รีวิว Dac Amp S.M.S.L R1

IMG_7807

การฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คและยิ่งมีการส่งหนังและเพลงด้วยระบบสตรีมมาทางอินเทอเน็ตยิ่งทำให้การใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อเสพสื่อบันเทิงต่างๆเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก หูฟังได้รับความนิยมมาก่อนเพื่อนเพื่ออัพเกรดเสียง และอุปกรณ์ชิ้นถัดมาที่ได้รับการซื้อมาอัพเกรดคุณภาพเสียงก็จะเป็น Dac ซึ่งบางครั้งก็เป็น Dac-Amp ที่เป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกและอาจจะมีการเพิ่มภาคขยายเสียงสำหรับหูฟังมาด้วย

IMG_7809

SMSL R1 เป็น Dac-Amp ในกลุ่มเครื่องเสียงตั้งโต๊ะขนาดกระทัดรัด ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้รู้สึกเหมือนจะออกแบบให้พกพาติดกระเป๋าไปด้วย หน้าตาเครื่องแปลงสัญญาณเสียงตัวนี้มาในแนวเหลี่ยมบึกบึนดูแข็งแรง ปุ่มกดและปุ่มหมุนรวมถึงปุ่มเลื่อนแบบสไลด์ก็ทำมาอย่างประณีต ให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ด้านหน้าจะมีไฟแสดงสถานะระดับเสียงของสัญญาณเพลง เป็นไฟวิ่งขึ้นลงดูคลาสิคมาก มีไฟสถานะเป็นจุดแสดงสถานะของ EQ ที่เลือกใช้ 4 ระดับ มีไฟสถานะของ input 3 ตำแหน่ง มีแถบเลื่อนปรับระดับเสียงไมโครโฟน มีแถบเลื่อนปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมแยกกัน มีปุ่มกด 2 ปุ่มด้านหน้า เป็นปุ่มเลือก EQ และปุ่มเลือก input และมีวอลลุ่มขนาดใหญ่วางเด่นอยู่ด้านขวาล่าง น้ำหนักการหมุนเบามือมาก

IMG_7808

ด้นบนของตัวเครื่องจะเป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณขาเข้าหรือ input 3 ชนิด ได้แก่
1 ช่อง usb-c
2 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบแสง หรือ optical ขั้วต่อแบบ Toslink
3 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบ Coaxcial

และยังมีช่องสัญญาณขาออกเป็น RCA ที่เป็น Pre-out 1 คู่ และมีช่อง usb-c ที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับไฟเลี้ยงแต่เพียงอย่างเดียวแยกมาอีก 1 ช่องด้วย

ด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 2 ชนิด ช่องแรกเป็นแบบสเตอริโอ 3.5มม. และช่องที่2เป็นแบบ 4.4มม. สำหรับเสียบหูฟังชนิดบาลานซ์ มีช่องเสียบไมค์ 1 ช่องแบบ 3.5มม. ในกล่องจะมีสาย usb-c แถมมาให้ 1 เส้น และมีสาย y รวมสัญญาณไมค์3.5มม.และหูฟัง3.5มม. เป็นช่องชนิด 3.5มม.แบบ TRRS อีก 1 เส้น เพื่อใช้กับหูฟังพร้อมไมค์ที่แจ็คเสียบเป็นแบบ 3 ขีด

สเป็คทางไฟฟ้า

Product typeDAC and headphone amplifier
DACES9018K2M
USB interfaceXMOS XU316
Inputs1x USB-C
1x Toslink optical
1x Coaxial
Outputs1x 3.5mm single-ended headphone jack output
1x 4.4mm balanced jack output
1x RCA line output
Other connectors3.5mm Microphone Jack
Supported sample ratesPCM 32bit 768kHz, DSD512
Line output level1.5Vrms
THD+N (non-weighted)0.009% (-80dB)
Dynamic range (non-weighted)98dB
SNR (non-weighted)98dB
Channel separation95dB
Headphone impedance32 ohms
Headphone output power120mW @ 32 ohms
Bass and treble adjustment-9dB/+9dB

สเป็คทางไฟฟ้าบอกให้เรารู้เป็นแนวทางว่าแอมป์หูฟังใน R1 นี้มีพละกำลังประมาณระดับกลาง สามารถใช้กับหูฟังทั่วไปได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียงเบา เรื่องความเพี้ยนหรืออัตราส่วนสัญญาณรบกวนค่อนข้างต่ำกว่าความเป็น Hi-res คือเหมือนเป็นสเป็คความเพี้ยนของเครื่องเล่นซีดีทั่วไปทั้งที่ตัว Dac แปลงสัญญาณมีความสามารถสูง มีความเพี้ยนต่ำมาก และมีวงจรลด jitter ในชิพ Dac เสียด้วยซ้ำ ให้เดาตรงนี้ก็จะเดาว่าภาค Pre-out อาจจะมีคุณภาพสูง แต่ภาคขยายเสียงหูฟังอาจจะใช้อุปกรณ์และวงจรเกรดธรรมดา เพราะราคาขายของ R1 ทั้งตัวถือว่าไม่แพงเลย แต่อย่างไรก็ควรจะต้องทดลองฟังจริงๆและลองฟังในระยะเวลาที่ยาวนานสักหน่อย

ฟังชั่นการเลือกปรับ EQ เป็นลูกเล่นที่น่าใช้งาน EQ1 ตำแหน่งแรกน่าจะเป็นแบบ flat ส่วนตำแหน่งที่ 2 3 4 ก็จะเพิ่มเบส เพิ่มแหลมไปอีกเล็กน้อย เสียงจะหนาขึ้น ใสขึ้นอีกทีละนิดตามลำดับ ส่วนสไลด์ปรับทุ้มแหลมก็มีการยกเสียงแหลมที่ไม่มากเกินไป ทำให้เสียงร้องมีประกายมากขึ้น ปรับแล้วเสียงโทนสูงมีความชัดเจนขึ้น ส่วนสไลด์ที่ปรับเสียงทุ้มก็ทำให้เสียงมีความฉ่ำหนามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เน้นปริมาณมากเกินไป เราเลือกปรับเพื่อให้ถูกใจได้หากใช้ฟังเพลงที่บันทึกมาไม่สมบูรณ์

อุปกรณ์ร่วมทดสอบ

เครื่องคอมพิวเตอร์ Handheld pc Msi Claw

Usb-C Hub

หูฟัง AKG K701 และ Hifiman He400se

สาย usb-c ใช้สายแถมมาในกล่อง

คุณภาพเสียง

R1 ให้เสียงที่คมชัด พื้นหลังสงัดตามสไตล์เครื่องเสียงที่ออกแบบระบบไฟฟ้ามาดี ใช้กับหูฟังความไวปานกลางก็ยังไม่ได้ยินเสียงรบกวนหรือ noise floor ยิ่งหากใช้กับหูฟังที่ความไวต่ำก็จะยิ่งให้เสียงสงัดมากขึ้น หูฟังอย่าง AKG K701 เป็นหูฟังที่ความไวต่ำ เสียบตรงที่ช่องหูฟัง 3.5mm ก็ให้ความสงัดไร้เสียงรบกวนเลย แต่ K701 ต้องการภาคขยายที่มีพละกำลังสูงเพื่อผลักด้นไดรเวอร์จะรู้สึกว่ากำลังขับของภาคแอมป์หูฟังน้อยไปหน่อย

เสียงเพลงที่ใช้ทดลองฟังเป็นประจำค่อยๆเปิดไล่ทีละเพลง สัมผัสได้ว่า เสียงกลางยังไม่เปิดมากเท่ากับแอมป์หูฟังที่ทำใช้เอง เพราะว่ากำลังขับของแอมป์ DIY นั้นสูงกว่า R1 จะต้องอาศัยการเลื่อนสไลด์ปรับเสียงแหลมให้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงจะได้คุณภาพเสียงที่พอใจ เสียงสูงจะมีประกาย มีความสดใสมากขึ้น แต่หากเราไม่อยากเลื่อนแถบสไลด์ เราอาจจะใช้วิธีปรับปุ่ม EQ ก็ได้ ปุ่มกดที่เลือกใช้ EQ ที่สองก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมี Loundness เพิ่มเสียงทุ้มและแหลมเล็กน้อย เท่านี้เสียงย่านสูงก็น่าฟังแล้ว

EQ ตำแหน่งที่ 1 คาดว่าจะเป็นเสียง flat ส่วน EQ ตำแหน่งที่2 จะเพิ่มเบสและแหลมเล็กน้อย ตำแหน่งนี้ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้กับ AKG K701 ได้ดี โดยเฉพาะตอนฟังเพลงในระดับเสียงเบาๆเพื่อให้ไม่รบกวนสมาธิการทำงานอื่นๆหน้าคอมพิวเตอร์ แต่หากมีนิสัยฟังเพลงเสียงดัง การเพิ่ม EQ ตำแหน่ง2 อาจจะรู้สึกว่าเพิ่มเสียงเบสเยอะเกินไป ตอนฟังที่ระดับเสียงดังจึงเลือกกลับไปเป็น EQ ตำแหน่ง1

พอลองกับหูฟัง Hifiman he400se รู้สึกว่าเบสมีเยอะพอตัวอยู่แล้ว ฟังเสียงแบบ flat บนเครื่อง R1 คือให้เสียงที่พอดีเลย แต่เสียงกลางจาก K701 จะเด่นกว่า

พบว่ามีเสียงแปลกปลอมบางอย่างหลุดเข้าไปเป็นเสียงซิกๆ นานๆครั้งจะเป็นสักที บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นเสียงpop หรืออาจจะเรียกว่าเสียงสัญญาณรบกวนที่ดังขึ้นมาแบบแรนด้อม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ก็คิดไปก่อนว่าอาจจะเป็นที่วิธีการต่อที่ผมต่อ R1 ไว้บน usb-hub เพราะเครื่องเล่นเกมส์ handheld มีพอร์ตให้เชื่อมต่อจำกัดเพียง usb-c ช่องเดียว ก็เลยต้องใช้ hub มาต่อที่ช่องนี้ แล้วแปลงเป็นพอร์ต usb-A หลายพอร์ต เพื่อใช้พอร์ตไปต่อกับ อุปกรณ์อย่างเม้าส์ ซาวด์การ์ด คีย์บอร์ด และ external hd ซึ่งตัวฮาร์ดดิสก์แบบเสียบปลั๊กก็จะมี hub อยู่ในตัวอีก 2 ช่อง เลยเอา R1 ไปต่อที่ช่อง usb-c บน external

ทดลองถอดสาย usb ไปเสียบที่ Hub ที่ต่อตรงกับคอมฯ ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ยังคงมีเสียงรบกวนออกมาแบบนานๆที แต่รู้สึกว่าน้อยลง อาการเสียงป๊อปหรือปุดผมเดาว่าจะเป็นที่ภาครับ usb ของ SMSL R1 จะไม่ค่อยดี หรือไม่ก็สายไม่ดี ถ้าเป็นเรื่องของฝั่งฮาร์ดแวร์เหมือนตัวรับจะเรียงสัญญาณดิจิทัลไม่เนียน อาจจะมีการแปลงค่าที่ไม่ลงตัวแล้วมีการปัดเศษ ทำให้มีเสียงรบกวนหลุดออกมา อย่างเช่น ระบบปฏิบัติการวินโดส์ที่มักจะมีค่า Sampling Rate ที่ระดับ 48KHz เป็นค่าเริ่มต้น แต่กับไฟล์เพลงดิจิทัลที่ Rip ออกมาจากแผ่นซีดี รวมถึงไฟล์ Mp3 ก็มักจะมีค่า Sampling rate เป็นค่า 44.1 KHz ซึ่งตัวเลขที่ต่างกันทำให้ตัวคอมพิวเตอร์จะต้องมีการแปลงค่าดิจิทัลก่อนนำไปส่งต่อภาคแปลงสัญญาณภายนอก และภาคแปลงสัญญาณที่มารับช่วงผมก็หาข้อมูลไม่ได้ว่าตัวเครื่องมันรับสัญญาณเป็น native ด้วย sampling rate เท่าใด การรับส่งที่ไม่พอดีกันก็จะมีปัญหาเสียงรบกวนผลุบโผล่ได้

ทดลองใช้ช่อง Pre-out ไปต่อกับแอมป์หูฟังโดยตรง เลิกใช้แอมป์ในตัว R1 ก็พบกว่าสัญญาณ pop น้อยลง ไมได้มาถี่ๆเหมือนเดิม อาจะเป็นที่ระบบกราวน์ของเครื่องคอมฯและ R1 มีปัญหาก็ได้ และที่ยังสงสัยอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ยังไม่ได้ทดลองช่อง Digital input เพราะยังหาเครื่องเล่นที่ปล่อยสัญญาณเสียงดิจิทัลมาร่วมทดสอบไม่ได้

สรุป อย่าซื้อ สัญญาณรบกวนที่ผลุบโผล่ส่งเสียงให้ได้ยินเหมือนสัญญาณช็อตเล็กๆน้อยๆ นานๆมาที แต่มาเรื่อยๆ เราไม่สามารถฟังเพลงได้อย่างสบายใจตลอดเพลงเลย ยิ่งใช้ฟังกับเพลงออดิโอไฟล์ที่โน้ตเสียงปกคลุมยาวๆต่อเนื่องมันสะดุดแล้วรู้สึกทันที มันเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาดีแต่คุณภาพไม่ผ่าน ถ้ามีการแก้ไขเฟิร์มแวร์ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้

รีวิว Dac-Amp หูฟัง iBasso DC02

IMG_0319

โลกเรามีหูฟังเพื่อใช้งานกับเครื่องเสียงต่างๆ แจ๊คเสียบหูฟังส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 3.5มม. ซึ่งเป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไร เป็นมานานสี่สิบปีแล้ว ส่วนโทรศัพท์มือถือในยุคแรกๆที่สามารถฟังเพลงได้ก็มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. มาให้ เราสามารถใช้หูฟังตัวเดิมที่เคยมีอยู่นำมาเสียบกับโทรศัพท์ได้เลย หรือแม้แต่การซื้อหูฟังอัพเกรดเป็นรุ่นที่แพงขึ้นเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นเราก็สามารถซื้อหูฟังที่ใช้แจ็คเสียบขากลมแบบ 3.5มม.มาใช้ได้ทันที

IMG_0329

แล้ววันดีคืนดี ผู้ผลิตโทรศัพท์ก็ดันเอาช่องเสียบ 3.5 มม. ออกจากโทรศัพท์ ด้วยเหตุผลว่ามันเปลือง มันไม่ได้ใช้ อยากจะผลักดันให้ลูกค้าไปใช้หูฟังบลูทูธแทน ซึ่งโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆก็ค่อยๆทะยอยเอาช่องเสียบแบบ 3.5มม.ออกไป ผลก็คือ เราใช้หูฟังทั่วไปกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ไม่ได้แล้ว ยิ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นท๊อปถึงรุ่นกลางๆก็ไม่มีช่องเสียบ 3.5 มม.แล้วด้วย นี่เป็นปัญหาสำหรับนักฟังเพลงที่มีหูฟังตัวโปรดอยู่แล้วไม่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์รุ่นใหม่ได้

IMG_0361

iBasso เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงพกพามาหลายปี ผมรู้จัก iBasso จากเครื่องขยายเสียงสำหรับหูฟัง หรือที่เราเรียกกันว่า แอมป์หูฟัง ในเวลาเริ่มต้น iBasso พบปัญหาว่า เครื่องเล่นเพลงที่มีอยู่ไม่สามารถทำงานกับหูฟังเกรดสูงๆหรือสเป็คโหดๆได้ ทำให้จำเป็นต้องมีแอมป์หูฟัง iBasso ก็เลยออกผลิตภัณฑ์แอมป์หูฟังออกมาสู่ตลาด และก็ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักฟังเพลง

ต่อมา iBasso ก็เริ่มมีเครื่องเล่นเพลงและหูฟังของตัวเองด้วย นักเล่นสามารถเลือกเครื่องเล่นเพลงคุณภาพสูงของยี่ห้อนี้ได้ สามารถใช้หูฟังของเขาเองได้ แต่ iBasso ก็ยังไม่ทิ้งแอมป์หูฟังที่เคยทำ ได้มีการปรับปรุงแอมป์หูฟังใหม่ให้สามารถใช้งานกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ไม่มีช่องสัญญาณขาออกแบบ 3.5มม. นั่นคือโทรศัพท์รุ่นใหม่ใช้พอร์ต usb-c เป็นช่องเชื่อมต่อหลัก iBasso เลยออกแอมป์หูฟังที่สามารถเสียบกับช่อง usb-c แล้วเปลี่ยนสัญญาณเสียงดิจิทัลจากเครื่องโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณขาออกแบบ 3.5มม. เพื่อให้ใช้งานกับหูฟังระบบเก่าได้ พร้อมทั้งยังมีการใส่วงจรแปลสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาลอกหรือ DAC ให้เป็นชิพเสียงรุ่นที่ทันสมัยที่สุดอีกด้วย

IMG_0317

สเป็คของ iBasso dc02

ขนาด 12cm

น้ำหนัก 8กรัม

ตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัล AK4490 PCM 32bit/384kHz และถอดรหัสสัญญาณดิจิทัล DSD 256x

แรงดันไฟขาออก 0.9V

กำลับขับ 113 mw ที่ 32 โอห์ม

ตอบสนองความถี่ 20-40000 Hz +-0.5db

ผลการทดลองฟัง

ผมใช้ DC02 เสียบเข้าไปกับโทรศัพท์ Redmi note 7 ที่ใช้ android เวอร์ชั่น9 โดยโทรศัพท์เครื่องนี้มีช่องหูฟัง 3.5มม. อยู่แล้ว การเสียบ DC02 เข้าไปก็จะทำให้เรามีช่องเสียบหูฟังเพิ่มขึ้นอีกช่อง และได้ทดลองฟังแบบต่อหูฟังเข้ากับช่องบนโทรศัพท์เทียบกับต่อเข้ากับ DC02

หูฟังที่ใช้ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ KSC35 ที่เป็นหูฟังแปะใบหู กับ AKG K701 ที่เป็น Fullsize ความต้านทานสูง ความไวต่ำ และ หูฟัง Yuin PK1 ที่เป็นหูฟัง ear-bud ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหูฟังขับยากอีกตัวแถมยังความต้านทานสูงอีกต่างหาก

IMG_0331

น้ำเสียงของ DC02 ให้ความโปร่งใสมากกว่าช่องเสียบเดิมบนเครื่องโทรศัพท์ ความโปร่งใสทำให้เราได้ยินเสียงกลางที่ไพเราะกว่า เสียงใสกว่า เสียงหวานกว่า และมีน้ำหนักของจังหวะดนตรีต่างๆที่หนักแน่นขึ้น เสียงกลองเสียงเครื่องเคาะต่างๆได้ยินชัดและมีแรงประทะที่แรงขึ้น ส่งผลให้ดนตรีน่าฟังยิ่งขึ้นในระดับเสียงที่ดังเท่ากัน แสดงว่าภาค dac ใน DC02 มีคุณภาพสูงกว่า Dac ในโทรศัพท์เยอะ และ ภาคแอมป์ของ DC02 ก็เป็น headphoneamp ที่ดีกว่าโทรศัพท์

ฟังกับ AKG K701 น้ำเสียงของ DC02 ผ่านหูฟังขนาดใหญ่ก็ฟังได้เพลิดเพลิน เสียงเดิมก่อนใช้ก็จะฟังแค่พอใช้ได้ แต่พอเสียบหูฟังเข้ากับ DC02 ก็กลายเป็นเสียงที่มีความกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น เสียงร้องมีแอมป์เบี้ยนหรือประกายมากขึ้น เรียกว่าเสียงร้องหวานขึ้นได้เลย

ทดลองกับ Yuin PK1 ก็ให้ผลลัพธ์ไปทางเดียวกัน โทรศัพท์มือถือธรรมดากลายเป็นเครื่องเล่นเพลงคุณภาพดีขึ้นทันที เป็นการอัพเกรดโทรศัพท์ให้เสียงดีในงบประมาณแค่ไม่ถึงสองพันบาท ซึ่งผมชอบเสียงของ pk1 บน DC02 มากกว่า เสียงจาก K701 เสียอีก เหมือนกับว่าเสียงจาก DC02 จะขับ K701 ไม่สุด เพราะยังคงเหลือปลายเสียงจัดจ้านปะปนมาบ้าง แต่กับ PK1 จะให้ความนุ่มนวลมาก สากเสี้ยนเสียงรอดไรฟันจะไม่แทงหูเลยเมื่อฟังผ่าน PK1

ข้อเสียอย่างเดียวของ DC02 ก็คือ มันเสียบอยู่บนพอร์ตซึ่งใช้พลังงานจากโทรศัพท์ ขณะที่เราใช้งาน DC02 เราจะไม่สามารถชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องยอมแลก และมันก็หมายความว่า ถ้าแบตเหลือน้อย หรือเกือบหมด เราจะอยากชาร์จไฟมากกว่าเสียบ Dac เพื่อฟังเพลง และมันมันจะทำให้เราเสียบ DC02 เอาไว้ตลอดเวลาไม่ได้ ต้องมีเวลาเอาพอร์ตนี้ไปเสียบชาร์จไฟด้วย

IMG_0325

ผมทดลองเอา DC02 ไปเสียบกับโน้ตบุ๊ค Asus รุ่นใหม่ที่มีพอร์ต usb-c มาให้ใช้ด้วย โดยระบบปฏิบัติการเป็นวินโดส์10 ผลการทำงานก็ทำงานได้ราบลื่น เสียบแล้วฟังเพลงได้เลย ไม่ต้องลงไดรเวอร์ใดๆ วินโดส์จัดการเพิ่มไดรเวอร์และติดตั้งให้ในเวลาไม่นาน คุณภาพของ DC02 บนโน้ตบุ๊ควินโดส์ก็มีคุณภาพที่ดีขึ้นชัดเจน เสียบแล้วก็ไม่อยากเอาออก ทดลองฟังด้วยโปรแกรมเล่นเพลงอย่าง spotify ก็ให้น้ำเสียงที่น่าฟัง เสียงแนวอคูสติกหรือแนวออดิโอไฟล์ก็ได้พลังเสียงที่กระฉับกระเฉงขึ้น น่าฟังขึ้น เช่นกัน การใช้งานกับคอมพิวเตอร์น่าจะเป็นข้อดี ไม่มีข้อเสีย เพราะคอมพิวเตอร์ใช้พลังงานจาก อแด๊ปเตอร์โดยตรง เราใช้พอร์ต usb-c กับ DC02 ได้ยาวๆเลย

ผมลองกับโทรศัพท์ Huawei P9 ซึ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ซื้อเมื่อปี คศ2016 ก็ปรากฏว่าใช้งานไม่ได้ ไม่มีเสียงออก ดังนั้นก่อนที่จะซื้อ DC02 ต้องลองเอาโทรศัพท์ที่จะใช้งานมาลองเสียบดูเสียก่อน ถ้ามีเสียงก็ค่อยซื้อ

IMG_0313

สรุป

ibasso DC02 เป็น DAC-AMP ที่มีคุณภาพแตกต่างจากฮาร์ดแวร์ที่ติดเครื่องโทรศัพท์มา ใช้สำหรับอัพเกรดระบบเสียงของโทรศัพท์ให้ดีขึ้น และใช้กับโทรศัพท์บางรุ่นที่ตัดช่องเสียบหูฟังชนิดกลม 3.5มม.ออกไป ทำให้เราสามารถใช้หูฟังขากลมกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ไม่มีช่อง 3.5มม.ได้ คุณภาพเสียงของ DC02 มีความคมชัด โปร่ง ใส และ ฉ่ำหวานมากกว่าเสียงที่ได้จากโทรศัพท์โดยตรง ภาค DAC เลือกใช้ชิพแปลงสัญญาณที่มีคุณภาพสูง มีความสามารถสูง สามารถแปลงสัญญาณดิจิทัลได้ที่ระดับ PCM 32bit/384kHz และถอดรหัสสัญญาณดิจิทัล DSD 256x ได้ คนที่ชอบฟังเพลงจาก youtube และ เพลงจากระบบ stream ของค่ายไหนก็ตาม ก็จะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และดูเหมือนกับว่า DC02 จะเข้ากันได้กับ pk1 เป็นพิเศษ

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ

headphoneamp ทำเองไม่ยาก

P_20150521_130132
P_20150521_130141
P_20150521_130124
P_20150521_130224

เครื่องขยายเสียงหูฟัง ถูกทำขึ้นเพื่อใช้ฟังเพลงด้วยหูฟัง แหล่งโปรแกรมที่ป้อนเข้าเครื่องขยายเสียงตัวนี้เดิมเป็นเครื่องเล่นซีดี เหตุที่ทำก็เพราะอินทิเกรตแอมป์ที่ใช้ฟังกับลำโพงนั้นไม่มีช่องต่อหูฟัง เลยต้องดิ้นรนทำระบบแอมป์หูฟังใช้งานเอง

เริ่มจากหาวงจรแบบง่ายๆ หากล่องที่ดูพอใช้ได้ แล้วก็เจาะรูใส่ช่องเสียบแจ๊คหูฟังขนาด 3.5มม. และ 1/4นิ้ว อย่างละ 1 ช่องด้านหน้า ด้านหลังเป็นขั้วต่อสัญญาณแบบ RCA ไฟเลี้ยงใช้ไฟ 12V dc วงจรขยายภายในใช้ ic ขยายสัญญาณสำเร็จรูป LM386 เป็นวงจรขยายสัญญาณ มันมีกำลังประมาณ 0.5 วัตต์ที่ความต้านทาน 8 โอห์ม ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานกับหูฟังทั่วไป

IMG_0113

แอมป์หูฟังตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อน ipod ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็ประมาณ 15 ปีแล้ว มันยังไม่เสีย ยังไม่รวน วอลลุ่มยังไม่สกปรกเลย อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้ใช้ก็ได้ เมื่อก่อนวงการหูฟังยังไม่คึกคัก โนเกียยังครองโลก หูฟังยังไม่มีความนิยมใช้งานเลย หูฟังในยุคนั้นเป็นหูฟังที่ไม่ได้ใช้กำลังมากมาย แต่มายุคนี้ ยุคปี 2015 หูฟังมากมายเปิดตัวกันราวกับดอกเห็ด หุฟังโอห์มสูงตัวท๊อปราคาแพงเป็นหมื่น หลายหมื่นมีให้ซื้อกันง่ายๆ สิ่งที่น่าภูมิใจก็คือ แอมป์ตัวนี้ขับหูฟังอย่าง sennheiser HD800 ได้ดังฟังได้สนุกมาก แม้สัญญาณรบกวนจะได้ยินอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่พอหยวนๆกันได้ เพราะค่าตัวหูฟังก็เกือบห้าหมื่น จะใช้แอมป์หูฟังตัวละห้าร้อยมาขับย่อมมีของแถมบ้างเล็กน้อย แต่ถามว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเครื่องเสียงตัวอื่น เราสามารถมีความสุขกับแอมป์หูฟังตัวนี้ได้ไหม มันก็ได้ตามอัตภาพของมันนั่นแหละ

เทคนิคการทำแอมป์หูฟังสำหรับหูฟังโอห์มสูงขับยากก็คือ ต้องใช้วงจรขยายสัญญาณที่ใช้ไฟเลี้ยงสูงๆ ยิ่งสูงยิ่งดี

lm368-audio amp
IMG_1769

จากการทดลองใช้มานาน บางวันผมก็หยิบหม้อแปลงของเครื่อง external hardisk มาใช้ มันเป็นหม้อแปลงที่เป็นระบบ switching power supply ซึ่งให้แรงดันคงที่ กระแสไฟเยอะ ขณะที่น้ำหนักเบา แต่ก็มีสัญญาณรบกวนเยอะเช่นกัน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีเสียงรบกวนปะปนออกมาตอนฟังเพลง หากใช้หม้อแปลงแนวโบราณหน่อยที่ออกแบบเป็นวงจรลิเนียร์ใช้ไดโอดเร็คติไฟร์แบบดั้งเดิม เราก็ได้หม้อแปลงที่สัญญาณรบกวนน้อยลง มีผลทำให้แอมป์หูฟังเสียงรบกวนน้อยลงไปด้วย ส่งผลตรงกับคุณภาพการฟัง

LM386 ซื้อที่นี่ได้ครับ https://s.lazada.co.th/s.QVDVK

IMG_0253