โรงพิมพ์จอมทอง ถ่ายภาพด้วยกล้อง lytro
post from lytro web
โรงพิมพ์จอมทอง ถ่ายภาพด้วยกล้อง lytro
โรงพิมพ์จอมทอง ถ่ายภาพด้วยกล้อง lytro
นามบัตรหรือเศษกระดาษ
ในการทำธุรกิจของทุกคนต้องมีการใช้นามบัตรเสมอ และการที่ท่านออกจากบ้านไปหาเพื่อนๆ ไปร่วมกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งต่างๆนั้น บางท่านอาจจะพกนามบัตรไปแจกแบบเน้นปริมาณ บางท่านตั้งใจจะแจกทุกคนที่ได้คุยด้วย อาการแจกไม่เลือกแบบนี้จะไม่สร้างผลดีต่อท่านเลย เพราะภาพลักษณ์ของท่านจะกลายเป็นเซลส์ที่เน้นการขายของ มาออกบู๊ทมาแจกใบปลิว มาแจกนามบัตร หนังสือบางเล่มจะเรียกคนแจกนามบัตรแบบไม่คิดว่า “นักยัดเยียดนามบัตร”
นามบัตรหนึ่งใบราคาไม่ถูกไม่แพง แต่มันจะกลายเป็นเศษกระดาษราคาแพงไปเลยถ้าท่านใช้ไม่ถูกวิธีหรือแจกไปยังคนที่ไม่ต้องการ และในทางตรงข้าม นามบัตรใบละไม่กี่บาทจะเป็นคัมพานีโพรไฟล์ที่ถูกที่สุดในโลกหากท่านแจกถูกคนและถูกโอกาส
วิธีการที่ดีที่สุดในการแจกนามบัตรให้มีคุณค่าก็คือ แจกเฉพาะคนที่เขาเอ่ยปากขอครับ ใครไม่ขออย่าเพิ่งไปแจก เพราะเขาอาจไม่ต้องการ เขาอาจมาอยู่ในกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งแบบโดนบังคับมา โดนหลอกมา เขาไม่ได้อยากทำธุรกิจ หรือแม้แต่ธุรกิจเขาอาจไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย การหยิบนามบัตรแจกไม่เลือกหน้ามีโอกาสที่มันจะถูกนำไปวางในลิ้นชักแบบมัดยางรวมเป็นกอง เพราะใครๆก็แจกไม่คิด คนรับก็รับแบบไม่อยากเสียมารยาท สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นเศษกระดาษราคาแพง ผมเชื่อว่าทุกท่านจะมีกองนามบัตรที่ไม่อยากได้อยู่สักกองหนึ่งในที่ทำงาน ซุกไว้ในลิ้นชักหรือในซอกตู้เก็บเอกสารสักที่หนึ่ง
สิ่งที่เราควรจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแจกนามบัตรอย่างมีคุณค่าก็คือ
1 มีนามบัตรติดตัวพร้อมแจกเสมอ
2 มีนามบัตรที่แสดงถึงตัวตนความเป็นมืออาชีพในธุรกิจของท่าน และไม่ลืมระบุ ชื่อท่าน ชื่อบริษัท เบอร์โทรที่ต้องการให้เขาโทรกลับ และรายละเอียดธุรกิจของท่านอย่างสรุปย่อ
3 แจกเฉพาะคนที่เขาอยากได้
คราวนี้ถ้าเกิดว่า คุณอยากจะให้นามบัตรกับใครเป็นพิเศษ คนที่คุณเชื่อว่าเขาสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณได้ คุณจะทำอย่างไรให้เขาเอ่ยปากขอนามบัตรจากคุณ
วิธีทำให้เขาเอ่ยปากขอนามบัตรจากคุณก็ทำได้โดยการเข้าไปทำความรู้จักและขอนามบัตรของเขาก่อน เมื่อได้คุย และได้นามบัตรมาแล้ว ถ้าเขาไม่ลืมเขามักจะขอนามบัตรจากคุณเช่นกัน มันเป็นจิตวิทยา การตอบแทนซึ่งกันและกัน คือถ้าคุณทำอะไรต่อเขา เขามักจะทำแบบนั้นต่อคุณ แค่นี้คุณก็สามารถให้นามบัตรแก่คนที่คุณสนใจได้แล้ว
อย่าลืมว่า นามบัตรเล็กๆหนึ่งใบ เป็นได้ทั้งคัมพานีโพรไฟล์ และเศษกระดาษ ใช้มันให้ถูกวิธี ถูกกาละเทศะ มันพาคุณไปสู่ลูกค้าที่คุณต้องการ
เย็นวันหนึ่งกับการเฝ้ามองและเล่นกับลูก ใช้กล้อง nikon v1 ถ่ายวิดีโอไปเรื่อยๆ มีหลายคลิป ไฟล์นี้เป็นหนึ่งในหลายสิบคลิปที่ถ่ายเก็บไว้
กล้อง nikon v1 ต่อกับเลนส์ CCTV จะต้องต่อผ่าน adaptor ชิ้นหนึ่ง ซึ่งจะแปลงเม้าเกลียวของระบบ CCTV ให้เป็นเม้า nikon1 ลองซื้อมาใช้แล้วก็ใช้งานได้ปกติ แต่ติดปัญหาก็คือไม่สามารถโฟกัสอินฟินิตี้ได้เลย เพราะระยะเกลียวของ adaptor มันไม่ลงลึกพอที่จะให้เลนส์อยู่ใกล้กับบอดี้ตามที่ควรจะเป็น เหตุผลที่มันลงไปลึกไม่ได้ เพราะกระบอกเลนส์ CCTV มันใหญ่กว่าความกว้างของหลุมที่ adaptor มันเว้นไว้ให้ มันก็เลยหมุนลงไปไม่ได้
ผลก็คือถ่ายภาพได้แต่ระยะใกล้ๆและระยะมาโครเท่านั้น จะถ่ายภาพวิวไม่ได้เลย พยายามหาข้อมูลแล้วแต่ก็ไม่เจอว่าจะต้องหา adaptor ยี่ห้อไหน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า adaptor ไม่ได้มาตรฐาน หรือ เลนส์ CCTV ตัวนี้ไม่ได้มาตรฐาน อะไรกันแน่
ภาพแม่และเด็กในรูปแบบที่ผมชอบจะเป็นลักษณะแบบภาพนี้เลย เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความตั้งใจที่จะเอาใจใส่ต่อชีวิตน้อยๆหนึ่งชีวิต การเป็นแม่ที่ดีต้องใช้ความพยายามและความอดทนมหาศาล ในช่วงแรกของเด็กยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เด็กจะอยู่รอดก็เพราะแม่คนเดียวเท่านั้น พ่อที่ยืนถ่ายรูปอยู่ด้านข้างเป็นแค่คนที่คอยช่วยหยิบจับสิ่งของบางอย่าง เป็นเพียงคนบันทึกภาพ เป็นพยานว่าแม่รักลูกแค่ไหน
พระอาทิตย์ทรงกลด ไม่ได้เป็นเรื่องราวของโชคราง หรือนิมิตใบ้คำทำนายทายทัก มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่รุ้งกินน้ำจะเกิดเป็นวงกลมรอบเส้นตรงที่ลากจากพระอาทิตย์มายังดวงตา ถ้ารุ้งกินน้ำเกิดตอนสี่โมงเย็น มันก็จะอยู่ริมขอบฟ้า เส้นวงกลมของรุ้งกินน้ำก็มีบางส่วนของวงอยู่บนฟ้าเป็นภาพให้เราเห็น บางส่วนของวงอยู่ใต้ดินซึ่งก็คือไม่มีให้เห็น รุ้งกินน้ำที่เกิดตอนเที่ยง ตอนที่พระอาทิตย์ตรงหัว มันก็เกิดเป็นวงกลมเต็มวงให้เราดู ถ้าเราสามารถมองได้ไม่แสบตา การถ่ายภาพนี้ ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเลย มองผ่านช่องมองภาพก็ไม่ได้ด้วย อาศัยการปรับกล้องแมน่วลโฟกัสให้โฟกัสที่อินฟินิตี้ กล้องnikon fm2n เลนส์ 24f2.8 ฟิล์ม fuji velvia ปรับความเร็วชัตเตอร์ไปที่ความเร็วสูงสุดของกล้อง แล้วก็ปรับค่ารูรับแสงตั้งแต่ค่า f8 f11 f16 f22 ไล่ไปเรื่อยๆ มันจะได้ภาพดีสักภาพหนึ่งแน่นอน ตอนเล็งก็อาศัยการหลับตาแทนการมอง หันกล้องขึ้นฟ้า หลับตาเพื่อให้ภาพมืด แล้วแดดที่ตกเข้ามายังกล้องก็จะส่องมาที่ดวงตาที่หลับไว้ เราก็จะเห็นเป็นแสงสีส้ม เอียงกล้อง ส่ายกล้องไปมาเพื่อหามุมที่แสงสีส้มสว่างที่สุด แล้วก็เร่ิมถ่าย….
กระเป๋าหน้าตาเชยๆ แต่เป็นกระเป๋ารุ่นที่เข้าฉากถ่ายทำหนังเรื่อง indiana jones เป็นกระเป๋าที่ผลิตจริงในยุคสงครามโลก และมีการแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ใส่อุปกรณ์ป้องกันแก๊สพิษ กระเป๋ารุ่นนี้ได้รับการผลิตจำนวนมาก และหลงเหลือมาสู่ยุคปัจจุบัน ในช่วงที่มีการถ่ายหนังเรื่อง indiana jones ก็ได้มีการคัดเลือกกระเป๋าให้เป็นเครื่องประดับของพระเอก กระเป๋ารุ่นนี้ก็ได้รับการคัดเลือก และหลังจากหนังได้รับความนิยมและทำต่อเนื่องกันสามภาค กระเป๋า Gas Mask ก็ได้รับการสืบประวัติและถูกนักสะสมตามซื้อเก็บกันตั้งแต่หนังสามภาคดังเป็นพลุแตก
คนมีนิสัยชอบถ่ายรูปจะพยายามหากระเป๋าสักใบที่มีคุณภาพดีและสามารถใส่ของได้เยอะ และสามารถพรางตัวไม่เป็นจุดเด่น ดูไม่รวย ดูไม่เป็นช่างภาพ ซึ่งกระเป๋า Gas Mask ตอบโจทย์เหล่านี้ได้หมด ตอนที่ได้มาผมก็ลองใส่ของไปหลายๆอย่างก็รู้สึกถูกใจ เพราะมันใส่ของได้เยอะโดยที่กระเป๋าไม่บวมป่อง มีช่องเล็กช่องน้อยที่ทำไว้ให้ใช้งานได้ง่าย สามารถหยิบของทุกอย่างในกระเป๋าได้โดยตรงโดยที่ไม่ต้องรื้อกระเป๋า ซึ่งการใช้งานจริงผมก็ลองใส่จนลงตัวว่ากระเป๋าใบนี้ผมใช้ใส่อะไรบ้างดังนี้
กล้องถ่ายภาพตัวที่หนึ่ง nikon 1 V1 ติดเลนส์ 10f2.8
กล้องถ่ายภาพตัวที่สอง canon eos m ติดเลนส์ 18-55STM บ้าง บางวันก็ติดเลนส์ 22f2 บ้าง
แฟลชตัวเล็ก canon ex90
เพาเวอร์แบงค์ 5500Ma ของ yoobao
สมุดโน้ตขนาด 4×5 นิ้ว ความหนาประมาณ 40 หน้า
tablet Galaxy note8 บางวันก็มี ipad mini ใส่เข้าไปด้วย
ปากกาลูกลื่น ปากกาเมจิก ดินสอเหลาอย่างละแท่ง
เครื่องเล่น mp3 ขนาดเล็ก บางวันก็ใช้ samsung w1 บางวันก็เป็น ipod shuffle gen1
หูฟัง 1 เส้น
หลอดไฟ led สำหรับต่อกับพอร์ต usb เอาไว้ส่องสว่างเวลาทำงานในที่แสงน้อย
กล้องฟิล์ม contax t3 ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็น nikon1 v1 แทน
ถ้าจะบอกว่าเป็นกระเป๋าที่ถูกใจที่สุดในรอบสิบปีก็ไม่ผิด เพราะมันใส่ของที่อยากใส่ออกนอกบ้านได้ค่อนข้างเยอะและครบ กระเป๋าใบนี้ทำให้เราสามารถพกกล้องไปได้ทุกที่ เหตุที่ต้องมีกล้อง 2 ตัวเอาไว้ในกระเป๋าก็เพราะ กล้อง nikon v1 เป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ขนาดเล็กมากที่สามารถโฟกัสภาพได้เร็วมาก เป็นกล้องที่ีจะหยิบมาถ่ายภาพเวลาที่ต้องการภาพเน้นเนื้อหา เน้นสาระ เน้นว่าต้องเก็บภาพให้ได้ ส่วนกล้อง eos m เป็นกล้องขนาดเล็กอีกตัวหนึ่งที่ให้ภาพได้สวย เลนส์ 22f2 พร้อมกล้อง eos m ให้ภาพชัดตืิ้นได้ถูกใจผมที่สุด แทบจะไม่ต่างไปจากกล้องโปรเลย แต่มันโฟกัสช้ามากทำให้ไม่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ มันก็เลยต้องพกสองยี่ห้อ สองบอดี้นั่นเอง
มินิคอมโปตัวนี้เพิ่งได้มาไม่นาน จากการประกาศเคลียร์แล้นในเว็บแห่งหนึ่ง เมื่อได้มาก็ลองฟังคร่าวๆและเขียนบันทึกไว้คร่าวๆ จะเป็นรีวิวก็ไม่เชิง



ผมพอใจกับน้ำเสียงของ A3 มาก เสียงเบสทำได้ดีไม่น่าเชื่อ บาลานเสียงของกลางแหลมกับเบสมีพอดีๆ ให้ความรู้สึกเหมือนลำโพงซับแซทชั้นดีที่จูนเสียงมาให้ฉ่ำอิ่ม จังหวะกระแทก เบสอิ่มๆ มีครบถ้วน การวางลำโพง ในคู่มือบอกให้วางห่างผนังประมาณ 15cm ซึ่งคงเป็นจุดที่ให้เบสได้ใหญ่ที่สุด แต่ผมวางห่างผนังหลังประมาณ 30cm ครับ
ราคาระดับนี้ หายากมากที่จะมีตัวที่ดีกว่าคุ้มกว่า จริงๆต้องบอกว่าไม่มีเลย ลำพังแค่ลำโพง หรือแค่ตัวเครื่องก็หาซื้อมาแทบไม่ได้แล้ว คุณภาพเสียงฟังจากแผ่นซีดี คุณภาพดีมาก เป็นเครื่องที่ฟังเพลงได้เพราะมาก ไม่เหมือนเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปที่ฟังแล้วไม่รู้สึกเพราะ
มีรายละเอียดอีกมากที่มันส่งเสริมให้คุณภาพเสียงออกมาดี ถ้าให้สาธยาย ผมต้องไปรับเงินเดือนที่ jvc เลยแหละ
เอาคร่าวๆก็คือ ตู้ลำโพงไม้ออกแบบมาดีดูมีความตั้งใจมาก ตัวซับเสียงภายในก็ไม่ใช่ฟองน้ำทั่วไป แต่เป็นเศษไม้เอามาทำให้เป็นก้อนๆแทนฟองน้ำ ขั้วลำโพงก็มีราคา สายลำโพงที่แถมมาก็เป็นของดี ไม่ใช่สายดำแดงเล็กๆบางๆ
วงจรดิจิทัลแอมป์มีระบบ feedback 2 ชั้น เห็นโลโก้ ที่ฝาบนว่า Hybrid feedback Digital amp
ไปหาข้อมูลเพิ่ม พบว่าเป็นระบบ feedback ที่จะประมวลผลสัญญาณออกลำโพง เพื่อชดเชยทำให้การตอบสนองความถี่เสียงเป็นไปตามที่ออกแบบ มี feedback ระบบดิจิทัลเพื่อควบคุมภาคดิจิทัลแอมป์ให้ทำงานเที่ยงตรง มี feedback analog คุมอีกที ซึ่งส่วนที่เป็นอนาลอกมันคือบล๊อกการทำงานแบบ op-amp มันก็หมายความว่า A3 เป็นโคตร op-amp พลังมหาศาลลลลลลลลลลลลลลลลลล
ถ้าคุณเป็นวิศวกรไฟฟ้า เจอคอนเส็บวงจรแบบนี้ต้องซื้อสองชุดเก็บไว้เลย แม้แต่แท่นเครื่องจุดที่วางพื้นมีสามจุด ก็มีการออกแบบเป็นสามเหลี่ยม มีตัวพยุงที่เกือบสัมผัสพื้นด้วย เพื่อป้องกันการวางเครื่องเอียงหรือเครื่องสั่น จะได้ไม่ทำให้ภายในรวน การอ่านแผ่นจะได้มีคุณภาพตลอดเวลา ภาคดิจิทัลแอมป์ และภาคจ่ายไฟออกแบบให้อยู่คนละด้านของตัวเครื่อง แยกให้ห่างที่สุดเป็นหลักการออกแบบที่ปราณีตและมีหลักการครับ
ถ้าคุณมองเครื่องนี้เป็นดีวีดี มันก็เป็นเครื่องเล่นดีวีดีที่ให้เสียงเพลงได้เพราะมาก
ถ้ามองว่าเป็นชุดลำโพง มันก็เป็นแอมป์พร้อมลำโพงที่หน้าตาดี ขนาดกระทัดรัดและให้เสียงดีมาก คุณอาจจะต้องเสียเงินซื้อชุดแอมป์และลำโพงแยกชิ้นสักห้าหมื่นเพื่อให้เสียงดีกว่านี้
การเชื่อมต่อมีให้หลากหลายครับ สามารถเพิ่มซับวูฟเฟอร์ได้ มี sub out ให้ใช้ สามารถอ่านไฟล์จาก usb ได้ เพลงที่โหลดมาทั้งหลายมีเครื่องเล่นดีๆแล้ว จะต่อจาก ipod หรือ player อื่นๆทางช่อง mini ก็ได้ รับ digital in ได้ด้วย ถ้าคุณมีเครื่องเล่น media player ที่มี digital out ก็ลงตัวเลย เครื่องนี้เครื่องเดียวเข้ามาในห้องฟังผม ผมปิดแอมป์ชุดหลัก เก็บลำโพงชุดหลักไปแล้ว ราคาเต็มสองหมื่นอาจจะซื้อไม่ลง แต่พอลดราคาลงมาขนาดนี้กลายเป็นของโคตรดีไปซะได้เลย บังเอิญช่วงนี้ผมใช้เงินเยอะ ไม่งั้นจะซื้อเก็บไว้อีกตัว
ผมเพลินไปกับการเล่นคอมฯ เล่นเน็ต เล่น ipod จนไม่เคยติดตามเครื่องเสียง mini compo เลย เวลาผ่านไปตามห้างก็เจอแต่เครื่องจีนราคาไม่กี่พัน ฟังกี่รอบก็เมิน ไม่อยากซื้อกลับบ้าน อยู่บ้านก็อยู่กับลำโพงมอนิเตอร์ห้องบันทึกเสียง อยู่กับแอมป์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์ มันก็ลงตัว กลมกล่อม ไม่ได้อยากมีอะไรเพิ่มเติมเข้าระบบอีกได้ jvc A3 มาก็ใช้แทนได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีที่หยิบแผ่นซีดีมาฟังโดยตรง เพราะที่ผ่านมา ก็ฟังจากไฟล์ที่ริบเก็บไว้ตลอด
แถม รับวิทยุได้ค่อนข้างดีครับ ฟังเสียงดีเจแล้วไม่อยากปิดเครื่องเลย.
ออกจากถ้ำกันเถอะ
===============
นึกถึงวันที่เราลุยทำธุรกิจแบบที่เราไม่มีทีม ไม่มีเน็ตเวิร์คเจ๋งๆ เรามีสภาพอย่างไร
วันที่เราโชคดี เราก็มีงานดีๆที่ทำให้เรามีชื่อเสียง เราก็รับงานนั้นแล้วก็สร้างชื่อ เราทำดี ก็มีลูกค้าเก่าบอกต่อ สิ่งที่ตามมาก็คือ เราทำงานกันจนหน้ามืด ทำงานจนเราไม่มีเวลาไปพัฒนาหรือศึกษาตัวเอง ทำงานจนลืมที่จะพัฒนาองค์กร และในเวลาต่อมา ลูกค้าบอกต่อก็ค่อยๆหายไป เพราะไม่มีใครใช้งานเราตลอดไป ไม่มีใครสร้างบ้านทุกปี ไม่มีใครแต่งงานทุกปี ไม่มีใครเดินระบบไฟ กล้องวงจรปิด สายแลนด์ ลงเครื่องคอมฯยกอ๊อฟฟิศทุกปี เราอยู่ในธุรกิจของตัวเราเองมานานพอจนเรารู้แล้วว่าลูกค้าเก่าจะค่อยๆหายไป สิ่งที่เราต้องการคือลูกค้าใหม่
เราออกไปหาลูกค้าใหม่ เราทำอย่างไรกันบ้าง เราก็อาศัยว่า ลูกค้าเก่าแนะนำใครเราก็ไปหาเขา มีคนถามหาเราเราก็ไปหาไปแนะนำตัวกับเขา เราต่างคนต่างทำแบบนี้ ในขณะที่เราก็ไม่ได้มีนัดไปแนะนำตัวได้ทุกวัน เพราะเราทำงานหน้ามืดอยู่ เรากำลังทำงานให้ลูกค้าอยู่ แถมคนที่จะช่วยบอกต่อให้เราก็มีไม่เยอะ
แม้แต่วันที่เราไปงานเลี้ยงรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่นมัธยม มหาวิทยาลัย แรกๆเราก็ไปพร้อมนามบัตรเป็นปึก แล้วเราก็ไม่ได้แจกนามบัตรซะเท่าไหร่ เราไม่ได้มีนิสัยช่างคุย เพื่อนๆที่เราคบก็มีเพื่อนสนิทเดิมๆที่เรารู้จักกันมาสิบปี และมันก็ไม่เคยซื้อของๆเรา เราก็ไม่เคยซื้อของๆมัน เราอาจจะมีธุรกิจต่อกันบ้าง แต่มันก็เข้าสู่คำพูดเดิมๆ ไม่มีใครสร้างบ้านทุกปี เพื่อนเราใช้สินค้าหรือบริการเราแค่ครั้งเดียว หรือจำนวนน้อยครั้งจนเรียกว่าธุรกิจไม่ได้
สิ่งที่เราเป็นเราเรียกว่า มนุษย์ถ้ำ เราใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ถ้ำ เราออกไปหาอาหารแบบพอเพียงแล้วเราก็กลับเข้าถ้ำ สิ่งที่แย่ก็คือ อาหารรอบถ้ำเริ่มน้อยลง แถมยังมีมนุษย์ถ้ำมาหากินใกล้เรา มาตัดราคาเราอีก
กลับมาที่งานเลี้ยงรุ่น เราออกไปพบเพื่อน เราบอกเพื่อนว่าเราทำอะไร เพื่่อนบอกเราว่าเพื่อนทำอะไร แลกนามบัตร กินข้าว แล้วเราก็กลับบ้าน อีกไม่กี่วันเราก็ลืมไปแล้วว่าเราเอานามบัตรใครกลับบ้านบ้าง และเพื่อนก็เป็นแบบเรา มันก็ลืมเรา เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เราก็ไปเจอเพื่อนอีกที เพื่อนก็นึกออกว่าเราทำอะไร เราก็นึกออกว่าเพื่อนทำอะไร แต่ระหว่างปีเราดันนึกไม่ออก คือเราไม่คิดถึงกันเลย ธุรกิจก็ไม่เกิด เซ็งไหม มันเป็นเพราะคุณเป็นมนุษย์ถ้ำเดียวดาย ทำธุรกิจหัวเดียวกระเทียมลีบ และคุณมองหาแค่ใครจะซื้อของของคุณ และคุณก็รู้ว่าเพื่อนกลุ่มเดิมๆของคุณไม่ได้ต้องการธุรกิจของคุณบ่อยๆ คือมันไม่เกิดรายได้ที่จะหล่อเลี้ยงคุณและบริษัทเลย
แต่ตอนนี้ พวกเรา มารวมตัวกัน เรามาพบกัน เพราะเราต่างก็เห็นบางอย่างคล้ายๆกัน คือเราอยากได้วิธีการใหม่ๆที่จะรักษาและขยายธุรกิจ พวกเราไม่อยากเป็นมนุษย์ถ้ำเดียวดาย เราอยากมีชีวิตชีวาและสนุกกับการทำงาน…และเราอยากมีลูกค้าใหม่
บีเอ็นไอ พัฒนาพวกเราให้เป็นเน็ตเวิร์คที่มีคุณภาพ ถ้าคุณไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นอีกครั้งด้วยทัศนคติแบบบีเอ็นไอแท้ๆ คุณจะสนุกกับงานเลี้ยงรุ่น เพราะคุณไม่เดียวดายอีกต่อไป คุณสามารถเป็นคนใหม่ที่มีคอนซัลห้าสิบอาชีพที่รู้ลึกรู้จริงติดตัวไปด้วย คุณจะเป็นคนที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม เพราะคุณพกคนเก่งติดตัวคุณไปด้วยอีกทั้งแชปเตอร์ ในเวลาที่คุณคุยกับเพื่อนร่วมรุ่น หรือเพื่อนกลุ่มสนิท คุณก็จะได้แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบกัน เพื่อนบ่นอะไรมาเกี่ยวกับธุรกิจ คุณจะนึกออกได้ในเวลาไม่นานว่าคุณรู้จักคนที่สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นได้
เช่นถ้ามีคนบ่นอยากขายบ้าน ขายคอนโด ด้วยความร้อนเงิน คุณรูู้แล้วว่าคุณจะแนะนำเพื่อนให้คุยกับใคร คุณก็แค่บอกว่าคุณรู้จักนักอสังหาริมทรัพย์ที่รู้ว่าควรจะขายบ้านให้เร็วนั้นทำอย่างไร ถ้าเพื่อนคุณบ่นว่าขโมยขึ้นบ้าน คุณก็เชื่อมเขาเข้ากับคนขายกล้องวงจรปิดได้ ถ้าคุณได้ยินว่าเพื่อนกำลังเดือดร้อนสรรพกรเรียกคุยเพราะบัญชีไม่เรียบร้อย คุณก็รู้ได้ในทันทีว่า คุณควรจะแนะนำให้เขาได้คุยกับคนทำบัญชีเก่งๆที่สามารถเจรจาต่อรองกับสรรพกรแทนเจ้าของบริษัทได้ ซึ่งคุณสามารถนำพาเพื่อนผู้ประสบปัญหามาพบกับคนเก่งๆโดยไม่ต้องคิดเรื่องเงินและราคาในเบื้องต้น เพราะอะไรคุณถึงทำได้รู้ไหม เพราะคุณมีทีม และทีมนี้ใหญ่พอ เก่งพอ และมีทัศนคติบวกเหมือนคุณ
คุณคนใหม่นี้จะมีทัศนคติที่เป็นนักแก้ปัญหาให้กับเพื่อนฝูง การมองไปยังปัญหาของเพื่อนๆและลูกค้าจะทำให้คุณได้มองหาธุรกิจให้กับทีมของตัวเอง แค่คุณเปลี่ยนวิธีคิดเล็กน้อย เปลี่ยนจากการมองหาธุรกิจให้ตัวเองเป็นการฟังปัญหาของผู้อื่นและมองหาโอกาสและธุรกิจให้ทีม คุณก็จะได้รับการขอบคุณจากลูกค้าเพราะคุณใส่ใจกับปัญหาของเขา และอาจจะเป็นโอกาสที่คุณจะได้ส่งธุรกิจเข้าแช็ปเตอร์
ขอให้ทุกคนออกจากถ้ำแล้วปรับทัศนคติใหม่เป็นนักฟัง นักแก้ปัญหา แทนที่เราจะออกไปหาธุรกิจให้ตัวเอง หนึ่งวันคุณมีโอกาสหาธุรกิจหนึ่งครั้ง แต่ถ้าคุณมองหาธุรกิจให้เพื่อนๆในแช็ปเตอร์ และเพื่อนสมาชิกทุกคนก็ทำแบบคุณ หนึ่งวันของคุณจะมีห้าสิบโอกาสทางธุรกิจ แบบนี้พอใช้ได้ไหมครับ การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นนักฟัง นักแก้ปัญหา จะต้องอาศัยการฝึกฝน อาศัยเวลา แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไป
บีเอ็นไอมีความรู้ที่กลั่นกรองมาอย่างดีคุณสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ได้ NEC จะค่อยๆเอาความรู้เหล่านี้มาเล่าให้ฟังครับ
ครั้งหน้า เราจะมาคุยกันเรื่อง นามบัตร วิธีทำให้นามบัตรเป็นกุญแจทางธุรกิจ แทนที่จะเป็นเศษกระดาษ