แอมป์กีต้าร์แบบพกพา johnson

IMG_1185

 

Barn Burner Johnson แอมป์กีต้าร์ชนิดพกพา แอมป์ตัวนี้ผมซือไว้เกินสิบปีแล้ว ที่แรกตั้งใจจะใช้กับคอมพิวเตอร์ เพื่อเปิดเพลง  แต่คุณภาพการใช้กับเพลงมันแย่มาก  เสียงเพลงออกมาแย่ยิ่งกว่าเสียงจากทีวีเสียอีก  ก็เลยเก็บยาว  แต่เมื่อหลายวันก่อนก็รื้อออกมาเช็คสภาพ  และทดลองใช้กับกีต้าร์ไฟฟ้าแล้วพบว่ามันเจ๋งดี

 

IMG_1180

johnson burner เป็นแอมป์กีต้าร์ที่ใช้ไฟเลี้ยง 12-15Vdc  เราต้องหาหม้อแปลงไฟฟ้ามาใช้เอง เพราะตอนซื้อไม่ได้แถมมา  ตัวมันยังมีช่องสำหรับใส่ถ่าน 9 V อยู่ด้านล่างด้วย ทำให้มีความสะดวกต่อการใช้งานมาก  การเล่นกับกีต้าร์ไฟฟ้า จะสามารถเลือกใช้เสียงเอ็ฟเฟ็คได้หลายอย่าง ทั้ง clean tube overdrive  gain  ปรับโทนเสียงได้  มีช่องเสียบหูฟังด้วย  และที่เจ๋งก็คือ มีวงจรตั้งสายกีต้าร์หรือ tuner แถมมาด้วย  เหมาะกับมือใหม่ที่ไม่สามารถตั้งสายด้วยการฟัง  แผงหน้ากากลำโพงเป็นลายโบราณดูคลาสิคมาก แค่มองด้วยตาก็สวยแล้ว

IMG_1183

 

เสียงกีต้าร์มีความใส เอฟเฟ็คเสียงแตกก็ทำได้ดี เล่นเพาเวอร์คอร์ทได้มันส์พอใช้ได้  เหมาะกับการใช้ฝึกซ้อมในห้อง ในบ้าน พกไปซ้อมระหว่างเดินทางไปพักตามที่ต่างๆ  แต่ไม่เหมาะกับการเปิดเพลงแทนเครื่องเสียง  ซึ่งผมซื้อเข้ามาด้วยเหตุผลนี้ ก็ทำให้ผิดหวังกันไป  เก็บนิ่งๆลืมไปเลยเป็นสิบปี  สัญญาณจากช่อง headphone ก็ให้เสียงได้ดังฟังชัด สามารถต่อไปเข้าเครื่องขยายเสียงอื่นๆได้  ผมลองกับลำโพงอื่นๆที่รับเสียงทาง Aux ได้  เสียงจากช่อง headphone ส่งไปขยายเสียงที่ลำโพงอื่นๆ ก็ให้น้ำเสียงได้เหมือนกับลำโพงไฮไฟทั่วไป

IMG_1175

ตัวถังเป็นไม้ของแอมป์กีต้าร์ตัวนี้เป็นของหายากในทุกวันนี้  ความคลาสิคตรงนี้ทำให้ผมที่เล่นกีต้าร์ไม่เป็นยังหลงใหลซื้อเก็บไว้ดู  นานๆจะเอากีต้าร์ไฟฟ้ามาลองเล่นสักที  กีต้าร์แบบเล่นคอร์ทง่ายๆในแบบที่ผมหัดเล่นก็เพลิดเพลินได้  ราคาค่าตัวเกือบสามพันบาท แม้จะซื้อแอมป์กีต้าร์ทั่วไปได้ตัวใหญ่กว่านี้ เสียงดังกว่านี้ แต่คงไม่สวยเท่าตัวนี้

 

รีวิว tivoli model2

2018-02-23 06.52.10 1

ผมกำลังนั่งฟังเพลง jazz  มีแซ็กโซโฟน เปียโน เบส กลอง เล่นกันนุ่มๆ ล่องลอย ถ้าแทนด้วยภาพผู้หญิงสักคน ก็คงเป็นผู้หญิงที่กำลังเต้นบัลเล่ย์ช้าๆ   เสียงโอบล้อมผ่านออกมาจากลำโพง 1 คู่  ลำโพงฟูลเร้นจ์คู่นี้จัดวางบนโต๊ะทำงาน  ดอกลำโพงแค่ 3 นิ้ว กับตู้ไม้ที่ใหญ่พอๆกับกล่องใส่กระดาษทิชชู่  และนี่คือลำโพงในชุดเครื่องเสียงยี่ห้อ Tivoli  รุ่น model 2

Model 2 เป็นเครื่องเสียงพร้อมวิทยุ fm am ที่เป็นชุดใหญ่กว่า Model 1 โดยจะมีลำโพงมาให้ 2 ตัว เพื่อเปิดเป็นเสียงสเตอริโอ  เสียงดนตรีเต็มวง เต็มย่านความถี่ ถูกขับออกมาจากลำโพงวางหิ้งหรือวางบนโต๊ะแม้ลำโพงจะขนาดเล็ก  แต่น้ำเสียงและสมดุลย์เสียงทัดเทียมกับลำโพงตัวใหญ่ แนวเสียงเหมือนหูฟังชั้นดี  การจัดวางบนโต๊ะทำงานแล้วไปนั่งฟังระหว่างทำงาน ทำให้เราได้รับคุณภาพเสียงระดับยอดเยี่ยม  เพราะเรากำลังฟังระยะใกล้  ระยะห่างระหว่างลำโพงสองตัว กับระยะห่างของหูจากลำโพงทั้งคู่เกือบจะเท่ากัน  มันแทบจะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าเลย  ซึ่งเป็นวิธีจัดวางที่ใกล้เคียงอุดมคติของการฟังเพลงของนักฟังระดับหูทอง

2018-02-07 05.06.14 1

Model 2 ให้ความใกล้เคียงอุดมคติหลายอย่าง  อย่างแรกคือ ระยะจัดวางบนโต๊ะที่เพิ่งกล่าวไป มันเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการฟังเพลงผ่านลำโพงระบบสเตอริโอ  อุดมคติที่ 2 คือ ดอกลำโพงฟูลเรนจ์ที่ให้เสียงย่านต่ำไล่ไปเสียงสูงที่ราบลื่นต่อเนื่อง  ไม่ต้องมีวงจรแบ่งความถี่  ไม่ต้องกังวลเรื่องทวิตเตอร์กับวูฟเฟอร์ว่าจะต้องทำงานร่วมกันหรือทับซ้อนกันอย่างไร  และอุดมคติที่ 3 คือ ลำโพงและภาคขยายเสียงหรือ amp เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาคู่กัน  ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวที่สุด มันต่างชดเชยช่วยเหลือกันเองจนมันได้เสียงที่ลงตัว  มันเหมือนเป็นชุดเครื่องเสียงสำเร็จรูปหรือมินิคอมโปคุณภาพสูง    เป็นคุณภาพสูงสุดเท่าที่การออกแบบทางวิศวกรรมจะให้ได้บนงบประมาณและขนาดตัวที่จำกัด

IMG_20180207_142702

Model 2 เป้นดอกลำโพงฟูลเร้นจ์ที่ให้เสียงครบทุกย่านความถี่  ตั้งแต่ทุ้มต่ำสุด ไปจนเสียงสูงย่านแหลมสูงๆ  ความต่อเนื่องคือจุดเด่น แต่จุดด้อยที่ตามมาก็คือ มันไม่ใสเท่าลำโพงแยกทวิตเตอร์ ทั้งแบบ 2 ทาง 3 ทาง หรือกี่ทางก็ตาม  อีกจุดด้อยหนึ่งก็คือ เบสลึก ปริมาณเบสมหาศาลแบบวูฟเฟอร์ใหญ่ๆมันไม่มีให้ Model 2 มีเพียงเบสที่ห่อหุ้มรองเป็นฐานให้กับโน้ตต่างๆ นั่นทำให้สมดุลย์เสียงของลำโพงออกไปทางกลมกล่อม พอเพียงและฟังได้เรื่อยๆ

2018-03-02 08.26.14 1

Model 2 มีความน่าฟัง  เสียงย่านทุ้ม กลาง แหลม ผสมกันออกมาลงตัว  มันพอดีจนเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร  ผมไม่คิดจะขอให้ Tivoli ทำลำโพง 2 ทางออกมาแทนฟูลเร้นจ์แบบนี้  เพราะสิ่งที่มีอยู่เราได้ยินกับหูแล้วว่าคุณภาพเท่านี้ ในราคาเท่านี้ มันน่าพอใจมากๆ

เสียงกลางโดดเด่น การฟังรายการข่าว รายการทอล์ค หรือ เสียงคนในเนื้อหาต่างๆเป็นเสียงพูดที่ฟังง่าย ได้ยินชัดเจน เพลงร้องก็มีความไพเพราะมากขึ้นจากเสียงกลางที่ชัด  การส่งเสียงคนออกมาจากลำโพงคู่นี้ทำได้อย่างน่าฟัง  ผมแอบนึกถึงแนวเสียงของลำโพง Roger LS 3/5 ที่ให้โทนเสียงกลางคล้ายกันมาก  แต่ความใสจะสู้ไม่ได้ เพราะ roger เป็นลำโพง 2 ทางนั่นเอง

ค่าตัว Model 2 ประมาณ 9000 บาท ถ้าหาส่วนลด รอราคาเคลียร์แลนซ์ ก็อาจจะทำให้ราคาจ่ายจริงเหลือแค่ 50% ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจ  ในราคาเท่านี้เราจะได้ลำโพง + แอมป์คุณภาพดี  ได้วิทยุที่รับคลื่นได้ชัดเจนมาก  ซึ่งในตลาดเครื่องเสียงไม่น่ามีเครื่องรับวิทยุเครื่องไหนที่รับสัญญาณ fm ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว ยกเว้นเครื่องของ Tivoli เอง

IMG_20180207_142829

ช่องเชื่อมต่อด้านหลังหลากหลาย  เปิดโอกาสให้ Model 2 ถูกนำไปใช้ได้สนุกสนาน  มันมี sub out เอาไว้ต่อซับวูฟเฟอร์  มี Aux เพื่อรับสัญญาณเพลงจากเครื่องเล่น หรือรับเสียงจากคอมพิวเตอร์           มีช่องหูฟังเพื่อฟังแบบไม่รบกวนใคร  มี balance เพื่อปรับเสียงซ้ายขวาให้สมดุลย์  มีช่องต่อเสาอากาศภายนอกเพื่อเพิ่มคุณภาพการรับสัญญาณ มีช่องรับไฟเลี้ยงแบบ 12v dc สามารถใช้กับอแด๊ปเตอร์ได้   และช่องรับแบบ 220V ac หรือไฟบ้าน

คุณภาพการรับสัญญาณ  fm อยู่ในเกณฑ์ดี  ลูกบิทปรับคลื่นเป็นลักษณะการหมุนแบบทดรอบมีอัตราส่วนการหมุนอยู่ที่ 5:1  นี่ทำให้การเลือกคลื่นทำได้สะดวกแม่นยำมาก  การเลือกสถานีที่จะฟังจะมีระยะหมุนที่กว้าง ทำให้การแยกแยะแต่ละสถานีค่อนข้างเด็ดขาด ความชัดเจนในการฟัง fm เทียบได้กับการฟังในรถยนต์  แต่ได้น้ำเสียงที่ไพเราะชวนฟังระดับเครื่องเสียงไฮเอนด์

2018-03-02 08.26.11 2

ผมใช้ model 2 บนโต๊ะทำงาน  ใช้เปิดเพลงเป็นหลัก  ผมเชื่อว่าการเลือกใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็น่าจะดี เราจะได้ฟังเพลงผ่านคอมฯได้เพราะๆ   ส่วนคนทำดนตรีหรือ งานตัดต่อวิดีโอก็เหมาะ  หรือแม้แต่จะวางหน้า TV ใช้แทน sound bar ก็น่าสนใจ  มันสามารถเปิดเพลงเสียงดังได้  ฟังเสียงคนจากลำโพงคู่นี้ถือเป็นงานเหมาะที่สุด  มันเหมาะมากสำหรับคนชอบฟังข่าวและรายการสัมภาษณ์ต่างๆ

รีวิว tivoli model 1 bluetooth วิทยุเสียงดี หน้าตาดีมาก

IMG_7231

ผมเป็นคนที่หลงใหลลำโพงมานานแล้ว ขอให้เป็นลำโพงที่สามารถเปิดเพลงได้ หากมันมีจุดเด่นบางอย่างก็ทำให้ผมหลวมตัวซื้อได้ไม่ยาก สมัยก่อนการเล่นเครื่องเสียงจะมีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว คือต้องมีเครื่องเล่นเพลงซึ่งมักจะเป็นเครื่องเล่นซีดีหรือแผ่นเสียง แล้วก็ต้องมีแอมป์ ซึ่งเมื่อก่อนก็จะมีอินทิเกรตแอมป์ที่รวมปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ไว้ด้วยกัน กับอีกแบบคือ ปรีแอมป์+เพาเวอร์แอมป์เป็นชุดแยกชิ้น และสุดท้ายก็ต้องต่อกับลำโพงสักคู่หนึ่ง

การจะหาเครื่องเสียงที่ให้เสียงถูกใจ เราต้องมีเครื่องเล่น เครื่องขยายเสียง และลำโพงโดยที่ 3 อย่างนี้จะต้องเลือก ต้องคัด ต้องหา กว่าจะเจอสิ่งที่ลงตัว จนกว่าจะเจอสิ่งที่ถูกใจซึ่งใช้เงินเยอะและใช้เวลามหาศาล แต่ถ้าคุณรวยมาก มันก็แป๊ปเดียวเจอ ซึ่งผมไม่ใช่ และเมื่อได้เครื่องเสียงครบทุกชิ้นผมก็ใช้งานมันอยู่หลายปี จนโลกเราเข้าสู่การฟังเพลงรูปแบบใหม่ ซีดีขายไม่ได้ เครื่องเล่นซีดีแทบไม่ได้เปิดอีกเลย ผมเปลี่ยนไปฟังเพลงจากไฟล์ และฟังเพลงจากอินเทอเน็ต นั่นทำให้ชุดเครื่องเสียงเดิมหรือแผ่นไม่ค่อยได้ใช้ และเป็นที่มาของการใช้ลำโพงบลูทูธ ซึ่งเป็นลำโพงที่สามารถรับสัญญาณเสียงไร้สายจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือต่างๆได้นั่นเอง

ลำโพงตัวนี้ เป็นเครื่องรับวิทยุยี่ห้อ Tivoli ที่ได้ผลิตขายมาหลายปี รุ่นที่สร้างชือให้ Tivoli ก็คือรุ่น model1 ซึ่งเป็นเครื่องรับวิทยุ fm am ระบบมือหมุน ที่ออกมาขายในยุค mp3 และ ipod iphone เกลื่อนเมือง แต่ก็ขายได้แถมยังขายดีเสียด้วย และจากความนิยมในการใช้มือถือมีมากขึ้นจนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของคนไปแล้ว การฟังเพลงจากมือถือเป็นสิ่งที่ต้องมี และของติดบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมีก็คือ ลำโพงบลูทูธ Tivoli เลยใส่บลูทูธไว้ในเครื่องรับวิทยุของตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นเครื่องรับวิทยุรุ่น model1 bluetooth

IMG_7226

ก่อนหน้านี้หลายปี ผมเคยลังเลใจระหว่างการซื้อวิทยุหน้าตาโบราณ ระหว่าง TEAC R1 กับ Tivoli model1 และสุดท้ายก็ไปเลือก R1 ด้วยเหตุผลสองอย่างคือราคาถูกกว่า และมีแบตเตอรี่ในตัว และก็ใช้ TEAC R1 มานานหลายปี และก็ยังคงสงสัยว่า TEAC R1 กับ Tivoli Model1 ตัวไหนเสียงดีกว่ากัน ซึ่งก็ไม่เคยมีโอกาสได้เทียบเลย เพราะร้านที่ขาย TEAC R1 ไม่มี Tivoli วางขาย และในเวลาไม่นาน TEAC ก็หมด ไม่มีผลิตขายอีก แต่ Tivoli ยังมีขายอยู่อย่างต่อเนื่อง

เวลาเดินผ่านในห้างแล้วได้ยินเสียงที่ Tivoli ส่งเสียง มันก็ทำให้ผมหยุดมอง หยุดฟังอยู่แทบทุกครั้ง วันที่ Tivoli ใส่บลูทูธรวมไว้ในเครื่องก็ทำให้ตื่นเต้นอยู่พอสมควร แต่ก็ยังไม่กล้าซื้อ จนวันนึงได้ยินเสียงรายการวิทยุที่เจ้า model1 bluetooth มันส่งเสียงอยู่ ผมฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเปิดจากมือถือ ผ่านบลูทูธ โดยใช้เพลง mp3 สักเพลง แต่พอถามพนักงานขาย พนักงานบอกว่ามันกำลังเปิดวิทยุอยู่ เท่านั้นแหละ โอ้โห ทำไมเสียงมันดีเหมือนเปิดจากไฟล์ขนาดนี้ เป็นเสียงจากวิทยุที่ผมไม่เคยได้ยินคุณภาพแบบนี้มาก่อน นั่นทำให้ Tivoli model1 bluetooth อยู่ใน wish list แต่ก็งก ไม่ซื้อ เพราะ ที่บ้านมีวิทยุอยู่ประมาณ 10 เครื่อง ไม่รวมมือถือ android ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุได้ด้วยอีกหลายเครื่อง

IMG_7232

ความคันไม่ปราณีใคร และวันหนึ่งมันก็มาอยู่ในบ้านผมจนได้ มาดูสเป็คกันดีกว่า

  • model 1 bluetooth สามารถรับสัญญาณวิทยุ fm และ am
  • รับสัญญาณ input ได้ทางช่อง aux
  • สามารถเสียบหูฟังได้
  • มีช่อง rec out เพื่อต่อไปยังเครื่องขยายเสียงหรือเครื่องบันทึกเสียงอื่นๆ
  • สามารถเสียบสายเสาอากาศ am ได้ทางช่อง 3.5mm
  • สามารถเสียบเสาอากาศ fm แบบชักยืดหดได้ทางช่องเฉพาะ เป็นเสาเหล็กที่มีแจ็คเสียบ ซึ่งเสาภายนอกก็มีแถมมาให้ด้วย
  • มีสวิตซ์เลือกการใช้เสาอากาศเพื่อรับสัญญาณ fm ว่าจะใช้เสาในเครื่อง หรือเสานอก ลำพังความสามารถในการรับคลื่นด้วยเสาภายในก็ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่หากมีบางคลื่นที่ยังรับได้ไม่ชัดเต็มที่ การเปลี่ยนมาใช้เสาภายนอกก็ช่วยให้รับได้เด็ดขาดมากขึ้น
  • สามารถเลือกใช้ไฟบ้าน 220V เสียบเข้าไปโดยตรงก็ได้
  • สามารถใช้ไฟ 12V จากอแด๊ปเตอร์ ก็สามารถทำได้ เพราะอแด๊ปเตอร์ 12V ในบ้านก็หาไม่ยาก ใครที่มีฮาร์ดดิสก์ external เก่าๆที่พังหรือความจุน้อยจนเลิกใช้ ก็จะมีของเหลือเป็นอแด๊ปเตอร์อยู่ในบ้าน หยิบมาใช้ได้เลย

ความสามารถในการรับคลื่นวิทยุของ Tivoli ทำได้ดีมาก ส่วนใหญ่ทุกคลื่นฟังได้อย่างชัดเจน และเลือกแต่ละสถานีได้ง่าย รอบหมุนของการหาคลื่นทำได้ละเอียดดีมาก จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของ Tivoli คือลำโพงติดเครื่องที่เป็นแบบฟูลเร้นจ์ หรือเป็นลำโพงที่ตอบสนองความถี่ได้กว้างมากทั้งๆที่ขนาดแค่ 3 นิ้ว น้ำเสียงกลางโดดเด่น และมีการจูนเสียงของดอกลำโพงรวมกับตู้ลำโพงที่ให้น้ำหนักเสียงที่มีเสียงเบสที่ชัดเจนและให้แนวเสียงที่อิ่มเกินตัว ฟังเพลงที่บันทึกเสียงมาดีๆแค่นาทีเดียวก็ใจละลายแล้ว เสียงโฆษก เสียงดีเจ เสียงพูดของคนทำให้ผมนึกถึงลำโพงอย่าง roger LS3/5 ที่มันฟังเพลิน เป็นเสียงพูดเสียงคนที่น่าฟังมาก

การนำ Tivoli มาฟังดนตรีต่างๆก็เป็นเรื่องปกติของลำโพง เสียงเพลงป๊อป เสียงเพลงแจ๊ส เสียงเพลงอคูสติกก็ถูกจริต ถูกงาน ถ่ายทอดออกมาได้น่าฟัง เสียงเบสที่ห่อหุ้มเป็นฐานของเสียงทั้งวงก็มีให้ฟังแบบพอดีๆ ซึ่งหากย้อนไปสักสิบปี การที่เราจะฟังเสียงทุ้มที่อิ่มเอิบขนาดนี้ต้องไปหาจากลำโพง 2.1 หรือ ซับวูฟเฟอร์ หรือไม่ก็ไปหาจากลำโพงฟังเพลงที่ใช้วูฟเฟอร์ระดับ 6-8 นิ้วขึ้นไป กับดอกฟูลเร้นจ์แบบ Tivoli 3 นิ้วนี้ ทำให้ประหลาดใจ และพอใจอย่างมาก

แล้วผมก็ได้โอกาสทดสอบ TEAC R1 กับ Tivoli model1 bluetooth ว่าใครเสียงดีกว่ากัน ผมเลือกเปิดสถานนีที่กำลังถ่ายทอดเสียงพูดคุย เพราะผมชอบฟังรายการทอล์คที่เสียงชัดๆ เปิดคลื่นเดียวกัน ปรับเสียงทดสอบให้ดังใกล้เคียงกัน แล้วก็เปิดเสียงปิดเสียงเทียบกัน ก็ได้คำตอบสำหรับผมเอง นั่นคือ Tivoli ถ่ายทอดเสียงพูดได้ดีกว่า

2018-02-16_08-24-40

การจัดระบบชุดฟังเพลงให้กับ Tivoli มีความหลากหลายมาก จะวางเดี่ยวๆใช้เป็นเครื่องฟังวิทยุก็ได้ จะจัดให้มันทำงานเป็นเครื่องขยายเสียงสำหรับ ipod ก็ได้ จะจัดให้เป็นเสียง Bluetooth ของ smartphone ก็ได้ หรือแม้แต่จะใช้เป็นแอมป์หูฟัง เพราะ tivoli มีช่องต่อหูฟังด้วย ซึ่งคุณภาพเสียงของภาคขยายหูฟังก็ไม่ธรรมดา ลำพังเพียงแอมป์หูฟังที่แยกขายเพื่อให้ใช้กับหูฟังที่ขับยากๆนั้นก็ราคาหลายพันจนถึงหลายหมื่นก็มีให้เลือกซื้อ ค่าตัวของ Tivoli ตัวนี้ ซื้อแอมป์หูฟังยอดนิยมระดับกลางๆยังไม่ได้เลย

แถมคลิปทดสอบ tivoli model1 bluetooth โดยการเปิดเพลงจาก youtube ใช้ huawei p9 เชื่อมบลูทูธกับ Tivoli แล้วถ่ายวิดีโอด้วย กล้อง DSLR canon รุ่น Eos 6d ติดเลนส์ 50mmf1.4 ใช้ไมค์รับเสียงของ Zoom รุ่น H1 ต่อสายไมค์เข้ากล้องทางช่อง mic in

ทดลองฟังเพลง

ผมใช้คอมพิวเตอร์ต่อกับ usb dac ใช้ชิปถอดรหัสเสียง ESS ES9018K2Mแปลงสัญญาณเสียงเป็นอนาลอกแล้วต่อสาย rca to mini 3.5 ไปเข้ายัง Tivoli model1 ที่ช่อง Aux ก็คือใช้ Tivoli เป็นลำโพงขยายเสียงนั่นเอง เพลงของ norah jones ชุด come away with me เสียงร้องชัดๆ ฟังออกทุกถ้อยคำ เสียงเบสกลมๆเล่นคลอไปกับเปียโน ทุกเสียงได้ยินชัดเจน ตัว tivoli ไม่มีปุ่มปรับทุ้มแหลม เสียงที่ได้ยินจะคงที่สไตล์เดียว คือ ชัดและนุ่ม เสียงโซโล่เบสได้ยินทุกโน้ต อัลบั้มนี้บันทึกเสียงได้ดีน่าฟังทุกเพลง

ฟังอัลบั้มโชว์เสียงร้องผสมกีต้าร์อคูสติกก็ให้ความไพเพราะ เสียงกีต้าร์คลอๆกับเสียงร้องหวาน ใส ชัด อย่างชุด snow rose ที่เป็นเพลง cover จากเพลงฮิตมากมาย เสียงร้องมีความชัดและเรียกร้องความสนใจอยู่มาก เป็นโทนเสียงกลางที่ติดไปทางแหลมเด่นกว่าเสียงย่านต่ำ แต่ไม่ได้ใสกิ๊งราวกับแก้วใสๆ เสียงสูงยังคงด้อยกว่าลำโพงสองทางที่ใช้ทวีตเตอร์อยู่ดี แต่เสียงกลางและเบสนี่เป็นความลงตัวที่น่าใช้มาก

ฟังเพลง jazz ที่เน้นเสียงร้อง ฟังแล้วเคลิ้มทุกเพลง มันชัดถ้อยชัดคำ เหมาะกับงานที่มีเสียงอคูสติกเต็มเพลง ลองกับเพลงในอัลบั้มของ Jennifer Warnes ชุด The Hunter ก็ให้เสียงร้องที่หวานใส เสียงกีต้าร์อคูสติกเล่นเกาโน้ตชัดๆ ยิ่งเป็นเพลงแนวออดิโอไฟล์ก็ยิ่งฟังเพราะ

ลำโพงฟูลเรนจ์ให้เสียงเป็นเอกลักษณ์มาก เสียงทุ้ม กลาง แหลม มันออกมาจากลำโพงดอกเดียว น้ำหนักเสียงสมดุลย์พอดี ไม่มีเบสล้นหรือบางเกินไป การใช้งานเหมาะกับการฟังผ่านๆ หรือเปิดทิ้งไว้ทั้งวันจริงๆ เป็นลำโพงที่อยากเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

สรุป

Tivoli model1 bluetooth เป็นวิทยุพร้อมลำโพง 1 ดอกที่มีหน้าตาสวยงามสามารถใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้ และให้คุณภาพเสียงการฟังเพลงที่ดีมาก รับวิทยุได้ชัดเจน รับสัญญาณเสียงจากช่อง bluetooth ได้โดยที่มีคุณภาพเสียงที่ดีน่าฟังสูสีกับการใช้สาย และหากใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อแหล่งโปรแกรมอื่นๆทางช่องทาง Aux มันก็จะเป็นเครื่องเสียงที่ให้เสียงเป็นกลาง มีสมดุลย์เสียงที่พอดีในทุกย่านเสียง เบส กลาง แหลมมาครบ ความใสของเสียงสูงยังไม่เท่ากับลำโพงสองทางมีทวิตเตอร์ และภาพรวมก็เป็นเสียงร้องเสียงดนตรีที่น่าฟังและสามารถฟังได้นานๆ

ผมทำรีวิวแบบเสียงเอาไว้ให้ฟังด้วย เนื้อหาแตกต่างจากในโพสท์นะครับ

ชุดเครื่องเสียงพกพาของผม

เครื่องเสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่เด็กๆ ผมก็ชอบของเล่นอิเล็คทรอนิกส์ โตขึ้นสมัยเรียนก็ชอบเดินเล่นบ้านหม้อ ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้ามาอ่านเล่น  การฟังเพลงก็เป็นความชอบที่ตามมาจากความชอบตัวเครื่อง  นิสัยชอบเปิดเพลงเป็นนิสัยที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น ทั้งเพลงเพราะ ทั้งเครื่องเสียงใช้งานสนุกๆ  ได้ทั้งฟังเพลง ได้ทั้งเล่นของเล่น  ก็ทำให้มีเครื่องเสียงในครอบครองหลายชิ้น

บรรดาเครื่องเสียงที่เคยซื้อใช้เอง  มีไม่กี่ตัวที่เป็นตัวโปรดปราน ระดับที่ ผ่านไปกี่ปีก็ยังปลาบปลื้ม  และหาเหตุผลที่จะอยู่กับมันอย่างไม่ค่อยสนใจโลกที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ  หนึ่งในเครื่องเสียงตัวโปรดตัวหนึ่งก็คือ ipod shuffle ซึ่งเป็นผลผลิตของ apple ที่ทิ้งไว้ให้กับนักฟังเพลง  เจ้า ipod shuffle นี้เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องแรกที่ไม่มีหน้าจอ  เป็นเครื่องเล่นพกพาราคาแพงที่สุดเครื่องหนึ่งในวันที่มันเปิดตัว  เครื่องเล่นเพลงจากจีนคุณภาพต่ำ วางขายกันกลาดเกลื่อนด้วยค่าตัวหลักร้อยไปถึงพันกว่าบาท  แต่ ipod shuffle ตัวนี้เปิดตัวด้วยราคาไทย 2990 บาท  แล้วก็มีคนบ้าอย่างผมไปอุดหนุน

หากพิจารณาเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงแล้ว  เจ้า ipod shuffle ตัวนี้เป็นเครื่องเล่นเพลงชนิด mp3 ที่เสียงดีที่สุด ตั้งแต่ apple เคยทำมา  แม้ว่า ipod ตัวใหญ่ที่เก็บเพลงได้เป็นหมื่นเพลงจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก  บางรุ่นได้รับการแนะนำว่าเสียงดีเป็นพิเศษ  แต่ทุกตัวที่เสียงดี ต่างก็แพ้เจ้า shuffle ตัวนี้ทั้งหมด  ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสฟังเปรียบเทียบอยู่บ้าง  นั่นเป็นที่มาของความปลาบปลื้มว่าเราได้ครอบครองของคุณภาพสูงชิ้นสำคัญของวงการเครื่องเสียง

นิสัยการฟังเพลงที่เอาแน่นอนไม่ได้ของผม บางทีก็ฟังผ่านหูฟัง บางทีก็ฟังผ่านลำโพง บางทีก็เอาไปต่อสายฟังในรถยนต์  ทำให้ ipod shuffle และ ipod ตัวอื่นๆที่ผมมี ถูกหยิบเข้าออก ย้ายไปย้ายมาระหว่างบ้าน ห้องนอน และรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง  ความรุ่มร้าม ความพะรุงพะรังทำให้ผมคิดอยากจะทำให้มันเรียบร้อย  เลยได้โอกาส เอา shuffle ตัวขาวนี้ไปมัดไว้กับลำโพงพกพาอีกตัวหนึ่ง  ซึ่งมันก็คือลำโพง jbl go ที่ออกแบบมาเป็นลำโพงตัวเล็ก เสียงใหญ่ และเน้นให้ใช้กับโทรศัพท์ผ่านการเชื่อมต่อแบบ bluetooth

IMG_0608

jbl go เสียงดี และ shuffle ก็เสียงดี มันก็เลยถูกนำมาใช้งานร่วมกัน แต่ shuffle ไม่มี bluetooth ก็เลยต้องใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยสาย  และเพื่อให้สะดวกในการหยิบจับก็เลยจัดการมัดรวมกันด้วยริสแบนด์เส้นนึง  ผลก็คือภาพลำโพงกับ ipodมีตัวติดกัน มีสายไฟพันอยู่นิดหน่อย ดูราวกับเป็นระเบิดเวลาที่ใช้ก่อการร้ายเลย

การจับคู่กันทำให้ผมได้ภาพน่ารักของมันเก็บไว้  ชุดเครื่องเสียงพกพาในยุคดิจิทัลนี้ ผมว่ามันน่ารักดี  และหยิบไปวางที่ไหนก็มีแต่คนสงสัยปนตลก  และเมื่อได้ยินเสียงมันทำงานร่วมกันก็จะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงมัดมันไว้ด้วยกัน

เครื่องเสียงยุคดิจิทัลพอเพียง เหลือแค่นี้

หูฟัง harman/kardon ใครใส่ก็หล่อ ยิ่งถูกพบในร้านกาแฟแพง ความหล่อจะคูณสิบ หน้าตาหลายหมื่น แต่ราคาหลักพัน

Ipod nano gen6 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่ดีที่สุดของ apple ในวันที่มันเปิดตัว และทุกวันนี้ apple ยังไม่มีเครื่องที่น่าใช้กว่านี้ เพราะนอกจากจะเล่นเพลงแล้ว ยังติดสายเพื่อใช้เป็นนาฬิกา  ใช้นับก้าวบอกแคลอรี่ได้  ฟังวิทยุได้  บันทึกเสียงได้  โชว์รูปที่อยากดูได้

IMG_20180127_091842
IMG_20170508_154805
IMG_20170508_154642

nakamichi musicone+ ลำโพงสวย เสียงดี หายากมาก

20160502134111_IMG_0139

การฟังเพลงในยุคปัจจุบันเป็นการฟังเพลงที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก ตลาดของเครื่องเสียงระดับมวลชนจะเทไปทางลำโพงระบบบลูทูธ ซึ่งทุกยี่ห้อทำออกมาขายกันถ้วนหน้า  เรียกได้ว่าใครไม่ทำขายก็พลาดรายได้มหาศาล  และการค้นหาลำโพงเสียงดีที่หน้าตาดีผมก็ได้ค้นพบอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้มาด้วยความบังเอิญ

นากามิชิเป็นบริษัทที่ทำเครื่องเสียงมายาวนาน ในยุคยี่สิบปีที่แล้วเครื่องเสียงบ้านยี่ห้อนากามิชิถือเป็นเครื่องเสียงเกรดไฮเอนด์  เป็นสินค้ายี่ห้อญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมระดับโลก  เครื่องเสียงชิ้นสร้างชื่อของนากามิชิจะเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทที่แพงระยับและว่ากันว่าเป็นเครื่องเล่นเทปที่ดีที่สุดในโลกที่เคยมีมา  ส่วนเครื่องเล่นซีดีของนากามิชิก็จะออกไปแนวเครื่องเล่นที่ใส่ได้หลายแผ่น ระบบมิวสิคแบงค์ที่สามารถเปลี่ยนแผ่นได้เร็วที่สุดในโลกอีกเช่นกัน  ซึ่งสองอย่างนี้ทำให้นากามิชิเป็นเครื่องเสียงระดับหรูหราไฮเอนด์ไปอย่างไม่มีใครปฏิเสธ

20160502134125_IMG_0141

ลำโพงในครั้งนี้ผมได้ลองฟังและติดใจในน้ำเสียงถึงกับต้องอุ้มกลับมาจากสิงคโปร์ก็คือ nakamichi music one+ อ่านว่า นากามิชิมิวสิควันพลัส  จะขอเรียกว่ามิวสิควันเพื่อความสะดวกนะครับ  เจ้าตัวนี้วางโชว์อยู่ในสนามบินของสิงคโปร์  ตอนที่ผมรอจะขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพก็ได้เดินผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวกไอทีและเครื่องเสียงต่างๆ  เจอลำโพงวางอยู่บนโต๊ะหลายตัว  หนึ่งในนั้นที่สะดุดตาก็คือ มิวสิควันตัวนี้

20160502131338_IMG_0134

ข้อมูลทั่วไป

หน้าตาของลำโพงออกมาสไตล์หน้ากลมมีขาตั้งเป็นเสากลาง  ดูเป็นการออกแบบที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก  ซึ่งผมก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น  ยืนพิจารณารอบตัวก็จะเห็นช่องเชื่อมต่อด้านหลัุงมีช่องเสียบไฟเลี้ยง  มีช่องเสียบสัญญาณเสียงชนิด aux ขนาด 3.5มม.  และมีปุ่มควบคุมอยู่ด้านหน้านิดหน่อย เอาไว้เลือกฟังระหว่างบลูทูธ และช่องเสียง aux และมีปุ่มปรับระดับเสียงดังเบา มีปุ่มเปิดปิดตัวเครื่อง ด้านข้างตู้ลำโพงมีสัญลักษณ์ nfc ที่หมายความว่าเราสามารถใช้อุปกรณ์มือถือ tablet และโน้ตบุ๊คที่มี nfc มาเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย

20160502141358_IMG_0148

หน้าตากลมๆ ส่วนของตู้ลำโพง มีความลึกพอสมควร คาดว่าภายใต้ความลึกนั้นก็คงเป็นวงจรขยายเสียง ตัวลำโพงสีเทาเข้ม ตัดกับตะแกรงหน้าลำโพงสีเทาอ่อน ทำให้มันดูเป็นลำโพงที่หรูหราและดูแพง  แม้ค่าตัวมันจะอยู่ในระดับไม่กี่พันบาทก็ตาม  นั่นทำให้คนรู้จักนากามิชิในอดีตอย่างผมสนใจที่จะลองฟัง และอยากได้มันนิดๆตั้งแต่แรกเห็น และเมื่อได้ทดลองฟังที่ร้านอยู่สิบนาที  ก็ตัดสินใจอุ้มกลับมาด้วยกัน

20160502134154_IMG_0142

ระบบการขยายเสียงภายในเข้าใจว่าเป็นการขยายเสียงแบบดิจิทัล และมีดอกลำโพงด้านหน้าแบบฟูลเร้นจ์ขนาดประมาณ 4 นิ้ว  ด้านหลังลำโพงเป็นแผ่นลำโพงเรียบๆทำหน้าที่เป็นพาสซีพเรดิเอเตอร์ ช่วยปรับจูนโทนเสียงทุ้มให้นุ่มนวลน่าฟังมากยิ่งขึ้นกว่าการเปิดเป็นช่องธรรมดาแบบลำโพงตู้เปิด  ข้อดีของมิวสิควันก็คือ มันสามารถเชื่อมต่อกับพวกเดียวกัน หรือมิวสิควันอีกตัวหนึ่งได้ ทำให้มันกลายเป็นลำโพงสเตอริโอ คือตัวแรกเป็นช่องเสียงซ้าย ตัวที่สองเป็นช่องเสียงขวา ทำให้เราสามารถใช้ฟังเพลงแบบสองลำโพงได้เหมือนเครื่องเสียงบ้านทั่วไป  แต่นั่นก็หมายความว่าเราต้องซื้อมันสองตัว

20160502141344_IMG_0146

ตัวลำโพงมาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กกระทัดรัด ในรีโมทใช้ถ่านกระดุมรุ่น 2032  ที่รีโมทสามารถสั่งการได้ทุกการทำงาน  ตั้งแต่การไล่เปิดเครื่องไปจนปิดเครื่อง  รีโมทสีขาวหน้าตาดูไม่ค่อยเข้าพวกเท่าไหร่  ลำโพงใช้ไฟเลี้ยง 18V dc และกินกระแสไฟ 1.6a ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยได้พบกับเครื่องเสียงตัวอื่นๆนั่นหมายความว่า ห้ามทำอแด๊ปเตอร์หายเด็ดขาด  ถ้าพังขึ้นมายังไม่รู้ว่าจะส่งซ่อมที่ไหน เพราะในประเทศไทยยังไม่มีใครนำเข้ามาขายเลย

2018-10-11_08-17-05

ผลการทดลองฟัง

มาถึงเรื่องการใช้งานกันบ้าง  การเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธจากโทรศัพท์มือถือไปยังลำโพงทำได้ง่ายดาย ไร้ความซ้ำซ้อน  แถมมือถือบางรุ่นหรือโน้ตบุ๊คบางรุ่นมีระบบ nfc แค่เอามือถือไปแตะใกล้ๆลำโพงฝั่งที่มีสัญลักษณ์ nfc ทั้งสองตัวก็จะเชื่อมกันได้อัตโนมัติ  นับว่าเป็นความสะดวกสบายเต็มที่  ส่วนคุณภาพเสียงก็ถือว่าทำได้ไพเราะสมราคา  น้ำเสียงโดยรวมจะออกแนวนุ่มและเบสใหญ่  เบสไวเป็นจุดเด่น ไม่คลาง ไม่แห้งเกินไป  การฟังเพลงร้อง เพลงแจ๊ส เพลงที่โชว์เสียงเบสจะเข้าทางลำโพงตัวนี้  เบสอึ๋มๆคลอเคลียร์กับเสียงร้องไปตลอดเพลง  พอฟังเพลงจากลำโพงตัวนี้นานๆแล้วกลับไปฟังเสียงจากโทรทัศน์ก็จะเสียอารมณ์อย่างมาก  เพราะสไตล์เสียงจากโทรทัศน์จะเบสน้อย  พอหูฟังมิวสิควันจนชิน ไปฟังลำโพงตัวอื่นจะเหมือนมีอะไรหายไป  ซึ่งมันก็คือความถี่ย่านต่ำหายไปนั่นเอง

20160502134117_IMG_0140

เสียงกลางส่งเสียงร้องได้ชัด  แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากับลำโพงสองทางที่ให้ความคมของน้ำเสียงมากกว่า  ส่วนมิวสิควันจะมาโทนหนาและไม่กรุ๊งกริ๊ง ไม่มีเสียงตัวเอสที่บาดล้นเกินไป  ใครที่ชอบเสียงความถี่สูง ชอบเสียงเพอคัสชั่น  อาจจะไม่ชอบเสียงจากมิวสิควันตัวนี้  เพราะปลายความถี่สูงมันห้วนกว่า จบเร็วกว่าลำโพงสองทางทั่วไป  แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสการฟังเพลงหายไป   ดูเหมือนมิวสิควันจะพยายาททำแนวเสียงให้คล้ายๆกับ bose

การฟังเพลงจากลำโพงบลูทูธยุคนี้จะให้ความสมดุลย์น้ำเสียงได้ดี  เสียงต่ำย่านเบส เสียงกลางและเสียงแหลมที่มีอยู่ในเพลงจะได้รับการถุ่ายทอดออกมาสมดุลย์กันทั้งหมด  และมีจุดเด่นได้เปรียบลำโพงบ้านนิดหน่อยตรงที่ เมื่อเราฟังเสียงในระดับเบา เราจะยังคงได้ยินเสียงเบสลึกๆ ที่ช่วยปกคลุมบรรยากาศของเพลงอยู่ด้วย  ดูเหมือนมิวสิควันจะจูนเสียงให้เน้นเบสมากขึ้นเมื่อฟังในระดับความดังน้อยๆ  ตรงนี้จะแตกต่างไปจากลำโพงบ้านอย่างสิ้นเชิง คือ ลำโพงบ้านจะมีจุดที่ได้น้ำหนักสมดุลย์เสียง เบส กลาง แหลมครบก็ต่อเมื่อเราจะต้องเปิดให้ดังระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับการฟังที่จริงจังและเป็นระดับที่เราไม่สามารถพูดคุยกันแข่งกับเสียงจากลำโพงได้   และหากเราเปิดเครื่องเสียงบ้านเบากว่านี้ หรือเปิดในระดับแบ็คกราวน์มิวสิค  น้ำหนักของดนตรีก็จะมาไม่ครบซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครื่องเสียงชุดใหญ่

ในไทยผมไม่พบว่ามีใครขายนากามิชิตัวนี้  เคยพยายามเดินดูตามห้าง  ตามร้าน istudio ที่มักจะมีลำโพงดีๆเจ๋งๆมาขายในร้าน  ก็ยังไม่พบรุ่นนี้  nakamichi musicone+ คงไม่มีใครนำเข้ามาขายจริงๆ ผมเลยตั้งชื่อโพสท์นี้ไว้ว่าเป็นลำโพงหายากมาก  มาถึงวันนี้ ต่อให้ผมอยากได้ลำโพงรุ่นนี้อีกตัวเพื่อมาใช้งานเป็นระบบสเตอริโอสองลำโพง ทำงานแยกซ้ายตัวนึง ขวาตัวนึง ก็ทำไม่ได้  ต้องไปหิ้วมาจากเมืองนอกเท่านั้น
ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ระบบBluetooth รองรับโหมดสเตอริโอ 4.0+EDR, A2DP;
With DSP Audio Process, and DRC;
ระบบเชื่อมสัญญาณผ่าน NFC
อัตรากินไฟ 20 วัตต์
ความเพี้ยน THD 1%
การตอบสนองความถี่ : 80Hz – 18KHz;
มีช่องรับสัญญาณ Aux
อแด๊ปเตอร์ไฟตรง 18V 2A
ขนาด 28.8×18.7×18.8 cm

ปล ผมเขียนรีวิวหลังจากที่ได้ใช้งานมาประมาณ 1 ปี

หูฟัง Koss KSC35 ของดีราคาไม่แพง

การฟังเพลงจากเครื่องเสียงจะต้องอาศัยการเปิดผ่านลำโพงสักคู่หนึ่ง  การเปิดฟังในบ้านคนเดียวก็จะได้อรรถรสแบบหนึ่ง  แต่ถ้าอยู่นอกบ้านแต่อยากฟังเพลงก็คงไม่พ้นที่จะต้องอาศัยฟังผ่านหูฟังสักตัว  ยิ่งเครื่องเสียงแบบพกพกได้รับความนิยมมากขึ้นเท่าไร  การใช้งานหูฟังก็จะมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เครื่องเล่นเพลง  ipod เป็นเครื่องเล่นเพลง mp3 ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก  เมื่อเราซื้อเครื่องเล่น mp3 มาสักตัวหนึ่ง  สิ่งที่มักจะแถมมาให้ด้วยก็คือหูฟังนั่นเอง  ซึ่งหลายคนก็พอใจที่จะใช้งานหูฟังแถมไปเรื่อยๆ  แต่อีกหลายคนก็พยายามจะหาหูฟังที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น  เพื่อพัฒนาคุณภาพเสียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หูฟัง koss รุ่น ksc 35 เป็นหูฟังที่น่าสนใจ ลักษณะรูปร่างที่ออกแบบให้เป็นแบบแขวนใบหู ช่วยลดการกดทับ และลดการเสียบยัดลงในรูหู ทำให้การใช้งานหูฟังลักษณะนี้ไม่ค่อยมีความเจ็บ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงก็มีบุคลิกที่น่าสนใจ มีแนวเสียงที่อิ่ม ใหญ่ ให้เสียงเบสได้โดดเด่น เบสชัดมากโดยเฉพาะการฟังเพลงร็อค

IMG_1357.JPG

หูฟังแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อด้อยเป็นของตัวเอง koss ksc35 มีข้อดีในแง่น้ำเสียงที่ไม่เสียดหูเป็นจุดเด่น และใส่สบายเหงื่อไม่ออกเป็นจุดเด่นลำดับถัดมา  และสิ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวก็คือ ksc35 เป็นหูฟังที่ปล่อยให้เสียงภายนอกเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย  ทำให้เราได้ยินเสียงอื่นๆรอบตัวได้ ซึ่งบางคนไม่ชอบ  แต่ผมชอบ  เพราะมันทำให้เราได้ยินเสียงเรียกจากคนอื่น  ถ้าเราใส่หูฟังที่ป้องกันเสียงภายนอกไว้ทั้งหมด  เวลามีคนเรียก  เราก็ไม่ได้ยิน  จากการเรียกด้วยปาก ก็จะกลายเป็นขว้างของใส่เพื่อให้เรารู้ตัว  หูฟังแนวชวนขว้างของผมจะไม่อยากใช้ในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่

IMG_3231.JPG

ทดลองฟังเพลงแนวออดิโอไฟล์หลายอัลบั้มก็ให้ความไพเพราะและแนวเสียงที่สงบเสงี่ยม เบสเด้งเป็นลูกๆ  เหมาะกับเพลงโชว์เบส  ยิ่งอัลบั้มที่โชว์เสียงเบส โชว์เสียงร้องใหญ่ๆจะไปด้วยกันได้ดี  norah jones ชุด come away with me  เสียงร้องชัด แหบ และเบสเป็นชิ้นๆ  เปียโนใสและมีความเป็นเครื่องเคราะห์ฟังได้ชัดเจน  การแยกแยะมิติ ไม่ได้แม่นยำ ช่องไฟไม่ห่างชัดมาก อาจเป็นเพราะการสวมใบหูที่ไม่ได้กดทับมาก ทำให้เสียงโฟกัสยังไม่แม่นเท่าหูฟังชนิดยัดเข้าไปในหู  แต่มันเป็นเสียงที่ฟังสบายสุดๆ  ถ้าต้องฟังเพลงใส่หูฟังไม่ถอดสัก 2-3 ชั่วโมง ผมเลือกตัวนี้แน่นอน

IMG_20180825_002004

Koss ksc35  เป็นหูฟังที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมายาวนาน ผลิตครั้งแรกปี 1996  ผู้ขายคนแรกๆในไทยน่าจะเป็นมั่นคงแก็ดเก็จนำมาขายปี 2006 และในปัจจุบันที่เขียนโพสท์นี้หูฟังรุ่นนี้ก็เลิกผลิตแล้ว  และไม่มีของใหม่ให้ซื้อแล้ว  คงเหลือวนเวียนตามเว็บขายของมือสองและของเก่าเก็บจากนักเล่นบางท่านเท่านั้น  ราคาขายล็อตสุดท้ายที่พอหาได้มือหนึ่ง 1890 บาท  มือสองในช่วงเวลาเดียวกันประมาณ 1000-1200 บาท ซึ่งผมซื้อมือหนึ่งไว้ตัวนึงเก็บเอาไว้อย่างดี  และซื้อมือสองไว้ใช้อีกตัวนึง

spec

Frequency Response  15-25,000 Hz

Sensitivity                     101 dB

Impedance                    60 Ohm

update 2018

ได้ข่าวว่ามีหูฟัง ksc35 รุ่นผลิตใหม่ออกมาอีกล็อตหนึ่งในปี คศ2018 นี้  และขายในราคาเดิม 1890 บาท  ใครสนใจต้องลองสอบถามจากผู้ขายดูครับว่าพร้อมให้ซื้อหรือยัง

ขาย adaptor Digital Toslink to mini 3.5mm

IMG_1353

ขาย adapter TOSLINK to mini 3.5mm

เป็นแจ็คสำหรับเปลี่ยนหัวสี่เหลี่ยมของสายดิจิทัลชนิด optic TOSLINK ไปเป็นหัวกลม

เพื่อเสียบกับโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่อง macintosh อย่าง macbook หรือ mac mini

1 ตัวขาย 200 บาท

2 ตัว 350 บาท

มารับเอง ที่บิ๊กซีดาวคะนอง เซ็นทรัลพระรามสอง

ส่งไปรษณีย์ +50 บาท

วุฒิชัย 0819373130

อีเมล pockethifi@gmail.com

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง honda freed หลักกิโล 167453

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2559 ได้ข่าวว่ามีน้ำมันเครื่อง ปตท มีโปรโมชั่นซื้อน้ำมันเครื่องแถมลำโพงบลูทูธ  JBL รุ่น go ซึ่งเป็นลำโพงเสียงดีตัวหนึ่ง ราคาลำโพงตัวนี้ในห้างขายอยู่ 1290 บาท เห็นมาหลายเดือนแล้วแต่ก็ไม่ได้ซื้อ  พอรู้ว่าทำโปรโมชั่นกับน้ำมันเครื่อง ปตท ก็เลยซื้อน้ำมันเครื่องเพื่อเอาของแถมซะเลย

 

ผมขับรถ honda รุ่น freed ปกติการดูแลรถยนต์ก็ยกให้เป็นหน้าที่ศูนย์  เข้าศูนย์ทุกหมื่นกิโลเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ครั้งล่าสุดเปลี่ยนไปที่ 150,000 กิโลเมตร แล้วก็ลืม ทำงานเพลิน จนเลยระยะหมื่นกิโลไปเยอะมาก  ประกอบกับ ได้ซื้อน้ำมันเครื่องรุ่นโปรโมชั่น  เลยจัดการหิ้วไปเปลี่ยนที่อู่ข้างนอก ระยะหลักกิโลบนหน้าบัดคือ 167453 กิโลเมตร

 

2016-09-10_02-29-48

 

น้ำมันเครื่องรุ่นที่ใช้กับ freed เป็นสเป็คไหนก็ลืมไปแล้ว แต่รุ่นที่ซื้อมาเองเป็นของ  ปตท สเป็ค 0w-40 เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ในภาพคือ กล่องทางขวา  หาร้านแถวบ้านแล้วก็จัดการเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายก็ ค่าแรง 200 บาท ไส้กรองใช้ของที่อู่ 150 บาท รวม 350 บาท ส่วนค่าน้ำมันเครื่องแถมลำโพงก็ 1550 บาท ซึ่งมีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ปกติ น้ำมันเครื่องรุ่นนี้จะราคาประมาณ 1250 บาท ก็เท่ากับว่า เราได้ซื้อลำโพงในราคา 300 บาทเท่านั้น

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 10sep2016

 

ส่วนลำโพงก็เอาไปใช้สารพัดประโยชน์ ฟังเพลงทั่วไป ใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย เอาไปจัดเข้าชุดกับอุปกรณ์ Gadget อื่นๆอีกหลายรูปแบบ  บางวันก็พกกันอีรุงตุงนัง บางวันก็จัดมัดไปกับเครื่องเล่นเพลงชิ้นเล็กๆชิ้นเดียว เป็นความเพลิดเพลินของคนมีของเล่นเยอะ
IMG_2799

 

IMG_3022.JPG

 

เมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จ ขับออกจากอู่ ความรู้สึกของรถก็ลื่นขึ้น นิ่งขึ้น เหมือนรถหายใจหายคอได้คล่องสะดวกกว่าเดิม  ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ส่วนระยะยาวจะดีกว่าแบบเดิมไหม บางทีเมื่อเวลาผ่านไปจนระยะทางวิ่งไปถึงหมื่นกิโลเมตร เราอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วก็ได้ในความลื่นและนุ่มที่มีอยู่ในตอนนี้  แต่ยังไรก็ตาม  การได้ใช้น้ำมันเครื่องที่เกรดสูงกว่าแบบที่ศูนย์บริการรถเขาเลือกให้เราใช้ ก็ทำให้เราได้ใช้ของดีและรู้สึกสบายใจหรือพอใจมากกว่า  แค่นี้ก็พอแล้ว

 

สี่วันต่อมา

พอขับได้สัก หลายร้อยกิโล ก็สังเกตุได้ดังนี้ ตอนก่อนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เวลาที่ขับในทางด่วนว่างๆ หรือ ทางไกลว่างๆ ความเร็วเฉลี่ียของการวิ่งความเร็วในระดับที่คนขับรู้สึกพอดีไม่เร็วเกินไป เสียงลมไม่ดัง เสียงเครื่องไม่ดังเกินไป ความเร็วจะแช่อยู่ที่ประมาณ 90 กม./ชั่วโมง  แต่กับน้ำมันเครื่องตัวใหม่ พบว่าความเร็วเดินทางไกลมักจะไปแช่นิ่งๆอยู่ที่ 110 กม./ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับที่ความรู้สึกบอกว่าความเร็วเท่านี้ เสียงเครื่องดังเท่านี้ โอเค  มันก็หมายถึงเครื่องยนตน์เดินเรียบและเงียบไปถึงระดับ 110 กม./ชั่วโมง สูงกว่าน้ำมันเครื่องตัวเก่าไปพอสมควรเลย  จะบอกว่าพอใจก็ใช่ ถ้าให้ซื้อใช่อีกครั้งก็โอเคยอมรับได้ พอใจจะใช้ซ้ำในหมื่นกิโลถัดไป

 

 

 

headphoneamp ทำเองไม่ยาก

P_20150521_130132
P_20150521_130141
P_20150521_130124
P_20150521_130224

เครื่องขยายเสียงหูฟัง ถูกทำขึ้นเพื่อใช้ฟังเพลงด้วยหูฟัง แหล่งโปรแกรมที่ป้อนเข้าเครื่องขยายเสียงตัวนี้เดิมเป็นเครื่องเล่นซีดี เหตุที่ทำก็เพราะอินทิเกรตแอมป์ที่ใช้ฟังกับลำโพงนั้นไม่มีช่องต่อหูฟัง เลยต้องดิ้นรนทำระบบแอมป์หูฟังใช้งานเอง

เริ่มจากหาวงจรแบบง่ายๆ หากล่องที่ดูพอใช้ได้ แล้วก็เจาะรูใส่ช่องเสียบแจ๊คหูฟังขนาด 3.5มม. และ 1/4นิ้ว อย่างละ 1 ช่องด้านหน้า ด้านหลังเป็นขั้วต่อสัญญาณแบบ RCA ไฟเลี้ยงใช้ไฟ 12V dc วงจรขยายภายในใช้ ic ขยายสัญญาณสำเร็จรูป LM386 เป็นวงจรขยายสัญญาณ มันมีกำลังประมาณ 0.5 วัตต์ที่ความต้านทาน 8 โอห์ม ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานกับหูฟังทั่วไป

IMG_0113

แอมป์หูฟังตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อน ipod ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็ประมาณ 15 ปีแล้ว มันยังไม่เสีย ยังไม่รวน วอลลุ่มยังไม่สกปรกเลย อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้ใช้ก็ได้ เมื่อก่อนวงการหูฟังยังไม่คึกคัก โนเกียยังครองโลก หูฟังยังไม่มีความนิยมใช้งานเลย หูฟังในยุคนั้นเป็นหูฟังที่ไม่ได้ใช้กำลังมากมาย แต่มายุคนี้ ยุคปี 2015 หูฟังมากมายเปิดตัวกันราวกับดอกเห็ด หุฟังโอห์มสูงตัวท๊อปราคาแพงเป็นหมื่น หลายหมื่นมีให้ซื้อกันง่ายๆ สิ่งที่น่าภูมิใจก็คือ แอมป์ตัวนี้ขับหูฟังอย่าง sennheiser HD800 ได้ดังฟังได้สนุกมาก แม้สัญญาณรบกวนจะได้ยินอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่พอหยวนๆกันได้ เพราะค่าตัวหูฟังก็เกือบห้าหมื่น จะใช้แอมป์หูฟังตัวละห้าร้อยมาขับย่อมมีของแถมบ้างเล็กน้อย แต่ถามว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเครื่องเสียงตัวอื่น เราสามารถมีความสุขกับแอมป์หูฟังตัวนี้ได้ไหม มันก็ได้ตามอัตภาพของมันนั่นแหละ

เทคนิคการทำแอมป์หูฟังสำหรับหูฟังโอห์มสูงขับยากก็คือ ต้องใช้วงจรขยายสัญญาณที่ใช้ไฟเลี้ยงสูงๆ ยิ่งสูงยิ่งดี

lm368-audio amp
IMG_1769

จากการทดลองใช้มานาน บางวันผมก็หยิบหม้อแปลงของเครื่อง external hardisk มาใช้ มันเป็นหม้อแปลงที่เป็นระบบ switching power supply ซึ่งให้แรงดันคงที่ กระแสไฟเยอะ ขณะที่น้ำหนักเบา แต่ก็มีสัญญาณรบกวนเยอะเช่นกัน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีเสียงรบกวนปะปนออกมาตอนฟังเพลง หากใช้หม้อแปลงแนวโบราณหน่อยที่ออกแบบเป็นวงจรลิเนียร์ใช้ไดโอดเร็คติไฟร์แบบดั้งเดิม เราก็ได้หม้อแปลงที่สัญญาณรบกวนน้อยลง มีผลทำให้แอมป์หูฟังเสียงรบกวนน้อยลงไปด้วย ส่งผลตรงกับคุณภาพการฟัง

LM386 ซื้อที่นี่ได้ครับ https://s.lazada.co.th/s.QVDVK

IMG_0253

รีวิว nad dac1

IMG_0451.JPG

nad dac1 เป็น wireless dac ของ nad ที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาการเชื่อมต่อที่ยุ่งยาก  ตัวส่งสัญญาณ เป็น usb ตัวรับสัญญาณเป็นกล่องที่มีภาค Dac ให้สัญญาณเป็น L R และ มี coaxial out ให้อีกด้วย กล่องภาครับนี้ใช้ไฟเลี้ยง 5Vdc นักเล่น DIY สามารถสนุกกับมันได้ด้วยการทำเพาเวอร์ซัพพลายแบบคุณภาพสูงแทนตัวที่แถมมา เพราะตัวที่แถมเป็น switching ครับ หรือบางคนจะใช้ถ่านไฟฉาย หรือจะใช้ powerbank มาจ่ายไฟก็ไม่มีปัญหา

IMG_0452.JPG

การใช้งานเบื้องต้นก็คือ ฝั่ง usb เอาไปเสียบกับคอมฯ ใช้ os เป็น windows xp ก็ทำงานได้ลื่นๆ ไม่ต้องลงไดรเวอร์ ลองใช้กับ mac mini osx 10.6 ก็ใช้งานได้ดีครับ ไม่ต้องลงไดรเวอร์เช่นกัน ความเรียบง่ายของ usb ที่ nad ออกแบบมามันเสียบแล้วเล่นได้เลยจริงๆ

IMG_0453.JPG

ผมลองใช้กับเครื่องคอมฯ nettop ที่มี output เป็น Hdmi และ optical ปกติเวลาจะเลือกใช้ช่อง digital ต้องมานั่งงมกันว่าจะตั้งค่าเมนบอร์ดอย่างไรให้เสียงออก optical ไม่ต้องออก hdmi พอเซ็ทไปก็ลืม อีกหลายเดือนจะให้เสียงออก Hdmi ไม่ต้องออก optical ก็ต้องไปงมหาอีก มึนกันไปหลายนาที แต่ usb ของ nad dac1 ตัวนี้ เสียบแล้ว มันเสียงออกที่ตัวรับเลย ง่ายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

IMG_0461.JPG

ผมมีคอมฯใช้งานอยู่ 3 ตัว คือ
nettop manli ใช้ cpu atom d525 มี hdmi และ optical out os xp อีกตัวเป็น dell zino ซีพียู amd จำรุ่นไม่ได้ มี hdmi out os xp

อีกตัวเป็น mac mini 2.4Ghz มี hdmi out และ optical out 10.6 ทุกตัวผมใช้ nad dac1 ได้หมดเลยไม่มีปัญหา  ที่สำคัญคือ ทุกตัวให้เสียงเหมือนกันครับ โดยเฉพาะ nettop manli ที่คุณภาพบอร์ดมีสัญญาณรบกวนมหาศาล คงเป็น defect จากโรงงาน ฟังอนาลอกจากช่องหูฟังไม่ได้เลย มีแต่เสียงเดือดปุดๆ ไม่มีเสียงที่อยากฟังเลย ต้องฟังเป็น optical out หรือ hdmi เท่านั้น

ใช้อยู่หลายวันก็ลองสนุกกับ android บ้างครับ ผมมี samsung note8 อยู่ เลยไปเอาสาย usb otg มาเสียบบน note8 แล้วเอา usb dac1 มาเสียบต่ออีกที ผลก็คือ เสียงออกไปที่ตัวรับเช่นกัน และเสียงดีเหมือนกันด้วย เรียกได้ว่า ใครอยากให้ android เสียงดีขึ้น ต้องลองเสียบสาย usb otg แล้วมาลองเสียบกับ nad dac1 ครับ

ที่ตัวรับมีช่องสัญญาณ digital out ให้เล่นด้วย แต่ผมยังไม่ได้ลอง  คิดล่วงหน้าว่าใครใช้ smartphone หรือ tablet แล้วอยากให้มี digital out
ลองใช้ nad dac1 เป็นตัวดึงสัญญาณก็ได้นะครับ น่าจะทำงานได้

IMG_0819.JPG

ระดับการทำงานของ nad dac1 อยู่ที่ 16bit 48K ครับ ใครอยากได้สูงกว่านี้ต้องไปดูตัวอื่น  แต่สำหรับผมแค่นี้ก็พอเพียงสำหรับการฟังเพลงที่ผมมีอยู่ 99% แล้ว เพราะไม่เคยซื้อเพลงที่มีความละเอียดสูงกว่านี้เลย ส่วนใหญ่ซื้อแต่แผ่น CD กับ แผ่นรวม mp3 ตามห้างเท่านั้น

บุคคลิกเสียงของ dac1 จะมาแนวอิ่มๆ ใหญ่ๆ ความนิ่งค่อนข้างดี เทียบกับความทรงจำแล้ว dac ระดับกลางๆ หมื่นกว่าบาทจะให้เสียงที่ใสพอๆกัน แต่ nad จะให้เบสเยอะกว่า เหมือนกับว่าจูนเสียงมาให้ถูกหูกว่า เสียงของ nad dac1 ตัวนี้ไม่สากหู ไม่ระคายเคือง ไม่บาด ไม่กระจอก คุณภาพเสียงระดับนี้เปิดฟังแล้วไม่อายใคร พาเพื่อนมาสุมหัวฟังได้ ใช้รับแขกได้ แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือระบบไร้สายที่แสนสะดวกสบายครับ การเชื่อมต่อที่ง่าย ต่อติดเสมอ ไม่กระเพื่อม ไม่สะดุด มันทำให้การฟังเพลงไร้สายเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมาพร้อมกับคุณภาพระดับสูง ดีกว่าการใช้ bluetooth เยอะ เพราะ bluetooth ที่ผมเจอมักจะรวน สายเข้า เสียงก็หลุดแล้ว

การทดสอบทั้งหมดใช้สายแถมในกล่อง ตั้งแต่หม้อแปลง สาย usb และสายสัญญาณสตอริโอ ไม่มีสาย digital แถมมานะครับ คุณภาพสายแถมก็เป็นแบบแดงดำที่ดูแล้วน่าจะราคาประมาณ 20-30 บาท เบิร์นเครื่องไป 10 วันต่อเนื่องแล้วไม่ปิดเลย ไม่มีปัญหาการค้าง ไม่มีเสียงหาย ไม่ร้อนเลย มีแค่คอมฯที่ใช้เปิดเพลงเท่านั้นที่อุ่นๆ ผมว่าถ้าเราหาคอมฯที่ไม่มีพัดลมมาใช้ได้ น่าจะทำให้ห้องฟังสงัดยิ่งยวดเลย การใช้งานกับ tablet อาจจะเป็นคำตอบที่ดีก็ได้นะครับ

ข้อมูลภายใน ข้อมูลทางไฟฟ้า ผมขอไม่พูดถึงละกันน่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก หลังๆผมไม่ค่อยสนใจเรื่องสเป็คเหล่านี้เท่าไหร่ เพราะเครื่องเสียงต้องวัดกันที่ตอนฟัง สเป็คมีไว้ดูคร่าวๆว่ามันเล่นอะไรได้ เล่นอะไรไม่ได้ เล่นได้แล้วดีหรือไม่ดี ถูกใจหรือไม่เราต้องปิดคู่มือแล้วฟังกันเท่านั้น

สิ่งที่ผมอยากให้ nad ทำขายเพิ่มเติมสำหรับ dac1 ก็คือ ตัวส่ง usb แบบแยกซื้อครับ เพราะระบบของ dac1 มีตัวเลือกส่งข้อมูลได้ 3 ช่อง คงออกแบบมาเพื่อป้องกันการรบกวนกัน เราน่าจะใช้ select ที่กล่องรับเพื่อเลือกรับแหล่งโปรแกรมได้ 3 ชุด ตามช่องดาต้าที่มีให้เลือก ผมก็เลยอยากได้ usb ซื้อเพิ่มเพื่อใช้งานกับคอมฯตัวอื่นๆบ้าง

รีวิว ลำโพงบลูทูธ sony btx300

20141224094419_IMG_0045

ลำโพงบลูทูธเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆตามติดไปกับยอดขายของสมาร์ทโฟนและแท็บเบล็ตที่ยึดตลาดไอทีไว้แล้ว แม้ลำโพงระบบบลูทูธจะมีมาหลายปี แต่คุณภาพของลำโพงระบบบลูทูธเพิ่งจะมีการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดเมื่อไม่นานมานี้ ย้อนกลับไปก็น่าจะเป็นลำโพงของ bose รุ่น soundlink ที่ทำลำโพงบลูทูธมีแบตเตอรี่ในตัวออกมาซึ่งมีคุณภาพเสียงที่ดีมากจนผู้ใช้เริ่มอยากได้ และทำให้ตลาดลำโพงบลูทูธนี้ร้อนแรงขึ้นทันที

20141224094333_IMG_0042

เมื่อก่อน การทำลำโพงเล็กๆให้สามารถส่งเสียงเบสได้ดีเกินตัว จะใช้เทคนิคการประมวลผลของ DSP มาช่วยแบ่งความถี่เสียงออกด้วยสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และสร้างความถี่ฮาร์โมนิคหลายๆลูกเพื่อทดแทนการสร้างความถี่ต่ำตัวจริง เพื่อให้ลำโพงสามารถถ่ายทอดเสียงต่ำได้ราวกับว่ามันเป็นซับวูฟเฟอร์หรือเป็นดอกลำโพงขนาดใหญ่

20141224094340_IMG_0043

ผมเคยมีลำโพงบางๆที่เป็นระบบบลูทูธ มันสามารถให้เสียงกลางแหลมที่พอใช้ได้ และมีเสียงเบสที่พอทนฟังได้ ถ้าเราฟังแค่ลำโพงตัวนี้ตัวเดียวเราก็คงพอใจกับมัน แต่พอเรากลับไปฟังเครื่องเสียงบ้าน เราก็จะค้นพบว่า เสียงเบสที่เราฟังกับลำโพงบลูทูธตัวบางๆตัวนั้นเป็นเสียงเบสที่ไม่เป็นธรรมชาติ จนวันหนึ่ง bose ออกแบบลำโพงบลูทูธเอง และได้ใช้เทคนิคการสร้างคลื่นความถี่ต่ำด้วยระบบ passive radiator เป็นผลทำให้คุณภาพเสียงออกมาดีมาก ฟังผ่านๆแล้วรู้สึกว่ามันใกล้เคียงลำโพงบ้านแล้ว นั่นทำให้ลำโพงบลูทูธเริ่มได้รับความสนใจ และในเวลาไม่นาน ลำโพงทุกยี่ห้อก็ทำลำโพงบลูทูธออกสู่ตลาด

20141224094537_IMG_0050

ณ เวลานี้ที่กำลังจะหมดปี คศ 2014 ลำโพงบลูทูธขนาดพกพาได้ที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเสียงดีจะเป็นลำโพงที่มีลักษณะการออกแบบให้เป็นระบบ 2.1 กันเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะการสร้างความถี่ต่ำด้วยระบบซับวูฟเฟอร์แท้ๆนั้นให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า เป็นธรรมชาติกว่าการประมวลผลที่ใช้ DSP แบ่งความถี่ต่ำออกเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่สูงขึ้นหลายๆลูกแล้วค่อยนำมารวมกันในตอนสร้างคลื่นเสียง ระบบเสียง 2.1 ในลำโพงพกพาจึงสร้างความพอใจได้ และทำให้ขายดีมาก

ลำโพงที่เราเอามาลองฟังกันในวันนี้เป็นของ sony รุ่น btx300 เป็นลำโพงพกพา มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้ไฟเลี้ยง 12.5โวลท์ มีช่องรับสัญญาณเสียงแบบ Aux และ bluetooth มีปุ่มปรับเสียงให้เลือกลักษณะเสียง 3 แบบ มีช่องต่อสาย usb out ที่ทำหน้าที่จ่ายไฟแต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอ่านไฟล์จาก thumbdrive ได้ และที่สำคัญคือ มีระบบ NFC เอาไว้ให้ใช้ช่วยติดตั้งได้ง่ายขึ้น

ในกล่องจะมีเพียงแค่ตัวลำโพง อแด๊ปเตอร์ ซองผ้ากันกระแทก และคู่มือเท่านั้น ไม่มีสายสำหรับ Aux มาให้ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธทำได้ไม่ยาก แถมยังมีระบบ NFC ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดตั้งเข้ากับอุปกรณ์ที่มี NFC ด้วยกันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

20141224094526_IMG_0049

btx300 เป็นลำโพงที่มีขาตั้งในตัว ขาตั้งด้านขวาจะต้องกางออกมาเพื่อเปิดให้กดปุ่ม power ได้ และจะต้องกางแบบนี้ตลอดการทำงาน ถ้าเราหุบขาต้้งเครื่องก็จะปิดตัวเองไปด้วย วัสดุที่ใช้ประกอบตัวลำโพงให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ไม่มีคำว่าก๊องแก๊ง การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้ง่าย ลำโพงสามารถใช้พูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วยเพราะมีไมค์รับเสียงในตัว ผมลองเชื่อมเข้ากับมือถือ Asus Zenphone5 และ tablet Samsung note8 ก็สามารถเชื่อมได้ง่ายทั้งคู่ ลองกับโน้ตบุ๊คที่มีระบบ NFC ก็ทำได้ง่ายดายเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา notebook acer w511 ของผมเป็นโน้ตบุ๊คที่ผมไม่เคยเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อฟังเพลงผ่านหูฟังบลูทูธได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่พอเชื่อมกับ sony btx300 ด้วยการสัมผัสแบบ NFC กลับทำได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้ผมรับรู้ได้ว่าระบบ bluetooth ในโน้ตบุ๊คไม่เสีย

20141224094445_IMG_0046

คุณภาพเสียงของ btx300 อยู่ในเกณฑ์ที่เสียงดี การฟังเพลงผ่าน btx300 ไม่สร้างความรำคาญใดๆให้กับผู้ฟัง เสียงกลางแหลมที่คมชัด เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับลำโพงเล็กๆในยุคนี้ ส่วนเสียงเบสหรือเสียงทุ้มมาในแนวนุุ่ม น่าฟังมาก ไม่กี่วินาทีที่เสียงเพลงเล่นออกมา เราก็รับรู้ได้ถึงเสียงเบสที่กลมกล่อม ระบบ 2.1 ทำงานได้สมราคา คุณภาพเสียงโดยรวมให้ความรู้สึกน่าฟังมากกว่าลำโพงเล็กๆทั่วไป การจัดวางลำโพง btx300 ต้องพิถีพิถันพอสมควร เพราะมันให้เสียงที่เปลี่ยนไปเมื่อย้ายที่วาง วางบนหิ้งหรือโต๊ะไม้ก็เสียงแบบหนึ่ง บางบนพื้นกระเบื้องพื้นปูนก็อีกแบบหนึ่ง

btx300 มีปุ่มปรับเสียงให้ 1 ปุ่ม เมื่อเปิดเครื่องมาปกติ จะเป็นเสียงแบบที่หนึ่งหรือเสียงแบบ flat ซึ่งก็จะให้เสียงเบสที่พอใช้ได้แล้วสำหรับเพลงส่วนใหญ่ แต่หากไม่พอใจก็สามารถกดเพื่อเปลี่ยนเสียงให้มีเบสเยอะขึ้น เสียงเบสนุ่มใหญ่ก็จะเหมือนพองตัวใหญ่ขึ้น และถ้ากดอีกครั้งจะเป็นเสียงระบบเซอราวด์ มีเสียงแอมเบี้ยนส์และย่านเสียงสูงโอบล้อมมากขึ้นหากเรานั่งฟังหน้าตรงกับลำโพง ปุ่มปรับเสียงนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราย้ายที่วางลำโพง เพราะแต่ละที่จะมีการตอบสนองของเสียงไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้สึกว่าเสียงบางเราก็กดปุ่มเพิ่มเบส แค่นี้เราก็ได้เสียงที่ดีขึ้นแล้ว

ข้อดีคือ เสียงดี แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง มีซองผ้ามาให้แล้วไม่ต้องซื้อเพิ่ม มีปุ่มปรับเสียงเพิ่มเบสได้ มีช่อง usb ที่จ่ายไฟได้ 1 A ใช้แทน powerbank ได้

ข้อเสียที่พบก็คือ มันมีขนาดใหญ่กว่าลำโพงพกพาของยี่ห้ออื่น น้ำหนักก็ค่อนข้างหนักมาก ถ้าจะต้องหิ้วติดตัว ใส่เป้ มันก็เป็นภาระพอสมควรเลย แต่ถ้ามันถูกใช้งานในบ้าน ย้ายไปมาระหว่างห้องบ้าง มันก็ยอดเยี่ยมครับ

P_20150513_103132

spec

GENERAL

Bluetooth Profiles

Advanced Audio Distribution Profile (A2DP), Audio/Video Remote Control Profile (AVRCP), Hands-Free Profile (HFP), Headset Profile (HSP)

Audio System Nominal Output Power (Total)

20 Watt

Frequency Response

20 – 20000 Hz

Connectivity Technology

wired, wireless

Rechargeable Battery

rechargeable

Run Time (Up To)

8 hour(s)

Power Consumption Operational

31.5 Watt

Power Source

battery

USB charging

Connectivity Interfaces

Bluetooth 3.0, Near Field Communication (NFC)