วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 เช็คระยะ 10000 กิโลเมตร เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง 703 บาท
วันที่ 23 มีนาคม 2554 เช็ค 30000 กิโลเมตร เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง แหวนรอง 1437.50 บาท
วันที่ 28 มีนาคม 2554 เปลี่ยนสปริงค์วาล์ว recall ไม่เสียค่าใช้จ่าย
Tag Archives: honda
รถ honda freed 1 ปีต่อมา ต้องบำรุงด้วยวาสลีน
เมื่อประมาณเดือนที่แล้วมีข่าวว่า Honda เรียกรถสามรุ่นกลับไปเปลี่ยนสปริง 1 ตัว ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กๆในเครื่องยนต์ รถยนต์รุ่นที่โดนแจ็คพ็อตก็คือ Jazz City และ Freed เพราะใช้เครื่องยนตัวเดียวกัน แต่ว่า ไม่โดนทุกคัน มีเพียงบางล็อตเท่านั้น ซึ่งผมอยู่ในล็อตที่โดนเรียกครับ
การประกาศประกาศออกทางอินเทอเน็ต และผมไม่รู้ว่าผมอยู่ในล็อตที่โดนเรียกไหม? ทีแรกก็ลุ้นว่าจะไม่โดน แต่พอเมื่อสองวันก่อนเอารถเข้าศูนย์เพื่อเช็คระยะ 30000 กิโลเมตร พนักงานในศูนย์ก็ตรวจสอบเลขเครื่องยนต์แล้วแจ้งว่า ต้องเปลี่ยนสปริงวาล์วครับ
พนักงานอธิบายวิธีเปลี่ยนไว้ละเอียด สรุปแล้วเป็นงานที่ใช้เวลา ต้องรื้อเครื่องเยอะ ต้องรอเครื่องยนต์เย็นและใช้เวลา 3 ชั่วโมงต่อเนื่อง ดังนั้น ต้องนัดคิวล่วงหน้า วันที่ตรวจเช็คระยะ 30000 กิโลเมตรผมจึงทำได้แค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง เท่านั้น การเปลี่ยนสปริงค์ต้องนัดในอีกห้าวันถัดไป
การเข้าเช็ครอบนี้เป็นตามกำหนดระยะทาง และได้ทำการบ่นเพื่อขอเคลมอาการเสียงพลาสติกกรอบในห้องโดยสาร เพราะในช่วงประมาณสามเดือนที่ผ่านมาผมสังเกตว่า เสียงพลาสติกหรือยางขอบประตูที่กั้นระหว่างประตูกับตัวถังรถยนต์มีอาการส่งเสียงดังเวลามีการเคลื่อนไหวหรือสั่นสะเทือน อาการคล้ายๆกับยางแข็งตัวแล้วทำให้เกิดการเบียดตัวไปมาทำให้มีเสียงดังผิดปกติ บอกช่างให้รับทราบ ช่างรับปากจะดูให้
ส่งรถตอนสายๆสิบโมงเช้านิดหน่อย บ่ายสามครึ่งพนักงานโทรมาแจ้งว่าทำเสร็จแล้วไปรับรถได้ ตอนไปรับก็ตรวจสอบความเรียบร้อย ไขน็อตครบทุกตัวไหม เพราะช่วงเดือนที่ผ่านมา ในเว็บบอร์ดพันทิพย์ดอตคอม ห้องรัชดา มีกระทู้บ่นและต่อว่ากรณีศูนย์บริการบกพร่อง ลืมไขน็อตให้ลูกค้าหลายยี่ห้อ หลายคันมาก พอถึงคิวผมต้องเข้าศูนย์เลยวิตกจริตนิดหน่อย ตอนรับรถเลยเดินดูล้อโดยรอบ แต่ก็ไม่พบอาการผิดปกติ
เรื่องเสียงรบกวนของยางขอบประตูช่างได้ทำการแก้ไขโดยการทาน้ำมันหล่อลื่นลงไปที่ตัวยาง เพื่อปรับสภาพผิวยางให้มีความอ่อนตัว เสียงหายไปสนิทเลย เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้รถยนต์ก็ต้องใช้วาสลีน หน้าหนาวผิวแตกเลยส่งเสียงดัง
ตอนนี้รถอยู่ในสภาพเหมือนใหม่ เงียบสนิท เครื่องยนต์เดินเรียบ อัตราการกินน้ำมันอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ก็คือ ขับเพลินๆได้ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตร ขับทางไกลได้ 15 กิโลเมตรต่อลิตร ขับแบบงกๆพยายามประหยัดที่สุดจะทำได้ 18 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ว่าต้องขับช้าลงและอาจจะทำให้รถคันอื่นรำคาญได้
ประมาณสัปดาห์ที่แล้วอีกเช่นกัน อากาศในประเทศไทยเย็นลงอย่างกระทันหัน เมื่อวาน 30 องศาเซลเซียสอยู่ดีๆ วันรุ่งขึ้นตื่นมากลายเป็น 18 องศา ยิ่งกว่าหน้าหนาวที่ผ่านมาทุกฤดู กรุงเทพก็หนาวได้ Freed ได้ทำหน้าที่ให้ประทับใจอีกหนึ่งอย่างคือการเปิดฮีทเตอร์ เพราะแอร์ในรถ Freed สามารถตั้งเป็น Auto ได้ ผมเลยตั้งเป็น Auto 25 องศา ผลก็คือ รถไม่ทำความเย็น แต่เปลี่ยนเป็นทำความร้อนแทน อากาศข้างนอกเย็นจนผมต้องหาเสื้อกันหนาวมาใส่ แต่อยู่ในรถมันเย็นกำลังสบายเพราะได้ระบบฮีทเตอร์มาช่วย เป็นเรื่องดีๆอีกเรื่องหนึ่งในรถคันนี้
หนาวจนหมาที่บ้านยืนสั่น ต้องไปผ้ามาห่มให้ขนาดนี้
เบาะนั่งตอนขับรถตอนนี้ผมชินแล้ว ปรับตัวได้ ไม่เมื่อยหลังอีกต่อไป กลายเป็นรถที่รู้สึกถูกใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งกว่าเดือนแรกเสียอีก แม้ว่าสมรรถนะจะสู้รถเก๋งไม่ได้ แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะเอารถคันนี้ไปอัดแข่งกับใคร หรือเอาไปดริฟท์เหมือนในหนัง เลยไม่ได้เดือดร้อนกับอัตราเร่งที่ต่ำกว่ารถเก๋ง ความรู้สึกดีที่ขับรถคันนี้คือมันไม่อึดอัด ห้องโดยสารกว้างขวางโดยที่ตัวรถยังไม่ใหญ่เกินไป ถ้ารีบขับหรือต้องการทำเวลาอาจจะต้องใช้รถเก๋งเครื่องแรงๆ แต่ถ้าไม่รีบ หรือต้องใช้เวลาทนรถติดนานๆ ผมว่าคันนี้น่าใช้กว่า
