธ์ทางธุรกิจแปรผันตรงกับเวลาที่เราใช้ทำ networking  นั่นคือยิ่ง networking มาก ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก

NetworkingSecretGraph

 

และจากสถิติที่รวบรวมไว้เมื่อทำเป็นกราฟออกมาก็จะเป็นไปตามภาพ ยิ่ง networking มาก ก็ยิ่งเกิดผลลัพธ์มาก  ดูลงไปในรายละเอียดของสถิติ เราจะพบว่า หากเราต้องการผลลัพธ์ที่มากขึ้น 50% เราควรใช้เวลาประมาณ 5-9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ซึ่งตัวเลขนี้เป็นการรวบรวมของ bni  และค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์ 50% เกิดจากการใช้เวลาทำ networking 6.5 ชั่วโมง  ส่วนผลลัพธ์ 70% จะต้องใช้เวลา 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อ networking อย่างถูกต้อง

แล้วเราจะใช้เวลาของเราไปทำ networking กี่ชั่วโมงดีเพื่อธุรกิจของเราเอง

 

Pat cafe ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ รีวิว

เช้าวันอาทิตย์ที่อยากไปหาอะไรกินนอกบ้าน  ก็ขับรถเข้าไปย่านราชดำเนิน ไปถึงถนนดินสอ เจอกับร้านแพทคาเฟ่ ลองกินดูสักครั้ง

IMG_5683

อาหารเช้ามีหลายอย่างให้เลือก  อาหารตามสั่งก็มีเยอะ  เมนูหนามาก  เลือกกันตาลาย  สั่งเป็นชุดอาหารเช้าไปเลยก็ง่ายดี

IMG_5687

ร้านอยู่ริมถนน อยู่หัวมุมสี่แยก ด้านหนึ่งติดถนนดินสอ อีกด้านติดถนนพระสุเมรุ   ถ้ามาทางถนนดินสอจะจอดรถหน้าร้านไม่ได้  ต้องมาจากแยกผ่านฟ้าเข้าถนนพระสุเมรุก็จะผ่านหน้าร้าน จอดรถหน้าร้านเลย

IMG_5688

รายการอาหารเยอะมาก  มากเกินกว่าจะเป็นร้านกาแฟ  ควรจะเรียกว่าภัตตาคารมากกว่า

IMG_5690

ลูกค้าย่านนี้ก็คือนักท่องเที่ยว  ราคาอาหารไม่แพงสำหรับฝรั่ง สำหรับคนไทยก็พอไหว ราคาเท่ากับกินในห้างทั่วไป

IMG_5695

ไข่ครอบ หน้าตาประหลาดอยู่ในเมนู  เป็นสิ่งที่เพิ่งรู้จัก ถามกันเองว่ามันคืออะไร เดากันไป  จนคุณป้าข้างๆต้องเล่าให้ฟังว่า ไข่ครอบเป็นเมนูของคนสงขลา  ไม่ค่อยมีที่อื่นทำกัน  หากินได้ยากมาก  อาจมีเฉพาะร้านนี้เท่านั้นในกรุงเทพ  ผิวสัมผัสของไข่ครอบเมื่ออยู่ในปากจะเหมือนส่วนไข่แดงของไข่เค็ม แต่ไม่เค็ม  แค่ความร่วนของเนื้อไข่แดงมันคล้ายกัน

IMG_5693

ไข่กระทะ เป็นเมนูของคนสิ้นคิด  อร่อยเสมอ  ใส่พริกไทย ใส่ซอสแม็กกี้ ยังไงก็อร่อย

IMG_5698

ไข่ดาวไส้กรอกรูปหัวใจ  ดูแปลกดี  มีผักสลัดให้ด้วย  เป็นมื้อเช้าที่ครบห้าหมู่

IMG_5700

พาลูกและภรรยามาลองกิน   ก่อนจะนั่งกินก็เดินขึ้นไปดูชั้น2ที่เป็นแกลลอรี่  มีของสะสมให้ดูบ้าง ส่วนใหญ่เป็นภาพในหลวงรัชกาลที่9

แปะแผนที่ไว้ให้ครับ

 

nec18-vcp-visibility

IMG_7357

การทำธุรกิจด้วยแนวคิดของ referral marketing ต้องอาศัยการบอกต่อ การแนะนำลูกค้าต่อเนื่อง
ความสำเร็จของคนที่ได้รับการแนะนำอย่างสม่ำเสมอ จะถูกอธิบายด้วยศัพท์ง่ายๆ 3 คำ คือ

Visibility คือการแสดงตัวตน การมีตัวตน ทำให้คนอื่นรู้ว่ามีเรา มีธุรกิจของเรา

Creditability คือ ความน่าเชื่อถือ  การรับรู้ว่าคุณมีคุณภาพ สินค้าของเราดี

Profitability คือการทำให้เกิดธุรกิจ

พวกเราส่วนใหญ่เคยฟังเรื่องราวของแต่ละคำมาบ้างแล้ว  เราขอทบทวนในบางข้อนั่นคือ Visibility

Visibility จะถูกสร้างขึ้นได้ด้วยการ ปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอ  ก็คือ การมาประชุมตรงเวลา  ไม่ขาดประชุม  ลองนึกดูว่า ถ้าเราจะเดินไปซื้อโทรศัพท์สักเครื่องหนึ่งที่ร้าน  เราจะเข้าร้านไหน   ร้านที่เปิดทุกวัน ไปเมื่อไหร่ก็เห็นว่าเปิดขายอยู่  กับ อีกร้านหนึ่งที่ไปเจอปิดร้านบ่อยมาก ปิดกันง่ายๆโดยไม่ต้องมีเทศกาล  เราอยากจะซื้อโทรศัพท์กับใคร?

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4183

การมาประชุมก็เหมือนการเปิดร้าน  เราต้องแสดงความน่าเชื่อถือของตัวเราเองด้วยการ มาประชุมอย่างต่อเนื่อง  คนที่ตั้งท่าจะส่งงานให้ คนที่ตั้งท่าจะส่งลูกค้าให้เขาจะได้กล้าส่ง เพราะรู้ว่าเรามีคุณภาพ  เราตรงต่อเวลา เรารักษาสัญญา สัญญาว่าจะมาประชุมอย่างต่อเนื่อง

การมี Visibility อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้าง Creditability  ความน่าเชื่อถือที่มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้คนในกลุ่มกล้าจะแนะนำงานให้ Visibility และ Creditability มีเรื่องราวและเทคนิคน่ารู้อยู่จำนวนมาก เราควรใช้เวลากับการทำความเข้าใจจะทำให้เราได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เราคาดหวัง