วิธีเพิ่มความเร็วในการ render ไฟล์ภาพชนิด raw

กล้องดิจิทัลค่าย canon จะใช้ไฟล์ชนิด .cr2 ในการเก็บบันทึกภาพแบบ raw หรือภาพที่จะมีข้อมูลมากที่สุด เป็นภาพแรกที่เกิดขึ้นบนเซ็นเซอร์รับภาพ ก่อนที่คอมพิวเตอร์ภายในกล้องจะแปลงไฟล์ภาพนี้อัตโนมัติเป็นภาพ .jpg ที่เราเห็น ไฟล์ raw ชนิดนี้จะเป็นตัวแบกข้อมูล bit สีที่มากที่สุดที่กล้องตัวนั้นถูกออกแบบไว้ เพราะหากเราถ่ายภาพเป็น jpg เราก็จะได้ค่าสีที่มีความลึกของ bit เพียง 8 bit เท่านั้น แต่ไฟล์ raw ของกล้องชนิดใหม่ๆนั้น จะมีระดับความลึกของ bit สี อยู่ที่ 9-14 bit ซึ่งเป็นระดับความลึกของสีที่มากกว่า 8 bit มหาศาล

เมื่อเราถ่ายภาพ raw แล้ว เราจะยังไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด เราจะต้องนำภาพ raw ไปแปลงด้วยโปรแกรมเฉพาะ ซึ่งแต่ละค่ายก็มีโปรแกรมของตัวเองที่จะแปลงภาพ raw ให้เป็น jpg ซึ่งค่าย canon ใช้โปรแกรมชื่อ dpp ย่อมาจากคำว่า Digital Photo Professional ส่วนค่ายอื่นๆหากไม่ทำโปรแกรมแปลงไฟล์ของตัวเองก็จะเลือกโปรแกรมจากผู้ผลิตอื่นๆมาแถมให้ เท่าที่จำได้ก็เช่น panasonic จะใช้โปรแกรม silkypix เป็นตัวแปลงไฟล์ raw นอกจากนี้ ค่าย adobe ที่ทำมาหากินกับงานตกแต่งภาพอย่าง photoshop มายาวนาน ก็มีโปรแกรมแปลงไฟล์ raw คุณภาพสูงให้ใช้ด้วย นั่นคือโปรแกรมชื่อ Lightroom ซึ่งผมเคยทดลองใช้บ้างเป็นบางช่วงเวลา

การแปลงไฟล์ raw ให้เป็น jpg จะใช้เวลาพอสมควร หากเราถ่ายภาพมาหลายร้อยภาพ การแปลงไฟล์ raw จะใช้เวลานานมาก อย่างกรณีของ canon ที่ผมใช้ จะแปลงไฟล์ raw จากกล้อง canon eos 6d ความละเอียด 20ล้านพิกเซล จำนวน 100ไฟล์ ใช้เวลาประมาณ 29 นาที บนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ASUS ZenBook Flip 14 UM462DA ที่ใช้ซีพียู ryzen7 3700u ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในปี คศ 2019

เรามีวิธีเพิ่มความเร็วในการแปลงไฟล์โดยไม่ต้องอัพเกรดเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีง่ายๆก็คือ ให้เราทำการแปลงไฟล์หลายๆจ๊อบพร้อมกัน แทนที่จะทำทั้งหมดในจ๊อบเดียว ยกตัวอย่างเช่น จากภาพ 100 ภาพ ก็ให้เราแบ่งเป็น 3 ส่วน คือชุดแรก 33 ภาพ ชุดที่ 2 อีก 33 ภาพ และชุดที่ 3 อีก 34 ภาพ แล้วเราทำการสั่งให้แปลงทีละชุด โดยการคลิกให้เริ่มแปลงไปทีละชุด เมื่อเริ่มแปลงชุดที่1แล้ว ก็ให้เริ่มแปลงชุดที่ 2 ต่อไปเลย เพื่อให้ทุกชุดถูกแปลงไฟล์ไปพร้อมๆกัน และเมื่อแปลงไฟล์จนจบ เราก็จะได้ภาพออกมา 100 ภาพเหมือนเดิม แต่ผลที่แตกต่างก็คือ ความเร็วในการทำงานจนครบ 100 ภาพ ใช้เวลาน้อยกว่าเกือบเท่าตัวเลย ซึ่งจากการทดลองของผมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเดิม งานแปลง 3 จ๊อบพร้อมกัน ใช้เวลาไป 16 นาที เมื่อเทียบกับวิธีทำร้อยภาพในจ๊อบเดียวที่ใช้เวลา 29 นาที เท่ากับว่าเราทำงานเสร็จด้วยเวลาที่น้อยลงไปกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง หรือลดเวลาทำงานเหลือเพียง 55% เท่านั้น

canon dpp 3 batch render

เทคนิคกาารแยกงานเป็นจ๊อบเล็กๆหลายจ๊อบแล้วค่อยสั่งแปลงไฟล์ raw ทุกจ๊อบพร้อมกันเป็นวิธีที่ทำให้เราทำงานเสร็จเร็วขึ้นที่มีประสิทธิภาพสูงมากบนคอมพิวเตอร์ตัวเดิม เข้าใจว่าโปรแกรมแปลงไฟล์ raw ของแต่ละยี่ห้อกล้อง หรือ แต่ละค่าย ก็จะมีความสามารถในการทำงานเป็น multiple batch กันทั้งนั้น เหตุที่เราสามารถทำแบบนี้ได้เพราะการแปลงไฟล์งานเป็นสคริปต์การทำงาน ที่เราสามารถสั่งรันสคริปต์หลายๆสคริปต์พร้อมกันได้ และ ฮาร์ดแวร์ของ ซีพียูที่ปัจจุบันเป็นแบบ หลาย core หลาย thread ก็ออกแบบมาเพื่อทำงานหลายๆงานพร้อมกันอยู่แล้ว อย่าง Ryzen7 3700u ตัวนี้ก็เป็นชนิด 4core 8 thread การทำงานหนักหลายจ๊อบเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อความคุ้มค่าเลย

สังเกตความเปลี่ยนแปลง 7 วัน

IMG_20190822_064608

ขอบฟ้ามีการบ้านโครงงานวิทยาศาสตร์ให้สังเกตุความเปลี่ยนแปลงของใบไม้หรือดอกไม้ 7 วัน ก็เลยจัดการเด็ดดอกไม้ และใบไม้มาอย่างละ 1 ชิ้น เพื่อคอยถ่ายภาพบันทึกไว้ทุกวัน โดยพ่อกับแม่ช่วยกันคิดแล้ว เลือกวิธีถ่ายภาพน่าจะง่ายสำหรับขอบฟ้ามากกว่า เพราะการจดบันทึกด้วยการวาดเป็นสิ่งที่น่าจะต้องใช้สมาธิและเวลามากเป็นพิเศษ ขอบฟ้ายังไม่สามารถใช้เวลานานๆกับการวาดภาพได้

การถ่ายภาพพ่อเลือกวิธีให้ใช้กล้อง DSLR ในการถ่ายภาพ ให้ถือเองถ่ายเอง โดยพ่อช่วยปรับกล้องให้เบื้องต้นเพื่อเตรียมกล้องให้พร้อมสำหรับการบันทึกภาพในสถานการณ์นั้นๆ

IMG_20190822_064402

IMG_0004
วันที่1
IMG_0011
วันที่2
IMG_0016
วันที่3
IMG_0025
วันที่4
IMG_0027
วันที่5
IMG_0033
วันที่6

ผมก็ขอให้ขอบฟ้ายืนถ่ายคู่กับงานครั้งนี้ด้วย เพื่อให้ภาพมีเนื้อหาครบถ้วนสำหรับการเล่าเรื่องในครั้งนี้ ภาพขอบฟ้า พยายามยิ้มก็เลยออกมาดูปากโย้ๆนิดหน่อย ยังไม่รู้จะสอนให้ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติได้ยังไง

IMG_0031

หมายเหตุ

การให้ขอบฟ้าถ่ายภาพครั้งนี้พบกับปัญหาเรื่องช่องมองภาพของกล้องถูกปรับตั้งให้พอดีกับตาของผม และมันทำให้ขอบฟ้ามองเห็นภาพในช่องมองไม่ชัด แม้ว่าสิ่งที่อยู่หน้ากล้องจะอยู่ในโฟกัสแล้ว การปรับสายตาของกล้องเป็นลูกเล่นที่กล้องออกแบบมาให้คนสายตาไม่ปกติได้ใช้งานกล้องได้อย่างสะดวกได้คุณภาพ นั่นก็คือ สายตาผมไม่ปกติแล้วนั่นเอง อาการสายตายาวมาเยือนกับคนวัยสี่สิบกว่าๆ ผลก็คือ กล้องของพ่อ กับ กล้องของลูก อาจจะต้องเป็นคนละตัวกันจริงๆ นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กล้องถ่ายภาพเป็นของที่ไม่ควรยืมกัน ไม่ใช่เรื่องของแพงหรือ หวงของ แต่มันเป็นของที่ต้องมองด้วยสายตาคนใช้งาน มันก็เลยต้องปรับตั้งละเอียดสำหรับเจ้าของเท่านั้น และสายตาของคนอายุต่างกันมากๆก็ต้องการช่องมองภาพที่ตั้งไม่เหมือนกันเลย แก่แล้วจริงๆ

อุบัติเหตุ กับ ประกัน

ตั้งแต่ทำประกันอุบัติเหตุมาหลายปี เพิ่งจะได้ใช้สิทธิ์ก็ครั้งนี้ จากการวิ่งเล่นกับลูกที่โรงเรียน มีเด็กอีกกลุ่มอยู่ๆก็กลิ้งยางรถยนต์มาทางด้านหลังของผม ผมกำลังวิ่งไล่จับโดนยางรถยนต์ชนที่ด้านหลัง เลยล้มไปด้านหน้า มือขวาก็ยันพื้นไว้ ข้อศอกรับน้ำหนักจนเกือบหักเลย แขนยกไม่ขึ้น วินาทีนั้นคิดว่าแขนหักไปแล้ว เลยนั่งพักสักห้านาทีแล้วพาลูกกลับบ้าน

Pa aia

ขับรถจากโรงเรียนพาลูกกลับบ้านด้วยมือซ้ายมือเดียว มือขวายกไม่ขึ้น ส่งลูกถึงบ้านแล้วค่อยไปหาหมอ ภรรยาพาไปที่โรงพบาบาลใกล้บ้าน ไปให้หมอตรวจ เอ๊กซเรย์ออกมากระดูกไม่หัก แต่อาการปวดและยกมือไม่ขึ้นจะยังคงอยู่ไปอีกหลายวัน ระหว่างนี้หมอให้กินยาและใส่สายสะพายเอาไว้

Pa aia

บิลค่าใช้จ่ายออกมาสองพันกว่าบาท ประกันจ่าย ตอนมาถึงโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ก็ถามถึงประกันที่มี ผมจำได้แค่ว่าผมมีประกันอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้พกบัตร เลยให้บัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่ไปลองเช็คดู ระหว่างนั้นผมก็โทรหาคนขายประกัน ขอรายละเอียดว่าประกันของผมมีชื่อเรียกว่าอะไร เจ้าหน้าที่ก็เลยขอคุยกับคนขายประกันของผม พอรู้เรื่องก็ไปจัดการเรื่องเอกสารและเรื่องระหว่าง โรงพยาบาลกับบริษัทประกันภัย ผมก็รอการตรวจและรับยากลับบ้าน ไม่ต้องจ่ายเงินเอง

ประกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยากเคลม แต่ถึงเวลาต้องใช้ก็ควรจะสะดวกแบบนี้แหละ ขอบคุณเซลส์ผู้ขายประกันที่ใส่ใจลูกค้าอย่างผม ใครที่กำลังหาประกันภัยของตัวเอง จะประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ผมแนะนำให้เลือกซื้อกับคนที่มีนิสัยใส่ใจ รักในการดูแลลูกค้า หากไม่รู้จักโดยตรง เดี๋ยวผมแนะนำให้ ฝากความเห็นไว้ในนี้เดี๋ยวผมให้เบอร์โทรคนขายประกันนิสัยน่ารักให้

Nec100 – คุณสมบัติของ visitor

การเชิญ visitor มาเยี่ยมชมการประชุมของกลุ่ม เป็นสิ่งที่จะช่วยขยายธุรกิจของสมาชิกได้ ลองฟังในคลิปต่อได้เลยครับ

NEC 200719

หลอดไฟ LED ไม่ทนอย่างที่คิด

เรารู้จักหลอดไฟ LED กันมาหลายปีแล้ว และได้รับรู้ข้อมูลว่า LED ประหยัดพลังงาน อายุการใช้งานยาวนานหลายหมื่นชั่วโมง บ้านไหนที่หลอดไฟเสียก็ให้เปลี่ยนเป็นหลอด LED ไปเลย ค่าไฟจะลดลง แม้ว่าหลอดไฟจะแพงกว่า แต่ในระยะยาวจะประหยัดกว่าแน่นอน และผมก็ค่อนข้างเชื่อ และได้ทยอยเปลี่ยนหลอดไฟในบ้านเป็น LED ไปทีละดวงเมื่อหลอดเก่ามันเสื่อม หรือ เสีย

เมื่อหลายปีก่อนหลอดไฟ LED ก็จะต้องซื้อตามร้านขายหลอดไฟใหญ่ๆ จนในปัจจุบันปี พศ 2562 ก็มีหลอดไฟชนิด LED วางขายในร้านสะดวกซื้อแล้ว จากเมื่อก่อนในห้างราคาหลอดไฟที่มีความสว่างประมาณ 7-10 วัตต์ จะมีราคา 200-400 บาท ปัจจุบันเราซื้อได้ในราคาตั้งแต่ 89-129 บาทเท่านั้น และมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้

Lekise

ผมซื้อหลอดนี้มาจากเซเว่นแถวบ้าน ใส่ในบ้านได้ประมาณ 1 เดือน แล้วก็เกิดอาการระเบิด หลอดแตก ชิ้นส่วนหลอดหลุดออกจากกัน มีรอยไหมให้เห็นดังภาพ หลอดนี้ผมจำราคาไม่ได้ว่าเท่าไหร่ รู้แค่ไม่เกิน 100 บาท อาการระเบิดเป็นเรื่องอันตรายมาก อันตรายยิ่งกว่าหลอดเสีย เพราะเศษที่เกิดจากการระเบิดกระจายเต็มพื้นบ้าน ชิ้นส่วนที่แตกกระเด็นออกมามีความแข็งและมีความคมด้วย ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะอันตรายกับเด็กแค่ไหน ผมกวาดพื้นเก็บเศษแก้วจากหลอดนี้หลายรอบ เพราะกลัวว่าชิ้นส่วนเล็กๆจะหลุดรอดจากการกวาดไป เพราะถ้ายังเหลืออยู่ คนที่จะโดนเศษพวกนี้บาดก็คือคนในบ้าน ลูกผม แม่ผม หรือแม้แต่ผมเอง

Lekise

ผมถ่ายภาพแล้วติดต่อยี่ห้อหลอดไฟเพื่อแจ้งว่าหลอดระเบิด และขอให้บริษัทแสดงความรับผิดชอบด้วย ทางตัวแทนบริษัทหลอดไฟแจ้งกลับมาว่าจะส่งหลอดไฟใหม่มาให้ ระยะเวลาที่ตอบคำถามผมใช้เวลาไม่นาน ถือว่ามีความรับผิดชอบดี แต่เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์แล้ว ยังไม่มีหลอดไฟหลอดใหม่มาถึงผมเลย

จริงๆแล้วผมไม่อยากได้หลอดไฟเคลมหรอก อยากได้เงินคืนมากกว่า แล้วไปใช้ยี่ห้ออื่น แม้ว่าบริษัทจะส่งหลอดรุ่นเดิมมาชดเชยผมก็ไม่กล้าใช้แล้วครับ แต่ก็เข้าใจระบบการทำงาน ทางบริษัทคงไม่มีนโยบายคืนเงินหรอก เขาให้เคลมแค่ไหนก็แค่นั้น ส่วนความไว้วางใจก็หมดตรงนี้แหละ หลอดไฟระเบิดใครจะกล้าใช้ต่อ และจะให้ผมเอาหลอดใหม่ที่เคลมได้ไปบริจาคโรงเรียนหรือวัด ผมก็ไม่กล้า กลัวว่าจะเป็นการทำบาปไม่รู้ตัว

Lekise

ผมโทรถามเพื่อนที่มีอาชีพขายหลอดไฟว่าของแบบนี้เคลมได้ไหม เขาบอกเรื่องปกติ เสียก็ต้องเคลม แต่เคสผมเคลมง่ายเคลมเร็วเพราะหลอดเดียว ถ้าผมเป็นเจ้าของโรงแรม แล้วเคลม 2000 หลอด คิดว่าคงไม่เร็วและคงไม่ง่าย

ระหว่างที่ยังไม่ได้หลอดที่เคลม ผมก็จะประกาศขายหลอดไฟที่เสีย ขายภาพนี้ ขายซากที่เป็นจริงตามสภาพที่ระเบิดหลอดนี้ ใครอยากได้ บริษัทไหนอยากได้ ติดต่อมาซื้อผมได้นะครับ ผมขายไม่แพง หรือเอาหลอดไฟยี่ห้ออื่นที่น่าเชื่อถือมาแลกเลยก็ได้

อัดเดท 5aug2019 ผมได้รับพัสดุเป็นกล่องเล็กๆ นึกไม่ออกว่าได้สั่งซื้ออะไรไปในช่วงนี้ แล้วก็พลิกไปพลิกมา พบว่าเป็นกล่องที่ส่งมาจาก lekise ก็เลยจำได้ว่าทางบริษัทจะส่งหลอดไฟมาเปลี่ยนให้ ในกล่องนี้มีหลอดไฟ3หลอด ตามภาพ

IMG_20190805_130432

เสียหลอดเดียว ส่งมาให้ 3 หลอด ขอบคุณ lekise ให้เคลมและส่งหลอดใหม่มาให้ครับ

nec99 – ปัจจัยที่มีผลต่อการให้ referral

ปัจจัยที่มีผลต่อการให้ Referral

เราเคยคุยกันเรื่อง Visibility ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ทุกคนในกลุ่มสามารถรับรู้ได้ว่าเรามีตัวตน  มีอาชีพนี้อยู่ในทีม  ซึ่งเป็นปัจจัยแรกของการสร้างธุรกิจแบบ word of mouth หรือ referral marketing
และหลังจากที่เราทำให้ทุกคนรู้ว่าเรามีตัวตนแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ สร้างความน่าเชื่อถือ หรือ Creditability นั่นเอง  เพราะการมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มว่าเราทำอาชีพอะไร นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เพื่อนๆ มั่นใจและแนะนำลูกค้าให้เรา

การที่ใครสักคนจะแนะนำธุรกิจให้กับเพื่อนของเขา  คนแนะนำเขามักจะคิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแนะนำของเขามีคุณค่าปัจจัยที่จะมีผลต่อการคัดเลือกว่าจะให้ใครจะมีดังนี้

1  คุณเก่งในสายงานคุณจริงไหม  บางคนใช้คำว่า expert

2 คุณทำสิ่งที่คุณทำอยู่อย่างมีความหลงไหล หรือ passion หรือไม่  และความรู้สึกนั้นหลุดออกมาสู่คนรอบข้างได้ชัดเจนไหม

3  คุณตอบสนองกับธุรกิจที่ได้รับอย่างมืออาชีพ และช่วยรักษาเครดิตของคนแนะนำนั้นอย่างดีไหม  ถ้าให้ไปแล้วไม่ตามงาน ก็เสียชื่อ ดังนั้นการติดตามงานอย่างกระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและสำคัญที่สุด

4  เรามีความสัมพันธ์แบบสนิทรู้จักกันดีเพียงพอไหม?

เพราะหลายๆครั้งเราก็มักจะมีความรู้สึกในใจว่า เราไม่ค่อยรู้จักเขา เราเลยไม่กล้าแนะนำลูกค้าให้เขา บางทีเราก็พูดว่า เรายังไม่รู้เลยว่าสมาชิกคนนี้เป็นคนยังไง  ไม่กล้าแนะนำลูกค้าให้

เราและเพื่อนต้องตอบคำถามสี่อย่างให้ได้ครบทุกข้อซึ่งกันและกันคือ  เราเก่งไหม  เรามี passion มากพอไหม  เราเป็นมืออาชีพในธุรกิจไหม  และ เราสนิทกับเพื่อนมากพอหรือยัง

เที่ยวเกาะเกร็ด แวะปั้นหม้อ

เกาะเกร็ดเป็นพื้นที่เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี ต้องเดินทางไปขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำปากเกร็ด ซึ่งเป็นบริเวณที่รถติดมาก ติดนรก ติดไร้เหตุผล ที่จอดรถน้อย ไม่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยว ค่าที่จอดรถ 40 บาทต่อคัน

เกาะเกร็ดคือเมืองโบราณมีชีวิต วิถีชีวิตของชาวเกาะเกร็ดในอดีตคืออะไรยังไม่แน่ใจ แต่อาชีพปัจจุบันคือขายของให้นักท่องเที่ยว บ้านเรือนรอบเกาะถูกจัดระเบียบทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปเรื่อยๆ คนเยอะ อากาศร้อน วันเสาร์อาทิตย์ที่นี่ก็คงเป็นตลาดนัดที่วุ่นวาย ส่วนวันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์เป็นอย่างไรยังไม่เคยเห็น แต่คาดว่าจะเงียบและสงบกว่านี้(เดา)

จุดหมายคือมาปั้นหม้อ ปั้นดิน

IMG_1095
IMG_1116
IMG_1125
IMG_1136
IMG_1143

สถานที่สำหรับทำงานปั้นก็คือ บ้านของ ป้าตุ่น เป็นบ้านที่อยู่ติดกับวัดไผ่ล้อมในเกาะเกร็ด ที่แห่งนี้เป็นแหล่งปั้นหม้อ ทำงานเครื่องปั้นดินเผามานาน และเปิดให้คนที่สนใจได้หัดปั้นด้วย ถือเป็นกิจกรรม how-to ชนิดหนึ่งที่เป็นแม่เหล็กทำให้เกาะเกร็ดดูดีมีชาติตระกูล มีราก มีวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงแค่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวตลาดนัดทั่วไป

เกาะเกร็ดมีร้านกาแฟเยอะ กาแฟโบราณก็เยอะ ร้านกาแฟติดแอร์มีอยู่ร้านเดียวและไม่มีคนแวะเลย

ร้านอาหารบางร้านหน้าตาดูบ้านๆ สั่งข้าวกระเพราไข่ดาว ใช้เวลา 1 ชม. ถึงจะได้กิน

ร้านขายของกิน ขายขนมมีตลอดทาง จะไปเที่ยวเกาะเกร็ดอย่าเพิ่งกินอะไรตอนเช้า ไปเดินซื้อเดินกินที่เกาะเกร็ดเลย หลากหลายและเยอะ และกินไม่ทั่วถึงแน่นอน

IMG_1146

ภาพพระพุทธรูปองค์ใหญ่คือวัดบางจาก ผมถ่ายจากร้านอาหารแห่งนึ่งในเกาะเกร็ด เราจะเห็นท่าเรือข้ามฟากที่พาคนมาที่เกาะเกร็ดได้เช่นกัน เส้นทางนี้ไม่ได้รับการพัฒนาและประชาสัมพันธ์ คงมีคนไม่อยากให้เกาะเกร็ดเข้าออกได้มากกว่า 1 เส้นทาง นักท่องเที่ยวที่หาข้อมูลจากเน็ตเลยมาจอดรถที่วัดสนามเหนือ ย่านปากเกร็ด แล้วก็นั่งเรือข้ามฟาก ที่จอดรถแถววัดสนามเหนือราคาคันละ 40 บาท ถ้ามาครั้งต่อไป ผมจะไปจอดรถที่วัดบางจาก

เกาะเกร็ดขายทอดมันหน่อกะลาเยอะมาก หน่อกะลามีหน้าตาคล้ายถั่วฝักยาว มันเลยอยู่ในทอดมัน และ ร้านขนมจีนน้ำยา

ทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นทางเดินแคบๆ ก็ยังอุตส่าห์มีนักปั่นมาขับจักรยาน ผมอยากจะถามเขาจริงๆเลยว่าไม่เห็นเหรอว่าคนเดินกันแน่นขนาดนี้ แค่เดินผ่านยังต้องรอจังหวะสวนทางจังหวะคนอื่นหยุดดู หยุดซื้อของ แล้วทำไมถึงยังอยากขี่จักรยานในทางแคบๆแบบนี้ แต่ไม่กล้าถามซึ่งๆหน้าหรอก เพราะจูงลูกอยู่ ไม่อยากมีเรื่อง แต่สอนลูกเสมอว่าขี่จักรยานต้องขี่ในที่กว้างๆไม่เบียดเบียนคนอื่น

รักษ์โลกไม่ได้แปลว่าต้องขี่จักรยาน อยากออกแรงให้ไปกวาดลานวัดจะได้สุขภาพและได้ฝึกนิสัยมีจิตสาธารณะ อยากลดการใช้น้ำมันต้องไม่นั่งเรือข้ามฟากมาเกาะเกร็ด อยากดูฉลาดต้องไม่ขี่จักรยานที่เกาะเกร็ด

nec98 – STOP ! SELLING : START HELPING

STOP  SELLING  START HELPING

คุณเจมส์ สมาชิก bni กลุ่ม heritage ได้บรรยายเนื้อหาเรื่อง Stop selling Start helping ให้กับกลุ่มเจ้าของธุรกิจกว่า 40 คน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก มีประโยชน์ต่อนักธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจด้วยเครื่องมือแบบ referral marketing เนื้อหาคุณภาพแบบนี้มีอยู่อย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง

speacial notebook

เราขอมอบสมุดโน้ตที่มีชื่อของคุณบนหน้าปก ฟรี 1 เล่ม

เพียงคุณกรอก ชื่อ นามสกุล(ไทยหรืออังกฤษก็ได้) อีเมล ที่อยู่ ในฟอร์มด้านล่างนี้ เราจะทำสมุดที่มีเล่มเดียวในโลกให้คุณ สมุดจะถูกผลิตและจัดส่งไปยังร้านภายใน 7 วัน ในการแวะมาครั้งหน้าให้คุณถามถึงสมุดชื่อของคุณจากทางร้านได้เลย

หรือหากไม่สะดวกแวะมารับที่ร้าน อยากให้เราส่งของให้ถึงบ้าน เราคิดค่าส่ง 50 บาท เราจะจัดทำและส่งภายใน 7 วัน ส่งสลิปโอนเงินมาที่ email pockethifi@gmail.com

(เลขบัญชี กสิกรไทย 7332119596 วุฒิชัย เจริญบุรี)

สมุด10x15cm

← Back

Thank you for your response. ✨

nec05 – คนที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย

IMG_0191

การจะค้นหาใครสักคนที่จะพาเราไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้ เราจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน  เป้าหมายของเรา หรือของธุรกิจเราคืออะไร  หากเราไม่มีข้อนี้ จงหยุดทำทุกอย่างแล้วนั่งคิด นั่งไตร่ตรอง อยู่กับตัวเองจนได้คำตอบ 


ระวังอย่าได้คิดว่าเราจะพิชิตเป้าหมายด้วยตัวคนเดียว  เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำทุกอย่างเอง  แม้แต่นักกีฬาที่เก่งที่สุดก็ไม่ได้ลุยไปคนเดียว  คนประสบความสำเร็จจะแวดล้อมไปด้วยผู้ช่วย


เมื่อได้เป้าหมายแล้ว จงวางแผนการทำงาน  คำถามต่อมาคือเราจะต้องพบใคร ใครจะพาเราไปสู่เป้าหมายได้ และจงตรวจสอบเป้าหมายทุกเดือนว่า เรากำลังทำสิ่งที่จะไปสู่เป้าหมายอยู่หรือเปล่า 

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว  เรามีงานต้องทำ 2 อย่างคือ
1 หาคนที่ใช่ (คนที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย)
2 สร้างความสัมพันธ์กับเขาในระดับที่ลึกเพียงพอ


และเพื่อให้ง่ายสำหรับคนที่ยังมึนงงอยู่  ลองมองหาสิ่งต่อไปนี้ในการประชุม

5 อาชีพที่ทำงานให้ลูกค้าผู้เป็นเป้าหมายของเรา
2 business goals คิดให้ออก
2 คนที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ 1 และ 
2 คนที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ 2

แซนวิชอร่อยจากเซเว่น

ปกติเวลาแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อผมก็มักจะซื้อกาแฟ หรือ เครื่องดื่มเย็น แล้วก็นมกล่องของลูก จนเมื่อสักเดือนก่อนไปเจอคลิปวิดีโอที่เขาทำแซนวิชกินแล้วอยากลอง เลยไปซื้อแซนวิชที่เซเว่นกิน เป็นแซนวิชที่ต้องอบร้อนก่อน ซึ่งมีหลายอย่างให้เลือกกิน

รสชาดแซนวิชที่คุ้นเคยเป็นพวก มายองเนส ปูอัด แฮม หมูหยอง มันก็แทบไม่ต่างกันกับแซนวิชทั่วไป จะเป็นระดับอุตสาหกรรมทำขายทั่วประเทศ หรือ เป็นแซนวิชบ้านๆขายในตลาดก็รสชาดไม่ต่างกันมาก เรียกได้ว่า แซนวิชในความทรงจำของผมจะเป็นของกินกันตาย ไม่เคยพบว่ามีแซนวิชแบบไหนที่อร่อยจนอยากกินซ้ำเลย

แต่วันดีคืนดี ไปลองกินสิ่งที่มันเป็นอาหารประเภทกึ่งสำเร็จ มันแขวนอยู่เต็มตู้แช่ในเซเว่น ผมลองหยิบสองอย่าง คือซื้อกลับมาทำเองที่บ้าน ก็มีห่อหนึ่งอร่อย อีกห่อธรรมดา ขนาดตอนฉีกซองมาทำกินยังไม่ได้อ่านเลยว่าแบบไหนทำก่อน แบบไหนทำทีหลัง รู้ตัวอีกทีว่ามีแบบที่อร่อยอยู่ 1 อย่าง ก็เลยไปเหลือบดูที่ถังขยะว่าเราทิ้งแซนวิชอะไรไปบ้าง จำชื่อไว้แล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาลองใหม่

วันใหม่ผมซื้อแซนวิชที่เป็นรุ่นเดียวกับที่ไปหาจากถังขยะเมื่อวาน มันคือแซนวิชชีสเพียวๆ หรือชื่อเต็มหน้าห่อเขียนว่าชีสโทสแซนวิช ซึ่งเป็น 1 ใน 2 อย่างที่ผมได้ลองกิน และลองซื้อตัวนี้มาซ้ำ แล้วก็ทดลองทำกินก็พบว่ามันคืออันที่ผมรู้สึกอร่อยนั่นเอง จะให้ดูภาพเต็มของห่อนี้

IMG_0018

มันอร่อยจริงๆ เพราะหลังจากที่ผมจำได้แล้วว่าตัวนี้อร่อย อีก 5 ครั้งที่เดินเข้าเซเว่นเพื่อไปซื้อ ก็ของหมดไป 4 ครั้ง เดาว่ามันคงขายดีมาก แม้ราคาจะแพงกว่ารสชาดอื่นนิดหน่อย แต่มันก็คงได้รับความนิยมจริงๆ ภาพที่ผมเจอในเซเว่นหลายครั้งคือแซนวิชตัวนี้ไม่อยู่บนชั้นวาง

IMG_20190608_181704_1

ให้สังเกตช่องที่ว่าง มันเป็นช่องที่ของหมด นั่นคือ ชีสโทสที่หมดบ่อยมาก และในบางครั้งที่ตั้งใจเข้าร้านไปซื้อ อยากจะได้สักหลายๆซอง บางทีก็ได้ซองเดียว ซึ่งร้านเซเว่นมีอยู่มากมายหลายสาขา ผมแวะเกือบทุกสาขาที่ขับรถผ่าน ทั้งที่ทำงาน และที่บ้าน รวมไปถึงในปั๊มน้ำมันด้วย มันหมดไวมากจริงๆ

ด้วยความสนใจในแซนวิชตัวนี้เลยลองหาข้อมูลหลายๆด้านทั้งเรื่องบริษัทที่ทำขายและการทำแซนวิชหลายๆแบบ ก็พบว่า บริษัทที่ทำอาหารตัวนี้มียอดขายปัจจุบันประมาณ 1พันล้านบาท จากจุดเริ่มต้นที่ลองทำเล็กๆเมื่อหลายปีก่อน คงเป็นเพราะรสชาดที่ดีและมีบริการอบร้อนในร้านให้ด้วยทำให้ได้รับความนิยม และสร้างยอดขายได้มหาศาล

ส่วนการทำแซนวิชก็พบวิธีทำมากมาย หลายสูตรอาหาร ส่วนใหญ่แซนวิชจะเป็นอาหารมื้อเช้าของคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะใช้เวลาทำไม่นาน และยิ่งมีแซนวิชกึ่งสำเร็จรูปให้ซื้อมาทำก็ยิ่งประหยัดเวลาไปมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอาหารนิยมทำกินในการเที่ยวแคมปิ้งเดินป่า การเตรียมตะแกรงปิ้งแซนวิชติดรถเข้าไปเที่ยวนอนเต๊นท์ ไปทำอาหารกินในป่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้การชงกาแฟแบบดริปกลางป่า นักเที่ยวแนวนอนกลางดินกินกลางทรายจะมีหม้อสนาม เตา อุปกรณ์จุดไฟ และเมนูทำกับข้าวง่ายๆแต่น่าสนุก

แซนวิชมีความคล้ายแฮมเบอเกอร์ แต่จะมีความร้อนที่ทำให้ขนมปังเกรียมร่วมด้วย การทำก็มีหลักการคล้ายๆกันคือ เอาเนื้อสัตว์ ผัก เนย ชีส อะไรก็ตามที่อยากกินไปแทรกอยู่ระหว่างขนมปัง แล้วก็เอาไปทำให้ร้อน ขนมปังร้อนจนเกรียมก็จะกลายเป็นแซนวิชกรอบนอกนุ่มใน

Screenshot_20190610-094004

เตาปิ้งแซนวิชมีวางขายในห้างเกือบทุกที่ จะเป็นเตาไฟฟ้า ราคาไม่กี่ร้อยบาท แทบจะเป็นของขวัญจับฉลาก ของแจกปีใหม่ของหลายๆคน ส่วนตะแกรงปิ้งแซนวิชแบบพกพาเข้าป่าได้ก็มีราคาที่สูงกว่าแบบไฟฟ้า เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อว่าของที่ไม่มีระบบไฟฟ้ากลับมีราคาแพงกว่าเตาปิ้งสำเร็จรูป แต่มันก็คงเป็นเพราะตะแกรงปิ้งมันผลิตมาน้อยกว่าทำให้ราคาต่อหน่วยมันแพงกว่า

Screenshot_20190610-094034