รีวิว Dac Amp S.M.S.L R1

IMG_7807

การฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คและยิ่งมีการส่งหนังและเพลงด้วยระบบสตรีมมาทางอินเทอเน็ตยิ่งทำให้การใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อเสพสื่อบันเทิงต่างๆเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก หูฟังได้รับความนิยมมาก่อนเพื่อนเพื่ออัพเกรดเสียง และอุปกรณ์ชิ้นถัดมาที่ได้รับการซื้อมาอัพเกรดคุณภาพเสียงก็จะเป็น Dac ซึ่งบางครั้งก็เป็น Dac-Amp ที่เป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกและอาจจะมีการเพิ่มภาคขยายเสียงสำหรับหูฟังมาด้วย

IMG_7809

SMSL R1 เป็น Dac-Amp ในกลุ่มเครื่องเสียงตั้งโต๊ะขนาดกระทัดรัด ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้รู้สึกเหมือนจะออกแบบให้พกพาติดกระเป๋าไปด้วย หน้าตาเครื่องแปลงสัญญาณเสียงตัวนี้มาในแนวเหลี่ยมบึกบึนดูแข็งแรง ปุ่มกดและปุ่มหมุนรวมถึงปุ่มเลื่อนแบบสไลด์ก็ทำมาอย่างประณีต ให้สัมผัสที่รู้สึกแพง ด้านหน้าจะมีไฟแสดงสถานะระดับเสียงของสัญญาณเพลง เป็นไฟวิ่งขึ้นลงดูคลาสิคมาก มีไฟสถานะเป็นจุดแสดงสถานะของ EQ ที่เลือกใช้ 4 ระดับ มีไฟสถานะของ input 3 ตำแหน่ง มีแถบเลื่อนปรับระดับเสียงไมโครโฟน มีแถบเลื่อนปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมแยกกัน มีปุ่มกด 2 ปุ่มด้านหน้า เป็นปุ่มเลือก EQ และปุ่มเลือก input และมีวอลลุ่มขนาดใหญ่วางเด่นอยู่ด้านขวาล่าง น้ำหนักการหมุนเบามือมาก

IMG_7808

ด้นบนของตัวเครื่องจะเป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณขาเข้าหรือ input 3 ชนิด ได้แก่
1 ช่อง usb-c
2 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบแสง หรือ optical ขั้วต่อแบบ Toslink
3 ช่องดิจิทัลขาเข้าแบบ Coaxcial

และยังมีช่องสัญญาณขาออกเป็น RCA ที่เป็น Pre-out 1 คู่ และมีช่อง usb-c ที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับไฟเลี้ยงแต่เพียงอย่างเดียวแยกมาอีก 1 ช่องด้วย

ด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 2 ชนิด ช่องแรกเป็นแบบสเตอริโอ 3.5มม. และช่องที่2เป็นแบบ 4.4มม. สำหรับเสียบหูฟังชนิดบาลานซ์ มีช่องเสียบไมค์ 1 ช่องแบบ 3.5มม. ในกล่องจะมีสาย usb-c แถมมาให้ 1 เส้น และมีสาย y รวมสัญญาณไมค์3.5มม.และหูฟัง3.5มม. เป็นช่องชนิด 3.5มม.แบบ TRRS อีก 1 เส้น เพื่อใช้กับหูฟังพร้อมไมค์ที่แจ็คเสียบเป็นแบบ 3 ขีด

สเป็คทางไฟฟ้า

Product typeDAC and headphone amplifier
DACES9018K2M
USB interfaceXMOS XU316
Inputs1x USB-C
1x Toslink optical
1x Coaxial
Outputs1x 3.5mm single-ended headphone jack output
1x 4.4mm balanced jack output
1x RCA line output
Other connectors3.5mm Microphone Jack
Supported sample ratesPCM 32bit 768kHz, DSD512
Line output level1.5Vrms
THD+N (non-weighted)0.009% (-80dB)
Dynamic range (non-weighted)98dB
SNR (non-weighted)98dB
Channel separation95dB
Headphone impedance32 ohms
Headphone output power120mW @ 32 ohms
Bass and treble adjustment-9dB/+9dB

สเป็คทางไฟฟ้าบอกให้เรารู้เป็นแนวทางว่าแอมป์หูฟังใน R1 นี้มีพละกำลังประมาณระดับกลาง สามารถใช้กับหูฟังทั่วไปได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียงเบา เรื่องความเพี้ยนหรืออัตราส่วนสัญญาณรบกวนค่อนข้างต่ำกว่าความเป็น Hi-res คือเหมือนเป็นสเป็คความเพี้ยนของเครื่องเล่นซีดีทั่วไปทั้งที่ตัว Dac แปลงสัญญาณมีความสามารถสูง มีความเพี้ยนต่ำมาก และมีวงจรลด jitter ในชิพ Dac เสียด้วยซ้ำ ให้เดาตรงนี้ก็จะเดาว่าภาค Pre-out อาจจะมีคุณภาพสูง แต่ภาคขยายเสียงหูฟังอาจจะใช้อุปกรณ์และวงจรเกรดธรรมดา เพราะราคาขายของ R1 ทั้งตัวถือว่าไม่แพงเลย แต่อย่างไรก็ควรจะต้องทดลองฟังจริงๆและลองฟังในระยะเวลาที่ยาวนานสักหน่อย

ฟังชั่นการเลือกปรับ EQ เป็นลูกเล่นที่น่าใช้งาน EQ1 ตำแหน่งแรกน่าจะเป็นแบบ flat ส่วนตำแหน่งที่ 2 3 4 ก็จะเพิ่มเบส เพิ่มแหลมไปอีกเล็กน้อย เสียงจะหนาขึ้น ใสขึ้นอีกทีละนิดตามลำดับ ส่วนสไลด์ปรับทุ้มแหลมก็มีการยกเสียงแหลมที่ไม่มากเกินไป ทำให้เสียงร้องมีประกายมากขึ้น ปรับแล้วเสียงโทนสูงมีความชัดเจนขึ้น ส่วนสไลด์ที่ปรับเสียงทุ้มก็ทำให้เสียงมีความฉ่ำหนามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เน้นปริมาณมากเกินไป เราเลือกปรับเพื่อให้ถูกใจได้หากใช้ฟังเพลงที่บันทึกมาไม่สมบูรณ์

อุปกรณ์ร่วมทดสอบ

เครื่องคอมพิวเตอร์ Handheld pc Msi Claw

Usb-C Hub

หูฟัง AKG K701 และ Hifiman He400se

สาย usb-c ใช้สายแถมมาในกล่อง

คุณภาพเสียง

R1 ให้เสียงที่คมชัด พื้นหลังสงัดตามสไตล์เครื่องเสียงที่ออกแบบระบบไฟฟ้ามาดี ใช้กับหูฟังความไวปานกลางก็ยังไม่ได้ยินเสียงรบกวนหรือ noise floor ยิ่งหากใช้กับหูฟังที่ความไวต่ำก็จะยิ่งให้เสียงสงัดมากขึ้น หูฟังอย่าง AKG K701 เป็นหูฟังที่ความไวต่ำ เสียบตรงที่ช่องหูฟัง 3.5mm ก็ให้ความสงัดไร้เสียงรบกวนเลย แต่ K701 ต้องการภาคขยายที่มีพละกำลังสูงเพื่อผลักด้นไดรเวอร์จะรู้สึกว่ากำลังขับของภาคแอมป์หูฟังน้อยไปหน่อย

เสียงเพลงที่ใช้ทดลองฟังเป็นประจำค่อยๆเปิดไล่ทีละเพลง สัมผัสได้ว่า เสียงกลางยังไม่เปิดมากเท่ากับแอมป์หูฟังที่ทำใช้เอง เพราะว่ากำลังขับของแอมป์ DIY นั้นสูงกว่า R1 จะต้องอาศัยการเลื่อนสไลด์ปรับเสียงแหลมให้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงจะได้คุณภาพเสียงที่พอใจ เสียงสูงจะมีประกาย มีความสดใสมากขึ้น แต่หากเราไม่อยากเลื่อนแถบสไลด์ เราอาจจะใช้วิธีปรับปุ่ม EQ ก็ได้ ปุ่มกดที่เลือกใช้ EQ ที่สองก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมี Loundness เพิ่มเสียงทุ้มและแหลมเล็กน้อย เท่านี้เสียงย่านสูงก็น่าฟังแล้ว

EQ ตำแหน่งที่ 1 คาดว่าจะเป็นเสียง flat ส่วน EQ ตำแหน่งที่2 จะเพิ่มเบสและแหลมเล็กน้อย ตำแหน่งนี้ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้กับ AKG K701 ได้ดี โดยเฉพาะตอนฟังเพลงในระดับเสียงเบาๆเพื่อให้ไม่รบกวนสมาธิการทำงานอื่นๆหน้าคอมพิวเตอร์ แต่หากมีนิสัยฟังเพลงเสียงดัง การเพิ่ม EQ ตำแหน่ง2 อาจจะรู้สึกว่าเพิ่มเสียงเบสเยอะเกินไป ตอนฟังที่ระดับเสียงดังจึงเลือกกลับไปเป็น EQ ตำแหน่ง1

พอลองกับหูฟัง Hifiman he400se รู้สึกว่าเบสมีเยอะพอตัวอยู่แล้ว ฟังเสียงแบบ flat บนเครื่อง R1 คือให้เสียงที่พอดีเลย แต่เสียงกลางจาก K701 จะเด่นกว่า

พบว่ามีเสียงแปลกปลอมบางอย่างหลุดเข้าไปเป็นเสียงซิกๆ นานๆครั้งจะเป็นสักที บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นเสียงpop หรืออาจจะเรียกว่าเสียงสัญญาณรบกวนที่ดังขึ้นมาแบบแรนด้อม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ก็คิดไปก่อนว่าอาจจะเป็นที่วิธีการต่อที่ผมต่อ R1 ไว้บน usb-hub เพราะเครื่องเล่นเกมส์ handheld มีพอร์ตให้เชื่อมต่อจำกัดเพียง usb-c ช่องเดียว ก็เลยต้องใช้ hub มาต่อที่ช่องนี้ แล้วแปลงเป็นพอร์ต usb-A หลายพอร์ต เพื่อใช้พอร์ตไปต่อกับ อุปกรณ์อย่างเม้าส์ ซาวด์การ์ด คีย์บอร์ด และ external hd ซึ่งตัวฮาร์ดดิสก์แบบเสียบปลั๊กก็จะมี hub อยู่ในตัวอีก 2 ช่อง เลยเอา R1 ไปต่อที่ช่อง usb-c บน external

ทดลองถอดสาย usb ไปเสียบที่ Hub ที่ต่อตรงกับคอมฯ ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ยังคงมีเสียงรบกวนออกมาแบบนานๆที แต่รู้สึกว่าน้อยลง อาการเสียงป๊อปหรือปุดผมเดาว่าจะเป็นที่ภาครับ usb ของ SMSL R1 จะไม่ค่อยดี หรือไม่ก็สายไม่ดี ถ้าเป็นเรื่องของฝั่งฮาร์ดแวร์เหมือนตัวรับจะเรียงสัญญาณดิจิทัลไม่เนียน อาจจะมีการแปลงค่าที่ไม่ลงตัวแล้วมีการปัดเศษ ทำให้มีเสียงรบกวนหลุดออกมา อย่างเช่น ระบบปฏิบัติการวินโดส์ที่มักจะมีค่า Sampling Rate ที่ระดับ 48KHz เป็นค่าเริ่มต้น แต่กับไฟล์เพลงดิจิทัลที่ Rip ออกมาจากแผ่นซีดี รวมถึงไฟล์ Mp3 ก็มักจะมีค่า Sampling rate เป็นค่า 44.1 KHz ซึ่งตัวเลขที่ต่างกันทำให้ตัวคอมพิวเตอร์จะต้องมีการแปลงค่าดิจิทัลก่อนนำไปส่งต่อภาคแปลงสัญญาณภายนอก และภาคแปลงสัญญาณที่มารับช่วงผมก็หาข้อมูลไม่ได้ว่าตัวเครื่องมันรับสัญญาณเป็น native ด้วย sampling rate เท่าใด การรับส่งที่ไม่พอดีกันก็จะมีปัญหาเสียงรบกวนผลุบโผล่ได้

ทดลองใช้ช่อง Pre-out ไปต่อกับแอมป์หูฟังโดยตรง เลิกใช้แอมป์ในตัว R1 ก็พบกว่าสัญญาณ pop น้อยลง ไมได้มาถี่ๆเหมือนเดิม อาจะเป็นที่ระบบกราวน์ของเครื่องคอมฯและ R1 มีปัญหาก็ได้ และที่ยังสงสัยอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ยังไม่ได้ทดลองช่อง Digital input เพราะยังหาเครื่องเล่นที่ปล่อยสัญญาณเสียงดิจิทัลมาร่วมทดสอบไม่ได้

สรุป อย่าซื้อ สัญญาณรบกวนที่ผลุบโผล่ส่งเสียงให้ได้ยินเหมือนสัญญาณช็อตเล็กๆน้อยๆ นานๆมาที แต่มาเรื่อยๆ เราไม่สามารถฟังเพลงได้อย่างสบายใจตลอดเพลงเลย ยิ่งใช้ฟังกับเพลงออดิโอไฟล์ที่โน้ตเสียงปกคลุมยาวๆต่อเนื่องมันสะดุดแล้วรู้สึกทันที มันเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาดีแต่คุณภาพไม่ผ่าน ถ้ามีการแก้ไขเฟิร์มแวร์ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้

พิมพ์ป้ายสำหรับร้อยกับสินค้า

ลูกค้าโรงพิมพ์ต้องการจะทำของชิ้นหนึ่งเป็นสินค้าที่ระลึก และออกแบบให้มีป้ายกระดาษเนื้อสวยชิ้นเล็กๆ เจาะรู ร้อยเชือกแล้วติดไว้กับสินค้า ก็เลยนำอาร์ตเวิร์คมาพิมพ์กับกระดาษเนื้อดี เป็นงานชิ้นเล็ก ผลิตจำนวนไม่มาก จะใช้กระดาษราคาสูงหน่อยก็ไม่ได้รู้สึกเปลืองมาก และเมื่องานเสร็จก็ดูดีน่าจับต้อง

IMG_0373

กระดาษชิ้นนี้ใช้กระดาษเนื้อหนา ในทางโรงพิมพ์เราจะเรียกกระดาษเนื้อฟู กระดาษมี texture หรือผิวสัมผัสเป็นลักษณะเนื้อสากแต่ละเอียด ไม่ใช่ของคุณภาพต่ำ มีบางคนนำกระดาษตัวนี้ไปใช้กับงานวาดรูปสีน้ำ ส่วนงานพิมพ์ครั้งนี้ใช้วิธีพิมพ์ระบบดิจิทัล ลักษณะเด่นของงานพิมพ์ดิจิทัลในโรงพิมพ์ก็คือ ตัวงานจะพิมพ์แล้วไม่ต้องรอแห้ง เพราะหมึกระบบดิจิทัลแบบของเราจะแห้งตัวด้วยความร้อน เมื่อกระดาษไหลออกจากเครื่องคือแห้งสนิท และ
โดนน้ำก็ไม่เป็นไร หากเอาไปแช่น้ำหมึกก็จะไม่ละลาย เราจะไม่ต้องเคลือบผิวกระดาษด้วยแผ่นฟิล์มแบบเครื่องพิมพ์อิงค์เจ๊ท ทำให้เราสามารถโชว์เนื้อกระดาษได้

1663169772534

เจ้าของไอเดียนำไปติดกับผ้าชิ้นหนึ่งที่สวยมาก และจะใช้งานโดยการแจกเป็นของที่ระลึกให้กับลูกค้าของบริษัท กระดาษสวย ของสวย ถ่ายภาพสวย ทุกอย่างก็ลงตัว สร้างความรู้สึกสวยงามให้กับคนเห็นทั้งผู้ให้และผู้รับ

1663169773801

ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้

“ดิจิทัลมาเก็ตติ้งคือความรู้ที่จำเป็นในยุคนี้”

ในอดีตเมื่อเรามีสินค้าที่ผลิตออกมา  เราก็จัดจำหน่ายด้วยการนำไปวางขายในร้านค้า  มีทั้งร้านค้าปลีก ค้าส่ง  ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า  และบางอุตสาหกรรมก็ขายส่งไปต่างประเทศ  บางคนก็ขายให้ตัวแทนจำหน่ายแล้วตัวแทนจำหน่ายก็ไปกระจายสินค้าสู่ห้าง สู่ร้านค้าที่ปลายทางอีกทอดหนึ่ง บางคนก็อาจจะต้องไปเช่าพื้นที่ในห้างเพื่อขายสินค้าของตัวเอง  เป็นที่มาของคำว่าเปิดร้าน  การเปิดร้านเราต้องเลือกทำเล  เลือกห้าง เลือกภาพลักษณ์ของห้างนั้นๆเพื่อทำการขายสินค้าของเรา

ยอดขายที่ดีมาจากการขายได้จำนวนมาก  การขายได้จำนวนมากมาจากคนซื้อรู้จักสินค้า  คนรู้จักสินค้าเพราะการโฆษณา  การโฆษณาสินค้าหรือแผนการตลาดจึงเป็นสิ่งที่กำหนดความอยู่รอดของธุรกิจ  เราจำเป็นต้องรู้ว่าเราจะโฆษณาอะไร  ไปสู่ลูกค้าคนไหน  ด้วยวิธีการหรือด้วยสื่อในช่องทางใด  

หากคุณเปิดร้านอาหาร  นอกจากการตั้งร้านตกแต่งให้สวยงามเรียบร้อยแล้ว  สิ่งที่ต้องทำลำดับถัดไปก็คือ บอกคนในพื้นที่รอบร้านอาหารว่ามีร้านนี้เปิดบริการอยู่ ในยุคก่อนจะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ค การบอกคนในพื้นที่จะทำผ่านใบปลิว  บ้างก็โฆษณาทางวิทยุ  ออกโทรทัศน์  ซื้อหน้าโฆษณาในนิตยสารและหนังสือพิมพ์   การทำใบปลิวถ้าไม่แจกด้วยตัวเองก็ต้องจ้างคนไปแจก  จ้างคนไปหย่อนใบปลิวหน้าบ้าน  หย่อนตู้ไปรษณีย์ของแต่ละบ้าน  นั่นคือการทำมาเก็ตติ้งแบบออฟไลน์ มีต้นทุนการทำสื่อ  มีต้นทุนการซื้อเวลาของสถานีวิทยุและโทรทัศน์  และมีต้นทุนในการกระจายสื่อให้ทั่วถึง

สินค้าแบบเดียวกัน หรือถ้าเป็นร้านอาหารแบบเดียวกันแล้วจะโฆษณาในยุคอินเทอเน็ตแบบปัจจุบัน นอกจากวิธีเก่าแบบออฟไลน์แล้ว เรายังมีทางเลือกอื่นที่ทรงประสิทธิภาพ  อย่างวิธีการเปิดเว็บไซต์  เปิดเพจในโซเชียลมีเดีย  เพราะผู้คนยุคปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนติดตัว ทุกคนเข้าสู่อินเทอเน็ตได้ตลอดเวลา  และทุกคนเป็นสมาชิกโซเชียลเน็ตเวิร์คบางตัวอยู่แล้ว  เราก็แค่เอาร้านของเราไปเปิดตัวในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กลุ่มเป้าหมายเราเล่นอยู่ แล้วก็ซื้อโฆษณาในโซเชียลเน็ตเวิร์ค  กลุ่มเป้าหมายของเราก็จะได้รับรู้ข้อมูลของร้านอาหารของเรา เห็นภาพ เห็นสิ่งที่เราอยากนำเสนอ  และเราเลือกได้ว่าจะเข้าถึงลูกค้าแบบไหน ชายหรือหญิง ช่วงอายุเท่าใด  มีกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหนก็เลือกได้ และสามารถเปลี่ยนภาพโฆษณาให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายที่จะมองเห็นภาพเห็นโปรโมชั่นแตกต่างกันได้ นี่คือความสามารถของการตลาดในยุคอินเทอเน็ตที่ทำได้มากขึ้นละเอียดขึ้น ประหยัดเวลากว่าแบบเก่า  ประหยัดแรงกว่า เราเรียกการตลาดที่เราทำบนอินเทอเน็ตว่า ดิจิทัลมาเก็ตติ้ง

ความทรงพลังของดิจิทัลมาเก็ตติ้งยังมีมาในรูปแบบความเร็ว ความง่ายในการสื่อสาร  เราสามารถเพิ่มช่องทางการสอบถามความพึงพอใจเพื่อนำมาปรับปรุงบริการหรือปรับปรุงสินค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น  การร้องเรียนของลูกค้าผ่านระบบอินเทอเน็ตจะทำให้เราสามารถรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถลงมือแก้ปัญหาได้เร็ว  ทำให้ลดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสินค้าได้  บริษัทยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำได้  ทำให้ผู้ประกอบการบางคนแทบจะหันหลังให้การตลาดแบบออฟไลน์หรือแบบดั้งเดิม  บางคนเลิกพิมพ์ใบปลิว  เลิกเดินแจกใบปลิวไปแล้ว  เพราะดิจิทัลมาเก็ตติ้งเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าในต้นทุนการตลาดที่ต่ำกว่า  การเรียนรู้และใช้งานดิจิทัลมาเก็ตติ้งจึงเป็นทางเลือกที่ต้องเลือกในปัจจุบัน 

การทำการตลาดที่แท้จริงก็จะหมายถึงการใช้เครื่องมือทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่เรามีเพื่อทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเรานั่นเอง  บริษัทของเราควรจะมีแผนพัฒนาทั้งสินค้าและพัฒนาคนตลอดเวลา  การพัฒนาคนจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน  ถ้าธุรกิจของเราเป็นการทำงานแบบยุคเก่า  ไม่ยอมใช้เครื่องมือของดิจิทัลมาเก็ตติ้งในการทำตลาดเลยเราจะสูญเสียตลาดให้คู่แข่ง  เพราะคู่แข่งที่เกิดใหม่ทั้งหมดจะเข้าสู่ตลาดพร้อมเทคโนโลยี  คู่แข่งเก่าที่ปรับตัวพัฒนาตัวเองก็จะเก่งยิ่งกว่าเดิม  สื่อการตลาดชิ้นเดียวกันสามารถใช้เทคโนโลยีส่งโปรโมชั่นให้ว่าที่ลูกค้าได้นับล้านคนทั่วโลกพร้อมกัน  ซึ่งหากเราไม่รู้จักเครื่องมือ  ใช้ไม่เป็น สุดท้ายความไม่รู้จะเป็นปัญหา  และเราจะสูญเสียยอดขายที่ควรเป็นของเรา  หากเราละเลยไม่เรียนรู้เกี่ยวกับดิจิทัลมาเก็ตติ้งในวันนี้  วันข้างหน้าเราก็จะถูกบังคับให้เรียนรู้เพื่อให้ทันคู่แข่งอยู่ดี  แต่เมื่อวันนั้นมาถึงก็เท่ากับตลาดและคู่แข่งเริ่มทิ้งเราไปหลายก้าวแล้ว

ในเรื่องการทำตลาดด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีประเด็นหลายอย่างที่ต้องคิดและวางแผนให้รอบคอบ  บางบริษัทลงทุนโฆษณาทางเฟสบุ๊คมายาวนาน แล้วก็ทำยอดขายได้เรื่อยๆจนวางใจ  วันหนึ่งเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพจโดนปิด  โดนขโมย  หรือ หายไปเฉยๆ  สิ่งที่ลงทุนไว้  หรือกลุ่มเป้าหมายที่เรายิงโฆษณาไปถึงพวกเขาเกิดสูญหาย  การเชื่อมโยงกับผู้คนในเพจหายไปหมดเลย   ข้อมูลการติดต่อ การขาย การส่งสินค้า ข้อมูลลูกค้าควรจะนำมาเก็บในช่องทางอื่นแบบออฟไลน์ด้วย  จะเก็บในรูปแบบไฟล์  บันทึกชื่อที่อยู่เบอร์โทรลูกค้าไว้ในไฟล์เอกสาร excel ก็ได้  เรื่องเหล่านี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอ  เพราะเหตุการณ์เพจโดนแฮ้คเกิดขึ้นตลอดเวลาทั่วโลก   และนอกจากแพลตฟอร์มอย่างเฟสบุ๊คแล้ว  โลกเราก็ยังมีอีกหลายแพลตฟอร์มให้เราเข้าไปทำตลาด  เราควรเข้าไปทุกแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ในนั้น  ทั้ง ไลน์  ทวิตเตอร์ ติ๊กต๊อก และอื่นๆ  เหมือนกับคำที่เคยมีคนบอกว่า อย่าเก็บไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว  เราจึงควรทำตลาดดิจิทัลมาเก็ตติ้งในช่องทางที่หลากหลาย ทำในแพลตฟอร์มทั้งหมดที่ลูกค้าของเราอยู่ในนั้น

จากการเปิดบริษัทสอนทำดิจิทัลมาเก็ตติ้งมาหลายปี ผู้สอนยังรับจ้างทำการตลาดออนไลน์ให้ด้วย  เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่สอนในหลักสูตรเป็นสิ่งที่นำมาทำจริงแล้วได้ผล  เพราะการลงมือยิงโฆษณาทำให้รู้ว่าต้องปรับปรุงความรู้ที่สอนในแง่ใดบ้าง  ต้องเพิ่มความทันสมัยของหลักสูตรทุกครั้งที่เปิดกลุ่มการสอนใหม่ตลอดเวลา  เพราะทุกแพลตฟอร์มก็ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลานั่นเอง

นอกจากบริษัทเอกชนที่มองเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ดิจิทัลมาเก็ตติ้งแล้ว  เป็นเรื่องน่ายินดีที่มหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับปรุงหลักสูตรด้านมาเก็ตติ้ง  มีการเชิญไปสอนในหลักสูตร ปริญญาตรี และปริญญาโท  ส่วนของหน่วยงานราชการอย่างกระทรวงพาณิชย์ก็เชิญไปสอนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอยู่หลายครั้งต่อปี  ความรู้เรื่องดิจิทัลมาเก็ตติ้งกำลังจะเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มผลประกอบการของภาคธุรกิจ  เริ่มเรียนรู้วันนี้เพื่อให้พรุ่งนี้เรายังอยู่ในธุรกิจของเราต่อไป

ข้อมูลโดย
James 062 394 9265
https://www.facebook.com/GoldfingerDigital

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลอยู่ๆก็รวน สีซีดกระทันหัน

เครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่ใช้งานอยู่เป็นเครื่องพิมพ์ที่ผมใช้งานมาหลายปีแล้ว และปีนี้มันก็แก่มากแล้ว ทางผู้ให้บริการก็แจ้งว่า จะหยุดการให้บริการเรื่องหมึกและซ่อมบำรุงในปีนี้(พศ2563) ซึ่งมันก็สมควรแก่เวลา เพราะนับๆดู เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ก็ทำงานมานับสิบปี ชิ้นส่วนต่างๆก็เริ่มแตกหัก ต้องดัดแปลงหาอะไหล่ทดแทนกันเป็นบางชิ้น

อาการสีซีด fujixerox 50651028987_9ac2e18746_k blur

ภาพที่เห็นนี้คืออาการสีซีดกระทันหัน ด้านซ้ายคือใบแรกที่ออกจากเครื่องพิมพ์ ด้านขวาคือใบที่ 350 ซึ่งมีอาการสีซีดขั้นรุนแรง และเมื่อโทรเรียก call center เพื่อแจ้งปัญหา ก็ไปเจอคู่สายเต็ม พนักงานให้บริการท่านอื่นอยู่ เว้นช่วงโทรห่างกันครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้คุยกับช่างเลย สุดท้ายระบบตอบรับบอกให้ไปเข้าหน้าเว็บแล้วไป chat ในเว็บเลย ก็เลยไปแจ้งที่ช่องทางนั้นแทน อาการเสียเกิดขึ้นประมาณ 9.30 น. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที บริษัทถึงจะรับข้อมูลแจ้งได้เรียบร้อย และช่างโทรหาผมตอน 10.30น. บอกว่าจะเข้ามาถึงประมาณเที่ยง

2020-12-01_04-30-09

ช่างตรวจอยู่พักใหญ่ก็สรุปอาการได้ว่า มอเตอร์ตัวนึงที่อยู่ในระบบหมึกสีชมพูหรือmagenta เสีย ทำให้หมึกไม่ถูกลำเลียงลงไปยังตัวสร้างภาพ สีก็เลยซีดแบบทันทีทันใดแบบนี้ ช่างจัดการเปลี่ยนอะไหล่ให้ และทุกอย่างก็กลับมาปกติ

สรุป
อาการเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์สามารถตรวจพบและซ่อมได้ไม่ยาก การเปลี่ยนอะไหล่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ควรปรับปรุงก็คือ ระบบรับแจ้งปัญหาหรือ call center ที่บอกลูกค้าว่าให้บริการเต็มทุกคู่สาย มันสร้างความน่าหงุดหงิดให้กับลูกค้าจริงๆ

เอาสติ๊กเกอร์แช่น้ำ

สติ๊กเกอร์ที่เราผลิต เราใช้ระบบหมึกที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้สติ๊กเกอร์ของเราสามารถโดนน้ำได้ เปียกน้ำได้ ลงน้ำได้ แช่น้ำได้ เหมาะกับงานติดกล่องอาหาร ข้อมูลที่อยู่บนสติ๊กเกอร์ไม่เลอะเลือน ไม่ละลายน้ำ

ติดต่อ วุฒิชัย โทร 0819373130
email:pockethifi@gmail.com
line:pockethifi

ใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์ม

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มกำลังกลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี พศ 2561 กล้องมือสองขายดิบขายดี กล้องรุ่นคลาสิคมีคนจับจองราคาค่าตัวขึ้นกันหลายสิบหลายร้อยเปอร์เซ็น และการถ่ายภาพด้วยฟิล์มก็จะต้องสแกนฟิล์มออกมาเพื่อดูหรือเพื่อแชร์ผ่านเฟสบุ๊ค ผ่านอินสตาแกรม การสแกนฟิล์มเราจะใช้บริการร้านล้างฟิล์มเป็นส่วนใหญ่ คือส่งฟิล์มไปล้างพร้อมกับขอให้สแกนให้ด้วย ค่าใช้จ่ายก็จะเป็นค่าล้างบวกกับค่าสแกน

Scan by macro lens

ฟิล์มสไลด์เป็นฟิล์มที่ให้ภาพตรงกับที่ตาเห็น คือสีสันปกติ การสแกนฟิล์มสไลด์นอกจากจะใช้เครื่องสแกนฟิล์มแล้ว เราก็ยังสามารถใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพจากฟิล์มได้อีกด้วย การถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์มนี้มีเทคนิคไม่ซับซ้อน เพียงใช้เลนส์มาโครที่สามารถถ่ายภาพด้วยอัตราขยาย 1:1 และใช้แหล่งกำเนิดแสงสีขาวส่องผ่านฟิล์มจากด้านหลังเท่านั้น บางคนอาจจะใช้แสงธรรมชาติ แต่ในบทความนี้จะใช้แสงจากแฟลช

Scan by macro lens

เนื่องจากไม่อยากจะใช้ขาตั้งกล้องเลยเลือกใช้แฟลชแทน ผมเอาฟิล์มหนีบไว้ด้วยกล่องกระดาษ แล้ววางไว้ใกล้ๆกับผนังสีขาว ให้มีระยะห่างจากผนังประมาณ 1 ฟุต แล้วใช้แฟลชต่อกับทริกเกอร์หรือตัวส่งสัญญาณไร้สาย เมื่อกดชัตเตอร์แฟลชจะทำงาน แสงจากแฟลชจะวิ่งไปชนกำแพงแล้วกระจายแสงออกมา ฟิล์มก็จะสว่างและได้เป็นภาพบันทึกไว้ในกล้อง สปีดการถ่ายภาพผมตั้งไว้ที่ 1/125 วินาที ความไวแสงตั้งไว้ที่ iso 400 รูรับแสง f16 กล้อง canon eos 6d เลนส์ canon macro100

IMG_0362

ภาพที่ได้มีสีสันที่ตรงกับฟิล์ม แต่ก็มีหลายจุดที่ควรจะปรับปรุงให้ภาพมีคุณภาพมากขึ้น เช่น

  1. ฝุ่นต่างๆบนฟิล์ฒจะพบเห็นจำนวนมาก เราควรทำความสะอาดปัดฝุ่นให้เกลี้ยงก่อนถ่ายภาพ
  2. ภาพเอียง มีกรอบภาพสีดำโผล่อยู่ในเฟรม เนื่องจากเป็นการถือกล้องถ่าย ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง การถือกล้องเอียงหรือ ทำภาพเอียงเป็นเรื่องปกติของการไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะมือคนจะไม่นิ่งอยู่แล้วตามธรรมชาติ แม้ว่าจะต้องอาศัยการฝึกถือกล้องให้ตรง แต่จริงๆแล้วเราควรใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพ

ถ้าเป็นไปได้เราควรจะใช้ขาตั้งกล้อง และทำอุปกรณ์เสริมมาหนีบฟิล์มเอาไว้ให้เป็นระยะที่ตายตัว เพราะจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพแผ่นฟิล์มได้เร็วขึ้นและได้คุณภาพคงที่ในทุกๆภาพ ช่วยให้ประหยัดเวลาอย่างมาก

IMG_0367

IMG_0368

Scan by macro lens

อาชีพที่อาจไม่โดนอินเทอเน็ตทำลาย

การมีอินเทอเน็ตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโลกเราอย่างมหาศาล  ทุกมุมโลก ทุกซอกหลืบแทบจะเข้าถึง เชื่อมโยงและค้าขายกันได้โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำ  ทำให้ธุรกิจหลายชนิดเกิดการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน  อย่างธุรกิจโทรทัศน์ที่เมื่อก่อนประมูลราคากันบ้าเลือด ลงเงินกันเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาท ก็โดนการสตรีมสัญญาณภาพและเสียงจากอินเทอเน็ตเบียดซะจนแทบไม่มีคนดูในระบบเก่า  แม้แต่ธุรกิจโรงแรม ก็โดนระบบของ airbnb แย่งลูกค้าห้องพักไป  ธุรกิจแท็กซี่ก็โดน uber และ grab แย่งลูกค้าไป  สิ่งเหล่านี้วงการนักวิเคราะห์และนักการตลาดเรียกว่า digital disruption หรือการสูญหายหรือเสื่อมสลายอย่างฉับพลันจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะสิ่งที่มาทางอินเทอเน็ต  ผู้ประกอบการดั้งเดิมไม่สามารถรับมือกับผู้ประกอบหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สูงกว่า สะดวกกว่า และรองรับความต้องการของมวลชนได้ดีกว่า

ร้านอาหารก็จะมีระบบการสั่งสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว มีภาพประกอบสวยงาม  มีการจัดส่งสินค้าที่เข้าถึงหน้าบ้านมาแย่งลูกค้าไป  ห้างสรรพสินค้าก็โดนแม่ค้าออนไลน์แย่งยอดขายไปทั้งๆที่คนทำร้านในห้างต้องจ่ายค่าเช่า ต้องสต๊อคสินค้า แต่แม่ค้าออนไลน์ให้ดูสินค้าในห้างแล้วสั่งซื้อกับแม่ค้าโดยตรง  แม้แต่วงการหนังสือพิมพ์ก็ปรับตัวไม่ทัน หนังสือพิมพ์ไม่มียอดโฆษณาจนต้องปิดตัวลง  เพราะผู้คนไปใช้บริการการอ่านข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์คสารพัดแพลตฟอร์ม  เรียกได้ว่า ผู้คนเข้าไปเสพสื่อและซื้อสินค้าในอินเทอเน็ตกันแทบทุกคน

ผมเองก็ได้รับผลกระทบจากการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์  งานใบปลิวน้อยลง  ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะผู้ประกอบธุรกิจหันไปโฆษณาทางเฟสบุ๊คและกูเกิ้ลกันเป็นหลัก  เมื่อก่อนเวลาจะโฆษณา เราก็จะมีวิธีคิดว่า จะใช้เงินทำใบปลิวเท่าไหร่ดี  จะใช้เงินโฆษณาในวิทยุเท่าไหร่  ออกทีวีใช้เงินเท่าไหร่  เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า จะทำยังไงให้ใช้เงินน้อยลง  และจะใช้เงินในช่องทางไหนดีระหว่างเฟสบุ๊ค ไอจี หรือ กูเกิ้ล หรือทั้งสามตัวเลย  นี่คือความคิดตั้งต้นของคนทำการค้ายุคใหม่  ไม่มีใครถามถึงวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อีกเลย

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปใช้บริการตัวหนึ่งโดยบังเอิญ และมาลองพิจารณาดูแล้วก็พบว่า มันยังเป็นวิถีทางเดิมๆ  ยังไม่คู่แข่งจากอินเทอเน็ตมาแย่งลูกค้า  ไม่มีการตัดราคาจากคู่แข่งที่ห่างไกล  นั่นก็คือร้านตัดผม  พอได้นั่งดู นั่งในร้านนานๆ ตั้งแต่ตอนที่เข้าไป จนถึงคิวที่ได้ตัดเอง และตอนตัดเสร็จได้เห็นว่ามีคนอื่นรอคิวอยู่  ก็แอบคิดวิเคราะห์ไปว่า  คนผมยาวทุกวัน ยังไงก็ต้องแวะร้านตัดผม  คนเราเลิกซื้อหนังสือพิมพ์ได้ แต่ทนผมยาวไม่ได้  คนเราเลิกใช้ใบปลิวไปสู่การโฆษณาในเฟสและกูเกิ้ลได้ แต่ก็ปล่อยให้ผมเผ้ารุงรังไม่ได้   สมัยเด็กๆโรงเรียนยังคงตรวจผมสั้นทุกสองเดือน  ใครผมยาวจะโดนสั่งตัด  ดีมานเหล่านี้ยังคงอยู่  และไม่เคยลดลง

ในขณะที่จำนวนประชากรเยอะมากขึ้น  ปริมาณคนต้องการตัดผมก็เยอะขึ้น ร้านตัดผมก็ควรเจริญรุ่งเรือง  หรือ มีสาขามากขึ้นให้ทันจำนวนประชากร  ซึ่งภาพที่ผ่านตาผมในช่วงยี่สิบปีนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  มีร้านตัดผมเกิดใหม่มากขึ้น  มีการแข่งขันกันในถนนเส้นเดียวกันมากขึ้น  แต่ที่น่าสนใจคือ ไม่มีร้านจากที่ห่างไกลมาแย่งลูกค้าหน้าบ้านเรา  นี่เป็นข้อดีที่ค้นพบ ว่า digital disruption ยังไม่ทำลายร้านตัดผม

แม้เราจะเห็นร้านตัดผมราคาแพงในห้าง  ร้านตัดผมที่รับจองทางออนไลน์ถ้าอยากตัดกับช่างในร้าน  แต่ร้านพวกนี้ก็ราคาแพงจนไม่ใช่คู่แข่งของร้านตัดผมชุมชน  ผมก็เคยตัดผมในห้าง  แต่ถ้าเลือกได้ ก็อยากเดินไปตัดที่ร้านแถวบ้าน จ่ายเงินเพียง 60 บาท สำหรับร้านหน้าตาโบราณ หรือ 120 บาทกับร้านติดแอร์อุปกรณ์ดูทันสมัย  หรือบางร้านอย่างมากก็ 150 บาท   แต่ในห้าง ผมเคยโดนไปถึง 600 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่ไม่คิดจะไปรอบสองแน่นอน

 

 

2017-09-29 06.12.16 1

 

ร้านตัดผมร้านนี้อยู่ย่านบางขุนนนท์  ผมพาลูกชายมาใช้บริการ  ตอนเดินเข้าไปในร้านก็ดูคนน้อยๆ  คล้ายๆกับภาพที่ผมจินตนาการไว้ว่าธุรกิจโบราณก็ดูซบเซาหน่อย  แต่พอตัดเสร็จและเวลาเย็นสักหน่อย  ก็มีคนเข้าร้านมากขึ้น จนกระทั้งทุกที่นั่งในร้านเต็ม  คนที่มาตัดผมต้องรอคิว  และช่างตัดผมจำนวน 3 คนในร้านก็ทำงานตลอดเวลา

นี่อาจเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอินเทอเน็ต  เพราะคนในพื้นที่ก็ต้องเดินมาตัดผมที่ร้านอยู่ดี  คงหายากมากๆที่จะมีคนสั่งช่างตัดผมให้เดินทาง delivery ไปตัดถึงบ้าน  แม้จะมีบางคนที่ทำอย่างนั้น แต่ผมก็เชื่อว่ามีน้อยจนตัดทิ้งได้  ผู้คนส่วนมากยังคงต้องตัดผมจากร้านค้าใกล้บ้าน  และเชื่อว่าไม่มีร้านตัดผมคู่แข่งจากฝั่งธนไปแย่งลูกค้าที่รังสิต

 

การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่มีลมหายใจอยู่  เมื่อก่อนในวันที่เป็นยุคทองของฟิล์ม เราถ่ายภาพ แล้วส่งล้างอัด แล้วก็ได้ภาพมาดูเป็นเล่ม  มันสะดวกมากสำหรับฟิล์มสี  ส่วนฟิล์มขาวดำก็ต้องล้างฟิล์มแล้วสั่งอัดภาพ  แต่การอัดภาพด้วยร้านถ่ายภาพสีทั่วไป ภาพสีขาวดำก็จะออกมาดูไม่น่ามอง  ภาพขาวดำที่ีสวยก็ต้องเป็นการอัดภาพลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆเท่านั้น

แต่บางคนก็ไม่สามารถอัดภาพได้เอง  ต้องอาศัยวิธีสแกนภาพแล้วดูในคอมพิวเตอร์  หรือ ดูในมือถือแทนโดยไม่ต้องอัดบนกระดาษจริง  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค อยากมีภาพเป็นไฟล์เพื่อส่ง เพื่อแชร์ให้เพื่อนดูกันทั้งนั้น  การเอาภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องใช้วิธี สแกน  ร้านถ่ายภาพทั่วไปก็มีบริการรับสแกน  แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นกว่าเดิม  ไหนๆเราก็มีกล้องดิจิทัลกันอยู่แล้ว ก็ลองใช้อุปกรณ์ของเราสแกนฟิล์มเลยดีกว่า ซึ่งกล้องดิจิทัลที่มีเลนส์มาโครหรือเลนส์ถ่ายใกล้ๆได้จะสามารถนำมาใช้สแกนฟิล์มได้  วิธีนี้ ประหยัด ไม่เสียเงินซักบาท  แต่อาจเสียเงินซื้อเลนส์มาโครแทน

scan-bw-IMG_0205

ให้จัดการเซ็ทอัพอุปกรณ์ตามนี้  ใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ หรือ เล็กก็ได้ แต่ในภาพของผมจะใช้กล่องใหญ่เพราะตั้งใจจะใช้ถ่ายฟิล์มทั้งม้วนเลย  โดยการเอากล่องขาวขุ่นมาวางพื้น แล้วเอาฟิล์มบางบนกล่อง  หาของทับฟิล์มให้เรียบแนบไปกับกล่อง  กล่องขาวขุ่นนี้ผมซื้อจากร้านขายอุปกรณ์แต่งบ้าน มันถูกขายเป็นถังขยะสีขาว ผมเห็นแล้วก็ถูกใจเลยสอยมาใช้  ส่วนแสงสว่างที่ส่องในกล่อง ผมใช้แฟลชเก่าๆตัวนึงที่ทำงานได้ แล้วต่อชุดส่งสัญญาณแฟลชไร้สาย หรือ ไวเลสทริกเกอร์  โดยตัวส่งสัญญาณจะเสียบอยู่กับกล้องถ่ายภาพ  ตัวรับสัญญาณจะต่อกับแฟลช  เมื่อเรากดถ่ายภาพ แสงแฟลชก็จะทำงาน ส่งผลให้กล่องเรืองแสง

IMG_0198

ดูใกล้ๆก็จะเป็นแบบนี้  เราถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัลโดยตรงได้เลย  ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพแบบที่ตาเห็น คือ เป็นภาพดูไม่ค่อยรูัเรื่อง สีสันก็เป็นแบบตรงกันข้าม   หากเราจะสแกนภาพจากฟิล์มแค่บางภาพ เราก็ถอดฟิล์มจากซองมาวางบนกล่อง แล้วใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพซะเลย

DSCF7049

ถ้าเราจะสแกนฟิล์มขาวดำทั้งม้วน โดยให้เรียงตัวสวยๆเหมือนภาพ คอนแท็คปริ๊นท์ หรือcontact print ก็ใช้ใช้วิธี วางซองฟิล์มทั้งซองบนกล่องขาวขุ่นนี้เลย นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้กล่องขนาดใหญ่ เพราะต้องการถ่ายภาพฟิล์มทั้งม้วน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่พอสมควร กล่องใหญ่ก็จะได้เปรียบคือทำงานคอนแท็คปริ๊นท์ได้นั่นเอง

DSCF7210

ภาพฟิล์มทั้งม้วนที่ถ่ายด้วยกล่องไฟจะเป็นแบบนี้  เมื่อถ่ายภาพได้แล้ว ก็เอาภาพ jpg ที่ได้มา ไปปรับค่าต่อในโฟโต้ช็อป โดยการสั่ง invert เพื่อกลับภาพจากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ  และทำการปรับระดับสีดำ และสีขาวให้สมจริง เราก็จะได้ภาพสีปกติออกมา

 

DSCF7210-contactsheet 20jul2012

แค่นี้เราก็ได้ภาพคอนแท็คปริ๊นท์ที่ดูคลาสิคมากออกมา  เราสามารถปริ๊นท์ภาพนี้เก็บไว้เป็นภาพโชว์ได้เลย  ขนาดภาพของคอนแท็คปริ๊นท์ในอดีตจะใหญ่เท่าจริง คือฟิล์มเรามาใหญ่แค่ไหน คอนแท็คปริ๊นท์แท้ๆก็จะใหญ่เท่านั้น

คราวนี้เราจะมาสแกนบางภาพที่เราต้องการบ้าง  บางภาพที่เราต้องการนี้ก็อาจจะเป็นภาพที่เราตั้้งใจจะโพสท์หรือตั้งใจจะเอาไปอัดขยายให้ใหญ่  เราก็จะทำการถ่ายฟิล์มที่ต้องการแค่ภาพเดียว ซึ่งการถ่ายฟิล์มแค่ภาพเดียวเราจะต้องใช้เลนส์มาโคร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพฟิล์ม 1 ภาพให้ใหญ่เกือบเต็มเฟรมของกล้องดิจิทัล

IMG_0284

ภาพที่ถ่ายได้จากเลนส์มาโครจะทำให้เราได้ชิ้นฟิล์มค่อนข้างใหญ่  จริงๆเราสามารถใช้เลนส์มาโครระดับ 1:1 เพื่อถ่ายชิ้นฟิล์มได้ใหญ่กว่านี้  แต่ผมชอบภาพที่เห็นรูหนามเตยของฟิล์ม เพราะทำให้ภาพดูน่ามอง ดูเท่ห์กว่า  ก็เลยถ่ายแบบให้เห็นขอบฟิล์มเยอะหน่อย   จากนั้นก็เอาภาพมากลับสีด้วยคำสั่ง invert ในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ซึ่งถ้าใครถนัดโปรแกรมอื่น หรือ ถนัดใช้ app ในมือถือ ก็แล้วแต่สะดวก  เมื่อกลับสีแล้วก็จัดการปรับค่าดำ ค่าขาว ในภาพให้ดูสมจริง ดูเป็นภาพขาวดำปกติ

IMG_0284bw

ออกมาได้แบบนี้เลย  ภาพลูกชาย วันแรกที่เกิด  ฟิล์ม lucky กล้องไลก้า minilux ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง ภูมิใจเอง