ทริปอังกฤษ วันที่ 3 ไปโอลแทรฟฟอร์ด

กำหนดการดูบอลที่มีอยู่ในตอนแรกตรงกับวันที่2พค เราก็เลือกที่จะอยู่ดูบอลและเดินทางออกจากแมนเชสเตอร์วันที่3พค แต่ว่ากำหนดการถูกเลื่อนด้วยเหตุผลว่ามีการเตะถี่มาก ลีคก็เลยเลื่อนคู่ลิเวอร์พูลเตะกับแมนยูไปเป็นวันที่3 เราเลยต้องยกเลิกโรงแรมที่จองไว้ที่ลอนดอน 1 คืน แล้วจองเพิ่มที่แมนเชสเตอร์ 1 คืน เพราะเราจะดูบอลวันที่3 แล้วค่อยเดินทางออกวันที่4

DSC00915

ฟุตบอลเตะบ่ายสามโมงตามเวลาท้องถิ่น เราตื่นเช้าตามเวลาท้องถิ่นก็ไปเดินเล่นในแมนเชสเตอร์ก่อน ตัวเมืองแมนเชสเตอร์ก็คือระแวกที่เราเดินเล่นในวันแรก เราเลือกที่จะพักใกล้สถานีรถไฟและแทรม เช้าวันที่เตะบอลทุกคนในโรงแรมแต่งตัวเหมือนจะไปดูบอล ผู้คนในเมืองก็แต่งตัวเหมือนจะไปดูบอล วันนี้ตอนกินมื้อเช้าที่โรงแรมก็เจอนักท่องเที่ยวพร้อมชุดกองเชียร์แทบทุกโต๊ะ มีกรุ๊ปคนไทยอยู่เยอะมากเกินครึ่ง เราได้ยินเสียพูดคุยภาษาไทยตลอดเวลาที่กินอาหารเช้า ผมไปทักกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่มหนึ่งเพื่อสอบถามวิธีเดินทางไปสนามบอล ได้ข้อมูลมาว่าให้ขึ้น แทรม ตรงข้างโรงแรมแล้วไปลงที่สถานีโอลแทรฟฟอร์ดได้เลย แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที ก็ดูไม่ยาก พวกเราขึ้นรถลงรถกันชำนาญแล้ว

DSC01014
DSC00941
1777807921403

ที่สนามบอลวันนี้คนเยอะมาก สนามเปิดให้เข้าก่อนเตะ 3 ชม. เรารอเวลาอยู่ด้านหน้า และได้แวะไปที่ร้านขายของที่ระลึกของสนาม แวะซื้อของฝากกันก่อนเข้าสนาม อากาศวันนี้เย็นมาก ถ้าลมพัดคือหนาวเลย ไม่มีแดด ลมแรงเป็นบางครั้ง หนาวจนรู้สึกอยากอยากถือถ้วยกาแฟร้อนๆไว้ตลอดเวลา

DSC00943

ถ่ายภาพกับตำนาน 3 คนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

DSC00963

บริเวณโดยรอบของสนามก็จะมีคนมาต่อคิวรอเข้าประตูของสนาม เราก็เดินหาประตูที่เราจะต้องเข้า ระบบการเดินเข้าตัวสนามที่เป็นอัฒจรรย์จะต้องมีการใช้แอพพลิเคชั่นในมือถือสแกนด้วยระบบ nfc โดยตั๋วที่เราซื้อจากเว็บจะเข้าไปอยู่ในแอพ แล้วเราก็เปิดตั๋วตอนเดินผ่านประตู ผมก็ได้แต่สงสัยว่าถ้าคนไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน หรือไม่มีระบบ nfc จะผ่านยังไง สงสัยแต่ไม่ได้ถาม เพราะคุยกับฝรั่งไม่รู้เรื่อง คนใช้ iphone ก็จะมี nfc ในตัวอยู่แล้ว ส่วนคนใช้แอนดรอยด์รุ่นราคาต่ำคงไม่มี โชคดีที่มือถือของผมกับลูกมีระบบ nfc

DSC00960

เรื่องน่าหงุดหงิดของสนามบอลก็คือ บริเวณรอบนอกก่อนเดินเข้า ไม่มีห้องน้ำ ผมถามเจ้าหน้าที่ที่ใส่ยูนิฟอร์มของสนาม เขาก็บอกไม่รู้ เขามาแค่ยืนเฝ้าประตู มายืนที่บู๊ทขายของ แซนวิช เครื่องดื่ม เบียร์ มีขายอยู่รอบสนาม ซื้อกินได้แต่ห้ามนำเข้าสนาม เมื่อผ่านประตูเข้าไปก็จะไปเจอร้านขายที่เป็นของสนามโดยตรง ตรงนั้นจะเป็นอาหารเครื่องดื่มที่อนุญาติให้ถือเข้าไปบนอัฒจรรย์ได้

DSC00978
1777814017874
DSC00983

ตั๋วที่พวกเราซื้อได้อยู่ตำแหน่งสูงสุดในสนามเลย ใกล้จากสนามมาก เห็นนักบอลตัวเล็กๆ การแย่งซื้อตั๋วเป็นงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์ เราไม่เคยมาก็ไม่รู้ว่าแต่ละโซนมันที่นั่งเป็นยังไง เราได้ที่นั่งฝั่งเจ้าบ้าน รอบๆตัวเป็นฝรั่งเชียร์แมนยูหมดเลย ส่วนกลุ่มคนไทยไปอยู่ส่วนไหนของสนามก็ไม่รู้ เราไม่ได้ยินเสียงคุยภาษาไทยแล้ว

DSC00988
DSC00992
1777814026495

ฟุตบอลเตะจบ แมนยูชนะลิเวอร์พูล 3-2 เราเดินออกสนามแบบเศร้าๆนิดหน่อย ประสบการณ์ดูบอลครั้งแรกก็แพ้เสียแล้ว น่าเสียดายจริงๆ ตอนเดินออกจากสนามก็ย้อนกลับทางเก่า มีตำรวจม้ามาดูแลความเรียบร้อย มีกองเชียร์ตะโกนด่ากัน มีจังหวะจับกลุ่มเหมือนจะชกต่อยด้วย แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรไม่ดี ม้าตัวใหญ่มาก เราก็ถ่ายรูปกับม้านิดหน่อยเป็นที่ระทึก

DSC01018

เราเดินทางกลับมาแถวที่พัก หาร้านอาหารที่เพื่อนเคยแนะนำไว้ เบอร์เกอร์ร้าน five guy ทดลองกินแล้วก็อร่อยดีสมกับที่บอกต่อ พนักงานเป็นคนอินเดีย พูดเร็วเราฟังกันแทบไม่ออกเลย แต่ขอบฟ้าจะหูดีกว่าพ่อแม่ ฟังสำเนียงคนอังกฤษรู้เรื่อง ทริปนี้ส่วนมากขอบฟ้าจะดูแลพ่อแม่เรื่องการสื่อสารกับร้านค้าต่างๆ

IMG_20260504_082803636

สิ่งที่ชอบในโรงแรมที่แมนเชสเตอร์ก็คือ มีตะแกรงตากผ้าที่ทำความร้อนได้ในตัวด้วย เราสามารถซักผ้าชิ้นเล็ก ชุดชั้นใน กางเกงในแล้วตากแห้งได้เลยในห้อง สะดวกมากจริงๆ เหมาะกับเมืองที่อากาศเย็นมาก

ทริปอังกฤษ วันที่ 2 EDALE เดินเล่นบนภูเขา

DSC00845

วันที่สองของทริป เดิมทีเป็นกำหนดการดูบอลที่จองไว้ แต่ทางลีคมีการเลื่อนกำหนดการเตะออกไปเพื่อสลับวันให้ทีมฟุตบอลมีเวลาพักเพิ่มขึ้น วันนี้เลยเป็นวันว่างที่เราต้องหาที่เที่ยวทั้งวัน เลยตัดสินใจไปยัง EDALE ซึ่งเป็นที่เที่ยวแนวธรรมชาติแห่งหนึ่ง Edale เป็นหมู่บ้านและหุบเขาในเขต Peak District National Park ประเทศอังกฤษ เดินทางโดยรถไฟได้ง่ายจากเมือแมนเชสเตอร์ เราขึ้นรถไฟที่สถานี picadilly ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง ลงที่สถานี EDALE แล้วก็สุ่มเดิน ดูจากนักท่องเที่ยวคนอื่นแล้วก็เดินตามกันมา ก็จะมาเจอชุมชน เจอร้านอาหาร เจอบ้านคนนิดหน่อย บ้านบางหลังก็ดูเหมือนจะเป็นโรงแรม ทางเดินเป็นถนนเล็กๆเหมือนเป็นทางเข้าสู่ภูเขาทุ่งหญ้าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา

DSC00847
IMG_5744
IMG_5754
IMG_5768
IMG_5762
IMG_5766
IMG_5772
IMG_5779
IMG_5814

IMG_5967

ทริปอังกฤษ วันที่ 1 ไปแมนเชสเตอร์

ทริปพ่อแม่ลูกในปีนี้เราวางแผนว่าจะพาลูกไปดูฟุตบอลในอังกฤษและพ่วงกับการไปดูมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วย เป้าหมายของเมืองที่เราจะไปก็คือแมนเชสเตอร์ ลอนดอน ลิเวอร์พูล ตามลำดับ เมื่อกำหนดการเดินทางแล้วก็เริ่มทำวีซ่าประเทศอังกฤษกัน โดยการทำวีซ่ามีเรื่องการเตรียมเอกสารที่น่าปวดหัวมาก แต่ก็ทำผ่านไปได้ด้วยดี ค่าทำวีซ่าร์คนละประมาณห้าพันกว่าบาท โดยก่อนจะยื่นขอวีซ่าเราก็ต้องมีข้อมูลการเดินทางคร่าวๆเสียก่อน กำหนดวัน ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทุกอย่างต้องมีครบก่อนยื่นขอวีซ่าร์ และการยื่นขอวีซ่าร์ประเทศอังกฤษก็สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ และจะมีการนัดเข้าไปเก็บลายนิ้วมือที่บริษัทรับทำวีซ่าร์ด้วยอีก 1 ครั้ง เมื่อทำครบทุกขั้นตอนก็จะได้วีซ่าร์

DSC00596

เป้าหมายหลวมๆก็คือ เราต้องไปอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ให้ได้ก่อนวันที่ 2 พค เพราะกำหนดการเตะฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูลที่บ้านแมนยูฯถูกกำหนดไว้เป็นวันนี้ แต่ภายหลังก็มีการเลื่อนไปเป็นวันที่ 3พค ซึ่งก็มีผลกับพวกเรามาก เพราะต้องเปลี่ยนกำหนดการเข้าและออกโรงแรมที่จองไว้ โดยช่วงวันที่มีฟุตบอลเตะราคาโรงแรมจะแพงมากและหายากเพราะจะมีคนจากทั่วโลกมาที่เมืองนี้เพื่อมาดูบอลเป็นคณะทัวร์ ส่วนพวกเราที่ตะลอนหาทางไปดูด้วยตัวเองก็ต้องไปแย่งที่พักและตั๋วฟุตบอลกันจนต้องลุ้นแล้วลุ้นอีก

IMG_20260501_112132575

เราออกเดินทางคืนวันที่ 30เม.ย. ที่สุวรรณภูมิ ไปสายการบินไทย โดยเส้นทางจะไปแวะต่อเครื่องที่ตุรกีก่อนจะไปถึงแมนเชสเตอร์ เราเดินทางกันประมาณ 20 ชั่วโมง และเหยียบแผ่นดินอังกฤษวันที 1 พค.เวลาท้องถิ่น เมื่อได้ลงเครื่อง เราก็เริ่มต้นการเดินทางไปยังโรงแรมที่พักแล้วค่อยเริ่มโปรแกรมทัวร์ในวันแรกที่มาถึง

DSC00600
DSC00601

ลงเครื่องบินแล้วเดินต่อไปที่สถานีรถไฟ ซึ่งมีรางหลายแบบ มีทั้ง Tube ที่เป็นรถไฟปกติ มี Tram ที่เป็นรถราง ยืนมองดูที่สถานีมันใช้รางเหมือนกันเลย ดูไม่รู้ว่าต้องขึ้นอันไหน คุยกับฝรั่งแถวนั้นเขาก็บอกว่าสายนี้ไปได้ ก็วัดดวงลองขึ้นไปดู ปรากฏว่าเลือกถูก เราได้ขึ้น Tram เข้าสู่ย่านชุมชนในแมนเชสเตอร์ เราไปลงสถานีชื่อ picadilly ซึ่งใกล้ๆกันก็มี picadilly garden ห่างไปประมาณ100 เมตร มันชื่อคล้ายกัน แต่คนละสถานี ซึ่งเราตั้งใจจะไปโรงแรมที่จองไว้ เมื่อเข้าพักที่โรงแรมได้แล้ว เราก็เริ่มโปรแกรมสำรวจแมนเชสเตอร์ใกล้ๆที่พักกันก่อน เพราะวันนี้ยังไม่มีฟุตบอล กำหนดการเตะเป็นวันที่ 3พค เรามีเวลาเที่ยวเล่นกัน 2 วัน

DSC00610

การเดินทางในเมืองแมนเชสเตอร์จะใช้รถรางที่เรียกว่า Tram เป็นหลัก ตั๋วรถรางเราต้องไปซื้อที่ตู้ มีทั้งตั๋วแบบเที่ยวเดียว กับตัวบุฟเฟ่ต์ขึ้นได้ทั้งวัน เราเลือกไปเที่ยวใกล้ๆกับที่พัก นั่งรถไปประมาณ 3 ป้ายก็ลง แล้วเดินเล่น

DSC00624
DSC00619
DSC00635
DSC00656

ไปเดินเล่นดู National Football Museum ค่าเข้าค่อนข้างแพง ผู้ใหญ่ 16 ปอนด์ เด็ก 10 ปอนด์ (มั้ง) ถ้าไม่ชอบฟุตบอลรับรองไม่มีใครแวะเลย ภายในก็แสดงประวัติต่างๆเกี่ยวกับการเตะฟุตบอลในอังกฤษ เป็นตึกที่ออกแบบมาให้มีหลายชั้น แต่ละชั้นก็จะแสดงข้อมูลและมีกิจกรรมให้เล่นแตกต่างกัน ถ้าจะดูให้ทั่วและเล่นให้ครบต้องใช้เวลาสัก 4 ชม. เป็นอย่างน้อย แต่เราก็ไม่ได้อยากเสียเวลาที่นี่มาก เลือกเดินดูเร็วๆและเล่นกิจกรรมแค่บางอย่าง เราอยู่กันประมาณ 2 ชม ก็ออกแล้ว

DSC00663

ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีคจำลองอยู่ที่นี่ มาถึงเราก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย

DSC00682

ในพิพิธภัณฑ์มีข้อมูล เรื่องเล่า รายละเอียดต่างๆของวงการฟุตบอลทั้งระดับโลกและระดับประเทศอังกฤษ ส่วนมากจะเป็นข้อมูลที่ผ่านมานานแล้ว ล่าสุดเท่าที่เห็นข้อมูลใหม่ล่าสุดก็ช่วงของเดวิดเบ็คแฮม และ แฮรี่เคนที่มีอยู่นิดหน่อย

DSC00684

ได้เห็นกับตาว่าตั๋วปีของแต่ละสโมสรเขาขายกันเป็นเล่ม ซึ่งยุคนี้ตั๋วเข้าสนามฟุตบอลของทีมใหญ่เชื่อว่าใช้ระบบ wallet ในโทรศัพท์มือถือกันแล้ว ก็ได้แต่สงสัยว่าถ้าคุณปู่คุณย่าไม่มีสมาร์ทโฟนจะเข้าสนามยังไง

DSC00694
DSC00698
DSC00702

ในพิพิธภัณฑ์ฟุตบอลนอกจากข้อมูลที่จัดแสดงแล้วก็มีมุมกิจกรรมให้เล่นหลายจุดหลายเกมส์ ถ้าเล่นให้ครบก็คงเหนื่อยพอสมควร แต่ด้วยค่าเข้าที่แพงมากก็ทำให้กิจกรรมในนี้ไม่ต้องรอนาน บางเกมส์ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย

DSC00714
DSC00674

เล่นเกมส์เสร็จแล้วก็ฝากชื่อไว้บนกำแพงสักหน่อย

DSC00767

สภาพบ้านเมืองในแมนเชสเตอร์ส่วนมากเป็นตึกเก่า โทนสีน้ำตาล สีส้ม ดูมีความคลาสิค แต่ก็มีตึกสูงสมัยใหม่กระจายอยู่ด้วย ถนนในแมนเชสเตอร์มีรถส่วนตัวค่อยข้างน้อย สามารถข้ามถนนได้ง่าย แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือจักรยานที่ขับกันเร็ว และมีทั้งขับส่วนตัวกับคนส่งอาหารที่ขับจักรยานไฟฟ้าส่งกันทั้งเมือง เราเจอไรเดอร์ส่งของส่งอาหารเยอะกว่าคนที่ขี่ส่วนตัว

DSC00773
DSC00784

เดินเล่นมาเรื่อยๆจนถึงห้องสมุดโบราณแห่งหนึ่งที่ยังเปิดทำการอยู่ ที่นี่ชื่อ John Rylands Library เป็นห้องสมุดหน้าตาเก่าแก่ อายุเกินกว่าร้อยปีแล้ว ภายในดูคล้ายบรรยากาศในหนังแฮรี่พอตเตอร์ ด้านในมีพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดให้บริการ ส่วนมากนักท่องเที่ยวก็จะแวะมาเดินดู ไม่ค่อยได้นั่งอ่านหนังสือกันนัก เราก็แวะไปดูเช่นกัน

DSC00816
DSC00795
DSC00807
DSC00806

สิ่งที่แปลกใจและน่าทึ่งก็คือเราได้เจอเครื่องพิมพ์ letterpress จัดแสดงอยู่ด้วยในห้องสมุดแห่งนี้ เครื่องพิมพ์โบราณที่อายุหลายร้อยปี พร้อมกับตัวหนังสือโลหะที่ต้องเรียงพิมพ์ก่อนจะนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษ งานพิมพ์ letterpress เป็นเครื่องมือหลักในยุคสองร้อยปีก่อนที่จะตีพิมพ์หนังสือต่างๆ โลกเราพัฒนาไปได้ไกลเพราะเรามีเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทำให้ความรู้ถูกทำสำเนาและแจกจ่ายไปสู่ทั่วโลกได้ น่าภูมิใจมากกับประเทศที่ส่งออกความรู้อย่างอังกฤษ ที่ไหนมีแท่นพิมพ์ ที่นั่นคือแหล่งความรู้ และห้องสมุดก็คือตู้โชว์ผลงานของนักวิจัยและเครื่องพิมพ์

DSC00812
DSC00834
DSC00831

เราจบทริปวันแรกในแมนเชสเตอร์ด้วยร้านขนมปัง PRET ที่มีสาขากระจายเต็มไปหมด ไปเมืองไหนก็เจอ ราคาของกินแต่ละมื้อตามร้านสะดวกซื้อพวกนี้แซนวิชประมาณ 5-8 ปอนด์ อาหารเซ็ตก็ประมาณ 10-20 ปอนด์ แถมท้ายให้ร้านขายเครื่องดนตรีที่เราเดินผ่าน มีเปียโนวางอยู่หน้าร้านให้เล่นได้ ก็เลยให้ขอบฟ้าเล่นสักเพลง

จบวันนี้เราก็ทั้้งหิวทั้งเหนื่อย เดินทางเกือบ 24 ชั่วโมงแล้วมาเดินเล่นต่อเลย กลับถึงห้องพักก็หมดแรงจริงๆ ที่อังกฤษตอน 20.30 พระอาทิตย์ยังไม่ตก

ขอบฟ้า ป4 ทำการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ

IMG_5939

คุณครูให้โจทย์ว่าจะต้องสัมภาษณ์คนในบ้านตามหัวข้อที่กำหนด ขอบฟ้าเลือกสัมภาษณ์แม่เกี่ยวกับของเล่นและกีฬา ถ่ายคลิปโดยพ่อ ใช้มือถือติดบนขาตั้งกล้อง ใช้ไมค์ไร้สายแบบคู่ ส่งสัญญาณเข้าโทรศัพท์ทางตัวรับสัญญาณ usb-c มือถือโบราณไปหน่อยคุณภาพของภาพเลยไม่สวยมาก ส่วนคุณภาพเสียงน่าพอใจ เพราะไมค์ราคาไม่ถึงพันบาท ซื้อมาตั้งหลายเดือน เพิ่งได้ใช้จริงจังก็คลิปนี้