ภาพช้างที่อยากได้

ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้ไปเที่ยวที่ฟาร์มช้างแห่งหนึ่ง พาลูกไปอาบน้ำช้างและไปนั่งช้างเข้าไปเดินป่าอยู่ 1 ทริป ที่ฟาร์มมีช้างหลายเชือกที่ถูกพามาต้อนรับแขก ได้เห็นฝูงช้างเดินเล่น กินต้นไม้ใบหญ้า นักท่องเที่ยวอย่างผมก็ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ

ในใจมีรูปภาพช้างที่อยากได้เป็นภาพหน้าตรง โฟกัสที่ตาให้ชัด แล้วค่อยมาเลือกอีกทีว่าจะปรับแต่งภาพไปในแนวทางไหน ก็เลยถ่ายเก็บไว้จำนวนมาก และก็เลือกภาพนี้มาทำต่อ

IMG_0215

เราอยากคร็อปภาพบางส่วนแต่ก็ต้องถ่ายภาพที่กว้างๆหลวมๆไว้หน่อย เพื่อให้อิริยาบทของช้างดูเป็นธรรมชาติ และสัดส่วนที่จินตนาการไว้ไม่ผิดเพี้ยนไปมาก เลือกใช้ช่วงซูมของเลนส์ประมาณ 85-105 มม. หรือช่วงเทเล่ ก็ได้ภาพที่ต้องการ แล้วก็นำมาปรับแต่ง

1634819684219-01

ปรับเป็นโทนขาวดำด้วย app ในโทรศัพท์มือถือชื่อ snapseed ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้ปรับได้หลายวิธี ผมเลือกทำเป็นภาพขาวดำ แล้วปรับขอบภาพให้เข้ม เพื่อให้ส่วนตรงกลางและส่วนของตาช้างเป็นจุดเด่น จากนั้นก็คร็อปภาพให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส เพื่อใช้แสดงผลในมือถือแบบที่สามารถดูภาพได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน รวมถึงนำไปใส่กรอบรูปก็ทำเป็นกรอบรูปจตุรัสได้เลย

1634799916498-01

แล้วก็นำไปใส่กรอบรูปที่เคยเตรียมเอาไว้

IMG_20211119_235809

ภาพช้างสีดำ ดูลึกลับ สงบนิ่ง เป็นภาพที่รู้สึกตรงกับความต้องการ และเมื่อปรับแต่งจนพิมพ์ภาพใส่กรอบได้ ก็เลยส่งไปขายในเว็บของ shutterstock ด้วย ภาพก็ได้รับการ approved ในเวลาไม่นาน แสดงว่าภาพนี้สวยและน่าจะขายได้ ระบบเลยยอมให้ขาย เหลือแค่ว่าจะมีคนชอบและโหลดไปใช้งานหรือเปล่าเท่านั้น

ส่วนใครที่อยากได้ภาพช้างภาพนี้ใส่กรอบ ผมก็ขายนะครับ 1000 บาท

จอดรถสนามบินค้างคืนเสียค่าจอดเท่าไร

การไปทำธุระหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยการเดินทางด้วยเครื่องบินแล้วไม่อยากจ่ายค่าแท็กซี่ไปกลับสนามบินก็ต้องใช้วิธีขับรถส่วนตัวไปสนามบิน แล้วก็จอดทิ้งไว้เลย เที่ยวเสร็จกลับมา ลงเครื่องก็ขับรถตัวเองกลับบ้าน เป็นความสะดวกสำหรับคนเดินทาง โดยสมัยก่อนการจอดรถในสนามบินจะหาที่จอดยากสักหน่อย เพราะว่าคนเดินทางเยอะมาก แต่พอเราอยุ่ในยุคโควิดระบาด เที่ยวบินน้อยลง คนเดินทางน้อยลง ที่จอดรถในสนามบินก็จะมีช่องว่างให้เราเข้าไปจอดได้ค่อนข้างมาก

หากเราใช้แท็กซี่จากบ้านย่านฝั่งธนไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เราจะเสียค่าแท็กซี่ประมาณ 5-600 บาท ไม่รวมค่าทางด่วน ซึ่งราคาแท็กซี่มิเตอร์ และ บริการเรียกรถแบบ grab ก็ราคาแทบไม่ต่างกัน และเมื่อเที่ยวเสร็จขากลับ ก็ต้องเรียกรถจากสนามบินมายังบ้านอีกเที่ยว ค่าใช้จ่ายก็จะมีอีกประมาณ 600 บาท และยังไม่รวมอาการหงุดหงิด รอคิวนาน และ มักจะลูกเล่นของแท็กซี่มิเตอร์ที่อ้างว่าไม่อยากไปด้วย

IMG_20211020_055910

ค่าจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิจะคิดค่าจอดค้างคืนหรือ 24 ชั่วโมงราคา 250 บาท หากเราจอดรถประมาณ 4 วัน ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 1000 บาท ไม่รวมค่าทางด่วนและค่าน้ำมัน ซึ่งมันก็ดูสูสีใกล้เคียงกันกับค่าแท็กซี่ไปกลับ แต่ความหงุดหงิดไม่มี และที่สำคัญ ในยุคโควิดเราก็ไม่อยากนั่งรถคนอื่นเลย ยิ่งมีเด็กเล็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ยิ่งไม่อยากเสี่ยงนั่งรถคนอื่นเลย ดังนั้น การขับรถส่วนตัวไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบินเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าแท็กซี่

IMG_20211107_160027

ผมขับรถไปจอดไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 20ตค2564 เวลาเข้าจอดประมาณ 05.55 นาที หรือเกือบหกโมงเช้า เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ แล้วก็เที่ยวอยู่ถึงวันที่ 23 ตค กลับมาถึงสุวรรณภูมิอีกครั้งวันที่ 23ตค2564 เวลาเที่ยวบินลงคือ 20.00 น. กว่าจะเดินและรอรับกระเป๋า รวมถึงเดินออกมาถึงจุดจอดรถก็ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชม. ผมได้ขับรถออกจากสุวรรณภูมิประมาณ เกือบ21.00 น. ตอนเอารถออกนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะมีรถมาจอดขวางจนต้องออกแรงเข็น แล้วก็เข็นยาก เพราะรถจอดต่อกันแน่นแทบไม่มีช่องให้เข็นเลย โชคดีที่รถขวางเหล่านั้นไม่ได้เบรกหรือเข้าเกียร์ไว้ทำให้พอเข็นได้

ที่ทางออก เจ้าหน้าที่ของจุดจอดรถรับบัตรจอดรถไปสแกน แล้วก็แจ้งว่า รวมเวลาจอดรถ 3 วัน 14 ชั่วโมง คิดเป็นค่าจอด 4 วัน เท่ากับ 1000 บาท ก็ทำการจ่ายเงินไปแล้วก็ได้ใบเสร็จมา 4 ใบ ตามภาพ ขับรถกลับบ้านใช้เวลาอีก 1 ชม. ค่าทางด่วนอีกประมาณ 3 ครั้งเหมือนตอนมา จบทริป

nec201 – การหาสมาชิกเข้าทีม

nec201 – การหาสมาชิกเข้าทีม

IMG_7365

การหาสมาชิกเข้าทีม เราจะเชิญคนที่ไม่เคยรู้จักมาเป็นแขกเลย หรือ เชิญคนที่รู้จักระดับหนึ่งมาเข้าทีมจะดีกว่า
ตอนที่ก่อตั้ง bni ในปี 1985  ดร. ได้เชิญผู้คนที่เขารู้จักและไว้ใจมาร่วมทีม และ ดร อยากจะสร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกับคนกลุ่มนี้


การทำเน็ตเวิร์คกิ้งที่ดีมักจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ลึก  ดังนั้นการเชิญแขกเข้ากลุ่ม  การหาคนเข้าเพาเวอร์ทีมถ้าได้คนที่รู้จักเป็นอย่างดี  มันจะดีกว่าได้เพื่อนหน้าใหม่  แม้การรู้จักคนใหม่เป็นเรื่องสำคัญ   แต่การรู้จักรายละเอียดของเพื่อนที่มากขึ้นนั้นสำคัญกว่า


ถ้ากลุ่มเน็ทเวิร์คของเราเป็นแบบกว้างแต่ไม่ลึก หรือ คนเยอะ แต่ไม่สนิท  มันจะไม่แข็งแรง  เราควรสร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้น  รู้จักกันให้มากขึ้น ลงลึกมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของทีม


ดร. เล่าให้ฟังว่า ตอนเริ่มช่วยคนตั้งแช็ปเตอร์  ช่วงปีแรกๆของ bni  ดร ใช้วิธีหาซื้อรายชื่อจำนวนมากมา แล้วส่งจดหมายเชิญออกไปสู่ทุกคน  คนในรายชื่อเหล่านั้น ดร เองก็ไม่รู้จัก แต่ผลตอบรับก็ดีมาก  มีคนเซ็นยืนยันกลับมาเยอะ  และก็มาร่วมประชุมจริงๆเป็นจำนวนมาก  แต่ก็เป็นคนที่ไม่ได้รู้จักกันเลย   แม้ว่าจะก่อตั้งแช็ปเตอร์ได้  แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะเริ่มส่ง ref ให้กัน  นั่นเป็นเพราะคนยังไม่มีความสนิทสนม หรือไม่มีความสัมพันธ์กัน

การเชิญคนไม่รู้จักมาตั้งแช็ปเตอร์ใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ตั้งแช็ปเตอร์ได้เร็ว  สมาชิกใหม่ทุกคนแม้จะรู้หน้าที่สามารถเชิญแขกได้เยอะตามเป้าหมาย  แต่สิ่งที่แช็ปเตอร์ต้องการจริงๆนั้นไม่ใช่จำนวนสมาชิก  แต่เป็นจำนวน ref ต่างหาก   จำนวนสมาชิกเยอะ ทำให้แช็ปเตอร์เติบโต  แต่ผลลัพธ์จะมาช้าหากในระยะยาวสมาชิกที่ไม่มีความสนิทสนม ไม่มีความไว้ใจซึ่งกันและกัน  อยู่กันไปก็จะมีแต่ความเครียด


อะไรคือ ดี  ดีกว่า  ดีที่สุด

มันเป็นเรื่องดีที่เราเชิญแขก เชิญคนรู้จักทั่วไป เชิญคนที่เราบังเอิญพบ  และ ดร. ก็แนะนำให้เชิญทุกคนมาตั้งแต่ต้น  ตั้งแต่ก่อตั้ง bni ก็สอนแบบนี้มาตลอด


แต่สิ่งที่ดีกว่า ก็มี นั่นคือ เชิญคนที่เรารู้จักในระดับหนึ่งและมีความสัมพันธ์ที่ดีมาแล้ว หากเราอยากได้ยอดสมาชิกเข้าเป้า เราเชิญทุกคนได้  แต่หากเราอยากเติบโต เราต้องเชิญคนที่มีความสัมพันธ์  เพราะมันจะทำให้แช็ปเตอร์ของเราเติบโตได้มากกว่า

แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการเชิญคนที่รู้จัก มีความสัมพันธ์กัน และมีความไว้ใจมาด้วยเลย  ซึ่งเขามักจะเป็นคนรู้จักของเราที่เราเคยให้งานเขามาแล้ว  เพราะเราไว้ใจในอาชีพและความรับผิดชอบของเขา นั่นคือเป็นแขกที่มาพร้อมความไว้ใจ

นั่นหมายความว่า ถ้าต้องการจะเติบโตไปกับแช็ปเตอร์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน    ดร จะเลือกทำวิธีที่ดีที่สุดเสมอ นั่นคือเชิญคนที่รู้จัก มีความสนิทสนม มีความไว้ใจกัน และได้เคยให้ referral หรือให้งานกันแล้ว มาเข้าทีม

ขอย้ำอีกครั้งเชิญแขกมาร่วมทีม เป็นเรื่องที่ดีเชิญคนที่รู้จักและมีความสนิทสนมกันเป็นเรื่องที่ดีกว่าเชิญคนที่รู้จักและมีความสนิทสนม มีความไว้ใจ เชื่อมั่น และเคยส่งงานให้กันมาแล้ว จะดีที่สุด

เตรียมงาน NEC

ผมและเพื่อนในภาพเป็นสมาชิกในกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่จะพบปะกันเป็นประจำ และการทำกิจกรรมในที่ประชุมจะมีการพูดในหลายหัวข้อ หัวข้อหนึ่งที่ผมรับผิดชอบเป็นหน้าที่หลักคือการให้ความรู้กับสมาชิก เนื้อหาที่นำมาถ่ายทอดก็จะเป็นองค์ความรู้ที่สะสมมาของกลุ่ม ซึ่งก็คือความรู้เกี่ยวกับการตลาดแบบบอกต่อ หรือ referral marketing

IMG_20170309_223838

ความรู้ที่นำเสนอจะผลัดเปลี่ยนแต่ละคนไปนำเสนอ เรื่องราวต่างๆที่บอกเล่า ปีละประมาณ 50 ครั้ง 50 เรื่อง เนื้อหาที่เยอะขนาดนี้เราเลยต้องเตรียมงานกันอย่างจริงจังหน่อย และเนื้อหากส่วนมากที่เราเตรียมก็จะพบได้ในหนังสือเล่มนี้ มันคือหนังสือของ bni ที่พิมพ์ขายทั่วโลก

IMG_20180124_101324

ความสำเร็จที่หนังสือเล่มนี้จะมีให้เราไม่ใช่ความร่ำรวย ไม่ใช่การเป็นเศรษฐีหรืออิสรภาพทางการเงิน แต่เป็นการได้พบกับว่าที่ลูกค้า ซึ่งยังไม่เป็นลูกค้า แรงบันดาลใจที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ อ่านจบแล้วเราอยากออกไปทำงาน อยากออกไปพูดคุยกับผู้คน ส่วนจะได้งานหรือเปล่า ได้เงินหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของว่าที่ลูกค้า และสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนตัวเราไปตลอดการก็คือ เมื่อก่อนเราจะไปหาคนไม่รู้จักแล้วถามเขาว่าอยากซื้อของเราไหม แต่เมื่อผ่านหนังสือและได้รับแนวคิดในการทำตลาดแบบบอกต่อ เราจะเปลี่ยนประโยคคำถามไปเป็น “ธุรกิจคุณต้องการลูกค้าแบบไหน ผมมีลูกค้าแบบนี้ใช้ได้หรือเปล่า?” แนวคิดนี้มันประหลาดแต่ไม่ผิดปกติ และมันเกิดผลลัพธ์ด้วย

การช่วยเหลือคนอื่นทำธุรกิจ เป็นเรื่องของการให้ ถ้าสังคมเราตั้งท่าจะรับ เราก็จะพบว่าไม่มีใครให้และสุดท้ายจะไม่มีใครได้รับ

แต่ถ้าเราตั้งท่าจะให้ เราจะพบว่ามีคนได้รับแน่นอน

ช่วงเวลาเริ่มต้น มันก็ยังไม่เห็นอะไรแต่ในที่สุดมันจะเป็นอย่างที่อยากได้

ช่วงเวลาเริ่มต้น มันก็ยังไม่เห็นอะไรแต่ในที่สุดมันจะเป็นอย่างที่อยากได้

2021-10-10_06-19-40

ให้กำลังใจตัวเอง พื้นที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน หัดเขียน บันทึกสิ่งที่อยากทำ เขียนสิ่งที่คิด บรรยายสิ่งที่อยู่ในใจ ทำซ้ำจนคุ้นเคย ทำต่อเนื่อง เขียนไปเรื่อยๆ ผ่านไปสิบสองปี กับบทความพันสองร้อยโพสท์ สั้นบ้าง ยาวบ้าง สาระบ้าง บ่นบ้าง ทุกอย่างคือเหตุที่จะพาเราไปหาผล การพยายามไม่หยุดมันให้ผลลัพธ์จริงๆ

พิมพ์หนังสือสำหรับวางขายในร้านหนังสือ

เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้วผมได้รับการติดต่อให้จัดพิมพ์หนังสือเพื่อใช้วางขายในร้านหนังสือ และบางส่วนแบ่งไว้แจกในงานสัมมนา นักธุรกิจท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถทางด้านการพูดและการสื่อสาร มีผลงานความสำเร็จในอาชีพของตัวเองระดับสูงสุดในสายงาน และผมก็ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการผลิตและจัดส่งไปวางขายในร้านหนังสือชั้นนำ

20210522224349_IMG_0034

หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค พิมพ์ 4 สี เนื้อหาประมาณเกือบสองร้อยหน้า เมื่อได้ต้นฉบับมาแล้วทางโรงพิมพ์ก็จะทำเล่มตัวอย่างด้วยระบบดิจิทัลออกมาเพื่อตรวจสอบว่าหนังสือทั้งหมดเมื่อพิมพ์บนกระดาษจริงจะหนาสักเท่าใด เพื่อจะได้ปรับขนาดของปกเผื่อความหนาของสันปกให้พอดีกัน และเมื่อตรวจเล่มตัวอย่างดิจิทัลแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์จริง

IMG_20210524_173508

การพิมพ์หนังสือ 4 สีทั้งเล่มระบบอ๊อพเซ็ท จะใช้เวลาค่อนข้างมากสำหรับเครื่องพิมพ์ขนาดที่เรามี ดังนั้นต้องจัดคิวงานของลูกค้าท่านอื่นๆให้ดี รีบโยกคิวงานสั้นทั้งหลายมาอัดให้จบเร็วที่สุด เพื่อเคลียร์คิวเครื่องพิมพ์ให้พร้อมทำงานหนังสือต่อเนื่องหลายๆวัน งานที่พิมพ์เสร็จเราก็ทะยอยจัดส่งบางส่วนให้ลูกค้า เพราะจะใช้แจกในงานสัมมนาต่างๆ ส่วนหนังสือกองใหญ่ที่เหลือก็จะเป็นส่วนที่จะจัดส่งให้กับสายส่งร้านหนังสือ ซึ่งเราเลือกใช้บริการจัดจำหน่ายของบริษัทอัมรินทร์ปริ๊นติ้ง ซึ่งจะวางขายตามร้านหนังสือหลายยี่ห้อ และ ร้านหนังสือนายอินทร์

2021-10-07_10-06-39

หลังจากจัดส่งไปสักหลายสัปดาห์ ประเทศไทยก็มีประกาศล็อคดาวน์ ห้างปิด ร้านอาหารปิด กว่าจะได้เห็นว่าหนังสือถูกจัดวางบนชั้นวางในร้านหนังสือก็ผ่านไปเกือบสองเดือน พอรู้ว่าหนังสือมีการขายแล้ว มียอดขายติดอันดับแล้วในร้านหนังสือบางแห่งบางยี่ห้อ ก็ทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำหนังสือเล่มนี้ สำหรับโรงพิมพ์อื่นอาจจะเคยชิน ทำประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับโรงพิมพ์ของผมเองนับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายมาก และผลของการทำงานจนเสร็จสิ้นก็ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ

2021-10-07_10-05-13

nec – referral source คืออะไร หาได้จากไหน

IMG_0229

คุณอาจจะคิดว่า ผู้ที่น่าจะให้ referral แก่เราบ่อยๆได้ก็คือลูกค้าเก่าของเรา เราคิดอย่างนั้น และมันเป็นเช่นนั้นหรือไม่  เชื่อว่าหลายคนก็คิดแบบนี้  และเราก็มักจะพูดติดปากว่า ลูกค้าเราใช้บริการเราแล้วพอใจ แล้วก็บอกต่อ แล้วก็แนะนำลูกค้าคนต่อไปมาให้  มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบ้าง แต่ลองคิดดูให้ดีว่า มันสามารถเกิดขึ้นบ่อยๆหรือเปล่า  แล้วถ้าเราเชื่ออย่างนั้น เราก็อาจจะถลำตัวไปกับการใช้เวลากับลูกค้าของเรา จนวันนึงเราพบว่า เราคิดผิด

IMG_0536

ลูกค้าเก่าช่วยบอกต่อทำให้เกิดงานก็จริง แต่ในระยะยาวย่อมไม่ใช่ และจะทำให้เราเกิดผลเสียในภายหลังถ้าเรามัวแต่ใช้เวลากับลูกค้าเก่าของเราอย่างผิดวัตถุประสงค์  ผู้ที่จะให้ธุรกิจกับเราในระบบ referral marketing คือคนที่เราแนะนำงานให้เขานั่นเอง  คนที่เราส่งงานให้  คนที่เขาได้รับการเทรนนิ่งมาแนวเดียวกับเราและมีกลุ่มลูกค้าคล้ายๆเรา เรามาลงรายละเอียดกัน

คนที่ได้รับการฝึกฝนให้มองหางานให้เพื่อน หรือ เพื่อนใน powerteam ของเราที่มีความเข้าใจและสามารถใช้เวลาในการสร้าง network ที่มีคุณภาพต่างหากที่จะเป็นแหล่ง referral ให้กับเรามากกว่าลูกค้าเก่าทั้งหลายที่ผ่านเราไป  เพราะว่า เพื่อน powerteam ของเราผ่านการเรียนรู้ ผ่านการฝึกฝนมาเหมือนกับเรา อ่านตำราเดียวกับเรา และเห็นคุณค่าของการใช้เวลากับ powerteam เหมือนๆกับเรา  เพื่อนเราจะพูดหางานให้เราแทนตัวเราได้ เพราะเพื่อนเราฟังเราพูดทุกสัปดาห์  และผ่านการศึกษาซึ่งกันและกัน หรือ ทำ 1-2-1ด้วยกันแล้ว  และเราทำแบบนี้กับลูกค้าของเราไม่ได้นั่นเอง

IMG_0151

หากเราไปหาลูกค้าของเราเองและไปบอกไปสอนลูกค้าเราว่าเราอยากได้อะไร ขอให้ลูกค้าช่วยหา referral ให้หน่อย ลองคิดดูว่ามันจะออกมาน่าเกลียดแค่ไหน  ลูกค้าของคุณหวงแหนเวลาอันมีค่า เขาอาจจะคิดว่า ทำไมคุณไม่เอาเวลาพูดคุยเหล่านี้ไปทำงานของลูกค้าให้เรียบร้อย เอาเวลาไปทำในสิ่งที่ลูกค้าจ้างคุณทำ ทำไมต้องมาคุยนานๆ  ทำไมไม่กลับไปทำงานที่มีอยู่ให้เรียบร้อยดูดี  ถ้าลูกค้าเราใจดีช่างคุยก็อาจจะได้คุยกันนาน แต่ถ้าลูกค้าแสนดีของเราเกิดยุ่งและไม่ชอบสิ่งที่เรากำลังทำ ไม่ชอบการไปสั่งสอนว่าให้หางานให้คุณ  ลูกค้าก็อาจจะค่อยๆหายไปจากคุณก็ได้  คุ้มไหมกับการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นแหล่งสร้าง referral

IMG_9742

สิ่งที่เราควรจะโฟกัสให้ชัดก็คือ หา referral source จากกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งให้เจอ  เขาเป็นคนที่มีลูกค้าคนเดียวกับเรา เขาเข้าใจการทำงานเป็นทีม เขาเข้าใจการทำตลาดแบบบอกต่ออย่างแท้จริง เขาให้ความสำคัญกับกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งอย่างเพียงพอ เขามีเวลามาพูดคุยกับเราว่าเขาต้องการลูกค้าแบบไหน เราต้องการลูกค้าแบบไหน เขาพร้อมจะทำธุรกิจไปพร้อมๆกับเรา และเขามีเวลาให้เรา

ต่อให้เรามีลูกค้าคนเดียวกัน แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง ไม่มีเวลาให้เรา ก็ให้ท่องไว้ว่า  หาคนใหม่เข้าทีมเรา.

In this blog, business networking expert Dr. Ivan Misner® explains why, contrary to popular belief, customers may not be your best source for referrals.

ทริปฉลองวัคซีน 2 เข็ม ระยองพัทยา

หลังจากที่พ่อกับแม่ฉีดวัคซีนกันคนละ 2 เข็ม นับวันรอเวลาผ่านไปอีก 14 วันเราก็วางแผนเที่ยวกันเลย ตรงกับช่วงเวลาที่ครูที่โรงเรียนของลูกแจ้งหยุดเพื่อไปฉีดวัคซีน งดเรียนออนไลน์ไปสามวันทำการ เราก็เลยวางแผนเที่ยวเสาร์อาทิตย์จันทร์ เพื่อชิงจังหวะ ระหว่างที่วัคซีนในตัวกำลังสร้างภูมิขึ้นสูงสุด และสถานที่ท่องเที่ยวน่าจะยังไม่มีโควิดสายพันธ์ุใหม่ระบาด ส่วนเด็กเก้าขวบ พวกเราก็ประเมินแล้วว่าจะระวังการจับของ ล้างมือบ่อยๆ และเชื่อว่าถ้าเด็กติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงแบบผู้ใหญ่ เพราะสถิติทั่วโลก เด็กค่อนข้างโชคดี โควิดไม่แสดงอาการรุนแรงกับเด็ก

20210911133530_IMG_0145

วางแผนก่อนเดินทางสองวัน จองโรงแรม และขับรถไปเที่ยวเลย การเดินทางมีแค่ปลายทางที่โรงแรม ส่วนระหว่างทางไม่ได้คิดเลย ขับรถไปทางมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าระยอง ระหว่างทางนึกขึ้นมาได้ว่าเราจะผ่านสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เช็คในเว็บแล้วก็พบว่าเปิดทำการ ก็เลยเลี้ยวรถไปทางสวนสัตว์ทันที ถนนมอเตอร์เวย์ที่ต่อกับถนนบายพาสเพื่อมุ่งหน้าพัทยามีการปรับปรุงขนานใหญ่ การก่อสร้างกว่า 20 ปีผ่านไปทำให้ทางเข้าออกที่เคยชินไม่เหมือนเดิม การเดินทางไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวต้องวิ่งตามป้ายบางแสนศรีราชาเสียก่อน นั่นคือเราต้องออกจากทางด่วนแต่เนิ่นๆ แล้ววิ่งเลนคู่ขนานทางด่วนอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว

20210911123343_IMG_0076

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเป็นที่เที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิดไปเต็มๆ นักท่องเที่ยวหดหาย และมีการปิดตามคำสั่งรัฐบาลหลายระลอก การได้กลับมาเที่ยวอีกครั้งนับเป็นเรื่องน่ายินดีของสถานที่แห่งนี้ วันก่อนหน้านี้เป็นเดือนๆขณะที่ยังปิดอยู่ มีข่าวออกทีวีว่านกเพนกวินหลายตัวมีอาการงุนงง ปกติการแสดงโชว์จะมีเสียงคน เสียงเฮ เสียงตบมือ แต่ในวันที่ไม่มีนักท่องเที่ยว เพนกวินยังต้องแสดงอยู่เหมือนเดิมเพื่อการฝึกฝน เพื่อไม่ให้ลืม แต่ก็จะแสดงแบบงงๆ เงียบๆ เหมือนเพนกวินรอเสียงเฮ แต่หาคนดูไม่เจอ

20210911143804_IMG_0189



สวนสัตว์เขาเขียวในรอบนี้คนน้อย จอดรถง่าย คนดูแต่ละโซนไม่มาก ไม่ต้องแย่งกันดู ร้านอาหารภายในก็ทำอาหารใส่จานสำเร็จรูป ต่างคนต่างกิน ใส่หน้ากากกันตลอดเวลายกเว้นตอนกิน การเที่ยวในที่เปิดโล่งแบบนี้เรากำลังเคยชินกับการใส่หน้ากาก ใครถอดหน้ากากเดินมาใกล้ๆเราจะรู้สึกวิตก กลัว และไม่อยากอยู่ใกล้ ความรู้สึกใกล้จะขยะแขยงอยู่แล้ว มันเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายมาก หวังว่าเราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ในเร็วที่สุด

ของที่วางขาย รถไอศครีม พวกเราไม่กล้าซื้อเลย กลัวติดเชื้อ เพราะหลายคนที่เดินไปเดินมาเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นพาหะนำเชื้อมาทิ้งไว้ให้เราหรือเปล่า ส่วนที่รู้สึกแย่ที่สุดในสวนสัตว์รอบนี้คือ การแสดงเพนกวิน เพราะการแสดงจะต้องมีคนนั่งดู ทางสวนสัตว์จัดระบบให้คนดูได้นั่งเว้นที่เอาไว้ให้มีระยะห่าง ทำให้ที่นั่งน้อยลง คนอยากดูต้องมาต่อคิวแต่เนิ่นๆ แต่พอถึงเวลาแสดง ก็มีคนที่มาทีหลัง พอมาทีหลังก็ไม่ได้ที่นั่ง สุดท้ายก็มีคนมานั่งในที่ว่างที่เว้นเอาไว้ คนที่เคร่งครัดกับการระวังติดเชื้อกลายเป็นผู้โชคร้ายที่ต้องมีความเสี่ยงจากการไม่เว้นระยะห่างของคนมักง่าย เรื่องนี้สวนสัตว์ควรปรับปรุง ควรรักษากติกาต่างๆอย่างเคร่งครัด เรามาต่อลมหายใจให้สวนสัตว์ สวนสัตว์ควรพยายามต่อลมหายใจให้คนดูด้วย

GOPR1545_1631452740699

ออกจากสวนสัตว์เราตรงเข้าโรงแรมที่ระยอง โรงแรมรอบนี้คือ มาริอ๊อต เป็นโรงแรมที่ติดทะเล มีพื้นที่ใหญ่โต สิ่งที่เด่นที่สุดในโรงแรมนี้คือที่ว่างและสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำใหญ่มาก ส่วนที่ยาวที่สุดของสระน่าจะยาวรวมกันเกิน 100 เมตร เป็น 100 เมตรที่สามารถว่ายน้ำสุดเส้นทางได้ด้วย สะใจมาก ส่วนสนามเด็กเล่นก็มีของให้เด็กเล่นอยู่บ้าง เด็กได้ปล่อยพลัง ได้ออกแรง คงจะช่วยลดความเครียดของการเรียนออนไลน์มาเป็นเดือนๆได้ ลูกผมไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลยตั้งแต่เมษายน ตั้งแต่มีการระบาดครั้งใหม่จากเชื้อสายพันธ์ุเดลต้า พอรัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ โรงเรียนก็ไม่เปิดเทอม ทุกอย่างหยุดชะงักงันเป็นครั้งที่สามหรือสี่แล้ว มันแย่ตรงที่เราพบวิกฤตเป็นครั้งที่สี่ เราไม่ได้เรียนรู้หรือปรับตัว หรือหาทางรับมือกับวิกฤตเลย รัฐบาลสอบตกซ้ำซาก

20210912073530_IMG_0210

พื้นที่โรงแรมมีสนามหญ้าใหญ่โต มีเครื่องเล่นเด็กซนให้ปืนป่าย มีม้ากระดกให้นั่งเล่น วิชาวิทยาศาสตร์ของ ป3 เพิ่งได้เรียนเรื่องเครื่องทุ่นแรงชนิดต่างๆ และคานหรือม้ากระดกก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในห้องเรียน เราก็เลยลองนั่งใกล้ไกล ห่างจากจุดหมุนเพื่อเปรียบเทียบสร้างความเข้าใจ แล้วก็ถือโอกาสถ่ายรูปเก็บไว้ให้ครูได้ดูด้วยว่าเราหนีไปทดลองวิทยาศาสตร์ไกลถึงระยองเลย

ออกจากระยองเราก็มาพัทยาต่อ โรงแรมที่เข้าพักคืออินเตอร์คอนติเนนตัลพัทยารีสอร์ท โรงแรมนี้ตั้งอยู่บนภูเขา วิวทะเลสวยมาก แต่ไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ เพราะส่วนที่ติดทะเลเป็นหน้าผาเตี้ยๆ เราก็ไม่อยากลุยภูเขาหินลงไป กลัวไม่ได้กลับ ห้องพักอยู่ในจุดที่ห่างทะเล เราต้องค่อยๆเดินไล่ลงไปทีละส่วนผ่านสระว่ายน้ำ ผ่านห้องอาหาร แล้วจึงจะไปถึงลานที่ติดกับวิวทะเล ห้องอาหารที่นี่วิวสวยมาก เพราะเป็นวิวภูเขามองลงไปเห็นทะเล

20210912153227_IMG_0256

เราได้กินมื้อเย็นที่นี่ เพราะไม่สามารถจะออกไปซื้อของริมทางหรือร้านอาหารใกล้ๆได้ จากห้องพักเราก็รู้สึกว่าเราจอดรถไกลและไม่อยากเดินขึ้นลงภูเขาเพื่อเข้าออกจากห้องพักไปที่จอดรถ ก็เลยกินในนี้ ราคาสูง แต่ก็แลกกับวิวที่ดูสวยงามน่าประทับใจมาก อาหารที่นี่เน้นอาหารฝรั่ง คุณภาพอยู่ในระดับที่น่ากินเลย กินไม่หมดก็ต้องขอขนกลับมากินต่ออีกมื้อ

GOPR1580_1631452740699

กาแฟที่แถมในห้องพักเป็นกาแฟคั่วบดแล้ว ให้เครื่องชงแบบ french press เอาไว้ชงด้วย สูตรการชงก็ไม่ได้บอก ใครไม่เคยชงกาแฟด้วยอุปกรณ์แบบนี้รับรองมั่วแล้วรสชาดก็คงเพี้ยน ผมอยู่บ้านก็ชงด้วย frenchpress มาหลายเดือนพอจะมั่วๆชงกินได้ รสชาติกาแฟก็อยู่ในระดับที่น่ากิน ไม่แย่ ไม่ขายหน้า แต่สิ่งที่สงสัยก็คือ เราจะทิ้งกากกาแฟในกายังไง ถ้าเราต้องการชงอีกแก้ว เรื่องนี้ไม่ได้ถามพนักงาน เพราะดูแล้วกาแฟเขาให้มาซองเดียว เรามาพักสามคนพ่อแม่ลูก แต่มีกาแฟซองเดียว เหมือนตั้งใจให้กินคนเดียวเลย หรือบางทีผมอาจเข้าใจผิด เขาให้ชงจางหน่อยแล้วเทได้ 2 แก้วหรือเปล่า ตรงนี้ไม่มีคู่มือบอกไว้ สุดท้ายคือได้กินคนเดียว เพราะชงได้แก้วเดียว

20210912160534_IMG_0276

เช้าวันถัดมาผมเดินเล่นดูบริเวณต่างๆของโรงแรม สภาพแสงของเช้าวันนี้แดดสวยมาก ถ้าแดดดี เมฆน้อย ฟ้าเป็นสีฟ้า เราวัดแสงพอดีที่ท้องฟ้าแล้วถ่ายทุกอย่างที่ตาเห็น ภาพมันออกมาสวยชวนฝันราวกับว่ามันไม่ใช่พัทยาเลย กล้องและเลนส์ตัวเดิม ไม่ปรับแต่งใดๆ ไม่มีฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ภาพที่ได้เห็นจากจอภาพแล้วก็เดินถ่ายไปเรื่อยๆจนลืมเหนื่อยเลย

20210913091621_IMG_0279

20210913092309_IMG_0293
20210913092945_IMG_0314

เห็นสีสันของภาพแล้วนึกถึงฟิล์มฟูจิเวลเวียร์ ฟิล์มสไลด์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ ผมเคยได้เรียนรู้ ได้ท่องเที่ยวไปกับยุคของฟิล์มสไลด์คุณภาพดี มีร้านล้างฟิล์มคุณภาพดีคอยบริการ ยุคนั้นภาพสวยจนยากที่จะหากล้องดิจิทัลตัวไหนมาเลียนแบบได้ แต่วันนี้ฟ้าสวยแดดดีเหลือเกิน มันทำให้ความรู้สึกของฟิล์มในอดีตลอยเข้ามาทันที

จบทริปกันแบบไม่ได้ลงน้ำทะเลเลย การได้พาลูกมาเที่ยวเล่นระบายความเครียดจากการเรียนออนไลน์ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษของชีวิตธรรมดา เราอยู่ในวิกฤตโควิดกันมานานมาก นานเกินไปแล้ว เมื่อคนทะยอยได้วัคซีน ความกล้าที่จะออกไปใช้ชีวิตก็เพิ่มมากขึ้น วัคซีนคือคำตอบของเศรษฐกิจทุกครัวเรือน ฝากถึงรัฐบาลว่าขอให้พยายามจัดหาวัคซีนคุณภาพสูงมาให้ประชาชนอย่างเพียงพอทั่วถึงด้วยเถิด

ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ที่ผมพบปัญหาจนทำให้ใช้งานเครื่องคอมฯไม่ได้ จากโพสท์เดิม

ในคราวนี้เป็นตอนต่อ

ผมพยายามจะหาที่อัพเดท osx แต่ก็ไม่เจอ เลยต้องพยายามหาวิธีจากข้อมูลของฝรั่ง ว่าแต่ละคนเขาอัพเดทยังไง สุดท้ายก็ไปพบว่า การอัพเดทเครื่องแมคเก่าว่าจะต้องใช้วิธีดาวน์โหลดตัวอัพเดทโดยตรง และแม็คบุ๊คแอร์ปี 2010 จะใช้ osx ได้ถึงรุ่น 10.11 เท่านั้น ก่อนที่จะพบวิธีนี้ ผมก็ถอดใจไปแล้ว และได้ไปซื้อโน้ตบุ๊คตัวใหม่มาใช้แทนไปแล้วด้วย นั่นก็คือไปซื้อโน้ตบุ๊ค Asus และกลับไปใช้วินโดส์ทำงานอีกครั้ง

IMG_0157

การย้ายกลับไปใช้งานวินโดสท์ในยุคนี้ถือว่าไม่ได้เลวร้ายเลย เพราะการใช้งานประจำวัน เราใช้งานบน cloud เป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น Dropbox ที่สามารถเข้าถึงได้จากทุก os หรือ การใช้งานเอกสารตระกูลอ๊อฟฟิศทั้งหลายผมก็เลือกใช้ openoffice มาตลอดตั้งแต่ยุคก่อนสมาร์ทโฟนแล้ว เพื่อหลบปัญหาการย้าย os ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครั้งหนึ่ง

ส่วนการใช้งานเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ และ youtube ก็ทำงานผ่านเบราเซอร์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งวินโดส์หรือ osx เราก็มี firefox และ Chrome ให้ใช้ นั่นทำให้การทำงานบนคอมพิวเตอร์สามารถทำงานจากเครื่องไหนก็ได้ ขอให้มันเปิดเบราเซอร์ได้ก็พอ การอัพเดท osx ในคอมพิวเตอร์เก่าตกรุ่นให้อ่านจากข้อมูลของ apple ลิงค์นี้ https://support.apple.com/th-th/HT211683 และที่ด้านล่างสุดของหน้านี้ก็จะเป็นส่วนของการดาวน์โหลดตัวอัพเดท

แต่ก่อนจะคลิกโหลด ให้ลองคลิกเข้าไปอ่านข้อมูลตัว OSX EI Capitan เราก็จะพบกับรายละเอียดที่บอกว่า osx ตัวนี้ ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เก่าที่สุดได้แค่ไหน ซึ่งแม็คบุ๊คแอร์ 2010 สามารถใช้งานได้

ScreenClip

ผมดาวน์โหลดตัวอัพเดท osx 10.11 มาลงในแม็คบุ๊คแอร์ที่วางนิ่งๆเงียบๆไม่ได้ใช้งานมาเป็นปี สภาพโน้ตบุ๊คอายุ 10 ปี มีแค่สายชาร์จเปื่อย แต่ยังใช้งานได้ มีร่องรอยขีดข่วนดูไม่สะอาดนัก แต่ไม่แตก ไม่บุบ ไม่ร้าว ถือว่าบอดี้อลูมิเนียมของแม็คบุ๊คแอร์ทำงานได้แข็งแรงมาก ปุ่มกดทุกปุ่มยังปกติ และเมื่อโหลดตัวอัพเดทมาความจุประมาณ 6gb ผมก็จัดการคลิกเริ่มต้นการอัพเดท เครื่องประมวลผลอยู่นานมาก น่าจะประมณ 2 ชม. แล้วเมื่อการลงโปรแกรมและรีสตาร์ทหลายครั้งจบลง ผมก็ได้โน้ตบุ๊คที่มี os เป็น 10.11 มาใช้งาน และทดสอบทันที เปิดเบราเซอร์ ลองเข้า youtube แล้วพิมพ์หาเพลงที่ต้องการฟัง ทุกอย่างทำได้เร็วเกือบเหมือนเครื่องซื้อใหม่ ไชโย…….

Screen Shot 2564-08-06 at 10.30.45 AM

ผมโหลด Firefox ตัวล่าสุดที่ใช้งานได้บน 10.11 มาลองใช้ ก็ทำงานได้ดี เบราเซอร์สามารถเข้าถึงเว็บทุกชนิดที่ผมใช้งานได้ สามารถ login เข้า Gmail เข้า Flickr เข้า Facebook ผมได้เครื่องกลับมา ใช้งานได้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือความเร็วไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะความเร็วซีพียูของแม็คบุ๊คแอร์2010 ค่อนข้างต่ำ และ Ram ก็มีแค่ 2Gb เท่านั้น เป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่ไม่สามารถเพิ่มแรมได้ แต่มันก็ไม่ได้แย่ เพราะถ้าเราไม่ได้เปิด tab ในเบราเซอร์เยอะเกินไป เราก็ยังทำงานได้รวดเร็วเพียงพอ และตอนนี้ บทความนี้ผมก็กำลังพิมพ์อัพเดทบล๊อกของผมเองใน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ขณะเดียวกันก็เปิด youtube ไว้ฟังเพลงด้วย ทุกอย่างทำงานพร้อมกันได้ ไม่ติดขัด

จะมีเพียงแอ็พ dropbox ที่ผมยังไม่ได้ทดลองลง เนื่องจากแม็คบุ๊คแอร์เครื่องนี้มีความจุแค่ 64Gb ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานต่างๆเมื่อลง app ที่จำเป็นไปแล้วไม่มาก ผมเลยตัดสินใจไม่ลง Dropbox เพราะว่า Dropbox จะดูดไฟล์งานที่อยู่ในระบบมาเก็บไว้ในเครื่องด้วย ปีแรกที่ลอง Dropbox ผมมีไฟล์ไม่เกิน 1Gb แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10ปี Dropbox ของผมมีไฟล์โตขึ้นมากลายเป็น 6Gb ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์โบราณเครื่องนี้เหลือที่ว่างแค่ 9Gb เท่านั้น

2017-08-26_09-01-42-01

เวลาผ่านมาประมาณ​10 ปี เครื่องคอมพิวเตอร์ของ apple เครื่องนี้ยังใช้งานได้ดี แบตเตอรี่ยังทำงานได้ประมาณ 3ชม. ไม่บวม ไม่ร้อน ไม่สร้างความวิตกกังวัลให้ผมเลย ความสว่างหน้าจอยังปกติ หน้าจอยังไม่มีอาการแผ่น LCD ลอก ซึ่งอาการลอกนั้นผมพบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆและทีวีในบ้านอีกหลายเครื่องเมื่ออายุหลายปี อย่างเช่นโน้คบุ๊คถอดจอแยกกับคีย์บอร์ดได้ของ Acer ที่ใช้ซีพียู atom ก็มีอาการจอลอก ทีวีที่ผมใช้เป็นจอมอนิเตอร์อายุประมาณ 10 ปี ก็ลอก ทีวีที่แม่ผมดูมาเกิน 10 ปี ก็จอลอก ดังนั้นมีข้อเปรียบเทียบเรื่องคุณภาพวัสดุหลายอย่างที่ยืนยันว่าสินค้า apple เลือกของดีและทนมาผลิตขายจริงๆ

ปีนี้ 2021 วันที่เขียนโพสท์นี้ โลกเรากำลังเผชิญกับปัญหาโควิด ทำให้เกิดการล๊อคดาวน์เป็นวงกว้าง ธุรกิจล้มระเนระนาดทั่วโลก การท่องเที่ยวพังพินาศ สายการบินล้มละลาย ร้านอาหารขายของไม่ได้ โรงเรียนปิดยาวเปลี่ยนเป็นการเรียน online และการเข้าสู่ online เราจะต้องใช้ระบบ Video conference นั่นทำให้เว็บแคมในโน้ตบุ๊คกลายเป็นของจำเป็น และกล้องในแม็คบุ๊คแอร์เครื่องนี้ก็ยังทำงานได้ แม้ความละเอียดจะต่ำ สัญญาณรบกวนเยอะ เหมือนกล้องคุณภาพต่ำจากสิบปีที่แล้ว แต่มันก็ยังใช้ได้ โน้ตบุ๊ควินโดส์ที่ซื้อมาใช้ก็ยกให้ลูกใช้เรียน online ผมกลับมาใช้แม็คบุ๊คแอร์ตัวเก่า มันก็ใช้ได้ดี ใช้สื่อสารได้ครบถ้วนทุกฟังค์ชั่น นับว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ทนที่สุดที่ผมเคยใช้งานมา

ทำนามบัตรใช้

ผมทำงานสิ่งพิมพ์มายาวนานหลายปี แต่ไม่ค่อยมีนามบัตรของตัวเองใช้งานเลย หลายครั้งก็ทำนามบัตรแบบเร่งด่วนเพื่อนำไปใช้แจกแบบเร่งรีบ ทุกครั้งที่หยิบนามบัตรของตัวเองออกไปพบปะผู้คน นามบัตรใบนั้นก็มักจะถูกทำด่วนขึ้นมา และวิธีการออกแบบรวมถึงการผลิตก็ไม่ได้พิถีพิถัน เพราะมีเรื่องของเวลามากำหนดไว้ ทำให้ทำงานนามบัตรที่มีขั้นตอนหรือ มีความซับซ้อนไม่ได้

2021-05-25_09-07-24

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาโควิด19 ระบาด ทำให้เศรษฐกิจพัง ลูกค้าโรงพิมพ์เริ่มน้อยลง ผมมีเวลาว่างมากขึ้น เลยคิดถึงการออกแบบนามบัตรเพื่อใช้งานอย่างจริงจัง และจริงใจกับอาชีพตัวเอง ก็เลยเลือกวิธีผลิตนามบัตรด้วยเทคนิคการพิมพ์ที่พิเศษและไม่ค่อยมีใครทำ นั่นคือการพิมพ์นามบัตรด้วยเครื่องพิมพ์ Letterpress ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์แบบนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณสี่ร้อยปีที่แล้ว และในปัจจุบันก็ยังมีการทำงานด้วยเทคนิคแบบนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก

20210427163427_IMG_0339

เมื่อเลือกที่จะทำงานนามบัตรด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Letterpress การออกแบบหน้าตาอาร์ตเวิร์คก็ต้องสอดคล้องไปกับวิธีการพิมพ์ งานพิมพ์แนวทางนี้ต้องใช้แม่พิมพ์ที่เป็นตัวหนังสือคมชัดหรือลายเส้นที่ชัดเจน การพิมพ์ไม่สามารถทำน้ำหนักอ่อนแก่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากเทคนิคการพิมพ์อ๊อพเซ็ท งานจัดวางตัวหนังสือและเล่นกับสีสันที่ไม่เหมือนกันก็จะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเทคนิคนี้ ผมก็เลยเลือกพิมพ์ตัวหนังสือด้วยฟ้อนต์ที่เรียบง่ายและดูคล้ายๆกับตัวหนังสือที่อยู่ในเครื่องพิมพ์ดีด

20210427163201_IMG_0338

กระดาษที่ใช้ก็หาสต๊อคจากที่มีอยู่ในโรงพิมพ์ เป็นกระดาษลายผ้าเกรดสูงมาก ราคากระดาษเปล่าที่สั่งจากคนขายก็แพงมาก จนไม่ค่อยกล้าใช้กับงานทั่วไป แต่การทำนามบัตรไม่ได้ใช้กระดาษเยอะเหมือนงานใบปลิว และเราก็มักจะทำนามบัตรกันในจำนวนหลักหนึ่งร้อยหรือสองร้อยใบ นั่นก็จะไม่เปลืองนัก

IMG_20191024_113424

แม่พิมพ์ถูกสั่งทำออกมา แบ่งเป็นแม่พิมพ์สีดำ กับ แม่พิมพ์สีขาว ตอนพิมพ์เราจะพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ทีละสี และตอนที่กำลังพิมพ์เราก็จะสามารถเพิ่มแรงกดของแม่พิมพ์ให้มากกว่าปกติ เพื่อให้มีลักษณะของตัวหนังสือที่กดจมลงไปในเนื้อกระดาษ ซึ่งเป็นบุคลิกของงานพิมพ์ Letterpress ที่ระบบการพิมพ์แบบอื่นให้ไม่ได้

พอทำงานเสร็จ ผมพอใจกับสิ่งที่ได้เห็น นามบัตรที่แสดงตัวตน มีข้อมูลการติดต่อครบถ้วน ต่อไปนี้ผมก็มีนามบัตรทางการใช้งานแล้ว

ตัวอย่างงานพิมพ์ที่เคยทำ

โรงพิมพ์จอมทอง

2018-04-06_09-45-56
งาน safety instructions ของสายการบินนกแอร์ เราทำงานกับนกแอร์ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสายการบิน
Poster dean&deluca
โปสเตอร์อาหารของร้าน Dean & Deluca นอกจากโปสเตอร์แล้ว งานสิ่งพิมพ์อื่นๆเราก็รับทำให้กับแบรนด์นี้อยู่เรื่อยๆ
IMG_20180419_155546
Standee เมนูอาหารของร้าน S&P ร้านมีสาขาจำนวนมาก เวลาจตัดส่งก้จะมีทั้งส่งเข้าคลังส่วนกลาง กับส่งไปยังสาขาในกรุงเทพฯ
20180303114806_IMG_6339
Standee สำหรับรายขายจา
IMG_20200519_125602
กล่องใส่สินค้าพรีเมี่ยมของธนาคารแห่งหนึ่ง สำหรับแจกเป็นของขวัญให้กับลูกค้า VIP

IMG_20180802_103536
กล่องใส่ลิปสติก ทำเป็นทรงเหมือนกล่องไม้ขีด ด้านในมีโครงสร้างล็อคตัวสินค้าให้วางอยู่กลางกล่อง
2017-02-10_08-08-27
กล่องใส่เหรียญที่ระลึกงานแต่งงาน ด้านนอกทำจากกระดาษ ชิ้นสวนที่ประคองเหรียญเอาไว้เป็นกระดาษที่หุ้มโฟมอยู่ภายใน เหรียญจะถูกวางไว้ในช่องที่เจาะไว้
IMG_1887stevecafebox
กล่องใส่คุกกี้ เป็นสินค้าวางขายในช่วงเทศกาล นอกจากกล่องแล้วเรายังหาคุกกี้ให้กับลูกค้าด้วย
IMG_20200331_142805
ใบปลิวร้านอาหารหลายแบรนด์ เราทำให้ทั้ง A&W S&P และร้านอื่นๆอีกหลายแห่ง
20191024112627_IMG_0002
สมุดโน้ต A5 สำหรับแจกนักเรียนในโรงเรียนสอนพิเศษ
IMG_20190926_154628
ถุงขนมใส่คุกกี้ พิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์ letterpress เราสามารถพิมพ์ลงบนถุงสำหรับใส่อาหาร
Thailetterpress
ตัวอย่างถุงขนมที่พิมพ์โลโก้ลงไป การพิมพ์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ letterpress สามารถทำงานพิมพ์บนถุงสำเร็จรูปได้
IMG_0098
สมุดโน้ตของหน่วยงาน เป็นสินค้าที่ระลึกแจกในโอกาสต่างๆ สมุด A5 เนื้อในพิมพ์เส้นบรรทัด ปกเป็นสีกระดาษหนา เข้าเล่มห่วงแบบเดียวกับปฏิทิน
20191126145739_IMG_0502
กล่องสีทองใส่สินค้าพรีเม่ี่ยม กระดาษทอง ขึ้นรูป เจาะรูใส่แผ่นพลาสติกใสทำให้มองเห็นสินค้าดูสวยงาม
20170715144752_IMG_0381
กล่องใส่ข้าว ขายเป็นสินค้าสำหรับพกพา สินค้าขนาดเล็กสำหรับทดลองชิม
20170715144413_IMG_0368
กล่องใส่เครืองสำอางค์ รูปทรงสูงใส่ขวด มีโครงสร้างภายในทำให้สินค้าไม่โยกคลอน
20170715144959_IMG_0392
กล่องใส่เครื่องสำอางค์แบบกระปุก ออกแบบพิมพ์สีพิเศษ ปั๊มฟอยล์ทองสีเท่ห์ๆหากยาก
20170715145609_IMG_0429
กล่องใส่ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรก็ดูมีคุณค่า มีราคาได้
20170715145433_IMG_0421
กล่องใส่เครื่องสำอางค์ พิมพ์ 4 สีมาตรฐาน งานแมสเราก็ทำ

IMG_0624
กระดาษรองจาน กระดาษรองถาด เมนูแนะนำอาหาร

เรื่องตกยุคของการฟังเพลง

2020-10-15_10-14-09

นี่คือภาพโบราณวัตถุที่หาซื้อยากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่อยู่ในภาพนี้คือแผ่นซีดีเปล่าที่มีความจุ 700Mb หากต้องการบันทึกข้อมูลใดๆที่ขนาดไม่เกินตัวมันก็ต้องใช้เครื่องบันทึกแผ่นซีดีในคอมพิวเตอร์ในการบันทึก

เขียนให้เด็กรุ่นใหม่ได้เข้าใจว่า ก่อนยุค 5g 4g ลงไปถึงแถวๆ 3g ต้นๆ และ 2g ปลายๆ ช่วงเวลาประมาณ คศ 2000-2005 เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยนิยมใช้แผ่น cdr อย่างมาก เพราะอินเทอเน็ตในยุคนั้นยังไม่เร็ว การส่งข้อมูลขนาดใหญ่ยังต้องอาศํย usb flash drive ซึ่งความจุก็เริ่มต้นที่ ไม่กี่ Mb และไล่ไปจนถึงหลายร้อย Mb และยิ่งเวลาผ่านไปใกล้ๆยุคปี คศ 2010 เราถึงจะมี flash drive ความจุ 1Gb และมากกว่าให้ใช้ในระดับราคาถูกๆ

การส่งข้อมูลให้เพื่อน ส่งข้อมูลของที่ทำงาน หากจะส่งด้วย flash drive ก็จะต้องสละ flash drive ไปด้วยเลย เพราะหลายๆที่เมื่อได้ก็อปปี้ข้อมูลไปแล้วก็ไม่คืนตัว flash drive การส่งข้อมูลด้วยแผ่น cd-r สำหรับความจุ 700Mb และ แผ่น dvd-r สำหรับความจุ 4.3Gb เลยเป็นทางออกที่ไม่แพง ราคาแผ่นเปล่าจะอยู่ในระดับราคา 8-20 บาท

IMG_4024

คนชอบฟังเพลงจะนิยมนำแผ่นซีดีเพลงมาก็อปปี้ข้อมูลเพลงลงในคอมพิวเตอร์ หรือบางคนก็หาเพลง mp3 จากอินเทอเน็ตมาเปิดฟัง การฟังในคอมพิวเตอร์จะสะดวกสำหรับการเลือกเพลง แต่หากจะฟังนอกบ้าน บางคนก็ใช้เครื่องเล่น mp3 มาเล่นเพลง บางคนก็ใช้เครื่องเล่นซีดี walkman ในการเล่นเพลง และบางคนก็เลือกจะรวมเพลงที่ชอบแล้วทำเป็นแผ่นซีดีเพลง 1 แผ่น ซึ่งจะจุเพลงได้ประมาณ 60 นาที การรวมเพลงเองก็เลยจะต้องบันทึกลงแผ่น cd-r นั่นเอง

เครื่องเล่นเพลงในรถยนต์เริ่มแถมเครื่องเล่นซีดีติดรถมาให้ตั้งแต่ตอนเป็นป้ายแดง เครื่องเล่นซีดีเพลงเหล่านี้มักจะมีความสามารถในการอ่านไฟล์ข้อมูลบน cd-r ด้วย หลายคนก็ก็อปปี้ไฟล์ mp3 มาไว้ในแผ่น cd-r แล้วก็พกไปฟังในรถ ความจุแผ่น 700 Mb สามารถใส่เพลง mp3 บิตเรตประมาณ 128k ได้ประมาณ 100-150 เพลง นั่นทำให้การฟังเพลงตลอดทริปการเดินทางในรถยนต์เป็นเรื่องบันเทิงที่เป็นที่พึ่งของคนชอบฟังเพลง เหตุเพราะรายการวิทยุเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับคนชอบฟังเพลง และยุคสิบกว่าปีที่แล้วโลกเรายังไม่มีบริการ streaming ใดๆให้ใช้ ฟังจากไฟล์ที่บันทึกไว้ในแผ่น cd-r จึงเป็นทางเลือกที่ต้องเลือก

IMG_20170131_145346

ยุคที่ cd-r เบ่งบานเราสามารถหาซื้อแผ่นเหล่านี้ได้ในห้างไอทีต่างๆ ทุกห้าง ทุกร้านจะมีแผ่น cd-r ขาย บางร้านเป็นร้านขายแผ่นเปล่าโดยเฉพาะ คนซื้อจากร้านเฉพาะทางเหล่านี้ไม่ได้นับเป็นแผ่น แต่จะนับเป็นหลอด เพราะแผ่น cd-r จะเสียบอยู่บนเสา(เหมือนหลอด) หลอดนึงมี 50 แผ่น หลอดเตี้ยๆก็มี 25 แผ่น หน่วยวัดจะวัดกันเป็นหลอดเลย

ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นก็เริ่มมีแผ่น cd-r ให้ซื้อปลีก ผมเคยซื้อแผ่นในแพ็คพลาสติกราคา 20-30 บาท ในนั้นมี 2 แผ่น เพื่อใช้งานฉุกเฉินตอนที่หลอดทั้งยวงถูกใช้งานไปหมดแล้ว นอกจากแผ่นเปล่าที่วางขายแล้ว ปากกาเขียนแผ่นซีดีก็มีขายด้วยเช่นกัน เพราะกลายเป็นสินค้าที่ต้องมี สินค้าที่ต้องขายไปคู่กัน คนที่บันทึกแผ่นซีดีเยอะๆจะต้องมีปากกาเขียนแผ่นซีดีติดตัวเสมอ

ในปี คศ 2020 นี้ ปรากฏว่า ไม่มีแผ่นซีดีเปล่าขายอีกแล้วในร้านสะดวกซื้อ ในห้างก็เริ่มไม่มีขายแล้ว และเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้ก็เลยต้องไปหาซื้อใน online และผมก็ได้สั่งซื้อมาใช้ เหตุที่จำเป็นต้องใช้ก็เพราะลูกอยากฟังเพลงที่เขาชอบ โดยจะฟังบนรถแม่ การเปิดเพลงในรถยนต์ ให้เสียงออกในรถจะต้องใช้แผ่น mp3 ใส่เครื่องเล่นในรถ ก็เลยเป็นเหตุผลที่ต้องซื้อแผ่นในครั้งนี้

ลืมเล่าไป เราสามารถใช้แผ่น dvd-r บันทึกแทน cd-r ก็ได้ เพราะความจุก็สูงกว่ามาก เป็นการใช้แผ่นได้คุ้มค่ากว่าด้วย เพียงแต่ ในรถแม่ เครื่องเล่นเพลงอ่านได้แต่แผ่น cd-r เท่านั้น