รีวิวหูฟัง EPOS GSP301 หูฟังขาวดำ เสียงดีไมค์ดี

ในวงการหูฟังจะมีการแบ่งลักษณะหูฟังด้วยหลายปัจจัย หากแบ่งตามขนาดและลักษณะการสวม เราก็จะมีหูฟัง

IMG_0313

1 หูฟัง Earbud รูปทรงจะคล้ายหูฟังแบบสายที่แถมมากับ iphone ในยุคแรกหรือหูฟังที่แถมมากับเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod หรือเป็นหูฟังที่แถมมากับเครื่องเล่นเพลงยุคอนาลอกอย่างเครื่องเล่นเทปกันเลย

IMG_0052

2 หูฟัง inear ที่ลักษณะจะเป็นก้อนๆเล็กๆที่จะต้องมีจุกยาง มักเป็นหูฟังที่แถมมาในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งจะให้เสียงเบสที่ใหญ่โตกว่า ได้รับการปรับปรุงออกมาทีหลัง earbud หูฟังแบบนี้มักกันเสียงภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในหู บางครั้งคนที่ไม่ชินก็จะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ขนาดตัวหูฟังจะไม่ใหญ่ ถือว่ามีความกระทัดรัดหรือเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับหูฟังชนิดอื่น

IMG_1769

3 หูฟัง on ear ที่มีขนาดของตัวส่งเสียงใหญ่ใกล้เคียงใบหู เวลาใช้งานก็จะแปะไว้กับหู ซึ่งอาจจะมีสายคาดบนศรีษะ หรือ มีก้านคล้องสำหรับแขวนกับใบหูก็ได้ หูฟังแนวนี้จะไม่คลุมหูเราสนิท เราจะได้ยินเสียงภายนอกได้ค่อนข้างชัด เหมาะกับการใช้ฟังเพลงที่ยังคงต้องการได้ยินเสียงภายนอกอยู่ด้วย

20200323074804_IMG_0123

4 หูฟัง Fullsize ที่เป็นลักษณะครอบใบหูไว้ทั้งใบหูเลย ขนาดตัวส่งเสียงจะใหญ่มาก พวกนี้ต้องมีก้านครอบศรีษะ น้ำหนักค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นหูฟังที่ให้คูณภาพที่ดีที่สุดด้วย บริษัทที่ทำหูฟังขายก็มักจะมีรุ่นท๊อปสุดเป็น fullsize

หูฟังในยุคปัจจุบันเป็นของจำเป็นที่จะต้องมีติดไว้ใช้กับโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เพราะตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด การสื่อสารผ่านหน้าจอหรือการประชุมผ่านหน้าจอเป็นสิ่งจำเป็น การพูดคุย การต่อไมโครโฟน การต่อหูฟังเพื่อใช้สื่อสารก็เป็นเรื่องจำเป็น นั่นทำให้วงการหูฟังคึกคักมากขึ้น และที่นิยมมากจนตลาดแตกคือหูฟังไร้สายหรือหูฟังบลูทูธ หรือเรืยกให้เต็มยศก็ หูฟังแบบ True wireless ซึ่งทำออกมาขายกันเกือบทุกยี่ห้อแล้ว ซึ่งลักษณะรูปทรงของหูฟังก็มีหลากหลายไม่ต่างจากหูฟังแบบมีสายเลย

IMG_5401

หูฟังในส่วนของการเล่นเกมส์ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น อุปกรณ์เล่นเกมส์หลายอย่างก็ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้อรรถรสการเล่น จากคุณภาพระดับทั่วไปที่ฟังเพลงไม่เพราะก็พัฒนาให้มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น มีการเพิ่มความสามารถในการประมวลผลเสียงรอบทิศภายในหูฟังเพื่อให้เล่นเกมส์ได้สนุกขึ้น ใช้ดูหนังได้สมจริงคล้ายกับอยู่ในโรงหนัง ปรับปรุงไมโครโฟนให้รับเสียงดีขึ้น นอกจากนี้ก็ยังปรับปรุงหน้าตา สีสัน และดีไซร์การออกแบบที่ดูสวยงาม และโพสท์นี้ผมก็ได้ทดสอบหูฟังเล่นเกมส์ตัวหนึ่งที่หน้าตาสวย โดยผมเห็นหูฟังตัวนี้มานานแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจมากในทีแรก พอเห็นว่ามีลดราคาแรงๆก็ใจแตก กดซื้อมาจนได้

IMG_5483

Epos เป็นยี่ห้อที่ทำผลิตภัณฑ์สำหรับการเล่นเกมส์ โดยเป็นเครือเดียวกับ Sennheiser ที่มีชื่อเสียงด้านอุปกรณ์ไมโครโฟนและหูฟังมายาวนานมาก Epos GSP301 เป็นหูฟังทรง Full size ที่มีตัวส่งเสียงใหญ่ครอบใบหูได้ทั้งใบ รูปทรงสีขาวตัดกับสีดำดูทันสมัย มองผ่านๆก็ชวนให้นึกถึงตัวละครในหนังเรื่องสตาร์วอร์ ก้านไมค์ก็ดูใหญ่แข็งแรง มีวอลลุ่มที่ตัวหูฟังเพื่อปรับความดังเบาได้เลย สายเสียบก็เป็นชนิด 3.5มม. จำนวน 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นแจ็คหูฟัง อีกตัวเป็นแจ๊คของไมโครโฟน ก้านไมค์บิดขึ้นบิดลงได้ หากเราอยากปิดเสียงไมค์ ไม่ต้องการให้ไมค์ทำงานก็บิดก้านไมค์ขึ้น แต่หากจะใช้ไมค์ก็แค่บิดก้านไมค์ลงมาใกล้ปาก

สเป็คคร่าวๆของหูฟังเป็นดังนี้

Colorwhite
Wearing styleHeadband
Impedance19 Ω
Connector2 x 3.5 mm / 1 x 3.5 mm (PCV 05 Combo Audio Adaptor)
Frequency response (Microphone)10 – 15,000 Hz
Frequency response (Headphones)15 – 26,000 Hz
Sound pressure level (SPL)113 dB
Ear couplingCircum-aural
Cable length2 m
Weight290 g
Pick-up patternNoise-cancelling
Microphone sensitivity– 41 dBV/PA

สเป็คที่สำคัญก็คือ ความไวหรือ SPLของหูฟังอยู่ที่ 113dB ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง หมายความว่าหูฟังตัวนี้ให้เสียงที่ดังแม้จะใช้งานกับเครื่องเล่นเพลงหรือคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังขับที่ไม่แรงมาก ความต้านทานที่ต่ำประมาณ 19โอห์มทำให้มันเหมาะกับเครื่องเล่นแทบทุกเครื่อง จะเรียกว่าไม่กินกำลังขับเลยก็ได้ แต่ข้อเสียของความไวระดับนี้ก็คือ มันจะไวต่อสัญญาณรบกวนด้วย ถ้าเราใช้กับซาวด์การ์ดคุณภาพต่ำ หรือ แอมป์ขยายเสียงที่ทำมาไม่ดี มีสัญญาณรบกวนอยู่ในวงจรขยายเยอะก็จะทำให้เราได้ยินเสียงซ่าบางๆอย่างชัดเจน


ทดลองฟัง

เมื่อฟังเพลงต่างๆ ก็พบว่า หูฟังตัวนี้ให้เสียงโดยรวมถือว่าดี เสียงสูงมีปลายแหลมที่ทอดยาว ไม่ทึบ เสียงกลางชัด เสียงเบสอิ่มหนา มีความหวานอยู่ในน้ำเสียง ให้เสียงฟังสนุก โฟกัสเสียงร้องอยู่ตรงกลางหัวเป๊ะ วอลลุ่มที่มากับหูฟังก็มีปุ่มหมุนที่ใหญ่โต ปรับหมุนเพื่อลดเสียงได้แม่นยำตามความรู้สึกเลย ผมชอบปุ่มปรับระดับเสียงแบบนี้ เพราะว่ามันปรับได้ระดับที่ตรงกับความต้องการจริงๆ หลายครั้งที่ใช้หูฟังที่ไม่มีตัวปรับเสียงแยก เวลาปรับความดังเบาที่ปุ่มโทรศัพท์ก็จะไม่ได้ความดังที่พอดีกับความต้องการ เลื่อนขึ้นนิดก็ดังเกินไป เลื่อนลงหน่อยก็เบาไป การมีปุ่มหมุนโดยตรงแบบนี้ทำให้ปรับละเอียดได้เป็นความปราณีตเล็กๆน้อยๆที่มีให้ใช้งาน

จุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือเป็นหูฟังทรง Gaming ที่ฟังเพลงเพราะ เมื่อก่อนเป็นเรื่องที่หายากหรือถ้าจะมีหูฟังเล่นเกมส์ที่ฟังเพลงเพราะก็มักจะราคาแพง แต่สำหรับยุคนี้ หูฟัง Gaming ในปัจจุบันน่าจะพัฒนากันโดยส่วนใหญ่แล้วทำให้ราคาไม่แพง น้ำเสียงของไมค์โครโฟนก็มีคุณภาพเสียงที่ดี ไม่บีบเสียงหรือเน้นเสียงแหลมจนผิดธรรมชาติ สามารถบันทึกเสียงพูดเพื่อทำคอนเท้นต์ได้เลย ลองฟังคลิปรีวิวที่ใช้ไมค์ของหูฟังตัวนี้บันทึกที่ด้านล่างสุดครับ

644f9fcb-c4c7-4176-ac1e-70247e012983_21358_a1_pcv-05_fullsizepng

แจ๊คหูฟังและไมค์มาแบบแยกกันคนละตัว ทำให้มันต้องเสียบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้รูเสียบแบบโบราณแยกกันระหว่างไมค์กับหูฟัง ถ้าจะเสียบกับโน้ตบุ๊คยุคใหม่ หรือเสียบกับสมาร์ทโฟนที่มีรูเดียว เราจะต้องใช้อแด๊ปเตอร์รวมสองแจ๊คให้ออกเป็นแจ็คเดียวที่เป็นแบบ TRRS ซึ่งก็มีแถมมาในกล่องด้วย

IMG_7223

หูฟัง Epos แนะนำให้ใช้กับซาวด์การ์ดที่สามารถสร้างเสียงรอบทิศแบบ Virtual 7.1 ด้วย จะเป็นซาวด์การ์ดภายในหรือเป็นแบบแยกชิ้นติดตั้งภายนอกก็ได้ ยี่ห้ออะไรก็ได้ แต่ Epos เองก็มีทำ External soundcard ออกมาขายด้วย และหน้าตาก็ดูสวยงามเข้ากันได้กับหูฟังตัวนี้ ที่แนะนำให้ใช้ร่วมกันก็คือ Epos Gsx300 ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดหน้าตากระทัดรัดสวยงาม และมีสีขาวให้เลือกใช้

ระบบเสียงรอบทิศ Virtual 7.1 จะจำลองเสียงรอบทิศให้เราได้ยินคล้ายๆกับเมื่อเราอยู่ในห้องดูหนัง มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามีลำโพงคู่หน้า ลำโพงเซนเตอร์ ลำโพงด้านหลังของเรา ทดลองฟังกับหนังที่บันทึกหรือให้เสียงแบบ Dolby Digital 5.1 หรือ Dts 5.1 ก็ได้ เราจะได้ยินเสียงรอบทิศเหมือนเราอยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์ เหมือนกับที่เราได้ยินในโรงหนัง แม้จะไม่ได้ชัดเจนเด็ดขาดเหมือนฟังจากลำโพงแยกชิ้นจริงๆ แต่มันก็ทำได้ดีพอใช้ได้ และมันน่าใช้กว่าการดูด้วยเสียงสเตอริโอปกติ

การใช้ Virtual 7.1 ในหูฟังนอกจากจะทำให้ดูหนังสนุกแล้วแล้ว ยังเหมาะกับการเล่นเกมส์ด้วย เพราะเสียงรอบทิศในเกมส์เป็นเสียงที่ออกแบบเสียงอย่างจงใจ ทุกเสียงสร้างขึ้นมาทั้งหมด มันให้ความกว้างของมิติต่างๆที่ชัดเจน ให้น้ำหนักเสียงที่ดุดัน ให้เสียงเอฟเฟ็คที่ชัดมาก ชัดสุดๆ การยิงและการระเบิดในระยะใกล้ของเหตุการณ์ในเกมส์ทำให้ตกใจได้ง่ายๆเลย ใครชอบเล่นเกมส์ควรจะต้องใช้ระบบ 7.1 เสมอ เพราะมันทำให้เกมส์สนุกขึ้นอีกมาก

สรุป

หูฟัง Epos GSP301 เป็นหูฟัง Fullsize ที่มีคุณภาพเสียงที่ดี สามารถใช้ฟังเพลงแบบจริงจังได้ สามารถใช้สื่อสารในการประชุมทางไกลผ่านหน้าจอได้ มีก้านไมค์ที่รับเสียงได้ดี สามารถปิดไมค์ได้ด้วยการโยกขึ้น มีปุ่มปรับระดับความดังที่ตัวหูฟังทำให้สะดวกในการใช้งาน สีขาวสลับดำดูสวยงามและเข้าพวกกับซาวด์การ์ดภายนอกในค่ายเดียวกัน ถ้าจะให้เลือกหูฟังเพื่อทำงานได้เกือบทุกอย่างโดยไม่เน้นเรื่องขนาด ไม่สนใจเรื่องพกพา ก็เลือกตัวนี้ได้เลย ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ สื่อสาร ทำได้ดีทั้งหมด ด้วยราคาที่ไม่สูงมากยิ่งทำให้หูฟังตัวนี้น่าใช้งาน



คลิปรีวิวบันทึกโดยใช้ Macbookair M1 ต่อหูฟัง Epos GSP301 เข้าที่ช่อง 3.5mm บนโน้ตบุ๊ค ใช้ App ชื่อ Photobooth ในการบันทึก

สั่งซื้อ Epos Gsp301 ได้ที่นี่

https://shope.ee/7pQxehbkCO

รีวิว soundcard Epos gsx300

เมื่อประมาณเกือบสองปีก่อนผมได้มีโอกาสได้รีวิวหูฟังตัวนึง เป็นหูฟังสำหรับเล่นเกมส์ เป็นหูฟังครอบหูและมีไมค์โครโฟนสำหรับสื่อสาร ในตอนนั้นได้ลองเล่นแล้วก็ได้ค้นพบความสามารถบางอย่างของระบบที่ใช้ในหูฟัง นั่นคือระบบเสียง 7.1 ซึ่งเป็นระบบเสียงรอบทิศชนิดหนึ่งที่มีใช้ในวงการหูฟัง และดูเหมือนจะได้รับความสนใจในวงการเกมส์อย่างมาก

IMG_20220208_203654

หูฟังตัวนั้นคือ Sennheiser Gsp350 ซึ่งเป็นหูฟังแบบครอบหู เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทางพอร์ต usb โดยตัวมันเองมี usb soundcard ในตัว และไม่สามารถใช้ฟูฟังตัวนี้กับพอร์ต 3.5มม. ได้ เพราะตัวมันไม่มีแจ็คชนิดนี้ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจกับหูฟังตัวนี้คือระบบเสียงรอบทิศที่มีตราสัญลักษณ์ของดอลบี้ปรากฏอยู่บนสาย มีคำว่า Dolby Audio อยู่ด้วย และวงจรเสียงรอบทิศที่จำลองในหูฟังตัวนี้ก็น่าจะจัดการโดยเทคโนโลยีของบริษัท Dolby และผลการใช้งานก็ยอดเยี่ยม หูฟังสามารถให้เสียงใกล้เคียงกับการดูหนังในโรงหนังมาก เสียงพูดอยู่ตรงกลางด้านหน้าเหมือนมีลำโพงเซ็นเตอร์ เสียงซ้ายและขวาถูกดันไปอยู่ด้านหน้าคล้ายลำโพงคู่หลักของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์จริงๆ มันเป็นประสบการณ์การฟังเสียงรอบทิศในหูฟังที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะมันสมจริงทั้งตำแหน่งและอรรถรสการดูหนัง

ในช่วงเวลานั้นผมสนใจที่จะหาคำตอบต่อว่า ถ้าผมไม่ใช้หูฟังตัวนี้ แล้วผมอยากจะใช้ระบบเสียงรอบทิศกับหูฟังตัวอื่นที่ชอบได้หรือไม่ หลังจากที่ได้ลอง gsp350 จบไปแล้ว หลายเดือนต่อมาผมก็ได้ทดลองซื้อหูฟังราคาไม่แพงที่มีคำว่า 7.1 อยู่บนกล่อง และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยพอร์ต usb มาลองใช้ ก็พบว่า มันไม่เหมือนกับ gsp350 เลย ไม่มีความใกล้เคียงเลย เหมือนไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แสดงว่า 7.1 มีแบบไม่ได้เรื่องด้วย

IMG_0581

ในใจก็ยังคงหาวิธีการต่อไป จนได้มาพบกับ Gsx300 ซึ่งเป็นซาวการ์ดตัวหนึ่งที่เป็นรุ่นเล็กของอนุกรม gsx โดยแปะยี่ห้อ EPOS ทำให้เข้าใจได้ว่า EPOS คือบริษัทในเครือเดียวกับ Sennheiser ที่เน้นทำตลาดวงการเกมส์ เพราะปกติ Sennheiser จะมีชื่อเสียงในวงการออดิโอวิดีโอ ระบบไมค์ ระบบหูฟัง ระดับมืออาชีพ Gsx300 เป็นน้องเล็ก มีรุ่นกลางเป็น Gsx1000 และ มีรุ่นใหญ่เป็น Gsx1200

ในเว็บ EPOS ให้ข้อมูลไว้ว่า GSX1200 และ Gsx1000 จะมีกำลังขับที่มากกว่า และเป็นอุปกรณ์ที่มีอินเทอเฟสบนตัวเครื่องที่มากกว่า สามารถสั่งการเปลี่ยนโหมดได้โดยตรง และสามารถชื่อต่อกับหูฟังและไมโครโฟนได้หลากหลายกว่า แต่สิ่งที่เหมือนกันกับ Gsx300 ก็คือ ทุกตัวมีระบบเสียง 7.1 คุณภาพเดียวกัน นั่นทำให้ผมสนใจ Gsx300 และเป็นที่มาของรีวิวนี้

gsx300back

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

General
USB standard USB 2.0
Total harmonic distortion < 0.01%
Cable length 1200 mm
Connector plugs
3.5 mm headset socket
3.5 mm microphone socket
Micro USB
Compatibility PC
Warranty 2 years, international
Supported sample rates Main Audio 24 bit 96 kHz 7.1 @ 16 bit 48 kHz with EPOS Gaming Suite
Audio outputs Headphones
Recommended headphone impedance 25 – 75 Ω
Packaging Dimension of product packaging (L x W x H) 168 x 144 x 57 mm
Package weight (incl. complete product and packaging) 309 g
Dimension of master carton (L x W x H) 350 x 310 x 310 mm
Units in distributor master carton 20
Languages English, German, French, Spanish, Russian, Chinese Content of delivery
What’s in the box USB cable, Quick Start Guide, Safety Guide

Gsx300 เป็น external soundcard ที่เชื่อมต่อเข้าคอมพิวเตอร์ด้วยพอร์ต usb บนตัวมันมีช่อง micro usb 1 ช่อง มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ชนิด TRS และช่องเสียบไมค์ 3.5 มม. อีก 1 ช่อง มีปุ่มหมุนวอลลุ่มอยู่ด้านหน้า มีปุ่มโหมดอีก 1 ปุ่มเอาไว้เปลี่ยนโหมดการทำงาน ทั้งหมดมีเท่านี้ วงจรภายในทำงานยังไง ใช้ชิปเสียงอะไรก็ไม่ได้บอกไว้ แม้แต่กำลังขับก็หาไม่เจอว่ามีกี่วัตต์ รู้แค่มันถอดรหัสเสียงได้ระดับ 24bit 96K ในแบบสเตอริโอ และทำงานได้ที่ 16bit 48k ในแบบเสียงรอบทิศ

13337_0

Gsx300 ออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น และซอร์ฟแวร์ที่ประมวลผลละเอียดที่ต้องลงเพิ่มก็จะทำงานบนวินโดน 10 และ 11 เท่านั้น ไม่มีซอร์ฟแวร์สำหรับ osx และวินโดส์เก่าๆเลย หมายความว่าถ้าจะใช้ระบบเสียง 7.1 จาก Gsx300 ต้องใช้บนระบบปฏิบัติการวินโดส์ 10 หรือ 11 เท่านั้น ส่วนถ้าจะต่อคอมฯแล้วไม่ลงซอร์ฟแวร์เฉพาะทาง คือจะใช้แค่ไดรเวอร์กลางๆ เราก็สามารถใช้มันเป็น soundcard usb ได้ และสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้เลย มันทำงานได้บนวินโดส์ 7 ทำงานได้กับโทรศัพท์มือถือ android และคาดว่าจะใช้กับ osx ได้ หากใช้แค่ไดรเวอร์พื้นฐาน

ทดลองฟัง

ผมต่อ Gsx300 เข้ากับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ windows11 และทดลองฟังเพลง ทดลองดูหนัง ทดลองระบบเสียง 7.1 รวมถึงไปลองต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ windows7 ด้วย ซึ่งเป็นเครื่องทำงานหลักตัวหนึ่งที่ใช้ดูข้อมูลในเว็บ ดูภาพ และฟังเพลง ซึ่งการต่อกับ windows7 จะไม่สามารถลงซอร์ฟแวร์เฉพาะทางได้ และผมก็ตั้งใจจะใช้ฟังเพลงเป็นหลักอยู่แล้ว

กับการฟังเพลง Gsx300 ให้เสียงที่กระฉับกระเฉง เสียงคมชัด เบสใหญ่ กลางชัด แหลมเพราะ ทุกอย่างดีกว่าการฟังผ่านช่องแบบออนบอร์ด เสียงเพลงสวิงขึ้นลง ดังและเบาในช่วงที่กว้างยิ่งกว่าเดิม คอนทราสต์ของเสียงมีน้ำหนักที่จะแจ้งอย่างมาก เสียงฟาดกลอง เสียงดีด เสียงเคาะ ทุกเสียงเหล่านี้มีความฉับไว มีความเร็วที่สมกับธรรมชาติของเครื่องดนตรี ซึ่งหาไมไ่ด้กับเสียงชนิด on board ที่ติดกับกับเครื่อง การอัพเกรดระบบเสียงในคอมพิวเตอร์ด้วย Gsx300 เป็นช่องทางที่ให้เสียงดีในทันที ความแตกต่างรับรู้ได้ชัดเจนมาก

epos-soft-3

Gsx300 สามารถขับหูฟังได้หลากหลาย หูฟังเกือบทุกตัวที่ผมมีก็ได้ทะยอยนำมาลองไปทีละตัว Hifiman re400a , Audio Technica Ath-250m, Koss Ksc35, Akg K701 หูฟังเหล่านี้ทำงานได้ดีกับ Gsx300 เหมือนกับว่า Gsx300 เป็น Dac-amp ที่มาอัพเกรดระบบเสียงให้กับคอมพิวเตอร์เลย ซึ่งจริงๆมันก็คือ Dac-amp นั่นเอง เสียงย่านความถี่ต่ำบนหูฟังตัวใหญ่ๆอย่าง Akg K701 ทำให้ประทับใจมาก การส่งเสียงกลองกระเดื่องอย่างทรงพลังยังคงมีให้อยู่อย่างชัดเจน ไม่จม ไม่หลบ ไม่ผ่อนกับเสียงเลย คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับการต่อผ่าน Headphone amp ที่ใช้อยู่อย่างมาก แต่จะเปิดดังมากเหมือนแอมป์หูฟังก็จะไม่ได้ เพราะแอมป์หูฟังที่ผมใช้อยู่เป็นแอมป์ทำเอง ใช้ไฟเลี้ยงสูงกว่า usb นั่นทำให้แอมป์หูฟังแบบ Diy ให้เสียงสวิงขึ้นลงได้มันส์กว่า

20220205181547_IMG_0607

สัญญาณรบกวนในวงจรของ Gsx300 อยู่ในระดับต่ำ สามารถใช้กับหูฟังความไวสูงได้โดยไม่ได้ยินเสียงซ่า หูฟังเล็กๆทั้งหลายก็จะสามารถใช้งานร่วมกันได้ไม่ต้องทนฟังเสียงซ่า บางเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีความถี่ต่ำ Gsx300 ก็ผลักดันหูฟังตัวใหญ่อย่าง Akg K701 ให้ส่งเสียงย่านต่ำได้ไม่คลุมเครือ เราติดตามโน้ตต่ำๆ หรือเครื่องดนตรีย่านต่ำได้อย่างสนุกสนานน่าฟัง นับว่ามันสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์ฟังเพลงตัวหลักของระบบเครื่องเสียงได้เลย สเป็คแบบนี้ หากเป็นสักสิบปีก่อน เราอาจจะต้องจ่ายเงินกัน 5000-10000 บาท สำหรับ Dac-amp ที่ขับหูฟังใหญ่ๆได้ แต่ในวันนี้มันอยู่ในอุปกรณ์ตัวเล็กๆน่ารักแต่คุณภาพไม่ธรรมดาเลย

ลองฟังเสียง 7.1

การฟังเสียงรอบทิศผมฟังจากการดูหนังผ่าน netflix และ ดูจากไฟล์ Mkv ที่เคยโหลดเก็บไว้โดยเปิดผ่านโปรแกรมเล่นไฟล์ VLC พบกว่า เสียงรอบทิศแบบ 7.1 ให้คุณภาพเสียงที่ดี ไม่มีอาการเฟสเสียงแปลกๆหลอนหูในแบบที่เคยได้ยินกับโปรแกรมเสียง 3d แบบเกือบยี่สิบปีก่อน ในเว็บและในคู่มือ ไม่ได้บอกว่าการถอดรหัสเสียงของ Gsx300 ใช้ซอร์ฟแวร์หรือตัวถอดรหัสเสียงรอบทิศของใคร เพราะไม่ได้มีคำว่า Dolby Digital หรือ Dts ในซอร์ฟแวร์และในกล่อง ในคู่มือในเว็บ ไม่มีบอกเลย เข้าใจว่าการถอดรหัสเสียงรอบทิศ 7.1 ของ Gsx300 จะเป็นถอดรหัสตามใจ EPOS เอง ก็คือออกแบบระบบการจำลองเสียงเองไม่ได้อ้างอิงมาตรฐาน dolby

กับการดูหนัง เสียงพูด เสียงที่ควรจะอยู่กับลำโพงเซ็นเตอร์ในโรงหนัง ก็ให้เสียงที่อยู่ตรงกลางหัว ดันออกไปด้านหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ผลักออกไปอยู่ไกลแบบที่เคยได้ยินใน Gsp350 ซึ่งถ้าให้สิ่งที่เคยได้ยินนั้นเทียบเป็น 100% เสียงรอบทิศของ Gsx300 จะดันเสียงออกไปได้ระดับประมาณ 70-80% เท่านั้น ตรงนี้น่าเสียดายมากที่ไม่สามารถทำได้เท่าระบบของ Dolby Audio ความแตกต่างของ 7.1 ใน Gsx300 จะต่างกันที่ความรู้สึกของตำแหน่งลำโพงหน้า คือหน้าซ้าย หน้าขวา และลำโพงเซ็นเตอร์เป็นหลัก ส่วนเสียงแวดล้อม หรือ แอมเบี้ยนส์ ที่โอบล้อมคนฟังนั้นมีครบถ้วน ถือว่าทำได้ดีเลย เสียงแวดล้อมมันทำให้บางครั้งเราต้องหันหลังกลับไปมองว่ามันเป็นเสียงคนเดินในห้องหรือเป็นเสียงในหูฟัง

ท่ามกลางเสียงโอบล้อม แล้วมีเสียงพูด เสียงหลักที่เหมือนจะออกมาจากลำโพงหน้า มันผสมเสียงกันอย่างลงตัว เสียงพูดลอยเด่นท่ามกลางเสียงโอบล้อม มันปล่อยเสียงออกมาอย่างกลมกลืน ถือว่าการจำลองเสียงรอบทิศแบบ 7.1 จาก Gsx300 ทำได้ดีสมราคาคุย และดีเกินราคาไปมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่หยิบยื่นให้ ดูเหมือนพลังการประมวลผลเสียงรอบทิศที่อยู่ใน Gsx300 จะมีความสามารถสูงลิบ คงเป็นเพราะฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่มันทำงานได้รวดเร็วและไร้รอยต่อ ประสบการณ์การฟังเสียงสามมิติในอดีตที่เคยลองใช้ วันนี้มันเปลี่ยนไปหมดเลย

ผมไม่ได้เป็นคนเล่มเกมส์ แต่อาศัยลองเปิด youtube ในคลิปที่เป็นเกมส์แนว fps และ openworld ซึ่งจะเป็นคลิปทดสอบเสียงรอบทิศในเกมส์ เข้าใจว่าเสียงในเกมส์จะไม่ได้รองรับระบบเสียง 5.1 แบบหนังทั่วไป คือเสียงรอบทิศที่ไม่ใช่ dolby digital ไม่ใช่ dts มันน่าจะเป็นเสียงรอบทิศแบบตัวใครตัวมัน อย่างมากก็คล้ายๆ dolby surround หรือ binaural recording ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดในเกมส์มากนัก แต่ฟังเสียงคลิปทดสอบแล้ว การแยกแยะทิศทางทำได้พอใช้ เสียงโอบล้อมและความกระหึ่มของเสียงนั้นจัดเต็มและฟังสนุกมาก พอฟังคลิปเกมส์แล้วรู้สึกได้เลยว่าเสียงในเกมส์มันโอบล้อมยิ่งกว่าเสียงจากหนังฮอลีวู้ดเสียอีก เหมือนกับว่ามันเสกเสียงดีๆแน่นๆให้เราฟังกันเลย เสียงฝีเท้าชัดขึ้นเมื่อเทียบกับเสียงออนบอร์ด ความแม่นยำในการเดาทิศทางนั้นทำได้ง่ายขึ้น เสียงปืนยิงแล้วมีเบส มีน้ำหนักของการระเบิดที่คมชัด ถ้าเปิดดังมากๆอาจจะตกใจได้

20220205181227_IMG_0592

สรุป

Gsx300 เป็น external soundcard ที่มีคุณภาพเสียงที่ดีมาก สามารถส่งสัญญาณความละเอียดสูงระดับ 24bit 96kHz ออกมาได้ ใช้เป็น Dac-amp สำหรับหูฟังได้ดีมาก หากทำงานในแบบ 7.1 หรือระบบเสียงรอบทิศก็ให้ความกลมกลืนของเสียงรอบทิศและเสียงหลักของหนังได้ดี หากย้อนไปสักสิบปีที่แล้ว การจะหา Dac+Amp ที่ใช้งานกับหูฟัง เน้นคุณภาพระดับ 24bit 96K จะต้องใช้เงินหลายพันหรือเป็นหมื่นบาทเลยก็มี ซึ่ง Dac เหล่านั้นจะเน้นแค่การแปลงเสียงสำหรับฟังเพลงเท่านั้น ไม่ได้มีการรับสัญญาณไมค์ และ ไม่ได้มีเสียงรอบทิศให้ใช้ Gsx300 เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่หน้าตาน่ารักและใช้งานได้คุณภาพ เป็นของที่น่าใช้อีกชิ้นหนึ่งจริงๆ

หากต้องการซื้อ เชิญที่นี่ครับ
https://shope.ee/99wMP5U8Pw?share_channel_code=6

รีวิวหูฟังสำหรับ Work from Home และประชุม Online

ในสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ระบาดจนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลกไปแล้วเป็นหมื่นคน มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก สามแสนกว่าคน และประเทศไทยก็อยู่ในการระบาดที่กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลมีคำสั่งให้หยุดอยู่กับบ้าน อย่าออกไปไหนโดยไม่จำเป็น อย่าไปอยู่ในที่คนเยอะ มีคำสั่งปิดห้าง ร้านอาหาร สถานที่อีกจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อก็โดนสั่งให้หยุดทำการ แม้แต่โรงเรียน มหาวิทยาลัยก็ปิดด้วยเช่นกัน

ผลจากการจำกัดบริเวณ การสื่อสารผ่านระบบ online ก็กลายเป็นความจำเป็นพื้นฐานขึ้นมาทันทีทันใด ระบบการประชุมทางไกลผ่านอินเทอเน็ตถูกพูดถึงจนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ นอกจากคนทำงานแล้ว นักเรียนนักศึกษาก็เป็นกลุ่มที่ต้องใช้งาน รีวิวในครั้งนี้ก็จะนำหูฟัง 3 ตัวมาทดสอบ เพื่อดูว่าแต่ละตัว แต่ละสเป็คมีความเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างไร

CORSAIR-HS50-STEREO-Headphone-red-right

หูฟัง Corsair รุ่น HS50 pro

เป็นหูฟังครอบหูตัวหนึ่งที่มีไมค์โครโฟนดูกระทัดรัด ใช้การเชื่อมต่อด้วยสาย mini 3.5 แบบ 4 ขั้ว หรือ แบบเดียวกับที่ใช้กับโทรศัพท์นั่นเอง เป็นแจ็คแบบรวมไมค์และหูฟังไว้ด้วยกัน ในกล่องจะมีอแด๊ปเตอร์สำหรับใช้เสียบกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่แยกช่องไมค์และหูฟังเป็นคนละช่องเสียบ แจ็ค 3.5มม.นี้ทำให้เราใช้ HS50 pro ร่วมกับโทรศัพท์ แท็บเบล็ต และโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆได้อย่างสะดวก แต่จะใช้กับ iphone ที่ไม่มีช่อง 3.5มม.แล้วไม่ได้ รวมถึงโทรศัพท์ androids รุ่นท๊อปที่ตัดช่อง 3.5มม.ออกไปแล้วก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน น้ำหนักตัวชั่งด้วยเครื่องชั่งที่ผมใช้ประจำ 318g

ตอนใช้งานเราจะได้ฟังเสียงสเตอริโอที่ชัดเจน และมีเสียงกลางที่ชัดพอสมควร หูฟัง HS50 pro เป็นหูฟังที่ใช้ตัวขับเสียงข้างละ 1 ตัว เพื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเต็มย่าน น้ำเสียงออกไปในแนวทางเดียวกับหูฟังสำหรับการฟังเพลง แต่ไดนามิคจะไม่จะแจ้งเท่า ความสด ความใสเป็นรองหูฟังสำหรับงานดนตรี แต่มันก็ดีกว่าหูฟังสมอลทอล์คที่แถมมากับโทรศัพท์ แล้วไมค์ที่ติดอยู่ก็สามารถรับเสียงได้ดี สามารถดัดก้านไมค์ให้งอเข้ามาอยู่ใกล้ปากได้ ทำให้สามารถใช้คุยแทนโทรศัพท์ได้ทันที คนที่มีนิสัยพูดเสียงเบาก็จะสามารถปรับไมค์เข้าใกล้ปากได้มากกว่าปกติ ตัวหูฟังมีปุ่มหมุนปรับเพื่อเพิ่มหรือลดเสียง มีปุ่มสำหรับปิดไมค์ หูฟังตัวนี้เหมาะกับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ทั่วไป เสียงพูดผ่านไมค์เน้นกลางแหลม ฟังชัดเป็นหลัก ไม่มีเนื้อเสียงย่านทุ้มแบบวงการเพลงออดิโอไฟล์ การออกแบบไมค์เน้นการพูดแล้วฟังรู้เรื่องเป็นหลัก มันเหมาะกับการคุยผ่าน internet อย่างมาก

corsair Void-USB-1

หูฟัง corsair Void Elite RGB USB

หูฟังรุ่น Void Elite RGB เป็นหูฟังพร้อมไมค์ที่มีตัวครอบหูค่อนข้างใส่สบาย ช่องหูกว้างทำให้ไม่หนีบโดนใบหู ตัวสายเสียบเป็นชนิด usb นั่นหมายความว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น เมื่อเสียบกับคอมพิวเตอร์เราก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่หากอยากได้ลูกเล่นเพิ่มเติมเราต้องลงซอร์ฟแวร์ ชื่อ iCue เพิ่มด้วย โดยความสามารถต่างๆที่ได้เพิ่มขึ้นมาจะมีหลายอย่างเช่น มีไฟแสดงโลโก้ที่เปลี่ยนสีได้ รองรับการทำงานระบบเสียงรอบทิศ 7.1 แบบซิมูเลท ปรับโทนเสียงต่างๆได้ ปรับระดับความไวของไมค์ได้ น้ำหนักตัวชั่งได้ 373g

เสียงจากหูฟังเมื่อฟังเพลงให้ความชัดเจน ลักษณะเสียงจะคล้าย HS50pro บุคลิกเน้นเสียงกลางที่มากกว่าปกติ เสียงเบสลึกจะน้อยและเบลอนิดๆ เสียงสูงก็มีเยอะ ทำให้มันกลายเป็นหูฟังที่เน้นเสียงพูดที่ฟังได้รู้เรื่องดีมาก ไดนามิคของหูฟังจะน้อย ฟังดนตรีจะธรรมดาเกินไป หูฟังมีปุ่มปรับระดับเสียงเป็นแบบดันขึ้นดันลง มีปุ่มปิดไมค์กดใช้งานได้สะดวก ทำให้เหมาะกับการเล่นเกมส์และประชุม online มาก ปิดไมค์สะดวก ที่ปุ่มปรับเสียงสามารถกดเพื่อเลือกใช้ความสามารถทางด้าน surround เมื่อใช้งานเสียงรอบทิศ ก็จะเป็นการผลักดันเสียงต่างๆให้กระจายตัวออกไปรอบๆหัว เป็นประสบการณ์การฟังเพลงที่ดี ใช้ดูหนังสนุก เล่นเกมส์ได้ดี ทำให้ฟังเสียงรอบตัวได้สมจริงมากกว่าหูฟังที่ไม่มีลูกเล่นเสียงรอบทิศ ตัวครอบหูหรือฟองน้ำมีความนิ่ม ใส่แล้วไม่รู้สึกหนัก เสียงไมค์จะรับเสียงกลางเป็นหลัก ไม่เน้นแหลมและทุ้ม ระดับเสียงผ่านไมค์จะเบากว่าตัวอื่นอย่างชัดเจน แต่ให้คุณภาพเสียงพูดที่เป็นกลาง เป็นธรรมชาติมากกว่า

Sennheiser-GSP-350-Headphone

Sennheiser GSP350

เป็นหูฟังระบบเสียงรอบทิศ 7.1 แบบ Virtual ก้านไมค์โครโฟนเป็นแบบยกขึ้นยกลงได้ หากยกขึ้นจะเป็นการปิดไมค์ ยกลงก็จะเป็นการเปิดไมค์ อีกด้านที่ไม่มีก้านไมค์จะมีปุ่มวอลลุ่มหมุนได้ เพื่อปรับระดับความดังของหูฟัง หูฟังตัวนี้เป็นสาย usb ซึ่งตัวมันเองมี โปรเซสเซอร์แยกมาเลย ดูแล้วเหมือนเป็น External soundcard อีกทอดหนึ่ง มีปุ่มอยู่บนตัวโปรเซสเซอร์ กดเพื่อใช้งานระบบ DSP และ ยกเลิก DSP ได้ น้ำหนักตัวชั่งได้ 274g ซึ่งเบาที่สุดในกลุ่มนี้ แม้หน้าตาจะดูเหมือนหนักกว่าทุกตัว แต่ชั่งแล้วกลับเบาที่สุด

คุณภาพการฟังเพลงสเตอริโอไม่ใช้ DSP อยู่ในระดับมาตรฐานของราคาช่วงนี้ เสียงนุ่มน่าฟัง แต่เมื่อกดใช้งาน DSP ให้ทำงานในระบบ 7.1 มันก็จะดันเสียงดนตรีให้ลอยอยู่ด้านหน้าเหมือนนั่งฟังผ่านลำโพงคู่หน้า มิติที่สร้างขึ้นก็ลอยออกจากหูเราไปจริงๆ แต่ไม่ได้เหมือนนั่งฟังในห้องฟัง แค่มันกระจายตัวเสียงเสมือนว่าลำโพงอยู่ด้านหน้าศรีษะเล็กน้อย การดูหนังผ่าน GSP350 ให้เสียงรอบทิศที่ยอดเยี่ยม สนุกกว่าการฟังแบบสเตอริโอ บรรยากาศโอบล้อมในโหมดเสียงรอบทิศทำได้ดีเหมือนอยู่ในโรงหนังจริงๆ ถ้าใช้ดูหนังก็ถือว่าถูกเรื่อง ถ้าใช้เล่นเกมส์ก็น่าจะดีเช่นกันเพราะทำให้เราได้ยินเสียงรอบทิศ เกมส์แนวต่อสู้หรือแนว FPS ก็น่าจะได้ประโยชน์ต่อการฟังเสียงที่มาจากหลายๆทิศทาง ไมค์รับเสียงคุณภาพดีมาก ให้น้ำเสียงผ่านไมค์ที่ครบย่านความถี่ที่เหมาะกับเสียงพูด น้ำเสียงพูดจากไมค์ตัวนี้จะเพราะกว่าหูฟังตัวอื่นๆ ในการทดสอบครั้งนี้ เหมือนมีการปรับปรุงเสียงพูดให้กังวาลและอิ่มชัด ระดับความดังของเสียงจากไมค์ก็ดังที่สุด

สรุปการทดสอบ

การประชุมหรือสอนหนังสือ หรือเรียนหนังสือผ่าน internet จำเป็นต้องมีไมโครโฟนและหูฟังแบบสาย เราไม่สามารถใช้หูฟังไร้สายไปกับภารกิจได้เพราะหูฟังไร้สายมักจะทำมาใช้งานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 2 ชม. แบตเตอรี่ก็จะหมด ซึ่งการเรียนการสอนเราจะใช้เวลาเยอะกว่านั้น ดังนั้นหูฟังพร้อมไมค์ระบบมีสายจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า และที่ได้ทดสอบ 3 ชนิดในครั้งนี้ต่างก็เป็นหูฟังที่น่าใช้ในสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ดังนี้

หากเราต้องการหูฟังที่ใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายเป็นหลัก ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ ใช้กับโทรศัพท์ที่มีช่อง 3.5มม.ได้ ให้เลือก HS50pro

ถ้าจะเสียบช่อง usb ต้องเลือก Elite RGB หรือ Gsp350

หากต้องการเสียงรอบทิศงบน้อย เลือก Elite RGB

หากเราต้องการใช้ดูหนังเป็นหลัก คุยเป็นรอง และใช้กับคอมพิวเตอร์เท่านั้นเลือก Gsp350

หากเน้นฟังเพลงเป็นหลักใช้ HS50pro

หากเน้นสีสันไฟกระพริบ เลือก Elite RGB

หากเป็นคนพูดเสียงเบา งบน้อยเลือก HS50pro

หากชอบเสียงไมค์ที่บันทึกเสียงได้ระดับไฮไฟ อยากได้เสียงพูดชัดๆมีคุณภาพ เลือก Gsp350

หากชอบเสียงผ่านไมค์ที่ฟังชัด เน้นเสียงพูดต้องฟังได้ใจความ เลือก HS50pro

ถ้าจะเล่นเกมส์ที่ต้องใช้ระบบเสียง 7.1 เลือก Gsp350

หากต้องการตัวที่เบาที่สุดก็ต้องเลือก Gsp350


ลิงค์ไปซื้อ HS50Pro

ลิงค์ไปซื้อ Gsp350

ลิงค์ไปซื้อ Elite RGB

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ



สำหรับคนอยากได้ของราคาประหยัด ให้ลองอ่านรีวิว Logitech H111 ดูครับ

รีวิว Sennheiser HD800

รีวิว sennheiser hd 800
วันที่ 31 กรกฏาคม2556
โดย วุฒิชัย เจริญบุรี pockethifi@gmail.com
pockethifi.wordpress.com

ตลาดหูฟังค่อยๆเติบโตแบบเงียบๆ คนเล่นเครื่องเสียงบ้านอย่างผมแค่เผลอไปสนใจเรื่องถ่ายภาพ ไปสนใจเครื่องเสียงรถไม่กี่ปี วงการหูฟังและเครื่องเสียงพกพาดันเติบโตอย่างน่าประหลาดใจ จากการกำเนิดของ ipod ที่เป็นเครื่องเล่นพกพาแสนสะดวก การก๊อปปี้เพลงฟังกันอย่างง่ายดายทำให้เครื่องเสียงพกพามียอดขายสูงมาก พอเครื่องเล่นเยอะ หูฟังก็เยอะตาม ใช้กันทิ้งขว้างซื้อใหม่กันเป็นว่าเล่น

IMG_2233

ความนิยมเครื่องเสียงพกพาทำให้วงการหูฟังตื่นตัว มีการออกผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพออกมาให้นักฟังเพลงนอกบ้านได้ใช้งานกันสารพัดรูปแบบ หูฟังคุณภาพต่ำที่แถมมากับเครื่องเล่นก็ถูกแทนที่ด้วยหูฟังที่ดีขึ้น แพงขึ้น หูฟังพกพาเส้นเล็กๆไม่ค่อยสะใจ บางคนก็พกหูฟังตัวใหญ่ขึ้น ไปหาหูฟังแบบครอบหูมาใช้กันนอกบ้าน ทั้งที่ในอดีตหูฟังแบบครอบหูนี้ใช้งานอยู่ในบ้าน ใช้ในสตูดิโอมาตลอดหลายสิบปี แต่มาช่วงไม่กี่ปีนี้เองที่หูฟังแบบครอบหู ได้รับความนิยมจนเห็นกันได้บ่อยในสถานที่ต่างๆ ทั้งบนรถไฟฟ้า ร้านอาหาร กลายเป็นของพกพาไปได้อย่างงงๆ

IMG_2254

พอหูฟังเริ่มเยอะ ก็มีแอมป์ขับหูฟังให้เลือกใช้ นัยว่าเพื่อช่วยยกระดับเสียงให้หูฟังตัวโปรด พอแอมป์หูฟังเริ่มเยอะ หูฟังก็พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ต่างคนต่างพาวงการก้าวไปข้างหน้า จนกระทั่งเรามีงานแสดงเครื่องเสียงสำหรับหูฟังกันโดยเฉพาะ พอมีงานเครื่องเสียง เราก็ต้องมีหูฟังระดับไฮเอนด์ไว้แสดงศักยภาพ หูฟังไฮเอนด์ก็พาเหรดกันออกมาเต็มไปหมด วันนี้เราก็เลยจะมารีวิวหูฟังตัวท๊อปตัวหนึ่งของวงการครับ นั่นคือ Senheiser HD800

พูดถึงยี่ห้อ Sennheiser ก็ต้องนึกถึงหูฟัง รุ่นพกพายอดฮิตอย่าง MX400 ซึ่งราคาแสนถูกคุณภาพดีเกินตัว ส่วนหูฟังแบบครอบหูหรือแบบครอบหัว หรือจะเรียกว่าอะไรก็ได้ที่มันยัดเข้ารูหูไม่ได้ ก็จะมีรุ่นยอดนิยมอยู่สามตัว นั่นคือ HD600 HD650 และ HD800 ซึ่งหลังๆอาจจะมีตัวอื่นออกมาเรื่อยๆ แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมในวงการหูฟังของต่างประเทศจะเป็นสามตัวนี้เป็นส่วนใหญ่

IMG_2236

หูฟัง HD 800 เป็นหูฟังระดับสูงสุดของตลาดเครื่องเสียงโฮมยูสและสตูดิโอ จริงๆจะมีตัวที่ท๊อปเว่อร์ยิ่งกว่านี้แต่มันไม่ได้เจาะตลาดกลุ่มไหนเลย นั่นคือรุ่น opheus ที่เป็นหูฟังมาพร้อมแอมป์ ใครมีหูฟังตัวนี้ควรทำพินัยกรรมไว้ด้วย เพราะแสดงว่าคุณเป็นคนรวยมาก กลับมาที่ HD800 ต่อดีกว่าครับ เจ้า HD800 เป็นพี่ใหญ่ของค่ายในตลาดโฮมยูส ใครใช้ตัวนี้ไม่ต้องหาตัวอื่นแล้วเนื่องจาก HD800 เป็นตัวที่ราคาสูงที่สุดคุณภาพดีที่สุดที่ทาง sennheiser ตั้งใจทำจริงๆ พอหาซื้อมาใช้แล้วก็พบว่ามันใช้กับเครื่องเสียงพกพาไม่ค่อยเวิร์ค เพราะหูฟังขนาดใหญ่ ความต้านทานสูง ความไวต่ำ มันต้องการกำลังขับที่มากกว่าหูฟังทั่วไป คนที่มีหูฟังระดับนี้เลยจำเป็นต้องมีแอมป์หูฟังอีกตัวหนึ่งซื้อคู่กันมา เหมือนมีมะนาวดองแล้วต้องไปหาซื้อเป็ดมาตุ๋นนั่นเอง แถมราคาแอมป์หูฟังก็ใช่ว่าจะราคาถูก มันแพงกว่าแอมป์ขับลำโพงเสียอีกทั้งๆที่กำลังขับที่ใช้กับหูฟังอยู่ในระดับมิลลิวัตต์เท่านั้น

ข้อมูลทั่วไปของ HD800

IMG_2235

หูฟัง HD800 เป็นหูฟังชนิดครอบหัวที่โครงสร้างส่วนที่แข็งจะทำจากสแตนเลส มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา สายคาดที่รับน้ำหนักบนศรีษะจะหุ้มด้วยกำมะหยี่เนื้อนุ่ม ตัวส่วนของหูครอบจะเป็นโครงสร้างที่ใหญ่มาก สามารถครอบใบหูได้ทั้งใบ ถ้าใครมีใบหูไม่ผิดมนุษย์เกินไปคุณสามารถใช้งาน HD800 ได้โดยที่ใบหูไม่โดนสัมผัสกับตัวหูฟังเลย

IMG_2240

ไดรเวอร์ที่ใช้ใน HD800 เป็นแบบไดนามิค มีขั้วต่อสายเพื่อถอดเปลี่ยนหรืออัพเกรดคุณภาพเสียงได้ ในตลาดมีผู้ผลิตสายอัพเกรดมารองรับหูรุ่นนี้อยู่เช่นกัน แจ็คเสียบจะเป็นชนิด 6.3มม. ความยาวสายที่ให้มาประมาณ 3 เมตร มาพร้อมกล่องบรรจุหรูหราสุดๆ ในกล่องมีช่องวางมีผ้ามันวาวสีดำรองรับ แค่เปิดกล่องออกมาก็ไม่อยากเอามือจับหูฟังแล้วเพราะกลัวเปื้อนนั่นเอง

IMG_2249

ด้านที่ใช้คาดผ่านหัวจะทำจากสแตนเลส มีลายสลักเป็นชื่อรุ่น และ ซีเรียลนัมเบอร์ พร้อมด้วยการบอกระยะห่างเพื่อปรับขนาดของตัวคาดเป็นเส้นๆแบ่งเอาไว้หลายระดับ

ข้อมูลทางไฟฟ้า

IMG_2242

ไดรเวอร์ชนิดไดนามิค ความต้านทาน 300 โอห์ม
ความไว 102dB ที่แรงดัน 1 โวลท์
รองรับกำลังขับ 500 มิลลิวัตต์
ความเพี้ยนที่วัดได้ 0.02% ที่แรงดันทดสอบ 1 โวลท์
น้ำหนักกดทับของตัวโครงสร้าง 3.4 นิวตัน +- 0.3
น้ำหนัก 330 กรัม
ขั้วเสียบแจ๊คเป็นแบบสเตอริโอ 6.3 มม.
ตอบสนองความถี่ 14-44100 เฮิร์ตซ์ ที่ระดับ -3dB
สายหูฟังเป็นแบบ OFC ยาว 3 เมตร

ทดลองฟัง

IMG_2237

หูฟัง HD800 จะใช้ทดสอบร่วมกับอุปกรณ์ดังนี้
ใช้ฟังกับคอมพิวเตอร์จะต่อผ่าน DAC แล้วมาเข้าแอมป์หูฟังคือ Audio GD Master8
ใช้ฟังกับ iPod Video จะต่อ ผ่าน Dock ชนิด active แล้วมาเข้าแอมป์ Master8
ถ้าฟังกับ MP3 อื่นๆที่ไม่มี Dock จะต่อผ่านช่อง Headphone ด้วยสาย mini to RCA เข้าแอมป์ Master8
หลักๆก็คือ HD800 จะขับด้วยแอมป์ Master8 นั่นเอง ใช้การเชื่อมต่อด้วยสายที่มากับหูฟังผ่านชั้วต่อ 6.3มม.

IMG_2244

สิ่งที่สัมผัสได้ว่าหูฟังตัวนี้มันออกแบบมาดีก็คือ น้ำหนักเบามากเมื่ออยู่บนศรีษะแล้ว การออกแบบส่วนที่คาดหัวร่วมกับส่วนครอบหูที่ใหญ่โต ดูด้วยตาแล้วน่าจะน้ำหนักเยอะ คออาจจะหักได้เมื่อใช้นานๆ แต่กลับกลายเป็นว่าตำแหน่งที่มันสัมผัสกับหัวเรานั้นมันช่วยกระจายแรงการกดต่างๆไปในบริเวณที่กว้าง จนแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าหนัก จะบอกว่าเบาก็ไม่ผิด มันไม่ได้โล่งเหมือนไม่มีอะไร แต่มันไม่หนัก ไม่เป็นภาระในการใช้งานแต่อย่างใด ถ้าต้องฟังเพลงต่อเนื่องหลายชั่วโมง หูฟังอย่าง HD800 นี่แหละที่เหมาะสมอย่างมากในเรื่องสรีระ น้ำหนักกดทับที่แผ่วเบาทำให้มันเหมือนมีใครเอามือมานวดศรีษะให้เบาๆ ราวกับว่ากำลังนวดสปาอยู่

IMG_2245

เพลงแรกดังขึ้น สิ่งที่โดดเด่นและรู้สึกได้ทันทีคือเสียงกลางแหลมที่ชัดและใสอย่างมาก เสียงดนตรีที่เป็นเครื่องเคาะโลหะจะฟังชัดมาก ชัดจนบางคนอาจจะรู้สึกเสียงจัดจ้านเกินไป ซึ่งจริงๆแล้วมันชัดในระดับมอนิเตอร์ คือใช้เป็นมอนิเตอร์เพื่อใช้งานในห้องบันทึกเสียงได้เลย

เสียงกลางนักร้องทั้งชายและหญิงจะมาในโทนที่ชัด ใส เนื้อเสียงมีครบแต่ไม่หนาติดหู ถ้าฟังผ่านๆไม่กี่นาที อาจจะรู้สึกว่าหูฟังตัวนี้เสียงบาง ไม่ฉ่ำ ไม่หวาน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเราต่างก็คุ้นชินกับความหวานของแอมป์หลอด เสียงนักร้องฉ่ำๆของแผ่นออดิโอไฟล์ค่ายจีนที่เอาเพลงเพราะมาร้องใหม่ ถ้าฟังไปนานๆเราจะพบว่า เสียงที่รู้สึกบางนั้น ไม่ได้มีลักษณะที่ว่าความถี่ย่านต่ำหดหาย แต่มันลดระดับความอิ่มลงไป เราจะได้ดุลย์ของน้ำเสียงโดยรวมที่พอดี เสียงร้องที่ใสและชัด ชิ้นดนตรีทุกอย่างชัดเหมือนกัน ไม่ได้เน้นย่านใดเป็นพิเศษ

IMG_2238

ตอนฟังกับแผ่นออดิโอไฟล์ค่ายจีน อย่างของ susan wong หรือ ไช่ฉิน ผมรู้สึกว่าเสียงมันบางลงกว่าที่คุ้นเคย แต่เสียงแหลมจะเหมือนเน้นให้ชัดมากเป็นพิเศษ และบางแผ่นออกจะเน้นเสียง ส ซ มากเกินไป คงเป็นลักษณะที่ตั้งใจทำแผ่นมาให้ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงร้องชัดมาก พอมาเจอกับหูที่ไวต่อเสียงแหลมกลายเป็นเสียงร้องจัดเกินไป แต่พอไปฟังแผ่นออดิโอไฟล์ค่ายฝรั่งของศตวรรษที่แล้ว อย่างJennifer WarnsชุดThe Hunter กลับรู้สึกว่าเสียงมันบาลานซ์พอดี เพลงยอดฮิตในแผ่น The Hunter มีอยู่สองสามเพลง มันฟังแล้วเพลิน ไม่อึดอัด เบสลึกแสดงพลังอยู่ในพื้นที่ของมัน มีตัวตน แต่ไม่แย่งกันเด่น ยิ่งกลับไปฟังแผ่นของ Clair Marlo ชุด Let it go ซึ่งเป็นแผ่นที่อัดมาระดับเสียงค่อนข้างเบา และเบสไม่อิ่ม ไม่ล้นเหมือนแผ่นสมัยใหม่ยิ่งฟังได้ไพเราะกว่าเดิม เพราะความทรงจำของผมคือ แผ่น Let it go นี้ เสียงใส สะอาด แต่ไม่ได้ฉ่ำหวานเรียกลูกค้า หลังๆจะไปชินกับแผ่นค่ายจีนจนกลับมาฟัง Let it go แล้วกลายเป็นบางเกินไป ทำให้ไม่ได้หยิบมาฟังหลายปี พอรอบนี้ขุดมาฟังกับ HD800 กลายเป็นว่าแผ่นนี้เพราะมากจริงๆ เสียงย่านต่ำไล่ไปย่านสูงมีให้ฟังกันครบถ้วน ไม่มีอะไรล้ำ ไม่เน้นย่านใดเป็นพิเศษ มันพอดีจนน่าฟัง

IMG_2252

เสียงเคาะแฉในแผ่นค่าย Shefield Lab กับ Chesky Record ให้ความรู้สึกแข็ง คม ชัดใกล้เคียงเสียงจริงๆอย่างมาก ใครเคยอยู่ในห้องซ้อมดนตรี ถ้าเคยไปฟังกลองสด ลองมาฟังแผ่นคุณภาพดีผ่าน HD800 น่าจะยอมรับได้เลยว่ามันถ่ายทอดได้ใกล้เคียงของจริงเพียงใด HD800 ถ่ายทอดทุกเสียงออกมาอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้มอนิเตอร์ทุกเสียงได้อย่างแม่นยำ บางคนอาจจะไม่ชอบแนวทางนี้ แต่ถ้าใครนิยมกับลัทธิ สดดิบ ไม่ปรุง หรือบริสุทธิ์นิยม ต้องลองครับ ต้องลอง

เคยมีคนแสดงความเห็นว่า HD800 น่าจะได้จับคู่กับแอมป์หลอดเพื่อเน้นเสียงเบสให้อิ่มเพิ่มขึ้น อันนี้น่าจะเป็นรสนิยมความชอบของแต่ละคน บางคนแนะนำว่าให้เปลี่ยนสาย ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ผมอยากลองอยู่เหมือนกัน ถ้าปรุงแต่งได้ถูกใจก็จะได้เสือติดปีกเลย การจับคู่กับแอมป์โซลิทสเตทคุณภาพสูงๆสักตัวก็ไม่ได้เสียหายอะไร ความใส ความฉับไวที่โดดเด่นของ HD800 มันน่าจะคงอยู่เต็มที่เมื่อใช้งานผ่านโซลิทเสตท แต่อย่างไรก็คงต้องได้ฟังผ่านแอมป์หลอดอีกทีเพื่อจะตัดสินใจได้ตรงความต้องการที่สุด

ความโปร่งใส ความฉับไวที่เป็นจุดเด่น และบาลานซ์เสียงที่ดี ทำให้การฟังเพลงได้ยินดนตรีครบทุกชิ้นแบบไม่คลุมเครือ และเมื่อได้ทดลองเอาไปดูหนังด้วยแล้้วต้องบอกเลยว่ามันดูหนังสนุกมาก เอฟเฟ็คสารพัดที่หนังใส่มาให้เราได้ยินต่อเนื่องพร้อมๆไปกับบทพูดที่ฟังชัดเจนไม่คลุมเครือ ดนตรีแบ็คกราวน์ในหนังที่ห่อหุ้มเราไว้ทำให้เราเพลินราวกับว่าดูอยู่ในโรงหนัง อาการล้าหรือปวดเมื่อยไม่มีปรากฏเลย นอกจากคุณภาพเสียงที่ดีพอที่จะถ่ายทอดความอลังการของเพลงเพลงประกอบหนังแล้ว รูปทรงที่ออกแบบมาให้สวมใส่ได้สบายสุดๆทำให้เราอยู่กับหนังได้จบเรื่อง ด้วยความสามารถของไดรเวอร์ที่สามารถรองรับความถี่ต่ำได้ต่ำจริงๆและทนกำลังขับได้มากพอ ทำให้เสียงต่ำลึกในหนังสามารถแสดงออกมาผ่านหูฟังได้เกือบจะครบถ้วน เรียกง่ายๆว่า ถ้าอยู่บ้านคนเดียว ข้างบ้านไม่มีใคร ก็เปิดหนังกับระบบเสียง 5.1 ลำโพง 5-6 ตัวไปเลย แต่ถ้าต้องฟังเงียบๆ ใส่ HD800 แทนก็ได้อรรถรสที่ดีทดแทนกันได้

ฟังแผ่น metalica เพลง entersandman เพลงร๊อคระดับโลกอันเป็นเครื่องหมายการค้าของวงนี้ไปแล้ว เพลงนี้มีกลองและเบสที่เล่นกันง่ายๆไม่ซับซ้อน แต่เพราะ HD800 ให้เสียงกลองที่สด กระชับ ทุกเม็ดของกลองได้ยินครบถ้วน หัวโน้ตของกลองมาเร็ว จบเร็ว ไม่ลากยาวให้บวมเบลอ เสียงกีต้าร์ไฟฟ้าก็มีเอฟเฟ็คโอเวอร์ไดร์ฟแตกซ่านในระดับที่น่าฟัง ไม่ได้เสียดหูเลย การฟังเพลงเฮฟวี่เมทัลแล้วไม่เสียดหูมันแสดงให้เห็นว่า HD800 ไม่ได้มีเสียงสูงที่กัดหูขนาดน่ากลัว มันขึ้นอยู่กับว่าอัลบั้มนั้นๆทำมาสเตอร์ไว้อย่างเที่ยงตรง หรือทำไว้เรียกร้องความสนใจกับซิสเต็มที่ให้เสียงแหลมได้น้อยกว่าที่ควร ผมเชื่อว่าแผ่นออดิโอไฟล์ค่ายจีนหลายๆแผ่นจงใจเน้นเสียงร้องให้ชัดเกินพอดีไปเล็กน้อยเพื่อฟังกับอุปกรณ์ราคาย่อมเยาทั้งหลายแล้วจะรู้สึกว่าเสียงร้องชัดเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อเทียบกับอัลบั้มของฝรั่งที่น่าเชื่อถือแล้ว กลายเป็นเพลงค่ายจีนมันแหลม ล้นเกินไป จนมันไม่เพราะเมื่อฟังกับ HD800

เพลงบรรเลงแนว pop แนว love song หลายๆเพลง ให้น้ำเสียงฟังสบาย ไม่มีอะไรล้น ไม่มีอะไรเกิน ไม่มีลาวเนสแถม ทุกอย่างราบเรียบฟังง่าย โทนเสียงย่านต่ำลงไปลึกมาก เสียงอะคูสติกกีต้าร์ที่เล่นโน้ตเบสมันมีความใหญ่สมเหตุสมผล เบสคมและกระชับมาก แนวเสียงของ HD800 เป็นมอนิเตอร์ดีๆนี่เอง

HD800 เหมาะกับใคร
คนที่ชอบเสียงสด เปิดเผย เสียงเคาะกรุ๊งกริ๊ง ชอบดนตรีเล่นสด
คนที่ชอบนักร้องผู้หญิงเสียงใส
คนที่ชอบดูหนังด้วยหูฟัง แต่ควรใช้ร่วมกับแอมป์หูฟังคุณภาพดีด้วยเช่นกัน
คนที่ทำงานมอนิเตอร์เสียงเพื่อบันทึกมาสเตอร์

HD800 ไม่เหมาะกับใคร
คนที่ชอบสไตล์เสียงฉ่ำหวาน ติดลาวเนสนิดๆ ตรงนี้จะรู้สึกว่า HD800 เสียงบางเกินไป
คนที่ฟังแผ่นค่ายจีนบ่อยๆ โดยเฉพาะนักร้องหญิงบางอัลบั้มเน้นเสียง ส ซ มากจนรู้สึกเกิน

จุดเด่น
HD800 ทนกำลังขับได้สูง มีความฉับไวมาก โน้ตเสียงไม่ปะปนจนโฟกัสยาก
เสียงร้องใส ชัด เสียงเครื่องเคาะต่างๆให้ความรู้สึกเป็นโลหะจริงๆ

จุดด้อย
เสียงค่อยข้างเปิดเผย ถ้าไปเจอกับเพลงอัดไม่ดี แอมป์คุณภาพต่ำ เสียงจะจัดขึ้นมาทันที
ด้วยความที่มีบุคลิกที่เปิดเผยทำให้การเลือกใช้แอมป์เป็นเรื่องที่ต้องคิดเยอะ การเลือกสายก็คงเยอะเช่นกันถ้ายังค้นหาไม่เจอคู่แท้ที่ถูกหู
ใช้กับเครื่องเสียงพกพาลำบาก เพราะว่าแจ๊คแบบ 6.3มม. ต้องหาอแด๊ปเตอร์มาใช้ และพลกำลังของเครื่องเสียงพกพามักจะไม่พอที่จะขับ HD800 แค่พอมีเสียงแต่เปิดดังไม่ได้

สรุป
HD800 เป็นหูฟังระดับมอนิเตอร์ที่มีความเที่ยงตรงของเสียงอย่างมากที่สุดตัวหนึ่งเท่าที่เคยสัมผัสมา ใครเคยเล่นดนตรี เคยใช้เวลาในห้องซ้อมจะคุ้นเคยกับเสียงแนวนี้ การตอบสนองต่อเสียงดนตรีทำได้ฉับไวมาก เครื่องเคาะโลหะจะให้เสียงที่คมแข็งสมจริงมากกว่าหูฟังแนวตลาดทั่วไป ถ้าได้แหล่งโปรแกรม หรือ เพลงที่บันทึกมาได้มาตรฐานจะทำให้การฟังนั้นเพลิดเพลินอย่างแท้จริง ความสบายตอนสวมใส่เป็นเลิศ หากเคยบ่นว่าหนัก หรือหนีบหัวแทบแตกกับหูฟังตัวไหนก็ตาม ลองมาใส่ HD800 แล้วจะรู้สึกเลยว่า คำว่าสบายหัวเป็นอย่างไร ค่าตัวหูฟังเท่าไหร่ต้องเติมเงินค่าแอมป์อีกเท่าๆกันด้วยถึงจะฟิน