ไปดูหนัง Project Hail Mary พระเอกไม่ตาย

เรื่องนี้พระเอกไม่ตาย โลกเราไม่ชอบทำหนังที่พระเอกตาย

เดือนมีนาคมปีนี้ คศ2026 มีหนังเข้าฉายในโรงภาพยนต์คือเรื่อง Poroject Hail Mary ซึ่งเป็นหนังที่ทำมาจากหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ขายดีเล่มหนึ่ง เรื่องนี้ผู้เขียนคือ Andy Weir ที่เคยเขียนเรื่อง Martian มาก่อน และเคยถูกนำมาทำเป็นหนังเช่นเดียวกัน

IMG_20260403_162519141

ตั๋วหนังยุคนี้ใบละ 260 บาท ส่วนป๊อปคอร์นชุดนึงมีสองถุงกับน้ำสองแก้วราคา 390 บาท เราเสียเงินค่าของกินเล่นมากกว่าตั๋วหนังแล้ว ไปดูกันสามคนหารออกมายังถือว่าค่าขนมไม่แพงมาก แต่ก็แพงแหละ

เนื้อเรื่องคร่าวๆของ Project Hail Mary คือ โลกเราเจอวิกฤตที่ดวงอาทิตย์เริ่มหรี่แสง จะทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง จะมีคนตายจำนวนมากจนไปถึงการสูญพันธ์ุได้เลยในเวลา 30 ปีข้างหน้า และมีดาวฤกษ์หลายดวงที่เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ แต่มีอยู่ดวงหนึ่งที่ไม่มีอาการแบบนี้ มนุษย์จึงตัดสินใจเดินทางไปดาวฤกษ์ดวงนั้นเพื่อค้นหาคำตอบและนำมาแก้ปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่

หนังสนุก เนื้อหาดี เป็นเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ที่ย่อยง่าย เข้าใจง่าย ความรู้วิทยาศาสตร์ระดับมัธยมทุกอย่างที่เคยได้ยินได้ฟังมาในยุคโซเชียลมีเดียวช่วง 20 ปีนี้ถูกนำมาใส่ไว้ในเรื่องนี้เกือบครบทุกอย่าง ยกเว้นเครื่องควอนตั้มและ เอไอ เราจะพบกับชีววิทยา เซลส์ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ ฟิสิกส์การเคลื่อนที่ สัมพัทธภาพของไอสไตน์ โลกร้อน โลกเย็น พลังงาน วัสดุ และอื่นๆอีกมากที่เฉียดไปเฉียดมา เด็กนักเรียนนักศึกษาควรได้ดูหรือได้อ่านเรื่องนี้ เพราะน่าจะแตะความสนใจในวิทยาศาสตร์บางเรื่องที่ชอบได้ไม่ยาก มีคลิปรีวิวและสปอยล์ของเรื่องนี้ออกมาจำนวนมาก ลองค้นหาและเปิดดูเปิดฟังเล่นๆก็ยังได้

IMG_20260404_134417642

โลกเรามีวิกฤต มนุษย์ร่วมมือกัน มีเป้าหมายเดียวกัน มนุษย์ต่างดาวก็มีเป้าหมายเดียวกับเรา ทุกคนร่วมมือกัน มันเป็นความสัมพันธ์ในฝัน แต่ในโลกความเป็นจริง มีคนสร้างสงคราม มีคนกระหายสงคราม มีคนสั่งฆ่าเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียน ทำลายบ้านเมืองคนอื่นย่อยยับ สั่งฆ่าฝ่ายตรงข้ามจำนวนนับไม่ถ้วน ผู้ที่ยิงคนอื่นไม่มีสำนักว่าเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน ทุกคนต่างอยากมีชีวิตรอด อยากมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่บางคนไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น

ภารกิจของหนังจบลงด้วยดี โลกลอกการบ้านดาวดวงอื่นจนอยู่รอด

รวมคลิปสปอยล์หลายอันไว้ที่นี่

ฮักบี้บ้านบาก หนังน่าดู

ฮักบี้บ้านบาก

หนังเรื่องฮักบี้บ้านบาก เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงที่มีทีมรักบี้ของโรงเรียนต่างจังหวัดได้เข้าแข่งขันระดับประเทศ และได้มาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยผ่านทีมตัวเต็งมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เพราะทีมบ้านบากเป็นทีมที่เพิ่งหัดเล่น มีรองเท้าไม่ครบทุกคนในทีมทำให้การแข่งขันจริงตอนเปลี่ยนตัวต้องเปลี่ยนรองเท้ากันเองด้วย ทีมนอกสายตาแต่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ไม่มีแม้แต่เงินค่าที่พัก มาแข่งกรุงเทพเสร็จต้องรีบกลับเพราะเงินที่รวบรวมกันมาทั้งหมู่บ้านหมดแล้ว ลองตามไปอ่านข่าวที่เคยดังทั่วประเทศ

มันคงมีแง่มุมอะไรที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆนักกีฬารุ่นใหม่ๆได้ ลูกผมก็เพิ่งหัดเล่นรักบี้ แม้จะอยู่ในโรงเรียนที่ไม่ขัดสน จะไปแข่งที่ไหนในประเทศไทยก็คงได้นอนโรงแรม เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กในทีมก็มีความพร้อม แต่ผมก็อยากให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งที่ช่วยให้บ้านบากเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ มันน่าจะมีความหมาย มีประโยชน์ต่อวิธีคิดของลูก

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เอาไว้

คนดูจะได้ความบันเทิง รอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ กลับบ้านไปจะไม่มีคำว่า “ท้อแท้” ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องกีฬา มันปรับใช้ในชีวิตจริงได้หมดครับ ผมจึงอยากให้ทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้กัน ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ”

“ความสุขของกระทิ” หนังสือขายดีใช่ว่าจะเป็นหนังที่ดี

“ความสุขของกระทิ” หนังสือรางวัลซีไรท์ ยอดขายเยอะ พิมพ์ซ้ำยี่สิบกว่ารอบ  แต่ไม่รู้ว่ารอบละกี่เล่ม  มีคนเอามาทำเป็นหนัง  เลือกดารานักแสดงดูดี  โปรโมทแล้วน่าจะสนุก  ก็เลยตามไปดู  แล้วก็พบกว่า เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตที่ผมอยากจะเดินออกจากโรงตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง

 

หนังสือเป็นแนวพรรณา  บรรยายถึงความสวยงามของชีวิต  บรรยายถึงความสงบสุข ความสุขทางจิตใจ  แต่ตัวหนังไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ล่องลอยเหล่านั้นออกมาให้เห็นได้  หนังเลยมีแต่ภาพที่แทบจะไม่มีสารจากหนังสือเลย  อรรถรสจากหนังสือ กับภาพยนต์เป็นคนละแบบกัน  คนทำหนังเรื่องนี้คงไม่เข้าใจ  แต่ถ้าคนทำหนังเข้าใจ  คนออกทุนคงไม่เข้าใจ  หนังสือสามารถจะปล่อยให้คนอ่านหยุดอยู่กับหน้าใดหน้าหนึ่งได้เป็นชั่วโมง นานเท่านานเท่าที่อยากจะจินตนาการ  แต่ภาพยนต์ไม่ใช่แบบนั้น  การจะปล่อยให้ภาพแต่ละช่วงถ่ายทอดอะไรบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นของหนังกลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ  ยิ่งพยายามเก็บรายละเอียดตามหนังสือมากเท่าไหร่ ความง่วงยิ่งเข้ามาแทนที่มากเท่านั้น  

 

ผมดูสารคดีชีวิตสัตว์โลกของเนชัลแนลจีโอกราฟิค  ยังรู้สึกดีกว่าดูกระทิบนจอ  เพราะมีความงาม ความสงบ และความเป็นไปของชีวิตเหมือนกัน  แต่ไม่มีความง่วงและความน่าเบื่อมาแทรกซึมอย่างหนังเรื่องนี้  บางทีหนังเรื่องนี้อาจจะให้บทเรียนคนสร้างหนังว่า  หนังสือขายดีใช่ว่าจะเป็นหนังที่ดี

หุ่นยนต์มีความรัก ภาค1

W A L L – E

ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้  แต่เท่าที่ดูจากตัวอย่างหนังก็รู้สึกว่าจะเป็นหนังรักโรแมนติก  หนังจะดีแค่ไหนถ้าดูกับคนที่เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ ก็เป็นแค่แสงสีกระพริบติดๆดับๆ เกิดขึ้นแล้วจางหาย หัวใจไม่ตีความ  ที่ผ่านมาทั้งปีไม่มีหนังรักที่รู้สึกประทับใจเลย  แต่กับเรื่องนี้อาจจะแตกต่าง  ไม่รู้ว่าแตกต่างเพราะหนัง หรือคนที่ไปดูด้วยกัน  เดี๋ยวถ้าได้ดูแล้วจะมาโม้ต่อ

ไปดูมาแล้ว

หนังเรื่องล่าสุดจากค่าย Pixar ที่เป็นเจ้าพ่อวงการแอนนิเมชั่น
เจ้าของค่ายนี้ชื่อ สตีฟ จ๊อปส์ ผู้ก่อตั้ง แมคอินทอช เสียงสตาร์อัพ(บูทหุ่นยนต์) ก็คุ้นมาก
ใครใช้ผลิตภัฑณ์ของ apple จะอมยิ้มทุกคน

คุณภาพของภาพสุดยอดมาก การ์ตูนเดี๋ยวนี้ทำได้ใกล้เคียงภาพจริง
เนื้อหาก็ลึกซึ้ง ความน่ารัก ความโรแมนติคโดดเด่นเกินกว่าหนังที่ใช้คนเล่นเสียอีก
ส่วนแง่คิดสอดแทรกก็เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ชั้นดี โลกอนาคตเจริญแต่หดหู่….
เราชอบประโยค ตัวละครมนุษย์ตัวนึงพูดไว้ “I want to live”

หุ่นยนต์รักกันได้ดู น่ารักดี ยืนยันได้ว่า การกระทำสำคัญกว่าคำพูด
เราตั้งใจจะซื้อแผ่นเก็บเลย เพราะ wall-e มันน่ารักเหมือนหมาที่บ้าน

ปล เรื่องนี้ควรเลือกที่นั่ง ฮันนีมูนซีท ขอบอก ขอบอก