พบกับธุรกิจเตือนอัคคีภัย ขาย ติดตั้ง และตรวจสอบอุปกรณ์ fire alarm คุณเก๋
ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด มือสอง คุณ โอ
พบกับธุรกิจเตือนอัคคีภัย ขาย ติดตั้ง และตรวจสอบอุปกรณ์ fire alarm คุณเก๋
ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด มือสอง คุณ โอ
สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาที่ใกล้กับวันฮาโลวีน มีการนัดประชุมด้วยการแต่งตัวให้เข้ากับเทศกาล เราพาไปฃพบกับสมาชิก bni กลุ่ม heritage โดยมีคิวการพรีเซ้นพิเศษ 5 นาทีเป็นของคุณกิ๊บ บริษัท DSC กล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก กับ คุณชินเจ้าของโรงงานผลิตใบตัดใบเจียที่ทำขายทั้งในและต่างประเทศ
29oct2024 คุณกิ๊บ
29oct2024 คุณชิน
สัปดาห์นี้เราได้พบกับสมาชิก bni กลุ่ม heritage และคิวการพรีเซ้นพิเศษ 5 นาทีเป็นของคุณกบที่ปรึกษากลยุทธธุรกิจและแฟรนไชส์ กับ คุณจุ๋มที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ทั้งคู่ช่วยพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ลองดูคลิปพรีเซ้นของทั้งสองท่านนี้
22oct2024 คุณกบ ที่ปรึกษากลยุทธธุรกิจและแฟรนไชส์
22oct2024 คุณจุ๋ม ที่ปรึกษากลยุทธการตลาดออนไลน์
กิจกรรมการประชุมทางธุรกิจที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ นอกจากสมาชิกจะแนะนำตัวจนครบทุกคนแล้ว ก็ยังมีช่วงเวลาพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้พรีเซ้นพิเศษเป็นเวลาคนละ 5 นาทีจำนวนสัปดาห์ละ 2 คน เพื่อทำให้เพื่อนในกลุ่มเข้าใจธุรกิจของเรามากขึ้น คิวการพรีเซ้นจะถูกจัดเอาไว้ล่วงหน้า สมาชิกทุกคนต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลให้ดีพอที่จะสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในกลุ่ม เพราะเพื่อนที่เข้าใจธุรกิจของเราจะได้ช่วยมองหาลูกค้าที่เราต้องการได้
รอบนี้เป็นคิวของธุรกิจเครื่องกรองน้ำและเฟอร์นิเจอร์สาน
15oct2024 คุณภีม เครื่องกรองน้ำ coway
15oct2024 คุณนพ งานเฟอร์นิเจอร์ สาน หวาย เชือก
ถ้าพูดถึงระบบนำทาง gps เราต่างก็คงเคยใช้ gps นำทาง บ้างก็ให้เพื่อนแชร์โลเคชั่นให้แล้วก็ขับไปตามที่ระบบบอก ยิ่งในยุคที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือของทุกคน ทุกคนก็มี gps รอให้ใช้ตลอดเวลา
คราวนี้ในชีวิตจริง ถ้าเราจะไปปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน เราจะใช้ gps ช่วยนำทางไหม คำตอบคือไม่ใช้ เพราะว่าที่แห่งนั้นเราเคยไปมาแล้ว เรารู้ทางแล้ว แล้วคนเราจะใช้ gps ตอนไหนบ้าง คำตอบคือเรามักจะใช้ให้มันพาเราไปในที่ที่เราไม่เคยไป
ในการร้องขอ referral หรือการแนะนำทางธุรกิจ เราก็สามารถใช้แนวคิดเดียวกันได้ หากเทียบการนำทางเป็นการให้ referral เราจะขอธุรกิจหรือขอลูกค้าเล็กๆน้อยๆ ก็ดูจะไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก เพราะลูกค้ารายเล็กเราหาได้อยู่แล้ว เรารู้ว่าหากเราจะหาลูกค้าไซ้ร์เล็กเราจะหาได้อย่างไร เพราะเราก็เปิดบริษัทมานาน ถ้าจะใช้เพื่อนช่วยหางานให้เราทั้งที เราน่าจะร้องขอสิ่งที่มันใหญ่กว่าสิ่งที่เรามี ขอสิ่งที่เราไม่เคยได้จะดีกว่าไหม ขอสิ่งที่เราอาจจะเข้าไม่ถึงถ้าเราไม่มี connection เหมือนใช้ gps นำทางไปในที่ที่เราไม่รู้ทาง
เราควร looking for สิ่งที่เราไม่เคยได้ สิ่งที่เราจะรู้สึกภาคภูมิใจหากเราได้ลูกค้าคนนี้มา ลูกค้าที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเราให้ใหญ่ขึ้น ยกระดับบริษัทของเราให้มีพอร์ตโฟลิโอที่เจ๋งขึ้น ขออะไรใหญ่ไปเลย จะได้ใช้ทรัพยากรในกลุ่มเน็ตเวิร์คของเราให้คุ้มค่าคุ้มกับศักยภาพ
ลองพิจารณาดูนะครับว่า บริษัทเรา มีศักยภาพแค่ไหน ลองขอลูกค้าที่เราต้องทุ่มเทการทำงานหนักมากขึ้น ทำงานหนักยิ่งกว่าที่เคยมีมา บริษัทเราจะได้เติบโตไปอีกขั้น เพราะเรามาอยู่ในกลุ่มเน็ตเวิร์คแห่งนี้เพื่อขยายธุรกิจ เราจึงควรจะมียอดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อตอนที่ BNI เริ่มต้น ในช่วงเวลาแรกที่มีเพียง 1 แช็ปเตอร์ ดร.ไอแวน ดำเนินการประชุมด้วยตัวเอง องค์ประกอบของการประชุมก็จะมีขั้นตอนไม่ต่างจากการประชุมในปัจจุบัน มีการแนะนำแขก มีการแนะนำธุรกิจตัวเอง มีการพรีเซ้น 5 นาทีของสมาชิก และสุดท้ายคือมีการมอบ Referral ให้แก่กัน
ในขั้นตอนการมอบ Referral จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวาระการประชุมที่ทุกคนจะมีส่วนพูด สมาชิกจะบอกว่าเรามี Referral ให้ใคร เมื่อถึงคิวพูด คนพูดจะยืนขึ้น แล้วบอกว่า ผมมี หรือ ฉันมี Referral ให้ คุณเอ มี Referral คุณ บี และถ้าบังเอิญว่าไม่มี Referral ให้เพื่อน สมาชิกคนนั้นก็จะพูดว่า ผมไม่มี Referral หรือ พูดว่า “ผ่านครับ” ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทุกคนเข้าใจและทำกันแบบนี้เมื่อยังไม่มี Referral ให้เพื่อน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมาชิกเป็นคุณหมอด้านการจัดกระดูก เขาได้บอกกับ ดร. ก่อนเริ่มประชุมว่า เขามาเป็นสมาชิกสักพักแล้ว และเขาไม่มี Referral เลย เขาควรทำอย่างไรดี เพราะการประชุมก็กินเวลาของเขา และไม่มีผลลัพธ์อะไรเลย ไม่มีใครชวนเขาคุยหรือถามเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเขาเลย แล้วเพื่อนสมาชิกจะให้ Referral กับเขาได้ยังไงถ้าไม่ได้คุยเรื่องอาชีพจัดกระดูก
ดร. ตอบว่า ถูกต้อง ใช่เลย คุณควรจะทำให้เพื่อนได้ทดลองใช้บริการคุณ แล้วเขาจะได้รู้ว่าอาชีพของคุณทำอะไร มีประโยชน์อย่างไร ซึ่งจะทำให้เพื่อนเข้าใจและสามารถให้ Referral ได้ ทำไมคุณไม่ลองแจกโปรแกรมตรวจ หรือ โปรแกรมฟรีบางอย่างให้สมาชิกล่ะ การได้ทดลองจะทำให้เขาเข้าใจ และได้ไปเยี่ยมชมที่ทำงานคุณด้วย
ในสัปดาห์ต่อมา คุณหมอจัดกระดูกก็ได้ทดลองทำตามคำแนะนำ เขาแจกโปรแกรมทดลองให้กับสมาชิกบางคน และเขาก็ได้เล่าให้ ดร.ไอแวนฟังแล้วว่า เขาได้ทำแล้ว และจะรอดูว่าจะเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นในอีกสัปดาห์ถัดมา การประชุมก็ดำเนินมาถึงตอนที่จะให้ Referral เหมือนเคย และคิวพูดก็วนมาถึงสมาชิกท่านหนึ่งซึ่งสัปดาห์นี้เขาไม่มี Referral ให้เพื่อน ปกติ เขาก็จะยืนขึ้นแล้วบอกว่าผ่าน แต่คราวนี้เขายืนและพูดว่า ดร. ผมไม่มี Referral แต่ผมไม่อยากผ่าน …. ดร. ก็งง แล้วถามว่า ถ้างั้นคุณอยากจะทำอะไร เขาบอกว่า ผมขอพูดอะไรสักหน่อยได้ไหม ดร.ตอบว่าได้ เชิญเลยสมาชิกท่านนี้ก็เล่าให้ฟังว่า เขาได้แวะไปใช้บริการของคุณหมอนักจัดกระดูกแล้ว ได้ตรวจเอ๊กซเรย์กระดูก ได้รับการจัดกระดูกโดยคุณหมอมาแล้ว ปกติเขาจะมีอาการปวดหลังมานานประมาณ 7 ปี เวลายืนนานๆก็จะปวดมาก แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ปวด และพอจะยืนนานๆได้แล้ว เขารู้สึกโชคดีมากที่ได้ทดลองจัดกระดูกกับคุณหมอ และขอบคุณคุณหมอมากๆที่ได้แจกโปรแกรมทดลองใช้บริการให้กับเขา
หลังจากพูดจบ ดร. ก็เห็นว่า เพื่อนสมาชิกในห้องหลายคนก็เขียน Referral ให้คุณหมอ ดร.ค้นพบว่า การประชุมครั้งนี้มีสิ่งที่แตกต่างไปจากปกติ นั่นคือการพูดถึงบริการของเพื่อนๆเมื่อได้ทดลองใช้ไปแล้ว การพูดว่า ผ่าน หรือ สัปดาห์นี้ไม่มี Referral เป็นสิ่งที่เสียโอกาส ถ้าไม่มี Referral จริงๆก็ควรจะได้พูดแง่มุมอื่นของธุรกิจเพื่อนที่เราได้สัมผัสมา นั่นจะทำให้คนฟังที่เหลือรู้สึกมั่นใจ หรือกล้าที่จะให้ Referral มากขึ้น และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก การพูดถึงธุรกิจเพื่อนที่เราได้ใช้บริการ หรือ การพูด Testimonial ก็เป็นสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในวาระการประชุม เพราะประสบการณ์การใช้งานของเพื่อนคนหนึ่งจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนคนอื่นๆในที่ประชุม และคนในห้องประชุมจะจำได้ ทำให้มีโอกาสให้ Referral ได้มากขึ้นด้วย
สรุปโดยย่ออีกครั้งถ้าคุณไม่มี Referral
นั่นก็เพราะเพื่อนไม่คุยกับคุณเกี่ยวกับอาชีพของคุณ
นั่นเป็นเพราะเพื่อนไม่เคยใช้บริการคุณ
เพื่อนไม่รู้ว่าคุณทำอะไรได้และน่าใช้หรือเปล่า
นั่นเป็นเพราะคุณไม่เคยให้เขาทดลองใช้คุณ ทั้งแบบฟรี หรือแบบราคาถูกพิเศษเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการมี testimonial
ลองหาวิธีทำให้เพื่อนรู้จักคุณนะครับ
มีข้อสังเกตุหนึ่งที่ทุกคนในแช็ปเตอร์รู้สึกร่วมกันก็คือ วันที่มี visitor เยอะๆ วันนั้นดูจะเป็นวันที่ทุกคนมีพลัง แอ็คทีฟ และตื่นเต้นกัน ดังนั้น การจะหาโอกาสเชิญแขกมาบ่อยๆนอกเหนือจาก BOD แล้วก็ยังมีอีเว้นเล็กๆของแต่ละคนด้วย นั่นก็คือ อีเว้นของตัวเอง อีเว้นที่ตัวเราจะขึ้นพูดพรีเซ้น 5 นาที โอกาสนี้เป็นอีเว้นพิเศษสำหรับเรา
การได้พูดพรีเซ้น 5 นาที ทั้งต่อหน้าสมาชิก และต่อหน้า visitor จำนวนมาก ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อย่างดีเยี่ยม เราสามารถแสดงความชำนาญหรือแสดงความเป็นมืออาชีพในอาชีพของเราเองว่าเราเป็นตัวจริงทำงานมีคุณภาพ เป็นการเพิ่ม Visibility และ Creditability ได้พร้อมๆกันในเหตุการณ์เดียว แถมยังได้เพิ่ม visitor ให้กับแช็ปเตอร์อีกด้วย
ตัวอย่างเคสเป็นของคุณ Tiffanie ครับ เขาวางแผนล่วงหน้าเมื่อรู้ว่าจะต้องพูดพรีเซ้นในห้องประชุมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยทำสิ่งต่างๆดังนี้
5 สัปดาห์ก่อนการบรรยาย ตั้งหัวข้อการบรรยาย ใช้การพรีเซ้น 5 นาทีของเราเองเป็นชื่องานบรรยาย
4สัปดาห์ก่อนบรรยาย สรุปรายชื่อ ทำจดหมายเชิญ ทั้งแบบ electronic และกระดาษ ส่งให้คนรู้จัก 40 คน (ว่าที่ลูกค้า ลูกค้า ซัพพลายเออร์)
สร้างอีเว้นในเฟสบุ๊คของตัวเอง กำหนดชื่อ และวันเวลาให้ละเอียด เพื่อนในเฟสต้องรู้ว่ามีอีเว้นนี้
ส่งเนื้อหาอย่างย่อหรือชื่องานบรรายไปยัง สื่อท้องถิ่น รายการวิทยุ (กลุ่มเฟส กรุ๊ปไลน์ ) เพื่อให้สื่อเหล่านั้นหรือคนในกลุ่มท้องถิ่นช่วยส่งข่าว เพราะกลุ่มเหล่านี้มักจะแชร์ข่าวกันเป็นประจำ
3 สัปดาห์ก่อนบรรยาย ให้เขียนชื่องาน และรายละเอียดที่จะพูดลงในขดหมายข่าวของบริษัทเราเอง ส่งอีเมลเนื้อหาย่างย่อให้ลูกค้าของบริษัทเรา ระหว่างนี้ให้ซ้อมพูด ซ้อมบรรยายสัก 6 รอบ เพื่อให้ไม่ผิดพลาด
ถึงขั้นนี้แล้ว เพื่อนในกรุ๊ปไลน์ ในเฟส และลูกค้าที่ติดต่อกับเราทางเมล ก็พอจะรู้คร่าวๆแล้วว่าเราจะบรรยายอะไร เมื่อไหร่
1สัปดาห์ก่อนบรรยาย ให้โทรหาแขกทั้ง 40 คน ที่เราจดรายชื่อเอาไว้เพื่อแจ้งว่าอย่าลืมนัดหมายของเรา
1 วันก่อนบรรยาย โทรหา 40 รายชื่ออีกครั้งเพื่อคอนเฟิร์ม
เจ้าของเรื่องเชิญแขกไปประมาณ 40 คน และมีคนมาปรากฏตัวในงานเพื่อฟังบรรยาย 12 คน ครับ ขอให้เพื่อนๆลองพิจารณาวิธีการนี้ในการเชิญแขกนะครับ การมี Visitor เข้ามาร่วมประชุมกับกลุ่มของเรา มีประโยชน์กับทุกคนครับ เป็นการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกัน
มีอยู่หลายครั้งที่เราจะพบเห็นได้ว่า คนที่เข้าร่วม networking กับเรา หรือเราไป networking กับใคร จะมีคนพยายามขายของโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ทั้งๆที่วัตถุประสงค์ของการทำ networking แบบ bni นั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดการบอกต่อ เป็นการพูดคุยเพื่อให้เกิด referral partner
เราควรจะใช้เวลาในการพูดคุยกันเพื่อให้ความรู้ซึ่งกันและกันในบริษัท ในสินค้า ในบริการต่างๆที่เรามี เป็นการพูดคุยเพื่อให้เพื่อนเรารู้จุดเด่น จุดขายของเรา เป็นการพูดคุยเพื่อให้เพื่อนรู้ว่าเราชำนาญเรื่องอะไร ยิ่งเพื่อนเรารู้จักธุรกิจของเราได้ดีมากเท่าไหร่ก็เท่ากับเราประสบความสำเร็จในการทำ networking มากเท่านั้น
ต่อไปนี้เป็นรายการที่เราควรจะทำ โดยทั้งหมดจะเป็นการ ให้ความรู้กับเพื่อนในกลุ่มเพื่อให้เขาสามารถให้ referral แก่เราได้ ดังนี้
1 บอกเพื่อนให้รู้ว่า referral ในฝันของเราคืออะไร ลูกค้าของเรามีลักษณะอย่างไร ต้องประสบปัญหาอะไรมา ถ้าเราได้ลูกค้าคนนี้แล้วเราจะปลื้มมาก พยายามบอกให้ชัด บอกให้เยอะ เพื่อให้เพื่อนเราจำได้ว่าเราชอบแบบไหน
2 ยกตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาของเราให้เพื่อนฟัง หรือ เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าคนปัจจุบันเราทำอะไรให้เขา เขามาหาเราเพราะอะไร การบอกให้เพื่อนได้รู้ที่มาที่ไปของแต่ละเคสจะทำให้เพื่อนเข้าใจเรามากขึ้น และจะทำให้จำง่ายอีกด้วย
3 อธิบายจุดเด่นเล็กๆ หรือ วิธีแก้ปัญหาหลายๆวิธี ค่อยๆปล่อยข้อมูลทีละอย่าง ปล่อยอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เพราะพวกเรามีโอกาสพูดกันคนละ 50 ครั้งต่อปี มันเป็นเรื่องดีแน่ๆถ้าเราจะบอก 25จุดเด่น กับ 25 วิธีแก้ปัญหาให้ลูกค้า ดีกว่าจะบอกเพียงว่า เราทำอาชีพอะไรทุกๆสัปดาห์
4 ถามหาหรือมองหาสิ่งที่เราต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง เพราะจะทำให้เพื่อนจำได้และมองหาได้ง่ายขึ้น อย่าบอกว่าอะไรก็ได้ อย่าบอกเพียงแค่ อยากได้ลูกค้า เพราะการบอกอย่างกว้างๆจะไม่ได้นำพาสิ่งที่เราถูกใจมาเลย
Boost Referral by powerteam
powerteam คือกลุ่มคนที่มีลูกค้าคนเดียวกัน คนในทีมไม่ได้แย่งลูกค้ากัน การที่คนหนึ่งๆในทีมได้ลูกค้าไป ไม่ได้ทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสิ่งอื่นๆในทีม ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นทีมอสังหาริมทรัพย์ ก็มักจะประกอบไปด้วย นายหน้า สินเชื่อ คอนซัลก่อสร้าง สามส่วนนี้มีลูกค้าคนเดียวกันคือ คนที่อยากลงทุนในอสังหาฯ และการที่ใครสักคนในทีมได้ลูกค้า ก็มีแนวโน้มว่าอีกสองคนในทีมจะได้ลูกค้าด้วย
ยกอีกตัวอย่าง wedding planner ก็จะเป็นทีมเดียวกับ คนจัดดอกไม้ และ catering สามคนนี้จะมีลูกค้าเป็น เจ้าบ่าวเจ้าสาว การที่ใครบางคนในทีมได้งานหนึ่งงาน อีกสองคนในทีมมีแนวโน้มจะได้งานด้วย เพราะการที่ลูกค้าอุดหนุนคนในทีม ไม่ได้หมายความว่า ส่วนที่เหลือทั้งทีมจะไม่ได้งานใดๆอีกเลยจากลูกค้าคนนี้
เมื่อพูดถึงpowerteam ก็ต้องมาเรียนรู้กับคำว่า contact sphere ซึ่งคำนี้ จะหมายถึง กลุ่มคนที่มีอาชีพที่เกื้อหนุนกัน ไม่แย่งลูกค้ากัน ลูกค้าของคนกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มที่จะอุดหนุนหลายๆคนในทีม และเมื่อเราพัฒนา contact sphere ให้สนิทสนมกัน contact sphere เหล่านี้จะกลายเป็น powerteam
คำถามต่อไปนี้จะเป็นคำถามช่วยเพิ่มความสนิทสนมใน powerteam ได้
1 คุณเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร
2 คุณชอบขั้นตอนไหนที่สุดในสิ่งที่คุณทำ
3 อะไรคือความแตกต่างของคุณกับคู่แข่ง
4 มีคำแนะนำอะไรไหมสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจกับคุณ
5 เทรนความนิยมที่กำลังจะมาในธุรกิจของคุณคืออะไร
6 กลยุทธที่คุณใช้ขยายธุรกิจของคุณคืออะไร
7 อะไรคือสิ่งที่ควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในวงการของคุณ
8 มีอีเว้นท์หรือการจัดงานอะไรที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณที่กำลังจะมีเร็วๆนี้
9 ความท้าทายอะไรในงานนี้ที่ดูยิ่งใหญ่สำหรับคุณ
10 ลักษณะของลูกค้าคุณเป็นอย่างไร มีอะไรที่จะบอกได้บ้าง ว่า คนที่เราพบควรจะเป็นลูกค้าคุณ
Fail at networking
มีวิธีหนึ่งที่จะทำให้การตลาดแบบบอกต่อไม่ได้ผล นั่นคือ การไม่ follow สิ่งที่ได้เริ่มต้นไว้ มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงใน BNI จากต่างประเทศมีคุณ Win เป็นคนที่ทำอาชีพทำเว็บไซต้ และต้องการคนที่ทำงานด้านกราฟิคดีไซร์มาร่วมทำงานด้วย เขามีลูกค้าที่อยากทำเว็บที่ต้องการคนออกแบบกราฟฟิคนั่นเอง Winได้ looking for อาชีพ กราฟิค และได้พบกับ Blake ซึ่งทำงานกราฟฟิคดีไซร์
หลังจากการพูดคุยกัน Win กำลังจะทำงานให้ลูกค้าท่านหนึ่ง และ Blake ก็ได้รู้ถึงสิ่งที่ Win ต้องการ เขารับปากว่าสามารถทำงานออกแบบกราฟิคชิ้นนี้ได้ Blake และ Win ต่างคนต่างพอใจที่ได้ร่วมงานกัน Blake รับปากจะเสนอราคาการออกแบบให้กับ Win และ ผ่านไปเป็นสัปดาห์ Win ก็ยังไมได้รับข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลย เมื่อ Win ถามไปยัง Blake ก็ได้คำตอบว่า ยุ่งมาก….และผ่านไปสองสัปดาห์ก็ยังไม่มีอะไรกลับมาจาก Blake นั่นทำให้ Win ต้องไปหากราฟิคดีไซร์เนอร์คนใหม่ และ Blake ไม่ได้งาน
ในส่วนของ Blake นั้น Blake เป็นสมาชิกของกลุ่ม networking เขามาประชุมสม่ำเสมอ เขาใช้เวลา ใช้เงินไปกับการร่วมประชุม เขา looking for และมีคนให้สิ่งที่เขาร้องขอ มีเงินวางกองตรงหน้าแล้วแต่เขา ยุ่งเกินกว่าจะไปปิดการขาย มันน่าเสียดายมากๆที่เขายุ่ง ซึ่งเขายุ่งจริงๆ หรือ ขี้เกียจจริงๆก็ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆก็คือ เขาทำลายเวลาอันมีค่าของตัวเองลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งทำลายเวลาอันมีค่าของคนที่ให้งานเขาด้วย
สรุป หากเราไม่พร้อมจะติดตามงาน การใช้เวลากับการประชุม การเข้ากลุ่ม networking ก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระ และเสียเวลาไปฟรีๆ
คุณเจมส์ สมาชิก bni กลุ่ม heritage ได้บรรยายเนื้อหาเรื่อง Stop selling Start helping ให้กับกลุ่มเจ้าของธุรกิจกว่า 40 คน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก มีประโยชน์ต่อนักธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจด้วยเครื่องมือแบบ referral marketing เนื้อหาคุณภาพแบบนี้มีอยู่อย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง