รีวิว Dac Amp S.M.S.L R1

IMG_7807

การฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คและยิ่งมีการส่งหนังและเพลงด้วยระบบสตรีมมาทางอินเทอเน็ตยิ่งทำให้การใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อเสพสื่อบันเทิงต่างๆเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก หูฟังได้รับความนิยมมาก่อนเพื่อนเพื่ออัพเกรดเสียง และอุปกรณ์ชิ้นถัดมาที่ได้รับการซื้อมาอัพเกรดคุณภาพเสียงก็จะเป็น Dac ซึ่งบางครั้งก็เป็น Dac-Amp ที่เป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกและอาจจะมีการเพิ่มภาคขยายเสียงสำหรับหูฟังมาด้วย

IMG_7809

SMSL R1 เป็น Dac-Amp ในกลุ่มเครื่องเสียงตั้งโต๊ะขนาดกระทัดรัด ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้รู้สึกเหมือนจะออกแบบให้พกพาติดกระเป๋าไปด้วย หน้าตาเครื่องแปลงสัญญาณเสียงตัวนี้มาในแนวเหลี่ยมบึกบึนดูแข็งแรง ปุ่มกดและปุ่มหมุนรวมถึงปุ่มเลื่อนแบบสไลด์ก็ทำมาอย่างประณีต ให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ด้านหน้าจะมีไฟแสดงสถานะระดับเสียงของสัญญาณเพลง เป็นไฟวิ่งขึ้นลงดูคลาสิคมาก มีไฟสถานะเป็นจุดแสดงสถานะของ EQ ที่เลือกใช้ 4 ระดับ มีไฟสถานะของ input 3 ตำแหน่ง มีแถบเลื่อนปรับระดับเสียงไมโครโฟน มีแถบเลื่อนปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมแยกกัน มีปุ่มกด 2 ปุ่มด้านหน้า เป็นปุ่มเลือก EQ และปุ่มเลือก input และมีวอลลุ่มขนาดใหญ่วางเด่นอยู่ด้านขวาล่าง น้ำหนักการหมุนเบามือมาก

IMG_7808

ด้นบนของตัวเครื่องจะเป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณขาเข้าหรือ input 3 ชนิด ได้แก่
1 ช่อง usb-c
2 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบแสง หรือ optical ขั้วต่อแบบ Toslink
3 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบ Coaxcial

และยังมีช่องสัญญาณขาออกเป็น RCA ที่เป็น Pre-out 1 คู่ และมีช่อง usb-c ที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับไฟเลี้ยงแต่เพียงอย่างเดียวแยกมาอีก 1 ช่องด้วย

ด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 2 ชนิด ช่องแรกเป็นแบบสเตอริโอ 3.5มม. และช่องที่2เป็นแบบ 4.4มม. สำหรับเสียบหูฟังชนิดบาลานซ์ มีช่องเสียบไมค์ 1 ช่องแบบ 3.5มม. ในกล่องจะมีสาย usb-c แถมมาให้ 1 เส้น และมีสาย y รวมสัญญาณไมค์3.5มม.และหูฟัง3.5มม. เป็นช่องชนิด 3.5มม.แบบ TRRS อีก 1 เส้น เพื่อใช้กับหูฟังพร้อมไมค์ที่แจ็คเสียบเป็นแบบ 3 ขีด

สเป็คทางไฟฟ้า

Product typeDAC and headphone amplifier
DACES9018K2M
USB interfaceXMOS XU316
Inputs1x USB-C
1x Toslink optical
1x Coaxial
Outputs1x 3.5mm single-ended headphone jack output
1x 4.4mm balanced jack output
1x RCA line output
Other connectors3.5mm Microphone Jack
Supported sample ratesPCM 32bit 768kHz, DSD512
Line output level1.5Vrms
THD+N (non-weighted)0.009% (-80dB)
Dynamic range (non-weighted)98dB
SNR (non-weighted)98dB
Channel separation95dB
Headphone impedance32 ohms
Headphone output power120mW @ 32 ohms
Bass and treble adjustment-9dB/+9dB

สเป็คทางไฟฟ้าบอกให้เรารู้เป็นแนวทางว่าแอมป์หูฟังใน R1 นี้มีพละกำลังประมาณระดับกลาง สามารถใช้กับหูฟังทั่วไปได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียงเบา เรื่องความเพี้ยนหรืออัตราส่วนสัญญาณรบกวนค่อนข้างต่ำกว่าความเป็น Hi-res คือเหมือนเป็นสเป็คความเพี้ยนของเครื่องเล่นซีดีทั่วไปทั้งที่ตัว Dac แปลงสัญญาณมีความสามารถสูง มีความเพี้ยนต่ำมาก และมีวงจรลด jitter ในชิพ Dac เสียด้วยซ้ำ ให้เดาตรงนี้ก็จะเดาว่าภาค Pre-out อาจจะมีคุณภาพสูง แต่ภาคขยายเสียงหูฟังอาจจะใช้อุปกรณ์และวงจรเกรดธรรมดา เพราะราคาขายของ R1 ทั้งตัวถือว่าไม่แพงเลย แต่อย่างไรก็ควรจะต้องทดลองฟังจริงๆและลองฟังในระยะเวลาที่ยาวนานสักหน่อย

ฟังชั่นการเลือกปรับ EQ เป็นลูกเล่นที่น่าใช้งาน EQ1 ตำแหน่งแรกน่าจะเป็นแบบ flat ส่วนตำแหน่งที่ 2 3 4 ก็จะเพิ่มเบส เพิ่มแหลมไปอีกเล็กน้อย เสียงจะหนาขึ้น ใสขึ้นอีกทีละนิดตามลำดับ ส่วนสไลด์ปรับทุ้มแหลมก็มีการยกเสียงแหลมที่ไม่มากเกินไป ทำให้เสียงร้องมีประกายมากขึ้น ปรับแล้วเสียงโทนสูงมีความชัดเจนขึ้น ส่วนสไลด์ที่ปรับเสียงทุ้มก็ทำให้เสียงมีความฉ่ำหนามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เน้นปริมาณมากเกินไป เราเลือกปรับเพื่อให้ถูกใจได้หากใช้ฟังเพลงที่บันทึกมาไม่สมบูรณ์

อุปกรณ์ร่วมทดสอบ

เครื่องคอมพิวเตอร์ Handheld pc Msi Claw

Usb-C Hub

หูฟัง AKG K701 และ Hifiman He400se

สาย usb-c ใช้สายแถมมาในกล่อง

คุณภาพเสียง

R1 ให้เสียงที่คมชัด พื้นหลังสงัดตามสไตล์เครื่องเสียงที่ออกแบบระบบไฟฟ้ามาดี ใช้กับหูฟังความไวปานกลางก็ยังไม่ได้ยินเสียงรบกวนหรือ noise floor ยิ่งหากใช้กับหูฟังที่ความไวต่ำก็จะยิ่งให้เสียงสงัดมากขึ้น หูฟังอย่าง AKG K701 เป็นหูฟังที่ความไวต่ำ เสียบตรงที่ช่องหูฟัง 3.5mm ก็ให้ความสงัดไร้เสียงรบกวนเลย แต่ K701 ต้องการภาคขยายที่มีพละกำลังสูงเพื่อผลักด้นไดรเวอร์จะรู้สึกว่ากำลังขับของภาคแอมป์หูฟังน้อยไปหน่อย

เสียงเพลงที่ใช้ทดลองฟังเป็นประจำค่อยๆเปิดไล่ทีละเพลง สัมผัสได้ว่า เสียงกลางยังไม่เปิดมากเท่ากับแอมป์หูฟังที่ทำใช้เอง เพราะว่ากำลังขับของแอมป์ DIY นั้นสูงกว่า R1 จะต้องอาศัยการเลื่อนสไลด์ปรับเสียงแหลมให้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงจะได้คุณภาพเสียงที่พอใจ เสียงสูงจะมีประกาย มีความสดใสมากขึ้น แต่หากเราไม่อยากเลื่อนแถบสไลด์ เราอาจจะใช้วิธีปรับปุ่ม EQ ก็ได้ ปุ่มกดที่เลือกใช้ EQ ที่สองก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมี Loundness เพิ่มเสียงทุ้มและแหลมเล็กน้อย เท่านี้เสียงย่านสูงก็น่าฟังแล้ว

EQ ตำแหน่งที่ 1 คาดว่าจะเป็นเสียง flat ส่วน EQ ตำแหน่งที่2 จะเพิ่มเบสและแหลมเล็กน้อย ตำแหน่งนี้ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้กับ AKG K701 ได้ดี โดยเฉพาะตอนฟังเพลงในระดับเสียงเบาๆเพื่อให้ไม่รบกวนสมาธิการทำงานอื่นๆหน้าคอมพิวเตอร์ แต่หากมีนิสัยฟังเพลงเสียงดัง การเพิ่ม EQ ตำแหน่ง2 อาจจะรู้สึกว่าเพิ่มเสียงเบสเยอะเกินไป ตอนฟังที่ระดับเสียงดังจึงเลือกกลับไปเป็น EQ ตำแหน่ง1

พอลองกับหูฟัง Hifiman he400se รู้สึกว่าเบสมีเยอะพอตัวอยู่แล้ว ฟังเสียงแบบ flat บนเครื่อง R1 คือให้เสียงที่พอดีเลย แต่เสียงกลางจาก K701 จะเด่นกว่า

พบว่ามีเสียงแปลกปลอมบางอย่างหลุดเข้าไปเป็นเสียงซิกๆ นานๆครั้งจะเป็นสักที บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นเสียงpop หรืออาจจะเรียกว่าเสียงสัญญาณรบกวนที่ดังขึ้นมาแบบแรนด้อม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ก็คิดไปก่อนว่าอาจจะเป็นที่วิธีการต่อที่ผมต่อ R1 ไว้บน usb-hub เพราะเครื่องเล่นเกมส์ handheld มีพอร์ตให้เชื่อมต่อจำกัดเพียง usb-c ช่องเดียว ก็เลยต้องใช้ hub มาต่อที่ช่องนี้ แล้วแปลงเป็นพอร์ต usb-A หลายพอร์ต เพื่อใช้พอร์ตไปต่อกับ อุปกรณ์อย่างเม้าส์ ซาวด์การ์ด คีย์บอร์ด และ external hd ซึ่งตัวฮาร์ดดิสก์แบบเสียบปลั๊กก็จะมี hub อยู่ในตัวอีก 2 ช่อง เลยเอา R1 ไปต่อที่ช่อง usb-c บน external

ทดลองถอดสาย usb ไปเสียบที่ Hub ที่ต่อตรงกับคอมฯ ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ยังคงมีเสียงรบกวนออกมาแบบนานๆที แต่รู้สึกว่าน้อยลง อาการเสียงป๊อปหรือปุดผมเดาว่าจะเป็นที่ภาครับ usb ของ SMSL R1 จะไม่ค่อยดี หรือไม่ก็สายไม่ดี ถ้าเป็นเรื่องของฝั่งฮาร์ดแวร์เหมือนตัวรับจะเรียงสัญญาณดิจิทัลไม่เนียน อาจจะมีการแปลงค่าที่ไม่ลงตัวแล้วมีการปัดเศษ ทำให้มีเสียงรบกวนหลุดออกมา อย่างเช่น ระบบปฏิบัติการวินโดส์ที่มักจะมีค่า Sampling Rate ที่ระดับ 48KHz เป็นค่าเริ่มต้น แต่กับไฟล์เพลงดิจิทัลที่ Rip ออกมาจากแผ่นซีดี รวมถึงไฟล์ Mp3 ก็มักจะมีค่า Sampling rate เป็นค่า 44.1 KHz ซึ่งตัวเลขที่ต่างกันทำให้ตัวคอมพิวเตอร์จะต้องมีการแปลงค่าดิจิทัลก่อนนำไปส่งต่อภาคแปลงสัญญาณภายนอก และภาคแปลงสัญญาณที่มารับช่วงผมก็หาข้อมูลไม่ได้ว่าตัวเครื่องมันรับสัญญาณเป็น native ด้วย sampling rate เท่าใด การรับส่งที่ไม่พอดีกันก็จะมีปัญหาเสียงรบกวนผลุบโผล่ได้

ทดลองใช้ช่อง Pre-out ไปต่อกับแอมป์หูฟังโดยตรง เลิกใช้แอมป์ในตัว R1 ก็พบกว่าสัญญาณ pop น้อยลง ไมได้มาถี่ๆเหมือนเดิม อาจะเป็นที่ระบบกราวน์ของเครื่องคอมฯและ R1 มีปัญหาก็ได้ และที่ยังสงสัยอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ยังไม่ได้ทดลองช่อง Digital input เพราะยังหาเครื่องเล่นที่ปล่อยสัญญาณเสียงดิจิทัลมาร่วมทดสอบไม่ได้

สรุป อย่าซื้อ สัญญาณรบกวนที่ผลุบโผล่ส่งเสียงให้ได้ยินเหมือนสัญญาณช็อตเล็กๆน้อยๆ นานๆมาที แต่มาเรื่อยๆ เราไม่สามารถฟังเพลงได้อย่างสบายใจตลอดเพลงเลย ยิ่งใช้ฟังกับเพลงออดิโอไฟล์ที่โน้ตเสียงปกคลุมยาวๆต่อเนื่องมันสะดุดแล้วรู้สึกทันที มันเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาดีแต่คุณภาพไม่ผ่าน ถ้ามีการแก้ไขเฟิร์มแวร์ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้

หาลำโพงใช้ Learn From Home

เราอยู่ในยุคโควิด19 ที่เป็นโรคระบาด มีความอันตรายถึงชีวิต การระบาดทั่วโลกและในไทยทำให้มีคำสั่งห้ามออกจากบ้าน มีการปิดห้าง โรงแรม สถานที่สาธารณะ รวมถึงโรงเรียนทุกประเภทด้วย คนทำงานให้ทำงานจากที่บ้านถ้าทำได้ นักเรียนให้เรียนจากที่บ้านไปก่อน ดังนั้นการเตรียมตัวอุปกรณ์สำหรับการประชุมทางไกล หรือ เรียนทางไกล ก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ซึ่งในตอนนี้เราจะพูดถึงลำโพงก่อน เพราะค้นพบว่า ลำโพงมีความจำเป็นกับการสื่อสารหรือการเรียนบางวิชา

การเรียนจากที่บ้านสำหรับเด็กนักเรียน ในบางวิชาเราจำเป็นต้องได้ลำโพงคุณภาพสูงเพียงพอ หากจะเอาไว้เรียนรู้เรื่องเล่า ฟังข้อมูลวิชาการ ฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ลำโพงอะไรก็สื่อสารได้ แต่หากเด็กต้องเรียนภาษาอังกฤษ ต้องฟังเสียงคำอ่านที่คล้ายๆกันแต่สะกดไม่เหมือนกัน คนพูดที่ชัดเจนจะออกเสียงต่างกันเล็กน้อย ความเล็กน้อยนี้จำเป็นต้องใช้ลำโพงคุณภาพดีเพียงพอถึงจะฟังออกว่ามีความแตกต่างกันในการออกเสียง อย่างเช่น คำว่า plain กับ pain หรือ คำว่า wide กับ wine มันจะมีปลายเสียงต่างกันซึ่งแม้แต่การฟังต่อหน้ายังแยกแยะลำบากเลย คนฟังต้องได้ยินเสียงที่ชัดจริงๆถึงจะฟังออก ความสามารถในการแยกแยะหางเสียงตรงนี้ก็ต้องใช้ลำโพงที่ดี

ลำโพงบลูทูธในตลาดมีหลายตัวที่มีคุณภาพดี แต่การเชื่อมต่อบลูทูธมักทำกับโทรศัพท์มือถือหรือ tablet หรืออาจจะใช้กับโน้ตบุ๊ค แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากที่ใช้คอมฯตั้งโต๊ะและไม่สามารถใช้งานบลูทูธได้ การเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณเสียงทางช่อง Aux ก็เป็นสิ่งจำเป็น ลำโพงบลูทูธที่มีขายส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีช่อง Aux จะมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ยังมีช่องแบบนี้ให้ใช้งาน และลำโพงบลูทูธส่วนใหญ่ก็มีการเปิดปิดและการเชื่อมต่อที่ซับซ้อน บางครั้งการเชื่อมสัญญาณก็หลุด มีหลายครั้งที่สัญญาณเสียงหาย ต้องการการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งหากเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นคนที่เลือกซื้อลำโพงมาใช้ตั้งแต่แรกก็จะแก้ปัญหาได้ แต่เด็กในบ้านจะแก้ปัญหาแบบนี้เองไม่ได้ เพราะไม่มีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เหล่านี้

ลำโพงที่เหมาะกับการใช้งานเรียนออนไลน์ และเหมาะกับเด็กก็ควรจะเป็นลำโพงที่เปิดปิดง่าย หรือเปิดตลอดเวลาที่เสียบไว้กับเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียงที่ปรับง่าย ยิ่งเป็นปุ่มหมุนยิ่งดี เพราะการปรับความดังเป็นสิ่งจำเป็นในบางกรณี เช่นศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำออกเสียงฟังยาก หากเด็กสามารถเร่งเสียงด้วยตัวเองได้ก็จะปรับได้เลย เมื่อผ่านศัพท์หรือผ่านตอนที่ต้องการเสียงดังฟังชัดไปแล้ว ก็ค่อยปรับกลับมาเป็นระดับความดังปกติก็ได้ เพราะเราคงไม่อยากให้ลูกเราอยู่กับเสียงดังตลอดเวลา

การเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็มีความสำคัญ บางครั้งแม้แต่การต่อสาย Aux ก็อาจจะยุ่งยากเกินไปสำหรับบางครอบครัว ถ้าลำโพงมีสาย usb ที่ต่อเข้าเครื่องคอมฯ ทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายพลังงานและเป็น usb sound ไปด้วยในตัวก็จะทำให้เสียบสายเส้นเดียวได้ทั้งเสียงและพลังงานไฟฟ้ามาครบ ลำโพงแบบนี้ถือว่าออกแบบมาลดความยุ่งยากอย่างแท้จริง แต่เราก็ต้องไปค้นหาว่าลำโพง usb แบบนี้จะมีคุณภาพเสียงที่ดีเพียงพอไหม

พอเรารู้ว่าเราจะใช้ลำโพงคุณภาพระดับใด ใช้ทำหน้าที่อะไร เชื่อมต่อด้วยวิธีใด เราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าของถูกมากๆก็ไม่สามารถใช้งานกับงานที่เราต้องการได้ ของแพงบางตัวแม้จะใช้งานได้แน่นอนแต่ก็มีความซับซ้อนต้องใช้ความรู้ความเข้าใจพอสมควร การเลือกสิ่งที่ง่ายและตรงกับความต้องการกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาค้นหา ใช้เวลากับการอ่าน การรีวิว เราก็จะได้สิ่งที่เราต้องการ