moserv นักออกแบบซอร์ฟแวร์

ในยุคปัจจุบันที่โลกเราเต็มไปด้วยระบบ AI และ โซเชียลเน็ตเวิร์คที่ครอบครองพื้นที่ในอินเทอเน็ตไปเกือบทั้งหมด  ชีวิตคนเราต้องเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ในช่องทางใดช่องทางหนึ่งเสมอ  ภาคธุรกิจจะทำงานไม่ได้เลยถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์และ application นั่นทำให้อาชีพหนึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก และเป็นอาชีพที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจได้อย่างมหาศาล  และแทบจะเป็นหัวใจของการทำงานยุคอินเทอเน็ตไปแล้ว นั่นคืออาชีพโปรแกรมเมอร์

โมเซิร์ฟเป็นบริษัทผลิตซอร์ฟแวร์ในหลายแพล็ตฟอร์ม  ซอร์ฟแวร์คือสิ่งที่ขับเคลื่อนธุรกิจ  หากเรามีซอร์ฟแวร์ที่ดีก็จะเหมือนเรามีเครื่องมือที่ดีในการแข่งขัน  และการได้มาซึ่งซอร์ฟแวร์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับธุรกิจของแต่ละคนก็จะต้องเป็นซอร์ฟแวร์ที่ถูกพัฒนาจากคนที่ทำงานเขียนโปรแกรมด้วยความเข้าใจและออกแบบอย่างปราณีต

โม หรือ ชิตสกุณ  คือเจ้าของบริษัทโมเซิร์ฟ  เริ่มต้นชีวิตการเขียนโปรแกรมจากการสังเกตและตั้งคำถามที่น่าสนใจ  นั่นคือตอนที่ได้หัดใช้คอมพิวเตอร์และได้รู้จักซอร์ฟแวร์ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า เวิร์ดราชวิถี ซึ่งเป็นซอร์ฟแวร์ที่ใช้พิมพ์ข้อความ พิมพ์บทความต่างๆแทนเครื่องพิมพ์ดีดและดินสอปากกา  ก่อนที่โลกเราจะมีไมโครซอร์ฟเวิร์ดด้วยซ้ำ  โมรู้สึกว่า เวิร์ดราชวิถีเป็นซอร์ฟแวร์ที่น่าทึ่งและต่อมาก็ได้รูัว่าซอร์ฟแวร์ตัวนี้ถูกพัฒนาโดยคุณหมอ  ความสงสัยที่เกิดขึ้นตามมาคือมันจะเป็นยังไงถ้าซอร์ฟแวร์จะถูกพัฒนาด้วยคนที่ศึกษาและเรียนมาเป็นโปรแกรมเมอร์อย่างจริงจัง  จะทำให้ซอร์ฟแวร์ที่สร้างขึ้นมีความยอดเยี่ยมได้อีกแค่ไหน  นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเป็นโปรแกรมเมอร์

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยโมเริ่มเรียนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม  เริ่มด้วยภาษาปาสคาล  ก่อนหน้านี้ก็ทดลองเขียนโปรแกรมมาบ้าง สมัยปี 1 ก็เห็นเพื่อนเล่นเกมส์  แคร็กข้อมูลเกมส์เพื่อแก้ไข โกงเกมส์บ้าง เอาชนะเกมส์บ้าง  เลยจับกลุ่มกันเล่นเกมส์   ในกลุ่มมีการแบ่งกันรับผิดชอบ  ตกลงกันว่าต่างคนต่างศึกษา  โมรับผิดชอบภาษาปาสคาล  เพื่อนคนอื่นไปศึกษาภาษาซี  แล้วนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน

สมัยวินโดส์ 95  อาจารย์เห็นว่าโมมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ที่พอจะแบ่งปันกับผู้อื่นได้  อาจารย์เลยแนะนำให้ลองไปเขียนบทความลงหนังสือซีเอ็ดซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนแนววิชาการเข้มข้น  โมก็ได้เขียนอยู่ 3 บทความ  การได้ลองเขียนแล้วได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือ  เกิดเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจทำให้เริ่มมีความมั่นใจในเรื่องคอมพิวเตอร์มากขึ้น  และเริ่มเห็นความสำคัญในการถ่ายทอดความรู้  เพราะได้พบกับบทความเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย  และขณะเดียวกันก็มีบางคนที่เขียนแล้วเข้าใจยาก  ทำให้รู้ว่าศิลปะการถ่ายทอดมีความสำคัญมากเช่นกัน  ก่อนจะเรียนจบก็ทำโปรเจ๊คเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมมัลติทาสก์  ทำโปรแกรมหมุนรูปเลขาคณิตเพื่อสร้างภาพในจอ ความรู้จากเทคนิคนี้ในหลายปีต่อมาก็ถูกนำไปใช้สร้างระบบการ Report หรือทำเป็น Data visualizer

สมัยเรียนยังได้ทำโปรเจ๊ค Computer Telephony โดยเน้นไปที่ระบบที่เรียกว่า interactive voice response หรือ ivr  เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถรับสายโทรศัพท์ได้อัตโนมัติ พร้อมมีเสียงตอบรับเพื่อให้ผู้ใช้เลือกกดเบอร์โทรติดต่อภายใน  และได้เอาไปใช้กับระบบโทรศัพท์ของมหาวิทยาลัย  ซอร์ฟแวร์ ivr ทำงานบนระบบปฏิบัติการดอส (Dos)  ในยุคสมัยนั้นการเขียนระบบมัลติทาสก์หรือระบบที่ทำงานได้หลายอย่างพร้อมกันบนดอส เป็นเรื่องยากมาก  เพราะเครื่องมือ (Software Development Kit) ส่วนมากที่จะช่วยเหลือผู้พัฒนาจะมีให้ใช้แค่บนระบบปฏิบัติการวินโดส์เป็นส่วนใหญ่  นั่นทำให้การพัฒนาซอร์ฟแวร์บนดอส เป็นงานที่โดดเดี่ยว ไร้ผู้ช่วย แต่ก็ทำจนสำเร็จ ได้ใช้งาน

รุ่นพี่ได้มาเห็นฝีมือเลยชวนไปทำงาน บริษัท BEL  ไปทำงานเขียนโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการยูนิกส์ (unix) เลยได้เขียนโปรแกรมที่เชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ควบคุมระบบการทำงานต่างๆของเครื่องจักร เช่น ระบบจ่ายไฟ  ควบคุมเครื่องรดน้ำต้นไม้  ควบคุมแขนกลของหุ่นยนต์  โปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องจักร CNC  การเขียนโปรแกรมควบคุมฮาร์ดแวร์เหล่านี้เป็นประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียนที่มีประโยชน์มาก  เพราะได้เรียนรู้ภาษาระดับที่เข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้โดยตรง  นั่นทำให้ทักษะการเขียนโปรแกรมได้พัฒนาขึ้นไปอีก

เรียนจบก็สมัครงานกับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งหนึ่ง  ได้รับตำแหน่งการทำงานเป็น system analyst   เป็นงานโปรแกรมเมอร์ชนิดหนึ่ง  ยุคนั้นเป็นบริษัทในเครือสามารถคอร์เปอเรชั่น  บริษัทนี้เช่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจากรายใหญ่ แล้วแบ่งแบนด์วิดธ์มาให้บริการลูกค้าในยี่ห้อ hello1800  โดยในการให้บริการ  เวลาคิดค่าบริการเจ้าของเครือข่ายจะส่งข้อมูลการใช้งานให้ hello แล้วโมต้องนำไฟล์เหล่านั้นมาคิดคำนวนค่าใช้จ่าย  หรือแม้แต่เวลามีปัญหาที่ตำรวจต้องการข้อมูลการโทร ก็ต้องเขียนโปรแกรมไปดึงบันทึกการใช้งานของเบอร์เป้าหมายมาให้ตำรวจ  นั่นคือการได้เริ่มทำงานกับ database ขนาดใหญ่นั่นเอง  

เรื่องน่าสนใจก็คือการคิดค่าโทรต้องดึงข้อมูลจากล็อกไฟล์แล้วมาคิดเงิน  ซอร์ฟแวร์คิดเงินตัวนี้เป็นของรัสเซีย ค่าซอร์ฟแวร์ 1 ล้านเหรียญ และทุกค่ายมือถือก็จำเป็นต้องใช้ซอร์ฟแวร์ตัวนี้  นั่นคือการจุดประกายว่าธุรกิจซอร์ฟแวร์น่าสนใจมาก

ทำงานอยู่สองปีก็มีบริษัทใหญ่มาเทคโอเวอร์  โมเลยถูกบริษัทแม่ดึงตัวไปอยู่อีกหน่วยงานหนึ่ง  ไปทำงานวงการประกันภัย  ตอนนี้ได้อยู่กับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเดิมนั่นคือข้อมูลประกันภัยรถยนต์  ได้ทำระบบประมวลผล ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (mis)  ทำ report ต่างๆ  บริษัทประกันภัยแม้จะมีระบบอยู่แล้ว  แต่ก็ยังต้องการซอร์ฟแวร์เพิ่มเติม  โมเลยได้ทำงานกับฐานข้อมูลระดับโลกอย่าง Oracle  และ Db2  

ในเวลาต่อมาโมถูกชวนไปทำงานกับบริษัทให้บริการมือถือในสิงคโปร์ ด้วยลักษณะงานคือไปเช่าเครือข่ายท้องถิ่น แล้วนำมาให้บริการโทรศัพท์   ต้องทำการตลาดเอง  คิดค่าบริการเอง เก็บเงินเอง  ตอนไปทำงานระบบนี้ ก็ได้ทำระบบคิดเงิน (billing)  ระบบข้อความสั้น (sms alert system)  การได้เริ่มวางแผน เขียนโปรแกรมการทำงานทุกอย่างของธุรกิจสื่อสาร ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างมากและเป็นต้นทุนที่สำคัญที่ทำให้ได้รับโอกาสที่ใหญ่ขึ้นในเวลาต่อมา

จนวันที่กลับเมืองไทย และหางานทำในประเทศ ก็ได้งานในการดูแลเว็บวาไรตี้แห่งหนึ่ง  เหตุผลที่ได้งานก็เพราะมีประสบการณ์การทำงานต่างประเทศและมีทักษะการเขียนโปรแกรมระดับใหญ่ๆมาแล้ว  จากนั้นไม่นานก็ย้ายไปร่วมงานกับ Leonics

ที่ทำงานใหม่ให้พัฒนาระบบ Erp โดยเน้นไปที่ระบบมอนิเตอร์การทำงานของโซล่าฟาร์ม  ต้องแสดงผลสถานะ ตัวเลขและข้อมูลทุกชนิดที่ธุรกิจพลังงานอยากเห็น  การสร้างระบบการแสดงผลที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ได้ใช้เครื่องมือเดิมที่เคยมี  ต้องพัฒนาโปรโตคอลการสื่อสารเองทุกอย่าง  ผลก็คือมีระบบการมอนิเตอร์ที่ทันสมัย  เป็นห้องวอร์รูมที่มีการแสดงผลระดับที่สวยงามเหมือนห้องควบคุมที่เราเคยเห็นในภาพยนต์ต่างประเทศ 

มีการย้ายงานอีกครั้ง  ไปอยู่บริษัท  M touch เป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบมือถือ  เนื่องจากบริษัทได้เห็นเรซูเม่ (Resume) จาก head hunter เลยอยากได้ตัวมาทำงาน  ตอนเข้าไปทำงาน ได้โชว์ผลงานที่เคยทำให้ดู  CTO ( Chief Technology Officer) ได้เห็นความยากของงานต่างๆและเข้าใจได้ว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก  โมเริ่มงานในตำแหน่ง Software Engineer  ต้องเขียน Daily Report ทุกวัน  ตอนเข้าไปทดลองงานก็มีสัญญา 6 เดือน  เป็นตำแหน่ง senior บังเอิญมีจังหวะที่ต่างประเทศมีปัญหากับฐานข้อมูล  และโมทำงานแก้ปัญหาได้ โดยที่คนอื่นในทีมในบริษัททำไม่ได้   ทักษะการเขียนโปรแกรมติดต่อกับฐานข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่แตกต่าง  คนอื่นทำงานครึ่งวันแล้วไม่จบ  แต่โมทำได้ภายใน 30 วินาที  เลยได้รับการยอมรับ และได้โปรโมท สุดท้ายได้ไปเป็น Regional ดูแล 3 ประเทศ  และได้ไปประจำอยู่ฮ่องกง  

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา  โม  รู้วิธีบริหารธุรกิจหลายอย่าง และทำซอร์ฟแวร์ได้เกือบทุกอย่างในบริษัทเทคโนโลยี ทำให้ได้รับการสนับสนุนให้ออกมาเปิดบริษัท แม้จะมีความไม่กล้าไม่มั่นใจอยู่บ้างก็ตาม  จนในที่สุดก็เกิดเป็นบริษัทโมเซิร์ฟ  โดยโมบริหาร  เป็นบริษัทที่ให้บริการในการสร้างซอร์ฟแวร์ เริ่มต้นจากบริษัทที่มีโปรแกรมเมอร์คนเดียว  ปัจจุบันโมเซิร์ฟทำงานมีโปรแกรมเมอร์และพนักงานซัพพอร์ตรวม 20 คน  ที่นี่โมตั้งใจจะไม่ใช้คนเยอะ  เพราะงานซอร์ฟแวร์ใช้สมองมากกว่ากำลังคน  แม้คนจะไม่มากแต่โมเซิร์ฟก็สามารถเขียนซอร์ฟแวร์ให้ผู้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้  รวมถึงสามารถออกแบบ Erp ให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้าได้ด้วย  เพราะงานที่ทำคือประสบการณ์ตรงที่เคยผ่านมาแล้วทั้งหมด

โมเซิร์ฟได้รับความไว้วางใจจากธนาคารด้วย  โดยได้รับโปรเจ็คสร้างระบบ Telesale ซอร์ฟแวร์จะต้องรัดกุมและไม่ล่ม  มีกล้องวงจรปิดมอนิเตอร์ห้องทำงาน Telesale ตลอดเวลา  ก่อนจะเริ่มโปรเจ็คนี้จะต้องตอบแบบสอบถามจากธนาคารเป็นพันข้อ  เพื่อความมั่นใจว่ามีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการ  เพราะธนาคารจะมีหน่วยงานควบคุมคุณภาพซอร์ฟแวร์โดยเฉพาะ และโมเซิร์ฟผ่านทุกเงื่อนไข

โมเซิร์ฟเชื่อว่าการเขียนซอร์ฟแวร์มีความสวยงามของมันอยู่  แต่คนทั่วไปมักตัดสินคนที่ความสำเร็จทางธุรกิจ  ไม่ได้สนใจในด้านของการพัฒนาซอร์ฟแวร์อย่างถูกต้องถูกทาง  วงการซอร์ฟแวร์มีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง  งานวิจัยซอร์ฟแวร์ไปไกลมาก ถ้าจะเทียบกับดาวพลูโตซอร์ฟแวร์โซเชียลเน็ตเวิร์คที่กำลังฮิตกันอยู่ถือว่าอยู่แค่บรรยากาศของโลกเท่านั้น  พลังของซอร์ฟแวร์ยังมีอีกมากรอเพียงเวลาที่จะนำออกมาใช้

อย่างเช่น ศาสตร์ของระบบ AI ก็เป็นการสร้างความฉลาดให้คอมพิวเตอร์ด้วยโครงสร้างวิธีคิดแบบมนุษย์  ปัจจุบันสามารถเขียนโปรแกรมให้คิดเหมือนคนได้แล้ว  สมมุติว่าถ้ามนุษย์เรามีความรู้ 100 อย่าง แล้วเอาสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นความรู้ใหม่  วิธีการนี้วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ก็ทำได้แล้ว  ในสายวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าคอมพิวเตอร์ฉลาดมาก ไม่มีอะไรที่คอมพิวเตอร์ทำไม่ได้

มนุษย์อาจจะใช้เวลาทำโจทย์แก้ปัญหาบางอย่างประมาณ 1 ชั่วโมง  ส่วนคอมพิวเตอร์ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องฮาร์ดแวร์  คอมพิวเตอร์ก็สามารถแก้ปัญหานั้นได้ไม่ต่างกับคน แต่จะเร็วกว่ามากจนเหมือนเป็นความมหัศจรรย์

ปัจจุบัน โมเซิร์ฟ ชำนาญการสร้าง application ทั้งในเวอร์ชั่นบนระบบคอมพิวเตอร์และในระบบ mobile  รวมถึงสร้างระบบ Erp ที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อให้บริษัทไม่ต้องเสียเงินซื้อแพ็คเกจใหญ่ที่ไม่จำเป็น  และการทำงานกับ Erp เจ้าของธุรกิจควรจะได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนที่จะตัดสินใจเลือก  เพราะการการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่พัฒนาและติดตั้งไปแล้วจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ต้องเสียเวลาเรียนรู้และอบรมพนักงานกันใหม่  เวลาและทรัพยากรที่เคยทุ่มเทให้ระบบเก่าจะกลายเป็นสูญเปล่าเมื่อจะเปลี่ยน Erp   ดังนั้นการตัดสินใจในวันแรกบนความเข้าใจที่ถูกต้องโดยมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องซอร์ฟแวร์ให้คำปรึกษาจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

ข้อมูลโดย

ชิตสกุณ ศุภศรี
Chitsakun Suphasri

https://th.moserv.co.th/home/

พาลูกหัดเล่นเทนนิส

IMG_0743

คลิปนี้เป็นคลิปการตีเทนนิสของ Nadal สำหรับการฝึกตีอย่างถูกต้องตามสไตล์ของเขา เจ้าของคลิปล็อคไว้ไม่ให้แชร์ในเว็บ แต่ให้เข้าไปดูใน youtube ได้เท่านั้น

คลิปวิดีโอการตีเทนนิสของ Rafael Nadal

ประวัติคร่าวๆจาก wikipedia

นาดัลเกิดที่เมืองมาจอร์กา ประเทศสเปน เป็นบุตรของนายเซบาสเตียน เจ้าของบริษัทประกันภัย และนางอนา มาเรีย ปาเรรา เขามีน้องสาวคือ มาเรีย อิสซาเบล[18] ลุงของเขา มิกูเอล แองเจิล นาดัล เป็นนักฟุตบอลทีมชาติสเปนต้องการให้นาดัลเป็นนักฟุตบอล ในขณะที่ลุงอีกคน โตนี นาดัล เป็นนักเทนนิสอาชีพ และได้แนะนำให้นาดัลเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 3 ขวบและทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนของเขา แท้จริงแล้วนาดัลเป็นคนที่ถนัดขวา โดยเขาใช้ชีวิตประจำวันด้วยมือขวา[19] แต่ถูกฝึกให้ตีเทนนิสด้วยมือซ้ายตั้งแต่เด็ก เนื่องจากลุงโตนีต้องการสร้างอาวุธที่แตกต่างให้กับเขาเพื่อเป็นข้อได้เปรียบ[20]

จากการที่มีคุณลุงสองคนเป็นผู้มีความสามารถทางฟุตบอลและเทนนิส ส่งผลให้นาดัลมีความรักในกีฬาทั้งสองและได้ฝึกฝนกีฬาทั้งสองไปพร้อมกัน[21] โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ลุงโตนีได้มองเห็นถึงพรสวรรค์ของนาดัลคือเมื่อตอนเขาอายุ 8 ขวบ เขาคว้าแชมป์เยาวชนรุ่นอายุต่ำกว่า 12 ปี ได้พร้อม ๆ ไปกับการเป็นนักฟุตบอลระดับจูเนียร์ ลุงโตนีจึงเข้มงวดในการซ้อมให้กับเขามากขึ้น เมื่ออายุ 12 ปี นาดัลสามารถชนะเลิศเทนนิสหลายรายการ และยังคงเล่นเทนนิสและฟุตบอลไปพร้อมกัน[22] พ่อของเขาไม่ต้องการให้การเรียนของเขาได้รับผลกระทบจากการเล่นกีฬามากจนเกินไป จึงให้เขาเลือกเล่นระหว่างเทนนิสและฟุตบอล ซึ่งท้ายทื่สุดนาดัลก็ได้เลือกเล่นเทนนิส และในปี 2002 นาดัลก็ได้ก้าวขึ้นสู่ 50 อันดับแรกของโลกในวัยเพียง 16 ปี

ขอบฟ้า ป4 ทำการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ

IMG_5939

คุณครูให้โจทย์ว่าจะต้องสัมภาษณ์คนในบ้านตามหัวข้อที่กำหนด ขอบฟ้าเลือกสัมภาษณ์แม่เกี่ยวกับของเล่นและกีฬา ถ่ายคลิปโดยพ่อ ใช้มือถือติดบนขาตั้งกล้อง ใช้ไมค์ไร้สายแบบคู่ ส่งสัญญาณเข้าโทรศัพท์ทางตัวรับสัญญาณ usb-c มือถือโบราณไปหน่อยคุณภาพของภาพเลยไม่สวยมาก ส่วนคุณภาพเสียงน่าพอใจ เพราะไมค์ราคาไม่ถึงพันบาท ซื้อมาตั้งหลายเดือน เพิ่งได้ใช้จริงจังก็คลิปนี้

ปฏิทินขอบฟ้า 2566

ปฏิทินขอบฟ้าคือปฏิทินที่ทำมาตลอดทุกปี บันทึกตัวตึงประจำบ้าน จากปีแรกที่ทำเล่นๆ ปีถัดมาเป็นของต้องทำ ปีนี้เป็นของที่อาม่ารอคอย เพราะอาม่าเก็บทุกเล่มตั้งแต่เล่มแรก ปีนี้ขอบฟ้าอายุ 10 ขวบแล้ว แต่ละเดือนที่เรียงลำดับเอาไว้ จะใช้รูปของเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้รู้ว่าปีที่แล้วเราทำอะไร ไปไหนกันมาบ้าง ปีที่มีโคิวดก็จะมีภาพในบ้านเยอะหน่อย

การพิมพ์สีพิเศษในโรงพิมพ์

pockethifi's avatarthai letterpress printing

การ์ดแต่งงานที่ออกแบบและจัดพิมพ์ด้วยเทคนิคการพิมพ์แบบ letterpress จะใช้แม่พิมพ์โลหะร่วมกับหมึกพิมพ์ หมึกจะถูกทาลงบนแม่พิมพ์ แล้วนำกระดาษการ์ดไปทับเพื่อสัมผัสกับหมึก เราอยากได้สีอะไรบนการ์ด เราก็ใส่หมึกสีนั้นลงไป

เครื่องพิมพ์ระบบคอมพิวเตอร์ อย่างเครื่องพิมพ์อิงค์เจ๊ตที่เราพบเจอตามสำนักงานหรือบ้าน เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หมึกเหลวประกอบด้วยแม่สี แล้วคอมพิวเตอร์จะประมวลผลว่า หากเราต้องการสีแดงเข้ม คอมพิวเตอร์จะสั่งให้แม่สีปล่อยสีแต่ละสีในสัดส่วนที่ต่างกันเพื่อรวมกันเป็นสีที่ต้องการ วิธีนี้สะดวกได้สีคล้ายๆหน้าจอคอมฯ แต่ไม่เหมือน

การพิมพ์ letterpress แต่ละสีจะได้สีที่เหมือนกับตัวอย่างที่ใช้เป็นใบสั่งให้ช่างผสมสีขึ้นมา เราอยากได้สีอะไร เราก็หยิบสีที่ต้องการไปบอกช่างพิมพ์ว่าให้เอาแม่สี c m y k หรือสีกระป๋องใดๆที่มีอยู่ มาผสมสีกันเพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ คราวนี้ ใบสั่งใบแรก หรือสีตัวอย่างเราจะได้จากไหน วิธีที่สะดวกที่สุดคือ สมุดสี และในอุตสาหกรรมการพิมพ์มีสมุดสีของบริษัท Pantone เป็นสมุดสีที่นิยมใช้กันทั้งโลก

2021-03-27_08-17-57

Pantone ผลิตแค็ตตาล็อกสี แต่ไม่ได้ขายสี สมุดสีตัวอย่างของ Pantone ถูกใช้เป็นตัวอย่างสี ใช้เป็นตัวอ้างอิงในการสั่งงาน มันนิยมมากจนกระทั่งโปรแกรมออกแบบกราฟิคยังมีข้อมูลสีของ Pantone ให้เลือกใช้ ประวัติของการเกิดเป็น Pantone เท่าที่เคยอ่านผ่านตา ก็เกิดจากมีคนงานทำงานย้อมสีผ้า ผสมสีออกมาให้ลูกค้าเลือก แต่แทนที่จะเอากระป๋องสีไปให้ลูกค้าเลือก กลับเอาสีเหล่านั้นมาทาบนกระดาษ แล้วเอากระดาษที่มีสีหลายๆสีไปให้ลูกค้าเลือกแทน ผลการทำแบบนี้ทำให้สะดวกมากในการทำงาน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีตัวอย่างสีที่ทาไปบนกระดาษมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ก็กลายเป็นสมุดสีนั่นเอง

20210327141331_IMG_0017

การสั่งงานพิมพ์สีให้ตรงกับใจ ก็คือต้องเลือกสีจากสมุดสีว่าสีใดคือสีที่ต้องการ แล้วบอกหมายเลขนั้นกับ
โรงพิมพ์ โรงพิมพ์ก็จะนำสมุดสีหรือค่าสีนั้นมาสั่งงาน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ลูกค้า กับ โรงพิมพ์ ต้องมีสมุดสีเล่มเดียวกัน ดังนั้น หากลูกค้าไม่รู้จะเลือกสีอย่างไรเพราะไม่มีสมุดสี ก็ต้องไปที่โรงพิมพ์แล้วไปดูสมุดสีที่โรงพิมพ์ใช้ แล้วเลือกจากเล่มนั้นเลย ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุดในการสื่อสารกับโรงพิมพ์ และวิธีอื่นนอกจากวิธีนี้คือวิธีที่ผิด

Pantone เริ่มแก้ปัญหาการเลือกสีให้กับผู้คนได้แล้ว แต่ก็พัฒนาไปอีกระดับด้วยการผลิตสมุดสีขายมันทั่วโลกเลย ลูกค้าที่อเมริกาจะเลือกสีที่ต้องการแล้วสั่งให้โรงพิมพ์ที่ประเทศไทยพิมพ์ให้ตรงใจ ก็แค่บอกค่าสีมาว่าเป็นสีหมายเลขอะไรบนสมุดสีเล่มไหน และให้ละเอียดที่สุดก็จะต้องบอกปีที่ผลิตของสมุดสีด้วย เช่น สี 1525U บนเล่ม solid coated ปี 2016 จริงๆเราจะใช้สมุดสียี่ห้อ “ไก่กา” ก็ได้ ถ้าอเมริกามีสมุดสียี่ห้อไก่กาขาย แต่มันไม่มี สมุดสีของ Pantone ที่มีขายทั่วโลกจึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้สื่อสารกับโรงพิมพ์ถึงเฉดสีที่ต้องการ

สมุดสีของ Pantone มีอายุการใช้งาน ทางบริษัทแนะนำว่าให้เปลี่ยนทุกปี เพราะกระดาษมีการซีด สีจะไม่เหมือนเดิม รวมถึงแต่ละปีจะมีสีค่าใหม่ๆเพิ่มเติมเข้าไป คงมีเจตนาดีเรื่องทางเลือกสีที่หลากหลายมากขึ้น แต่เจตนาแฝงที่ไม่ได้บอกไว้อาจจะต้องการขายของใหม่ไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง สมุดสีชนิด solid coated เล่มเก่าออกปี 2005 มีสีในเล่ม 1114 สี ปี 2015 มี 1867 สี แต่ปี 2019 มีสีในเล่มมากถึง 2161 สี ดังนั้น การเลือกสีจากเล่ม Pantone ต้องบอกปลายทางด้วยว่าคุณเลือกสีจากเล่มไหน ปีไหน

20210327141842_IMG_0024

วิธีการหาของถูกใช้ โรงพิมพ์ที่ทำงานมาหลายปี จะมีเล่ม Pantone เก่าๆอยู่ หากอยากได้ของเก่าราคามือสองก็ไปขอซื้อต่อได้ หาตามเว็บขายของมือสองก็ได้ ebay ก็มีเยอะ แม้จะใช้อ้างอิงเทียบกับเล่มปัจจุบันไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่มีใช้ เล่มเก่าปีเก่าที่มีค่าสี 1 พันสี ก็ทำงานได้เช่นกัน และเราสามารถใช้เล่มเก่าทำงานด้วยวิธีที่ถูกต้องได้ คือการเลือกสีจากสิ่งที่ตาเห็นบนกระดาษ ต่อให้เป็นกระดาษในเล่มเก่าก็ยังเป็นวิธีที่ถูกต้อง เมื่อเลือกสีได้แล้ว ก็ถือเล่มที่เลือกไปสั่งงานโรงพิมพ์นั่นเอง เพราะสีใหม่ โรงพิมพ์ก็ยังไม่มีหรอกครับ…

View original post 3 more words

เปลี่ยนถ่านรีโมท ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 ใช้ถ่าน cr2032

รถยนต์ซูซูกิสวิฟท์เป็นรถอีโคคาร์ เครื่องยนต์ 1.2L รุ่นปี 2012 เป็นรุ่นที่มีกุญแจรีโมทให้มา 2 อัน ใช้งานประมาณ 8 ปี ถ่านรีโมทก้อนแรกก็หมดลง และในปี 2022 ถ่านในกุญแจอันที่2ก็หมดลง มันทำให้กดเปิดล็อครถไม่ได้ในระยะปกติ

การเปลี่ยนถ่านก็ให้ซื้อถ่านกระดุมขนาด cr2032 ซึ่งเป็นถ่านแบนๆกลมๆ มีขายในห้าง ในร้านสะดวกซื้อ ผมแนะนำให้ซื้อยี่ห้อดีๆไปเลย เพราะว่าถ่านจะอยู่ในรีโมทยาวนานหลายปี หากใช้ถ่านราคาถูก ยี่ห้อประหลาด เราอาจจะต้องเจอเหตุการณ์ถ่านเยิ้ม น้ำยาเคมีรั่วไหลเมื่อเวลาผ่านไปสักปีหรือสองปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรวัดดวง เพราะรีโมทรถยนต์เป็นของแพง ไม่ควรเอาไปเสี่ยงกับถ่านคุณภาพต่ำ

ถ่านยี่ห้อพานาโซนิคของแท้ เป็นถ่านที่คุณภาพดี ไม่มีน้ำยาไหลให้เห็นเลย ผมพบกับถ่าน AA ที่ซื้อใช้กับรีโมทคอนโทรลแอร์ ถ่านรีโมทที่ใช้พานาโซนิค แม้ถ่านจะหมดหรือเวลาผ่านไปสักสามปี ถ่านก็ยังอยู่ในสภาพปกติ ขณะที่ถ่าน AA ที่ซื้อจากร้าน 20บาท ใส่ในรีโมทปีกว่าๆก็มีผงเคมี มีน้ำยาเคมีไหลให้เห็นแล้ว รีโมทบางอันก็สนิมขึ้นเพราะโดนเคมีของถ่านละลายออกมากัดกร่อนโลหะตัวนำในช่องใส่ถ่าน ดังนั้น ขอให้ใช้ถ่านยี่ห้อดี ของแท้ ที่ไว้ใจได้เท่านั้น

วิธีการแกะถ่านเพื่อเปลี่ยนถ่านลองหาดูใน youtube ได้ ใช้ไขควงหัวแบนอันเดียวก็แกะได้แล้ว

ผมดูจากลิงค์นี้


สรุป กุญแจรีโมทของ รถยนต์ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 ใช้ถ่าน cr2032

เปลี่ยนถุงลมนิรภัยฮอนด้า

ช่วงเดือนนี้ (พฤศจิกายน2565) มีข่าวรถฮอนด้าประสบอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยทำงาน และผู้ขับได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล และหมอได้ตรวจพบชิ้นส่วนโลหะที่หน้าอกของคนขับ ตรวจสอบแล้วคือชิ้นส่วนของถุงลมนิรภัย ทำให้ต้องย้อนกลับไปอ่านข่าวเมื่อหลายปีก่อนที่มีการตรวจสอบพบข้อบกพร่องของถุงลมนิรภัยยี่ห้อทากาตะ ถุงลมรุ่นนี้ใช้อยู่ในรถหลายยี่ห้อ หลายรุ่น รวมๆแล้วน่าจะมีรถยนต์ที่ใช้ถุงลมรุ่นนี้ในประเทศไทยประมาณ 6แสนคัน

ข่าวอุบัติเหตุ

https://today.line.me/th/v2/article/nXYvNo1

ส่วนนี้คือข่าวการแจ้งให้เปลี่นถุงลมที่มีปัญหา

https://www.tcc.or.th/04112565_tccnews_airbag/

รถผมเคยได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนนี้แล้วเมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากซื้อรถประมาณ 6 ปี (ผมซื้อรถปี 2553)

Screen Shot 2565-11-28 at 11.13.24

ใครที่ใช้รถมือสอง กรุณาตรวจสอบจากในเว็บของผู้ผลิตกันหน่อยว่าถุงลมนิรภัยเป็นรุ่นที่มีปัญหาหรือไม่ และได้รับการเปลี่ยนหรือยัง การตรวจสอบใช้เพียงแค่เลขตัวถังเท่านั้น ซึ่งเลขตัวถังจะอยู่ในสมุดจดทะเบียนรถยนต์ หรือไม่ก็อยู่ในลิงค์ qrcode ที่ได้จากเอกสารตอนตรวจสภาพรถยนต์ก่อนต่อภาษี

ทำไมถึงเลือกภาพนี้

jp-newyear2020

มีเพื่อนผมคนหนึ่งกำลังดูภาพ สคส ที่ผมทำขาย แล้วเขาก็มาสะดุดกับภาพนี้ และก็บอกความรู้สึกว่า องุ่นในนี้มันไม่สวยเลย ทำไมถึงเลือกภาพนี้มาทำ สคส เพราะเขาดูแล้ว แม้มันจะสีสวย แต่มันก็เป็นองุ่นที่ยังไม่น่ากิน มันมีฝ้าขาวๆ มันยังไม่ได้ล้าง รู้สึกว่ามันไม่น่ากิน

ผมเห็นด้วยที่มันยังไม่น่ากิน แต่แต่ในแง่ของภาพถ่าย ผมกลับรู้สึกว่าภาพนี้สวยดี และเพราะรู้สึกว่ามันสวย มันเป็นตัวแทนขององุ่นแดง เป็นองุ่นที่วางขายอยู่จริงๆ และเป็นองุ่นที่พบเห็นได้จริง มันไม่ได้สวยสมบูรณ์แบบ มันสวยตามสภาพที่มันถูกวางอยู่ ผมเล่าไปตามที่คิดว่าผมก็รู้สึกว่ามันยังไม่น่ากิน แต่ผมก็ยังชอบภาพนี้อยู่ดี และก็เลือกทำ สคส และมันเป็นภาพที่ถูกลูกค้าเลือกเป็นภาพแรกในการสั่งผลิต สคส เสียด้วย

องุ่นพวงนี้วางขายอยู่ที่อำเภอปากช่อง ผมขับรถผ่านร้านค้าริมถนนแล้วก็แวะดูผลไม้ที่ขายอยู่ แม่ค้ามีผลไม้หลายชนิดวางเรียงรายให้เลือก ในฐานะช่างภาพ ผมเดินเข้าไปหาสิ่งที่น่าจะถ่ายรูปแล้วสวย มันก็คือองุ่นพวงนี้ และกองพุทราที่วางอยู่ข้างๆ ผมจำได้ว่าวันนั้นผมถือกล้อง kodak c140 ซึ่งเป็นกล้องดิจิทัลคอมแพ็คราคาถูกรุ่นหนึ่งที่ผมซื้อมาใช้

100_0670

ผมเลือกซื้อกล้องราคาประหยัดตัวนี้เพราะว่ามันเล็ก กระทัดรัด มันใส่ถ่าน AA จำนวน 2 ก้อนก็ทำงานได้ มันมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ในยุคปี คศ 2009 โลกของเรายังไม่มีโทรศัพท์ที่ถ่ายภาพได้สวย ความสวยงามของภาพถ่ายจะต้องมาจากกล้องดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งทริปที่ผมเดินทางในเวลานั้นผมเลือกพกกล้องตัวเล็กราคาประหยัดตัวนี้เป็นอุปกรณ์บันทึกภาพหลักของทริปด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากพกของหนักนั่นเอง

chiangmai-set1- (21)

กล้องดิจิทัลคอมแพ็คราคาไม่ถึงสามพันบาท ราคาถูกยิ่งกว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทุกตัวในเวลานั้น จะเรียกว่าเป็นกล้องที่ราคาถูกที่สุดในร้านขายกล้องดิจิทัลเลยก็ได้ ผมซื้อเพราะมันถูกนี่แหละ และตั้งใจจะวางไว้ในรถเพื่อใช้ถ่ายภาพต่างๆในเวลาที่จำเป็น เช่นการถ่ายภาพเหตุการณ์ หรือหากเกิดอุบัติเหตุ รถเฉี่ยวชน ผมก็จะมีกล้องถ่ายภาพเก็บไว้เคลมประกัน ต้องย้ำอีกครั้งว่าปี คศ 2009 โลกเรายังไม่มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพได้ชัดและมีคุณภาพดีเลย iphone4 ยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป

ผมเล่าให้เพื่อนฟังต่อว่า การถ่ายภาพแบบหวังผลให้มีคุณภาพสูงจากกล้องราคาประหยัดมากอย่างตัวนี้จะต้องอาศัยการถ่ายภาพระยะใกล้สักหน่อย เพื่อให้จุดเด่นของภาพมีความคมชัด และไม่มีฉากหลังที่ลดความน่าสนใจของภาพ กล้องดิจิทัลตัวเล็กๆราคาประหยัดแบบนี้ไม่สามารถถ่ายภาพคนให้ฉากหลังเบลอได้ ดังนั้นการจัดองค์ประกอบหน้าชัดหลังเบลอแบบที่นิยมทำกับกล้องระดับโปรก็จะเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ การถ่ายภาพให้ชัดที่สุดทั้งภาพจะเป็นหนทางที่ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงได้มากกว่าเทคนิคอื่นๆ ผมก็เลยวางกล้องใกล้ๆกับองุ่นแล้วกะให้องุ่นเต็มเฟรม แล้วก็ถ่าย ระบบออโต้โฟกัสทำงาน กล้องยืนยันว่าโฟกัสได้ชัดผมก็กดถ่ายเลยจึงได้ภาพนี้กลับมา

หลายปีต่อมา หลังจากที่ผมรู้จักกับเว็บที่ฝากขายภาพ ผมก็เลยส่งภาพไปร่วมขายด้วย หลายร้อยหลายพันภาพที่ผมส่งไปขาย มีภาพองุ่นแดงพวงนี้อยู่ด้วย และภาพนี้ก็ได้วางขายในเว็บที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งอย่าง gettyimages ทำให้ภาพนี้มีโลโก้ gettyimages ติดอยู่ในภาพ ในสถานะของภาพสำหรับขาย

767971309

การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ กล้องเป็นแค่เครื่องมือ เพียงแค่เราได้เครื่องมือที่เหมาะสม บวกกับความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือนั้นเราก็ทำงานศิลปะออกมาได้เหมือนกัน มีอะไรก็ใช้อย่างนั้น แล้วอยู่กับภาพ อยู่กับสาระของภาพ อยู่กับความสนุกในการเดินทาง

การงานพื้นฐานอาชีพของ ป4 ปี 2565

เมื่อพูดคำว่าการงานพื้นฐานอาชีพ ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยประถม เราเรียนวิชานี้ และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าสมัยนั้นเราเรียนอะไรกันบ้าง แต่จากชื่อเราก็คงพอเดาได้ว่าก็น่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำเป็นอาชีพได้ ยุคสมัยของพ่อแม่เมื่ออยู่ในวัยเด็กคงจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เย็บปักถักร้อย ผมนึกออกแค่นี้จริงๆ

ปีนี้ ปี พศ 2565 โลกเราพัฒนาไปไกลมาก พวกนักการตลาดคุยกันถึงเรื่องเมตาเวิร์ส ระบบการสื่อสารอินเทอเน็ตคือหัวใจของธุรกิจ การดูสื่อภาพและเสียงจะดูผ่าน youtube และ social network มีอาชีพใหม่หลากหลายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอาชีพที่สูญหายเพราะหมดสมัย และการงานพื้นฐานอาชีพของเด็ก ป4 ในพศ.นี้ทำให้ผประหลาดใจและรู้สึกชื่นชมพร้อมกัน

ลูกมาขอยืมกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เพื่อจะเอาไปเรียนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ลูกเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนมีอาชีพให้เลือกเยอะมาก แต่ลูกบอกกับผมแค่ว่า เขาเลือกอาชีพ รีวิว และถ่ายภาพ ซึ่งครูจะจัดกลุ่มให้ตามที่เหลือ และสุดท้ายก็ได้วิชารีวิว ส่วนถ่ายภาพนั้น บังเอิญได้เรียนเพราะมีการเลื่อนวิชากันเล็กน้อยทำให้ได้ไปเรียนถ่ายภาพ 1 คาบ

IMG_0344

1คาบของลูกที่เรียนถ่ายรูปจะต้องใช้กล้อง ก็เลยมาขอยืมจากพ่อ ด้วยความที่พ่อมีกล้องหลายตัวก็เลยเอามาเรียงให้เลือก มีกล้อง DSLR ตัวใหญ่เลนส์ใหญ่ที่พ่อเอาไว้ถ่ายภาพรับจ้าง มีกล้อง mirrorless ตัวเล็กเลนส์เล็กที่พกพาง่าย มีกล้องโพราลอยด์ด้วยที่เอามาให้ดูแต่ไม่ให้เลือก เพราะต้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ซึ่งมีราคาแพงมาก สุดท้ายลูกเลือกกล้องตัวเล็ก อย่าง eos m พร้อมเลนส์ตัวเล็ก 22f2 ซึ่งเป็นชุดกล้องและเลนส์ที่ขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงมาก ลูกเลือกเพราะได้ลองถ่ายภาพแล้วเทียบกันแล้ว พบว่าภาพจาก eos m ให้ภาพสวยกว่า eos 6d

IMG_6111

ผ่านไปสองวัน ลูกกลับมาพร้อมกับภาพในเมมโมรี่ 4 ภาพ ภาพที่ส่งงานคือภาพก้อนหินในถุง หัวข้อการถ่ายภาพคือ สิ่งลึกลับ ครูชมว่าขอบฟ้าถ่ายภาพได้ดี ขอบฟ้าบอกครูว่าเพราะพ่อผมเป็นตากล้องครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่ลูกรู้ว่าพ่อเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนั่นเอง สอบถามลูกอีกนิดเกี่ยวกับวิชาที่ครูสอน ครูไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น ให้เด็กไปถ่ายเลย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ เพราะลูกเรียนวิชาถ่ายภาพ เจตนาเพื่อให้เล่าเรื่องด้วยภาพ ประเด็นนี้ผมคิดเอง ก็เห็นว่า ถูกต้องแล้วที่ไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น เพราะกล้องถ่ายภาพเป็นแค่อุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องจะต้องเป็นสิ่งที่ค้นหามาเอง วิชาเรียนควรมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ส่วนการรีวิวที่ลูกเลือกจริงๆ เดี๋ยวคงได้รู้ว่าเรียนอะไรกันบ้าง และได้ถามลูกแล้วว่าอยากจะรีวิวอะไร ลูกบอกว่าจะรีวิวส์เม้าส์

IMG_6091

การงานพื้นฐานอาชีพในยุคนี้มีอาชีพรีวิว มีอาชีพช่างภาพ ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับพ่อแม่รุ่นผมมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกินคาด เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่โรงเรียนพยายามทำ เป็นเรื่องน่าชื่นชม ก็หวังว่าจะมีอาชีพที่สนุกและน่าสนใจอีกหลายๆอาชีพที่เลือกมาอยู่ในหลักสูตร ผมคาดหวังว่าจะมีอาชีพนักวิเคราะห์ข้อมูล สตรีมเกมส์ นักแข่งอีสปอร์ต เขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำคอนเท้นต์หลายๆแบบ รวมถึงอาชีพทางเกษตรที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทฟาร์มด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่รู้จะมีจริงไหมสำหรับเด็กประถม แค่หวังว่าจะมีอาชีพใหม่ๆให้เด็กได้ลอง