new printing blog

วันนี้ทำเว็บสำหรับโรงพิมพ์ขึ้นมาหนึ่งเว็บ เอาไว้เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูข้อมูลโรงพิมพ์ เอาไว้รับงาน เอาไว้แสดงตัวอย่างงาน ตั้งใจว่าจะหาลูกค้าให้เยอะขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีของอินเทอเน็ตมาช่วย

ผมได้รายชื่อผู้ประกอบการที่จะไปออกบู๊ทที่กำลังจะจัดปลายเดือนเมษายนนี้ กะว่าจะทดลองหาลูกค้าโดยการส่งจดหมายแนะนำตัวออกไป และให้ลูกค้าได้เข้ามาดูในเว็บที่เตรียมไว้ ถ้าลูกค้าสนใจก็จะเสนอราคางานพิมพ์ต่างๆ คาดว่าคนที่จะออกบู๊ทน่าจะเป็นคนที่ต้องการสิ่งพิมพ์ไปแจกในงาน ถ้าได้ลูกค้าก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ถ้าไม่ได้ลูกค้าก็จะทดลองใหม่กับลูกค้ากลุ่มถัดไป ซึ่งก็เป็นลูกค้าออกบู๊ทเช่นเดิม แต่เป็นงานที่จะจัดในอีกสองเดือนข้างหน้า

การหางานด้วยการแนะนำตัวแบบหว่านไปตามรายชื่อ ผมเคยทำแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ส่งจดหมายแนะนำตัวพร้อมแนบไปรษณียบัตรตอบกลับไปห้าร้อยชุด มีคนส่งไปรษณียบัตรกลับมา 80 ฉบับว่าสนใจ และ 20 ฉบับจาก 80 ที่ขอข้อมูลเพิ่ม

http://jomthongprinting.blogspot.com/

inc3 trip at pattaya

วันที่ 4-5 เมษายน 2552 ไปนัดเลี้ยงกันกับเพื่อนกลุ่มบางมดที่พัทยา ไปพักกันที่รีสอร์ท มูนไลท์ออนซี
เดินทางไปตอนบ่าย ไปถึงเย็น ตั้งเตาทำอาหารกินกัน วันรุ่งขึ้นไปสวนนงนุช แยกกลับตอนเย็นๆ เพื่อนอีกครึ่งนึงยังอยู่ต่ออีกคืน









นอนไม่หลับ หายใจไม่ออก

อยู่ๆก็เหมือนจะไม่สบาย คัดจมูก นอนไม่ได้เลย เข้านอนเร็วมาก หายใจทางปาก ตีสองกว่าๆก็ตื่นเพราะว่าหายใจลำบาก เลยมานั่งทำงานต่อ ตีสี่กว่าลองกลับไปนอนอีกรอบนึง ก็นอนไม่ได้ หายใจทางจมูกไม่ได้เลย แย่จริงๆ

สุดยอดความพยายาม

เห็นไฟล์นี้แล้วยอมรับในความพยายามเลย วาดภาพทีละภาพถ่ายภาพ แล้วลบ แล้ววาด แล้วถ่ายภาพแล้วลบ
วนเวียนไม่รู้กี่ครั้ง กี่วัน จนได้เนื้อเรื่องแบบนี้
คนทำงานนี้ สมัครงานที่ไหนเขาก็รับ.

งานถ่ายภาพ “ภาพเขียน”

มีลูกค้าติดต่อให้ช่วยถ่ายภาพกรอบรูป มีอยู่ประมาณเกือบสองร้อยกรอบ เลยนัดไปดูตัวอย่างงานแล้วลองถ่ายคร่าวๆเพื่อดูความยากง่าย ตอนถ่ายทดสอบก็ใช้แฟรชติดกล้องและแฟรชสเลฟอีกตัวนึงแยกไปวางด้านข้าง ภาพออกมาอย่างที่เห็น ถ้าถ่ายจริงควรจะเพิ่มแฟรชแยกสองตัววางซ้ายและขวาของภาพ ตัวส่งสัญญาณควรใช้ระบบคลื่นวิทยุ ไม่ควรใช้แฟรชติดกล้องเป็นตัวกระตุ้น เพราะแฟรชติดกล้องจะสะท้อนในภาพมาเข้าเลนส์ ทำให้เห็นเป็นรอยดวงไฟอยู่ในภาพ

เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์ชนิดออฟเซ็ท เป็นเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้ทำงานใบปลิวและงานหนังสือทั่วไป เป็นระบบการพิมพ์ที่นิยมมากในปัจจุบัน(พ.ศ. 2552) เครื่องรุ่นนี้อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ยังคงเป็นกำลังหลักของโรงพิมพ์ทั่วประเทศและทั่วโลก ราคาซื้อขายเมื่อห้าปีก่อนประมาณ 1.3 ล้านสำหรับเครื่องพิมพ์ 1 สี สภาพดีๆ ตามสูตรคำนวณของผมเอง มันจะคืนทุนตอนที่วิ่งงานไปได้ 10 ล้านรอบ หรือเทียบกับการทำงาน 250 วันเต็มๆ ถ้าใครหางานได้เก่ง ป้อนงานให้เครื่องมีงานตลอดทุกวัน ทำงานเดือนละ 26 วัน ภายใน 10 เดือนก็จะคืนทุน…

nameplate

ติดป้ายชื่อให้โรงพิมพ์ใหม่ เพราะต้องถ่ายภาพไปยื่นประกอบการจดทะเบียนย้ายที่อยู่ นอกจากป้ายชื่อที่มองเห็นบ้านเลขที่แล้ว ก็ยังต้องมีภาพภายในอ็อฟฟิศด้วย ภาพคนงานด้วย.

ย้ายโรงพิมพ์แล้ว

วันที่ 21 มีนาคม 2552 เริ่มย้ายโรงพิมพ์ รถหกล้อขนาดใหญ่พร้อมเครนยกของมาขนเครื่องจักรทั้งหมด ใช้เวลาเกือบวันเครื่องจักร 8 ตัวก็ย้ายที่เรียบร้อย ที่เหลือเป็นโต๊ะ ตู้ และกองกระดาษใช้แรงงานคนค่อยๆขนไปทีละอย่าง

วันที่ 22 มีนาคม 2552 เป็นวันอาทิตย์ คนงานมาช่วยกันขนของต่อ ลูกน้องเก่าของพ่อเอารถกระบะมาช่วยขน 7 ชั่วโมงผ่านไป กองกระดาษทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่หมดแล้ว ที่เหลือก็คือ เพลท และ บล๊อคปั๊ม และส่วนของออฟฟิศที่ยังไม่รู้ว่าจะย้ายอะไรบ้าง

วันที่ 23 มีนาคม 2552 วันจันทร์ เริ่มต้นใหม่กับโรงงานใหม่ ทุกอย่างใหม่ วุ่นวาย สับสน และเหนื่อยมาก คนที่ดูจะเหนื่อยที่สุดคือพ่อ เพราะอะไรต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ เป็นคำถามที่ไม่รู้จะตอบยังไง คนที่ควรจะเหนื่อยน่าจะเป็นลูกๆมากกว่า

วันที่ 24 มีนาคม 2552 วันอังคาร เพ่ิงรู้สึกว่าเริ่มมีปัญหากับการกินอาหาร เวลากินอาหาร ไม่มีคนเตรียมให้ ดูแลตัวเอง ยังปรับตัวไม่ได้ วันนี้หิวมาก บ่ายสองโมงเพิ่งจะได้กิน

วันที่ 25 มีนาคม 2552 วันพุธ ยังวุ่นวายนิดหน่อย แต่ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น วันนี้พ่อดูเหนื่อยมากขึ้น อาจจะเพราะว่าล้ามาหลายวัน น่าสงสาร กำลังคิดว่าจะทำงานแทนพ่อยังไงให้แทนได้ 100% มื้อเย็นกินข้าวกล่อง กินแบบนี้มาสามวันติดแล้ว.

สามวันแรกที่ทำงานมายังไม่มีอินเทอเน็ทใช้ ต้องต่อผ่านมือถือ เปลืองเงินนิดหน่อย สั่งงานลำบาก ปริ๊นเตอร์ซื้อใหม่เครื่องนึง ใช้งานได้ดี อุปกรณ์อื่นๆในส่วนของออฟฟิศค่อยๆหามาเพิ่ม ตอนนี้โทรศัพท์เบอร์ใหม่ได้ใช้แล้ว ส่วนอินเทอเน็ตเพ่ิงใช้ได้วันพฤหัส(วันนี้) ทำให้การสั่งงานกลับไปที่ออฟฟิศเก่าทำได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น ทุกๆอย่างจะค่อยๆย้ายมาที่ใหม่ทั้งหมด.

นั่งนิ่งๆรอเวลา

วันหนึ่งต้องเอารถไปเปลี่ยนกับพี่สาวเพื่อเอารถกระบะมาขนของ รถเก่งที่ใช้งานมานานไม่่ค่อยได้ล้างภายในก็ฝุ่นจับหนามาก เลยต้องไปส่งล้างในห้าง ล้างดูดฝุ่นหนาๆออกไป ระหว่างที่รอก็มานั่งกินกาแฟ ขนมปังนิดหน่อย เตรียมตัวมานั่งรออยู่แล้ว พก ipod มาด้วย พร้อมเพลงใหม่ๆที่เพื่อนก๊อปปี้มาให้ฟัง แนวเพลงแจ๊สฟังสบายเสียงสวยๆ กับกาแฟหอมกรุ่นรสมันร้อนๆ ห้องแอร์เย็นสบาย หนังสือเล่มเล็กอีกหนึ่งเล่ม หนึ่งชั่วโมงผ่านไปไม่รู้ตัว เหลือบดูเวลาก็ต้องรับรถแล้ว มันเป็นช่วงเวลารอคอยที่ผ่านไปเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะเพลงเพราะ อาจจะเป็นเพราะหนังสือดี อาจจะเป็นเพราะนั่งสบาย นานๆได้นั่งนิ่งๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

คุยกับหนิงเรื่องสิ่งพิมพ์

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2552 ผมไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง “หนิง” ซึ่งทำงานอยู่ในไบเทค หลังจากจบ ป.โท จุฬาฯ หนิงทำงานเป็นอาจารย์อยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะลาออกไปอยู่อัมรินทร์ปริ๊นติ้ง และมาอยู่ไบเทคในที่สุด งานไบเทคหลายตัวก็มาจากหนิง เลยได้ไอเดียว่าจะให้หนิงช่วยหาลูกค้าที่มาออกบู๊ทที่ไบเทคให้ คล้ายๆกับว่าให้หนิงเป็นเซลล์ คาดหวังว่าลูกค้าออกบู๊ทต่างๆคงจะใจถึงกล้าจ่ายให้กับงานสิ่งพิมพ์ เพราะค่าออกบู๊ทราคาเป็นแสน ถูกๆก็หลายหมื่น จะไม่ทำโบรชัวร์ไปแจกในงานสักหมื่นสองหมื่นบาทก็ไม่น่าเป็นไปได้

ก็หวังว่าจะได้งานเพิ่มขึ้น โรงพิมพ์ำได้เวลาขยายแล้ว………….

หัวหินปี2009

ไปหัวหินมาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งไปคนเดียว ปีนี้ไปสองคน

บ้านพักสวยดี แต่ราคาก็แพงตามความสวย ตกแต่งภายในได้น่ารักน่าใช้งาน มีห้องพักเพียงพอ ห้องน้ำน่าใช้ การหลับนอนไม่เป็นปัญหา อากาศเย็น ลมแรง แต่ภายนอกตัวบ้านของหลังที่ไปพักดูไม่ค่อยน่าสนใจ

วิวข้างบ้านก็สวย

บ้านด้านข้างราคาถูกกว่าแต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง

มากันเป็นครอบครัว

ครอบครัวฝรั่ง

กระโดด

ชอบรูปนี้