สุดยอด crm แบบบ้านๆ

เมื่อสักประมาณสองเดือนที่แล้วมีลูกค้ารายหนึ่งโทรมาสั่งพิมพ์งาน เป็นงานที่เขาเคยพิมพ์มาแล้ว คุยไปคุยมาก็พอจะรู้ข้อมูลว่าเป็นสินค้าอะไร และลูกค้าชื่ออะไร ลูกค้าท่านนี้ต้องการจะสั่งพิมพ์ซ้ำ บอกว่าขอราคาเดิมได้ไหม โรงพิมพ์ก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่า ขอไปค้นประวัติก่อนว่าเคยสั่งพิมพ์จำนวนเท่าไร ราคาเท่าไร

หายังไงก็หาประวัติไม่เจอ เลยถามแม่ แม่ก็บอกว่าพอจะนึกออก แล้วแม่ก็ไปหาประวัติจากแฟ้มเก่าๆหลายๆอัน แล้วก็หยิบกระดาษแผ่นนี้ออกมา

กระดาษใบนี้เป็นประวัติการขายสินค้าตัวที่กำลังค้น ลงวันที่ ลงยอดสั่งพิมพ์และราคาขายเอาไว้ ดูจากวันที่ก็ทำให้รู้ว่าเขาสั่งไปเมื่อสิบปีที่แล้ว วันนี้ขอสั่งซ้ำคงให้ราคาเก่าไม่ได้ เพราะว่าต้นทุนสินค้าแพงขึ้นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษแพงขึ้น น้ำมันแพงขึ้น ค่าแรงแพงขึ้น โทรไปบอกราคาใหม่กับลูกค้า คุณลูกค้าก็ไม่ได้โวยวายแต่อย่างใด เพราะลูกค้าก็จำไม่ได้ว่าเคยสั่งด้วยราคาเท่าไร

ยินดีที่ลูกค้ายังอยู่ในธุรกิจเดิม แสดงว่าเขาก็พออยู่ได้ โรงพิมพ์จะอยู่ได้ก็ต้องทำให้ลูกค้าอยู่ได้ด้วย ปรับราคานิดหน่อยตามเวลาที่เปลี่ยนไปไม่ถือเป็นการเอาเปรียบ แต่ที่น่าทึ่งก็คือ แม่เก็บข้อมูลได้ดีสุดยอด ถ้าบริการลูกค้าได้แบบนี้ทุกราย โรงพิมพ์น่าจะมีลูกค้าชั่วชีวิต

และผมยังไม่มั่นใจว่าถ้าผมบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ผมจะสามารถหามันออกมาได้ในเวลาเพียงสิบนาทีหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ ข้อมูลอาร์ตเวิร์คบางตัวของลูกค้าบางรายผมก็หาไม่เจอแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าผมหาไม่เก่ง หรือผมเก็บไม่เก่ง หรืออีกทางหนึ่งก็เป็นเพราะข้อมูลเสียหายไประหว่างการก้อปปี้ไฟล์ไปมาตอนเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้ใหญ่ขึ้น การมีแบ็คอัพเป็นฮาร์ดก็อปปี้เป็นความแน่นอนอย่างหนึ่ง ถ้าไม่เกิดไฟไหม้ ข้อมูลกระดาษก็ยังคงอยู่ไปนานหลายสิบปีแน่นอน

ถ่ายรูปพระเครื่อง

การถ่ายรูปพระเครื่องถือเป็นงานถ่ายภาพมาโครประเภทหนึ่ง หลักการถ่ายภาพแนวมาโครก็มีรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน คือใช้เลนส์มาโคร ใช้ขาตั้ง ใช้ระบบแฟลชเพื่อความสะดวก จะถ่ายตอนกลางวันหรือกลางคืน แสงของสภาพแวดล้อมก็จะไม่มีผลต่อภาพ

โจทย์การถ่ายภาพพระเครื่องโดยเฉพาะเหรียญโลหะมันวาวเป็นโจทย์ที่เพื่อนคนหนึ่งให้ไว้ เพราะว่าที่ผ่านมามีปัญหาว่าเขาไม่สามารถถ่ายให้ภาพชัดและสีสวยได้ ผมฟังแล้วก็นั่งนึกถึงวิธีการจัดแสง พอรับปากได้ตัวอย่างเหรียญโลหะมา ก็เอามาลองจัดไฟตามแบบที่เคยนึกเอาไว้

การถ่ายของมันวาวควรจะถ่ายในสภาพที่มีวัสดุสีขาวห่อหุ้มเอาไว้ ผมเลยนึกถึงขวดพลาสติกขนาดใหญ่ เนื้อขาวขุ่น เอามาตัดด้านบนออกแล้วก็ยิงแสงแฟลชเข้าไปด้านข้างขวด วัตถุที่อยู่ในขวดก็จะได้แสงสว่างที่นุ่มนวล กล้องถ่ายภาพจะถ่ายจากด้านบน เพื่อบันทึกภาพในแนวดิ่ง ซึ่งเป็นภาพที่จะให้รายละเอียดของพระเครื่องหรือเหรียญโลหะที่ครบถ้วน นึกแล้วก็จัดสภาพตามนี้

ตัวเลนส์ใช้ ef100 macro f2.8 แฟลชใช้ nikon sb25 และ sb26 ส่งสัญญาณแฟลชด้วยทริกเกอร์ไร้สาย ค่าแสงที่ลองถ่ายอยู่ที่ f16 ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วินาที ตอนถ่ายภาพก็ค่อนข้างยาก เพราะว่ากล้องต้องวางในแนวดิ่ง เลนส์ชี้ลง แบบนี้ต้องใช้ขาตั้งราคาแพงเท่านั้น เพราะขาตั้งราคาถูกไม่สามารถจัดระนาบกล้องให้ถ่ายแนวดิ่งได้ ภาพออกมาตามนี้

ลองเอากระดาษมารองด้านหลังของวัตถุดู เพื่อเพิ่มฉากหลังให้มีลวดลายอื่่นๆแทนที่จะเป็นเนื้อพลาสติก

ผมดูภาพแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ แม้ว่าความคมชัดของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ชัดเพียงพอ แต่สีสันยังไม่สวย ยังไม่สามารถบอกว่าภาพนี้เป็นภาพที่สวยได้ เลยลองจัดแสงแบบอื่นดูบ้าง ก็เลยหาอุปกรณ์ใกล้ตัวชิ้นอื่นๆที่น่าจะพอใช้ได้มาลองดู ก็เลยลองกับ ring flash ดู

การใช้ Ring flash จะต้องให้เลนส์ถ่ายภาพอยู่ในพื้นที่ของวงแหวน ผมก็เลยจัด ring flash ไปต่อกับแฟลช nikon sb-25 แล้วใช้ตัวทริกเกอร์เป็นตัวส่งสัญญาณ วางวงแหวนไว้ในแนวราบ เวลาถ่ายจะต้องเอาเลนส์ไปสอดไว้กลางวงแหวน

ภาพที่ได้เป็นแบบนี้

ภาพจาก ring flash มันดูดีขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฉากหลังเป็นสีเขียว หรือลักษณะแสงมันช่วยให้ดูดีกว่าแบบวางในขวดพลาสติก แต่ก็จำหลักการเอาไว้เพื่อใช้ถ่ายภาพชิ้นอื่นๆต่อไป

ทดสอบ ring flash ราคาประหยัด

Ring Flash คือตัวกระจายแสงแฟลชแบบวงแหวน มีแสงออกจากตัวมันโดยรอบ การใช้งานก็ต้องวางวงแหนวไว้รอบเลนส์ถ่ายภาพ ลักษณะการใช้ Ring flash ได้รับความนิยมมาจากการถ่ายภาพฟัน ถ่ายภาพช่องปาก แล้วก็เลยเถิดมาสู่การถ่ายภาพมาโคร และก็มาถึงการถ่ายภาพบุคคล

Ring Flash ที่ทดสอบในบทความนี้เป็นรุ่นของเทียม คือมันเป็นเพียงวงแหวนสะท้อนแสงภายใน แหล่งกำเนิดแสงจะต้องเป็นแฟลชอีกตัวหนึ่ง ตัวมันเองมีหน้าที่บังคับทิศทางแสงเท่านั้น ซึ่ง Ring flash ของแท ตัววงแหวนมันจะต้องเปล่งแสงจากตัวเองได้เลย แต่มันก็จะมีราคาแพงมาก ยิ่งวงแหวนใหญ่ ยิ่งแพง Ring flash แบบอนาถาเลยเป็นเพียงวงแหวนกระจายแสงเท่านั้น ซึ่งคุณภาพก็จะด้อยกว่าของแท้ แต่มันก็พอใช้ศึกษา พอใช้งานทั่วๆไปได้บ้าง

ภาพโชว์ตอนมันทำงานผมติด Ring Flash ไว้กับ Flash ของ nikon แล้วก็รับสัญญาณแฟลชจากทริกเกอร์หรือตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย

ตอนทดสอบการใช้งานแบบปกติจะต้องติดแฟลขบนกล้อง และ เอา Ring flash ล้อมรอบเลนส์เอาไว้ เวลาถ่ายภาพวัตถุจะทำให้ไม่มีเงาอยู่ในฝั่งตรงข้ามกับแฟลชแบบปกติ แต่พอใช้งานจริงๆแล้ว ภาพจาก ringflash มันกลับทำให้มีเงาทั้งสองข้าง แต่เป็นเงาที่จางลง ซึ่งสามารถทำให้หายไปได้ถ้าเลือกให้ความไวชัตเตอร์ต่ำพอจะให้แสงรอบข้างมันสว่างจนลดผลของเงาได้ ยิ่งอธิบายก็ยิ่งงง เอาเป็นว่า ลักษณะเงาของ ring flash มันจะแตกต่างไปจากปกติ และมันเป็นรูปแบบที่เหมาะกับภาพที่ต้องการรายละเอียดของวัตถุเป็นหลัก

ลองหันไปถ่ายแฟลชติดทริกเกอร์บนขาตั้ง ถ่ายแบบวัดแสงให้อันเดอร์นิดหน่อย จะเห็นว่าฉากหลังมืดๆจะทำให้เห็นเงาของแฟลชอยู่ทั้งสองด้านของวัตถุ ส่วนวัตถุได้รับแสงพอดีจาก ring flash

การจะลดเงาฉากหลังลงก็ปรับค่าการรับแสงของกล้องให้พอดี หรือ วัดแสงโอเวอร์นิดหน่อย บางคนอาจจะเรียกว่าเป็น fill in คือใช้แสงแฟลชและแสงธรรมชาติในระดับพอดีทั้งหมด ภาพก็จะเป็นแบบนี้

หันไปถ่ายชั้นวางของ

ถ่ายรูปบล็อกปั็มไดคัท ลักษณะแสงแฟลชจะส่องไปทั้งซ้ายและขวา ทำให้ไม่เกิดเงาดำ แต่ก็จะเห็นเป็นเงาจางๆแทน

ลองเทียบลักษณะแสงกับแฟลชธรรมดา โดยแฟลชทั้งคู่ติดบนขาตั้ง รับคำสั่งจากทริกเกอร์ ภาพนี้แฟลชวางหันเข้ากำแพง ระดับกำลังไฟสว่างมากทำให้ดูไม่รู้ว่าลักษณะการกระจายแสงของมันเป็นอย่างไร

ปรับรูรับแสงของกล้องให้แคบลง จะเห็นว่าแฟลชปกติ กับ ring flash มีลักษณะการกระจายแสงไม่เหมือนกัน และถ้าดูให้ละเอียดอีกนิดจะสังเกตว่า สีที่วิ่งออกจาก ring flash มันจะติดสีแดงอย่างเห็นได้ชัด การเอาไปใช้งานควรจะต้องคำนึงถึงความเพี้ยนของสีให้ดีด้วย

เอามือไปวางไว้หน้าแฟลชปกติแล้วถ่ายภาพ

เอามือไปวางไว้หน้า ring flash

พอลอง ring flash เสร็จ เลยถือโอกาสลองแฟลชในแบบปกติด้วย แล้วปรับตั้งเพื่อหาความแตกต่างหลายๆแบบ อย่างเช่น ภาพนี้ ด้านซ้ายปรับระยะซูมหน้าแฟลชไว้ที่ 24mm ส่วนด้านขวาตั้งค่าซูมแฟลชไว้ที่ 85mm ผลก็คือด้านซ้ายวงกว้างกว่า แสงกระจายตัวกว้างกว่า และให้ความสว่างต่ำลง ส่วนด้านขวาซูมเยอะหมายถึงรวมแสงเข้าด้วยกัน การกระจายตัวก็จะแคบกว่า แสงที่บีบมารวมกันก็จะทำให้สว่างกว่า

สรุปแล้ว Ring Flash เป็นลักษณะการใช้แฟลชที่เน้นการถ่ายเพื่อเก็บรายละเอียด ส่วนลักษณะเงาที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกใจอย่างที่คิดไว้ แต่ก็ดีกว่าการใช้แฟลชแบบปกติเพื่อถ่ายวัตถุ เพราะเงาดำจะจางลงไปเยอะเมื่อใช้ ring flash

ตำรวจไทย

เล่นเน็ตไปเพลินๆ ก็บังเอิญไปเจอคลิปนี้พอดี
เลยสงสัยว่า ชาตินี้จะได้เจอตำรวจดีอีกบ้างไหม ใครชี้เบาะแสตำรวจดีได้ เลี้ยงสุกี้สองมื้อเลย

print on demand พิมพ์เร็วด่วนได้

มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่กำลังนั่งเฝ้าร้านเพื่อทำโอที มีลูกค้ารายหนึ่งโทรมาถามเรื่องพิมพ์ดิจิทัล เขาต้องการพิมพ์ A3 แล้วพับเป็น A4 ส่งไฟล์ประมาณสองทุ่ม ต้องส่งของก่อนวันรุ่งขึ้น ก่อน 8.00 น. ผมดูเวลา คิดประมาณ 10 วินาที แล้วตอบตกลง

ผมตัดสินใจส่งของตอนสี่ทุ่ม เพราะพรุ่งนี้ผมไม่มีเวลาออกไปส่งของรอบเช้า ดังนั้นงานนี้ผมเลยต้องพิมพ์ให้เสร็จประมาณสามทุ่ม และเดินทางไปส่งของถึงที่บ้านลูกค้าของลูกค้าอีกที

ผมดาวน์โหลดไฟล์งานเสร็จประมาณสองทุ่มครึ่ง ใช้เวลาตรวจและพิมพ์ทดสอบกระดาษอยู่ 15 นาที และใช้เวลาพิมพ์จริงประมาณห้านาที ใช้เวลาพับและตัดอีกประมาณ 15 นาที ผมออกจากโรงพิมพ์ตอนสามทุ่มสี่สิบนาที ไปถึงบ้านลูกค้าประมาณสี่ทุ่ม ส่งของเรียบร้อย

พิมพ์เร็วด่วนได้ เครื่องพิมพ์ดิจิทัลมันก็ทำได้ไม่ยากเย็น print on demand มันต้องแบบนี้แหละ

ข้อมูลงาน

โบรชัวร์ A3 พับเป็น A4

กระดาษ UPM 200g สั่งซื้อจากเอกวิน กระดาษตัวนี้พิมพ์ดิจิทัลได้สวยมาก
ก่อนจะเลือกกระดาษตัวนี้ ผมลองกระดาษอาร์ตด้าน 160 ของบริษัทสองเอ
คุณภาพงานดูไม่ได้ พิมพ์ออกมานึกว่าเครื่องพิมพ์เสีย พอเปลี่ยนกระดาษเท่านั้นแหละแทบจะไปเผากระดาษของสองเอทิ้งเลย

เครื่องพิมพ์ ใช้ Fujixerox 700 เป็นเครื่องดิจิทัลที่ผมเคยบนไว้ไม่ค่อยน่าใช้ ตอนที่มันยังมีปัญหาซ่อมไม่หายขาด แต่ตอนนี้มันปกติ ซ่อมบำรุงเรียบร้อย มันทำงานดีๆให้ผมได้ไม่ติดขัดเลย

งานยุ่งอีกครั้ง บ่น และบันทึก

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาจนถึงเดือนนี้ ประมาณเก้าเดือน ที่โรงพิมพ์ไม่ได้ทำโอทีเลย จะมีบ้างแค่บางวันที่งานเร่งมากๆ และเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคมที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่งานค่อนข้างน้อย บางวันเครื่องพิมพ์หยุดรองานครึ่งวัน ส่วนหนึ่งเพราะงานมันน้อยลงจริงๆ อีกส่วนก็คือผมมีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถทำงานได้เร็วมาก งานพิมพ์หลายตัวถ่ายโอนจากเครื่องระบบเก่าไปสู่ดิจิทัลแล้ว มันทำให้งานที่ป้อนเข้าเครื่องพิมพ์ระบบเก่ายิ่งน้อยลงไปอีก

แม้ว่างานระบบเก่าจะน้อย แต่ยอดขายและรายได้ก็ไม่ได้ลดลงไปตามเหตุการณ์ เห็นได้จากว่าเสมียนงานเยอะขึ้น เพราะต้องเปิดบิลส่งของมากขึ้น โรงพิมพ์ผมมีงานที่ต้องส่งมากขึ้นกว่าต้นปี มอเตอร์ไซด์ที่จ้างไว้สองคันก็วิ่งส่งกันไม่ทัน บางครั้งต้องจ้างรถรับจ้างเพิ่ม บางครั้งผมต้องออกไปเอง เครื่องพิมพ์ว่างแต่งานเอกสารเยอะขึ้น เป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายให้คนรุ่นเก่าให้เข้าใจ แม่ผมเห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็แก้ได้ด้วยการให้ดูตัวเลขรายได้ ส่วนพ่อผมที่ตอนนี้ปลดเกษีียรไปแล้วเพราะกำลังป่วยอยู่ แต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ เห็นเครื่องพิมพ์ว่างแล้วก็หงุดหงิด อันนี้ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะพ่อไม่เคยดูบัญชี

เดือนนี้เดือนตุลาคม ผมกำลังจะเร่ิมทำโอทีอย่างจริงๆจังตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพราะอยู่ๆลูกค้าหลายรายก็สั่งงานเข้ามาพร้อมกัน ทั้งงานจำนวนน้อย และงานจำนวนมาก มันมาพร้อมกันจนเริ่มปวดหัว นอกจากลูกค้าเก่าแล้ว ยังมีลูกค้าใหม่เกิดขึ้นอีกหลายราย ทุกรายมาจากการแนะนำบอกต่อของลูกค้าเก่า บางรายก็เกิดใหม่จากการที่เขาสั่งงานเข้าบริษัท และ ลองสั่งงานส่วนตัว บางรายย้ายที่ทำงาน ไปที่ใหม่ก็เลยเรียกให้ไปรับงาน บางรายเคยเป็นลูกน้องในบริษัท พอเปิดบริษัทเองก็สั่งพิมพ์งานเอง

หลายวันมานี้มีงานเข้าต่อเนื่องหลายงาน บางงานผมยังไม่ว่างทำให้เลยด้วยเหตุผลว่ากำลังตามงานเก่าบางงานอยู่ งานเก่าที่มีปัญหาของสายการบิน ผมเดินทางไปกลับดอนเมืองเกินสิบครั้งแล้ว วันนี้ผมก็แวะเข้าไปอีกครั้ง แต่เป็นการเข้าไปเซ็นรับมอบงาน ผมถือเอกสารรับมอบงานออกจากดอนเมืองแบบสบายใจสุดๆ เพราะปัญหาที่เรื้อรังมันกำลังจะหมดลงแล้ว งานนี้ไม่ขาดทุนทางตัวเลข แต่ผมขาดทุนเรื่องการเดินทางและเสียเวลา เสียสุขภาพจิตมากมายมหาศาลตลอดกาลใครอย่าแตะ แต่ก็ดีใจที่เข็นให้งานนี้ผ่านไปได้

สัปดาห์ที่แล้ว เซลส์ของฟูจิซีร๊อกซ์โทรมาถามไถ่ ถามถึงเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่มีปัญหาจุกจิก ผมตอบไปว่าตอนนี้เครื่องทำงานปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร เซลส์เลยขอว่า ข้อมูลการใช้เครื่องที่ผมเคยโพสท์ไว้ในอินเตอเน็ตขอให้เอาลงได้ไหม ผมถามว่าทำไม คุณเซลส์ตอบว่ามันทำให้เขาขายของลำบากขึ้น ลูกค้า หรือว่าที่ลูกค้าได้มาอ่านบทความของผมทำให้เซลส์ขายของไม่ได้ ผมเลยถามกลับว่า สิ่งที่ผมเขียนไว้เป็นเรื่องโกหกหรือเปล่า เซลส์ตอบว่าไม่ แต่ขอให้ช่วยเอาลงได้ไหม ผมคิดนิดนึงแล้วก็รับปากไปว่าจะเอาลงให้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไมได้เอาลง เพราะว่าผมงานยุ่งมาก ติดไว้ก่อน อีกสักพักจะค่อยเอาลงนะครับ คุณเซลส์

เมื่อวานนี้เอง ผมกำลังพิมพ์ซองจดหมายด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัล ยอดสั่งพิมพ์ 1000 ใบ ลูกค้าเอาซองเปล่ามาเอง ผมแค่สั่งพิมพ์ พิมพ์ไปเกือบพันใบ ก็เห็นว่ามีบางใบที่เอียง มันเอียงจนน่าเกลียด ผมคิดว่ามันคงเป็นแค่บางใบ พอให้ลูกน้องเอามาคัด ปรากฎว่านับยอดพิมพ์เสียได้ 200 ใบ นั่นคือมีของเสีย 20% ผมหยุดพิมพ์ทันที แล้วก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกช่างมาซ่อม ผมโทรไปตอนห้าโมงเย็นแจ้งเรื่องเสร็จ อีกสิบนาทีช่างก็โทรเข้ามาหาผมถามอาการ แล้วก็แจ้งว่าจะเบิกอะไหล่บางตัวที่เอาไว้พิมพ์ซองจดหมายมาให้ และจะเข้ามาพรุ่งนี้เช้า ผมตกลง

มาตอนเช้าเก้าโมงกว่า ช่างเข้ามาและตรวจสอบอยู่ชั่วโมงกว่า ผมได้วิธีแก้ปัญหาแล้ว สามารถพิมพ์ซองต่อจนครบยอดสั่งพิมพ์ ผมพอใจผลการแก้ไข ผมดีใจที่บริการของฟูจิซีร๊อกซ์กลับมารวดเร็วเหมือนคำสัญญา ไม่ว่าเป็นเพราะผมไปบ่นจนเขาขายของลำบากหรืออะไรก็ตาม ถ้าทำได้ดีตามที่รับปากไว้ก็ถือว่าต้องได้รับคำชมเชย แต่ว่า…. ดูไปเรื่อยๆดีกว่า วันนี้งานมันจบ ลุล่วง แต่เมื่อวานเหตุการมันก็ไปตรงกับคำที่ว่า Print on demand but wait for service tomorow. ลูกค้าก็บอกว่า tomorow ก็ tomorow ยังไงก็ต้องรอ โชคดีที่เขาไม่ย้ายไปพิมพ์ที่อื่น

netbook ตัวแรกของโลก

โน้ตบุ๊คขนาดเล็กตัวนี้ถือเป็น netbook ตัวแรกของโลก  มันคือ EEEpc 701 ซึ่งมีความเร็ว 630 MHz มีความสามารถเหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไป  แต่ไม่มีถาดอ่านแผ่นซีดี  อาจจะเป็นเพราะว่าแนวโน้มการใช้แผ่นลดน้อยลง  ใครๆก็ใช้อินเทอเน็ตและทรัมไดร์ฟ  ดังนั้นเครื่องอ่านแผ่นเลยไม่อยู่ในเน็ตบุ๊คอีกต่อไป

สเป็คตัวเครื่องคร่าวๆมีดังนี้

ความเร็ว 630Mhz แต่ขยายได้ถึง 900 MHz ถ้ารู้วิธี

ram 512 Mb น้อยไปหน่อยแต่พอเอาไว้เล่นเน็ตได้

ตัวเก็บข้อมูล 4Gb โซลิทสเตท  ถือว่าน้อยมาก  แต่มันก็เป็นแค่เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเน็ท  มันก็ทำงานได้จริงอยู่แล้ว

มีไวเลสแลน  มีช่องต่อสายแลน  มีช่องเสียบ usb3 ช่อง มีช่องเสียบ SD card มีช่องเสียงไมโครโฟน ช่องเสียบหูฟัง

เน็ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถใช้เล่นอินเทอเน็ตได้จริง อ่านข่าวสารได้  อ่านทวิตเตอร์ได้  เปิดเอกสารต่างๆเพื่อดู หรือ แก้ไขได้  แต่จะให้นั่งทำงานหนักๆ  ทำงานนานๆก็คงจะลำบากมาก  เพราะหน้าจอเล็ก คีย์บอร์ดเล็ก  ผมใช้งานมันมาสองปีแล้ว  ทุกวันนี้ยังทำงานได้ดีอยู่  บางทีก็ลงโอเอสเป็น linux บางทีก็ลง windows

จุดเด่นของเน็ตบุ๊ครุ่นนี้คือใช้ตัวเก็บข้อมูลแบบโซลิทสเตท  ก็คือไม่ใช้ฮาร์ดดิสก์  มันแปลว่ามันน่าจะอายุยืนมากๆ  ถ้าฟ้าไม่ผ่า ถ้าไม่ทำตก  มันน่าจะอยู่ทนเกินสิบปี  แต่ก็มีบางคนที่โชคร้ายเมนบอร์ดเสียก็มี  ผมใช้งานเครื่องนี้มาสองปีกว่าแล้ว  รู้สึกว่ามันเป็นเน็ตบุ๊คที่ไม่ต้องดูแลรักษามาก  จะเรียกว่าทนก็ได้  แต่ก็อาจจะเป็นเพราะมันไม่เคยต้องทำงานหนักมันก็เลยยังไม่เสีย

ผมเคยเห็นร้านขายเครื่องเสียงบางร้านเอาเน็ตบุ๊คตัวนี้ตั้งโชว์เพื่อเปิดเพลงเล่นกับลำโพงที่เขาขายอยู่  ผมเข้าใจเจตนาของทางร้านเลย  เพราะว่ามันแทบจะไม่มีอะไรเสียหายเลย  เน็ตบุ๊คมีระบบกู้ข้อมูลคืนได้ค่อนข้างเร็ว  และมันก็เสียยาก  ถ้าโปรแกรมรวนขึ้นมาก็ Restore ระบบทั้งหมดทับลงไป  มันก็ทำงานได้เหมือนเดิม  มันเป็นอุปกรณ์ประเภท set it and forget it คือ เรียนรู้และปรับแต่งให้มันทำงานได้  แล้วก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้น ตลอดไป  และบางร้านเอาไปต่อกับเครื่องอ่านบาร์โค้ด  เพื่อให้พนักงานใช้คิดเงิน  เพราะว่าโอกาสเครื่องเสียมันต่ำมากเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คทั่วไป

ตอนเปิดตัวใหม่ๆ เครื่องนี้ราคา 12900 บาท  ผมยุเพื่อนซื้อไปแล้วตัวหนึ่ง  ราคาสุดท้ายก่อนจะหมดไปจากตลาดอยู่ที่ 5900 บาท  และราคามือสองสำหรับเครื่องที่ยังใช้งานได้อยู่ที่ประมาณ 4000 บาท

ติดรถเข็นใน honda freed

ในเว็บ thaifreed.com มีการจัดมีทติ้งกันเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2553 ไฮไลท์ในงานนี้มีสมาชิกท่านหนึ่งติดเก้าอี้คนป่วยระบบไฮดรอลิกค์มาด้วย  งานนี้เพื่อนร่วมเว็บต่างก็ชื่นใจที่เห็นการทำงานของระบบอำนวยความสะดวกตัวนี้  อ็อพชั่นติดเก้าอี้ไฮดรอลิกค์ทำให้ honda freed กลายเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความคุ้มค่าเพิ่มยิ่งขึ้น  เก้าอี้ชุดนี้ทำให้การเดินทางของคนที่เดินไม่ได้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้ไกลจากเตียงนอนมากยิ่งขึ้น  วันหนึ่งผมคงจะหามาติดเช่นกัน

มีคนอธิบายไว้ว่า  รถยนต์ที่มีระบบเก้าอี้ไฮดรอลิกค์แบบนี้เคยต้องจ่ายเงินด้วยค่าตัวระดับสามล้าน  เพราะมันอยู่ในรถตู้คันละสามล้านนั่นเอง  อาจจะมีคนบอกว่ารถตู้คันเล็กก็ติดได้  ผมก็ชื่อว่าติดได้  แต่ยังไม่เคยเห็น  รถ freed คันนี้เป็นรถคันเล็กที่สุดที่ผมเคยเห็นที่เคยมีการติดตั้งเก้าอี้ไฮดรอลิกค์  ราคาเก้าอี้สองแสน  ราคารถ freed ประมาณหนึ่งล้าน  รวมแล้วล้านสองแสน  รถกระทัดรัด ประหยัดน้ำมัน  ขับง่าย จอดสะดวก  พาคนป่วยออกจากบ้านได้  ไม่เป็นภาระการเดินทาง  สังขารไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป  ไม่ใช่แค่ขับเที่ยวหรอก  แต่การเดินทางพาไปโรงพยาบาล  การพาไปกินข้าวนอกบ้าน  การทำกิจกรรมร่วมกัน  มันสัมผัสความรู้สึกดีๆได้ชัดเจน

การแสดงออกถึงความใส่ใจคนสูงอายุในบ้านที่แลกมาด้วยเงินล้านสองแสนแบบผ่อนได้สี่ปีเป็นอย่างน้อย  มันคุ้มค่ามาก  ผมคิดไม่ออกว่าผมอยากให้ honda freed มีอะไรเพิ่มเติมไปกว่านี้  เพราะเท่าที่มีอยู่มันก็ทำให้ผมรู้สึกพอใจแล้ว

อุปกรณ์เก่าเก็บไม่ค่อยได้ใช้

ตั้งแต่หัดถ่ายรูปมา ตอนนี้ก็ครบสิบปีแล้ว มีของที่ทะยอยซื้อหลายชิ้น บางอย่างก็พังไปแล้ว บางอย่างมีขายออกไปบ้าง ตอนนี้ก็เลยเอามาถ่ายภาพเก็บเป็นข้อมูลไว้ เพราะตั้งใจจะทะยอยขายออกไปเหมือนกัน


ตะแกรงล้างฟิล์ม และแท้งค์ล้างฟิล์ม เป็นของคู่บุญกับงานขาวดำ ใครจะถ่ายภาพขาวดำต้องทำเอง ต้องล้างเอง อุปกรณ์พวกนี้เป็นของจำเป็นไม่แพ้กล้องและเลนส์


เลนส์ sigma 24-70 f2.8 เป็นเลนส์ซูมระยะ 24-70 รุ่นแรกของโลก ออกมาก่อนยี่ห้อหลักเสียอีก เป็นเลนส์ที่ได้มือสองมา เคยซ่อมไปครั้งหนึ่ง ถึงทุกวันนี้มันทำเงินได้เกินค่าตัวไปหลายสิบเท่าแล้ว มันเป็นกำลังหลักของการรับงานของผมในสมััยที่ยังใช้ฟิล์มถ่ายภาพอยู่ พอเป็นยุคดิจิทัลก็ไม่ค่อยได้ใช้อีกเลย


เลนส์ซูม 35-70 f3.3-4.5 nikon เป็นเลนส์ซูมตัวเล็กคุณภาพสูง เลนส์ตัวนี้ซื้อมาพร้อมกล้อง สมัยน้องชายเริ่มเรียนถ่ายภาพ ผมพาน้องไปซื้อที่มาบุญครองเอง ตอนซื้อ กล้องหมื่นสอง เลนส์ตัวนี้หกพัน ยุคนั้นไม่มีกล้องดิจิทัล ผ่านมาถึงวันนี้ กล้องฟิล์มแทบจะเลิกใช้ไปแล้ว ทุกวันนี้ก็จับคู่กับกล้องฟิล์มตัวเดิม นานๆเอาออกมาใช้สักที สเป็คเลนส์ตัวนี้จะมีคล้ายๆกันหลายตัว บางตัวเป็นบอดี้พลาสติกน้ำหนักเบา ตัวที่ผมมีอยู่เป็นเหล็กค่อนข้างหนัก เรียกว่าเป็นของดีก็พอได้แหละ เวลาติดอยู่บนตัวกล้องแล้วก็ดูดีเหมือนกัน


แฟลช vivitar เป็นแฟลชยี่ห้ออิสระ ออกแบบมาให้ใช้กับกล้องได้ทุกยี่ห้อ เป็นแฟลชระบบแมน่วล และมีอ้อโต้สองระดับ เวลาจะใช้ต้องคำนวณระยะทาง ความไว รูรับแสงควบคู่กัน กว่าจะได้ค่าแสงที่พอดีต้องคิดเยอะมาก แต่สมัยใหม่มีแฟลชระบบไฮเทคที่ช่วยให้การใช้แฟลชง่ายกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ได้ระดับแสงที่ต้องการจริงๆเท่ากับระบบแมน่วล การใช้งานแฟลชเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ และต้องใช้เวลามากกว่าการหัดใช้กล้องเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นแฟลชกระจอกระดับไหนก็ตาม ทักษะการใช้แฟลชเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน หนังสือเกี่ยวกับการใช้งานแฟลชหายากมาก หนังสือที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่านตอนนี้ไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว จากวันที่เริ่มเรียนรู้แฟลชจนผ่านมาสิบปี ไม่มีหนังสือเกี่ยวกับแฟลชที่ดีให้เห็นอีกเลย ไม่รู้ว่าเพราะไม่มีคนคิดจะเขียน หรือ เป็นเพราะไม่มีใครอยากอ่านเลยไม่มีใครอยากจะเขียน


เลนส์ nikon 135 f2.8 เป็นเลนส์แมน่วลเทเลโฟโต้ราคาประหยัด คุณภาพดีมาก ได้มือสองมาจากร้านแถวเจริญกรุง ใช้กับฟิล์มได้สนุกมาก อารมณ์ถ่ายภาพด้วยฟิล์มเป็นอารมณ์ที่หาทดแทนไม่ได้จากระบบดิจิทัล การได้เลนส์และฟิล์มดีๆจะทำให้ภาพออกมาดีเลิศเลอน่าหลงไหล เลนส์ตัวนี้ให้ภาพสวยที่สุดเท่าที่กล้องแมน่วลจะมีให้ได้ ของที่ดีกว่านี้ก็มี แต่ว่าราคามันก็จะสูงขึ้นมาหลายเท่า ถ้าจำกัดงบ เลนสตัวนี้จะกลายเป็นเดอะเบสท์ และด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่โต สามารถใช้กระเป๋ากล้องสำหรับ SLR แบบที่เล็กที่สุดได้ไม่มีปัญหา

ดิจิทัลปริ๊นท์ ตอนที่ 5

พักนี้มีงานพิมพ์ดิจิทัลด่วนหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ตอนที่รู้ว่าต้องพิมพ์งานเยอะๆก็เช็คหมึก เช็คอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆว่าพอสำหรับทำงานทั้งหมดหรือไม่ พอรู้ว่าบางอย่างอาจไม่พอก็สั่งของมาตุนไว้ เตรียมไว้พร้อมทุกอย่าง สุดท้าย ก็มาตกม้าตายตรงชิ้นส่วนที่เป็นถังขยะ มันคือหน่วย wraste toner เป็นกล่องใส่หมึกเสีย การพิมพ์ทุกแผ่นจะมีผงหมึกเล็กๆน้อยๆ ปลิวกระจายออกมา และผลหมึกเหล่านั้นจะถูกรวบรวมทิ้งลงกล่อง กล่องใส่หมึกสำหรับทิ้งนี้ถ้าเต็มเครื่องจะไม่ทำงานต่อ และมันก็เต็มในวันที่มีงานเร่งๆ และเต็มในวันเสาร์ เครื่องหยุดทำงานตอนเกือบเย็นวันเสาร์ ผมโทรสั่งของด่วน โกดังกำลังจะปิด ผมต้องวานเพื่อนที่มีบ้านอยู่แถวนั้นช่วยแวะไปรับอะไหล่มาเก็บไว้ก่อน แล้วผมค่อยขับรถไปรับต่อจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง ไม่งั้นไม่ทัน แล้วสุดท้ายก็ทัน เลี้ยงข้าวเพื่อนไปมื้อนึง

ยา tarceva สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

พ่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเดือนมีนาคม และก็เริ่มทำคีโมมาสี่ครั้ง หยุดการรักษาไปสามเดือน และกลับมาตรวจใหม่ ก็พบว่ามีอาการลุกลามเพิ่มขึ้น หมอเปลี่ยนยาจากการให้เคมีบำบัดด้วยยา avastin คอร์สละแสนสอง เป็นการกินยาแทน

ยาที่กินชื่อว่า tarceva เป็นยาเม็ด กินวันละ 1 ครั้ง เม็ดละสามพันบาท มีโปรโมชั่นจากบริษัททำให้เฉลี่ยเหลือเม็ดละสองพันบาท หกเดือนนับจากนี้ต้องกินวันละ 1 เม็ด หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที

ยา avastin ซื้อจากเซลส์ชื่อปุ้ม โทร 0866044487
ยา tarceva ซื้อจากเซลส์ชื่อน้ำส้ม โทร 0856764321 และ 0847516898

เครื่องเข้าเล่ม ไสกาว ของเล่นคนชอบทำหนังสือ

การทำหนังสือจะต้องมีการเย็บเล่ม รูปแบบการเย็บเล่มแบบธรรมดาที่สุดคือการเย็บด้วยแม็กซ์ ซึ่งบางคนเรียกว่าเย็บมุงหลังคา อีกรูปแบบหนึ่งที่นิตยสารต่างๆนิยมใช้กันก็คือการไสกาว

การไสกาวเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือเยอะกว่าเครื่องเย็บด้วยแม็กซ์ และเครื่องมือก็ค่อนข้างแพง ถ้าจะทำหนังสือสักพันเล่มก็คงจะต้องลงทุนเครื่องเข้าเล่มไสกาวสักแสนกว่าบาท มันถึงจะทำงานได้ทัน แต่ถ้าจะทำแค่ไม่กี่เล่ม จำพวกหนังสือออนดีมาน หรือโฟโต้บุ๊ค หรือสมุดโน้ตจำนวนน้อยๆ การลงทุนระดับแสนกว่าบาทก็ดูจะเป็นเรื่องที่หนักเกินไป

แต่เดี๋ยวนี้ถือว่าการการทำเล่มไสกาวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีเครื่องมือราคาย่อมเยาออกมาให้ใช้ มันก็คือเครื่องตัวนี้แหละ สามารถทำเล่มไสกาวได้ทีละหนึ่งเล่ม ใช้เวลาต่อเล่มประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้งาน

การมีเครื่องนี้ใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทำให้สามารถรับงานหนังสือได้จริง สามารถทำงานจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปส่งให้ร้านอื่นทำต่อ สามารถควบคุมคุณภาพได้ เร่งเวลาได้ แม้จะช้ากว่าโรงงานเข้าเล่มจริงๆ แต่ถ้าแข่งกันทำ 10 เล่ม ผมว่าเครื่องนี้เสร็จก่อน และงานเรียบร้อยกว่า