ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

ขึ้น ป 1 แล้วครับ

IMG_0138

ขอบฟ้าเข้าเรียนเพลินพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี คศ 2015 ตอนนี้ปี 2019 กำลังจะได้ขึ้นประถม1 โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนแนวทางเลือกแบบที่ผู้คนทั่วไปเขาเรียกกัน เป็นรูปแบบโรงเรียนที่สอนเด็กแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต ผมกับแม่ขอบฟ้าเลือกที่จะอยู่ที่เพลินพัฒนาเพื่อให้ขอบฟ้าได้เรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่เหมือนยุคของพ่อแม่

IMG_0142

พวกเราพ่อแม่เคยผ่านการเป็นนักเรียนในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ยุคที่ทุกโจทย์มีคำตอบเดียว นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้ขอบฟ้าต้องพบกับวิธีการสอนเหล่านี้ คำว่าโรงเรียนทางเลือกเป็นคำที่ไม่ได้บ่งบอกวิธีการเรียนการสอน การเสี่ยงเอาลูกมาอยู่ที่โรงเรียนนี้เป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง และที่ผ่านมาประมาณ 4 ปี พวกเราพ่อแม่พบว่าเราเสี่ยงแล้วคุ้ม เพราะผลที่เกิดกับลูกของเราเองเป็นสิ่งที่เราปลาบปลื้ม หลายประสบการณ์หลายมุมมองของลูกเป็นไปในรูปแบบที่เราเองยังไม่คาดคิด

IMG_0143

การแก้ปัญหาบางอย่างของขอบฟ้าเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ขอบฟ้าไปเล่นในห้างแล้วโดนแย่งของเล่นโดยเด็กคนหนึ่ง เราเป็นพ่อแม่ก็เฝ้ามองและคิดไปล่วงหน้าว่าถ้าเราเป็นลูกเราจะทำอย่างไร และเราจะสอนให้ลูกทำอย่างไร จะสอนให้หลีกเลี่ยงการโดนแย่งได้อย่างไร ซึ่งเราตั้งใจจะสอนลูกให้ระวังไม่ให้โดนแย่งจริงๆ เราจะสอนลูกให้อย่าอยู่ใกล้คนที่มีนิสัยแย่ง อาจจะแยกไปเล่นวงอื่น แยกไปเล่นมุมอื่น แต่ขอบฟ้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ในระดับที่พ่อแม่ประหลาดใจ ขอบฟ้าหน้าเสียเล็กน้อยตอนโดนแย่ง มองกลับมาที่พ่อแม่ตอนที่โดนแย่ง และอีกสัก 2 วินาที ขอบฟ้าก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาพ่อของเด็กที่มาแย่ง แล้วบอกกับพ่อเด็กว่า คนนี้แย่งของเล่น นั่นทำให้พ่อเด็กมาจัดการและสั่งให้คืนของ ขอบฟ้าได้เล่นต่อ เด็กแย่งเลิกแย่ง พ่อของเด็กทำในสิ่งที่เหมาะสมกับการเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กทุกคน ผมเฝ้ามองแล้ว อยากปรบมือให้แรงๆเลย

ตอนนี้เข้าสู่ ป1 เป็นช่วงเวลาที่การเรียนรู้จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น วิชาการมากขึ้น ผมไม่แคร์กับการรู้เนื้อหาวิชาการช้าเมื่อเทียบกับโรงเรียนที่เน้นวิชาการ หรือเน้นการสอบ เน้นการเป็นที่ 1 แต่กับโรงเรียนแนวทางเลือกผมเฝ้ารอให้ลูกจะค่อยๆโตขึ้นและได้ค้นพบตัวเองด้วยตัวเอง เฝ้ารอว่าสักวันขอบฟ้าจะเข้ามาบอกกับพ่อแม่ว่าอยากจะเรียนอะไร อยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร เพราะเราเชื่อว่าวิธีการสอนที่ดี และประสบการณ์ต่างๆที่โรงเรียนค่อยๆพาลูกเดินไปจะช่วยให้เด็กแต่ละคนค้นพบความชอบหรือค้นพบความสนใจเร็วกว่าโรงเรียนในภาคปกติ

พูดไปก็อาจจะดูเหมือนโม้และเพ้อเจ้อ แต่ประสบการณ์ที่เราผ่านมาในการเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ชวนให้เรากล้าเพ้อ มันต้องดีกว่าสมัยที่เราเป็นเด็กสิ เพราะเราผ่านยุคเก่ามาแล้ว และเรามอบสิ่งใหม่ๆให้กับลูกเรา เรากำลังให้ในสิ่งที่เราเคยอยากได้ และความอยากให้นี้ผ่านการคิดมาอย่างดีแล้วด้วย

ลองกลับไปอ่านตอนแรกของการเข้าโรงเรียนนี้

แถมภาพวันแรกที่เดินเข้ามาสมัครเรียน ตอนสองขวบปลายๆกับการมาสมัครเพื่อเข้าเรียนช่วงพรีเนอส ซึ่งเป็นชั้นที่มีไว้สำหรับเด็กก่อนเตรียมอนุบาล

IMG_1245.JPG

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

ต่อ lego ตามแบบ

ในที่สุดขอบฟ้าก็ต่อ lego ตามแบบได้ แม้ว่าพ่อจะนั่งอยู่ข้างๆคอยตรวจให้ว่าทำถึงขั้นไหนแล้ว แต่ก็ถือว่ามีความพยายามต่อเนื่องที่ต่อจนจบ อยู่ๆลูกก็เล่นแบบมีสมาธินานๆได้ นึกว่าจะเป็นลิง ลุกวิ่งตลอดเวลาซะอีก

IMG_0213

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

IMG_4938

ขอบฟ้าได้ดูหนังในโรงหนัง  สามารถดูหนังที่มีเรื่องราวซับซ้อนได้  จำตัวละครและความต่อเนื่องของแต่ละตัวได้  หนังเรื่องอินฟินิตี้วอร์เป็นหนังที่ขอบฟ้าอยากดู  และได้มีโอกาสดูทางเคเบิ้ลทีวีหลายรอบ  นอกจากนี้ ยังได้อ่านเรื่องทศกัณฐ์โดยการให้พ่อแม่อ่านให้  และดูจาก youtube ขอบฟ้าจำตัวละครในเรื่องนี้ได้หลายตัว  และก็สนุกกับการดูการฟังซ้ำๆ

 

ขอบฟ้าคุยกับพ่อเรื่องต้นไม้ เรื่องอ๊อกซิเจน เรื่องคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ขอบฟ้าสนใจเรื่องธรรมชาติของต้นไม้  และได้เรียนรู้เรื่องข้าวและผลิตภัณฑ์ทำจากข้าว  เวลาไปเที่ยวแล้วเจอกิจกรรมเกี่ยวกับต้นไม้และข้าว  ขอบฟ้าก็จะสนใจและร่วมกิจกรรมได้นานและไม่กลัวน้ำโคลน

 

พ่อลูกคุยเรื่องอ๊อกซิเจนมาจากไหน  เอาน้ำมาแยกเป็นอ๊อกซิเจนและไฮโดรเจนได้ ขอบฟ้าจำได้ว่าดาวอังคารมีน้ำแข็งอยู่ที่ขั้วโลกของดาว  และเชื่อมโยงได้ว่าเราน่าจะละลายน้ำแข็งมาใช้  เพราะเราจะมีน้ำ มีอ๊อกซิเจน และมีพลังงานให้ใช้บนดาวอังคาร  ขอบฟ้ายังอยากเป็นนักบินอวกาศ  และอยากเป็นนักฟุตบอล  ขอบฟ้าเคยถามแม่ว่า คนเราสามารถเป็น 2 อย่างได้ไหม  แม่ก็ตอบว่าได้ เราอยากเป็นอะไรก็ได้กี่อย่างก็ได้ที่เราต้องการ

 

ขอบฟ้ายังไม่สามารถยอมรับกับความพ่ายแพ้ได้  บางครั้งก็ดูเหมือนจะดีขึ้น  แต่ก็มีบทเสียใจ ร้องไห้ และไม่เล่นต่อด้วยความกลัวแพ้  พ่อแม่พยายามชวนเล่นหลายกิจกรรมเพื่อให้มีการแพ้ชนะปนกัน เพื่อให้สามารถปรับตัวรับความพ่ายแพ้ให้เป็น

ปรับภาพให้สวยถูกใจ

 

 

 

IMG_0102

แม้ว่าการถ่ายภาพเราจะพยายามฝึกฝนให้ถ่ายดีที่สุดตั้งแต่การกดชัตเตอร์  ภาพหลังกล้องต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สติปัญญาและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย  และเมื่อมาดูภาพในภายหลังเราก็ยังอาจจะปรับแต่งเพื่อให้มันดูดี หรือดูแปลกตาไปจากเดิมได้  การปรับภาพเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน  ซึ่งบางภาพผมก็เห็นว่าทำให้เป็นสีขาวดำก็ดูสวยขึ้น ได้อารมณ์ต่างๆในภาพมากขึ้น  อย่างเช่นภาพเด็กเล่นเปียโนภาพนี้

 

PHOTO_COLLAGE1547172140602

ภาพนี้ผมใช้ app ในโทรศัพท์มือถือช่วยปรับให้  โดยการเอาภาพต้นฉบับมาเข้า app ชื่อ snapseed

1  ทำการปรับภาพเป็นขาวดำ  เลือกโหมดขาวดำเป็น high contrast

2  ใช้คำสั่ง curve หรือ เส้นโค้ง เพื่อยกระดับส่วนความสว่างระดับกลางให้ดูสว่างขึ้น แต่ส่วนมืดและส่วนสว่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

3  ใส่ขอบมืดให้กับภาพ หรือใส่ vignett เลือกค่าขอบมืดที่ไม่มากเกินไป ภาพก็ออกมาตามที่เห็น

4  ใส่ขอบขาวด้วย app ชื่อ collage เป็นการวางภาพในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส

ก็ได้ภาพตามที่เห็นนี้  การปรับแต่งเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน  ผมเป็นคนชอบมองภาพขาวดำ ก็อยากจะปรับให้ดูถูกใจตัวเอง  คนอื่นที่ดูอาจไม่ชอบก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

กล้อง canon  eos 6d กับเลนส์ canon macro100mm

 

screen shot 2562-01-11 at 10.52.59

 

ยังคงมีภาพอื่นๆอีกที่ถ่ายแล้วอยากลองเปลี่ยนโทนภาพดูบ้าง

 

IMG_5046

2018-12-18_10-29-50-01

 

 

IMG_4921

PHOTO_COLLAGE1547172359342

งานพิมพ์ letterpress อย่างง่าย

งานพิมพ์ letterpress ไม่ได้จำกัดอยู่กับการพิมพ์การ์ด หรือ พิมพ์ตัวหนังสือ  ยังรวมถึงการพิมพ์รูปภาพต่างๆด้วยแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นมาด้วยหลักการของ letterpress  คือ แม่พิมพ์มีส่วนสัมผัสหมึก และไม่สัมผัส ทำให้การพิมพ์ภาพเกิดเป็นภาพตามที่ออกแบบไว้บนแม่พิมพ์

ปกติแม่พิมพ์ที่ใช้บ่อยในวงการพิมพ์แบบ letterpress ก็จะเป็นแม่พิมพ์เหล็ก และ แม่พิมพ์ยาง วันนี้เพิ่งพบว่ามีการใช้โฟมแทนแม่พิมพ์ด้วย  เทคนิคของการสร้างแม่พิมพ์จากโฟมก็อาศัยความนิ่มของเนื้อโฟม  เริ่มจากออกแบบลายเส้นที่ต้องการให้เกิดเป็นภาพ  แล้วทำการเอาดินสอจิกกดส่วนที่เป็นเส้นดำให้ลึกจมลงไป  จากนั้นก็เอาแม่พิมพ์ไปทาสีโปสเตอร์ หรือ สีพลาสติกก็ได้ แล้วเอามาประกบกับกระดาษที่ต้องการพิมพ์  หมึกที่ติดอยู่บนแผ่นโฟมก็จะมาติดบนกระดาษ  ส่วนของร่องลึกจะไม่โดนหมึก ก็จะไม่มีภาพในส่วนร่องลึกนั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร ที่จัดกิจกรรมดีๆน่าสนใจ   สถานที่แห่งนี้เป็นที่แห่งความฝันของเด็กและพ่อแม่ทุกคน  เป็นที่เล่นสนุกสนานเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก  การจัดการของทีมบริหารพิพิธภัณฑ์มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมาก

 

ลูกผมมาใช้บริการที่นี่ตั้งแต่สี่ขวบ  ยังคงสนุกอยู่แม้ว่าจะมาเป็นรอบที่สิบแล้ว

Compare

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน 26jun2018

IMG_20180624_215511

 

ช่วงนี้เป็นช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ขอบฟ้ามีทีมที่ชอบคืออาเจนติน่า เพราะขอบฟ้าชอบเมสซี่  ขอบฟ้าชอบเรื่องราวของเมสซี่  และขอบฟ้าก็มีเสื้อฟุตบอลทีมชาติอาเจนติน่า และ ทีมสโมสรบาเซโลน่า

ขอบฟ้ามีอาการเศร้าและผิดหวังที่ทีมอาเจนติน่าแข่งแล้วแพ้ เมื่อหลายเดือนก่อนก็จะเสียใจร้องไห้ ตอนนี้ก็จะไม่ร้องแล้ว แต่ก็ดูยังมีอาการเสียใจอยู่นิดหน่อย

ขอบฟ้าชอบไปร้านขายเครื่องกีฬาในห้าง เพื่อไปทดลองเตะฟุตบอล ทางห้างมีโกลขนาดใหญ่ให้ทดลองเตะเล่น ขอบฟ้าก็ไปเล่นบ่อยมาก เป็นขาประจำมาหลายสัปดาห์แล้ว นอกจากฟุตบอลแล้วขอบฟ้าก็มีโอากาสได้ลองตีปิงปองดู และก็เล่นได้ดี ดูเข้าใจกติกาและสามารถตีโต้กับพ่อได้หลายครั้ง

ขอบฟ้าชอบการ์ตูนกับตันซึบาสะ ตอนนี้หัดวาดภาพตัวการ์ตูนบ่อยมาก และเริ่มอยากมีทรงผมชี้ๆแบบตัวการ์ตูน

บันทึกสมุดขอบฟ้า ให้เพลินพัฒนา

IMG_7446

ขอบฟ้าหัดเล่นฟุตบอลมาหลายเดือนแล้ว และได้ไปเรียนฟุตบอลที่สนามสัปดาห์ละ 1ครั้ง ความชอบฟุตบอลมีมาสักพักก่อนหน้านี้ ขอบฟ้าได้ดูคลิปวิดีโอจาก youtube เกี่ยวกับนักฟุตบอลระดับโลกหลายคน ขอบฟ้าจำชื่อนักฟุตบอลที่เป็นตำนานดังได้หลายคน และคนที่ขอบฟ้าชอบที่สุดคือ เมสซี่

แม่ซื้อหนังสือแรงบันดาลใจมาใช้อ่านก่อนนอน ในเล่มนั้นมีเรื่องราวของคนเก่งหลายคน หลายอาชีพ และมีนักฟุตบอลที่ชื่อเมสซี่ด้วย ขอบฟ้าชอบความเก่งและความพยายามของเมสซี่

ขอบฟ้าเป็นแฟนบอลของเมสซี่ ใส่เสื้อทีมบาเซโลน่าไปเรียนฟุตบอล ใส่เสื้อทีมชาติอาเจนติน่าด้วยในบางโอกาส และตามเชียร์เมสซี่ คอยดูผลการแข่งขันทางทีวี

มีการแข่งขันครั้งหนึ่ง ทีมเมสซี่แพ้ ทำให้ต้องตกรอบ ขอบฟ้าดูภาพข่าวจบแล้วหน้าเสีย แล้วหันกลับมาถามพ่อว่า แข่งจบหรือยัง หมดเวลาหรือยัง มีต่อเวลาไหม ถามเหมือนไม่อยากให้เกมส์จบแบบเมสซี่แพ้ พ่อก็ตอบว่า จบแล้ว ขอบฟ้าถามว่า แล้วใครเข้ารอบ ใครตกรอบ พ่อตอบว่าเมสซี่ตกรอบ ขอบฟ้าก้มหน้าร้องไห้ ซุกหน้าไปกับหมอน แล้วร้องไห้อยู่หลายนาที แม่ต้องมาปลอบใจให้ขอบฟ้าหายเสียใจ
ถือโอกาสสอนว่า คนเก่งที่สุดในโลกก็มีวันแพ้ ทุกคนต้องแพ้สักครั้ง และต้องอดทนต่อความรู้สึกแพ้ให้ได้

พ่อนั่งดูอาการขอบฟ้าแล้วอิจฉาขอบฟ้ามากๆ  อิจฉาในความรักและการมีความรู้สึกร่วมต่อทีม  การเชียร์กีฬาให้สนุกต้องมีทีมที่รักและตามเชียร์ไปเรื่อยๆ   ความรู้สึกดีใจและเสียใจไปกับทีมเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน  น่าอิจฉาวัยเด็กและช่วงเวลาเหล่านี้

 

 

แถมวิดีโอที่ขอบฟ้าเล่นฟุตบอล

การสแกนภาพจากฟิล์มขาวดำด้วยเครื่องอัดภาพ

ภาพขาวดำจากฟิล์มมีความคลาสิคในบางอย่าง ทำให้ยังคงมีนักเล่นนักถ่ายภาพบางส่วนยังคงอยู่กับฟิล์มขาวดำ น้ำยาเคมี แท้งค์ล้างฟิล์ม และเครื่องอัดภาพ กว่าจะได้ภาพบนกระดาษอัดภาพก็ใช้ขั้นตอนมหาศาล ทั้งยังต้องใช้ความปราณีตผิดมนุษย์อีกต่างหากถึงจะมีภาพขาวดำดีๆบนกระดาษให้เราได้ดูกัน

แต่ด้วยความใจร้อนและขี้เกียจปนๆกัน ผมก็เลยลองลัดขั้นตอนบางอย่าง คือ ยังคงถ่ายภาพและล้างฟิล์มด้วยวิธีปกติ แต่ในขั้นตอนการทำภาพออกมาดู ผมใช้วิธีขยายภาพฟิล์มด้วยเครื่องอัดภาพขาวดำ ให้ฉายลงพื้นสีขาวหรือกระดาษขาวไปเลย แทนที่จะเป็นกระดาษอัดภาพ เพราะผมไม่อยากเตรียมน้ำยาเคมีทั้งถาดเพื่ออัดภาพแค่ภาพเดียว เลยขยายภาพจากฟิล์มด้วยเครื่องอัดให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำได้ พอเห็นภาพฉายแสงแล้ว ก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพที่ปรากฏนั้นเลยIMG_20180425_105223

ผมใช้โทรศัพท์ huawei p9 ตั้งค่าให้ถ่ายภาพในโหมดขาวดำ แล้วก็ถ่ายภาพในห้องมืด ก็จะได้ภาพในมือถือเป็นภาพกลับสีกัน เพราะฟิล์มเป็นฟิล์มเน็กกาทีฟนั่นเอง เมื่อได้ภาพมาแล้วก็เอามาคร็อปภาพให้ได้ขอบเขตที่ต้องการ ตัดส่วนนอกโดยรอบออก

IMG_20180425_111517

เราก็จะได้กลับสีที่ใหญ่ขึ้น กรอบภาพและตัวภาพก็อยู่ในระยะที่เหมาะสม ขั้นตอนการคร็อปภาพนี้ใช้มือถือสั่งทำได้โดยตรง พอได้ภาพที่คร็อปมาแล้ว ก็มาทำการเปลี่ยนสีด้วย app ที่ชื่อ negative image หาโหลดได้ใน play store ของ android เป็นของฟรี มีโฆษณานิดหน่อย แต่ก็ทนใช้งานได้

Negative Image_1524629748890-01

เมื่อกลับสีแล้วเราก็จะได้ภาพโทนสีปกติ ผมคนเป็นสีดำ ผมปรับสีของขาวดำด้วย app ที่ชื่อ vsco ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้หลายรูปแบบ ซึ่งผมใช้เปลี่ยนสีขาวดำ มีการปรับ ความสว่าง คอนทราสต์ และรายละเอียดในเงามืดให้สว่างขึ้นนิดหน่อย ก็ได้ภาพตามที่เห็นภาพสุดท้ายนี้

IMG_20180425_104932

Negative Image_1524628196867-01

การใช้มือถือถ่ายภาพจากเครื่องอัดขยายเป็นเทคนิคของคนขี้เกียจ ผมแค่อยากจะเห็นภาพในมือถือ แค่อยากจะมีภาพไว้ส่งให้คนอื่นดู ยังไม่ได้อยากจะอัดเป็นกระดาษจริงๆ ก็เลยใช้วิธีนี้