ไปอ่านข่าวตามเว็บต่างๆจนเจอเรื่องดีๆเรื่องหนึ่ง ฟ้อนต์สำหรับการใช้งานที่ออกแบบให้ประหยัดหมึก พอเห็นแล้วร้องอ๋อทันที ทำไมความคิดดีๆแบบนี้เราถึงคิดไม่ออก คนทั้งโลกก็คิดไม่ออก ทั้งๆที่เทคนิคแบบนี้ก็เป็นเรื่องใกล้ตัว สมัยเด็กๆตอนที่หัดสร้างหุ่นยนต์ไปวิ่งแข่ง มีกติการะบุว่าน้ำหนักของหุ่นต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ ตอนสร้างหุ่นก็ทำไปชั่งไป ตอนสุดท้ายพอหุ่นเสร็จก็น้ำหนักเกินกันทุกทีม การเจาะรูที่โครงสร้างให้พรุนเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ แล้วผลการลดน้ำหนักด้วยการเจาะรูก็ช่วยให้โครงสร้างเบาขึ้นจนผ่านข้อกำหนดเบื้องต้น สิบกว่าปีผ่านมา พอมาเห็นตัวหนังสือเจาะรูเลยถูกจริต ชอบมากๆกับความคิดสร้างสรรค์ครั้งนี้ของมนุษย์เรา ตามไปดูต่อและโหลดมาใช้ได้ตามใจเลยครับ
Author Archives: pockethifi
ข้อมูลเตรียมถ่ายถ่ายงานแต่งงาน
เนื่องจากมีคนถามเรื่องภ่ายภาพ เรื่องสถานที่ และเรื่องชุด เลยหารวบรวมเอาไว้เป็นข้อมูล
เบอร์สวนรถไฟ 02-537-9221 กรณีถ่ายชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ค่าสถานที่สำหรับstudio จะคิด 3000 บาท ถ้าเป็นบ่าวสาวติดต่อเองแล้วนำช่างภาพเข้าไปเอง จะคิด 1500 บาทค่ะ แต่ต้องทำหนังสือและจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนวันที่จะไปถ่ายภาพ
เช่าชุดแต่งงาน เอาชุดลงทะเลได้แนะนำ
ร้าน fanony 02-434-8206 ปิ่นเกล้า ถูกสุด 1500
อีกร้าน unibride เนี่ย 02-379 9283-4 อยู่เสรีไทย
นิทานดอกไม้
ตอนเที่ยงวันผมกินข้าวกับสาวคนหนึ่งแล้วก็ต่อด้วยกาแฟเย็นพร้อมโดนัทเสร็จแล้วก็แยกย้าย ผมเดินกลับมาใหม่ที่ร้านกาแฟอีกครั้งเพื่อซื้อกาแฟเย็นอีกแก้วหนึ่งด้วยบัตรส่วนลด เพราะตอนที่ซื้อกินด้วยกันสองคน ผมลืมบัตรสมาชิกไว้ในรถ ทำให้ผมต้องจ่ายราคาเต็ม ผมลังเลอยู่ที่รถพักหนึ่งแล้วก็เดินมาซื้อกาแฟอีกรอบ ผมควรจะได้สิ่งที่ผมควรจะได้ คงเป็นอาการโรคจิตเล็กๆ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ผมดื่มประจำอยู่แล้ว วันนี้จะซื้อแก้วที่สองก็ไม่เห็นแปลก แต่อาจจะแปลกตรงที่พนักงานในร้านกาแฟยิ้มทักผมอีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ผมได้ส่วนลดตามที่ผมควรจะได้แล้ว
หันหลังเดินออกมา ผมผ่านร้านดอกไม้ เลยแวะยืนดู ปกติผมจะยืนดูเครื่องเสียง เครื่องดนตรี กล้องถ่ายรูป แต่คราวนี้ผมดูดอกไม้ มีดอกไม้หลายประเภท บางดอกสวยมากจนเหมือนของปลอม บางดอกเป็นของปลอมที่ดูแล้วยังไงก็ไม่สวย ผมดูดอกกุหลาบกลุ่มหนึ่งเป็นดอกเล็กๆอยู่ในห่อใสๆ กลุ่มนึงมีประมาณหกหรือเจ็ดดอก ขายราคาไม่แพง ถ้าผมหิ้วดอกไม้กำนี้ไปฝากสาวสักคน เขาคงจะคิดว่าผมสั่งซื้อตามสี่แยกแน่ๆ เลยมองผ่านไป เลยไปถึงดอกไม้ในตู้ปรับอากาศ ดูหน้าตาแล้วราคาคงแพงกว่ากันมาก ผมนึกถึงหนังเรื่องน๊อตติ้งฮิล พระเอกถือดอกไม้ไปฝากนางเอกโดยไม่ต้องเป็นโอกาสอะไรพิเศษ เขาแค่รู้สึกประทับใจในใครสักคนเขาก็ถือดอกไม้ไปฝากได้แล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นเป็นความรู้สึกที่ดี ใส ผมก็เลยรู้สึกว่าผมอยากซื้อดอกไม้ให้สาวสักคน คนที่ผมรู้สึกดีด้วย ผมสั่งซื้อไป แต่ผมไม่สามารถจะอธิบายได้ว่าดอกไม้ในเรื่องน๊อตติ้งฮิลหน้าตาเป็นอย่างไร ผมจำไม่ได้แม่นและผมไม่รู้จักชื่อดอกไม้ เลยได้ดอกไม้ที่ไม่ค่อยตรงใจนัก แต่ก็ตรงความตั้งใจคือ มีดอกไม้ไปฝากคนพิเศษ
ออกจากห้างด้วยความเคยชินผมเลี้ยวรถกลับบ้าน ตัดสินใจกลับไปนั่งทำงานเสียก่อน รอเลิกงานแล้วค่อยแวะไปให้ดีกว่า นั่งทำงานไปเพลินๆจนลืมดอกไม้ว่ายังอยู่ในรถ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบเย็นแล้ว ผมคิดอยู่สักพักก็เลยตัดสินใจออกไปส่งดอกไม้ดีกว่า ผมไม่อยากให้ดอกไม้เหี่ยวแห้งไปก่อนที่จะถึงมือคนรับ ระหว่างทางก็คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าจะเดินเอาเข้าไปให้ยังไงดี ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าทำเซอร์ไพร้ซ์ดีกว่า เดี๋ยวเอาไปวางไว้หน้ารถ ไปถึงที่จอดรถก็เลยเดินหา ปรากฏว่าหารถไม่เจอ เลยเดินดูด้านนอกถึงจะรู้ว่ารถอยู่ที่ไหน ผมแวะไปเอาดอกไม้ที่รถตัวเองแล้วก็เตรียมตัวจะเอาไปวาง เลือกรูปถ่ายของเจ้าของมาติดไว้กับดอกไม้ด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าคนอื่นๆที่เห็นดอกไม้จะไม่หยิบไปเฉยๆ ทำให้รู้ว่าดอกไม้นี้มีเจ้าของ คิดๆๆๆๆๆ สุดท้ายก็ไม่เอาดีกว่า วางไว้บนรถ ถ้ามีคนซนหยิบไปเฉยๆก็แย่น่ะสิ เลยตัดสินใจเอาเข้าไปให้ด้วยตัวเอง พอเดินเข้าไปที่ตัวตึกก็กลับรู้สึกตื่นเต้นไม่อยากเอาไปให้ซึ่งๆหน้า ยืนคิดอยู่พักนึง เลยเอาไปฝากไว้ที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ฝากพนักงานว่าให้เอาไปส่งใคร แล้วผมก็เดินออกมา
ภาระกิจดอกไม้เรียบร้อย เจ้าของได้รับ และรู้ว่าใครส่งมาให้ มีคำถามกลับมาว่าโอกาสอะไร ผมก็ไม่รู้ว่าจะอ้างโอกาสอะไร บอกไปเพียงแค่ ผมอยากให้ ในใจผมรู้สึกว่าการให้ดอกไม้กับใครสักคนมันเป็นการบอกว่าผมให้ความสำคัญกับคุณนะ คุณมีความหมายต่อผม และ ผมจะไม่รอโอกาส ผมจะไม่รอให้เกิดความผิดแล้วค่อยเอาดอกไม้มาง้อ ผมอยากจะให้มันแทนความรู้สึกของปัจจุบัน ผมทำสิ่งที่อยากทำ ถ้าผมรอโอกาส รอเทศกาลผมอาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้ ความรักของผมอาจไม่ยืนยาวไปถึงวันแห่งความทรงจำวันนั้น ผมอาจจะเผลอทำผิดพลาดแล้วไม่มีโอกาสง้อ ผมอาจจะไม่ได้รับโอกาสให้แก้ตัว ผมเลยไม่เคยคิดว่าผมจะได้ใช้ดอกไม้ในวันที่ยังมาไม่ถึง มีคนช่างคิดเคยบอกไว้ว่า ความรักมันไม่ได้สำคัญว่าคุณจะได้ครอบครองหรือไม่ แต่สำคัญตรงที่ว่าในช่วงเวลาที่มีกันอยู่คุณได้ทำอะไรดีๆต่อกันหรือเปล่า
ความรักของผมเป็นแบบนี้ อย่าคิดว่าผมจะเป็นแบบนี้แค่สามเดือนหกเดือน อย่าคิดว่าการที่ผมไม่เคยหงุดหงิดใส่หรือตะคอกเสียงดังมันจะไม่ใช่ตัวจริงของผม อย่าคิดว่าการที่ผมยอมทำอะไรให้ใครสักคนเป็นเพราะผมไม่ใช่ตัวของตัวเอง อย่าคิดว่าอีกด้านหนึ่งของผมจะเป็นด้านที่เห็นแก่ตัว ผมไม่ใช่ใครวิเศษมาจากไหน แต่ผมแค่ไม่ใช่คนแบบที่คุณเคยเจอมาก่อนเท่านั้นเอง
งานเยอะ งานเยอะ งานเยอะ
สถานการณ์บ้านเมืองดูสงบขึ้นเมื่อเลิกการชุมนุม รถติดมากขึ้นเป็นบางแห่ง น้ำมันถูกลง ลูกค้าหลายรายเริ่มสั่งของอีกครั้ง งานที่ติดขัดก็เริ่มไหลได้ งาน Event ที่รับไว้ก็กำลังจะกำหนดวันจัดงานกันใหม่ งานสายการบินก็สั่งิพิมพ์ของที่ค้างไว้ระหว่างการชุมนุม หลายอย่างค่อยๆฟื้นตัว แต่ว่า เศรษฐกิจโดยรวมไม่รู้เป็นยังไง ฟังคนเก่งๆเขาวิเคราะห์(ปนเดา) เขาว่ากันว่ายังไม่ดีขึ้นแต่จะแย่ลงไปอีก แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย?
เดินเล่นแถวเซ็นทรัลเวิร์ล ดูไฟ ถ่ายรูป
ถ่ายภาพก่อนแต่งงาน ปาโกะกับน้องป๋วย
ต้นเดือนธันวาคมได้รับโทรศัพท์จากปาโกะว่าจะแต่งงาน กลางเดือนก็เลยนัดถ่ายภาพกัน เริ่มต้นโปรแกรมกันที่รีสอร์ทในราชบุรี แต่ว่าเกิดเหตุติดขัดนิดหน่อย ทำให้ผมไม่สามารถจะไปค้างคืนเพื่อถ่ายภาพได้ โปรแกรมเลยต้องเลื่อนมาเป็นถ่ายในกรุงเทพฯแทน หนึ่งวันเต็มๆในสวนรถไฟ ถ่ายไปสี่ร้อยกว่ารูป มีรูปสวยพอใช้งานได้ งานหมั้นและแต่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า ผมช่วยพิมพ์การ์ด ทำของชำร่วย ถ่ายภาพเตรียมงาน และถ่ายภาพในงานหมั้น ส่วนวันจริงเดี๋ยวจ้างเพื่อนช่างภาพอีกคนมาช่วยรับหน้าที่ไป
วันศุกร์ว่างเปล่า ทำไมเหมือนวันหยุดเลยหนอ
วันนี้วันศุกร์ ดูเงียบๆ เป็นวันศุกร์ที่แปลกมาก ทุกทีจะต้องไปส่งของ ไปบางบิล ไปเก็บเช็ค แต่ทำไมวันนี้กลายเป็นว่าเงียบๆผิดปกติ หรือว่าลืมทำอะไรไป…..
รับงานถ่ายภาพคู่เตรียมไว้โชว์ในงานแต่งเอาไว้ นัดไปถ่ายภาพกันวันที่ 17-18 ที่รีสอร์ทของเพื่อนในจังหวัดราชบุรี แต่ว่าเมื่อเช้านี้เพิ่งรู้ว่าน้องชายจะไม่อยู่ตลอดสัปดาห์หน้าเพราะจะไปดูงานต่างประเทศ ผมก็เลยต้องเฝ้า การดูงานรอบนี้ทำให้ผมต้องยกเลิกทริปถ่ายภาพไปสองทริปเลย ทริปแรกก็ที่ราชบุรี ทริปที่สอง วันที่ 20 ธันวาคม 2551 ที่เกาะล้าน เป็นทริปวันเดียวกลับของกลุ่มถ่ายภาพ เกาะล้านหน้าตาเป็นยังไงผมก็ยังไม่เคยไป คิดว่าอยู่ใกล้ๆ ตอนที่ได้รู้ว่ามีทริปนี้ก็รับปากไปแล้วว่าจะไป แต่ก็ต้องแห้วตอนที่รู้ว่าน้องชายจะไม่อยู่หลายวัน แย่เลย อดเที่ยวอีกแล้ว
เมื่อวานนี้ ขับรถยังกับคนบ้า ส่งของตอนเที่ยงที่อโศก กลับบ้าน แล้วก็ไปส่งของที่ตลิ่งชันงานพิมพ์ด่วนลูกค้าต้องส่งต่อไปใช้งานที่ราชบุรี จากนั้นก็วิ่งยาวไปไบเทคเพื่อส่งงานโปสการ์ด วันเดียวขับรถร้อยกว่ากิโล เหนื่อยเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ง่วงนอนเร็วกว่าปกติ ตอนกลางคืนแวะไปนอนนวดมา เพื่อนโทรมาคุยตอนเริ่มนวด โทรเข้ามาทีละสามคน กว่าจะคุยธุระเสร็จก็เกือบชั่วโมง นวดขา นวดตัว สบายดี แต่ปวดหัวและหูร้อนเพราะเหน็บโทรศัพท์นานเกินไป
กล้องดิจิทัลหน้าตาดี
กล้องพานาโซนิครุ่น LX3 ใช้เลนส์ leica ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพ การออกแบบก็ดูคลาสิค พร้อม accessory ที่น่ารักน่าใช้ ฟังข่าวลือมาว่าใช้ถ่ายภาพขาวดำได้สวยโดนใจคนเล่นกล้องอย่างมาก ไปโหลดภาพตัวอย่างมาดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนจริงๆ เลนส์ที่ติดกล้องมาเป็นเลนส์ซูม 24-60 มม. นับว่ามุมกว้างมาก เหมาะกับการพกเพื่อท่องเที่ยวและเก็บภาพเพลินๆดี ไว้ถ้าเศษตังค์เหลือจะซื้อมาใช้นะ น้องพานา……
ลองเล่นกล้อง Eos 5D กับเลนส์ 135/F2
กล้องรุ่น Eos 5D เป็นกล้องระดับโปรฯที่ราคาถูกที่สุด แต่ค่าตัวตอนออกใหม่ๆก็เกือบแสนบาท ตอนนี้เอามาลดราคาอยู่ไม่ถึงหกหมื่นเพราะว่ากำลังจะมีรุ่นสองออกมาแทน ตัวเก่าเลยต้องระบายสินค้า เพื่อนผมที่ซื้อมาใช้งานก็เอามาให้ลองเล่น พร้อมกับเลนส์อีกสามตัว ผมก็เลยเอามาทั้งกระเป๋าแล้วลองไปถ่ายภาพเล่นดู คุณภาพของกล้องและเลนส์ต่างก็อยู่ในระดับที่ดีมากทั้งสิ้น ถ้าได้ภาพไม่สวยก็โทษกล้องไม่ได้แล้ว ต้องเคาะหัวตัวเองเท่านั้น
ภาพน้องหมาแสนน่ารัก ถ่ายด้วยเลนส์ 135/F2 ตั้งรูรับแสงกว้างสุดเพื่อให้แบบเด่น หลังเบลอ
ภาพโดยรวมแล้วออกแนวหวานใส ภาพในร่มจะให้ความสวยงามมากกว่าภาพแดดจัด ใครที่ชอบภาพนุ่มๆ ด้านหลังเบลอสวยๆ พยายามหลีกเลี่ยงอย่าถ่ายในที่แดดจัดก็จะได้ลักษณะภาพที่ถูกใจยิ่งขึ้น
ไปเดินงานโฟโต้แฟร์ปี 2008 มา
ปีนี้ผมไปเดินเล่นหาซื้อของหลายอย่าง ตั้งแต่ฟิล์มเคลือบรูปม้วนละ 1920 บาทความยาว 50 หลา หน้ากว้าง 25 นิ้ว ซึ่งผมเคยมีใช้อยู่ม้วนหนึ่งเมื่อสี่ปีก่อน แต่เพิ่งใช้หมดไปกับงานของเพื่อนคนหนึ่งมาทำทีเดียวห้าสิบรูป ก็เลยโละของเก่าไปหมด ปีนี้เลยไปซื้อมาใหม่ เปลี่ยนลายเป็นชนิดด้านธรรมดา
กรอบรูปปีนี้ก็ถูกลง ไม่ได้ซื้อกรอบหลุยส์แล้ว เพราะคิดว่าคงเริ่มเชย ปีนี้ซื้อเป็นกรอบไม้ธรรมดา ไม่ต้องประกอบอะไรมาก มีแผ่นไม้อยู่บนกรอบหนาประมาณ 1 นิ้ว เอารูปมาแปะบนแผ่นด้านหน้าก็เสร็จ น่าจะทำได้ง่ายและรวดเร็วแล้วก็ดูดี ซื้อมา 5 อัน เผื่อเอาไว้ทำงานให้เพื่อนที่จะแต่งงานในเดือนมกราคมปี 2009 กะว่าอาจจะใช้ไม่เกิน 2 อัน อีก 3 อันคงเอาไว้ใช้เองหรือรับงานทั่วไป
ซื้อที่ตัดกระดาษมุมมนมาอันนึง 250 บาท ปีที่แล้วซื้อมา 1 อัน ใช้งานง่ายดี ปีนี้เลยซื้อเพิ่มอีก 1 อัน เพื่อให้มีสำรอง
ซื้อเมมโมรี่ชนิด CF ความจุ 16 จิ๊กกะไบต์ ราคา 1200 บาท ถูกเหลือเกิน ปีที่แล้วซื้ออันละ 8 จิ๊กกะไบต์สองพันบาทเชียว ของทุกอย่างเดียวนี้ถูกลงเรื่อยๆ คงมีแต่ค่าสินสอดของเจ้าสาวละมั้งที่ไม่เคยลดราคา
ไปเห็นเครื่องเจาะห่วงร้อยกระดูกงูสำหรับทำงานปฏิทิน ลดราคาจากสองหมื่นสอง เหลือ หมื่นห้า ดูน่าซื้อเหลือเกิน พยายามชั่งใจอยู่ ถ้าซื้อมาก็คงเอามาทำอะไรได้อีกเยอะ แต่จะทำเงินได้เยอะแค่ไหนยังไม่รู้เหมือนกัน ลังเลอยู่ รอลูกยุ ลูกบ้า…
ไปพบอาจารย์ ชวาล ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียน ป.โท ที่จุฬา ท่านกับเพื่อนเปิดธุรกิจทำ โฟโต้บุ๊ค เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลของแคนนอน พร้อมหน่วยทำเล่ม ไสกาว เคลือบผิว เบ็ดเสร็จสี่ล้านห้าแสนบาท น่าสนใจมากๆ กะว่าจะตามไปดูงานที่ร้านของท่านสักหน่อย วันที่สิบเดือนนี้เป็นต้นไป อาจารย์บอกให้ไปดูได้ที่สยาม จะทำให้เป็นตัวอย่างร้าน แล้วจะเริ่มขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชน์
ปีนี้ไม่ได้ซื้อของเล่นอะไรเพิ่มเติม อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร และห่างจากการรับจ้างถ่ายภาพมานานแล้ว ถ้าซื้อของเพิ่มจริงๆก็ควรจะรับงานเพิ่ม นั่นสิ รับงานเพิ่ม รับงานเพิ่ม หรือจะไปเปิดสาขาทำโฟโต้บุ๊คดีหนอ สี่ล้านห้าแสน ผ่อนจ่ายได้ ไม่น่าหนักมาก ได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม
มิวสิควิดีโอที่สร้างสรรค์ที่สุดของปี 2008 ในความเห็นของผมเอง
index.cfm?fuseaction=vids.individual&videoid=7517583
งานมิวสิควิดีโอที่สร้างสรรค์มากๆ ทึ่ง
มีเงินออม 4-5 แสนบาท เอาไปทำอะไรดี
สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่มากนัก
พอกินพอใช้เลี้ยงดูครอบครัว
และมีเงินออมก้อนหนึ่ง
ประมาณ 4-5 แสนบาท
ควรลงทุนอย่างไร
ให้ได้ประโยชน์พอสมควร
โดยไม่เสี่ยงมาก
เพราะถ้าเงินลงทุนเกิดเสียหาย
จะทำให้ครอบครัวขาดความมั่นคง
ในทางการเงิน
เพราะรายได้ที่มีก็ไม่มากอยู่แล้ว
1. การมีบ้านของตนเอง
ถือเป็นความสำคัญอันดับแรก
เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่
ทุกคนต้องมีบ้านที่อยู่อาศัย
ให้กับตัวเองและครอบครัว
ประโยชน์ที่ได้จากการซื้อบ้านมีดังนี้
ก. หากเราไม่มีบ้านก็ต้องไปเช่า
จ่ายค่าเช่าเดือนละหลายพันหรือเป็นหมื่น
เทียบกับการวางเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้าน
ค่าผ่อนจะไม่มากกว่าค่าเช่าเท่าใดนัก
การวางเงินดาวน์เพียง 10%
แล้วผ่อนไป 10 ปี, 15 ปี หรือ 20 ปี
ก็จะเป็นเจ้าของบ้านโดยสมบูรณ์
การผ่อนบ้านไม่เป็นภาระหนัก
กว่าการเช่าบ้านเท่าใดนัก
และถือเป็นการออมเงินไปในตัว
ข. บ้านเป็นทรัพย์สินที่ยิ่งใช้ราคายิ่งเพิ่ม
ต่างกับการซื้อรถยนต์
คอมพิวเตอร์
โทรศัพท์มือถือ
ซึ่งใช้ไปไม่นาน
ราคาหายไป 50-90% แล้ว
ค. การอยู่บ้านที่สะดวกสบาย
ได้รับความสุขทางใจอย่างมาก
ทรัพย์สินบางอย่าง
เราไม่เคยเห็นตัวตน
เช่น เงินฝากแบงค์
หรือหน่วยลงทุนที่ซื้อกับ บลจ.
หรือหุ้นที่ฝากไว้ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
ง. เงินผ่อนบ้านหักภาษีได้ปีละ 50,000 บาท
ถ้าคุณมีรายได้ปีหนึ่งเกินกว่า 5 แสนบาท
ต้องเสียภาษี 20%
ผ่อนบ้านไป 50,000 บาท
เท่ากับรัฐบาลคืนภาษีให้ 10,000 บาท
จ. รัฐบาลส่งเสริม
การซื้อขายบ้านมือสอง
ดังนั้น
เมื่ออยู่นานไปบ้านเกิดคับแคบ
เช่น มีลูกเพิ่มขึ้น
คุณก็สามารถ
ย้ายไปซื้อบ้านหลังใหม่
เงินได้จากการขายบ้าน
ได้รับยกเว้นภาษี
ถ้าคุณอยู่บ้านหลังเดิมตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
และเอาเงินที่ขายไปซื้อบ้านหลังใหม่
ภายในหนึ่งปี
ก่อนหรือหลังจากขายบ้านหลังเดิม
ฉ. ต่อไปเมื่อผู้ลงทุนอายุมากและเสียชีวิต
บ้านก็ยังตกเป็นมรดกให้กับลูกหลานอีกด้วย
2. คนมีรายได้มักจะต้องเสียภาษี
ดังนั้น ควรซื้อกองทุน RMF
หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ
เท่ากับ 15% ของรายได้
เพื่อหักภาษี
และซื้อกองทุน LTF
หรือกองทุนหุ้นระยะยาว
อีก 15% ของรายได้
ซึ่งกองทุนทั้งสองนี้ใช้หักภาษีได้ทั้งคู่
รวมกันลดภาษีไปได้อีก 30%
การลงทุนต้องพยายามสร้างแต้มต่อ
คือ ใช้หักภาษีได้
เป็นเงินออม และมีผลตอบแทน
กองทุน RMF และ LTF
ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 3-10%
แล้วแต่ประเภทที่เลือกลงทุน
3. หากมีบ้านแล้ว
อยากลงทุนในด้านการเงิน
แบ่งเงิน 20% หรือ 1 แสนบาท
ไปซื้อกองทุนหุ้นจาก บลจ.
คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
เช่น บลจ. ทหารไทย
บลจ. วรรณ
บลจ. ไทยพาณิชย์
หรือ บลจ. กสิกรไทย
หากไม่คุ้นเคยกับ บลจ. เหล่านี้
ก็ติดต่อธนาคารพาณิชย์ได้ทุกสาขา
เพราะธนาคารเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุน
การซื้อกองทุนหุ้นแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
แต่ถ้าเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ดี
ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนใน 5 ปี
เฉลี่ยปีละ 5%
ข้อดีคือ
หากฉุกเฉินสามารถถอน
มาใช้ได้ทุกเวลา
4. นำเงินอีก 60%
หรือราว 3 แสนบาท
ไปซื้อหน่วยลงทุนระยะยาว
ตั้งแต่ 2 ปีขึ้น
จาก บลจ.
ซึ่งให้ผลตอบแทน 4.2-4.5% ต่อปี
โดยไม่ต้องเสียภาษี
เนื่องจากผู้ลงทุนมีเงินน้อย
จึงไม่ควรเอาเงินไปเสี่ยงซื้อหุ้น
ควรหลีกเลี่ยง
การซื้อสลากออมสิน
เพราะโอกาสถูกรางวัลยากมาก
และต้องถือไว้ยาวถึง 3 ปี
ทำให้เงินถูกล็อคอยู่นาน
ถ้าหากไม่ถูกรางวัลเลยเมื่อครบ 3 ปี
ได้คืนดอกเบี้ยเพียง 1-2%
ซึ่งน้อยกว่าการซื้อหน่วยลงทุน
ตั้งครึ่งหนึ่ง
5. เงิน 20% ที่เหลือ
คือ อีก 1 แสนบาท
ซื้อทองคำไว้ประมาณ 10 บาท
เพราะทองคำ
เป็นทรัพย์สินที่มีค่า ไม่เสื่อมสลาย
มีโอกาสได้กำไรปีหนึ่ง 6-8%
ซื้อง่ายขายคล่อง
โดยต้องซื้อจากร้านใหญ่
เช่น ฮั่วเซ่งเฮง หรือ จินฮั้วเฮง
อย่าซื้อทองคำจากร้านเล็ก ๆ
เนื่องจากทองคำต้องได้มาตรฐาน
คือ มีเนื้อทองบริสุทธิ์ 96.5%
และ 1 บาท
ต้องได้น้ำหนัก 15.16 กรัม
การซื้อทองจากร้านเล็ก ๆ
จะได้น้ำหนักไม่ครบ
ตามพิกัดและความบริสุทธิ์
ไม่ถึง 96.5% ด้วย
ต้องระวังในเรื่องนี้
แม้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
หรือ สคบ.
จะมีการตรวจสอบอยู่ แต่อย่าเสี่ยงดีกว่า
เหตุที่ไม่แนะนำให้เอาเงินฝากธนาคาร
เนื่องจากได้ดอกเบี้ยต่ำมาก
และเมื่อรับดอกเบี้ย
ยังถูกรัฐบาลเก็บภาษีอีก 15%
เราควรพยายามออมทุกเดือน
ดังนั้น
รายได้ประจำ
หากมีเงินเหลือก็ฝากออมทรัพย์ไว้
เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
และเมื่อมีเงินฝากออมทรัพย์
ถึง 80,000 บาทแล้ว
เอาส่วนที่เกินไปลงทุนใน 3-4 แบบ
ตามที่กล่าวข้างต้น
ท้ายที่สุดการออมและลงทุนต้องมีวินัย
ใช้ระยะเวลายาวมาก
ต้องอดทน…
ขอบคุณ
แนวคิดของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร

