เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หลักกิโล 239222

2019-12-28_01-40-42

รอบนี้ขับเพลิน ทำงานจนลืม และไม่มีเวลาแวะไปเปลี่ยนในวันธรรมดาเลย กว่าจะได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ฟรีดในรอบนี้ก็ปาเข้าไปสิ้นปี ช่วงที่ปิดปีใหม่แล้ว แต่โทรถามร้านเจ้าประจำว่ายังทำงานอยู่ไหม ร้านบอกว่ายังทำงานอยู่ ก็เลยไปเปลี่ยนเลย

น้ำมันเครื่องรอบนี้ใช้ของร้าน สเป็คเป็นยังไงก็ไม่ได้ถาม ร้านจัดการให้หมดเลย ได้ออกมาตามบิลด้านล่างนี้ และผลการใช้งานก็เครื่องทำงานลื่นๆ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็เปลี่ยนยางไปแล้ว รอบนี้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็ได้ความรู้สึกว่ารถวิ่งลื่นขึ้นนิดหน่อย แต่ความแตกต่างของเครื่องยนต์ยังไม่ชัดมากเท่าตอนเปลี่ยนยาง และยังไม่ชัดมากเท่าตอนเปลี่ยนน้ำมัน เนื่องจากปกติจะเติมน้ำมัน e85 เป็นหลัก และในวันที่ลองเติม e5 หรือ 95 รุ่นที่แพงเกือบจะที่สุดก็ให้ความรู้สึกลื่นเนียนมากขึ้นอย่างชัดเจน

2019-12-28_12-46-35

เที่ยวแก่งกระจาน กางเต๊นท์นอนที่แค้มป์บ้านกร่าง

ผมกับภรรยาพาลูกเที่ยวรอบนี้ เราพาลูกไปนอนเต๊นท์กันที่แค้มป์บ้านกร่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

IMG_20191216_102608

แก่งกระจานผมรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยเด็กที่เคยได้มาเที่ยวก็แวะมาเที่ยวเขื่อนแก่งกระจานหลังจากที่เที่ยวทะเลชะอำเสร็จแล้ว ส่วนสมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยมโรงเรียนก็มีพาไปค่ายนอนพักริมทะเลชะอำแล้วขากลับแวะมาเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน ตอนทำงานเองแล้วนัดกับเพื่อนมาหัดถ่ายรูปทะเลหัวหิน ขากลับก็แวะเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน ตลอดชีวิตที่มีเวลาเหลือเฟือตอนนั้นรู้จักแค่เพียงว่า แก่งกระจานคือเขื่อน รู้แค่นั้นเอง

เพื่อนในกลุ่มถ่ายรูปอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นนักเดินทาง ชอบเที่ยวป่าก็เคยเล่าให้ฟังว่า ที่แก่งกระจานไม่ได้มีแค่เขื่อน มีผีเสื้อให้ดูเป็นล้านตัวแบบที่ไม่มีที่ไหนในประเทศ มีพะเนินทุ่งที่ต้องใช้รถโฟวิลเข้าไปเท่านั้น มีทะเลหมอกด้วย ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้เลย หลังจากที่ได้ข้อมูลใหม่ก็เลยตั้งใจว่าถ้าลูกโตพอจะพาลูกไปบ้าง และจะไปกางเต๊นท์นอนด้วย เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆทั้งพ่อแม่ลูกเลย

20191214125507_IMG_0007
แวะกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารวิโรจน์ ้ ร้านหน้าเขื่อน มีวิวเขื่อนให้ดู

เราเริ่มต้นตอนเช้าที่ย่านบางขุนนนท์ ใช้เส้นทางบรมราชชนนีไปทางพุทธมณฑลสาย4 แล้วไปออกมหาชัย ไปต่อที่ถนนพระราม2 และไปเรื่อยๆตามทาง ไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม ขับไปถึงจังหวัดเพชรบุรี เลี้ยวขวาเพื่อเลี้ยวเข้า อำเภอท่ายาง แล้วขับตามป้ายแก่งกระจาน สุดท้ายเรามาถึงเขื่อนแก่งกระจาน บริเวณที่ทำการอุทยาน หาข้าวมื้อกลางวันกินแถวนี้ แล้วก็ขับรถต่อไปยัง แค้มป์บ้านกร่างซึ่งเป็นจุดที่เราจะกางเต๊นท์ รอบนี้ผมยังไม่ไปพะเนินทุ่ง เพราะไม่มีรถโฟวิล ผมขับรถฮอนด้าฟรีด ไม่เหมาะจะลุยไปตามทางป่าหรือทาง offroad

20191214144707_IMG_0042
IMG_20191214_221659

เราถึงแค้มป์บ้านกร่างประมาณบ่ายสองโมง ที่ทางเข้าเราจ่ายค่าธรรมเนียมค่าบริการต่างๆ แล้วเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์มใบหนึ่งสำหรับคนที่จะมากางเต๊นท์ แบบฟอร์มนี้ระบุชื่อและจำนวนคน จากนั้นเมื่อเราเข้าไปถึงที่ทำการหน้าแค้มป์เราก็ไปยื่นแบบฟอร์มให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่คงเก็บแบบฟอร์มเอาไว้เพื่อคอยเช็คจำนวนคนว่ามาสามแล้วกลับสาม ออกไปครบคนไหม น่าจะเป็นจุดประสงค์เรื่องความปลอดภัย เพราะอุทยานแห่งชาติก็คือป่านั่นเอง ระหว่างทางที่ขับไปก็ผ่านถนนสวยๆ ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ เราแวะถ่ายรูปกันอยู่สองจุด มีป้ายบอกตลอดทางให้ระวังสัตว์และระวังเรื่องทางชัน การขับรถขึ้นเขาต้องใช้เกียร์รถยนต์ให้เป็น ต้องรู้จักใช้เกียร์ต่ำในการขับขึ้นทางชัน รถเก๋งสามารถผ่านไปได้ไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจการเปลี่ยนเกียร์เล็กน้อย

20191214160435_IMG_0068
เต๊นท์พ่อแม่ลูกที่ได้รับความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยวข้างๆกัน

ขั้นตอนการกางเต๊นท์เองก็เป็นเรื่องมึนงงสำหรับคนไม่เคยทำ ผมเคยกางเต๊นท์เองเมื่อปีก่อน เป็นเต๊นท์ที่ยืมมาจากเพื่อน รอบนี้ก็ยืมเพื่อนเหมือนเดิม เพราะในอดีตไม่เคยเที่ยวแบบกางเต๊นท์ ส่วนใหญ่ผมจะเที่ยวแบบนอนสบายมากกว่า พ่อแม่ลูกกางเต๊นท์กันช้ามาก จนกลุ่มที่กางเต๊นท์อยู่ข้างๆมาช่วย ทำให้เสร็จเร็วขึ้น และเต๊นท์ของเราก็กางสำเร็จ จัดของวางของพร้อมที่จะทำอาหารเย็นแล้ว

20191214163953_IMG_0142
ลานกางเต๊นท์ติดกับจุดจอดรถ ขนของสะดวกมาก

ในแค้มป์บ้านกร่างเป็นจุดกางเต๊นท์ที่มีลานจอดรถไม่ห่างจากลานกางเต๊นท์ และมีลำธารอยู่ข้างที่กางเต๊นท์เลย ทางไปลำธารจะมีโป่งดินที่มีผีเสื้อมาเกาะเยอะมาก ในเวลาฤดูร้อนจะมีผีเสื้อมหาศาล สวนหน้าหนาวอากาศเย็นผีเสื้อแทบไม่มีเลย ที่เห็นด้วยตาน่าจะไม่ถึง 100 ตัว และผีเสื้อตัวใหญ่ๆสีสวยๆก็ไม่มีให้เห็นเลย

20191214161251_IMG_0085
ลำธารเย็นๆ กับแสงแดดตอนสี่โมง เป็นช่วงเวลาแสงสวยที่สุดของวันนี้เลย

แม่กับลูกเดินเล่นน้ำในลำธาร อากาศเย็นมากสำหรับช่วงเวลาที่เราเลือกมาเที่ยวที่แค้มป์แห่งนี้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมากรุงเทพก็อากาศเย็นมาก เย็นจนเหมือนไปเดินเที่ยวญี่ปุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพ 7 วันที่ผ่านมา กลางวัน 25องศา ตอนเช้ามืด 17องศา ส่วนที่แค้มป์บ้านกร่าง ก็เย็นกว่ากรุงเทพ ตอนกลางคืนน่าจะประมาณ 15 องศา

20191214161856_IMG_0124
แดดสี่โมงเย็นกับลำธาร และแนวต้นไม้ด้านหลังที่รับแสงพอดี

เรารีบอาบน้ำกันก่อนจะค่ำ เพื่อไม่ให้อากาศเย็นเกินไป เพราะแค่นี้ก็เย็นมากแล้ว ลูกผมใจแข็งมากสามารถอาบน้ำได้ตลอดรอดฝั่ง ตอนผมอาบเองเพิ่งจะรู้ว่าน้ำเย็นแค่ไหน ตอนยังไม่โดนน้ำเราก็หนาวกันอยู่แล้ว ยิ่งโดนน้ำยิ่งหนาว ทีแรกนึกว่าจะเหมือนกรุงเทพเหมือนตอนอยู่บ้านที่ว่าเวลาอาบน้ำเย็น ถ้าเราโดนน้ำต่อเนื่องสักพักร่างกายเราจะทนความเย็นได้และจะอาบน้ำได้ไม่รู้สึกหนาว แต่ที่แค้มป์นี้ตรงกันข้าม น้ำเย็นมาก โดนเมื่อไหร่ก็หนาวเมื่อนั้น พอหยุดอาบก็จะหนาวน้อยลง ไม่มีคำว่าร่างกายชิน สรุปว่าอาบให้จบเร็วแล้วรีบเช็ดตัวรีบใส่เสื้อผ้าจะได้ไม่หนาวมาก

20191214175620_IMG_0165

อาหารเย็นวันนี้เราเตรียมเตาแก๊สปิ๊กนิกเอาไว้ มีของสดและมาม่าติดมาทำกินกัน สอนลูกต้มน้ำ ต้มมาม่า ใส่ลูกชิ้น ใส่ปูอัด ใส่สิ่งที่อยากกิน มีลูกชิ้นปิ้งด้วย ทุกอย่างอร่อยและสนุก อาจจะเป็นเพราะหิวด้วย อาจจะเป็นเพราะทำเองด้วย พวกเรานั่งกินนั่งคุยนั่งเล่นกันถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก มันเป็นเวลาคุณภาพจริงๆ

20191214180605_IMG_0175
20191214180613_IMG_0176
กินอย่างสบายอารมณ์ เด็กที่ซนเป็นลิงสามารถนั่งนิ่งๆได้ เดาว่ากำลังสบายใจสุดๆ

เด็กที่ซนมากอย่างขอบฟ้า ชอบเล่น ชอบออกกำลัง หยิบจับสิ่งของรวดเร็วและไม่ระวัง แต่ก็มีเวลานั่งนิ่งๆดูวิวต้นไม้ อากาศเย็นสบาย ใส่เสื้อผ้าอบอุ่น กินไปจนหมดชาม เป็นชั่วโมงที่พ่อกับแม่ดีใจมากที่ประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์ที่ลูกชอบ จากการสอบถาม ขอบฟ้าชอบลำธาร ชอบป่า ชอบอากาศเย็น จบจากมื้อเย็นเราเก็บล้างและเข้าเต๊นท์เล่นเกมส์เศรษฐีกันอีกเป็นชั่วโมง จนค่ำๆอากาศเย็นลงเรื่อยๆ เราเตรียมถุงนอนมาคนละใบ ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้นอนขดในถุงนอนได้ตลอดคืน

20191214191956_IMG_0181
IMG_20191215_024807
อากาศเย็นมาก ดูอุณหภูมิจากมือถือที่แสดงค่าของพื้นที่นี้ประมาณ 18องศาตอนเข้านอน ส่วนกลางดีกไม่ได้ดูแล้วแต่หนาวมากยิ่งกว่าตอนเข้านอนเยอะ
20191214184846_IMG_0180
เต๊นท์ที่พร้อมจะนอน ไฟในเต๊นท์เป็นตะเกียง LEDที่แขวนไว้ในเต๊นท์

ภาพเต๊นท์ตอนใกล้ๆค่ำ สภาพจริงๆคือแสงกำลังจะหมด มองด้วยตาทุกอย่างกำลังจะสีดำ มีเพียงแสงจากเต๊นท์และตะเกียงจากเต๊นท์อื่นๆ ผมตั้งกล้องบนก้อนหิน ปรับจุดโฟกัสไว้ที่เต๊นท์ ตั้งให้กล้องวัดแสงอันเดอร์ 1 สต๊อปเพื่อให้โทนภาพสีเข้ม แต่ยังไม่มืดดำจนไม่เห็นรายละเอียด ถ่ายภาพกลางคืนต้องพยายามทำให้รายละเอียดฉากหลังยังมีอยู่ หากดำเกินไปภาพจะดูขาดบรรยากาศ ตอนกลางดึกผมปลุกลูกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ กลางดึกนี้หนาวสุดๆ ถ้าให้เดาน่าะสัก 15องศา

20191215073936_IMG_0185

เช้าวันใหม่กับอากาศเย็น 18องศา เราออกไปเดินเล่นที่ลำธารอีกครั้ง ลำธารใกล้ๆตอนเช้าไม่มีคนเลย ขอบฟ้าอยากไปดูน้ำ เราก็ไปนั่งเล่นถ่ายรูปเล่นกัน มีนกตัวใหญ่ๆเกาะอยู่ให้มอง แสงแดดเริ่มส่อง ต้นไม้ใบไม้เริ่มแสดงสีสันของตัวเองบรรยากาศตอนเช้าดีสุดๆ

IMG_20191215_210919
IMG_20191215_184837
20191215081214_IMG_0230
20191215080252_IMG_0218

ตอนเช้าในลานกางเต๊นท์มีแต่กาแฟและควันจากเตาไฟจางๆ ควันลอยขึ้นไปโดนแสงแดดที่ส่องทะลุใบไม้ลงมาเกิดเป็นภาพแสงยามเช้าที่ดูเหือนภาพวาดในนิทาน ช่างภาพที่มีกล้องอยู่ในมือก็เก็บภาพมาตามสัญชาตญาณ แสงแบบนี้นี่เองที่ต้องมีอยู่ในภาพยามเช้า

20191215082223_IMG_0248

แสงเช้าที่ส่องผ่านใบไม้ มองไปทางไหนก็มีมุมน่าสนใจให้ถ่ายภาพ การถ่ายภาพธรรมชาติเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าเราจะเห็นอะไรสวยบ้าง คนที่ถ่ายภาพชีวิตลูกมายาวนานหลายปี ไม่ค่อยมีเวลามองธรรมชาติอย่างผมก็รู้สึกดีกับสิ่งที่เห็นในอุทยาน ฟ้าใส แดดสวย ต้นไม้มีชีวิตชีวา ป่าเราสมบูรณ์และน่าหวงแหนมาก

IMG_20191215_185505

หลังจากกินมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้วเราก็ทะยอยเก็บเต๊นท์ ขอบฟ้าช่วยเก็บเต๊นท์อย่างตั้งใจ ความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วม ตั้งแต่การยกของ จัดเต๊นท์ ทำอาหาร จนถึงเก็บทุกอย่างเป็นนิสัยการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี มีนกกระยางแวะมารอกินอาหารเหลือๆจากเต๊นท์ต่างๆ ขอบฟ้าวิ่งไล่จับอยู่นานเลย

20191215102828_IMG_0276

ขอบฟ้าขอกล้องไปถ่ายเล่น ขอบฟ้าอยากได้ภาพนกมาก แต่ก็ไม่สามารถถ่ายได้อย่างถูกใจ ผมอธิบายให้ลูกฟังว่าการถ่ายภาพนกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนที่ไม่เคยถ่าย และแม้ว่าจะเคยหัดถ่ายแล้วก็ต้องใจเย็นด้วย ยิ่งเราใจร้อนวิ่งตามนกเราจะไม่ได้ภาพเลย ขอบฟ้ายังไม่เข้าใจ ผมเลยเล่าให้ฟังว่าผมเคยถ่ายมาแล้ว เดี๋ยวจะพาไปถ่ายภาพนกที่บางปู ที่นั่นมีนกเยอะและมีให้ขอบฟ้าหัดถ่ายอย่างเหลือเฟือ

IMG_20191215_103645
IMG_20191215_194313

เราออกเดินทางจากแค้มป์บ้านกร่างประมาณ 11 โมง และขับรถกลับไปที่เขื่อนเพื่อไปเที่ยวที่สันเขื่อน บนเขื่อนแก่งกระจานจะมีสันเขื่อนให้ขับรถขึ้นไปได้ และเราสามารถชมวิวและถ่ายรูปได้ตามใจ เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และใช้ผลิตไฟฟ้าด้วย เราถ่ายรูปกันสักพักก็ลงมากินมื้อเที่ยง แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ

IMG_20191215_115153
IMG_20191215_203449
IMG_20191215_203435

บันทึกการเดินทางด้วยรถยนต์ด้วย ผมเติมน้ำมันที่ปั๊มแถวบ้าน แล้วตั้งระยะทางเป็น 0 เมื่อมาถึงจุดจอดรถที่แค้มป์บ้านกร่าง หลักกิโลในหน้าจอแสดงผลไว้ที่ 228.3 กิโลเมตร และเมื่อขับรถกลับมากรุงเทพจอดรถในบ้าน หลักกิโลเมตรแสดงตัวเลข 452.9 กิโลเมตร ระยะทางขาไป กับขากลับ เกือบจะเท่ากันเลย รถฮอนด้าฟรีด เติมน้ำมัน e20 อัตราสิ้นเปลืองหน้าจอแจ้งไว้ 13.6 กิโลเมตรต่อลิตร

เปลี่ยนยางฮอนด้าฟรีด กิโลเมตรที่ 237677

เปลี่ยนยาง

ผมขับรถมาถึง 237677 กิโลเมตรแล้ว และก็ได้พบว่า ยางรถยนต์ที่ใช้อยู่มีอาการขอบลอก หรือ รอยต่อมีการปริแยก รู้สึกว่าอันตรายก็เลยไปเปลี่ยนยางที่ร้านเดิม ร้านแถวบ้าน

IMG_20191206_143240

อาการแก้มยางปริแบบนี้ ร้านยางบอกว่า เกิดจากลมยางอ่อนเกินไป และอายุยางก็สามปีกว่าแล้วก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน โดยทางร้านแนะนำยางราคาถูกให้รุ่นหนึ่ง คือ hankook ดังภาพ

HANKOOK Kinergy EX H308

Size 195/65 R15

IMG_20191207_105333

ผมชอบร้านนี้เพราะว่า เมื่อการเปลี่ยนยางครั้งที่แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานยางสามปี เวลาที่ยางอ่อนลงหลังจากที่ลืมตรวจลืมเช็คลมยาง เมื่อไปเติม ก็พบว่าลมยางอ่อนลงไปเท่าๆกันทุกล้อ บางครั้งที่เติมลมยาง อ่านค่าลมยางที่เครื่องได้ 28 ก็จะเป็น 28 ทุกล้อ เทียบกับเมื่อก่อน ช่วงที่ยังไม่ได้มาใช้บริการร้านนี้ ผมก็เติมลมยางแค่ทีละล้อมาตลอด เพราะว่า ลมยางแต่ละล้อไม่เคยเท่ากันเลยเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ผมสงสัยเรื่องจุกเติมลมยางที่บางร้านอาจจะใช้ของคุณภาพต่ำ หรือ ไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเมื่อเปลี่ยนยาง ทำให้ลมรั่วออกจากล้อไม่เท่ากัน(เดา)

IMG_20191207_110337

ยางใหม่ บุคลิกนุ่ม ขับสบาย ใช้งานร่วมกับโช้คอัพที่อายุยังไม่มาก ก็ถือว่าได้ความนุ่มนวลน่าพอใจ ผมเลือกใช้ของราคาถูกเพราะว่า ผมมีนิสัยการขับรถไม่เร็ว เลยไม่ได้สนใจเรื่องสมรรถนะในความเร็วสูง จ่ายเท่าไหร่ก็ตามใจเรา เอาที่สบายใจ เพราะถ้าคิดเรื่องต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ปลอดภัยเพียงพอ เอาเงินไปซื้อข้าวดีกว่า และอีกอย่าง ถ้าจ่ายแพงแล้วจะไม่มีอุบัติเหตุ มันไม่จริง เพราะเราเห็นซุปเปอร์คาร์พังเป็นข่าวอยู่ทุกปี

เปลี่ยนแบตเตอรี่ ฮอนด้าฟรีด 2562 หลักกิโล 227507

หลักกิโล 227507 รถยนต์ฮอนด้าฟรีดปีที่ 10 ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อีกครั้ง จากการบันทึกการเปลี่ยนแบตครั้งที่แล้ว ผมเปลี่ยนเมื่อเดือน พฤษภาคม 2560 ตอนนี้ผ่านมาถึงเดือน กรกฏาคม 2562 ก็พบว่าเป็นเวลา 25 เดือนพอดี ถือว่าใช้แบตได้เกินกว่ามาตรฐานขั้นต่ำไปแล้ว

ค่าแบตในรอบนี้ 1700 บาท เป็นแบตของ fb โดยรอบนี้ผมไม่ได้ไปเปลี่ยนที่ร้านประจำ เนื่องจากแบตหมดกลางอากาศเลย คือขับรถมาจอดแล้วจะสตาร์ทอีกทีก็ไม่ติดแล้ว ไฟในแบตหายไปจนถึงขนาดที่ประตูไฟฟ้าใช้ไม่ได้ และตอนบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปกติหากแบตมีอาการไฟอ่อน มันจะสตาร์ทแบบแผ่วๆ เหมือนแรงไม่พอ แต่รอบนี้ไม่มีอาการอะไรเลย เหมือนแบตไม่มีไฟ ไม่ใช่แค่ไฟอ่อน

ทุกทีผมจะใช้ powerbank ที่มี jumpstart ช่วยสตาร์ทรถได้หากเป็นกรณีไฟอ่อน แต่รอบนี้ใช้ไม่ได้ผล เพราะ powerbank เสื่อม เลยใช้วิธีโทรหาร้านแบตเตอรี่ให้มาเปลี่ยนให้แทน โดยผมหาข้อมูลในเน็ต หาคำว่า แบตเตอรี่ รถยนต์ ก็พบกับสิ่งที่ google หามาให้ ร้านแรกที่ขึ้นมาผมก็โทรไปหา และได้คำตอบว่า ไม่ส่งที่ถนนจอมทอง เพราะร้านอยู่ไกล

ลองกลับไปอ่านรายละเอียดจากเว็บของร้าน ร้านแบตที่ขึ้นมาบรรทัดแรกเขาอยู่ลาดพร้าว นั่นทำให้เขาบริการลูกค้าฝั่งธนไม่ได้ ผมก็เข้าใจ และตัดสินใจโทรหาร้านเปลี่ยนแบตที่ผมเคยใช้มาเปลี่ยนให้รถภรรยา ผมเคยบันทึกเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ในบล๊อกนี้ด้วย ก็เลยได้ใช้บริการกันอีกรอบ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้ google จะหาของให้เรา แม้เราจะเชื่อ google บรรทัดแรก แต่เราก็อาจไม่มีบุญได้ใช้บริการ ยังไงลูกค้าเก่าก็ยังมีโอกาสใช้ร้านเดิมอยู่ถ้าเคยใช้งานกันแล้ว

IMG_20190701_091440

นี่คือแบตก้อนเดิมที่ใช้งานมา 25 เดือน ไฟหมดแบบทันทีทันใด ไม่มีอาการไฟอ่อนเลย แต่ว่าก่อนหน้านี้สักสองวัน ผมก็สตาร์ทรถด้วยความรู้สึกว่าเหมือนไฟไม่เต็ม แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอาการไฟหายไปเฉยๆ คิดเพียงว่า ถ้าไฟอ่อน เดี๋ยวจะสตาร์ทด้วย powerbank แล้วขับเข้าร้านแบตไปเปลี่ยนก็ได้ แต่ดันไฟหมดกระทันหันเลยผิดแผน

IMG_20190701_091531

ร้านแบตยกตัวนี้มาให้ สามารถเปลี่ยนใส่ honda freed ได้พอดีเป๊ะ สเป็คแบตและรุ่นแบตเป็นยังไงก็ไม่ได้ถาม เพราะไม่ได้อยากรู้สเป็คแล้วครับ ยังไงเราก็ใช้แบตได้ประมาณ 2 ปี ใส่แล้วสตาร์ทติดก็พอแล้ว แบตรุ่นนี้ร้านบอกว่าไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ผมก็โอเค ไม่ต้องเติมก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซื้อน้ำกลั่น

IMG_20190701_091519

ให้ดูชื่อร้านและเบอร์โทร เผื่อว่าจะโทรเรียก ถ้าผมจำไม่ผิดร้านนี้อยู่แถวศิริราช ดังนั้นย่านฝั่งธนผมคิดว่าร้านเขาจะสามารถวิ่งไปบริการได้

IMG_20190701_091631

ช่างที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ขับมอเตอร์ไซด์มา มาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ มีผ้ารองกันเปื้อน มีชุดไขควงที่ตรงรุ่น ขนาดน็อตเป๊ะมาก ช่างหยิบทีเดียวเอามาไขได้เลย คงเปลี่ยนแบตวันละหลายรุ่นแน่ๆ และ มีมิเตอร์วัดกระแสไฟมาด้วย วัดทั้งแรงดัน วัดทั้งกระแสไฟที่วิ่งออกจากแบต ตั้งแต่ผมโทรหาร้านนี้ รวมเวลานั่งรอ30 นาที รวมเวลาเปลี่ยน จนถึงเวลาที่ช่างเปลี่ยนแบตเสร็จพร้อมสตาร์ทรถเพื่อออกไปทำงาน ผมใช้เวลาทั้งสิ้น 60 นาทีโดยประมาณ

IMG_20190701_131137

และนี่คือเอกสารที่ร้านให้ไว้กับผม ทางร้านให้กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เพื่อใช้เป็นเอกสารรับประกันด้วย คุณภาพการทำงานก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จ่ายเงินไป 1700 บาท ขับรถไปทำงานต่อได้ เดี๋ยวจะเอา powerbank รุ่น jumpstart ออกจากรถแล้ว ติดไว้แก้ปัญหาในรถมาเกือบ 5 ปี มันยังจ่ายไฟ usb ได้ จ่ายไฟส่องสว่างเป็นไฟฉายได้ แต่ start รถไม่ได้แล้ว ราคา powerbank รุ่น jumpstart ในปี พศ 2562 น่าจะอยู่ที่ 1พันบาท ใครอยากซื้อใช้ก็มีเหตุผลที่ดีคือ เราใช้แก้ปัญหาได้ทันทีในเวลาไม่น่าเกิน 5 นาที สำหรับคนที่เร่งรีบก็เหมาะสมเลย ทำให้รถสตาร์ทได้ และไปทำงานต่อได้ พอว่างไม่มีนัดทำงานแล้วค่อยขับรถไปเปลี่ยนแบต ส่วนคนที่ไม่เร่งรีบ โทรสั่งแบตเตอรี่จากร้านที่มีบริการนอกสถานที่ไปเลยดีกว่า

อุปกรณ์ถอดสายแบตใช้ประแจเบอร์10 https://s.shopee.co.th/5VBH5NG3C6

ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

เปลี่ยนหลอดไฟหน้า honda freed

หลายวันก่อนได้เห็นว่าไฟหน้าดับไปหนึ่งข้าง ไฟสูงยังติดอยู่ แต่ไฟหน้าต่ำไม่ติดแล้ว ก็เลยหาข้อมูลว่าฮอนด้าฟรีดใช้หลอดไฟรุ่นอะไร ก็ได้คำตอบว่ารุ่น H4 หาในเน็ตหลายที่ก็เจอแต่ราคาขายหลอดไฟ H4 แบบ LED ดูใน lazada ไม่เจอหลอดแบบธรรมดาเลย ในคลับฟรีดก็มีการแนะนำหลายครั้งว่าให้ใช้ LED ของฟิลิปส์ ราคาประมาณ 9xx บาท

IMG_20190506_153259
หลอดเก่าที่ขาดยี่ห้อ philips รุ่น H4 12342 LL 12v60/55w

ผมไม่ชอบ LED ที่ใช้ในรถยนต์ เพราะมีประสบการณ์แย่ๆมาว่าเคยลองเปลี่ยนไฟท้ายเป็น LED แล้ว อายุการใช้งานต่ำมาก ใช้ได้ไม่กี่วันก็พัง จนต้องไปหาหลอดไฟโบราณหรือหลอดไส้ปกติมาใช้ รอบนี้ก็เลยคิดแล้วว่าจะไม่ใช้ LED เลยหาข้อมูลว่ามีใครขายบ้างโดยไปหาใน marketplace ของเฟสบุ๊ค

วิธีการหาก็พิมพ์ว่า หลอดไฟ h4 แล้วก็ดูว่ามีใครขายแบบราคาถูกๆบ้าง ก็จะพบว่ามีราคาตั้งแต่ 100 บาท ไปถึง หลายร้อยบาท ราคาแพงก็เป็น LED ทั้งหมด ส่วนของถูกก็เป็นหลอดโบราณแน่นอน ผมเลือกภาพหลอดฟิลิปส์ และพิมพ์ภาพที่พบของฟิลิปส์ออกมา ให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้อ ปรากฏว่ายี่ห้อนี้ไม่มี มีแต่ osram ราคาหลอดละ 90 บาท เลยให้ซื้อมา 2 หลอด

ดูวิธีเปลี่ยนในเน็ต ไม่มีตัวอย่างตรงกับฟรีด เจอใน youtube ที่เป็นการเปลี่ยนหลอดไฟ honda city 2015 ก็เดาว่าคงเหมือนกัน เลยจำวิธีแล้วจัดการเปลี่ยนเอง

IMG_20190506_153220

ไฟหน้าของฮอนด้าฟรีดข้างซ้ายและขวามีความยากในการเปลี่ยนไม่เหมือนกัน เพราะไฟขวาจะเปลี่ยนง่าย ไฟซ้ายจะเปลี่ยนยาก ผมนับซ้ายและขวาจากมุมมองคนขับนะ ไฟซ้ายมีอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งบังไว้ แปลว่า มือที่ล้วงเข้าไปหยิบ ไปแกะ ไปจับสิ่งต่างๆต้องใช้ความรู้สึกทั้งหมดเลย เพราะมองเห็นเพียงน้อยนิด หลอดเก่าที่ขาดคือหลอดยี่ห้อ philips รุ่น H4 12342 LL 12v60/55w

IMG_20190506_153213

หลอดใหม่ที่ซื้อมาคือ Osram p43t64193472 12v 60/55w ตัวเลขจะเยอะไปไหน หลังจากล้วงๆแกะๆอยู่พักใหญ่ เหงื่อตกไปหลายหยด โชคดี ผมทำได้ จบการเปลี่ยนไฟหน้าด้วยดวงที่ดี ไม่มีชิ้นส่วนไหนที่แตกหักเสียหาย ไม่มีของทำเกิน สรุปว่า เปลี่ยนไฟหน้าฮอนด้าฟรีด ทำได้ด้วยตัวเอง และหลอดไฟยี่ห้อ osram H4 ราคาหลอดละ 90 บาท ซื้อจากร้านข้างถนน

ปล ควรเตรียมไฟฉายไว้ด้วย เพราะพื้นที่ในห้องเครื่องมืด มองยาก ไฟฉายที่ฉายลงไปยังจุดที่ต้องทำงานเป็นสิ่งจำเป็น

เปลี่ยนกรองแอร์ฟรีด honda freed 27jan2019

กรองแอร์หน้าตาแบบในภาพ ผมเอาไปลองทำระบบกรองฝุ่นเล่นๆ ก่อนที่จะเอามาใส่ในรถเพื่อเปลี่ยนไส้กรองอากาศของระบบแอร์ในฟรีด

IMG_4958

กรองแอร์ หรือกรองอากาศของระบบแอร์ในรถเป็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน เนื่องจากฝุ่นจะสะสมมากจนเกิดเป็นสีดำ  หากเราเอาของเก่าใช้งาน 6 เดือน มาวางเทียบกับของใหม่แกะกล่อง เราจะเห็นความแตกต่างอย่างน่าตกใจ

P_20141108_140051

ภาพเก่าที่เคยถ่ายเปรียบเทียบไว้

 

freed โดนชนท้าย ประสบการณ์เคลมประกัน

IMG_4913

ขับรถมายี่สิบปีผมเพิ่งประสบเหตุโดนรถชนท้ายครั้งแรกเมื่อวานนี้  ซึ่งที่ผ่านมารถคันเก่าและคันปัจจุบันผมทำประกันชั้น 1 มาตลอดและไม่เคยเคลมเลยสักครั้ง  ไม่เคยทำสีรถ ไม่เคยชนใคร  แต่เมื่อวานก็เจอเรื่องโชคร้ายที่ต้องเป็นคนโดนชน

 

IMG_4919

บนถนนรถติดๆ ค่อยๆวิ่ง  ผมขับรถกลับบ้าน และรถค่อยคลานไปตามทาง อยู่ๆก็มีแรงกระแทกที่ด้านท้าย ผมก็รู้ได้ทันทีว่าโดนชนท้ายแล้ว ผมเหลือบมองดูนาฬิกา ตอนนี้ประมาณหนึ่งทุ่ม  ผมจะต้องไปยืนรอประกันสักกี่นาทีกันนะ  แล้ววันนี้ผมจะถึงบ้านกี่โมง

 

IMG_4915

ลงจากรถพร้อมโทรศัพท์มือถือ  เดินไปถ่ายรูปทะเบียนหน้ารถ และป้ายต่อภาษีของรถที่มาชนผม  แล้วก็โทรหาเพื่อนที่ขายประกันรถให้ผม เขาก็แนะนำขั้นตอนต่างๆ  ก็เลยโทรเข้า callcenter  แจ้งเหตุ แล้วรอเจ้าหน้าที่  รถอีกฝ่ายก็เรียกประกันของตัวเอง   ผมโทรบอกที่บ้านว่าจะกลับช้า ภรรยาผมถามว่าเคลมประกันเป็นไหม  เพราะเขารู้ว่าผมไม่เคยเคลมประกันเลย  ภรรยาให้กำลังใจ แล้วก็วางสายไป

 

IMG_4916

คนขับที่ชนรถผมเขาก็ลงมาขอโทษ ผมก็ไม่ว่าอะไร พยักหน้าแล้วเดินแยกไปคุยกับประกันในสาย  รอประมาณ 30 นาทีเจ้าหน้าที่ก็มาถึง กรอกเอกสาร แล้วก็ให้ใบเคลม แล้วก็แยกย้าย ผมก็งงๆ  แล้วก็ขับรถกลับบ้าน พร้อมรอยถลอกจากป้ายทะเบียนฝังเพชรของรถคันหลัง

 

IMG_4917

ตอนเช้าสว่างแล้วผมก็ค่อยมาถ่ายภาพรอยแผลซ้ำอีกรอบ  เดี๋ยวคงต้องไปตระเวณหาอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัทประกันภัยว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง ยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาสักแค่ไหน แผลเล็กๆ รถยังวิ่งได้ แต่ก็ต้องส่งทำเพราะมันต้องทำ

 

IMG_0136

“ขอโทษนะคะ  ก้มหน้าไปนิดนึงแล้วเงยขึ้นมาก็ชนเลย”  นี่คือคำพูดที่คนชนบอกกับผม  ผมก็เงียบๆ ยิ้มแล้วแยก ผมไม่อยากคุยเยอะ  ผมก็เดาว่าเขาก็คงกำลังมองโทรศัพท์มือถือตอนขับรถนี่แหละ  โชคร้ายมากที่ผมต้องอยู่บนถนนกับคนใช้มือถือตลอดเวลา  เหตุการณ์นี้ผมก็เตือนตัวเองว่า อย่าละสายตามาดูโทรศัพท์ตอนรถวิ่งเด็ดขาด จะได้ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น

 

ผมเริ่มคิดถึงกฏหมายลงโทษคนใช้มือถือระหว่างขับรถ   จริงๆผมไม่ได้อยากได้กฏหมาย แต่อยากได้ลูกเล่นโทรศัพท์ที่จะไม่ทำงานถ้ามันเคลื่อนที่  ผมว่าทำได้นะถ้าจะทำ

 

ธุรกิจอู่ซ่อมรถก็กำลังจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 1 คน  ผมรู้สึกว่าธุรกิจอู่ซ่อมน่าจะเป็นอีก 1 ธุรกิจที่ยังคงอยู่ได้ดี ยังไม่โดน disruption จากการเติบโตของอินเทอเน็ต  ผมดูจากการซื้อการใช้งานของผมเอง  อย่างเช่น ผมซื้อ gadget ซื้อสินค้าไอทีจากเว็บขายของแล้ว แทนที่จะไปซื้อที่ห้างแบบหลายปีก่อน  ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ผมทำอยู่ก็มีคนพิมพ์ใบปลิวน้อยลงจากแต่ก่อนที่คนเริ่มธุรกิจจะคิดเรื่องใบปลิวก่อน แต่ปัจจุบันเขาคิดถึงช่องทางโฆษณาในอินเทอเน็ตก่อน  ธุรกิจขายแผ่นหนัง แผ่นเพลง โดนอินเทอเน็ตตีตายมานานแล้วและหลายคนหันไปจ่ายเงินให้กับบริการ stream จากค่ายหนัง เหมาจ่ายเป็นรายเดือน   คนฟังเพลงไม่ต้องไปซื้อแผ่นแท้แพงๆ อินเทอเน็ตทำให้แผ่นผีระบาด  เพลง mp3 เกลื่อนเมือง  และในที่สุด อินเทอเน็ตก็ฆ่าแผ่นผีเองด้วย มีบริการเหมาจ่ายรายเดือนแค่ร้อยกว่าบาทฟังได้ทุกเพลง  ถูกยิ่งกว่าซื้อแผ่นเพลงห่วยๆ 1 แผ่นในอดีตเสียอีก

 

ธุรกิจอู่ซ่อม  ธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ ผมเชื่อว่ายังคงอยู่ได้  เพราะอินเทอเน็ตไม่สามารถเสนอบริการที่ดีกว่า ประหยัดกว่าเพื่อจะทำให้รถที่เสียกลับมาใช้งานได้  ยังคงต้องมีการซ่อมบำรุงโดยช่าง  การทำสีรถ  การซ่อมส่วนที่แตกหักเสียหาย ซ่อมเครื่องยนต์  ซ่อมช่วงล่าง เปลี่ยนยาง สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่อีกนาน  แม้ว่าต่อไปรถจะไม่ต้องเติมน้ำมัน แต่ชิ้นส่วนที่เสื่อมและเสียหายจากการชนก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

ผมลองติดต่อบริษัทแม่เพื่อถามรายชื่ออู่ที่ใกล้บ้านผม บริษัทบอกให้ผมไปดูในเว็บ  ซึ่งในเว็บบริษัทไม่มีข้อมูลนี้ หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้ได้  ผมไปเจอรายชื่ออู่จากรีวิวในพันทิป ในเว็บอื่นๆที่พูดถึงการเคลมประกัน  ผมได้อ่านฟีดแบ็คเรื่องอู่ห่วยๆด้วย  ผมว่าบริษัทแม่ไม่ฉลาดเลยที่จะปล่อยให้ลูกค้าไปหาข้อมูลเอง  เพราะเขาจะไปเจอข้อมูลที่ไม่เป็นผลดีต่อบริษัทแม่แน่นอน

2018-12-28_08-33-22

ผมซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านเพจนี้ https://www.facebook.com/polarbearbkk/
นอกจากการติดต่อที่ง่าย โทรไปก็รับสายตลอดแล้ว  ยังได้รับการปรึกษาแนะนำเรื่องขั้นตอนการเคลม และแนะนำอู่ใกล้บ้านให้ผมได้อีกด้วย  ราคาที่ผมจ่ายก็ไม่ได้แพงไปกว่าเดิมที่ผมเคยซื้อกับบริษัทใหญ่ๆ  คนขายประกันบอกว่า เขาทำราคาต่ำที่สุดไม่ได้หรอก แต่เขาเพิ่มบริการอื่นๆที่มีประโยชน์ให้  อย่างเช่นการอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทำแทนลูกค้าได้เมื่อเกิดเหตุ   อย่างเช่นการหาอู่ หาร้านซ่อม  ซึ่งการซ่อมรถเราต้องการอู่มากมายหลายความถนัด ช่วงล่างทำที่ไหน  เบรกต้องร้านไหน เครื่องยนต์ต้องอู่ไหน ซ่อมสี กระจก แอร์ ความร้อน พวกนี้แต่ละอู่เก่งไม่เท่ากัน  ลูกค้าอย่างผมก็อาศัยนำแนะนำจากคนขายประกันนี่แหละครับ

 

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าฟรีด honda freed 217054km

2018-12-14_04-02-50

หลักกิโลเมตรบนหน้าจอแสดงไว้ที่ 217054 ผมเอารถฮอนด้าฟรีดไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  ใช้น้ำมันเครื่อง ปตท รุ่น super synthetic 0w-30 ที่ซื้อแล้วแถมลำโพง jbl clip2 ซึ่งเป็นลำโพงบลูทูธหน้าตาดีและคุณภาพใช้ได้  ผมเคยใช้น้ำมันเครื่องรุ่นแถมลำโพง jbl go มาแล้ว 2 ครั้ง ได้ลำโพงมาใช้ 2 ตัว  มารอบนี้ก็ซื้อตุนไว้ ได้ลำโพงมาเล่นเพิ่มอีกตัว

2018-12-14_02-33-54

ใช้บริการอู่รถยนต์แถวบ้าน ใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม 350 บาท  ในนี้จะเป็นค่าแรง 200 บาท  เป็นค่าไส้กรองน้ำมันเครื่อง 150 บาท  เปลี่ยนแล้วก็สบายใจ  เพราะปกติขับรถเพลินๆไม่เคยสนใจเรื่องระยะทาง บางทีรู้ตัวอีกทีเลยระยะทางที่ต้องเปลี่ยนไปหลายพันกิโลเมตรเลย

IMG_4233

 

เปลี่ยนโช้ค honda freed 217000 กิโลเมตร

2018-12-14_02-01-28

ฮอนด้า ฟรีด ใช้งานมายาวนาน ระยะทางที่หน้าจอระบุ 217000 กิโลเมตร เพิ่งจะเปลี่ยนโช้ค จริงๆมันก็คงเสื่อมมานานแล้ว แต่ก็ทนใช้มาได้เรื่อยๆ อาจจะเพราะชิน อาจจะเพราะมัวแต่ขับไปโน่นนี่นั่นไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพรถสักเท่าไหร่ จนวันหนึ่งภรรยาบ่นว่าทำไมรถมันเด้งขนาดนี้ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า อ้อ มันน่าจะโช้คพังแล้ว

รถคันเก่าผมใช้ประมาณ 5 ปีก็เปลี่ยนโช้คทีนึง ส่วนคันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 9 มันควรจะพังมาสักหลายปีแล้วแต่ไม่ได้รู้ตัว เท่าที่สืบจากอินเทอเน็ต คนใช้ฟรีดนิยมจะอัพเกรดโช้คเป็นยี่ห้อ kayaba new sr ซึ่งราคาตลาดอยู่ที่ประมาณเกือบ 2หมื่นบาท แต่ผมเสียดายเงินไม่อยากจ่ายเยอะ และเป็นคนขับรถไม่เร็วด้วยเลยไม่คิดจะจ่ายระดับนั้น ไปถามราคาที่ศูนย์ ศูนย์ก็แจ้งราคามารวมค่าแรงกันแล้วเกือบสองหมื่นเหมือนกัน หน้ามืดแน่ๆเลย ก็เลยถอยก่อน เดี๋ยวหาของย่อมเยาใช้ดีกว่า

แล้วมีเพื่อนแนะนำร้านยางร้านช่วงล่างใกล้ๆที่ทำงานผม ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า รอบที่แล้วที่เปลี่ยนยางก็เปลี่ยนร้านนี้แหละ ราคาถูกดี และคุณภาพของก็ไม่ได้แย่ ก็เลยโทรคุยและแจ้งว่าอยากเปลี่ยนโช้ค รถฮอนด้าฟรีด อยากได้ของถูก เจ้าของร้านใจดีก็เลยแนะนำตัวนี้ให้ Valeo ค่าของรวมค่าแรงประมาณ 7พัน ก็เลยสั่งไปทางโทรศัพท์ว่า ตกลง เดี๋ยวเข้าไปเปลี่ยน

2018-12-14_02-44-50

อีกครึ่งชั่วโมงผมก็อยู่ที่ร้าน ส่งรถเสร็จก็ซื้อกาแฟสดแก้วนึงแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ค่าใช้บริการ grabcar เรียกรถจากร้านกลับมาโรงพิมพ์ ค่ารถ 80 ได้ส่วนลดโปรโมชั่น 50 บาท จ่ายเอง 30 บาท และอีก 2 ชั่วโมงก็เสร็จ ใช้ grabcar อีกรอบ จ่ายเอง 30 บาท ถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปอีกนะสำหรับการนั่งใกล้ๆ และได้รถใหม่ ได้คนขับสุภาพ

รถเก่า 9 ปี กับโช้คใหม่ทั้ง 4 ต้น ความรู้สึกคือ นิ่มดี นุ่มนวล รถวิ่งผ่านลูกระนาดก็ไม่สะเทือนมาก เนินหลังเต่าในซอยก็ไม่สะท้านเหมือนเดิมแล้ว ขึ้น ลง ยุบแล้วหยุด ใช้ได้เลย มีความรู้สึกว่ารถลอยอยู่เหนือพื้น ไม่ได้กลิ้งลากไปกับพื้นถนนแบบเดิม ความนุ่มราบเรียบคล้ายกับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องที่มีระบบกันสั่น มันสมู๊ทไม่กระโตกกระตากแบบกล้องเก่าๆ ผมยังไม่รู้ว่า Valeo รุ่นที่ร้านเลือกให้เป็นโช้คตรงรุ่นสำหรับฟรีดไหม เพราะพยายามหาข้อมูลก็ไม่พบเลยว่ามันเคยขายให้ฟรีดคันไหน แต่ก็คิดว่ามันคงพอใช้ได้แหละ เลยลองเสี่ยงเปลี่ยนดู เพราะนิสัยการขับรถของผมถือว่าเป็นคนขับรถช้า ขับรถไปหัวหินจากย่านฝั่งธนผมใช้เวลา 2.5-3 ชั่วโมง รถติดบ้าง รถวิ่งช้าบ้าง ไม่แซงบ้าเลือด เหมือนสมัยอายุ 25 ที่ตอนนั้นใช้เวลาในเส้นทางเดิมแค่ 90 นาทีก็ถึง

ไปรับรถที่ทำเสร็จ จ่ายเงินด้วยมือถือส่อง qr code ของร้าน สังคมไร้เงินสดพร้อมแล้วสำหรับคนไทย ธนาคารเดินเท้าเข้าไปวาง qr code ให้ร้านค้า ร้านขายยาสามแห่งที่ผมเคยซื้อมี qr code สำหรับจ่ายเงินทั้งหมด

จัดแสงในรถเพื่อถ่ายภาพสินค้า

ผมมักจะต้องการถ่ายภาพสิ่งของหรือสินค้า หรือ ชิ้นงานบางอย่างอยู่บ่อยๆ  ถ้ามีเวลาก็จะใช้กล้องและชุดไฟและเต๊นท์ถ่ายภาพสินค้าเพื่อหวังผลให้ภาพสวยงามดังใจ  ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดของผมก็อยู่กระจัดกระจาย กล้องอยู่ในรถ  ไฟแฟลชใหญ่อยู่ที่บ้าน  กล่องหรือเต๊นท์ถ่ายภาพอยู่ที่บ้าน  หากผมอยู่ที่โรงพิมพ์หรือที่ทำงาน ผมก็จะไม่ได้ใช้ชุดไฟที่ใช้ประจำ

 

ผมมีไฟชุดเล็กที่ใช้แฟลช nikon sb26 เป็นแฟลชเพื่อใช้ถ่ายสินค้า  พร้อมด้วยอุปกรณ์ trigger หรือตัวส่งสัญญาณยิงแฟลชไร้สาย  ซึ่งแฟลชและทริกเกอร์ผมก็พกติดอยู่ในกระเป๋ากล้อง ส่วนกล้องก็ติดเลนส์มาโครไว้แล้ว กล้องผมใช้ eos 6d เลนส์มาโครใช้ macro 100f2.8

 

ด้วยความอยากจะรีบถ่ายของชิ้นหนึ่งแล้วไม่อยากรอกลับบ้าน  ก็เลยจัดวาง จัดแสงในรถเสียเลย

 

20181124171630_IMG_0221

 

รถฮอนด้าฟรีด เปิดท้ายรถออกมาจะเป็นช่องว่างขนาดใหญ่  เบาะหลังแถว3 หากพับที่พิงให้ราบไปกับเบาะนั่งก็จะได้ที่วางราวกับเป็นโต๊ะทำงาน  ผมเอากระเป๋ากล้องขนาดใหญ่ที่ผมซื้อเอาไว้ขนอุปกรณ์ถ่ายภาพวางบนเบาะ  เพื่อใช้วางสินค้าที่จะถ่าย  ส่วนแสงแฟลชผมก็ติดทริกเกอร์ไร้สาย  ตัวส่งสัญญาณติดอยู่บนกล้อง eos 6d ตัวรับสัญญาณเอาไปติดที่ sb26 แล้วก็หันหน้าแฟลชให้ยิงแสงขึ้นเพดานรถ ตั้งใจจะใช้แสงแฟลชสะท้อนกับเพดานรถสีเทา แล้วสะท้อนลงมายังของที่ต้องการถ่ายภาพ

20181124171622_IMG_0220

 

เลนส์มาโครตั้งค่า f เอาไว้ที่ประมณ f8 – f11 ความไวของกล้องตั้งไว้ที่ iso 800  ส่วนกำลังไฟของแฟลชผมตั้งไว้ที่ 1/4 ด้วยเหตุผลว่า ผมไม่อยากให้แฟลชยิงเต็มกำลัง  เพราะถ้าแฟลชยิงเต็มกำลังไฟจะหมดเกลี้ยง แล้วต้องรอเวลาหลายวินาทีกว่าที่แฟลชจะสะสมกำลังไฟขึ้นมาใหม่เพื่อยิงแสง  การยิงแสงแฟลชที่ 1/4 ของกำลังสูงสุด ทำให้เราสามารถยิงแฟลชต่อเนื่องได้ 4 ครั้งก่อนที่ไฟจะหมดแล้วต้องสะสมขึ้นมาใหม่  มันทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น  เพราะการถ่ายภาพสินค้าบางครั้งเราก็ถ่ายภาพติดต่อกันหลายครั้ง  ถ้าการถ่ายทุกครั้งต้องรอแฟลชสะสมไฟหลายวินาทีก็จะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก

 

การถ่ายวัตถุสีดำบนพื้นดำเป็นสิ่งที่เราจะคาดคะเนค่าแสงได้ยากมาก  เพราะภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นโทนสีดำออกเทา  ถ้ารับแสงมากก็เป็นเทาอ่อน  ถ้ารับแสงน้อยก็เป็นเทาเข้มเกือบดำ  ภาพของดำบนฉากดำก็จะออกมาเป็นแนวลึกลับ หรือ low key ก็แล้วแต่จะเรียก  ตอนเลือกค่าแสง ผมตัดสินใจใช้กระดาษขาวรองไว้ใต้สินค้า เพื่อให้ปรับรูรับแสงให้ได้ค่าแสงที่เหมาะสมจริงๆ  เพราะถ้าเราถ่ายภาพส่วนสีขาวให้ขาวเพียงพอแต่ยังไม่ล้นไปทางขาวโพลน  สิ่งของสีดำก็จะได้สีดำที่พอดี

 

20181124164519_IMG_0206

 

เมื่อได้ค่าแสงที่ต้องการแล้วก็เอากระดาษขาวรองพื้นออก ปล่อยให้สินค้าวางอยู่บนพื้นผิวกระเป๋าสีดำ แล้วก็เริ่มถ่ายภาพด้วยองค์ประกอบที่ต้องการ  ซึ่งโจทย์การถ่ายของผมในวันนี้คือไม่มีโจทย์  ขอให้เลือกค่าแสงแฟลชที่ให้แสงโดนวัตถุสีดำแล้ววัตถุยังดูเป็นสีดำอยู่  สุดท้ายก้ได้ผลงานออกมา

20181124171606_IMG_0219

สินค้าในโพสท์นี้ก็คือ หูฟังบลูทูธสำหรับการฟังเพลงและคุยโทรศัพท์ Xiao mi

หลอดไฟท้ายรถยนต์ LED ข้างถนนไม่ทนเลย

IMG_20180804_154132

ภาพหลอด LED ที่เสีย และถอดออกมาทิ้ง  ถ่ายวันที่ 4aug2018

นี่เป็นหลอดไฟท้ายทำหน้าที่ให้แสงสว่างตอนเปิดไฟรถยนต์เมื่อวิ่งกลางคืน และทำหน้าที่ไฟเบรกด้วยเมื่อเหยียบเบรค  หลอดดวงนี้ในรถฮอนด้าฟรีดของผมขาดบ่อย สักหกเดือนก็ขาดแล้ว  ช่างที่ศูนย์บริการบอกว่า โคมไฟท้ายรถผมมันมีน้ำเข้า ทำให้หลอดไฟเสียเร็ว  ต้องเปลี่ยนโคมไฟท้ายรถ

โคมไฟท้ายรถก็คือของฮอนด้านั่นแหละ  โคมรั่วเป็นทุกคัน  ช่างบอกมา  ผมได้แต่ด่าอยู่ในใจว่า ผมไม่ได้อยากได้โคมรั่ว ผมซื้อรถเอารถสภาพใหม่ ของดี  แต่ทำไมฮอนด้าทำโคมรั่วทุกคันให้กับลูกค้าล่ะ  เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบแน่นอน

เปลี่ยนไฟท้ายฟรีด

ภาพไฟท้ายที่มีรอยแตกอยู่ด้านใน คาดว่าเป็นจุดที่ทำให้น้ำเข้าโคม ภาพนี้ถ่ายวันที่เปลี่ยนเป็นหลอด LED คือวันที่ 9jul2018

ก็เลยลองซื้อหลอดไฟจากร้านอื่นๆดู  คิดว่าหลอด  LED น่าจะทนกว่าหลอดระบบเดิม หลอด LED ขั้ว T20 ตัวนี้ได้มากจากร้านขายของแต่งรถในห้าง  ผมซื้อมาคู่ละ 490 บาท ซึ่งแพงกว่าของศูนย์มาก  และมันก็ทำงานได้ดี  แต่ดีแค่ไม่กี่วันแล้วมันก็พัง  เป็นบทเรียนที่จำแม่นเลยว่า ของข้างถนนไม่ทน สู้ของศูนย์ที่เป็นหลอดระบบเก่าก็ไม่ได้

หลอด LED ขั้ว T20 ซื้อข้างถนน ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ ซื้อเปลี่ยนวันที่ 9jul2018 และถอดทิ้งวันที่ 4aug2018 ซึ่งมันเสียเปิดไม่ติดก่อนจะถอดไปหลายวันด้วยนะ  สรุปคืออายุการใช้งานประมาณ 25 วัน  ไม่ถึงเดือนพังแล้ว กำลังจะกลับไปใช้ของศูนย์สเป็คโบราณที่มันทนทานกว่ากันมากและราคาถูกกว่ามากด้วยนะครับ honda freed รถดีที่ไฟท้ายห่วย  แต่เราก็ทนใช้ได้เพราะรถมันยังคงน่าใช้

IMG_20180813_173013

หลอดใสๆในภาพบนนี้ด้านขวา 2 หลอด คือหลอด T20 ที่เป็นหลอดไส้ เป็นหลอดโบราณที่ใช้ในรถฮอนด้าฟรีด  หลอดชนิดนี้ยังมีผลิตขายอยู่  และผมก็กลับมาใช้หลอดแบบเดิม เลิกใช้ LED ในฟรีดไปแล้ว  ด้วยเหตุผลเรื่องความทนทาน

การแกะโคมไฟฮอนด้าฟรีด สามารถใช้ไขควงสี่แฉกหมุนน็อตแล้วดึงโคมออกมาเพื่อเปลี่ยนหลอดไฟได้  แต่น็อตที่อยู่กับรถของผมหัวแฉกมันเยินมาก  เข้าใจว่าโดนหมุนแรงๆ โดนหมุนแน่นๆมาก่อน  สี่แฉกมันใช้งานไม่ได้แล้ว  ก็เลยต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นแท่งสามเหลี่ยมหรือตัว  Y มันจะมีวงแหวนล้อมน็อตเอาไว้ทำให้หมุนได้

IMG_20180813_174713

เจ้าเหล็กตัว Y นี้จะมีวงแหวน 3 ระดับ  ระดับที่ใช้กับโคมไฟฮอนด้าฟรีดคือเบอร์ 8  ผมซื้อที่ตลาดนัดอันละ 20 บาท  ส่วนหลอดไฟโบราณ ขา T20 ผมซื้อหลอดละ 60 บาท ร้านอะไหล่ริมถนนทั่วไป  ไม่ได้ซื้อในศูนย์  แต่ราคาในศูนย์ก็ไม่เลวร้ายนะครับ  ใครหาร้านข้างทางไม่ได้ก็แวะศูนย์ไปเถอะ

ซื้อ T20 ได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/AUa1YMgPy6

ส่วนเรื่องน้ำเข้าโคมก็มีหลายท่านในกลุ่มผู้ใช้ฟรีดพบปัญหานี้  เรียกได้ว่าฟรีดแท้ต้องน้ำเข้าโคมทุกคัน มีทางออกที่มีคนแนะนำไว้คือ เจาะรูด้านล่างโคมให้น้ำไหลออก  ผมเห็นด้วยกับไอเดียนี้  น้ำเข้าก็ต้องมีทางให้ออก จะได้ไม่ขังไม่ชื้นข้างใน  เดี๋ยวถ้าได้รื้อเปลี่ยนหลอดไฟอีกครั้งจะเจาะบ้างแล้ว